Connect with us

EDUCATION

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

Published

on

ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้แวดวงการศึกษาต้องได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า มีหลายมหาวิทยาลัยทั่วโลกเปิดให้เรียนออนไลน์ฟรี แล้วจะแปลกอะไรถ้า Harvard เปิดให้เรียนฟรีบ้าง 

มหาวิทยาลัย Harvard เป็นมหาวิทยาลัยที่มีอายุมานานหลายร้อยปี เก่าแก่เป็นอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา ทั้งยังมีชื่อเสียงในระดับโลก ปัจจุบันนี้มีคอร์สเปิดให้เรียนออนไลน์ฟรี ผ่านเว็บไซต์ edX โดยเนื้อหาครั้งนี้ เป็นเรื่อง Computer Science ทั้งหมด 9 คอร์สรวด ซึ่งจะมีสอนกันตั้งแต่พื้นฐาน คนที่ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับ Computer Science มาก่อนก็สามารถลงเรียนได้

มาดูไปพร้อมกันที่ละคอร์สตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนจบคอร์สสุดท้าย ทั้งหมด 9 คอร์สจาก Harvard ที่เปิดให้เราได้เรียนฟรีทุกคอร์ส แต่หากต้องการใบรับรอง(Certificate) จะมีค่าใช้จ่ายในแต่ละคอร์สเพิ่มขึ้นมา มีคอร์สอะไรบ้างไปดูกัน

1.Introduction to Computer Science

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียนออนไลน์

ใช้เวลาเรียน 12 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

ในคอร์สนี้จะเป็นการเรียนขั้นพื้นฐาน เพื่อเข้าใจถึงวิธีการคิดและการแก้ปัญหาของProgramming โดยใช้ทฤษฎีในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Abstraction) , Data structure , Encapsulate , การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการพัฒนาเว็บไซต์ต่างๆ โดยผู้เรียนจะได้เริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกัยภาษา C , Python , SQL , Javascript และ HTML นอกจากนี้ภายในคลาส จะมีการทำโปรเจคเพื่อทดสอบความรู้ และนำเสนอให้ผู้เรียนคนอื่นด้วย 

2.Web Programming with Python and Javascript

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียนออนไลน์

ใช้เวลาเรียน 12 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 149 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 4,600 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

เนื้อหาการเรียนภายในคอร์สนี้ จะเน้นไปที่การออกแบบ ความปลอดภัย และการทำ User Experience (UX) ผ่านโปรเจคต่างๆ ภายในคอร์ส เพื่อให้เกิดความชำนาญในการเขียน และการใช้ API ออกแบบ User Interface (UI) ที่รวมไปถึงการใช้เครื่องมือ GitHub และ Heroku โดยทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับคอร์สนี้ก็จะมีเรื่อง HTML , SQL , Javascript และ Front End

3.Introduction to Game Development

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 12 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 149 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 4,600 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

หากใครที่ชื่นชอบเกม จนอยากพัฒนาเองสักเกมหนึ่ง บอกเลยว่าคอร์สนี้เหมาะอย่างมาก มีการสอนพัฒนาเกมทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติในคอร์สนี้ โดยการเรียนจะมีทั้งเรื่องทฤษฎีทั้งหมดจากผู้สอน และมีโปรเจคให้ลองทดสอบความรู้จากที่เรียนมาด้วย ตัวอย่างที่น่าสนใจของเกมที่ถูกยกมาสอนในเนื้อหาการสอนของคอร์สนี้ก็จะมี Super Mario , Pokemon และ Angry Birds เรียกได้ว่าเป็นเกมมีชื่อเสียงกระฉ่อนโลกทั้ง 3 เกมเลยทีเดียว

4.Introduction Artificial Intelligence with Python

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 7 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 199 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 6,200 บาท 

