Connect with us

CONTENT TIPS

7 สิ่งที่ควรรู้เหล่าแฟนพันธุ์แท้ Starbuck มือใหม่!!

Published

on

สตาร์บัคส์

ล่าสุดสตาร์บัคส์ได้มีการปรับราคาขึ้น เนื่องจากวิกฤตเงินเฟ้อ และ สถานการณ์โควิด-19 ทำเอาหุ้นลดลง 16% ไปเมื่อเดือนที่แล้ว แม้ก่อนหน้ามีนักวิเคราะห์ “สตาร์บัคส์”คาดการว่าจะมีกำไรต่อหุ้นเพียง 8-10% ในปี 2022 ถือว่าเกินคาดสุดๆ 

แต่อย่างไรก็ตาม สตาร์บัคส์มักจะมีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่งเสมอ สามารถปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งรวมถึงธุรกิจอื่นๆด้วยเช่นกัน ..เตรียมงัดคนละหมัด ใครปรับตัวได้เร็วกว่าถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง

กลับเข้าสู่เรื่องเล่า 7 สิ่งเกี่ยวกับ Starbuck ทำความเข้าใจแบบง่ายๆ ภายใน 3 นาที อ่านกันเพลินๆ ได้สาระความรู้วันนิด

ขอบคุณรูปภาพ : https://www.readthegeneralist.com/briefing/starbucks

1. เดิมทีสตาร์บัคส์ไม่ได้ขาย “เครื่องดื่มกาแฟ”

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1971 ได้มีรวมตัวของเหล่าเพื่อน 3 สหาย ได้แก่ คุณเจอร์รี่ บอลด์วิน ครูสอนภาษาอังกฤษ, คุณเซฟ ซีเกิล ครูสอนประวัติศาสตร์ และคุณกอร์ดอน โบว์เกอร์ นักเขียน ผู้ร่วมก่อสร้างธุรกิจ“สตาร์บัคส์” ถือกำเนิดขึ้นในเมืองซีแอตเติล ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยทำธุรกิจสวนกระแส ขายเมล็ดกาแฟ เป็นหลัก และ ขายเครื่องคั่วกาแฟเป็นรอง 

ขอบคุณรูปภาพ : เมล็ดกาแฟแพงสุดในรอบ 6 ปี แต่ทำไม Starbucks ไม่ได้รับผลกระทบ (brandinside.asia)

2. ก่อนจะมาเป็นแบรนด์ “สตาร์บัคส์” เคยใช้ชื่ออื่นมาก่อน

ช่วงก่อนเริ่มทำธุรกิจได้มีการช่วยกันคิดค้นชื่อแบรนด์มากมาย ไม่ว่าเป็น Cargo House หรือ Pequod แต่ฟังดูแล้ว…มันรู้สึกว่ายังไม่โดนใจทั้ง 3 คนเท่าไหร่  

จากนั้น “คุณกอร์ดอน โบว์เกอร์” นักเขียน ก็ได้เข้าไปปรึกษา คุณเทอร์รี่ เฮกเลอร์ เป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ ก็ได้ให้คำแนะนำว่า “ชื่อแบรนด์ควรเริ่มต้นด้วยอักษร ST นะ! เวลาออกเสียง ฟังดูแข็งแรงทรงพลัง” จึงได้ตั้งชื่อแรกออกมาเป็นชื่อ “Starbo” ใช้มาสักพักก็ปรับเปลี่ยนมาเป็น Starbuck แรงบันดาลใจมาจาก ชื่อหัวหน้าคนงานในวรรณกรรมคลาสสิก “โมบี้ดิ๊ก” มาจนถึงทุกวันนี้

ขอบคุณรูปภาพ : The Logo Passion เรื่องเล่าใหม่ของ “สตาร์บัคส์” | Positioning Magazine

3. โลโก้แบรนด์“สตาร์บัคส์”แท้จริงคือรูปอะไรกันแน่?

