Connect with us

CONTENT TIPS

ผ่านมาครึ่งปีกว่าแล้ว พฤติกรรม ของคนอ่านสื่อในปี 2019-2020 เป็นอย่างไรกันบ้าง ?

Published

on

” เราต้องหยุดแทรกแซงในสิ่งที่คนกำลงสนใจ และเป็นสิ่งที่คนสนใจแทน “

“เพราะโลกของเรา หมุนเร็วขึ้นทุกวัน” ถ้าให้ผมพูดย้อนกลับไปในระยะเวลาเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการใช้ Internet เข้ามาสู่ในชีวิตเราบ้างแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลาย จนถึงยุคนี้ มีการเปลี่ยนแปลงการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีจุดเชื่อมโยงแตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 ยุค ดังนี้ครับ

Desktop And Internet : ยุคที่เริ่มมีการใช้อินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นยุคที่ใครหลายๆ คนนั้นเรียกได้ว่าใช้มันเพื่อหาข้อมูลทำวิจัย หรือ งานต่างๆ มากกว่าการเสพสื่อแบบทุกวันนี้ และในยุคนี้ก็คงจะบอกได้เลยว่าคนส่วนมากนั้นยังนิยมการเสพสื่อผ่านทาง “หนังสือพิมพ์” มากกว่าการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างแน่นอน

Mobile And Social : มาในยุคที่เรียกว่า “โลกโซเชียล” ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนอายุเท่าไหร่ก็เริ่มเข้าสู่การเล่น โซเชียล ได้ และเป็นช่วงเริ่มต้นของของแพรตฟอร์มต่างๆ มากมาย ทั้งFacebook , Line , Twitter และ อื่นๆ

จนถึงขั้นติดและเริ่มกลาย “เป็นสังคมก้มหน้า” แต่ก็ว่าเค้าไม่ได้นะครับเพราะยุคนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วตามยุคจริงๆ เพราะแค่หยิบมือถือขึ้นมาก็สามารถเสพข่าวใหม่และเทรนใหม่ๆได้อยู่เสมอ

Content And Big Data : ต่อมาเป็นยุคแห่งการเสพคอนเทนท์ มีคอนเทนท์ละลานตาผ่านหน้าฟีด คนเชื่อได้บ้าง ไม่ได้บ้างเนื่องจากในยุคนี้เริ่มมีข่าวสารที่ปลอมเยอะมาก ไม่ว่าจะเรื่องนู้นนี้นั้น จนทำให้ต้องมีการเก็บข้อมูลและสถิติต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการอ้างอิงถึงความเท็จจริงให้ผู้เสพสื่อได้รู้อย่างถูกต้องครบถ้วน ร่วมทั้งนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างการสื่อสารสู่กลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งกว่าเดิม

Cyber Physical  : ยุคปัจจุบัน (ของหลายประเทศ) ที่หันมาเริ่มใช้ AI นำข้อมูลหรือ Data ไปทำงานแทนอย่างงานๆ

ที่เราเห็น ณ ตอนนี้คือการหาข้อมูลหรือสิ้นค้าอะไรบน Google บ่อยๆ มักจะมี Ad ที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราหามาขึ้นข้างๆ หรือ สิ่งที่คุณมักชอบปิดไปในบ้างเว็บไซต์

หรือตัวอย่างจากผู้นำนวัตกรรมของเอเชียอย่าง อาลีบาบา ก็หันมาใช้ หุ่นยนต์ในการเขียนคอนเทนท์แทนมนุษย์กันบ้างแล้ว

กลับมาที่บ้านเรา พฤติกรรมของพูดอ่านสื่อในปี 2019-2020 จะมีแนวโน้มไปทางไหนกัน ?

คงจะเป็นอีกเรื่องนึ่งที่ผมก็หาคำตอบของมันมานาน เช่น พฤติกรรมของแต่ล่ะวัยนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กิจวัตรประจําวัน เรื่องความเหมาะสม จนไปถึงเรื่องการอ่านสื่อต่างๆ ซึ่งในปีนี้ก็ยิ่งแตกต่างกันออกไป หากจะให้พูดโดยรวมแล้วมันอาจยากไปหน่อย ผมจึงได้จัดแบ่ง Generations ต่างๆ เพื่อให้คุณนั้นเข้าถึงได้มาขึ้นครับ

Baby Boomer : Gen นี้จะอยู่ในช่วงวัย 50 ขึ้นไปถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอสมควรและยิ่งเรื่องที่คน Gen นี้สนใจเอามากๆ เลยก็น่าจะหนี้ไม่พ้นเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย การซื้อประกันที่จะค่อยดูแลช่วงอ่านยุคของเค้า และผลสำรวจของคนกลุ่มนี้มักจะอ่านสื่ออย่าง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และ โบรชัวร์ต่างๆ

