Connect with us

CONTENT TIPS

เจาะการตลาด Yellowtire.com ขึ้นแท่นเว็บยางอันดับ 1 พร้อม 6 คำแนะนำร้านยางช่วงโควิด

Yellowtire.com เว็บไซต์ยางรถยนต์ที่ใช้หลักการ Customer Centric ตอบโจทย์ในการให้บริการผู้บริโภคยุคดิจิตอล ก้าวขึ้นสู่เว็บไซต์ยางอันดับ 1 ของประเทศไทย

Published

on

Yellowtire.com เว็บไซต์ยางรถยนต์ที่ใช้หลักการ Customer Centric ตอบโจทย์ในการให้บริการผู้บริโภคยุคดิจิตอล ก้าวขึ้นสู่เว็บไซต์ยางอันดับ 1 ของประเทศไทย

เพราะในโลกยุคดิจิทัล ผู้บริโภคเหล่านี้กำลังมีพฤติกรรมที่เอนเอียงไปทางเดียวกับคน Generation Z ซึ่งพวกเขาเหล่านี้คือ Digital Native ที่เกิดและโต และถูกเลี้ยงดูมาโดยเทคโนโลยีดิจิทัล การตัดสินใจบริโภค หรือคอนเวอร์ชั่นส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นบนโลกออนไลน์

จากผลสำรวจของ Econsultancy พบว่า สิิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการสร้าง Digital Native Culture ก็คือ  Customer Centric ซึ่งผลโหวตออกมามากถึง 58% รองลงมาคือ Data Driven, Innovative, Collaborative, Agile

รูปจาก superoffice.com

3 สิ่งหลักที่ทำให้ Yellowtire.com ประสบความสำเร็จจาก Customer Centric

เข้าใจผู้บริโภค

เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร อาจจะโดยทำการสร้าง Persona จากฐานลูกค้าเดิม หรือ potential customer แล้วทำการวิเคราะห์ว่าถ้าเราแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ พวกเขาจะซื้อไหม

เหมือนกันกับเยลโลไทร์ดอทคอมที่ได้นำโซลูชั่นมาเสิร์ฟแก้ปัญหาลูกค้าเกี่ยวกับเรื่องยางได้บนหน้าเว็บไซต์ของตัวเอง อย่าง ยางของฉันมีไหม? มีอะไรให้เลือกบ้าง? ราคาเท่าไหร่? มีโปรอะไรบ้าง? ที่ไหนขายบ้าง? ร้านยางอยู่ที่ไหน? รวมไปถึงโปรโมชั่นจากร้านค้าออฟไลน์และออนไลน์ต่าง ๆ ครอบคลุมไปในทุกเรื่องของยางรถยนต์ จึงตอบโจทย์การใช้งานที่ตรงใจกับผู้ใช้ทำให้ YellowTire.com ขึ้นแท่นเป็นผู้นำเว็บไซด์ข้อมูลเกี่ยวกับยางรถยนต์ได้ในที่สุด

ออกแบบประสบการณ์ให้พวกเขา

นอกจากจะขายของอย่างเดียวแล้ว ต้องมี พักชมสิ่งที่น่าสนใจกันสักครู่ หรือตัวคอนเทนต์เป็นเรื่องคั่นรายการเพื่อตอบสนองสิ่งที่ลูกค้าต้องการอยากรู้ เช่น การดูแลรักษายาง ความแตกต่างของยางรถรุ่นต่างๆ เทคโนโลยียางรุ่นใหม่ รวมไปถึงการออกแบบเว็บไซต์ที่ตอบสนองในทุกอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งานให้กับลูกค้า โดยแน่นอนว่าปัจจุบันเยลโลไทร์ดอทคอมมีการใช้งานผ่านมือถือเป็นหลัก มากกว่า 80%

