Connect with us

MARKETING TIPS

ประชันกันตรง ๆ โฆษณาผ่านวิทยุ VS โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดีย!

Published

on

ในช่วงเวลาแบบนี้ต้องยอมรับเลยว่า การเปลี่ยนแปลงของยุคการสื่อสาร แทบจะพลิกเป็นรูปแบบใหม่เกือบ 100% แล้ว เพียงแต่ว่ายังมีการพัฒนา หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอของสื่อเก่า ให้ทันสมัยมากขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่มากขึ้น จึงได้รับความนิยมอยู่บ้างในตลาด ดังนั้นวันนี้ เราจะขอนำเสนอเรื่องการ “โฆษณา” ผ่านช่องทางของสื่อทั้ง 2 อย่าง “การโฆษณาผ่านวิทยุ” และ “การโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย” ว่าปัจจุบันมีความแตกต่างกันยังไงบ้าง ในหัวข้อหลักคือ “Budget ในการทำโฆษณา” 

ข้อมูลการโฆษณากับสื่อ “วิทยุ”

หลายคนอาจมองว่า วิทยุ คือสื่อที่กำลังรอวันตาย ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกรณีนี้ ก็อาจเหมือนกับ “ซอมบี้” ที่ตายไปแล้ว แถมเกิดใหม่มาตายยากกว่าเดิมเพราะข้อมูลล่าสุดเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2563 ได้มีการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมของผู้ฟังวิทยุในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ผู้ฟังวิทยุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จนสามารถดันเวลาเฉลี่ยจาก 14 ชม. 16 นาทีต่อสัปดาห์ ให้สูงขึ้นเป็น 15 ชม. 2 นาทีต่อสัปดาห์ได้ อีกทั้งทุกรายการในวิทยุ ก็มีเรทติ้งเพิ่มขึ้นไปตาม ๆ กันดังนี้

ขอขอบคุณภาพจาก : news1live
  • รายการเพลงสากล มีผู้ฟังเพิ่มขึ้น 28%
  • รายการข่าว และกีฬา มีผู้ฟังเพิ่มขึ้น 1.5% 
  • รายการเพลงลูกทุ่งไทย มีผู้ฟังเพิ่มขึ้น 1% 
  • รายการเพลงไทยสมัยใหม่ มีผู้ฟังเพิ่มขึ้น 20% 

เห็นได้ชัดเจนว่า รายการเพลงมีเรทติ้งที่พุ่งกระฉูดกว่าใครเพื่อนเลย ถึงแม้ว่าจะมีสื่อออนไลน์ แอปพลิเคชั่น ที่สามารถเข้าฟังเพลงได้ง่ายดายอยู่แล้ว ก็ยังมีคนให้ความสนใจในการฟังเพลงผ่านวิทยุอยู่เช่นกัน 

ข้อมูลการโฆษณากับสื่อ “โซเชียลมีเดีย”

สื่อใหม่ที่เข้าแทรกแซงสังคมปัจจุบัน จนส่งผลได้อย่างแพร่หลาย มีอิทธิพลต่อทั้งด้านจิตใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะด้วยความสามารถอย่างการเชื่อมต่อคนต่างพื้นที่ ต่างวัฒนธรรม ให้มารวมกันอยู่บนสังคมออนไลน์เดียวกันได้ มันจึงทำให้การเข้าถึงเนื้อหาต่าง ๆ นั้นง่ายมากขึ้น ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะแสดงความเป็นปัจเจกบุคคล หรือร้านค้าต้องการจะโพสต์ข้อความขาย เชิญชวนอะไรก็ตามแต่ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้หมด อย่างเช่นสื่อหลักตอนนี้คือ “Facebook” ที่มีผู้เข้าใช้งานหลายสิบล้านในประเทศของเรา