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

เนื้อหาที่จะได้เรียนในคอร์สนี้เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Machine Learning ในภาษา Python ซึ่งการเรียนในคอร์สนี้จะถูกเน้นไปที่การปฎิบัติจริง ผ่านการทำโปรเจค เกี่ยวกับรูปแบบของ Algorithm ต่างๆ 

5.CS50 for Lawyers

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 10 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 99 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 3,100 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

เป็นอีกหนึ่งวิชาที่ค่อนข้างน่าสนใจอย่างมาก เพราะไม่ใช่การเรียนเกี่ยวกับระบบ Computer Science โดยตรง แต่จะเป็นการผสมเรื่องของกฎหมาย กับเทคโนโลยีที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับลุกความในบางสถานการณ์ ที่ทนายอย่างคุณต้องทำงานร่วมด้วย หากใครที่เป็นนักกฎหมาย หรือ นักเรียนกฎหมาย ที่อยากเข้าใจความเกี่ยวข้องกันกับเทคโนโลยีมากขึ้น คอร์สนี้จะเป็นตัวช่วยเหลือได้ดีเยี่ยม แต่อาจจะต้องเตรียมตัวกันมากเสียหน่อย ด้วยระดับความยากของคอร์สนี้ที่ค่อนข้างสูงอย่างมาก

6.Computer Science for Business Professionals

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 6 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

สายนักธุรกิจ ผู้จัดการ แม้กระทั่งผู้ก่อตั้งบริษัท องค์กร หรือคนที่ต้องตัดสินใจเรื่องเทคโนโลยีภายในบริษัท สามารถเข้ามาลงเรียนคอร์สนี้ เพื่อเพิ่มความรู้ในด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบบเต็มประตู เนื้อหารของคอร์สจะเริ่มที่ ภาษาคอมพิวเตอร์ , การคำนวณโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ , การพัฒนาเว็บไซต์ และระบบ Cloud Computer วัตถุประสงค์ของคอร์สนี้คือ ให้นักธุรกิจ หรือผู้ลงเรียนทุกคน มีความมั่นใจ จนสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อบริษัทได้มากขึ้น

7.Understanding Technology

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 6 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

ใครที่รู้สึกว่าขาดทักษะด้านคอมพิวเตอร์ หรือมีพื้นฐานน้อย แต่ในชีวิตการทำงานต้องอยู่กับคอมพิวเตอร์บ่อยครั้งจนน่าหงุดหงิด การเลือกลงเรียนคอร์สนี้ดูจะเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่าอย่างมาก ซึ่งภายในเนื้อหาของคอร์สนี้ จะเป็นเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานล้วนๆ ทั้งเรื่องของ ฮาร์ดแวร์ , ระบบอินเทอร์เน็ต , สื่อมัลติมีเดีย , ระบบความปลอดภัย และการพัฒนาเว็บไซต์ 

8.Mobile App Development with React Native

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 13 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

เป็นอีกหนึ่งคอร์สที่จะสอนการพัฒนาแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือเบื้องต้น ที่จะมีให้เรียนทั้งภาษา Javascript , Javascript Extension และ JSX การเรียนภายในคอร์สจะเน้นไปที่การปฏิบัติทำโปรเจคจริง ในตอนสุดท้ายก่อนที่จะจบคอร์ส ผู้เรียนจะต้องทำโปรเจคของตัวเองโดยพัฒนาแอปพลิเคชั่นของตัวเองขึ้นมา เพื่อเป็นโปรเจคจบนั่นเอง

9.AP Computer Science Principles

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 36 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

คอร์สนี้ถือว่าเป็นคอร์สที่ใช้เวลาเรียนนานมากที่สุด เพราะ AP ในชื่อคอร์ส ย่อมาจาก Advance Placement Program แท้จริงแล้วมันคือ หลักสูตรสำหรับนักเรียนมัธยม ที่ต้องการลงเรียนหลักสูตรล่วงหน้าเพื่อเก็บหน่วยกิตไว้ก่อน ในวิชา Computer Science Principles จะเป็นการเรียนเกี่ยวกับ Algorithm รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหลักสูตรนี้ได้รับการรับรองโดยตรงจากหน่วยงานที่ดูแลหลักสูตรComputer Science โดยเฉพาะ และในตอนสุดท้ายผู้เรียนต้องผ่านการทดสอบ และทำโปรเจคจบเพื่อเก็บหน่วยกิตด้วย