เก็บฟีดแบคเพื่อพัฒนา

แม้จะไม่ได้เป็นฟีดแบคโดยตรงจากก่อนการซื้อสินค้า หรือหลังซื้อสินค้า เยลโลไทร์ดอทคอมนั้นจึงเน้นไปที่การเก็บข้อมูลการค้นหาของผู้เข้าใช้งาน นำมาเปรียบเทียบ และวิเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาตัวเว็บไซต์ในอนาคต

จากสถิติข้อมูลพร้อมกับสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เยลโลไทร์ดอทคอมจึงมีข้อแนะนำสำหรับร้านยางทั่วไทยดังนี้

  • เน้นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่ยังมีกำลังซื้อในตลาด ลูกค้าที่มีผลกระทบน้อยจากเศรษฐกิจ คือ กลุ่มพนักงานบริษัท และ กลุ่มบริษัทขนส่งสินค้าที่มีการขยายตัวสูง 
  • เน้นให้ความสำคัญกับข้อมูล ควรเก็บข้อมูลลูกค้าในเชิงลึกมากขึ้น เพื่อนำมาใช้ในการบริหารงาน เช่นลูกค้าของเราเป็นกลุ่มไหน มารับบริการวันไหน เวลาไหน อยู่ที่ไหน เป็นต้น
  • เก็บสินค้าที่ลูกค้าต้องการ ลูกค้าปัจจุบันไม่ต้องการรอสินค้า ดังนั้น การเลือกสต็อกสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า จะทำให้มีโอกาสปิดการขายได้มากขึ้น โดยต้องเก็บข้อมูลความต้องการของลูกค้ามาปรับสต็อก
  • ผ่อนชำระ ยังเป็นเงื่อนไขที่ดี ถึงแม้ว่าการผ่อนจะไม่ได้มีผลในการดึงลูกค้ามากมายนักในปัจจุบัน แต่ด้วยเศรษฐกิจแบบนี้ การแบ่งจ่ายจะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
  • พัฒนาการบริการ ช่วงนี้เป็นโอกาสดีที่จะพัฒนา การให้บริการ โดยการพัฒนานี้รวมตั้งแต่ พนักงาน ความรู้ความเชี่ยวชาญของช่าง ขั้นตอนการให้บริการ สถานที่ให้บริการ สิ่งเหล่านี้รวมๆกันจะสร้างความมั่นใจในสินค้าและบริการต่อผู้รับบริการได้อย่างดี
  • Go Online ถึงแม้ว่าธุรกิจยางรถยนต์จะเป็นสินค้าที่ไม่สะดวกต่อการส่งสินค้าไปที่หน้าบ้านลูกค้า การขายผ่านออนไลน์จึงมีความลำบากมากกว่าธุรกิจอื่น เนื่องจากเป็นธุรกิจบริการ แต่การมี online นั้นจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้ามากขึ้น และอาจใช้เป็นการนัดหมายการเข้ารับบริการ เพื่อเพิ่มความสะดวกมากขึ้น รวมถึงการติดต่อผ่าน online จะทำให้เรารู้จักพฤติกรรมของลูกค้ามากขึ้นอีกด้วย
yellowtire.com

ในตัวของดีเทลสถิตินั้นสามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่ yellowtire.com

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CONTENT TIPS

8 แคมเปญการตลาด ที่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น

Published

on

Best Seller ตลอดกาล! กับ 8 แคมเปญการตลาด ที่ออกมาเมื่อไหร่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น พร้อมเปย์ พร้อมจ่ายกันทุกที

Double Day Promotion

9.9, 10.10, 11.11 กลายเป็นธรรมเนียมไปซะแล้วสำหรับการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม E-commerce สักชิ้น ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ก็ขยันออกโปรนี้กันมาทุกเดือน

แคมเปญสำหรับสายมู

เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่บูมและได้ผลอย่างเห็นได้ชัดในบ้านเรามาแล้วประมาณ 3-4 ปี โดยมีวิธีการขายก็คือยกตัวอย่างอุปสรรค และปัญหาในชีวิตขึ้นมา แล้วยกโปรดักขึ้นมานำเสนอว่าช่วยแก้ปัญหา แต่ต้องเป็นในแนวที่ดูไม่เกินจริงเกินไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกอินแล้วอยากลอง