แต่ถึงจะผ่านร้อน ผ่านหนาวมามากแค่ไหน ก็นับว่ากลุ่ม Baby Boomer คือวัยเด็กที่เพิ่งจะเริ่มใช้ Social Media / Internet กันเป็นครั้งแรก จึงไม่แปลกที่กลุ่มนี้จะตื่นเต้นกับคอนเทนท์ที่แปลกใหม่ และนวัตกรรมที่อยู่บนหน้าจอ

Xers : Gen นี้บอกได้เลยว่ากลุ่มวัยกลางอายุราวๆ 35-53 ปี เป็นกลุ่มที่บอกได้เลยว่าก่ำกึงกับยุคสมัยมาก ส่วนหนึ่งยังนิยมอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ ขณะเดียวกันก็ใช้โซเชี่ยลรวมกลุ่มสนทนาไปด้วย จัดเป็นกลุ่มที่มีความคิดไตร่ตรองสูง มีไลฟ์สไตล์ชัดเจนของตัวเอง พวกเขานิยมอ่านรีวิว หาข้อมูลสินค้า และหาวิธีดูแลตัวเอง

Millennial : หรือกลุ่ม Gen Y เป็นกลุ่มที่มีลักษณะการเปิดกว้างทางความคิด มีระบบสังคมกลุ่มย่อย ที่มีความคิดเห็น ความเชื่อ ความศรัทธาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และมักจะชอบอ่านสื่อเกี่ยวกับ ด้านสุขภาพ และเชื่อมั่นกับวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่มาก

Generation Z : เป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียม และความเสมอภาค ทั้งในมุมของอายุ เชื่อชาติ เพศ และรสนิยม ซึ่งสิ่งที่พวกเค้ามักจะเสพสื่อกันนั้นก็คงหนี้ไม่พ้นเรื่องสื่อที่มีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจ กิจกรรมในการช่วยปรับมุมมองความคิด หรือสิ่งที่ช่วยในการบำบัดดูแลสุขภาพใจในรูปแบบต่างๆ เทคโนโลยี AR และ VR เป็นสื่อที่มีอิทธิพลและช่วยส่งเสริมการเข้าถึงประสบการณ์ให้กับคน Gen Z ได้

Alpha : Gen อัลฟ่า เป็นเด็กที่เกิดมาในยุคที่รายล้อมไปด้วยเทคโนโลยี ทำให้เด็กรุ่นนี้สามารถมองเห็นและรับรู้สิ่งต่างๆได้มากมาย ง่ายกว่าเจนก่อนๆ ซึ่งด้านพฤติกรรมการบริโภคสำหรับเจนอัลฟ่า จะเน้นไปในแนวทางของการเล่นและเรียนรู้ เพื่อเสริมทักษะพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ และการเข้าสังคม การท่องเที่ยวจะเน้นกิจกรรมที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ให้กับเด็กๆ

แล้วเราจะปรับตัวตามผู้เสพสื่อยังไงดีในปี 2019-2020 นี้ ?

“Data IS KING , Content is Queen , Creativity is god”

คงบอกได้เลยว่าในปี 2019 นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้เร็วจนปรับตัวไม่ทัน หรือ ตามอารมณ์ของคนเสพสื่อแทบจะไม่ได้

แต่จากที่เราศึกษาพฤติกรรมของผู้เสพสื่อมาจำนวนหนึ่งพบว่า มี 4 ปัจจัยนี้ที่พอจะอธิบายเทรนด์การเสพสื่อของชาวเราในยุคนี้ได้ครับ

1. Life Improvement Content : ปัจจุบันคนหันมาเสพข้อมูลเกี่ยวกับ “Life Improvement Content” ที่ช่วยพัฒนาทักษะ ความรู้-ความสามารถให้กับผู้บริโภค เช่น สนใจทำอาหาร เพราะได้ดูรายการทำอาหาร

2. Realism : หัวใจพื้นฐานที่จะสร้าง Brand Engagement ได้จริง คือแบรนด์ต้อง “Realism” หรือ “Being Real” คือ ความจริง ซึ่งสะท้อนถึงความจริงใจของแบรนด์ และ Realism จะสร้างเสน่ห์ให้กับแบรนด์ Micro Influencer จึงยังมาแรงอยู่ในปี 2019