ขอขอบคุณภาพจาก : datareportal
  • มีคนไทยใช้งาน Facebook ถึง 47 ล้านคน
  • แถมมีระบบครอบคลุมเรื่องการทำ Business ทั้ง Account for Business , Email Marketing , Advertising และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • เข้าถึงได้ง่าย เพราะมีคอนเทนต์หลากหลายไลฟสไตล์
  • ผู้คนสามารถเลือกสิ่งที่ตนเองสนใจ และรับรู้เพียงเฉพาะบางกลุ่มได้
  • กฎการควบคุมเรื่องเนื้อหาค่อนข้างชัดเจน มีความปลอดภัยหลาย ๆ ด้าน

ทำให้ยุคปัจจุบันนี้ ทุกคนที่เข้าใช้งาน “Facebook” ได้รับโฆษณาผ่านการเลื่อนฟีดไทม์ไลน์หลายต่อหลายครั้ง โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว หรือไหนจะเป็นเรื่องอัลกอลิทึมสุดฉลาด ที่ทำให้การเสนอสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการตอบโจทย์ และตรงเป้ามากขึ้นไปอีก

เปรียบเทียบกันแบบหมัดต่อระหว่างการโฆษณาของ “วิทยุ” กับ “โซเชียลมีเดีย” 

โฆษณาวิทยุ

ข้อมูลล่าสุดของ “วิทยุ” จากการจัดเรทติ้งคลื่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 5 อันดับ พร้อมกับราคาเหมาจ่ายในการโฆษณาดังนี้

ขอขอบคุณภาพจาก : jindamanee
  • อันดับที่ 1 ลูกทุ่งมหาชน FM 95 รวม 9 สปอต / 3 วัน ในราคา : 19,000 บาท
  • อันดับที่ 2 Cool Fahrenheit รวม 6 สปอต / 2 วัน ในราคา : 27,000 บาท
  • อันดับที่ 3 จส 100 รวม 12 สปอต / 4 วัน ในราคา : 24,000 บาท
  • อันดับที่ 4 ลูกทุ่งรักไทย FM 90 รวม 6 สปอต / 2 วัน ในราคา : 13,200 บาท
  • อันดับที่ 5 One FM 103.5 8 สปอต / 2 วัน ในราคา : 22,400 บาท
ขอขอบคุณภาพจาก : jindamanee

ทั้ง 5 อันดับนี้คือรายการ Top Rating มากที่สุดในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เป็นราคาเหมาในแต่ละแพ็คเกจ ซึ่งยังไม่รวมค่าผลิตสปอตโฆษณาวิทยุอีก ทำให้เราอาจต้องจ้างบริษัทที่รับผลิตโดยตรงเพิ่มเข้าไปอีก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8,000 – 10,000 บาท

สรุป : หากมีงบประมาณ 15,000 บาทในการโฆษณาสปอต “วิทยุ” เลือก อันดับ 1 ลูกทุ่งมหาชม FM 95 ทั่วประเทศ สปอตละ 8,000 บาท สิ่งที่ได้คือ

  • ได้โฆษณาทั้งหมด 2 สปอต 
  • มีผู้ฟังเป็นอันดับ 1 ของคลื่นวิทยุทั้งหมด
  • มีผู้ฟัง Gen X(40-59 ปี) เยอะสุดที่ 1,380,000 คน
  • มีผู้ฟัง Gen Y(20-39ปี) เยอะสุดที่ 732,000 คน
  • มีผู้ฟัง Baby Boomer(60-71ปี) เยอะที่สุด 699,000 คน
  • มีผู้ฟัง Gen Z(12-19ปี) เยอะที่สุด 198,000 คน

รวมยอดผู้ฟังพีคสุดคือ 3,000,000 คน ซึ่งอาจมีการคาดเคลื่อนในแต่ละปี โดยที่มีความยากลำบากอย่าง การติดต่อซื้อขาย , ความสนใจจริง ๆ ของผู้ฟัง หรือช่วงอายุ กลุ่มเป้าหมายที่สนใจ ถ้าหากเราลงสปอตในสิ่งที่ผู้ฟังไม่สนใจ ก็เหมือนเป็นการ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” ทิ้งไปเสียอย่างนั้น ต่อให้น้ำพริกอร่อยแค่ไหน ก็ไม่มีใครอยากชิมอยู่ดี