ของแถมมูลค่าสูง

แคมเปญแนวนี้เป็นที่นิยมในธุรกิจประเภทร้านเสริมสวยและสปาต่าง ๆ เพราะจากสถานการณ์ล็อคดาวน์ทำให้ต้องปิดไปชั่วคราว พอมีการคลายล็อคดาวน์หลาย ๆ ร้านจึงงัดกลยุทธ์นี้ขึ้นมาเพื่อดึงดูดลูกค้ามากขึ้น ตัวอย่างเช่น ซื้อคอร์สเลเซอร์ แถมฟรี voulcher นวดตัว 1 ครั้ง

จ่ายทีเดียวถูกกว่าผ่อน

เช่นเมื่อจ่ายเต็มจำนวนตั้งแต่ครั้งแรก รับส่วนลดไปเลย 1,000.- ซึ่งการตลาดแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่กำลังได้รับความนิยมจากคลินิกความงาม คลินิกต่าง ๆ

Co-Branding

Gucci x BALENCIAGA

เพราะเมื่อแต่ละแบรนด์เริ่มหมดมุข ไม่รู้จะออกคอลเลคชั่นใหม่ยังไงกันแล้ว การ Co-Branding จึงเป็นคำตอบ แล้วยิ่งเป็นแบรนด์ดัง x แบรนด์ดัง จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ง่าย เพราะทางแบรนด์มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ลูกค้าจึงเก็ทง่าย และรู้สึกพึงพอใจกับตัวสินค้าได้ง่าย

กล่องสุ่ม

จากสถิติ Google แล้ว ผู้คนเสิร์จคำว่า ‘กล่องสุ่มอาหารทะเล’ เพิ่มมากขึ้นถึง 1,100% เพราะด้วยสินค้าพรีเมี่ยมที่มูลค่าสูงล่อตาล่อใจ หรือสินค้าแรร์ที่หาได้ยาก แต่จ่ายในราคาที่ไม่สูง จึงทำให้ผู้คนยอมจ่าย

ชิ้นที่ 2 ราคา 1.-

กลยุทธ์นี้ดึงดูดเงินในกระเป๋าสาว ๆ เป็นอย่างมาก คล้าย ๆ กับการซื้อ 1 แถม 1 

สินค้าที่อิงกระแสโซเชียล

กลยุทธ์นี้เรียกได้ว่าใครเร็วคนนั้นได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำโปรดักใหม่ขึ้นมาก็ใช้กลยุทธ์นี้ขายได้เช่นกัน อย่างชฎาลิซ่า และกลยุทธ์แบบนี้มักได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น/คนรุ่นใหม่มากเป็นพิเศษ

ถือว่าเป็นไอเดียสำหรับหลาย ๆ แบรนด์ที่ต้องการสร้างยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้กัน

อ้างอิง : กรุงเทพธุรกิจ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

Meta เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ส่งเสริมการช้อปปิ้งผ่านกลุ่ม Facebook

Published

on

หลังจากเปิดตัวบริษัท Meta มากว่า 1 เดือน จะเห็นได้ว่าบนแพลตฟอร์มของ Facebook เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อให้พร้อมรับการพัฒนาแพลตฟอร์มไปสู่ Metaverse ในอนาคต 

สิ่งหนึ่งที่ Facebook เล็งเห็นคือการค้าขายในโลกออนไลน์ที่เติบโตอย่างมากในหลายปีมานี้ Facebook จึงได้เปิดตัวฟีเจอร์ Shops in Groups เพื่อส่งเสริมการช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์ อย่าง Facebook Group ที่สามารถรวบรวมสินค้าแนะนำให้เหมาะกับสมาชิกในแต่ละกลุ่ม ซึ่งมีความสนใจที่แตกต่างกัน

