Connect with us

MARKETING TIPS

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

เพราะการยิงแอด (Facebook Ad) คือเครื่องมือที่มีกลุ่มเป้าหมายรอจ่ายเงินซื้อของอยู่มากที่สุด “ไม่ว่าเจอปัญหาอะไร คุณก็แค่ต้องปรับ”

Published

on

สำหรับนักการตลาด ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และเอเจนซี่ ที่คลุกคลีอยู่กับ Facebook และการยิงแอด น่าจะเข้าใจกันดีกับ “ความเยอะ!” ในการปรับเปลี่ยนฟังชั่น อัลกอริทิ่ม หรือกฎต่าง ๆ ของ Facebook มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้บางคนต้องยอมยกธงขาว ยอมแพ้กันไป

และสำหรับคนที่ยังสู้ต่อไป อยากให้เข้าใจกันว่า “คุณกำลังเดินถูกทาง” ถ้ายังเลือกที่จะทำธุรกิจ หรือขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ต่อไป “Facebook เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรปล่อยทิ้งไป (แต่แนะนำให้เพิ่ม Channel อื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน)

เพราะเมื่ออ้างอิงจากข้อมูลก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มี Advertising Audiences” สูงที่สุด และคงหาคู่แข่งได้ยากมาก ๆ

อ่าน สรุป 15 สถานการณ์สำคัญ Digital 2019 ที่นักการตลาดต้องรู้!! ได้ที่นี่

และในเมื่อเรายังคงต้องเช่าพื้นที่บน Facebook เพื่อทำธุรกิจกันต่อไป สิ่งที่เราต้องทำก็คือ “ปรับตัว” เพื่อให้สอดคล้องไปตาม “กฏ ระเบียบ และกติกาที่จะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้กันไปต่อ”

ณ จุดจุดนี้ เชื่อเหลือเกินว่า “หลายธุรกิจอาจจะไม่เคยยิงแอด ทำโฆษณาบน Facebook มากก่อน” แต่เมื่อเจอสถานการณ์ปรับลด Reach (การเข้าถึง) ของหน้า Feed Fanpage ส่งผลให้หลายคนหันมาศึกษา เรียนรู้ที่จะยิงแอดด้วยตัวเองกันมากขึ้น

และในฐานะที่พวกเราเป็น Agency อีกหนึ่งเจ้าที่มีลูกค้าตั้งแต่กลุ่ม SME ขนาดย่อม ไปจนถึง Enterprise ขนาดใหญ่ บางรายยิงแอดกันงบตั้งแต่วันละ 100 บาท ไปจนถึง 100,000 บาทเลยทีเดียว

“พวกเราจึงเก็บรวบรวมข้อมูลจากเหล่าผู้ประกอบ นักการตลาด และคนยิงแอด จากธุรกิจเหล่านั้นมา 60 ธุรกิจ มาสรุปมาเป็น 3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้น”

ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่า “นี่เป็นเพียงข้อมูลที่ทำขึ้นจาก การพูดคุย แบบสำรวจ และวิเคราะห์โดยทีมงาน H.I.P. Marketing Studio เท่านั้น” เพื่อเป็นแนวทางเริ่มต้นยิงแอด ทำโฆษณาในปี 2020 กันได้อย่างราบรื่น

1. 90% ตอบว่าปัญหาคือ “การเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน ตั้งเท่าไรก็ไม่ตรง”

  • หนึ่งในปัญหาหลักและปัญหาใหญ่ ที่เหล่าหลายจะต้องเจออย่างแน่นอน กับการเลือกกลุ่มเป้าหมายในการยิงแอด ที่หลายครั้งอาจจะเลือกตั้งกลุ่มเป้าหมายจนมี Potential Audience Size สูงเกินไป กว้างเกินไป (Potential Audience คืออะไร)

    ถึงแม้ว่า เมื่อปล่อยโฆษณาออกไปแล้ว จะมีคนเห็นโพสต์นั้นเยอะก็จริง แต่ก็อาจจะแลกมาด้วย “กลุ่มเป้าหมายของแอดกว้างซะจนหาคนซื้อไม่ได้เลย”
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายแทบตายแต่สุดท้ายได้ใครก็ไม่รู้! เชื่อว่าหลายคนเคยประสบปัญหานี้ ปัญหาในการยิงแอดออกไปแล้ว ใส่กลุ่มเป้าหมายโดยละเอียด ทั้งอายุ เพศ ความสนใจ แต่สุดท้ายกลับมีแต่คนที่คิดว่า “ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมาคลิก”
  • ไม่เข้าใจว่า “ควรตั้งความสนใจอะไร” แล้วลูกค้าจะซื้อ เช่น สินค้าเป็นธุรกิจความงาม ควรตั้งความสนใจว่า “Beauty” หรือ “Cosmetic” หรือไม่ ?