โฆษณาโซเชียลมีเดีย

ในส่วนของการโฆษณาผ่าน “Facebook” ณ ปัจจุบันนี้มีหลายบริษัทให้คุณได้เลือกใช้บริการ ทั้ง Digital Marketing , Media Agency และอีกหลายรูปแบบที่สามารถหาได้ง่าย ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต ยกตัวอย่างเช่น Rating การให้บริการอย่างครบวงจรของทางเรา H.I.P Marketing Studio ที่รับดูแลทั้งการผลิต Content Social Media , Advertising และการวางแผนเพื่อการตลาดครบวงจร มีราคาแพ็คเกจดังนี้

  • SET A 7,500 บาท / เดือน ทำโพสต์ลงเพจ 15 โพสต์
  • SET B 15,000 บาท / เดือน ทำโพสต์ลงเพจ 15 โพสต์ + ยิงแอด(ไม่รวมงบ) 
  • SET C1 19,500 บาท / เดือน ทำโพสต์ลงเพจ 15 โพสต์ + ยิงแอด(รวมงบ 8,000 บาท)
  • SET C2 25,500 บาท / เดือน ทำโพสต์ลงเพจ 15 โพสต์ + ยิงแอด(รวมงบ 15,000 บาท) 

ซึ่งการโพสต์ลงเพจอย่างต่อเนื่อง ก็เหมือน “เรามีหน้าร้านค้า บนสังคมออนไลน์อยู่ด้วย” โดยทาง H.I.P Marketing Studio รับทำโพสต์ลง Facebook แต่ยังรับยิงแอดทั้ง Google , Facebook และส่วนอื่น ๆ ด้วย การยิงแอดนี่ก็คือ “หัวใจหลัก” ของการโฆษณาบน “โซเชียลมีเดีย” ที่ต้องผ่านขั้นตอนการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด , การวางงบประมาณให้เหมาะสม , การวางแผนเพื่อให้โฆษณามีประสิทธิภาพสูงที่สุด

สรุป : การยิงแอดโฆษณาผ่าน “Facebook” ด้วยงบประมาณ 15,000 บาท โดยเลือกทีม H.I.P Marketing Studio ในแพ็คเกจ SET C2 สิ่งที่ได้คือ

  • สามารถทำโฆษณาได้แบบไม่จำกัดแคมเปญ ในงบ 15,000 บาท
  • มีผู้ใช้งาน Facebook หลายสิบล้านคนที่สามารถเห็นโฆษณาของคุณได้
  • สามารถเริ่มต้นยิงแอดได้วันละ 1,000 บาท
  • มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรงที่ 40,000 – 60,000 คน
  • จากการแสดงผลของโฆษณากว่า 70,000 – 100,000 ครั้ง

โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการหว่านกลุ่มเป้าหมาย ให้ตรงกับธุรกิจเพียงเท่านั้น ยังไม่ได้มีการคำนวณ หรือวิเคราะห์ปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยตัวเลขประมาณนี้บน Facebook นับว่ามีจำนวนมาก และน่าสนใจตรงที่ว่า “จะเกิดการซื้อขายโดยตรงผ่าน Facebook Page” ได้ดีกว่าการใช้สปอตวิทยุโฆษณาด้วยคำพูดอย่างเร็ว เพียงไม่กี่วินาที แถมติดต่อซื้อขายก็ไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่นักสำหรับลูกค้า 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

MARKETING TIPS

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

Published

on

เป็นที่รู้กันดีทั่วโลกว่า ช็อกโกแลตพรีเมียมยี่ห้อ Godiva นั้นเป็นช็อกโกแลตสุดพรีเมียมในสายตาของใครหลาย ๆ คน ทั้งในผู้ใหญ่และรวมถึงเหล่าคนอายุน้อยด้วย ซึ่งในต่างประเทศ ช็อกโกแลต Godiva นี้มักจะถูกนำไปให้เป็นของขวัญแก่ผู้ใหญ่ในเทศกาลพิเศษ ๆ อย่างคริสต์มาส เพราะด้วยราคา Box set ที่สูง เริ่มต้นที่ $200 ทำให้ Godiva ไม่ได้เป็นช็อกโกแลตที่สามารถบริโภคได้ปกติทุกวัน