Shops in Group

การทำงานของ Shops in Group จะเป็นการแนะนำสินค้าจากสมาชิกในกลุ่มนั้นๆ ตามคำขอจากสมาชิกในกลุ่มเดียวกัน และสมาชิกในกลุ่มสามารถซื้อสินค้าเหล่านั้นผ่านทาง Facebook ได้เลย เป็นเสมือนการแนะนำสินค้าจากเพื่อนสู่เพื่อน ตอบโจทย์ที่ Facebook ประกาศไว้ว่าจะพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีความใกล้ชิดระหว่างผู้ใช้งานมากขึ้น

นอกจากนี้แล้วสินค้าที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนั้นยังจะได้รับการสนับสนุนให้แสดงผลบนหน้าฟีดข่าวของผู้ซื้อที่เป็นสมาชิกในกลุ่มนั้นด้วย 

เครื่องมือสำหรับ Live สด

Meta ยังได้ทำการทดสอบเครื่องมือถ่ายทอดสดสำหรับครีเอเตอร์ ที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถร่วมมือกับแบรนด์และโฆษณารีวิวให้ผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย

Facebook ได้เพิ่มฟังก์ชั่นการให้คะแนนและบทความวิจารณ์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเห็นบทความรีวิวสินค้าจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ชก่อนตัดสินใจซื้อบน Facebook และ Instagram ได้ด้วย

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ให้ความสำคัญกับการช็อปปิ้งออนไลน์อย่างมาก เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์กำลังแพร่หลายมากขึ้น คาดว่าขาช็อปทั้งหลายจะใช้จ่ายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียมากยิ่งขึ้น 

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/3cutiTg

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

“Unicorn” จุดสุดยอดของการเป็นสตาร์ทอัพ

Published

on

ในทุกวงการมักจะมีเป้าหมายจุดสูงสุดของตัวเองที่ต้องการจะไปให้ถึง สำหรับวงการธุรกิจ Startup เองก็มีจุดสุดยอดคือการเป็นสตาร์ทอัพในระดับ ‘Unicorn’ แต่การจะเป็นสตาร์ทอัพในระดับยูนิคอร์นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย 

Startup ระดับ Unicorn คือ?

การจะเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นคือต้องมีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 33,000 ล้านบาท โดยใช้เวลาเพียง 3-5 ปีเท่านั้น มูลค่าบริษัทนี้นับรวมมูลค่าหุ้น มูลค่าหนี้สิน และมูลค่าเงินลงทุนที่ได้จากนักลงทุน หากจะทำให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ธุรกิจสตาร์ทอัพที่สามารถดำเนินกิจการจนทำยอดการเติบโตให้กับบริษัทได้มากถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐนั่นเอง ซึ่งนับเป็นมูลค่าที่สูงมากสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มกิจการ

อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าการจะเป็นยูนิคอร์นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในไทยนั้นมีธุรกิจสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นอยู่เพียง 2 เจ้าเท่านั้น ได้แก่ Flash และ Bitkub เท่านั้น แต่ในต่างประเทศสามารถพบธุรกิจสตาร์ทอัพที่อยู่ในระดับยูนิคอร์นได้มากมาย หากมองภาพแค่เพียงในอาเซียน ประเทศสิงคโปร์นั้นมีมากถึง 10 ราย และอินโดนีเซียก็มีถึง 6 รายด้วยกัน

ระดับขั้นของการเป็น Startup

ระดับขั้นของธุรกินสตาร์ทอัพก่อนจะมาเป็นยูนิคอร์นนั้นก็มีหลากหลายเช่นกัน เพราะฉะนั้นจะมาเป็นสตาร์ทอัพเหมือนกันไม่ได้