หลายคนอาจไม่รู้ว่าโลโก้สตาร์บัคส์มาจากตำนานเทพนิยาย นางเงือกไซเรนสองหาง ที่มีเสียงอันไพเราะทำเอานักเดินเรือหลงใหลในน้ำเสียง จึงจุดประกายปิ้งไอเดียของ นักดีไซน์เนอร์ อย่าง คุณเทอร์รี่ เฮกเลอร์ ปรับเปลี่ยนความชั่วร้ายของนางเงือกไซเรน ให้เป็นดั่งสัญลักษณ์ตัวแทน ดึงดูดความสนใจลูกค้า ให้เข้ามาแวะร้านสตาร์บัคส์นั่นเอง

ก่อนจะมาเป็นโลโก้เวอร์ชั่นปัจจุบัน เคยถูกรีแบรนด์มาแล้ว 4 ครั้ง เป็นการปรับเปลี่ยน โลโก้นางเงือกไซเรนให้ใกล้ขึ้น และทยอยตัดคำออกไป ให้ดูเรียบง่ายและทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เข้าถึงลูกค้าง่าย

ขอบคุณรูปภาพ : รู้จัก”ฮาวเวิร์ด ชูลท์ซ”จากเด็กยากจนสู่การเป็น เจ้าของ “Starbucks” กว่า27,000 สาขาทั่วโลก (winnews.tv)

4. ธุรกิจสตาร์บัคส์ ถูกขายให้กับ “โฮเวิร์ด ชูลซ์”

เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หลังจากยอดขายกาแฟในสหรัฐค่อนข้างย่ำแย่ขั้นสุดทำให้ ผู้ร่วมก่อตั้งทั้ง 3 คน ไม่สามารถบริหารต่อได้ จึงตัดสินใจขายให้กับ “โฮเวิร์ด ชูลซ์” ผู้จัดการสาขา เคยทำงานอยู่ในร้านสตาร์บัคส์ แต่ลาออกไปเดินตามความฝัน ว่าอยากจะเปิดร้านกาแฟ

“โฮเวิร์ด ชูลซ์” CEO คนปัจจุบัน ผู้ที่หลงเสน่ห์วัฒนธรรมกาแฟอิตาลี ผลักดัน เอสเฟรโซ่ เป็นดังศูนย์รวมคอมมูนิตี้ ที่สหรัฐอเมริกาจึงได้ศึกษาและเรียนรู้ “เอสเฟรโซ่” ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี อย่างจริงจัง!!

ขอบคุณรูปภาพ : เพิ่มเรื่องใหม่ ‹ H.I.P. Marketing — WordPress (hip-th.me)

5. แนวคิดร้านกาแฟสุดแปลกในยุคนั้น สู่ร้านกาแฟชื่อดังยุคปัจจุบัน

“โฮเวิร์ด ชูลซ์”ผู้สานต่อธุรกิจสตาร์บัคส์มีความมุ่งมั่นเปลี่ยนแนวคิดร้านกาแฟแบบเดิมๆ ให้เป็นร้านกาแฟแบบ Social Hub โดยขยายสาขาสตาร์บัคส์ให้เป็นแหล่งรวมชุมชนของคนในอเมริกา ซึ่งเป็นคอนเซปต์หลักของสตาร์บัคส์

ขอบคุณรูปภาพ : Starbuck ญี่ปุ่น 9 สาขาสวยที่สุดที่ไม่ควรพลาดเช็คอิน – Chill Chill Japan

6. ญี่ปุ่น เป็นสาขาต่างแดนแรก ของสตาร์บัคส์

โดยสตาร์บัคส์ขยายสาขาแรกในปี 1994 ประเทศญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นจากพ่อค้าชาวดัตช์ แนะนำเมล็ดกาแฟให้คนญี่ปุ่นได้ลองของใหม่ๆ บวกกับวัฒนธรรมตะวันตกได้เข้ามามีอิทธิพลต่อชาวญี่ปุ่นและด้วยไลฟ์สไตล์เปลี่ยนแปลงไป ใช้เวลาอย่างเร่งรีบ ทำให้กาแฟเริ่มเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้น 