เมื่อปี 2020 ช่วงที่โควิดเข้ามาถล่มเศรษฐกิจและตลาดในหลายอุตสาหกรรม Godiva ก็เป็นหนึ่งในเหยื่อของพิษเศรษฐกิจในครั้งนั้น ทำให้ต้องปิดตัว Godiva Boutique ไปกว่า 128 ในโซนอเมริกาเหนือ จึงทำให้ต้องเปิดไลน์ไอศกรีมเพิ่ม และเปลี่ยนแพ็คเกจสินค้า, ราคาให้ผู้คนจับต้องได้ง่ายมากขึ้นเพื่อเพิ่มยอดขาย และผลลัพธ์นั้นก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ

ในแคมเปญปัจจุบัน Godiva มีความตั้งใจให้ผู้บริโภคอายุน้อยเข้าถึงช็อกโกแลตพรีเมียมของพวกเขาได้มากขึ้น สโลแกน “Godiva is Chocolate” จึงเกิดขึ้นมา เพื่อให้ผู้บริโภคได้นำช็อกโกแลตยี่ห้อนี้เข้ามาอยู่ในกิจกรรมชีวิตประจำวันกันมากขึ้น

โฆษณาเพื่อให้เห็นภาพการใช้ในชีวิตประจำวัน

จากการร่วมงานกับครีเอทีฟเอเจนซี TracyLocke ที่ผลิตโฆษณาออกมานำเสนอการนำช็อกโกแลต Godiva เข้ามาอยู่ในกิจวัตรที่สามารถเกิดขึ้นได้ ทำให้ Nurtac Afridi CEO ปัจจุบันของ Godiva พอใจมากที่สามารถนำเสนอ Message เหล่านี้ไปยัง Audience ที่กว้างขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวแอดที่นำเสนอเรื่องราวของหญิงสาวที่รอทานข้าววันเกิดกับเพื่อน แต่ก็อดใจไม่ไหวกับช็อกโกแลต Godiva ที่ตั้งใจนำมาให้เป็นของขวัญเพื่อน จนต้องเปลี่ยนแพลนเอาหนังสือที่พกมาอ่านรอเพื่อให้เป็นของขวัญแทน หรือในอีกหลาย ๆ Scenario ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของคนธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ใช่เป็นสถานการณ์ในช่วงเทศกาลเท่านั้น

https://www.youtube.com/watch?v=2Ei9jfaJnQw

รวมไปถึงการดึงตัว Chris Evans หรือกัปตันอเมริกามาเป็น Brand’ s Voice Ambassador ฉีกกฎการโฆษณาช็อกโกแลตพรีเมียมโดยการใช้เสียงพากย์ผู้ชายที่ดูเป็นธรรมชาติ ให้ฟีลความเป็นกันเองของแบรนด์ High-end และดูเข้าถึงง่ายมากขึ้น

ถึงแม้จะแมส แต่ก็ยังคงความ High-end เอาไว้

CEO Afridi อธิบายว่าการขยายฐานลูกค้าในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการดึง Position ของแบรนด์ที่อยู่ในระดับ High-end ลงมาให้ต่ำลง เพราะแพลตฟอร์มในการขายของขวัญพรีเมียมยังคงมีอยู่ ซึ่งโจทย์ข้อนี้ก็เป็นความท้าทายอยู่เหมือนกัน เพราะโดยปกติแล้ว ผู้บริโภคที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปจะเลือกให้ช็อกโกแลต Godiva เป็นของขวัญวันคริสต์มาส เพราะในสายตาของพวกเขา ช็อกโกแลตยี่ห้อนี้ Represent ถึงความหรูหรา อารมณ์เหมือนกระเช้าราคาแพงที่บ้านเรามักจะมอบให้ผู้ใหญ่ตามเทศกาลสำคัญ ๆ ค่ะ ซึ่งสำหรับกลุ่มผู้บริโภคนี้ Godiva จะถูกเอาขึ้นหิ้งเกินกว่าที่จะเป็นช็อกโกแลตทั่วไป