3. Consumer Control : ผู้บริโภคต้องการ “Control” คอนเทนต์ เพราะต้องการเลือกได้เองว่าอะไรคือสิ่งที่เขาอยากดู – ไม่อยากดู เพราะฉะนั้นแบรนด์ที่จะได้ใจคน คือต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตัวเขาเอง สามารถ Control ได้ ผู้บริโภคจะรักแบรนด์นั้น 

4. Newness & Excitement : คอนเทนต์มากมายในแต่ละวัน จนเกิดภาวะ Overload แต่แนวทางที่จะกระชากความสนใจของผู้บริโภค คือ แบรนด์ต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ด้วยการทำคอนเทนต์ที่มี “ความแปลกใหม่” และ “น่าตื่นเต้น” (Newness & Excitement)

การเดินเกมของ Content ในปี 2019 ของคุณควรเป็นอย่างไร ?

“โลกเปลี่ยน คอนเทนต์เปลี่ยนไป แต่ใจเดิม”

การสร้างประสบการณ์ในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ต้องมองเป็น “Total Experience” ที่แต่ละช่วงของ Audience (Customer) Journey ตั้งแต่มีความต้องการ – รู้จักแบรนด์ – ศึกษาหาข้อมูล – ตัดสินใจ (Call to Action) เชื่อมต่อร้องเรียงเข้าด้วยกัน

ซึ่งการสร้าง Total Experience จึงครอบคลุม Audience Journey เพื่อวางแผนให้ครบทุก Touch Point ในการเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย

สุดท้ายนี้ “CONTENT IS WHAT YOU LOVE” ยังไงก็แล้วแต่ คอนเทนต์ที่แบรนด์สื่อสารออกไป คือ “ความรักที่คุณมีให้ลูกค้า”ถึงแม้คนที่เข้ามาอ่านคอนเทนต์จะอ่านเพื่ออยากรู้ อยากทำเป็น อยากศึกษา อยากซื้อสินค้า แต่สำหรับคุณคนสร้างคอนเทนท์ “จะต้องเริ่มจากเขียนเพราะรักเสียก่อนครับ”

ที่มา : kobkid
thestandard

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

CONTENT TIPS

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

Published

on

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

ช่วงนี้ค่าแอดแพงขึ้นทุกวัน “SEO” หรือ “Search Engine Optimization” น่าจะเป็นคำตอบของใครหลายคนครับ .ซึ่งรูปแบบการทำ SEO จะไม่ใช่การซื้อโฆษณาเพื่อสร้าง Taffic ครับ แต่เป็นการผลักดันเว็ปไซต์ให้ติดอันดับใน Google โดยการทำเว็ปให้เป็นมิตรกับ user และการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ครับ

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นศึกษา และทำ SEO (มือใหม่แนะนำให้อ่านอันนี้ก่อนครับ (https://hip-th.me/marketing-tips/3001/) น่าจะเคยเจอปัญหาว่า :

1. จะรู้ได้ยังไงว่าคีย์เวิร์ดนี้ปัจจุบันเว็ปเราอยู่อันดับที่เท่าไร ?

2. ไปจ้างทำ SEO จะรู้ได้ไงว่าอันดับเว็ปขึ้นจริง ?

3. แล้วจริง ๆ แล้ว มีคีย์เวิร์ดไหนบ้าง ที่เว็ปเราติดอันดับ ?

คำถามเหล่านี้จะถูกตอบแน่นอนครับ “ด้วยเครื่องมือฟรีเหล่านี้” ที่เราเอามาฝากกัน :

1. Google Search Console : หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเก่าอย่าง Google Webmaster Tools นี่คือสุดยอด “เครื่องมือฟรี” จาก Google เพื่อให้เราทราบว่า “สถานะของเว็ปไซต์เราปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง” เช็กได้เลยว่าคีย์ไหนเหมาะแก่การนำมาทำ SEO คีย์ไหนคนคลิกเยอะ พร้อมทั้งติดตามและตรวจสอบสุขภาพของเว็ปไซต์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

2. SERPROBOT (SERP Checker – Google Ranking Check) : เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้าน SEO ที่มีบริการให้เราได้ทดสอบอันดับเว็ปไซต์ ตามคีย์เวิร์ดที่เลือกได้มากมาย แถมยังมีฟังชั่นพิเศษในการเลือกประเทศ และให้ใส่คีย์เวิร์ดทดสอบพร้อมกันได้หลายคีย์อีกด้วย แถมผลลัพธ์ก็ชัดเจนไม่เบาครับ