ขอบคุณรูปภาพ : พาทัวร์ “Starbucks Reserve Roastery Tokyo” รวมความประทับใจจากคนที่ไม่ใช่แฟน – เพื่อนเดินทาง Traveller’s Companion (tcompanion.com)

7. เปิดร้านใหม่ แก้ไขปัญหาคนต่อคิวเยอะ!!

อย่างที่รู้กันดีว่าสตาร์บัคส์เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 3 ทำให้มีลูกค้านั่งอยู่ที่ร้านเป็นจำนวนมาก และไม่มีนโยบาลกำหนดเวลานั่ง จึงทำให้ลูกค้าใหม่ที่เข้ามาใช้บริการต้องยืนรอต่อคิวยาวจนแออัด 

ซึ่งทางด้าน “โฮเวิร์ด ชูลซ์” ก็ได้แก้ไขปัญหานี้ ด้วยการเปิดสาขาใหม่ขึ้นเสียเลย และให้เหตุผลว่า การเปิดสาขาใหม่ ก็เปรียบเสมือนการหว่านเมล็ดให้งอกงาม หว่านตรงไหนก็เจริญงอกงามตรงนั้น เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สตาร์บัคส์มีหลายสาขาทั่วโลก

อ้างอิง : workpointtoday / adaybulletin.com

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

CONTENT TIPS

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

Published

on

เป็นที่เข้าใจได้ค่ะ หากในหน้าโปรไฟล์ไอจีธุรกิจของใครหลาย ๆ คนจะเต็มไปด้วยโพสต์ขายของ เพราะเป็นใคร ใครก็อยากเน้นโพสต์ได้ทำหน้าที่แผงขายของสร้างรายได้ให้กับเรา 

แต่ถ้าหากเราต้องการพรีเซนต์ธุรกิจเราต่อลูกค้าใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้า การลงแค่คอนเทนต์ Hard sell อย่างเดียวคงไม่มีใครอิน ดังนั้นวันนี้เราจะมาแจก 10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น จาก Social Media Examiner กันค่ะ

ขึ้นชื่อว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ดังนั้นหลักการของทั้ง 10 ไอเดียนี้จะมาจากหลักการการทำ TOFU (Top-of-Funnel) เพื่อเป็นการแนะนำตัวแบรนด์ให้ลูกค้าใหม่ ๆ ได้หันมาสนใจทำความรู้จักกับเราค่ะ

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อทำวิดีโอไอจีโดยใช้หลักการ TOFU

  • เป็นตัวของตัวเอง เพื่อจูงใจให้ลูกค้าเป้าหมายรักเราที่เป็นเรา แล้วกดตุ่มฟอลโลว์เราในที่สุด
  • ทำให้ง่ายเข้าไว้ คนเข้ามาใหม่ส่วนมากยังไม่มีใครสนใจข้อมูลเชิงลึกมากหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นแนะนำทำให้เข้าถึงง่ายเข้าไว้และยังแฝงไปด้วย offer ต่าง ๆ ของเราค่ะ
  • เล่าเรื่อง หรือ Storytelling การนำเสนอแบบนี้จะทำให้แอค ฯ ของเราดูน่าติดตาม คนกลับมาดูคอนเทนต์เราบ่อยขึ้น
  • สั้น ๆ กระชับ เพราะในปีนี้ 2022 IG มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำหรับวิดีโอสั้นกันแล้วค่ะ ดังนั้นความยาวคลิปไม่เกิน 60 วิ คือแนะนำค่ะ