ในขณะเดียวกัน ความคิดของผู้บริโภครุ่นหลังหรือมีอายุน้อยลงมาก็คิดว่า Godiva คือสิ่งที่แพง และมีค่า ถึงแม้กระทั่งคิดว่า บางทีฉันคงไม่คู่ควรที่จะกินมัน ก็มี แต่เมื่อได้เปลี่ยนแพ็คเกจ ลดราคา และวางขายตามห้างค้าปลีกทั่วไปดูแล้ว ผู้บริโภคกลุ่มอายุน้อยก็กล้าซื้อช็อกโกแลตมากขึ้นนอกเหนือจากเทศกาลสำคัญ ลดหลั่นมาเป็นโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด หรือของขวัญขอบคุณ

ทุ่มงบโฆษณาเป็น 2 เท่า ลง Omnichannel

ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขออกมาว่า Godiva ใช้เม็ดเงินในการโฆษณาไปเท่าไหร่ แต่ CEO ได้ออกมาบอกว่าในกลยุทธ์ครั้งนี้ พวกเขาได้ทุ่มงบเป็นสองเท่าในปี 2022 นี้ โดยโฆษณา Godiva is Chocolate จะถูกปล่อยไปทั่วโลกในพื้นที่สหรัฐ, แคนนาดา, ยุโรป, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา และจีน รวมไปถึงการเดบิวต์ของแบรนด์บน TikTok เนื่องด้วยการให้ความสำคัญบนช่องทางโซเชียลเป็นหลักนั่นเอง

และแพลนของการวางสื่อ Out-of-Home ในพื้นที่สหรัฐนั้นจะใช้ Digital billboard บน Times Square รวมไปถึงป้ายบิลบอร์ดธรรมดา

แต่อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Godiva ในช่วง 52 วีคที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นเกือบ 3 เท่าของการวางขายในห้างค้าปลีกแบบปกติเลยทีเดียว

อ้างอิง : AdAge

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

MARKETING TIPS

แบรนด์กับการแสดงจุดยืน เพราะแค่ขายของอย่างเดียวมันไม่พอ

Published

on

หากเปรียบเทียบไปถึงในสมัยก่อนที่มุกเสี่ยว #ความรักก็เช่นกัน นั้นฮิตมาก มีอยู่ทุกที่ และถูกนำมาโยงเข้ากับทุกอย่างที่นักผลิตคอนเทนต์ (ทั้งคนทั่วไปและมืออาชีพ) ใช้ปล่อยเพื่ออิงกระแสไป สมัยนี้คงกลายมาเป็น  #การเมืองก็เช่นกัน เพราะสถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงในปัจจุบัน ยิ่งทำให้คนมีความอ่อนไหว และความคาดหวังมากขึ้น ส่งผลให้สิ่งรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับพวกเขานั้นต้อง Resonance ไปกับความคิดและความเชื่อพวกเขาด้วยนั่นเอง ดังนั้นการแสดงจุดยืนของแบรนด์ (Brand positioning) ในทางการเมืองจึงเป็นอีกหนึ่งความกดดันที่ทำให้แบรนด์นั้นต้องหันมาเลือกข้างเพื่อรักษาลูกค้าเอาไว้

แค่อยากขายของเฉย ๆ ไม่ต้องยุ่งการเมืองไม่ได้หรอ

จากผลสำรวจของบริษัท Sprout Social บริษัทวิเคราะห์สื่อโซเชียลมีเดียและสังคมออนไลน์ ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคชาวอเมริกันจำนวน 1,000 คนในปี 2018 บนหัวข้อเรื่อง การแสดงจุดยืนเกี่ยวกับประเด็นสังคมและการเมืองของแบรนด์ และพบว่า 

  • ผู้บริโภคกว่า 66% ต้องการให้แบรนด์แสดงจุดยืนทางการเมืองและปัญหาสังคม
  • 58% อยากให้แบรนด์ใช้ ‘ช่องทางโซเชียล’ ในการแสดงออกทางจุดยืนทางการเมือง

