Connect with us

MARKETING TIPS

ศึกกลยุทธ์ House Brand เมื่อปลาใหญ่สวมรอยเป็นปลาเล็ก ดราม่าสะท้านแบรนด์ใหญ่

กลยุทธ์การทำ House Brand หรือการผลิตสินค้าที่ติดยี่ห้อของร้านค้าปลีกเพื่อนำมาวางขายเทียบกับแบรนด์ของสินค้าที่มียี่ห้อ (National Brand) ในราคาที่ถูกกว่านั้นดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราเห็นได้ทั่วไป เพราะต้องการสร้างจุดเด่นเรื่องราคาที่เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่เข้ามาชอปในร้าน และต้องการสร้างส่วนแบ่งกำไรของตนเอง

Published

on

กลยุทธ์การทำ House Brand หรือการผลิตสินค้าที่ติดยี่ห้อของร้านค้าปลีกเพื่อนำมาวางขายเทียบกับแบรนด์ของสินค้าที่มียี่ห้อ (National Brand) ในราคาที่ถูกกว่านั้นดูเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราเห็นได้ทั่วไป เพราะต้องการสร้างจุดเด่นเรื่องราคาที่เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่เข้ามาช้อปในร้าน และต้องการสร้างส่วนแบ่งกำไรของตนเอง

ซึ่งหลาย ๆ ค้าปลีกตัวใหญ่นั้นก็ได้ทำการเริ่มจากการสร้างฐานลูกค้าโดยการออกจำหน่ายสินค้าประเภท FMCG (Fast-moving consumer goods) และสินค้าทั่วไปกันก่อน เพื่อให้ผู้บริโภคนั้นไม่ได้รู้สึกแย่กับแบรนด์แต่เป็น “ทางเลือกใหม่” หรือ สินค้า “ทดแทน” ที่มีราคาถูกลงกว่าเดิม แล้วจึงต่อยอดไปเป็นสินค้าที่มี Position สูงขึ้น พรีเมี่ยมขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งสินค้าบริโภค/ของใช้ อีกต่อไป ตามสูตรพีระมิดมาสโลว์

house brand

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ตัวสินค้า” แต่เป็นการ “สวมรอย”

อย่างในต่างประเทศนั้นทางค้าปลีกตัวใหญ่ ๆ อย่าง วอลล์มาร์ท เทสโก้ หรือคาร์ฟูร์ ก็ได้ทำสินค้า House Brand ออกมาวางจำหน่ายบน Shelf ในห้างร้านของตัวเองเหมือนกัน

เมื่อมองตามหลักการและเหตุผลของกลยุทธ์ House Brand ที่สามารถขายสินค้าในราคาที่ถูกกว่าแต่ยังคงได้กำไรก็เพราะว่ามีข้อได้เปรียบตรงที่สินค้านั้นวางขายที่ห้างร้านเอง ไม่ต้องเสียเงินทำการโฆษณาสินค้าเหมือนกับแบรนด์อื่น รวมไปถึงต้นทุนที่ต่ำกว่า

แต่บ้านเรานั้นจะมีกรณีแตกต่างออกไป ซึ่งปัญหานั้นจะไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้าหรือราคาที่ถูกกว่าแต่อย่างใด แต่เป็นการตั้งใจ “สวมรอย” แทนแบรนด์อื่น ๆ ที่มีสินค้าวางขายในร้านนั้นเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นการ “ตั้งใจ” ทำแพ็กเกจจิ้งที่คล้ายคลึงมาก ๆ ออกมา หรือการใช้คำที่เหมือนกันบนตัว Label ของสินค้า หรือการโฆษณาที่ “เคลม” ว่าคุณสมบัติสินค้าของตัวเองเหมือนกับแบรนด์อื่น ๆ ออกมา

ตัวใหญ่มักล้มดัง Topic นี้เลยกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง

เมื่อมี “เพจ”  รีวิวเพจหนึ่งที่มีการนำโลโก้และสินค้าตัวใหม่ของ “ร้านสะดวกซื้อ” แบรนด์หนึ่งไปใช้ในการรีวิว สื่อสารว่าน้ำจิ้มว่าอร่อย “เหมือน” กับของแบรนด์ต้นตำรับ และเมื่อทางผู้บริหารแบรนด์ต้นตำรับทราบเรื่องก็ได้ทวีตข้อความว่า “…การที่มาชวนเราทำแล้วเราไม่ทำ นี่คือผลตอบแทนของการไม่ศิโรราบพี่ใหญ่” 

เคสนี้จึงยิ่งชี้ให้เห็นได้ชัดว่าปลาใหญ่กำลังสวมรอยเป็นปลาเล็กเพื่อเข้ามาจัดสรรพื้นที่ขายเพื่อคัดสินค้าของตัวเองขึ้นวางมาแทนสินค้าของแบรนด์เจ้าแรก