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

3. SERPmojo : ลักษณะการใช้งานจะใกล้เคียงกับ SERPROBOT เลยครับ แต่ที่เด็ดกว่าคือ เราสามารถเช็กได้แบบ Realtime ทันใจ เนื่องจากจะเป็นระบบที่ให้บริการผ่านแอปเท่านั้นครับ

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

CONTENT TIPS

McDonald’s จัดใหญ่แคมเปญ”เสน่ห์ไทย” ครบรอบ 35 ปี ในไทย

Published

on

วันนี้ 30/9/2563 ทาง McDonald’s จัดใหญ่แคมเปญ”เสน่ห์ไทย” ครบรอบ 35 ปี ในไทย

🇹🇭พรุ่งนี้รสชาติที่คุ้นเคยจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวที่ #แมคโดนัลด์ #เสน่ห์แมคไทย

McDonald's paylaştı: 29 Eylül 2020 Salı

🇹🇭🍛ใหม่! ข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลา รสชาติไทยๆ ที่ชื่นชอบไก่กรอบชิ้นโตราดซอสน้ำปลาหอมๆ โรยหอมเจียวกรุบกรอบ…

McDonald's paylaştı: 29 Eylül 2020 Salı

🇹🇭🍛ใหม่! ข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลา รสชาติไทยๆ ที่ชื่นชอบไก่กรอบชิ้นโตราดซอสน้ำปลาหอมๆ โรยหอมเจียวกรุบกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดซี๊ด ทานคู่กับข้าวหอมมะลิชั้นดีหุงสดใหม่ความอร่อยลงตัวแบบเสน่ห์ไทยที่เดียวที่แมคโดนัลด์เท่านั้น

🍛เริ่มต้นจานละ 69 บาท🥤สั่งพร้อมโค้ก 16 oz. เพิ่มเพียง 10 บาท🌶เพิ่มความซี๊ดกับน้ำจิ้มซีฟู้ดซองที่ 2 ซองละ 10 บาทจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 63 – 12 ม.ค. 64 เฉพาะเวลา 11.00 – 22.00 น.💻สั่งออนไลน์ https://bit.ly/3n1RIaH📱โทร. 1711

ถึงแม้ว่าเมนูแบบไทย ๆ นี้จะมีจำหน่ายในบ้างสาขาเท่านั้น แต่ก็มีเสียงตอบรับจากชาวไทยอยู่พอสมควรเลยทีเดียวครับ

นอกจากโปรโมชั่นเสน่ห์ไทยที่แสนชวนหิวแล้ว วันนี้ยังมี “โปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เฟรนช์ฟรายส์ขนาดใหญ่พิเศษเพียง 80 บาท”

ฉลองสิ้นเดือนกับโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เฟรนช์ฟรายส์ขนาดใหญ่พิเศษเพียง 80 บาท 🍟 ‼️ หรือเพิ่มเพียง 15 บาท…

McDonald's paylaştı: 29 Eylül 2020 Salı

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

จะเกิดอะไรขึ้น !! เมื่อ iOS14 อาจทำรายได้ของ Facebook’s Audience Network หายไปเกิน 50%

Published

on

“สายยิงแอดเตรียมตัวเพราะ widget ใหม่จาก iOS14 ที่อาจทำให้คุณเกาะกลุ่มลูกค้าได้ไม่ตรงจุดมากยิ่งขึ้น”

ข่าวฮอตสุดเดือดที่อาจทำให้เหล่าเอเจนซี่หลายๆ ท่านคงต้องคิดหนักอีกครั้ง เพราะล่าสุดเองทาง Facebook’s ได้พบกับปัญหาใหญ่ อย่างเรื่อง Audience Network ที่อาจทำให้รายได้สูญหายสูงสุดถึง 50% เพราะสืบเนื่อง widget ใหม่ของ iOS14 จาก Apple

แล้ว widget ใหม่ของทาง iOS14 คืออะไรกัน ?

คงต้องบอกก่อนเลยว่าเมื่อ iOS ของทาง Apple อัพเดททีไร ก็มักชอบทำเรื่องสนุกๆ ให้ทาง Facebook’s เครียดในหลายๆ ครั้ง ซึ่งล่าสุดเองนั้นเจ้าตัว iOS14 ใหม่ (ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในช่วงของการกำลังพัฒนาอยู่ที่ Beta 6) ได้เพิ่มระบบความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวด้วยการที่ Apple จะป้องกันไม่ให้ Application ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของเครื่องด้วย IDFA ได้ง่าย ๆ เหมือนอย่าง iOS เวอร์ชั่นก่อนหน้าได้

IDFA มันเกี่ยวข้องอะไรกับ Audience Network

IDFA หรือ Identifier For Advertisers นั้นก็คือเลขรหัสเฉพาะเครื่องที่จะสามารถช่วยให้แบรนด์ต่างๆ นั้นสามารถยิงโฆษณาได้อย่างตรงจุด และจับกลุ่มของเป้าหมายได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่ง IDFA นี้เองก็คือส่วนหนึ่งของ Audience Network ที่สามารถให้คุณนั้นเลือกผู้คน หรือเป้าหมายๆ ต่างได้อย่างชัดเจน

IDFA ส่งผลอย่างไรต่อให้ Facebook ยังไง ?