สาเหตุของปัญหาการตั้งกลุ่มเป้าหมาย และวิธีการแก้ไข

ต้องยอมรับเลยว่า “ปัญหาหลักของการยิงแอด” ก็คือ “การตั้งกลุ่มเป้าหมาย” หรือการตั้ง Target Audience แต่ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่า “การตั้งกลุ่มเป้าหมายมันไม่มีสูตรตายตัว ใส่ความสนใจนี้ แล้วจะขายได้” ทั้งนี้อาจจะเป็นเพียงแนวโน้มว่าจะขายได้เท่านั้น และสำหรับวิธีแก้ที่แนะนำก็คือ

1. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่จะขายของให้จากใจจริง : ลงลึกไปถึงความสนใจของพวกเขาจริง ๆ อย่าเอา “ความสนใจที่มาจากตัวสินค้าเป็นที่ตั้ง” แต่ควรเอาความสนใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง

เช่น สินค้าเป็นเครื่องสำอาง ก็สามารถเอาความสนใจเป็น Pantip หรือ Wongnai มาตั้งก็ได้หากกลุ่มเป้าหมายของเราสนใจ

หรือหัดนำข้อมูลลูกค้าวิเคราะห์บ้าง จาก ข้อมูลเชิงลึกของแฟนเพจ (วิธีการใช้งานเครื่องมือนี้)

2. ศึกษาวิธีการทำ ฺBuyer Persona เพื่อลงลึกเข้าใจความต้องการ ปัญหา ของลูกค้าที่แท้จริงว่าคืออะไร โดยแนะนำให้อ้างอิงจากฐานลูกค้าเก่าเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มบุคคล มากกว่าการ “คิดว่าเค้าเป็นแบบนี้” เพื่อข้อมูลที่ตรงมากที่สุด

ตัวอย่าง Buyer Persona

คลิก Download Buyer Persona Template

3. หันมาให้ความสำคัญกับการทำ Funnel : โดยการค่อย ๆ ดักลูกค้าจากความสนใจของคนรับชมวิดิโอ หรือ Conversion บน Website และค่อย ๆ ทำกลุ่มเหล่านั้นมาทำ Custom Audience และ Look A Likes ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

2. 80% ตอบว่าปัญหาคือ “ไม่สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนยอดไลค์ให้เป็นยอดขายได้” เราทำผิดตรงไหน ?

เคยเห็นไหมกับบาง Post ที่มีการเข้าถึงที่มาก ยอด Like สูง แต่หลังบ้าน กลับมียอดขายที่ไม่ได้มากตาม นั้นก็เพราะว่าการยิงแอดของคุณอาจจะมีประสิทธิภาพแค่การสร้างยอดการเข้าถึงเพียงเท่านั้น แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการสร้างขายเอาเสียเลย ซึ่งนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สืบเนื่องมาจากการตั้งกลุ่มเป้าหมายผิดจุดในข้อแรกอีกด้วย

ปัญหาเรื่องยอดขายอาจจะเกิดมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ พร้อมวิธีแก้ไข

  • คุณอาจจะรู้จักและเข้าใจฟังก์ชั่นของเครื่องมือยิงแอดได้ไม่มากพอ

    รู้หรือไม่ ว่าการยิงแอดของ Facebook นั้น ไม่ได้มีเพียงการเลือกแค่ยิงแอดแบบ เน้นการเข้าถึง สร้างยอดการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเครื่องมือให้ได้ใช้กัน

    เช่นเดียวกันกับการตั้งค่าความสนใจ ที่มีมากกว่า พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายและความสนใจเพียงเท่านั้น หากแต่ว่ามันยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ใช้ประกอบกัน เพื่อจะได้กับกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าที่ตรงกับธุรกิจจริงๆและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

    ทำความเข้าใจการเลือก Objective ให้มากขึ้นที่นี่คลิก
  • คุณอาจจะเลือกตำแหน่งการวาง Ad มากเกินไป เพราะที่ดีที่สุดคือ Automation Placement

    1. หากคุณตั้งค่าให้ Place Ad เฉพาะหน้า Feed คุณอาจจะพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้าที่รอคุณอยู่อีกหลายช่องทางก็ได้

    2. หากจะ Edit Placement แนะนำเป็น เลือก 4 Placement ขึ้นไปจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า

     3. ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “เลือกแบบ Automation Placement” ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบได้ศึกษา และหาช่องทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • คุณอาจจะยิงแอดแบบไร้จุดหมาย เน้นทุ่มเงินมากกว่าวางแผน

    หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า “การยิงแอด” คือการแข่งขันว่าใครงบจะหนาก็กัน แต่ต้องบอกก่อนเลยครับ นี่คือความจริงเพียงเสี้ยวนึงเท่านั้น เพราะส่วนตัวแล้วสิ่งที่แข่งกันมาที่สุดก็คือ “การวางกลยุทธ์” ต่างหาก