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

แนะนำตัวธุรกิจของเรา

แนะนำธุรกิจของเราให้แก่ Potential customers ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับสตอรี่ของธุรกิจ โชว์เคสว่าเรามีสินค้าอะไรบ้าง หรือแม้กระทั่งใครเป็นทีมงานเราบ้าง แบบนี้ก็ได้ แต่ในบางทีหากมีเรื่องเล่าเยอะทำให้วิดีโอยาวเกินไปก็สามารถซอยย่อยออกมาเป็นพาร์ท ๆ ได้ค่ะ

แสดงคุณค่าแบรนด์ของเรา

โชว์ให้ลูกค้าในอนาคตของเราเห็นว่าสินค้าของเรามีดีหรือถูกใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตขนาดไหน หรือจะนำเอา CEO มาให้สัมภาษณ์เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับภาพลักษณ์แบรนด์ก็ทำได้

ยกตัวอย่างจากแอคเคาท์ @kencko ที่นำเสนอ Value ของสินค้าในรูปแบบที่อยากให้ทุกคนมองลึกลงไปว่าภายในนั้นมีส่วนประกอบอะไรอยู่บ้าง โดยการใช้ลูกเล่นแว่นขยายส่องลงไป

รูปจาก Social Media Examiner

แสดงให้เห็นถึงเวย์การใช้สินค้าใหม่ ๆ

ให้แรงบรรดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้าได้อยากลองซื้อสินค้าของเราไปใช้ดูบ้าง หากใครคิดไม่ออกก็ลองนึกถึงการนำโอรีโอไปใช้เป็น Raw material ในการทำขนม/เบเกอรี่ต่าง ๆ ดูก็ได้ค่ะ เคสนี้เคยประสบความสำเร็จแล้วช่วยให้โอรีโอได้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนได้มาแล้ว

สอนวิธีการใช้หรือเคล็ดลับ DIY

การให้ไอเดียวิธีการใช้สินค้าเวย์ใหม่ ๆ กับลูกค้าก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่หากจะให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้นก็ทำวิดีโอสอนการใช้ในแบบของเราไปเลย

Sneak peek สินค้าใหม่

ให้ลูกค้าได้ตื่นเต้นกับสินค้าใหม่ที่เรากำลังจะออกวางขาย โดยการลงสตอรี่เพื่อให้ดูน่าค้นหา เพราะด้วยเนเจอร์ของฟีเจอร์นี้ที่คอนเทนต์จะคงอยู่เพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

เปิดตัวสินค้าใหม่

ให้เกิด Awareness กับโปรดักใหม่ของเรา โดยอาจจะทำเปฌน Reels สั้น ๆ โชว์ว่าสินค้าใหม่ของเราใช้ทำอะไรได้บ้าง ปรับแต่งยังไงได้บ้าง

โชว์เบื้องหลังการทำงาน / การผลิต แบบเล็ก ๆ น้อย ๆ

เพราะว่าคนสมัยนี้ต่างชอบดูอะไรที่เรียล ๆ และดูเข้าถึงได้ การพาทัวร์โรงงานหรือโปรดักไลน์สั้น ๆ ก็ทำให้คนหันมาสนใจเอนเกจกับเรามากขึ้น

บอกสรรพคุณของสินค้า

เพื่อไฮไลต์ถึงความเจ๋งของสินค้าเรา แต่ต้องคำนึงไว้เสมอว่าเราทำโดยอิงหลัก TOFU เพราะฉะนั้นเนื้อหายังไม่ต้องลึกมากค่ะ

ทำคอนเทนต์ขำ ๆ บ้าง

การขายของไม่จำเป็นต้องอัดแต่คอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้าเสมอไป การทำคอนเทนต์ขำ ๆ จะช่วยเรียกยอดเอนเกจได้ดีเลยค่ะ

ใช้ฟีเจอร์ไลฟ์สด สื่อสารกับลูกค้าแบบ Real time

เป็นวิธีการที่เรียลและจริงใจกับลูกค้ามากที่สุด และยังสามารถเปลี่ยนลูกค้าจากขั้น TOFU มาเป็น MOFU ได้อีกด้วย

