Connect with us

CONTENT TIPS

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

มาอัปเดตเทรนด์ Content Marketing ที่น่าจับตามองในปี 2021 ที่กำลังใกล้เข้ามานี้กัน สายคอนเทนท์ต้องอ่านเพื่ออัพสกิลให้ทันคู่แข่ง!

Published

on

พลาดไม่ได้กับ เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 สายคอนเทนท์ต้องอ่านเพื่ออัพสกิลให้ทันคู่แข่ง! มาอัปเดตเทรนด์ Content Marketing ที่น่าจับตามองในปี 2021 ที่กำลังใกล้เข้ามานี้กัน

2020 ช่างเป็นปีที่รวดเร็วและยาวนานเหลือเกิน หลายสิ่งหลายอย่างได้เกิดขึ้นและจากไปภายในปีนี้ ดังนั้นการอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

มาดูกันว่า Content Marketing ปี 2021 นี้มีแนวโน้มไปในทางด้านไหนที่น่าสนใจสำหรับสายคอนเทนท์และสายดิจิทัลกันบ้าง

1. ความเร็ว อาจไม่สำคัญเท่า ความถูกต้อง / เหมาะสม

จริงอยู่ที่คอนเทนท์แนว Real-time หรือ Viral จะเป็นตัวเรียกผู้อ่านได้จำนวนมหาศาลในเวลาอันสั้น แต่อายุทางคุณค่าของคอนเทนท์นั้นก็เสื่อมสลายหายไปไวเหมือนกับกระแสที่เราจับเอามาทำเป็นตัวเรียกคนอ่านเช่นกัน

ยิ่งปัจจุบัน “ความอ่อนไหว” ในโลกออนไลน์มาเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีการ “แบน” เกิดขึ้นง่ายและเกิดขึ้นได้เพียงพริบตา เพราะในยุคนี้คนส่วนมากต่างมีความกล้าที่จะแชร์ และแสดงความเห็นกันมากขึ้น เช่นเดียวกันกับประโยคที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า “ยุคนี้ใคร ๆ ก็เป็นนักข่าว”

ดั้งนั้นวิธีการที่จะทำให้คอนเทนท์เรานั้นเป็นที่ยอมรับได้ สื่อสารถูกต้อง และไม่ถูกแบน จึงกลายเป็นข้อที่หลาย ๆ แบรนด์ให้ความสำคัญมากกว่าความเร็ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ได้หมายความว่าไม่แนะนำให้เล่นคอนเทนท์แนวนี้ แต่แนะนำให้ระมัดระวังกันมากขึ้นมากกว่า

2. Be Relevant & Be Useful

แปลตรงตัวเลยก็คือ “มีความเกี่ยวข้อง” และ “มีประโยชน์” กับผู้อ่านของเรา ซึ่งมีประเด็นย่อยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ 2 ประเด็นที่น่าจะยังเอามาเล่นเป็นเทรนด์อัพสกิลให้คอนเทนต์ของเราในปี 2021 นี้

  • Embrace Negativity จริงอยู่ที่ปกติของการทำคอนเทนต์เราควรหลีกเลี่ยงพวก “Negative Keywords” แต่ในช่วงโควิดที่ผ่านมา Negative Keywords เหล่านี้กลับเป็นตัวที่ทำให้ผู้อ่านหรือลูกค้าเป็นคนหาเราเจออยู่ไม่น้อย เช่น ฉันต้องการขอ Cancel ตั๋วเที่ยวบิน หรือ Cancel ที่พัก เป็นต้น เพราะนี่คือสิ่งที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อเขาในตอนนั้นนั่นเอง
  • Self Security and Mentality คือคอนเทนท์ที่เกี่ยวข้องและเชื่อมโยงเข้าถึง “อารมณ์” ของผู้อ่านนั่นเอง ซึ่งค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา

3. Revise กลุ่มเป้าหมายและวิธีการสื่อสาร

รายงาน 2021 B2B Content Marketing จาก Content Marketing Institute  ได้ระบุว่าในช่วง Pandemic ที่ผ่านมา สิ่งที่นักการตลาดปร้บตัวกันมากที่สุด ได้แก่

  • ปรับเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย และกลยุทธ์ในการสื่อสาร
  • ปรับแผน Editorial Calendar
  • เปลี่ยนกลยุทธ์การเผยแพร่และโปรโมตคอนเทนต์
  • ปรับเว็บไซต์
  • ลงทุนกับ Social media และสังคมออนไลน์มากขึ้น

4. เทรนด์การทำ Academy / Educational Content

การมอบความรู้ = มีประโยชน์ จะสังเกตเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมานี้หลายองค์กรเองก็ได้ก่อตั้งตัวเองให้มีบริการทางความรู้กันมากขึ้น เห็นได้ชัดในช่วงล็อกดาวน์โควิดที่ผ่านมาว่ามีไลฟ์สดหรือคอร์สสอนออนไลน์กันมากขึ้น ซึ่งการทำ Academy นั้นมีบทบาทช่วยเหลือองค์กรได้ทั้งเป็นเครื่องมือทางการตลาดในการ “หาลูกค้าใหม่” เข้ามา และรวมไปถึง “การรักษาลูกค้าเดิม”

5. วิดีโอยังโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Short-form Videos

Short-form videos หรือวิดีโอสั้น ๆ เกิดดังระเบิดเป็นกระแสกันอย่างมากในช่วงล็อกดาวน์โควิดเช่นกัน เทรนด์นี้เกิดจากการเติบโตของ TikTok จนแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง YouTube, Instagram ก็ต่างสนับสนุน Short-form videos กันมากขึ้น

6. Interactive Content

รายงานจาก Demand Gen ระบุว่า Interactive content มีประโยชน์กับการ Educate ลูกค้า มากกว่า Static content ราว 23% ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเกี่ยวกับเทรนด์นี้ก็คือ วิชาชีวิต

7. Webinar / Virtual Event

การเติบโตของไลฟ์สด สัมมนาออนไลน์ (Webinar) และ Virtual Event จะยังคงเติบโตต่อในปี 2021 สอดคล้องกับรายงานของ Gartner ที่เผยว่า 82% ของผู้นำองค์กรมีแผนที่จะรักษานโยบาย Remote work ต่อไป ถึงแม้ว่าสถานการณ์โรคระบาดจะสงบลงแล้วก็ตาม จึงทำให้การใช้เครื่องมือช่วยในการทำงานต่าง ๆ นั้นเติบโตขึ้น

เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ทั้ง 7 ข้อนี้ทางเราได้สรุปมาให้คุณได้อ่านจาก Content Shifu สามารถคลิกที่ตัวหนังสือไปเพิ่มอ่านฉบับเต็ม

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 2 Average: 5]

CONTENT TIPS

8 แคมเปญการตลาด ที่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น

Published

on

Best Seller ตลอดกาล! กับ 8 แคมเปญการตลาด ที่ออกมาเมื่อไหร่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น พร้อมเปย์ พร้อมจ่ายกันทุกที

Double Day Promotion

9.9, 10.10, 11.11 กลายเป็นธรรมเนียมไปซะแล้วสำหรับการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์ม E-commerce สักชิ้น ไม่ว่าจะเป็น Lazada, Shopee หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ก็ขยันออกโปรนี้กันมาทุกเดือน

แคมเปญสำหรับสายมู

เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่บูมและได้ผลอย่างเห็นได้ชัดในบ้านเรามาแล้วประมาณ 3-4 ปี โดยมีวิธีการขายก็คือยกตัวอย่างอุปสรรค และปัญหาในชีวิตขึ้นมา แล้วยกโปรดักขึ้นมานำเสนอว่าช่วยแก้ปัญหา แต่ต้องเป็นในแนวที่ดูไม่เกินจริงเกินไป ทำให้ลูกค้ารู้สึกอินแล้วอยากลอง