ซึ่งเคสตัวอย่างอื่น ๆ ของร้านสะดวกซื้อเจ้านี้ได้เคยเกิดขึ้นกับแบรนด์อื่นมาแล้ว อย่างเช่น เครื่องดื่มแลคโตบาซิลลัส แซนด์วิช และขนมเค้กสอดไส้คัสตาร์ดรสกล้วย

รูปจาก FB Page BrandAge Online

การทำ House Brand นั้นไม่ผิด แต่หากพรีเซนเทชั่นหรือการนำเสนอที่ไม่ว่าจะใช้ช่องทางไหนก็ตามแล้วทางเฮ้าส์แบรนด์ดูตั้งใจจะเคลมคุณสมบัติจากแบรนด์ต้นแบบมา ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างผลเสียให้กับทางห้างร้านมากกว่าผลดี ยังเป็นการสร้างความสับสนให้กับผู้บริโภคอีกด้วย

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

MARKETING TIPS

Insight ผู้บริโภคสายบิวตี้ : สื่อสารยังไงให้ตรงใจลูกค้า

Published

on

กลายเป็นสินค้า Red Ocean กันไปแล้วทุกวันนี้ สำหรับสินค้าจำพวก Fashion and Beauty แล้วในเมื่อแข่งขันกันสูงแบบนี้ ลองมาดู Insight ผู้บริโภคสายบิวตี้ (Prestige Beauty) จาก The 1 Insight กันดูดีกว่าว่า ต้องสื่อสารแบบไหนถึงจะถูกใจสาว ๆ ทุกคน

Ritualist ซื้อซ้ำ

Beauty product mockup psd in pastel set, remixed from vintage illustrations published in Très Parisien

Product ที่ชอบ : หมวดสกินแคร์ครบเซ็ต

ยอดซื้อต่อปี (โดยประมาณ) : 40,000 บาท

พฤติกรรมการชอป

  • ชอบซื้อผลิตภัณฑ์เดิมซ้ำ ๆ
  • ไม่ค่อยเลือกซื้อสินค้าหลากหลายแบรนด์
  • น้อยมากที่จะลองผลิตภัณฑ์ใหม่

Marketing tips

ลูกค้ากลุ่มนี้คือลูกค้าที่มี Brand loyalty สูงมาก แนะนำเน้นสร้างความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ เช่น จัดกิจกรรมพิเศษให้ลูกค้า Top spender หรือแนะนำสินค้าตัวใหม่ที่ใกล้เคียงกับสินค้าตัวเดิมที่ลูกค้าคุ้นเคยอยู่แล้ว

Trialist ชอบลอง

Product ที่ชอบ : สินค้าออกใหม่ทุกหมวด ทั้งสกินแคร์ น้ำหอม และเมกอัพ

ยอดซื้อต่อปี (โดยประมาณ) : 25,000 บาท

พฤติกรรมการชอป :

  • ซื้อผลิตภัณฑ์เดิม/ซ้ำ น้อยมาก
  • ชอบซื้อสินค้าจากหลากหลายแบรนด์
  • และชอบลองผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ๆ

Marketing tips

ใช้ช่องทาง Social media และ Influencer ในการโปรโมทสินค้าใหม่ในสไตล์เก๋ ๆ และสุดท้ายให้แถมด้วยโปรโมชั่นจูงใจ

Skin Concern รักผิว

Portrait of smiling brunette Asian woman with natural beauty applies blue hydrogel patches under eyes has healthy skin poses topless stands against green background takes care of complexion.

Product ที่ชอบ : สกินแคร์ตามสภาพผิว

ยอดซื้อต่อปี (โดยประมาณ) : 15,000 บาท

พฤติกรรมการชอป :

  • ยังชอบซื้อผลิตภัณฑ์เดิมเรื่อย ๆ
  • และยังมองหาแบรนด์ที่หลากหลายอยู่เรื่อย ๆ
  • และยังเปิดใจให้แบรนด์ใหม่อยู่เรื่อย ๆ
  • ซึ่งโดยรวมแล้วทุกพฤติกรรมอยู่ในช่วงปานกลางค่อนไปดี

Marketing tips

การตัดสินใจซื้อของลูกค้ากลุ่มนี้จะขึ้นอยู่กับข้อมูลตัวผลิตภัณฑ์ แตกต่างจาก 2 กลุ่มก่อนหน้าที่ซื้อเพราะ Brand loyalty และอยากลองสินค้าตัวใหม่ ๆ ดังนั้นลูกค้าจึงใส่ใจและตัดสินใจซื้อจากวิธีการผลิต แหล่งที่มาส่วนผสม ไปจนถึงงานวิจัยที่มารองรับ