อ้างอิง : Social Media Examiner

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

คอนเทนต์แบบไหนโดนใจผู้ใช้ Facebook, IG, Twitter, TikTok มาที่สุด ฉบับปี 2022

Published

on

อัปเดตแนวทางการทำคอนเทนต์ในปี 2022 ของแต่ละแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง Facebook, IG, Twitter และ TikTok กันค่ะ 

ทุกวันนี้เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าฟีเจอร์ของแต่ละแพลตฟอร์มนั้นอาจมีหน้าตาที่แตกต่างและคล้ายคลึงกันไปแต่สำหรับนักการตลาดหรือสายคอนเทนต์อย่างเรา ๆ ก็ต้องรู้ว่าในความแตกต่างเล็ก ๆ นี้พฤติกรรมของผู้ใช้แต่ละแพลตฟอร์มมีความคาดหวังในตัวเนื้อหาและสนใจในคอนเทนต์แต่ละประเภทแตกต่างกันไป เพราะบางทีคอนเทนต์ Real time ในแพลตฟอร์มนั้น ๆ อาจไม่ได้ตอบโจทย์และเรียกเอนเกจได้เสมอไปนั่นเองค่ะ

 Facebook ยังต้องการ Community-driven 

รูปจาก https://blog.gwi.com/chart-of-the-week/best-content-on-tiktok-twitter-and-instagram/

จากการสำรวจ ถึงแม้เหล่าคอนเทนต์ประเภท Funny, Informative, Creative จะถูกโหวตจากผู้ใช้ว่าพวกเขาอยากเห็นบนหน้าฟีดมากที่สุด แต่แท้จริงแล้ว Community-driven นั้นก็ยังเป็นประเภทคอนเทนต์ที่ผู้ใช้ยังให้ความสนใจ กล่าวคือ ผู้บริโภคเกือบ 1 ใน 5 ต้องการเห็นแบรนด์สร้างคอมมูนิตี้ให้พวกเขา 

อีกทั้งอ้างอิงจากการวิจัยของ GWI. ยังพบว่า ระดับของเอนเกจเมนต์ในแต่ละกลุ่มเฟซบุคนั้นมีคงที่และสม่ำเสมอ แต่ยังไม่มีค่อยแบรนด์นำข้อดีของการมีกลุ่มความสนใจเฉพาะในเฟซบุคไปใช้ประโยชน์สักเท่าไหร่ เพราะกลุ่มคอมมูนิตี้เหล่านี้คือแหล่งของคนที่มีความสนใจร่วมกัน, ในพื้นที่นั้น ๆ อยู่รวมกัน ซึ่งหากแบนรนด์นำไปต่อยอดก็จะทำให้พบกับกลุ่ม Audience ที่ Specific กับตัวธุรกิจได้มากขึ้น

เพราะด้วยเนเจอร์ของตัวผู้ใช้ Facebook เองที่ไม่ได้มายด์มากเกี่ยวกับคอนเทนต์ที่ต้องเจาะจงเพื่อพวกเขามาก เพราะพวกเขานั้นก็อยากให้คอนเทนต์ตัวเองแมสเหมือนกัน ดังนั้นโพสต์หน้าฟีดจึงเริ่มไม่ค่อยน่าสนใจเท่า Subculture แล้ว (จากการสำรวจพบว่า ผู้ใช้ 43.2% รู้สึกว่าหน้าฟีดไม่ค่อย Relevant แล้ว) 

Instagram คอนเทนต์ต้องชิค

รูปจาก https://blog.gwi.com/chart-of-the-week/best-content-on-tiktok-twitter-and-instagram/