    เบื้องต้นก่อนที่จะยิงแอดครั้งต่อไป ลองวางแผนตามหัวข้อต่อไปนี้ดูก่อนก็ได้

    1. Segmentation : แบ่งกลุ่มเป้าหมาย
    2. Ads Optimization : ตีโจทย์ให้แตก ปรับการสื่อสารให้โดน
    3. Scheduling Your Campaigns : กำหนดเป้าหมาย / ระยะเวลา ให้ชัดเจน
    4. Managing Your Budget Wisely : บริหารงบประมาณ วางตำแหน่งให้เหมาะ
    5. Tracking Your Results : สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล ให้ตรงจุด
  • คุณอาจจะไม่เข้าใจการดู Ad Performance เลยว่า Ad ชุดไหนดี ไม่ดี ควรเปิดต่อ หรือปิดไปเลย

    การวิเคราะห์ Performance ของ Ad แต่ละตัวคือช่วงที่สำคัญเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับการตั้งกลุ่มเป้าหมาย หรือการสร้างคอนเทนท์ เพราะนี่คือตัวชี้วัดเลยว่า “คุณควรไปต่อ หรือต้องยกธงขาวกับแอดตัวนี้ดี”

    โดยรูปแบบการวัดผลมีให้ศึกษากันมากมายหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและเห็นชัดที่สุดก็คือ การวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

โดยระบบการวัดผลจะถูกแบ่งออกมาเป็น 3 ตัวหลักๆ


1. Quality Ranking (จัดอันดับเชิงคุณภาพของ ADS) : หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


2. Engagement Rate Ranking (จัดอันดับเชิงการมีส่วนร่วมของ ADS) : Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


3. Conversion Rate Ranking : (จัดอันดับการคอนเวิร์สของ ADS) หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการคลิกคอนเวิร์สเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ : บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

3. 70% ตอบว่าปัญหามาจาก ทำ Content ที่ไม่น่าสนใจ และไม่ตรงตามกฎ ของ Facebook

สำหรับเรื่องของคอนเทนท์หลัก ๆ จะประกอบไปด้วย 2 ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือ “คอนเทนท์ขายไม่ได้” และ “คอนเทนท์ผิดกฏยิงแอดไม่ผ่าน”

แก้ปัญหาปัญหาคอนเทนท์ขายไม่ได้

1. ก่อนที่จะลงมือทำคอนเทนท์ สร้างโพสต์สำหรับขายสินค้าสักหนึ่งชิ้น จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ยุคนี้เป็นยุคที่คนกำลังมองหา Total Experience สนใจผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าวิธีการ”

จึงต้องหันมาทำคอนเทนท์ เน้นการสร้างประสบการณ์ในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่าต้องหันมามองเป็น “Total Experience” ที่แต่ละช่วงของ Audience (Customer) Journey ตั้งแต่มีความต้องการ – รู้จักแบรนด์ – ศึกษาหาข้อมูล – ตัดสินใจ (Call to Action) เชื่อมต่อร้องเรียงเข้าด้วยกัน

ซึ่งการสร้าง Total Experience จึงครอบคลุม Audience Journey เพื่อวางแผนให้ครบทุก Touch Point ในการเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

และรูปแบบการเขียน มีให้เลือกมากมาย ตามประเภทของสินค้าและบริการ ทั้งนี้คงตอบชัดไม่ได้ว่า “อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุด” เพราะสุดท้ายแนะนำให้ทดสอบใน Ad Set ครั้งละ 5-6 ตัว เพื่อแข่งขันจนหาตัวที่ดีที่สุด

2. ทำความเข้าใจสินค้าของตัวเองให้มากก่อนลงขาย เข้าใจการหยิบประเด็น คีย์สำคัญของสินค้ามาเขียน ยกตัวอย่างเช่น การทำความเข้าใจสินค้าในแต่ละ Layer

3. ลองเอา Flow การเขียนแบบ Problem – Agitate – Solve (PAS) ไปลองใช้

สูตรยอดนิยม ที่ครีเอทเตอร์ชอบนำมาใช้ตอบโจทย์คนอ่าน/ลูกค้า โดยมีวิธีการดังนี้


Identify a problem – อธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะต้องแสดงถึงความเข้าใจถึงปัญหานั้นจริงๆ *ทำให้คนอ่านรู้สึกให้ได้ว่า “เราเข้าใจปัญหานั้นจริงๆ”


Agitate the problem – กระตุ้นปัญหาเหล่านี้ให้คนอ่านเห็นภาพ ว่ามันสำคัญมากแค่ไหน หากไม่ได้รับการแก้ไข เช่น กระทบอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อชีวิต


Solve the problem – นำเสนอ “สินค้า/บริการ” เข้าไปเป็นวิธีแก้ปัญหาให้คนอ่านเข้าใจง่าย เข้าถึงได้

ถ้าคิดไม่ออกลองดูไอเดียได้ที่ : Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