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

จบกันไปแล้วกับ 9 คอร์สออนไลน์Computer Science จากมหาวิทยาลัย Harvard หากใครที่มาสายไหน เลือกเรียนให้เต็มคอร์สสักสายหนึ่ง แล้วรับใบรับรอง(Certificate) มาด้วยจะมีคุณค่าต่อทั้งจิตใจและสายงานนั้นๆ อย่างมาก เพราะมันคือใบรับรองโดยตรงจาก edX ซึ่งจะระบุคอร์สที่คุณเรียน พร้อมลงชื่อ Professor รับรองอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักธุรกิจ ผู้จัดการ หรือมีตำแหน่งหน้าที่ต้องตัดสินใจด้านเทคโนโลยีให้กับบริษัท คอร์สลำดับที่ 6 Computer Science for Business Professionals ถือว่าเป็นอะไรที่เหมาะมาก เพราะจบจากคอร์สนี้ไป การตัดสินใจด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาองค์กรของคุณ จะยกระดับขึ้นไปอีกชั้นได้เลย

เนื่องหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคอร์สเรียนอื่น ๆ : สสว. เปิดคอร์สออนไลน์

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 3 Average: 3]

EDUCATION

แบไต๋ Marketing 5.0 การตลาดแห่งโลกอนาคต

Published

on

เรามักจะคุ้นชินกับทฤษฏีการตลาดหลายแบบ เช่น ทฤษฏี 4P เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันดี เพราะเป็นทฤษฏีขั้นพื้นฐานในการทำการตลาด แต่ ณ ปัจจุบัน ทฤษฏีนี้อาจจะไม่เพียงพอตอบโจทย์ยุคสมัยที่เทคโนโลยี การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ พัฒนาไปค่อนข้างไกล ยิ่งตอนนี้ที่เราอยู่ในยุค 5.0 ผมจึงขอพาทุกคนมาทำความรู้จักทฤษฏีการตลาดในยุค 5.0 สักหน่อยดีกว่า

Marketing Theory ในแต่ละยุค

ก่อนจะไปรู้จักกับ Marketing 5.0 ขอเกริ่นเล่าถึงความเกี่ยวเนื่องกันทางทฤษฏีทางการตลาดของแต่ละยุคก่อนแล้วกัน

  • Marketing 1.0 : เน้นเรื่องสิ้นค้า (Product Centric) แข่งขันกันที่สินค้า ใช้หลัก 4P เป็นทฤษฏีหลักในการทำการตลาด ให้ความสำคัญกับการผลิต และมักเชื่อว่ายิ่งผลิตเยอะ ต้นทุนก็ยิ่งต่ำ
  • Marketing 2.0 : เน้นเรื่องลูกค้า (Customer Centric) เน้นการสร้าง Segmentation เอาใจกลุ่มเป้าหมายให้เกิดการซื้อซ้ำ ดังที่เห็นกลยุทธ์การสมัครสมาชิกร้านค้า และส่วนลดพิเศษเฉพาะลูกค้าสมาชิกระดับพรีเมี่ยม
  • Marketing 3.0 : มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human Centric) ใช้ความเป็นมนุษย์มากกว่าทำการตลาด ใส่ใจ รอบข้าง ให้น้ำหนักกับสังคม มักทำการตลาดเชิง CSR 
  • Marketing 4.0 : จากสื่อตั้งเดิมไปสู้สื่อดิจิทัล (Traditional to Digital) จุดเปลี่ยนของการตลาด เพราะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการตลาด และธุรกิจก็เข้าสู่รูปแบบ Digital มากขึ้น เน้นการขายแบบ Online และทำการตลาด Digital Marketing กันมากขึ้น