นอกจากนี้ยังพบว่า แบรนด์ที่ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองนั้นทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกดีด้วยและมีเอนเกจที่ดีต่อแบรนด์

นอกจากนี้การแบ่งแยก หรือแสดงจุดยืนนั้นก็มีการเริ่มต้นมาจากแบรนด์ด้วยนั่นเองค่ะ เพราะเมื่อแบรนด์ได้ทำ Persona ออกมา ก็มักจะมีเรื่องความเชื่อ, ไลฟ์สไตล์ มากมายมาเกี่ยวข้อง ทำให้ภาพลักษณ์ที่แบรนด์นำเสนอออกไป เป็นการคัดเลือกกลุ่มลูกค้าเข้ามาด้วยนั่นเอง อย่างเช่น ลูกค้าที่เลือกสวมเสื้อผ้าแบรนด์ Chanel นั้นจะมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากลูกค้าที่เลือกสวมเสื้อผ้าของแบรนด์ Celine อยู่แล้วค่ะ

ดังนั้น ถึงแม้จนแล้วจนรอดยังไง แรงกดดันของผู้บริโภคที่มีต่อการแสดงจุดยืนของแบรนด์ก็จะบีบบังคับให้แบรนด์ออกมาเทคแอคชัน และแสดงจุดยืนทางการเมืองในที่สุดค่ะ หากทางแบรนด์คิดว่าการเพิกเฉยคือทางออก ทางเลือกนี้อาจจะไม่ได้เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผลกระทบที่จะเกิดตามมาสักเท่าไหร่

วิธีแสดงจุดยืนยังไงให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด

ก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักกับ Brand democracy และ Brand activism กันค่ะ 

Brand democracy คือ การเลือกข้างที่แท้จริงค่ะ อย่างเช่น แบรนด์นี้จะเลือกอยู่ฝ่ายเสรีนิยม หรืออนุรักษ์นิยม กล่าวคือเป็นการแสดงอุดมการณ์ทางการเมืองของแบรนด์ออกมาอย่างชัดเจนเลย แล้วให้ลูกค้าเป็นผู้ตัดสิน เลือกที่จะสนับสนุนเราต่อไปไหมค่ะ

Brand activism เป็นเหมือนการขับเคลื่อนสิทธิ และสังคมที่ให้เป็นสถานที่ที่น่าอยู่มากขึ้น มากกว่าการเลือกแบ่งฝ่ายทางการเมืองอย่างชัดเจนค่ะ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในบ้านเราเลยก็คือแบรนด์แสนสิริค่ะ ที่ได้ออกแคมเปญสนับสนุนเรื่อง LGBTQ ทั้งกับพนักงานของตัวเอง และนโยบายการปล่อยสินเชื่อกู้ร่วมสำหรับคู่รักเพศเดียวกันค่ะ

รูปจาก FB page : Sansiri PLC

เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์แล้วล่ะค่ะว่า ณ ตอนนี้สถานการณ์ของเราเหมาะที่จะเลือกแสดงจุดยืนในแบบไหน

สุดท้ายนี้ เรื่องการเมืองสมัยนี้ไม่ใช่เพียงแค่พรรคพวกอย่างเดียวแล้ว เพราะผู้บริโภคจะมองลึกลงไปถึงสิทธิและรูปร่างหน้าตาความเป็นอยู่ หรือมองกันหลายมิติกันมากขึ้น ยกตัวอย่างกรณีของลาซาด้าที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าตัวละครในคอนเทนต์นั้นจะมีการล้อเลียน แต่หากเป็นเรื่องของโรคและความเจ็บป่วยที่ถูกหยิบยกมาเมคฟันด้วยนั้น ถึงแม้จะเป็นฝั่งตรงข้าม แต่ผู้คนก็ต่างสร้างกระแสลบตีกลับ ไม่ได้บันเทิงหรือเห็นด้วยค่ะ ดังนั้น ‘จุดยินทางการเมือง’ นั้นจะตีความแบน ๆ เหมือนในอดีตไม่ได้อีกแล้ว เป็นอีกสิ่งที่แบรนด์จะต้องคิดให้รอบคอบหลายมิติกันมากขึ้นค่ะ 