หรือลองอ่านรายละเอียดของ Creative Tips ที่ Facebook ลงเอาไว้

แก้ปัญหาคอนเทนท์ยิงแอดไม่ผ่าน ผิดกฏ Facebook

กฏหลายข้อคิดว่าทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า “อะไรคือคำว่าผิดกฏ” และไม่สามารถใช้คำนั้น รูปนั้นได้ แต่มีเรื่องที่คนส่วนใหญ่พลาดกันตาม Checklist ต่อไปนี้

Checklist สินค้า

▪ ไม่อนุมัติแน่ถ้าเป็น สินค้าของก๊อปแบรนด์เนม
▪ สินค้า 18+
▪ อาวุธ ความรุนแรง หรือแม้แต่ปืนบีบีกัน

 Checklist การใช้คำพูด

▪ ต้องบอกให้ชัดเลยว่าเราขายอะไร
ตัวอย่างเช่น :

❌ มาลองฟรี! ของดี ใช้แล้วหน้าหายพัง!
✔ เซรั่มมุกุ ใช้ได้แล้วดี ดูแลผิวหน้า แจกตัวทดสอบฟรี!!

▪ ห้ามตั้งคำถาม หรือเจาะจงลักษณะของ User!! (ข้อนี้หลายคนพลาด)

ตัวอย่างเช่น :

❌ คุณเป็นสาว SIZE ใหญ่ใช่มั้ย ??? มาลองเลยกลัวอะไร!
✔ ร้านนี้เลย! เสื้อผ้าสำหรับสาว SIZE ใหญ่ คืนความมั่นใจ!

❌ คุณกำลังตกงานอยู่ใช่มั้ย ? คลิกตรงนี้มีข่าวดีมาบอก
✔ เปิดรับสมัคร “นักการตลาด” อาชีพที่คุณอาจหลงรัก

▪ ห้ามมีคำหยาบ (แม้แต่คำว่า โครต! ก็ผิดแล้ว)

▪ โฆษณาเกินจริง โอเวอร์เคลม

ตัวอย่างเช่น :

❌ คลิกเลย คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน
✔ พอลล่าลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน เมื่อใช้คอร์สของเรา *การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

หากลองสังเกตดูเทรนด์การยิง ADS ในปัจจุบันนี้ สำหรับตัวธุรกิจแล้ว เรื่องยอดการเข้าถึงหรือว่ายอด Reach ถือว่ามันได้ Out ไปแล้ว นั่นก็เพราะว่า สุดท้ายแล้วเป้าหมายในการยิงแอดของแต่ละธุรกิจก็คือเรื่องของ “ยอดขาย”

ดังนั้นเป้าหมายของการยิงแอด อาจจะไม่ใช่เป็นการยิงหว่าน เพื่อหาลูกค้าอีกต่อไป หากแต่จะเป็นการยิงแอด เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อจะได้สื่อสารไปยังกลุ่ม Last Customers จนสร้างยอดขายให้กับธุรกิจให้ได้นั่นเอง

และสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มยิงแอดครั้งต่อไป ขอแนะนำให้อ่าน 6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook ที่พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปอัปเดตกับ Facebook Chiangmai Agency Acceleration ในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

MARKETING TIPS

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

Published

on

เป็นที่รู้กันดีทั่วโลกว่า ช็อกโกแลตพรีเมียมยี่ห้อ Godiva นั้นเป็นช็อกโกแลตสุดพรีเมียมในสายตาของใครหลาย ๆ คน ทั้งในผู้ใหญ่และรวมถึงเหล่าคนอายุน้อยด้วย ซึ่งในต่างประเทศ ช็อกโกแลต Godiva นี้มักจะถูกนำไปให้เป็นของขวัญแก่ผู้ใหญ่ในเทศกาลพิเศษ ๆ อย่างคริสต์มาส เพราะด้วยราคา Box set ที่สูง เริ่มต้นที่ $200 ทำให้ Godiva ไม่ได้เป็นช็อกโกแลตที่สามารถบริโภคได้ปกติทุกวัน

เมื่อปี 2020 ช่วงที่โควิดเข้ามาถล่มเศรษฐกิจและตลาดในหลายอุตสาหกรรม Godiva ก็เป็นหนึ่งในเหยื่อของพิษเศรษฐกิจในครั้งนั้น ทำให้ต้องปิดตัว Godiva Boutique ไปกว่า 128 ในโซนอเมริกาเหนือ จึงทำให้ต้องเปิดไลน์ไอศกรีมเพิ่ม และเปลี่ยนแพ็คเกจสินค้า, ราคาให้ผู้คนจับต้องได้ง่ายมากขึ้นเพื่อเพิ่มยอดขาย และผลลัพธ์นั้นก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ

ในแคมเปญปัจจุบัน Godiva มีความตั้งใจให้ผู้บริโภคอายุน้อยเข้าถึงช็อกโกแลตพรีเมียมของพวกเขาได้มากขึ้น สโลแกน “Godiva is Chocolate” จึงเกิดขึ้นมา เพื่อให้ผู้บริโภคได้นำช็อกโกแลตยี่ห้อนี้เข้ามาอยู่ในกิจกรรมชีวิตประจำวันกันมากขึ้น