Marketing 5.0

Marketing 5.0 หากจะเรียกในชื่อที่เป็นทางการก็คือ “ทฤษฏีการตลาดเทคโนโลยีสำหรับมวลมนุษยชาติ” (Technology for Humanity) ถ้าจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ Marketing 5.0 เป็นการตลาดที่นำ Marketing 3.0 ที่เน้นเรื่องความเป็นทนุษย์ และ Marketing 4.0 การตลาดดิจิทัลมารวมเข้าด้วยกัน

เป็นการตลาดที่ทำเพื่อการดำรงอยู่ของสังคมที่ดี ให้ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น 

นักธุรกิจและนักการตลาดจะปรับตัวให้เข้ากับ Marketing 5.0 อย่างไร?

ทำความเข้าใจใน Target ของเราให้ครบทุก Generation 

เป็น Generation ที่น่าจับตามองมาก เป็นเจนที่มีผลต่อการทำการตลาด 5.0

หัวใจของารตลาด 5.0 คือใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เราเป็นมนุษย์มากขึ้น

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

EDUCATION

วอร์เรน บัฟเฟตต์ กับเคล็ดลับ 5 ข้อในการลงทุนให้ประสบความสำเร็จ

Published

on

เรียนรู้เคล็ดลับ 5 ข้อในการลงทุนของ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’ ซีอีโอของบริษัทเบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ หนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก จากหนังสือ “25 เคล็ดลับการลงทุนของบัฟเฟตต์”

ซื้อธุรกิจไม่ใช่ซื้อหุ้น

บัฟเฟตต์กล่าวไว้ว่า “เมื่อคุณซื้อหุ้น คุณจะได้ซื้อส่วนของธุรกิจนั้นจริงๆ หุ้นไม่มีอะไรในตัวมันเอง นอกจากการเป็นตัวแทนกิจการ” นั่นหมายความว่า ให้คำนึงถึงธุรกิจที่จะลงทุนมากกว่ามูลค่าของหุ้น

ชีวิตที่พอเพียงแบบ วอร์เรน บัฟเฟตต์ - 8columns

จงมองหาบริษัทที่มีแฟรนไชส์

บัฟเฟตต์เปรียบบริษัทที่มีแฟรนไชส์ว่าเหมือนธุรกิจที่มีทั้งกำแพง และคูเมืองล้อมรอบ สามารถป้องกัน และต้านทานศัตรูได้ เป็นเสมือนการรับประกันในความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือในการลงทุนกับธุรกิจนั้น

จงซื้อ Low Tech ไม่ใช่ High Tech

บัฟเฟตต์จะเลือกซื้อหุ้นจากธุรกิจที่เขารัก และสนใจเพราะมันเข้าใจง่าย คาดเดาได้ และมั่นคง แม้จะไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น แต่บริษัทเหล่านี้ให้ความมั่นคงในผลตอบแทนได้ ต่างจากบริษัทคลื่นลูกใหม่ที่มักใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ให้ความหวืดหวา และน่าตื่นเต้น แต่ผลตอบแทนมักจะไม่ตกมาถึงนักลงทุน

ลงทุนแบบมุ่งเน้นคุณค่า

บัฟเฟตต์เชื่อมั่นในการลงทุนกับบริษัทที่มั่นใจว่าดี “เมื่อคุณพบหุ้นที่ดี ทำไมคุณถึงซื้อหุ้นแค่นิดเดียว” เขากล่าว นอกจากนี้บัฟเฟตต์ยังไม่เลือกกลยุทธ์ในการกระจายความเสี่ยง เพราะเขามุ่งเน้นหวังผลในระยะยาวมากกว่า