อ้างอิงข้อมูล : การตลาดวันละตอน, Brand Inside, workpointTODAY

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

สรุป 5 เทรนด์พฤติกรรมแต่ละ Gen เลือกเสพสื่อบันเทิงปี 2022 ที่ควรรู้

Published

on

ปฏิเสธไม่ได้ว่า..พฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละ Gen ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักตลาดจำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้ทำความเข้าใจพฤติกรรมแต่ละ Gen อย่างลึกซึ้ง เพื่อเตรียมปรับแผนให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนเปลี่ยนไปหลังจากเจอวิตกฤตการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19 นานหลายปี ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดการเรียนรู้และปรับตัวรับมือต่อสถานการณ์อยู่เสมอ ดังนั้นสื่อออนไลน์จึงเป็นศูนย์บรรเทาความเครียดจากการทำงานและอื่นๆ 

ลองมาดูกันสิว่า…จากการรายงานของ GWI ได้สรุปเทรนด์การเสพ สื่อบันเทิง ของแต่ละ Gen เป็นอย่างไรบ้าง

ขอขอบคุณรูปภาพ : Netflix Brass Reacts To Disney’s Streaming Strides: “Super-Impressive” But Not Quite ‘Bridgerton’ Buzz – Deadline

TV online

เรียกได้ว่าในปี 2022 “ทีวีออนไลน์” กลายเป็นสื่อเคลื่อนที่เข้าถึงง่ายที่สุดในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา กับการก้าวหน้าของโลกดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ทำให้การเติบโตของทีวีออนไลน์เพิ่มขึ้น และทีวีออกอากาศลดน้อยลงอย่างสิ้นเชิง

โดยแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ Nexflix หรือ Disney กำลังมองหาช่องทางขยายฐานลูกค้าใหม่อยู่เสมอ ด้วยการเปิดให้ผู้บริโภคสมัครสมาชิกที่เต็มใจจ่าย พร้อมเสิร์ฟเนื้อหาที่ผู้บริโภคสามารถเลือกเสพได้หลากหลายกว่าทีวีออกอากาศ

ขอขอบคุณรูปภาพ : TikTok จะช่วยให้ครีเอเตอร์เพิ่มแอพขนาดเล็กลงในวิดีโอ – The Verge

Tiktok Video 

Tiktok เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดสามารถเข้าถึงได้ทุก Generations ทั่วโลก โดยอัตรากลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสนใจมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในปี 2021 ได้แก่ Baby Boomer กว่า 92%  

ซึ่งปัจจุบันผู้คนให้ความสนใจเนื้อหาวิดีโอมากกว่าการเสพคอนเทนต์แบบ Text ทำให้ในหลายๆ แพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Instagram หรือ Facebook หันมาพัฒนารูปแบบวิดีโอสั้น และเพิ่มลูกเล่นฟีเจอร์เอฟเฟกต์ต่างๆ เพื่อสร้างรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายของเหล่านักตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

ขอขอบคุณรูปภาพ : Creating a Spotify Like Music Streaming App, Service or Website That Actually Boost Your Revenue | HackerNoon

Streaming

จากการรายงานของ Spotify เผยว่า กว่า 40% ของรายได้โฆษณาปี 2021 เพิ่มขึ้นจากปี 2020 เป็น 15% ของรายได้รวม โดยกลุ่ม Baby Boommer นิยมฟังเพลงบนวิทยุเฉลี่ยละ 1 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการฟังเพลงบนสตรีมเพียง 40 นาทีเท่านั้น ตัดภาพมาที่ Gen Z ใช้เวลาฟังเพลงบนสตรีมเกือบ 2 ชั่วโมง และ ฟังเพลงบนวิทยุ เฉลี่ย 46 นาที เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อัตราผู้ฟังเพลงบนสตรีมเพลงเพิ่มขึ้น 13% ต่อสัปดาห์ เป็นการเปิดฟังระหว่างทำงาน ระหว่างทำการบ้าน หรือช่วงเวลายามว่าง เพื่อผ่อนคลายสมองนั่นเอง