ของแถมมูลค่าสูง

แคมเปญแนวนี้เป็นที่นิยมในธุรกิจประเภทร้านเสริมสวยและสปาต่าง ๆ เพราะจากสถานการณ์ล็อคดาวน์ทำให้ต้องปิดไปชั่วคราว พอมีการคลายล็อคดาวน์หลาย ๆ ร้านจึงงัดกลยุทธ์นี้ขึ้นมาเพื่อดึงดูดลูกค้ามากขึ้น ตัวอย่างเช่น ซื้อคอร์สเลเซอร์ แถมฟรี voulcher นวดตัว 1 ครั้ง

จ่ายทีเดียวถูกกว่าผ่อน

เช่นเมื่อจ่ายเต็มจำนวนตั้งแต่ครั้งแรก รับส่วนลดไปเลย 1,000.- ซึ่งการตลาดแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่กำลังได้รับความนิยมจากคลินิกความงาม คลินิกต่าง ๆ

Co-Branding

Gucci x BALENCIAGA

เพราะเมื่อแต่ละแบรนด์เริ่มหมดมุข ไม่รู้จะออกคอลเลคชั่นใหม่ยังไงกันแล้ว การ Co-Branding จึงเป็นคำตอบ แล้วยิ่งเป็นแบรนด์ดัง x แบรนด์ดัง จะทำให้ประสบความสำเร็จได้ง่าย เพราะทางแบรนด์มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ลูกค้าจึงเก็ทง่าย และรู้สึกพึงพอใจกับตัวสินค้าได้ง่าย

กล่องสุ่ม

จากสถิติ Google แล้ว ผู้คนเสิร์จคำว่า ‘กล่องสุ่มอาหารทะเล’ เพิ่มมากขึ้นถึง 1,100% เพราะด้วยสินค้าพรีเมี่ยมที่มูลค่าสูงล่อตาล่อใจ หรือสินค้าแรร์ที่หาได้ยาก แต่จ่ายในราคาที่ไม่สูง จึงทำให้ผู้คนยอมจ่าย

ชิ้นที่ 2 ราคา 1.-

กลยุทธ์นี้ดึงดูดเงินในกระเป๋าสาว ๆ เป็นอย่างมาก คล้าย ๆ กับการซื้อ 1 แถม 1 

สินค้าที่อิงกระแสโซเชียล

กลยุทธ์นี้เรียกได้ว่าใครเร็วคนนั้นได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำโปรดักใหม่ขึ้นมาก็ใช้กลยุทธ์นี้ขายได้เช่นกัน อย่างชฎาลิซ่า และกลยุทธ์แบบนี้มักได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มวัยรุ่น/คนรุ่นใหม่มากเป็นพิเศษ

ถือว่าเป็นไอเดียสำหรับหลาย ๆ แบรนด์ที่ต้องการสร้างยอดขายในช่วงสิ้นปีนี้กัน

อ้างอิง : กรุงเทพธุรกิจ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

Meta เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ส่งเสริมการช้อปปิ้งผ่านกลุ่ม Facebook

Published

on

หลังจากเปิดตัวบริษัท Meta มากว่า 1 เดือน จะเห็นได้ว่าบนแพลตฟอร์มของ Facebook เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่อให้พร้อมรับการพัฒนาแพลตฟอร์มไปสู่ Metaverse ในอนาคต 

สิ่งหนึ่งที่ Facebook เล็งเห็นคือการค้าขายในโลกออนไลน์ที่เติบโตอย่างมากในหลายปีมานี้ Facebook จึงได้เปิดตัวฟีเจอร์ Shops in Groups เพื่อส่งเสริมการช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์ อย่าง Facebook Group ที่สามารถรวบรวมสินค้าแนะนำให้เหมาะกับสมาชิกในแต่ละกลุ่ม ซึ่งมีความสนใจที่แตกต่างกัน