อย่างที่รู้ ๆ กันว่าเมื่อ CEO ของ IG ได้ออกบอกมาว่า IG ไม่ใช่แพลตฟอร์มแชร์รูปอีกต่อไป และจะกลายเป็นแอป ฯ ที่ให้ความบันเทิงแทน ในเมื่อเป็นแบบนี้ Piority ของผู้ใช้ย่อมเปลี่ยน ทำให้คอนเทนต์ประเภทตลกเฮฮา (Funny) กลายเป็นคอนเทนต์ที่ผู้ใช้ต้องการมากที่สุด

ประจวบเหมาะกับช่วงที่โควิดระบาด UGC (User Generated Content) เลยบูมและถูกแชร์อย่างมากในโลกโซเชียล แต่อย่างไรก็ตามเหล่า Instagrammer ก็ยังต้องคงคอนเซปต์ ‘ความชิค’ ไว้อยู่เสมอ สอดคล้องกับผู้ใช้จำนวน 23% ชอบเข้าถึงแบรนด์ที่ดูชิคหรือคูลมากกว่า 

Twitter บางส่วนยังเป็นความหวังของสังคม

รูปจาก https://blog.gwi.com/chart-of-the-week/best-content-on-tiktok-twitter-and-instagram/

Twitter ถือว่าเป็นแพลตฟอร์ม Microblogging คล้ายพันทิปในบ้านเราเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเนื้อหาในแพลตฟอร์มนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นทางการจ๋าเสมอไปค่ะ เพราะจากความเกร็งนี้ทำให้ผู้ใช้ unliked หรือ unfollowed แบรนด์ไปแล้วกว่า 35% ในเดือนที่ผ่านมา

จริงอยู่ที่เนื้อหาในทวิตเตอร์นั้นจะออกไปในแนวตลกขบขัน แต่แท้จริงแล้วนั้นชาวทวิตเตอร์ไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เพราะพวกเขาสนใจในเรื่องของการเอนเกจ มีส่วนร่วม มากกว่าที่จะมาเสพอะไรขำ ๆ แล้วผ่านไป 

Conversation จึงสำคัญกว่า Monologue สำหรับแพลตฟอร์มนี้ ดังนั้นสำหรับนักการตลาดแล้ว ผู้ใช้นั้นคาดหวังที่จะให้แบรนด์รับฟังพวกเขามากกว่าที่จะให้ความรู้แก่พวกเขา (51% VS 38%)

TikTok คอนเทนต์เน้นตลกและครีเอท

รูปจาก https://blog.gwi.com/chart-of-the-week/best-content-on-tiktok-twitter-and-instagram/

ขึ้นแท่นมาเลยอันดับหนึ่งในเรื่องของคอนเทนต์ประเภท Funny ที่ผู้ใช้อยากเห็นบนหน้าเพจมากที่สุด ดังนั้นแบรนด์ที่นำเสนอภาพลักษณ์ตลกแบบไม่ห่วงสวยกันจึงจะได้รับความสนใจจากผู้ใช้ในแพลตฟอร์มนี้ เพราะผู้คนนั้นต่างยกให้ติกตอกเป็นเหมือนพื้นที่ที่คอยปลดปล่อยความติ๊งต๊องออกมา

ตัวอย่างของแบรนด์ที่ทำออกมาได้ดีก็คือ Duolingo แอป ฯ นกฮูกเขียวสอนภาษาที่หลาย ๆ คนคงคุ้นเคยกัน ซึ่งผลก็คือแบรนด์นี้ดูเป็นบุคคลจับต้องได้มากขึ้น และสามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience ที่อายุน้อยได้ดี

สุดท้ายนี้เราก็ต้องกลับมาทำการบ้านกันอีกรอบว่าในคอนเทนต์ของแต่ละทอปปิคที่เราอยากนำเสนอออกไปในแต่ละแพลตฟอร์มนั้นต้องนำเสนอในเวย์ที่แตกต่างกันไป เพื่อการมองเห็นและการเข้าถึงที่มีประสิทธิภาพที่สุดนั่นเองค่ะ

