Connect with us

MARKETING TIPS

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

เพราะการยิงแอด (Facebook Ad) คือเครื่องมือที่มีกลุ่มเป้าหมายรอจ่ายเงินซื้อของอยู่มากที่สุด “ไม่ว่าเจอปัญหาอะไร คุณก็แค่ต้องปรับ”

Published

on

สำหรับนักการตลาด ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และเอเจนซี่ ที่คลุกคลีอยู่กับ Facebook และการยิงแอด น่าจะเข้าใจกันดีกับ “ความเยอะ!” ในการปรับเปลี่ยนฟังชั่น อัลกอริทิ่ม หรือกฎต่าง ๆ ของ Facebook มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้บางคนต้องยอมยกธงขาว ยอมแพ้กันไป

และสำหรับคนที่ยังสู้ต่อไป อยากให้เข้าใจกันว่า “คุณกำลังเดินถูกทาง” ถ้ายังเลือกที่จะทำธุรกิจ หรือขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ต่อไป “Facebook เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรปล่อยทิ้งไป (แต่แนะนำให้เพิ่ม Channel อื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน)

เพราะเมื่ออ้างอิงจากข้อมูลก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มี Advertising Audiences” สูงที่สุด และคงหาคู่แข่งได้ยากมาก ๆ

อ่าน สรุป 15 สถานการณ์สำคัญ Digital 2019 ที่นักการตลาดต้องรู้!! ได้ที่นี่

และในเมื่อเรายังคงต้องเช่าพื้นที่บน Facebook เพื่อทำธุรกิจกันต่อไป สิ่งที่เราต้องทำก็คือ “ปรับตัว” เพื่อให้สอดคล้องไปตาม “กฏ ระเบียบ และกติกาที่จะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้กันไปต่อ”

ณ จุดจุดนี้ เชื่อเหลือเกินว่า “หลายธุรกิจอาจจะไม่เคยยิงแอด ทำโฆษณาบน Facebook มากก่อน” แต่เมื่อเจอสถานการณ์ปรับลด Reach (การเข้าถึง) ของหน้า Feed Fanpage ส่งผลให้หลายคนหันมาศึกษา เรียนรู้ที่จะยิงแอดด้วยตัวเองกันมากขึ้น

และในฐานะที่พวกเราเป็น Agency อีกหนึ่งเจ้าที่มีลูกค้าตั้งแต่กลุ่ม SME ขนาดย่อม ไปจนถึง Enterprise ขนาดใหญ่ บางรายยิงแอดกันงบตั้งแต่วันละ 100 บาท ไปจนถึง 100,000 บาทเลยทีเดียว

“พวกเราจึงเก็บรวบรวมข้อมูลจากเหล่าผู้ประกอบ นักการตลาด และคนยิงแอด จากธุรกิจเหล่านั้นมา 60 ธุรกิจ มาสรุปมาเป็น 3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้น”

ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่า “นี่เป็นเพียงข้อมูลที่ทำขึ้นจาก การพูดคุย แบบสำรวจ และวิเคราะห์โดยทีมงาน H.I.P. Marketing Studio เท่านั้น” เพื่อเป็นแนวทางเริ่มต้นยิงแอด ทำโฆษณาในปี 2020 กันได้อย่างราบรื่น

1. 90% ตอบว่าปัญหาคือ “การเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน ตั้งเท่าไรก็ไม่ตรง”

  • หนึ่งในปัญหาหลักและปัญหาใหญ่ ที่เหล่าหลายจะต้องเจออย่างแน่นอน กับการเลือกกลุ่มเป้าหมายในการยิงแอด ที่หลายครั้งอาจจะเลือกตั้งกลุ่มเป้าหมายจนมี Potential Audience Size สูงเกินไป กว้างเกินไป (Potential Audience คืออะไร)

    ถึงแม้ว่า เมื่อปล่อยโฆษณาออกไปแล้ว จะมีคนเห็นโพสต์นั้นเยอะก็จริง แต่ก็อาจจะแลกมาด้วย “กลุ่มเป้าหมายของแอดกว้างซะจนหาคนซื้อไม่ได้เลย”
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายแทบตายแต่สุดท้ายได้ใครก็ไม่รู้! เชื่อว่าหลายคนเคยประสบปัญหานี้ ปัญหาในการยิงแอดออกไปแล้ว ใส่กลุ่มเป้าหมายโดยละเอียด ทั้งอายุ เพศ ความสนใจ แต่สุดท้ายกลับมีแต่คนที่คิดว่า “ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมาคลิก”
  • ไม่เข้าใจว่า “ควรตั้งความสนใจอะไร” แล้วลูกค้าจะซื้อ เช่น สินค้าเป็นธุรกิจความงาม ควรตั้งความสนใจว่า “Beauty” หรือ “Cosmetic” หรือไม่ ?