Cover-up สายเมกอัพ

Short hair asian young beautiful woman applying cosmetic powder brush

Product ที่ชอบ : เมกอัพทุกประเภท

ยอดซื้อต่อปี (โดยประมาณ) : 10,000 บาท

พฤติกรรมการชอป :

  • ค่อนข้างซื้อผลิตภัณฑ์ซ้ำ ๆ น้อย
  • มองหาแบรนด์ที่หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ
  • ชอบลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ค่อนข้างมาก

Marketing tips

ลองเสนอสินค้าหมวดอื่น อย่างเช่นสกินแคร์ที่จะมาช่วยในเรื่องเมกอัพให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น หรือน้ำหอมที่จะมาช่วยแทนความสนุกจากการชอปเมกอัพได้

ถึงแม้ตอนนี้ในตลาดสายบิวตี้จะดูเต็มแทบจะไม่มีช่องว่าง แต่ในรีพอร์ต DATAREPORTAL ปี 2021 ของประเทศไทยยังมีตัวเลขออกมาว่า อุตสหกรรมแฟชั่นและบิวตี้แบบ Ecommerce นี้ได้โตขึ้นกว่า 35.1% และยังมีเงินสะพัดในตลาดนี้มากถึง 701.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดใน 8 หมวดหมู่ที่ถูกนำเสนอในรายงาน ดังนั้นอนาคตตลาดนี้ยังมีโอกาสให้หน้าใหม่และหน้าเก่าเข้ามาแข่งขันแย่งส่วนแบ่งเค้กก้อนนี้กันเรื่อย ๆ นั่นเอง

อ้างอิง : Brand Inside, DATAREPORTAL

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

EDUCATION

แบไต๋ Marketing 5.0 การตลาดแห่งโลกอนาคต

Published

on

เรามักจะคุ้นชินกับทฤษฏีการตลาดหลายแบบ เช่น ทฤษฏี 4P เชื่อว่าหลายคนรู้จักกันดี เพราะเป็นทฤษฏีขั้นพื้นฐานในการทำการตลาด แต่ ณ ปัจจุบัน ทฤษฏีนี้อาจจะไม่เพียงพอตอบโจทย์ยุคสมัยที่เทคโนโลยี การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ พัฒนาไปค่อนข้างไกล ยิ่งตอนนี้ที่เราอยู่ในยุค 5.0 ผมจึงขอพาทุกคนมาทำความรู้จักทฤษฏีการตลาดในยุค 5.0 สักหน่อยดีกว่า

Marketing Theory ในแต่ละยุค

ก่อนจะไปรู้จักกับ Marketing 5.0 ขอเกริ่นเล่าถึงความเกี่ยวเนื่องกันทางทฤษฏีทางการตลาดของแต่ละยุคก่อนแล้วกัน

  • Marketing 1.0 : เน้นเรื่องสิ้นค้า (Product Centric) แข่งขันกันที่สินค้า ใช้หลัก 4P เป็นทฤษฏีหลักในการทำการตลาด ให้ความสำคัญกับการผลิต และมักเชื่อว่ายิ่งผลิตเยอะ ต้นทุนก็ยิ่งต่ำ
  • Marketing 2.0 : เน้นเรื่องลูกค้า (Customer Centric) เน้นการสร้าง Segmentation เอาใจกลุ่มเป้าหมายให้เกิดการซื้อซ้ำ ดังที่เห็นกลยุทธ์การสมัครสมาชิกร้านค้า และส่วนลดพิเศษเฉพาะลูกค้าสมาชิกระดับพรีเมี่ยม
  • Marketing 3.0 : มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human Centric) ใช้ความเป็นมนุษย์มากกว่าทำการตลาด ใส่ใจ รอบข้าง ให้น้ำหนักกับสังคม มักทำการตลาดเชิง CSR 
  • Marketing 4.0 : จากสื่อตั้งเดิมไปสู้สื่อดิจิทัล (Traditional to Digital) จุดเปลี่ยนของการตลาด เพราะเป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการตลาด และธุรกิจก็เข้าสู่รูปแบบ Digital มากขึ้น เน้นการขายแบบ Online และทำการตลาด Digital Marketing กันมากขึ้น

Marketing 5.0

Marketing 5.0 หากจะเรียกในชื่อที่เป็นทางการก็คือ “ทฤษฏีการตลาดเทคโนโลยีสำหรับมวลมนุษยชาติ” (Technology for Humanity) ถ้าจะทำให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ Marketing 5.0 เป็นการตลาดที่นำ Marketing 3.0 ที่เน้นเรื่องความเป็นทนุษย์ และ Marketing 4.0 การตลาดดิจิทัลมารวมเข้าด้วยกัน

เป็นการตลาดที่ทำเพื่อการดำรงอยู่ของสังคมที่ดี ให้ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เพื่อการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น 

นักธุรกิจและนักการตลาดจะปรับตัวให้เข้ากับ Marketing 5.0 อย่างไร?