อ้างอิง : GWI

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

Shopee ลงแข่งสนามเดือด Food Delivery พร้อมงัดไม้เด็ดพิชิตใจลูกค้า

Published

on

shopee food

กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์ม E-commerce ชื่อดังอย่าง Shopee บุกตลาด Food Delivery ทั่วไทย หลังจากได้เปิดตัวก่อนหน้านี้ที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้ผลตอบรับดีเกินคาด ยอดดาวน์โหลดแอปกว่า 500,000 คน พร้อมร้านค้าพาร์ทเนอร์เข้าร่วมกว่า 500 ร้าน

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ธุรกิจ Food Delivery เติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป Work From Home ตามมาตรการของระงับการแพร่ระบาดของรัฐบาล จึงไม่สามารถเดินทางไปข้างนอกได้สะดวกกว่าเช่นเคย ดังนั้นช่องทางออนไลน์ จึงตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคมากที่สุด 

ขอบคุณรูปภาพ : https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/business/Pages/z2995.aspx

โดยจากผลสำรวจของ Nielsen Thailand กลุ่มพฤติกรรมผู้บริโภคช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ ปี 2565 เผยว่า กลุ่มร้านอาหาร และ แอปสั่งซื้ออาหาร มีอัตราการเติบโตสูงถึง 647% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มคุ้นชินกับการสั่งอาหารผ่านแอป และคาดว่าหลังจากวิกฤตโควิด-19 หายไป ธุรกิจ Food Delivery ก็ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์ ธุรกิจ Food Delivery ในปี 2565 มีแนวโน้มโตเพิ่มขึ้นประมาณ 4.5% หรือมูลค่าตลาด 7.9 หมื่นล้านบาท กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลของศึกสงครามแย่งชิงบัลลังค์ส่วนแบ่งการตลาด Food Delivery อย่างดุเดือด

พื้นที่ยังเหลือ Shopee Food ขอร่วมจอยหน่อย

หลังจากที่ AirAsia เปิดตัวบริการฟู้ดเดลิเวอรี่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดขอต้อนรับน้องใหม่ Shopee Food เพิ่มอีกหนึ่งราย แพลตฟอร์มอี คอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ ผู้ให้บริการสินค้าออนไลน์ พร้อมฐานลูกค้าเก่ามากมาย ที่ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Grab Foodpanda หรือ Line man ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

ขอบคุณรูปภาพ : Shopee บุกตลาด Food Delivery งัด 4 ไม้เด็ดครองใจไรเดอร์ | ทันข่าว Today (thunkhaotoday.com)

โดยกลยุทธ์ที่จะเอามาพิชิตใจไรเดอร์ ครองใจลูกค้า สร้างความมั่นใจเลือกใช้บริการ

  1. รอบวิ่งเยอะ 24 ชั่วโมง : เนื่องจาก Shopee มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว สร้างความมั่นใจให้แก่ไรเดอร์เพิ่มโอกาสรอบวิ่งตลอดทั้งวัน
  1. ออเดอร์เพียบ : แอปพลิเคชันช้อปปี้เป็นอีกหนึ่งแอปที่มีฐานข้อมูลลูกค้ามากมาย พร้อมช่องทางการชำระแสนสะดวกผ่านช้อปปี้ และ Shopee Pay เพื่อเพิ่มโอกาสรับออเดอร์ได้มากขึ้น
  1. รับงานเท่าเทียม : ได้มีการตั้งมาตรการแบ่งขั้นการรับงานอย่างเท่าเทียม ด้วยอุปกรณ์เซ็ตใหญ่ หรือ เล็ก ก็วิ่งได้เหมือนกัน
  1. แจกงานให้เท่ากัน : ระบบการกระจายงานให้แก่ไรเดอร์อย่างเท่าเทียม ไม่มีการทุจริตจ่ายงานลำเอียง
ขอบคุณรูปภาพ : ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดปี 65 มูลค่าตลาด “ฟู้ดเดลิเวอรี่” โตแตะ 7.9 หมื่นล้าน (bangkokbiznews.com)