อย่ามองแค่ราคาหุ้น

บัฟเฟตต์เชื่อว่าเมื่อได้เป็นเจ้าของหุ้นในธุรกิจที่ดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ใจกับราคาหุ้นในระยะสั้นเลย เพราะในระยะยาวธุรกิจเหล่านั้นจะเป็นผู้ดูแลราคาของหุ้นเอง

โดยหลักๆ แล้ว วอร์เรน บัฟเฟตต์ ให้ความใส่ใจกับการลงทุนในระยะยาวมากกว่า เพราะเขามองว่าหากจะลงทุนอย่างมั่นคง ควรมองภาพมุมกว้างมากกว่าการหวังผลในระยะสั้นๆ เพราะนั้นไม่ต่างอะไรจากการพนัน ซึ่งนั่นไม่ใช่วิสัยทัศน์ของนักลงทุน แต่เป็นเพียงนักเสี่ยงดวงเท่านั้น

หนังสือ 25 เคล็ดลับการลงทุนของบัฟเฟตต์ ยังมี แนวคิดอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก หากมีโอกาสสามารถไปหามาลองอ่านกันดูได้นะครับ

ที่มา : https://bit.ly/3n8kR4U

5 บทเรียนความสำเร็จทางธุรกิจจาก ซีรี่ย์เกาหลีมาแรง Start – Up (hip-th.me)

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

EDUCATION

JobsDB เผย “ต้องอัพสกิลการทำงานแบบไหน ให้เป็นที่ต้องการของตลาดในปี 64 นี้”

เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน การทำงานต้องไม่ใช่อาศัยแค่ความเก่งอย่างเดียวเท่านั้น เราต้องมีความชำนาญทั้งด้านทักษะการทำงานรวมถึง Mindset ที่ดี วันนี้เราจึงมาสรุปทักษะการทำงานที่จำเป็นที่ต้องการของตลาดในปี 64 นี้!

Published

on

เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน การทำงานต้องไม่ใช่อาศัยแค่ความเก่งอย่างเดียวเท่านั้น เราต้องมีความชำนาญทั้งด้านทักษะการทำงานรวมถึง Mindset ที่ดี วันนี้เราจึงมาสรุปทักษะการทำงานที่จำเป็นที่ต้องการของตลาดในปี 64 นี้!

ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจาก JobsDB ที่ได้มีการเปิดข้อมูลสายงานใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในประเทศ หลังจากเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 เช่น นักพัฒนา AI ที่ปรึกษาด้านบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญ Business Transformation และ Growth Officer โดยธุรกิจที่มีสัดส่วนและจำนวนในการประกาศงานมากที่สุด คือ

1. กลุ่มธุรกิจไอที นับเป็นเปอร์เซ็นต์ 12.9%
2. กลุ่มธุรกิจการผลิต นับเป็นเปอร์เซ็นต์ 8.1%
3. กลุ่มธุรกิจการค้าปลีก-ส่ง นับเป็นเปอร์เซ็นต์ 6.6%

ส่วนกลุ่มสายงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่
1. สายงานขาย บริการลูกค้า และพัฒนาธุรกิจ 16.0%
2. สายงานไอที 14.7%
3. สายงานวิศวกรรม 9.8%

credit : JobsDB

ทำให้อัตราการแข่งขันในการหางานของคนไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นถึง 20% ในช่วงโควิด-19 โดยมีอัตราการแข่งขันอยู่ที่ 1 : 100 ใบสมัคร

นอกจากนี้ทาง JobsDB ได้รวบรวมสกิลที่จำเป็นที่คนทำงานในปัจจุบันต้องมี เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดแล้วยังเป็นสกิลสำคัญที่นายจ้างหลาย ๆ แห่งก็ต้องการด้วย

Hard skill ต้องมีทักษะความสามารถด้านอาชีพ หรือความชำนาญในการทำงานด้านนั้นๆ เป็นอย่างดี เช่น ความรู้ด้านไอที, ความรู้ทักษะด้านภาษา, การวิเคราะห์ข้อมูล