สาเหตุของปัญหาการตั้งกลุ่มเป้าหมาย และวิธีการแก้ไข

ต้องยอมรับเลยว่า “ปัญหาหลักของการยิงแอด” ก็คือ “การตั้งกลุ่มเป้าหมาย” หรือการตั้ง Target Audience แต่ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่า “การตั้งกลุ่มเป้าหมายมันไม่มีสูตรตายตัว ใส่ความสนใจนี้ แล้วจะขายได้” ทั้งนี้อาจจะเป็นเพียงแนวโน้มว่าจะขายได้เท่านั้น และสำหรับวิธีแก้ที่แนะนำก็คือ

1. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่จะขายของให้จากใจจริง : ลงลึกไปถึงความสนใจของพวกเขาจริง ๆ อย่าเอา “ความสนใจที่มาจากตัวสินค้าเป็นที่ตั้ง” แต่ควรเอาความสนใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง

เช่น สินค้าเป็นเครื่องสำอาง ก็สามารถเอาความสนใจเป็น Pantip หรือ Wongnai มาตั้งก็ได้หากกลุ่มเป้าหมายของเราสนใจ

หรือหัดนำข้อมูลลูกค้าวิเคราะห์บ้าง จาก ข้อมูลเชิงลึกของแฟนเพจ (วิธีการใช้งานเครื่องมือนี้)

2. ศึกษาวิธีการทำ ฺBuyer Persona เพื่อลงลึกเข้าใจความต้องการ ปัญหา ของลูกค้าที่แท้จริงว่าคืออะไร โดยแนะนำให้อ้างอิงจากฐานลูกค้าเก่าเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มบุคคล มากกว่าการ “คิดว่าเค้าเป็นแบบนี้” เพื่อข้อมูลที่ตรงมากที่สุด

ตัวอย่าง Buyer Persona

คลิก Download Buyer Persona Template

3. หันมาให้ความสำคัญกับการทำ Funnel : โดยการค่อย ๆ ดักลูกค้าจากความสนใจของคนรับชมวิดิโอ หรือ Conversion บน Website และค่อย ๆ ทำกลุ่มเหล่านั้นมาทำ Custom Audience และ Look A Likes ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

2. 80% ตอบว่าปัญหาคือ “ไม่สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนยอดไลค์ให้เป็นยอดขายได้” เราทำผิดตรงไหน ?

เคยเห็นไหมกับบาง Post ที่มีการเข้าถึงที่มาก ยอด Like สูง แต่หลังบ้าน กลับมียอดขายที่ไม่ได้มากตาม นั้นก็เพราะว่าการยิงแอดของคุณอาจจะมีประสิทธิภาพแค่การสร้างยอดการเข้าถึงเพียงเท่านั้น แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการสร้างขายเอาเสียเลย ซึ่งนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สืบเนื่องมาจากการตั้งกลุ่มเป้าหมายผิดจุดในข้อแรกอีกด้วย

ปัญหาเรื่องยอดขายอาจจะเกิดมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ พร้อมวิธีแก้ไข

  • คุณอาจจะรู้จักและเข้าใจฟังก์ชั่นของเครื่องมือยิงแอดได้ไม่มากพอ

    รู้หรือไม่ ว่าการยิงแอดของ Facebook นั้น ไม่ได้มีเพียงการเลือกแค่ยิงแอดแบบ เน้นการเข้าถึง สร้างยอดการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเครื่องมือให้ได้ใช้กัน

    เช่นเดียวกันกับการตั้งค่าความสนใจ ที่มีมากกว่า พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายและความสนใจเพียงเท่านั้น หากแต่ว่ามันยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ใช้ประกอบกัน เพื่อจะได้กับกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าที่ตรงกับธุรกิจจริงๆและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

    ทำความเข้าใจการเลือก Objective ให้มากขึ้นที่นี่คลิก
  • คุณอาจจะเลือกตำแหน่งการวาง Ad มากเกินไป เพราะที่ดีที่สุดคือ Automation Placement