โฆษณาเพื่อให้เห็นภาพการใช้ในชีวิตประจำวัน

จากการร่วมงานกับครีเอทีฟเอเจนซี TracyLocke ที่ผลิตโฆษณาออกมานำเสนอการนำช็อกโกแลต Godiva เข้ามาอยู่ในกิจวัตรที่สามารถเกิดขึ้นได้ ทำให้ Nurtac Afridi CEO ปัจจุบันของ Godiva พอใจมากที่สามารถนำเสนอ Message เหล่านี้ไปยัง Audience ที่กว้างขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวแอดที่นำเสนอเรื่องราวของหญิงสาวที่รอทานข้าววันเกิดกับเพื่อน แต่ก็อดใจไม่ไหวกับช็อกโกแลต Godiva ที่ตั้งใจนำมาให้เป็นของขวัญเพื่อน จนต้องเปลี่ยนแพลนเอาหนังสือที่พกมาอ่านรอเพื่อให้เป็นของขวัญแทน หรือในอีกหลาย ๆ Scenario ที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของคนธรรมดาทั่วไป ที่ไม่ใช่เป็นสถานการณ์ในช่วงเทศกาลเท่านั้น

https://www.youtube.com/watch?v=2Ei9jfaJnQw

รวมไปถึงการดึงตัว Chris Evans หรือกัปตันอเมริกามาเป็น Brand’ s Voice Ambassador ฉีกกฎการโฆษณาช็อกโกแลตพรีเมียมโดยการใช้เสียงพากย์ผู้ชายที่ดูเป็นธรรมชาติ ให้ฟีลความเป็นกันเองของแบรนด์ High-end และดูเข้าถึงง่ายมากขึ้น

ถึงแม้จะแมส แต่ก็ยังคงความ High-end เอาไว้

CEO Afridi อธิบายว่าการขยายฐานลูกค้าในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการดึง Position ของแบรนด์ที่อยู่ในระดับ High-end ลงมาให้ต่ำลง เพราะแพลตฟอร์มในการขายของขวัญพรีเมียมยังคงมีอยู่ ซึ่งโจทย์ข้อนี้ก็เป็นความท้าทายอยู่เหมือนกัน เพราะโดยปกติแล้ว ผู้บริโภคที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปจะเลือกให้ช็อกโกแลต Godiva เป็นของขวัญวันคริสต์มาส เพราะในสายตาของพวกเขา ช็อกโกแลตยี่ห้อนี้ Represent ถึงความหรูหรา อารมณ์เหมือนกระเช้าราคาแพงที่บ้านเรามักจะมอบให้ผู้ใหญ่ตามเทศกาลสำคัญ ๆ ค่ะ ซึ่งสำหรับกลุ่มผู้บริโภคนี้ Godiva จะถูกเอาขึ้นหิ้งเกินกว่าที่จะเป็นช็อกโกแลตทั่วไป

ในขณะเดียวกัน ความคิดของผู้บริโภครุ่นหลังหรือมีอายุน้อยลงมาก็คิดว่า Godiva คือสิ่งที่แพง และมีค่า ถึงแม้กระทั่งคิดว่า บางทีฉันคงไม่คู่ควรที่จะกินมัน ก็มี แต่เมื่อได้เปลี่ยนแพ็คเกจ ลดราคา และวางขายตามห้างค้าปลีกทั่วไปดูแล้ว ผู้บริโภคกลุ่มอายุน้อยก็กล้าซื้อช็อกโกแลตมากขึ้นนอกเหนือจากเทศกาลสำคัญ ลดหลั่นมาเป็นโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด หรือของขวัญขอบคุณ

ทุ่มงบโฆษณาเป็น 2 เท่า ลง Omnichannel

ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขออกมาว่า Godiva ใช้เม็ดเงินในการโฆษณาไปเท่าไหร่ แต่ CEO ได้ออกมาบอกว่าในกลยุทธ์ครั้งนี้ พวกเขาได้ทุ่มงบเป็นสองเท่าในปี 2022 นี้ โดยโฆษณา Godiva is Chocolate จะถูกปล่อยไปทั่วโลกในพื้นที่สหรัฐ, แคนนาดา, ยุโรป, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา และจีน รวมไปถึงการเดบิวต์ของแบรนด์บน TikTok เนื่องด้วยการให้ความสำคัญบนช่องทางโซเชียลเป็นหลักนั่นเอง

และแพลนของการวางสื่อ Out-of-Home ในพื้นที่สหรัฐนั้นจะใช้ Digital billboard บน Times Square รวมไปถึงป้ายบิลบอร์ดธรรมดา

แต่อย่างไรก็ตามการปรากฏตัวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Godiva ในช่วง 52 วีคที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มยอดขายได้มากขึ้นเกือบ 3 เท่าของการวางขายในห้างค้าปลีกแบบปกติเลยทีเดียว