เทรนด์ธุรกิจ Food Delivery เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งทางShopee มองเห็นถึงโอกาสเทรนด์ธุรกิจ FoodDelivery เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจลงแข่งสนามเดือดในครั้งนี้ด้วย หากดูมูลค่าตลาดรวมย้อนในแต่ละปีจะเห็นได้ว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี 

  • ปี 2563 มูลค่าตลาด 68,000 ล้านบาท
  • ปี 2564 มูลค่าตลาด 74,000 ล้านบาท
  • ปี 2565 คาดว่ามูลค่าตลาด 82,000 ล้านบาท
  • ปี 2566 คาดว่ามูลค่าตลาด 90,000 ล้านบาท

จากข้อมูลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบของธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ หลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ผู้บริโภคนิยมเลือกใช้บริการแอปสั่งซื้ออาหาร อีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป

สาเหตุของการเติบโตธุรกิจ Food Delivery

ปัจจัยหลักสำคัญของอัตราการเติบโตของธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ เกิดจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ผลักดันให้ผู้คนเข้าสู่โลกออนไลน์โดยปริยาย นอกจากจะอำนวยความสะดวกสบาย รวดเร็ว ยังมีโปรโมชั่น คูปองส่วนลดต่างๆ ของพาร์เนอร์ร้านอาหารชื่อดังมากมาย พร้อมส่งตรงความอร่อยให้ถึงบ้าน

อย่างไรก็ตามShopee ลุยธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย การแข่งขันยังคงมีแนวโน้มรุนแรงทวีคูณเรื่อยๆ ซึ่งทุกแบรนด์ต่างงัดกลยุทธ์เพื่อเอาใจผู้ประกอบการร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภค โดย EIC คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าวิกฤตโควิด-19 คลี่คลายลง แนวโน้มธุรกิจแอปส่งอาหารยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือว่าShopeeFood ยังคงเป็นที่น่าจับตามองอย่างมากในไทย

อ้างอิง : shopeefood / thansettakij / bangkokbiznews.

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
MARKETING TIPS2 เดือน ago

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

MARKETING TIPS2 เดือน ago

แบรนด์กับการแสดงจุดยืน เพราะแค่ขายของอย่างเดียวมันไม่พอ

MARKETING TIPS2 เดือน ago

สรุป 5 เทรนด์พฤติกรรมแต่ละ Gen เลือกเสพสื่อบันเทิงปี 2022 ที่ควรรู้

CONTENT TIPS2 เดือน ago

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

MARKETING TIPS2 เดือน ago

4 เสาหลักสำคัญ ของการทำ Customer Retention

ตลาดสัตว์เลี้ยง
NEWS UPDATE2 เดือน ago

โลตัส Pet Us เจาะกลุ่ม Pet Humanization เทรนด์ ตลาดสัตว์เลี้ยง กำลังมาแรง!!

NEWS UPDATE2 เดือน ago

คาดการณ์จากนักวิเคราะห์ Gartner : หาก Netflix มีโฆษณา

MARKETING TIPS2 เดือน ago

OOH กำลังกลับมา : เปิด 4 อินไซต์เพื่อสร้างอิมแพคให้เวิร์กกว่าเดิม

CONTENT TIPS3 เดือน ago

คอนเทนต์แบบไหนโดนใจผู้ใช้ Facebook, IG, Twitter, TikTok มาที่สุด ฉบับปี 2022

Jojo
ENGLISH NEWS3 เดือน ago

JoJo Maman Bébé พร้อมเข้าสู่การผลัดเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE3 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

CONTENT TIPS2 ปี ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

EDUCATION2 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

602 Views