  • Centaur (เซนทอร์) ที่เป็นครึ่งคนครึ่งม้า ในวงการสตาร์ทอัพหมายถึงธุรกิจที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
  • My Little Pony (มายลิตเติ้ลโพนี่) ในวงการสตาร์ทอัพหมายถึงธุรกิจมูลค่าบริษัทมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Decacorn (เดเคคอร์น) มาจากคำว่า (Deca-) ที่แปลว่า 10 หมายถึง ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 10 Billion USD หรือ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นจุดสูงสุดของจุดสุดยอดในการเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพอีกที เพราะอยู่สูงกว่ายูนิคอร์นเสียอีก
Get to Know The Startup Valuation Level | by DLI EDU VENTURE | Medium

ธุรกิจกับเทพนิยาย

‘ยูนิคอร์น’ เป็นสัตว์ในจิตนาการที่อยู่ในโลกของเทพนิยาย เป็นตัวแทนของความสดใส และความสร้างสรรค์ ดังจะเห็นได้ว่ายูนิคอร์นกลายเป็นเทรนด์ทางแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ที่สื่อถึงความแปลกใหม่และสนุกสนาน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเพียงสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เพราะไม่มีใครเคยเห็นยูนิคอร์นตัวเป็นๆ

คำว่า ‘ยูนิคอร์น’ ถูกนำมาใช้เรียกธุรกิจสตาร์ทอัพครั้งแรกในปี 2556 จากบทความของ Aileen Lee ที่เล่าว่าโอกาสที่สตาร์ทอัพจะสร้างมูลค่าได้ถึง 1,000 ล้านเหรียญนั้นเป็นเรื่องที่หินมาก ถ้าใครทำได้ก็จะกลายเป็นตำนานเหมือนกับยูนิคอร์นนั่นเอง 

ที่ใดมียูนิคอร์นที่นั่นมีธุรกิจที่สร้างสรรค์และเติบโต

อนึ่งจากการแทนยูนิคอร์นเป็นสัญลักษณ์ของความสร้างสรรค์และความสดใส ผนวกกับการแทนยูนิคอร์นว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตไว การที่ประเทศไหนมียูนิคอร์นหลายตัวจึงเป็นการแสดงถึงว่าประเทศนั้นมีธุรกิจที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถสร้างการเติบโตได้ในประเทศเยอะ ทั้งนี้ยังบ่งบอกอีกถึงระบบเศรษฐกิจ และโครงสร้างของการบริหารในภาครัฐฯ ที่เอื้อต่อนักธุรกิจรายใหม่ๆ นั้นเป็นอย่างไร

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/3nRT8Wz  , https://bit.ly/3EGMf0V  , https://bit.ly/2YeTqxU

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CONTENT TIPS2 วัน ago

8 แคมเปญการตลาด ที่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น

CONTENT TIPS5 วัน ago

Meta เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ส่งเสริมการช้อปปิ้งผ่านกลุ่ม Facebook

CREATIVITY1 สัปดาห์ ago

Shutterstock เผย 3 สีตัวเต็ง จากเทรนด์สีปี 2022 ที่ควรนำมาใช้

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

เก็บตก โปร 11.11 กลยุทธ์การตลาดแห่งปี ยอดขาย E-commerce แต่ละเจ้าเป็นยังไงกันบ้าง

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

Insight ผู้บริโภคสายบิวตี้ : สื่อสารยังไงให้ตรงใจลูกค้า

EDUCATION3 สัปดาห์ ago

แบไต๋ Marketing 5.0 การตลาดแห่งโลกอนาคต

CONTENT TIPS3 สัปดาห์ ago

“Unicorn” จุดสุดยอดของการเป็นสตาร์ทอัพ

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

ทำไม Food Delivery จึงเป็นหนทางสู่ Super App

MARKETING TIPS1 เดือน ago

พี่อยู่มาทุกยุค! เบื้องหลังความสำเร็จ Oreo ตำนานขนม 100 ปี ที่ครองใจคนทุกยุค

NEWS UPDATE1 เดือน ago

เมื่อ LINE แพลตฟอร์ม Social Media ยักษ์ใหญ่ มาจับธุรกิจ FINN MOBILE เครือข่ายโทรคมนาคมด้วยตัวเอง

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

EDUCATION1 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CONTENT TIPS11 เดือน ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

550 Views