    1. หากคุณตั้งค่าให้ Place Ad เฉพาะหน้า Feed คุณอาจจะพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้าที่รอคุณอยู่อีกหลายช่องทางก็ได้

    2. หากจะ Edit Placement แนะนำเป็น เลือก 4 Placement ขึ้นไปจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า

     3. ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “เลือกแบบ Automation Placement” ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบได้ศึกษา และหาช่องทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • คุณอาจจะยิงแอดแบบไร้จุดหมาย เน้นทุ่มเงินมากกว่าวางแผน

    หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า “การยิงแอด” คือการแข่งขันว่าใครงบจะหนาก็กัน แต่ต้องบอกก่อนเลยครับ นี่คือความจริงเพียงเสี้ยวนึงเท่านั้น เพราะส่วนตัวแล้วสิ่งที่แข่งกันมาที่สุดก็คือ “การวางกลยุทธ์” ต่างหาก

    เบื้องต้นก่อนที่จะยิงแอดครั้งต่อไป ลองวางแผนตามหัวข้อต่อไปนี้ดูก่อนก็ได้

    1. Segmentation : แบ่งกลุ่มเป้าหมาย
    2. Ads Optimization : ตีโจทย์ให้แตก ปรับการสื่อสารให้โดน
    3. Scheduling Your Campaigns : กำหนดเป้าหมาย / ระยะเวลา ให้ชัดเจน
    4. Managing Your Budget Wisely : บริหารงบประมาณ วางตำแหน่งให้เหมาะ
    5. Tracking Your Results : สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล ให้ตรงจุด
  • คุณอาจจะไม่เข้าใจการดู Ad Performance เลยว่า Ad ชุดไหนดี ไม่ดี ควรเปิดต่อ หรือปิดไปเลย

    การวิเคราะห์ Performance ของ Ad แต่ละตัวคือช่วงที่สำคัญเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับการตั้งกลุ่มเป้าหมาย หรือการสร้างคอนเทนท์ เพราะนี่คือตัวชี้วัดเลยว่า “คุณควรไปต่อ หรือต้องยกธงขาวกับแอดตัวนี้ดี”

    โดยรูปแบบการวัดผลมีให้ศึกษากันมากมายหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและเห็นชัดที่สุดก็คือ การวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

โดยระบบการวัดผลจะถูกแบ่งออกมาเป็น 3 ตัวหลักๆ


1. Quality Ranking (จัดอันดับเชิงคุณภาพของ ADS) : หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


2. Engagement Rate Ranking (จัดอันดับเชิงการมีส่วนร่วมของ ADS) : Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


3. Conversion Rate Ranking : (จัดอันดับการคอนเวิร์สของ ADS) หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการคลิกคอนเวิร์สเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ : บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

3. 70% ตอบว่าปัญหามาจาก ทำ Content ที่ไม่น่าสนใจ และไม่ตรงตามกฎ ของ Facebook

สำหรับเรื่องของคอนเทนท์หลัก ๆ จะประกอบไปด้วย 2 ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือ “คอนเทนท์ขายไม่ได้” และ “คอนเทนท์ผิดกฏยิงแอดไม่ผ่าน”

แก้ปัญหาปัญหาคอนเทนท์ขายไม่ได้

1. ก่อนที่จะลงมือทำคอนเทนท์ สร้างโพสต์สำหรับขายสินค้าสักหนึ่งชิ้น จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ยุคนี้เป็นยุคที่คนกำลังมองหา Total Experience สนใจผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าวิธีการ”

จึงต้องหันมาทำคอนเทนท์ เน้นการสร้างประสบการณ์ในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่าต้องหันมามองเป็น “Total Experience” ที่แต่ละช่วงของ Audience (Customer) Journey ตั้งแต่มีความต้องการ – รู้จักแบรนด์ – ศึกษาหาข้อมูล – ตัดสินใจ (Call to Action) เชื่อมต่อร้องเรียงเข้าด้วยกัน

ซึ่งการสร้าง Total Experience จึงครอบคลุม Audience Journey เพื่อวางแผนให้ครบทุก Touch Point ในการเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

และรูปแบบการเขียน มีให้เลือกมากมาย ตามประเภทของสินค้าและบริการ ทั้งนี้คงตอบชัดไม่ได้ว่า “อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุด” เพราะสุดท้ายแนะนำให้ทดสอบใน Ad Set ครั้งละ 5-6 ตัว เพื่อแข่งขันจนหาตัวที่ดีที่สุด