อ้างอิง : AdAge

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

MARKETING TIPS

แบรนด์กับการแสดงจุดยืน เพราะแค่ขายของอย่างเดียวมันไม่พอ

Published

on

หากเปรียบเทียบไปถึงในสมัยก่อนที่มุกเสี่ยว #ความรักก็เช่นกัน นั้นฮิตมาก มีอยู่ทุกที่ และถูกนำมาโยงเข้ากับทุกอย่างที่นักผลิตคอนเทนต์ (ทั้งคนทั่วไปและมืออาชีพ) ใช้ปล่อยเพื่ออิงกระแสไป สมัยนี้คงกลายมาเป็น  #การเมืองก็เช่นกัน เพราะสถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงในปัจจุบัน ยิ่งทำให้คนมีความอ่อนไหว และความคาดหวังมากขึ้น ส่งผลให้สิ่งรอบตัวที่เกี่ยวข้องกับพวกเขานั้นต้อง Resonance ไปกับความคิดและความเชื่อพวกเขาด้วยนั่นเอง ดังนั้นการแสดงจุดยืนของแบรนด์ (Brand positioning) ในทางการเมืองจึงเป็นอีกหนึ่งความกดดันที่ทำให้แบรนด์นั้นต้องหันมาเลือกข้างเพื่อรักษาลูกค้าเอาไว้

แค่อยากขายของเฉย ๆ ไม่ต้องยุ่งการเมืองไม่ได้หรอ

จากผลสำรวจของบริษัท Sprout Social บริษัทวิเคราะห์สื่อโซเชียลมีเดียและสังคมออนไลน์ ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคชาวอเมริกันจำนวน 1,000 คนในปี 2018 บนหัวข้อเรื่อง การแสดงจุดยืนเกี่ยวกับประเด็นสังคมและการเมืองของแบรนด์ และพบว่า 

  • ผู้บริโภคกว่า 66% ต้องการให้แบรนด์แสดงจุดยืนทางการเมืองและปัญหาสังคม
  • 58% อยากให้แบรนด์ใช้ ‘ช่องทางโซเชียล’ ในการแสดงออกทางจุดยืนทางการเมือง

นอกจากนี้ยังพบว่า แบรนด์ที่ออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองนั้นทำให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกดีด้วยและมีเอนเกจที่ดีต่อแบรนด์

นอกจากนี้การแบ่งแยก หรือแสดงจุดยืนนั้นก็มีการเริ่มต้นมาจากแบรนด์ด้วยนั่นเองค่ะ เพราะเมื่อแบรนด์ได้ทำ Persona ออกมา ก็มักจะมีเรื่องความเชื่อ, ไลฟ์สไตล์ มากมายมาเกี่ยวข้อง ทำให้ภาพลักษณ์ที่แบรนด์นำเสนอออกไป เป็นการคัดเลือกกลุ่มลูกค้าเข้ามาด้วยนั่นเอง อย่างเช่น ลูกค้าที่เลือกสวมเสื้อผ้าแบรนด์ Chanel นั้นจะมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากลูกค้าที่เลือกสวมเสื้อผ้าของแบรนด์ Celine อยู่แล้วค่ะ

ดังนั้น ถึงแม้จนแล้วจนรอดยังไง แรงกดดันของผู้บริโภคที่มีต่อการแสดงจุดยืนของแบรนด์ก็จะบีบบังคับให้แบรนด์ออกมาเทคแอคชัน และแสดงจุดยืนทางการเมืองในที่สุดค่ะ หากทางแบรนด์คิดว่าการเพิกเฉยคือทางออก ทางเลือกนี้อาจจะไม่ได้เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผลกระทบที่จะเกิดตามมาสักเท่าไหร่

วิธีแสดงจุดยืนยังไงให้เกิดผลเสียน้อยที่สุด

ก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักกับ Brand democracy และ Brand activism กันค่ะ 

Brand democracy คือ การเลือกข้างที่แท้จริงค่ะ อย่างเช่น แบรนด์นี้จะเลือกอยู่ฝ่ายเสรีนิยม หรืออนุรักษ์นิยม กล่าวคือเป็นการแสดงอุดมการณ์ทางการเมืองของแบรนด์ออกมาอย่างชัดเจนเลย แล้วให้ลูกค้าเป็นผู้ตัดสิน เลือกที่จะสนับสนุนเราต่อไปไหมค่ะ

Brand activism เป็นเหมือนการขับเคลื่อนสิทธิ และสังคมที่ให้เป็นสถานที่ที่น่าอยู่มากขึ้น มากกว่าการเลือกแบ่งฝ่ายทางการเมืองอย่างชัดเจนค่ะ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดในบ้านเราเลยก็คือแบรนด์แสนสิริค่ะ ที่ได้ออกแคมเปญสนับสนุนเรื่อง LGBTQ ทั้งกับพนักงานของตัวเอง และนโยบายการปล่อยสินเชื่อกู้ร่วมสำหรับคู่รักเพศเดียวกันค่ะ