Shops in Group

การทำงานของ Shops in Group จะเป็นการแนะนำสินค้าจากสมาชิกในกลุ่มนั้นๆ ตามคำขอจากสมาชิกในกลุ่มเดียวกัน และสมาชิกในกลุ่มสามารถซื้อสินค้าเหล่านั้นผ่านทาง Facebook ได้เลย เป็นเสมือนการแนะนำสินค้าจากเพื่อนสู่เพื่อน ตอบโจทย์ที่ Facebook ประกาศไว้ว่าจะพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีความใกล้ชิดระหว่างผู้ใช้งานมากขึ้น

นอกจากนี้แล้วสินค้าที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนั้นยังจะได้รับการสนับสนุนให้แสดงผลบนหน้าฟีดข่าวของผู้ซื้อที่เป็นสมาชิกในกลุ่มนั้นด้วย 

เครื่องมือสำหรับ Live สด

Meta ยังได้ทำการทดสอบเครื่องมือถ่ายทอดสดสำหรับครีเอเตอร์ ที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถร่วมมือกับแบรนด์และโฆษณารีวิวให้ผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย

Facebook ได้เพิ่มฟังก์ชั่นการให้คะแนนและบทความวิจารณ์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเห็นบทความรีวิวสินค้าจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ชก่อนตัดสินใจซื้อบน Facebook และ Instagram ได้ด้วย

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ให้ความสำคัญกับการช็อปปิ้งออนไลน์อย่างมาก เนื่องจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าออนไลน์กำลังแพร่หลายมากขึ้น คาดว่าขาช็อปทั้งหลายจะใช้จ่ายผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียมากยิ่งขึ้น 

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/3cutiTg

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

“Unicorn” จุดสุดยอดของการเป็นสตาร์ทอัพ

Published

on

ในทุกวงการมักจะมีเป้าหมายจุดสูงสุดของตัวเองที่ต้องการจะไปให้ถึง สำหรับวงการธุรกิจ Startup เองก็มีจุดสุดยอดคือการเป็นสตาร์ทอัพในระดับ ‘Unicorn’ แต่การจะเป็นสตาร์ทอัพในระดับยูนิคอร์นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย 

Startup ระดับ Unicorn คือ?

การจะเป็นสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นคือต้องมีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 33,000 ล้านบาท โดยใช้เวลาเพียง 3-5 ปีเท่านั้น มูลค่าบริษัทนี้นับรวมมูลค่าหุ้น มูลค่าหนี้สิน และมูลค่าเงินลงทุนที่ได้จากนักลงทุน หากจะทำให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ธุรกิจสตาร์ทอัพที่สามารถดำเนินกิจการจนทำยอดการเติบโตให้กับบริษัทได้มากถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐนั่นเอง ซึ่งนับเป็นมูลค่าที่สูงมากสำหรับธุรกิจที่เพิ่งเริ่มกิจการ

อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าการจะเป็นยูนิคอร์นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในไทยนั้นมีธุรกิจสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นอยู่เพียง 2 เจ้าเท่านั้น ได้แก่ Flash และ Bitkub เท่านั้น แต่ในต่างประเทศสามารถพบธุรกิจสตาร์ทอัพที่อยู่ในระดับยูนิคอร์นได้มากมาย หากมองภาพแค่เพียงในอาเซียน ประเทศสิงคโปร์นั้นมีมากถึง 10 ราย และอินโดนีเซียก็มีถึง 6 รายด้วยกัน

ระดับขั้นของการเป็น Startup

ระดับขั้นของธุรกินสตาร์ทอัพก่อนจะมาเป็นยูนิคอร์นนั้นก็มีหลากหลายเช่นกัน เพราะฉะนั้นจะมาเป็นสตาร์ทอัพเหมือนกันไม่ได้

  • Centaur (เซนทอร์) ที่เป็นครึ่งคนครึ่งม้า ในวงการสตาร์ทอัพหมายถึงธุรกิจที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
  • My Little Pony (มายลิตเติ้ลโพนี่) ในวงการสตาร์ทอัพหมายถึงธุรกิจมูลค่าบริษัทมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • Decacorn (เดเคคอร์น) มาจากคำว่า (Deca-) ที่แปลว่า 10 หมายถึง ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 10 Billion USD หรือ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นจุดสูงสุดของจุดสุดยอดในการเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพอีกที เพราะอยู่สูงกว่ายูนิคอร์นเสียอีก
Get to Know The Startup Valuation Level | by DLI EDU VENTURE | Medium