2. ทำความเข้าใจสินค้าของตัวเองให้มากก่อนลงขาย เข้าใจการหยิบประเด็น คีย์สำคัญของสินค้ามาเขียน ยกตัวอย่างเช่น การทำความเข้าใจสินค้าในแต่ละ Layer

3. ลองเอา Flow การเขียนแบบ Problem – Agitate – Solve (PAS) ไปลองใช้

สูตรยอดนิยม ที่ครีเอทเตอร์ชอบนำมาใช้ตอบโจทย์คนอ่าน/ลูกค้า โดยมีวิธีการดังนี้


Identify a problem – อธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะต้องแสดงถึงความเข้าใจถึงปัญหานั้นจริงๆ *ทำให้คนอ่านรู้สึกให้ได้ว่า “เราเข้าใจปัญหานั้นจริงๆ”


Agitate the problem – กระตุ้นปัญหาเหล่านี้ให้คนอ่านเห็นภาพ ว่ามันสำคัญมากแค่ไหน หากไม่ได้รับการแก้ไข เช่น กระทบอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อชีวิต


Solve the problem – นำเสนอ “สินค้า/บริการ” เข้าไปเป็นวิธีแก้ปัญหาให้คนอ่านเข้าใจง่าย เข้าถึงได้

ถ้าคิดไม่ออกลองดูไอเดียได้ที่ : Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

หรือลองอ่านรายละเอียดของ Creative Tips ที่ Facebook ลงเอาไว้

แก้ปัญหาคอนเทนท์ยิงแอดไม่ผ่าน ผิดกฏ Facebook

กฏหลายข้อคิดว่าทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า “อะไรคือคำว่าผิดกฏ” และไม่สามารถใช้คำนั้น รูปนั้นได้ แต่มีเรื่องที่คนส่วนใหญ่พลาดกันตาม Checklist ต่อไปนี้

Checklist สินค้า

▪ ไม่อนุมัติแน่ถ้าเป็น สินค้าของก๊อปแบรนด์เนม
▪ สินค้า 18+
▪ อาวุธ ความรุนแรง หรือแม้แต่ปืนบีบีกัน

 Checklist การใช้คำพูด

▪ ต้องบอกให้ชัดเลยว่าเราขายอะไร
ตัวอย่างเช่น :

❌ มาลองฟรี! ของดี ใช้แล้วหน้าหายพัง!
✔ เซรั่มมุกุ ใช้ได้แล้วดี ดูแลผิวหน้า แจกตัวทดสอบฟรี!!

▪ ห้ามตั้งคำถาม หรือเจาะจงลักษณะของ User!! (ข้อนี้หลายคนพลาด)

ตัวอย่างเช่น :

❌ คุณเป็นสาว SIZE ใหญ่ใช่มั้ย ??? มาลองเลยกลัวอะไร!
✔ ร้านนี้เลย! เสื้อผ้าสำหรับสาว SIZE ใหญ่ คืนความมั่นใจ!

❌ คุณกำลังตกงานอยู่ใช่มั้ย ? คลิกตรงนี้มีข่าวดีมาบอก
✔ เปิดรับสมัคร “นักการตลาด” อาชีพที่คุณอาจหลงรัก

▪ ห้ามมีคำหยาบ (แม้แต่คำว่า โครต! ก็ผิดแล้ว)

▪ โฆษณาเกินจริง โอเวอร์เคลม

ตัวอย่างเช่น :

❌ คลิกเลย คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน
✔ พอลล่าลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน เมื่อใช้คอร์สของเรา *การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

หากลองสังเกตดูเทรนด์การยิง ADS ในปัจจุบันนี้ สำหรับตัวธุรกิจแล้ว เรื่องยอดการเข้าถึงหรือว่ายอด Reach ถือว่ามันได้ Out ไปแล้ว นั่นก็เพราะว่า สุดท้ายแล้วเป้าหมายในการยิงแอดของแต่ละธุรกิจก็คือเรื่องของ “ยอดขาย”

ดังนั้นเป้าหมายของการยิงแอด อาจจะไม่ใช่เป็นการยิงหว่าน เพื่อหาลูกค้าอีกต่อไป หากแต่จะเป็นการยิงแอด เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อจะได้สื่อสารไปยังกลุ่ม Last Customers จนสร้างยอดขายให้กับธุรกิจให้ได้นั่นเอง

และสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มยิงแอดครั้งต่อไป ขอแนะนำให้อ่าน 6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook ที่พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปอัปเดตกับ Facebook Chiangmai Agency Acceleration ในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

MARKETING TIPS

iOS 14.5 ทำตัวเลขการเข้าถึงลดลง : รายงาน Digital 2021 July Global Statshot Report

Published

on

จากรายงาน Digital 2021 July Global Statshot Report ทาง Facebook ได้ออกมาเตือนว่าในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ตัวเลข Reach จะเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จากผลพวงของผู้บริโภคที่กดเลือก opt-out บน iOS 14.5 และดาต้าคอนโทรลตัวอื่น ๆ

ถึงคิวของรายงาน Digital Insight ประจำเดือนกรกฎาคมกันแล้วกับเจ้าประจำเจ้าเดิมอย่าง Datareportal, Hootsuite และ We Are Social โดยในบทความนี้จะยกมาพูดแค่ส่วนรายงานของ “Advertising” เท่านั้น

Ad Reach บน Facebook อาจน้อยลงเพราะตัวเลือก opt-out บน iOS 14.5

Facebook ได้ออกมาเตือนว่า ด้วยจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนต่างเลือกกด opt-out บน iOS 14.5 นั้นจะส่งผลให้ Performance ของตัวแอดได้รับผลกระทบอย่างมากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ และส่งผลกระทบในแพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วยไม่ใช่เพียงแค่ใน Facebook

อย่างไรก็ตามตัวเลขการเข้าถึงโฆษณาบนเฟซบุ๊คของประเทศไทยเรานั้นกลับเพิ่มขึ้น +3.8% แต่การเปลี่ยนแปลงในกฎการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้จะส่งผลหลัก ๆ เลยก็คือทำให้ระบุตัวทาร์เก็ตของแอดได้แม่นยำน้อยลง จึงเป็นหน้าที่ของนักการตลาดแล้วที่ต้องหาทางปรับตัวกันกับ policy เหล่านี้

ตัวเลขเข้าถึงแอด Instagram พุ่งแต่ก็ชะตากรรมเดียวกัน

ตัวเลขรวมทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านคน เข้าถึง (Reach) ตัวโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Instagram แต่จะมีในโซน EU และ UK ที่การเข้าถึงน้อยลงถึงกับขั้นติดลบเลยทีเดียว ส่วนพี่ไทยเรานั้นเพิ่มขึ้น +11.8%

พอลองมองเปรียบเทียบดูระหว่าง Facebook กับ Instagram ดูแล้วแพลตฟอร์มอินสตาแกรมก็เป็นอีกเวย์หนึ่งที่ยังกว้างกว่าและน่าสนใจสำหรับเหล่านักการตลาดที่จะเข้ามาลงแข่งในสนามนี้

สรุปแล้วการเข้าถึงแอดในเดือนนี้ประเทศไทยเรายังไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ แต่จะหนักโดยเฉพาะในโซน EU เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เพราะโดนทั้ง iOS 14.5 และตัวกฎหมาย ePrivacy ได้ถูกเอาออกมาบังคับใช้แล้วนั่นเอง

สามารถเข้าไปอ่านรายงานฉบับเต็มกันได้ที่ : https://datareportal.com/reports/digital-2021-july-global-statshot

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

ช้ำแล้วช้ำอีก #แบนFoodpanda บทเรียนเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงตัวแบรนด์

เรียนรู้จากบทเรียน เมื่อทางออฟฟิเชียล Foodpanda ทวีตตอบแสดงความเห็ยต่อภาพเหตุการณ์ชายคล้ายไรเดอร์ในม็อบ 18 กรกฎาคมว่าเข้าข่ายการก่อการร้าย ทำให้เกิดกระแสดังด้านลบอย่าง #แบนFoodpanda

Published

on

เรียนรู้จากบทเรียน เมื่อทางออฟฟิเชียล Foodpanda ทวีตตอบแสดงความเห็นต่อภาพเหตุการณ์ชายคล้ายไรเดอร์ในม็อบ 18 กรกฎาคมว่าเข้าข่ายการก่อการร้าย ทำให้เกิดกระแสดังด้านลบอย่าง #แบนFoodpanda

เป็นกระแสกันในชั่วคืนเมื่อทางแอดมินฟู้ดแพนด้าได้ออกมาทวีตแสดงความเห็นต่อคลิปชายคล้ายไรเดอร์ในเหตุการณ์ม็อบ 18 กรกฎาคม โดยมีใจความว่า