ทำความเข้าใจใน Target ของเราให้ครบทุก Generation 

เป็น Generation ที่น่าจับตามองมาก เป็นเจนที่มีผลต่อการทำการตลาด 5.0

หัวใจของารตลาด 5.0 คือใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เราเป็นมนุษย์มากขึ้น

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

ทำไม Food Delivery จึงเป็นหนทางสู่ Super App

Published

on

ปีหน้าเดือดแน่! เหล่าแอปฯ Food Delivery เริ่มเดินหน้าพัฒนาตัวเองสู่การเป็น Super App อย่างจริงจัง ซึ่งแบรนด์ไทยอย่าง Robinhood ก็ขอลงสนามแข่งนี้กับเขาด้วยเช่นกัน

Interface ใหม่ของแอปฯ Robinhood

ทำไม Food Delivery จึงเป็นหนทางสู่ Super App

  • เป็นธุรกิจที่ฐานลูกค้าเติบโตได้สูง เพราะในช่วงที่ทุกคนต้องระวังตัวและมีมาตรการล็อกดาวน์จากรัฐ จึงทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปส่งอาหารผ่านแอปฯ กันมากขึ้น และเมื่อผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกับการใช้แอปฯ แล้ว โอกาสการกลับมาซื้อซ้ำ เปิดแอปฯ ซ้ำจึงมีมาก
  • และด้วยเหตุผลที่บริการสั่งอาหารอย่าง Food Delivery มีความถี่ในการเข้าแอปฯ และใช้งานสูง จึงเป็นโอกาสที่ทำให้คนจะเห็นอย่างอื่นนอกจากฟีเจอร์สั่งอาหารได้มากขึ้น

และนี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมเหล่าแอปฯ ฟู้ดเดลิเวอรี่ระดับกลางอย่าง Robinhood และหน้าใหม่อย่าง Airasia Supper App  และ Shopee Food ถึงมีแผนที่จะก้าวขึ้นเป็น Super App กันในปี 2022

อีกทั้ง Marketeer online ยังได้คาดเดาแนวโน้มไว้ว่า Super App เป็นหนึ่งในแนวทางที่รับกับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค ที่นิยมเก็บแอปฯ ที่ใช้ประจำเอาไว้ และลบแอปฯ ที่ไม่จำเป็นออกไป เนื่องจากต้องการประหยัดพื้นที่จัดเก็บในมือถือ และอื่นๆ ซึ่งถ้าแอปไม่แข็งแกร่งพอที่ดึงดูดให้ผู้บริโภคใช้เป็นประจำ อาจจะโดนลบทิ้งได้ง่าย

อีกทั้งในทางการตลาดเมื่อผู้บริโภคกำลังอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ แต่ต้องออกจากแอปฯ เพื่อไปทำอย่างอื่นนั้นจะทำให้เปลี่ยนใจไม่ซื้อสินค้าได้ เพราะไปเจอโปรโมชันที่ดีกว่า หรือสินค้าราคาที่ถูกกว่านั่นเอง

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CONTENT TIPS3 วัน ago

8 แคมเปญการตลาด ที่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น

CONTENT TIPS6 วัน ago

Meta เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ส่งเสริมการช้อปปิ้งผ่านกลุ่ม Facebook

CREATIVITY1 สัปดาห์ ago

Shutterstock เผย 3 สีตัวเต็ง จากเทรนด์สีปี 2022 ที่ควรนำมาใช้

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

เก็บตก โปร 11.11 กลยุทธ์การตลาดแห่งปี ยอดขาย E-commerce แต่ละเจ้าเป็นยังไงกันบ้าง

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

Insight ผู้บริโภคสายบิวตี้ : สื่อสารยังไงให้ตรงใจลูกค้า

EDUCATION3 สัปดาห์ ago

แบไต๋ Marketing 5.0 การตลาดแห่งโลกอนาคต

CONTENT TIPS3 สัปดาห์ ago

“Unicorn” จุดสุดยอดของการเป็นสตาร์ทอัพ

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

ทำไม Food Delivery จึงเป็นหนทางสู่ Super App

MARKETING TIPS1 เดือน ago

พี่อยู่มาทุกยุค! เบื้องหลังความสำเร็จ Oreo ตำนานขนม 100 ปี ที่ครองใจคนทุกยุค

NEWS UPDATE1 เดือน ago

เมื่อ LINE แพลตฟอร์ม Social Media ยักษ์ใหญ่ มาจับธุรกิจ FINN MOBILE เครือข่ายโทรคมนาคมด้วยตัวเอง

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

EDUCATION1 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CONTENT TIPS11 เดือน ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

726 Views