ธุรกิจกับเทพนิยาย

‘ยูนิคอร์น’ เป็นสัตว์ในจิตนาการที่อยู่ในโลกของเทพนิยาย เป็นตัวแทนของความสดใส และความสร้างสรรค์ ดังจะเห็นได้ว่ายูนิคอร์นกลายเป็นเทรนด์ทางแฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ที่สื่อถึงความแปลกใหม่และสนุกสนาน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นเพียงสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เพราะไม่มีใครเคยเห็นยูนิคอร์นตัวเป็นๆ

คำว่า ‘ยูนิคอร์น’ ถูกนำมาใช้เรียกธุรกิจสตาร์ทอัพครั้งแรกในปี 2556 จากบทความของ Aileen Lee ที่เล่าว่าโอกาสที่สตาร์ทอัพจะสร้างมูลค่าได้ถึง 1,000 ล้านเหรียญนั้นเป็นเรื่องที่หินมาก ถ้าใครทำได้ก็จะกลายเป็นตำนานเหมือนกับยูนิคอร์นนั่นเอง 

ที่ใดมียูนิคอร์นที่นั่นมีธุรกิจที่สร้างสรรค์และเติบโต

อนึ่งจากการแทนยูนิคอร์นเป็นสัญลักษณ์ของความสร้างสรรค์และความสดใส ผนวกกับการแทนยูนิคอร์นว่าเป็นธุรกิจที่เติบโตไว การที่ประเทศไหนมียูนิคอร์นหลายตัวจึงเป็นการแสดงถึงว่าประเทศนั้นมีธุรกิจที่มีความคิดสร้างสรรค์และสามารถสร้างการเติบโตได้ในประเทศเยอะ ทั้งนี้ยังบ่งบอกอีกถึงระบบเศรษฐกิจ และโครงสร้างของการบริหารในภาครัฐฯ ที่เอื้อต่อนักธุรกิจรายใหม่ๆ นั้นเป็นอย่างไร

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/3nRT8Wz  , https://bit.ly/3EGMf0V  , https://bit.ly/2YeTqxU

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CONTENT TIPS3 วัน ago

8 แคมเปญการตลาด ที่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น

CONTENT TIPS6 วัน ago

Meta เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ส่งเสริมการช้อปปิ้งผ่านกลุ่ม Facebook

CREATIVITY1 สัปดาห์ ago

Shutterstock เผย 3 สีตัวเต็ง จากเทรนด์สีปี 2022 ที่ควรนำมาใช้

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

เก็บตก โปร 11.11 กลยุทธ์การตลาดแห่งปี ยอดขาย E-commerce แต่ละเจ้าเป็นยังไงกันบ้าง

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

Insight ผู้บริโภคสายบิวตี้ : สื่อสารยังไงให้ตรงใจลูกค้า

EDUCATION3 สัปดาห์ ago

แบไต๋ Marketing 5.0 การตลาดแห่งโลกอนาคต

CONTENT TIPS3 สัปดาห์ ago

“Unicorn” จุดสุดยอดของการเป็นสตาร์ทอัพ

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

ทำไม Food Delivery จึงเป็นหนทางสู่ Super App

MARKETING TIPS1 เดือน ago

พี่อยู่มาทุกยุค! เบื้องหลังความสำเร็จ Oreo ตำนานขนม 100 ปี ที่ครองใจคนทุกยุค

NEWS UPDATE1 เดือน ago

เมื่อ LINE แพลตฟอร์ม Social Media ยักษ์ใหญ่ มาจับธุรกิจ FINN MOBILE เครือข่ายโทรคมนาคมด้วยตัวเอง

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

EDUCATION1 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CONTENT TIPS11 เดือน ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

6053 Views