“ทางเราจะเร่งดำเนินการตามกฎระเบียบขั้นเด็ดขาดของบริษัท โดยให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที ขอเรียนให้ทราบว่า ทางฟู้ดแพนด้ามีนโยบายต่อต้านความรุนแรงและการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และยินดีช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีต่อคนร้ายอย่างเต็มที่ค่ะ”

แบนfoodpanda
รูปจาก ข่าวสด

โดยคำว่า ‘ก่อการร้าย’ นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึงการเลือกข้างสนับสนุนเผด็จการทำให้ทัวร์ลง คนแห่ลบแอปฯ ไปกว่า 2 ล้านบัญชี ส่วนพาร์ทเนอร์หลายร้านค้าต่างก็ยุติให้บริการผ่านแพลตฟอร์มนี้เช่นกัน

ออกมาขอโทษก็ไม่ช่วยอะไร เพราะตัว Brand Value ไม่น่าเชื่อถือแล้ว

ด้วยตัวแบรนด์ที่ปรากฎในบริบททางการเมืองกันถึง 2 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกรณีสปอนเซอร์เนชั่นทีวีที่ภายหลังสามารถกู้วิกฤตจากระแสด้านลบมาได้หนึ่งครั้ง แต่ในครั้งนี้เมื่อทางแบรนด์สะท้อนจุดยืน ย้ำกับทุกคนอีกครั้งอย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายรู้สึกสูญเสีย ‘คุณค่า’ ของแบรนด์ไป ส่งผลให้ Loyalty ต่อแบรนด์ได้หายไปด้วย

ด้วยบริบททำให้คนคาดหวัง Brand Democracy

จากกรณีศึกษาประเด็นนี้ของ The MATTER ทำให้ได้อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตลาด นั่นก็คือเรื่องของ Brand Democracy 

จากผลสำรวจของ Edelman พบว่า 

  • ผู้คนทั่วโลกจำนวน 64% จะสนับสนุนหรือต่อต้านแบรนด์ โดยดูว่าแบรนด์วางจุดยืนเกี่ยวกับประเด็นสังคมหรือเรื่องทางการเมืองอย่างไร
  • คนจำนวน 53% เชื่อว่าแบรนด์มีพลังในการแก้ปัญหาสังคมได้ดีกว่าหนวยงานภาครัฐ 
  • และคนจำนวน 54% ก็เชื่อว่าพวกเขาสามารถเข้าถึงแบรนด์ เพื่อให้แบรนด์ช่วยเป็นกระบอกเสียงในการพูดถึงเรื่องเหล่านี้ได้ง่ายกว่าหน่วยงานภาครัฐ

Brand Democracy จึงเป็นอีกหนึ่งคุณค่าและสาเหตุเบื้องลึกที่มีผลต่อการตัดสินซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากทางแบรนด์ เพราะปัจจุบันลูกค้ามักมองหาสินค้าที่ตอบโจทย์ความเป็นตัวตนหรือแม้กระทั่งแสดงออกถึงจุดยืนของตนเอง

ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทาง Foodpanda จะมี Crisis Management ออกมาเช่นไร จากการกระทำเดียวที่ทำให้สั่นสะเทือน เดือดร้อนกันทั้งแบรนด์ขนาดนี้ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าจะซ่อมแบรนด์ได้เหมือนครั้งที่แล้วหรือไม่

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

Facebook เผย คนไทยเลิฟ ทักแชทชอปปิ้งออนไลน์

จากแบบสอบถามของ Facebook และ BCG เผยว่าผู้บริโภคคนไทยในกลุ่ม Gen Z และ Millennial 8 ใน 10 คน ชอบติดต่อร้านค้าผ่านแอปฯ แชทออนไลน์มากกว่า

Published

on

จากแบบสอบถามของ Facebook และ BCG เผยว่าผู้บริโภคคนไทยในกลุ่ม Gen Z และ Millennial 8 ใน 10 คน ชอบติดต่อร้านค้าผ่านแอปฯ แชทออนไลน์มากกว่า

จากสถานการณ์การระบาดของโควิดทางทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป โดยทาง น.ส.แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ของ Facebook ประเทศไทย กล่าวว่าพฤติกรรมของคนนั้นได้เปลี่ยนจาก “ออกไป” ชอปปิ้ง เป็น ชอปปิ้งได้ “ตลอดเวลา”