ขอขอบคุณรูปภาพ : The Best Gaming Phone Out There Is Also the Cheapest & You’ve Probably Never Heard of It « Smartphones :: Gadget Hacks

Gaming

ปัจจุบันตลาดเกมเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และผู้หญิงจำนวนมากนิยมหันมาเล่นเกมเพิ่มขึ้นในอัตรา +5% ซึ่ง Mobile Game สามารถทำให้ตลาดเกมสูงขึ้น ตั้งแต่ปี 2559 โดยมีอัตราเพิ่ม 8% สำหรับเกมที่ให้ดาวน์โหลดเล่นฟรีบนมือถือ ช่วยดึงดูดความสนใจชาวเกมเมอร์ทั้งหลายกว่า 34% เมื่อเทียบกับอัตราการซื้อเกมบนร้านค้าออนไลน์ เพียง 18% เท่านั้น

โดยหลายแพลตฟอร์มพยายามเปิดพื้นที่สร้าง Communication แก่เหล่าเกมเมอร์เพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างการเล่นเกม เช่น Discord เพื่อให้การเล่นมีอรรถรสและสร้างความสัมพันธ์แก่ผู้เล่นในทีมอีกด้วย

ขอขอบคุณรูปภาพ : Esports Purists Need To Stop Looking Down On Mobile Esports – Mineski.net

E-sport

สำหรับวงการเกมอีสปอร์ตกำลังเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก และผู้ติดตามจำนวนมากหันให้ความสนใจการแข่งขันเกมต่างๆ การจัดงานอีสปอร์ตขึ้นนี้มักจะได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ดังที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าร่วมการโปรโมตภายในตัวด้วยนั่นเอง

โดยผู้ชายมีอัตรา 59% และผู้หญิงมีอัตรา 40% เท่านั้น เกือบเทียบเท่ากัน ซึ่งแต่ละ Generations เล่นเกมมากที่สุดได้แก่ Millennials (67%) รองลงมา Gen Z (64%) ,Gen X (47%) และ Babay Boomer (30%) 

อย่างไรก็ตาม สื่อวงการบันเทิงยังคงมีอัตราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพแวดล้อมของแต่ละ Gen ส่งผลให้เกิดความตึงเครียด ต้องการมองหาพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย นักการตลาดควรมองหาแนวโน้มและทิศทางความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ เพื่อดึงความสนใจได้อย่างแม่นยำ


อ้างอิง : GWI

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
MARKETING TIPS2 เดือน ago

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

MARKETING TIPS2 เดือน ago

แบรนด์กับการแสดงจุดยืน เพราะแค่ขายของอย่างเดียวมันไม่พอ

MARKETING TIPS2 เดือน ago

สรุป 5 เทรนด์พฤติกรรมแต่ละ Gen เลือกเสพสื่อบันเทิงปี 2022 ที่ควรรู้

CONTENT TIPS2 เดือน ago

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

MARKETING TIPS2 เดือน ago

4 เสาหลักสำคัญ ของการทำ Customer Retention

ตลาดสัตว์เลี้ยง
NEWS UPDATE2 เดือน ago

โลตัส Pet Us เจาะกลุ่ม Pet Humanization เทรนด์ ตลาดสัตว์เลี้ยง กำลังมาแรง!!

NEWS UPDATE2 เดือน ago

คาดการณ์จากนักวิเคราะห์ Gartner : หาก Netflix มีโฆษณา

MARKETING TIPS2 เดือน ago

OOH กำลังกลับมา : เปิด 4 อินไซต์เพื่อสร้างอิมแพคให้เวิร์กกว่าเดิม

CONTENT TIPS3 เดือน ago

คอนเทนต์แบบไหนโดนใจผู้ใช้ Facebook, IG, Twitter, TikTok มาที่สุด ฉบับปี 2022

Jojo
ENGLISH NEWS3 เดือน ago

JoJo Maman Bébé พร้อมเข้าสู่การผลัดเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE3 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

CONTENT TIPS2 ปี ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

EDUCATION2 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

1630 Views