รูปจาก FB page : Sansiri PLC

เพราะฉะนั้นก็ขึ้นอยู่กับแบรนด์แล้วล่ะค่ะว่า ณ ตอนนี้สถานการณ์ของเราเหมาะที่จะเลือกแสดงจุดยืนในแบบไหน

สุดท้ายนี้ เรื่องการเมืองสมัยนี้ไม่ใช่เพียงแค่พรรคพวกอย่างเดียวแล้ว เพราะผู้บริโภคจะมองลึกลงไปถึงสิทธิและรูปร่างหน้าตาความเป็นอยู่ หรือมองกันหลายมิติกันมากขึ้น ยกตัวอย่างกรณีของลาซาด้าที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าตัวละครในคอนเทนต์นั้นจะมีการล้อเลียน แต่หากเป็นเรื่องของโรคและความเจ็บป่วยที่ถูกหยิบยกมาเมคฟันด้วยนั้น ถึงแม้จะเป็นฝั่งตรงข้าม แต่ผู้คนก็ต่างสร้างกระแสลบตีกลับ ไม่ได้บันเทิงหรือเห็นด้วยค่ะ ดังนั้น ‘จุดยินทางการเมือง’ นั้นจะตีความแบน ๆ เหมือนในอดีตไม่ได้อีกแล้ว เป็นอีกสิ่งที่แบรนด์จะต้องคิดให้รอบคอบหลายมิติกันมากขึ้นค่ะ 

อ้างอิงข้อมูล : การตลาดวันละตอน, Brand Inside, workpointTODAY

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

สรุป 5 เทรนด์พฤติกรรมแต่ละ Gen เลือกเสพสื่อบันเทิงปี 2022 ที่ควรรู้

Published

on

ปฏิเสธไม่ได้ว่า..พฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละ Gen ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักตลาดจำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้ทำความเข้าใจพฤติกรรมแต่ละ Gen อย่างลึกซึ้ง เพื่อเตรียมปรับแผนให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนเปลี่ยนไปหลังจากเจอวิตกฤตการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโควิด-19 นานหลายปี ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดการเรียนรู้และปรับตัวรับมือต่อสถานการณ์อยู่เสมอ ดังนั้นสื่อออนไลน์จึงเป็นศูนย์บรรเทาความเครียดจากการทำงานและอื่นๆ 

ลองมาดูกันสิว่า…จากการรายงานของ GWI ได้สรุปเทรนด์การเสพ สื่อบันเทิง ของแต่ละ Gen เป็นอย่างไรบ้าง

ขอขอบคุณรูปภาพ : Netflix Brass Reacts To Disney’s Streaming Strides: “Super-Impressive” But Not Quite ‘Bridgerton’ Buzz – Deadline

TV online

เรียกได้ว่าในปี 2022 “ทีวีออนไลน์” กลายเป็นสื่อเคลื่อนที่เข้าถึงง่ายที่สุดในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา กับการก้าวหน้าของโลกดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ทำให้การเติบโตของทีวีออนไลน์เพิ่มขึ้น และทีวีออกอากาศลดน้อยลงอย่างสิ้นเชิง

โดยแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ Nexflix หรือ Disney กำลังมองหาช่องทางขยายฐานลูกค้าใหม่อยู่เสมอ ด้วยการเปิดให้ผู้บริโภคสมัครสมาชิกที่เต็มใจจ่าย พร้อมเสิร์ฟเนื้อหาที่ผู้บริโภคสามารถเลือกเสพได้หลากหลายกว่าทีวีออกอากาศ

ขอขอบคุณรูปภาพ : TikTok จะช่วยให้ครีเอเตอร์เพิ่มแอพขนาดเล็กลงในวิดีโอ – The Verge

Tiktok Video 

Tiktok เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดสามารถเข้าถึงได้ทุก Generations ทั่วโลก โดยอัตรากลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสนใจมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในปี 2021 ได้แก่ Baby Boomer กว่า 92%  

ซึ่งปัจจุบันผู้คนให้ความสนใจเนื้อหาวิดีโอมากกว่าการเสพคอนเทนต์แบบ Text ทำให้ในหลายๆ แพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Instagram หรือ Facebook หันมาพัฒนารูปแบบวิดีโอสั้น และเพิ่มลูกเล่นฟีเจอร์เอฟเฟกต์ต่างๆ เพื่อสร้างรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายของเหล่านักตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด

ขอขอบคุณรูปภาพ : Creating a Spotify Like Music Streaming App, Service or Website That Actually Boost Your Revenue | HackerNoon