Soft skill ทักษะที่ขาดไม่ได้ต้องมาควบคู่กับ Hard skill คือ ทักษะด้านสังคมในการอยู่ร่วมกับคนอื่น เช่น ด้านการสื่อสาร, การทำงานร่วมกันเป็นทีม, การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้ หรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว

Meta skill ทักษะด้านความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง การสร้างทัศนคติที่พร้อมจะเติบโตและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เช่น การรู้จักหรือเข้าใจตัวเอง, มีความคิดสร้างสรรค์, มีความยืดหยุ่นทางความคิด

สำหรับสกิลที่สำคัญ ก็ต้องมาพร้อมกับ Mindset ด้วยที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของคนทำงานในยุคเจนเนอร์เรชั่นนี้

Growth Mindset – ต้องมีความเชื่อมั่น เชื่อในศักยภาพของตนเอง, มีกรอบความคิดที่จะพัฒนาตัวเองและองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน, หรือแม้กระทั่งต้องมีความกล้าที่จะเผชิญปัญหา เรียนรู้ และเติบโตไปกับองค์กร

Outward Mindset – เปลี่ยนมุมมองในการทำงาน และการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น, ทำความเข้าใจผู้อื่น, พร้อมหาวิธีแก้ปัญหา

จริงแล้วแม้ว่าสถานที่การทำบ้างแห่งอาจไม่ได้เน้นย้ำทักษะหรือ Mindset มาก แต่การที่เราพยายามเรียนรู้และปรับตัว มันย่อมส่งผลที่ดีในอนาคตสำหรับการทำงานร่วมกับคนอื่นได้ และยังส่งผลดีกับตัวของเราไม่มากก็น้อยอีกด้วย

credit : JobsDB

สำหรับตอนนี้แนวโน้มทางตลาดแรงงานหลังวิกฤต (Wake-up Talk : Job Market Projection after Crisis) ได้ประเมินไว้ว่าเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 จำนวนความต้องการแรงงานในประเทศไทยทั้งจากบนแพลตฟอร์มหางานและช่องทางสื่อกลางออนไลน์อื่น ๆ ฟื้นขึ้นจากจุดต่ำสุดถึง 24.65% โดยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดจากเดือนเมษายน 2563 และเดือนธันวาคม 2563 จากการระบาดระลอกที่ 2

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CONTENT TIPS3 วัน ago

8 แคมเปญการตลาด ที่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น

CONTENT TIPS6 วัน ago

Meta เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ส่งเสริมการช้อปปิ้งผ่านกลุ่ม Facebook

CREATIVITY1 สัปดาห์ ago

Shutterstock เผย 3 สีตัวเต็ง จากเทรนด์สีปี 2022 ที่ควรนำมาใช้

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

เก็บตก โปร 11.11 กลยุทธ์การตลาดแห่งปี ยอดขาย E-commerce แต่ละเจ้าเป็นยังไงกันบ้าง

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

Insight ผู้บริโภคสายบิวตี้ : สื่อสารยังไงให้ตรงใจลูกค้า

EDUCATION3 สัปดาห์ ago

แบไต๋ Marketing 5.0 การตลาดแห่งโลกอนาคต

CONTENT TIPS3 สัปดาห์ ago

“Unicorn” จุดสุดยอดของการเป็นสตาร์ทอัพ

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

ทำไม Food Delivery จึงเป็นหนทางสู่ Super App

MARKETING TIPS1 เดือน ago

พี่อยู่มาทุกยุค! เบื้องหลังความสำเร็จ Oreo ตำนานขนม 100 ปี ที่ครองใจคนทุกยุค

NEWS UPDATE1 เดือน ago

เมื่อ LINE แพลตฟอร์ม Social Media ยักษ์ใหญ่ มาจับธุรกิจ FINN MOBILE เครือข่ายโทรคมนาคมด้วยตัวเอง

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

EDUCATION1 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CONTENT TIPS11 เดือน ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

6149 Views