พฤติกรรมการซื้อสินค้าแบบจาก การทักทาย เปลี่ยนเป็น การสั่งซื้อ ที่ขึ้นในแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กนั้นกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทย และจากการวิจัยที่ผ่านมาของทาง Facebook ได้ระบุว่า การทักแชทเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนประกอบสำคัญใน Customer Journey ของผู้บริโภคบนโลกออนไลน์

จากแบบสอบถามของ Facebook และ BCG เผยว่าผู้บริโภคคนไทยในกลุ่ม Gen Z และ Millennial 8 ใน 10 คน ชอบติดต่อร้านค้าผ่านแอปฯ แชทออนไลน์มากกว่า และจำนวน 4 ใน 5 ของคนไทยได้ตอบว่าพวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมกับร้านค้ามากขึ้นหลังจากได้คุยแชทออนไลน์

โดยลูกค้าถึง 83% ส่งข้อความหาร้านค้าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

ลูกค้า 70% จะส่งข้อความในช่วงซื้อสินค้า 

และอีก 58% ส่งข้อความหลังทำการซื้อสินค้าไปแล้ว

การใช้แอปฯ Messenger จึงกลายเป็นช่องทางสำคัญกันตั้งแต่ก่อนซื้อไปจนถึงหลังซื้อขายสินค้าไปเลยทีเดียว เพราะผู้ขายสามารถแนะนำลูกค้าได้ตลอด Journey การซื้อขาย และมอบ Personalized experience ได้ภายในแชทโดยไม่ต้องออกไปใช้ช่องทางอื่นเลย

จากข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคชอบการซื้อสินค้าแบบมีส่วนร่วมและได้มีปฏิสัมพันธ์กับทางร้านค้า พฤติกรรมนี้เลยได้พ่วงไปถึงการซื้อสินค้าจากไลฟ์สดบนเฟซบุ๊กถึง 28% ในปีที่ผ่านมา และคาดว่ากว่า 92% คนไทยจะเพิ่มการซื้อของผ่านไลฟ์ในปีนี้ ส่วนในเรื่องของ AR มากถึง 88% คนไทยก็ยังสนใจ เพราะจะเป็นตัวกลางที่จะเข้ามาเสริมประสบการณ์การชอปปิ้ง และยังหวังให้หลายแบรนด์เอาฟีเจอร์นี้ออกมาใช้กันด้วย

ที่มา : infoquest

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CONTENT TIPS3 วัน ago

พี่มาร์คสั่งลุย สร้าง Metaverse โลกจำลอง เหมือนหนัง Ready Player One

MARKETING TIPS3 วัน ago

iOS 14.5 ทำตัวเลขการเข้าถึงลดลง : รายงาน Digital 2021 July Global Statshot Report

MARKETING TIPS1 สัปดาห์ ago

ช้ำแล้วช้ำอีก #แบนFoodpanda บทเรียนเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงตัวแบรนด์

CONTENT TIPS1 สัปดาห์ ago

Facebook เผย คนไทยเลิฟ ทักแชทชอปปิ้งออนไลน์

CONTENT TIPS1 สัปดาห์ ago

เที่ยวทิพย์ไปกับไฮยีน เอ็กซ์เพิร์ท แคร์ เบสท์ ออริจินส์ ด้วยเทคโนโลยี AR

CONTENT TIPS2 สัปดาห์ ago

เจาะการตลาด Yellowtire.com ขึ้นแท่นเว็บยางอันดับ 1 พร้อม 6 คำแนะนำร้านยางช่วงโควิด

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

วันแรกก็โดนเล่นแล้ว “ส่งฟรีทุกออเดอร์” Robinhood เกรียน online เดือดร้อนไปถึงร้านค้า offline

NEWS UPDATE3 สัปดาห์ ago

ShopeeFood เตรียมบุกไทย ตอกย้ำความพร้อมเข้าสู่ตลาด Food Delivery ใน SEA

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

ศึกกลยุทธ์ House Brand เมื่อปลาใหญ่สวมรอยเป็นปลาเล็ก ดราม่าสะท้านแบรนด์ใหญ่

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

รายงาน MoEngage เผย Personalized Marketing ดันยอด ผู้บริโภค SEA พุ่งมากถึง 22%

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

EDUCATION1 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION2 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

EDUCATION1 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

CONTENT TIPS2 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

MARKETING TIPS2 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

Facebook

Trending

2209 Views