Streaming

จากการรายงานของ Spotify เผยว่า กว่า 40% ของรายได้โฆษณาปี 2021 เพิ่มขึ้นจากปี 2020 เป็น 15% ของรายได้รวม โดยกลุ่ม Baby Boommer นิยมฟังเพลงบนวิทยุเฉลี่ยละ 1 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการฟังเพลงบนสตรีมเพียง 40 นาทีเท่านั้น ตัดภาพมาที่ Gen Z ใช้เวลาฟังเพลงบนสตรีมเกือบ 2 ชั่วโมง และ ฟังเพลงบนวิทยุ เฉลี่ย 46 นาที เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม อัตราผู้ฟังเพลงบนสตรีมเพลงเพิ่มขึ้น 13% ต่อสัปดาห์ เป็นการเปิดฟังระหว่างทำงาน ระหว่างทำการบ้าน หรือช่วงเวลายามว่าง เพื่อผ่อนคลายสมองนั่นเอง

ขอขอบคุณรูปภาพ : The Best Gaming Phone Out There Is Also the Cheapest & You’ve Probably Never Heard of It « Smartphones :: Gadget Hacks

Gaming

ปัจจุบันตลาดเกมเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และผู้หญิงจำนวนมากนิยมหันมาเล่นเกมเพิ่มขึ้นในอัตรา +5% ซึ่ง Mobile Game สามารถทำให้ตลาดเกมสูงขึ้น ตั้งแต่ปี 2559 โดยมีอัตราเพิ่ม 8% สำหรับเกมที่ให้ดาวน์โหลดเล่นฟรีบนมือถือ ช่วยดึงดูดความสนใจชาวเกมเมอร์ทั้งหลายกว่า 34% เมื่อเทียบกับอัตราการซื้อเกมบนร้านค้าออนไลน์ เพียง 18% เท่านั้น

โดยหลายแพลตฟอร์มพยายามเปิดพื้นที่สร้าง Communication แก่เหล่าเกมเมอร์เพื่อใช้ในการสื่อสารระหว่างการเล่นเกม เช่น Discord เพื่อให้การเล่นมีอรรถรสและสร้างความสัมพันธ์แก่ผู้เล่นในทีมอีกด้วย

ขอขอบคุณรูปภาพ : Esports Purists Need To Stop Looking Down On Mobile Esports – Mineski.net

E-sport

สำหรับวงการเกมอีสปอร์ตกำลังเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก และผู้ติดตามจำนวนมากหันให้ความสนใจการแข่งขันเกมต่างๆ การจัดงานอีสปอร์ตขึ้นนี้มักจะได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ดังที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าร่วมการโปรโมตภายในตัวด้วยนั่นเอง

โดยผู้ชายมีอัตรา 59% และผู้หญิงมีอัตรา 40% เท่านั้น เกือบเทียบเท่ากัน ซึ่งแต่ละ Generations เล่นเกมมากที่สุดได้แก่ Millennials (67%) รองลงมา Gen Z (64%) ,Gen X (47%) และ Babay Boomer (30%) 

อย่างไรก็ตาม สื่อวงการบันเทิงยังคงมีอัตราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพแวดล้อมของแต่ละ Gen ส่งผลให้เกิดความตึงเครียด ต้องการมองหาพื้นที่สำหรับผ่อนคลาย นักการตลาดควรมองหาแนวโน้มและทิศทางความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ เพื่อดึงความสนใจได้อย่างแม่นยำ


อ้างอิง : GWI

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
MARKETING TIPS5 เดือน ago

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

MARKETING TIPS5 เดือน ago

แบรนด์กับการแสดงจุดยืน เพราะแค่ขายของอย่างเดียวมันไม่พอ

MARKETING TIPS5 เดือน ago

สรุป 5 เทรนด์พฤติกรรมแต่ละ Gen เลือกเสพสื่อบันเทิงปี 2022 ที่ควรรู้

CONTENT TIPS5 เดือน ago

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

MARKETING TIPS5 เดือน ago

4 เสาหลักสำคัญ ของการทำ Customer Retention

ตลาดสัตว์เลี้ยง
NEWS UPDATE5 เดือน ago

โลตัส Pet Us เจาะกลุ่ม Pet Humanization เทรนด์ ตลาดสัตว์เลี้ยง กำลังมาแรง!!

NEWS UPDATE5 เดือน ago

คาดการณ์จากนักวิเคราะห์ Gartner : หาก Netflix มีโฆษณา

MARKETING TIPS5 เดือน ago

OOH กำลังกลับมา : เปิด 4 อินไซต์เพื่อสร้างอิมแพคให้เวิร์กกว่าเดิม

CONTENT TIPS6 เดือน ago

คอนเทนต์แบบไหนโดนใจผู้ใช้ Facebook, IG, Twitter, TikTok มาที่สุด ฉบับปี 2022

Jojo
ENGLISH NEWS6 เดือน ago

JoJo Maman Bébé พร้อมเข้าสู่การผลัดเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

LIFESTYLE4 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION4 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

NEWS UPDATE3 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

CONTENT TIPS4 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

CONTENT TIPS2 ปี ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS2 ปี ago

แจกฟรี Business Model Canvas Template .doc โหลดไปใช้วางแผนกันได้เลย!

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

MARKETING TIPS4 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

MARKETING TIPS5 เดือน ago

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

Facebook

Trending

3577 Views