เรื่องนี้ใครหลายๆ คนอาจรู้ดีอยู่แล้วว่ารายได้หลักของ Facebook นั้นได้จากการโฆษณา และหนึ่งในรูปแบบของการโฆษณาของ Facebook นั้นก็คือ Audience Network แต่เมื่อพอ iOS 14 ได้ทำการอัพเดทตัว IDFA ใหม่ ทำให้การล้วงข้อมูลของผู้ใช้ใน iPhone, iPad กับ iPod Touch ยากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ….

▪ การให้ข้อมูลของผู้ใช้งานกับ App ต่างๆ เข้าถึงยากขึ้น
▪ การส่องพฤติกรรมของทาง App ต่างต่อผู้ใช้งาน iOS14 อาจถูกปิดกั้นได้
▪ การตรวจสอบพฤติกรรมข้อมูลต่างๆ ระหว่างแอพอาจเป็นเรื่องยากมากยิ่งขึ้น
▪ การเกาะกลุ่มของผู้ยิงโฆษณาลำบากขึ้นจากฝั่ง iOS14
▪ Track หรือการยิงโฆษณาผ่าน Audience Network นั้นมีความคลาดเคลื่อน ไม่แม่นยำ
▪ Facebook SDK ที่จะอัพเดตให้รองรับ iOS 14 จะปรับไปใช้ SKAdNetwork API ของแอปเปิล ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลที่จะถูกเก็บเพื่อติดตามผลการโฆษณาลดน้อยลง

ดังนั้นเองเมื่อมีผลข้อเสียที่ตามมาเยอะขึ้นจาก iOS14 ทาง  Facebook เองก็ประเมิณว่า iOS 14 อาจทำให้รายได้ในส่วนของ Audience Network หายไปกว่า 50%

สุดท้ายนี้ Facebook จะแก้เกมได้อย่างไรล่ะ ?

ทางเรื่องนี้เอง Facebook อาจจะต้องกลับมามานั่งทบทวนว่าในอนาคตอาจไม่ลงทุนทำ Audience Network บนระบบ iOS เพราะเนื่องจากการถูกปิดกั้นแบบนี้ คงเป็นการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสียสักเท่าไหร่นั้น

นี้คงเป็นงานที่เรียกได้ว่าเหนื่อยที่สุดและถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของ Facebook เลยก็ว่าได้นะครับ เพราะไหนจะกลุ่มลูกค้าต่างๆ ที่ต้องการยิงโฆษณาทาง Facebook ในแพลตฟอร์มต่างๆ ที่อาจต้องพิจรณาเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามเราก็จะรอดูการแก้ไขปัญหาต่างๆ จากทางทีมงาน Facebook กันอีกทีในเร็วๆ นี้แน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Marketeer Online , blognone , lcdtvthailand , Business Insider

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CONTENT TIPS4 วัน ago

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

MARKETING TIPS7 วัน ago

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

MARKETING TIPS1 สัปดาห์ ago

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

4 ข้อควรรู้ก่อนยิงแอดผ่าน Line Ads Platform

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

TCDC เจาะเทรนด์โลก “ถอดรหัสกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation ในปี 2021”

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

เปิดตำรารัก “10 ไอเดียทำแคมเปญการตลาดในแบบฉบับของ Porn Hub”

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

ไม่มีเว็บไซต์ก็ขึ้นเสิร์ชหน้าแรกได้ถอดรหัสการทำ SEO จาก Google

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ประชันกันตรง ๆ โฆษณาผ่านวิทยุ VS โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดีย!

NEWS UPDATE1 เดือน ago

ผุดสินค้าใหม่การบินไทย! กับ “กระเป๋าทำจากเสื้อชูชีพและแพยาง” ในโปรเจกต์ Life vest x Lifestyle

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ยื่นคำร้อง ขอวอนพี่มาร์คปลดแบน จัดแต่จบใน 4 ขั้นตอน

NEWS UPDATE11 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

EDUCATION6 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

EDUCATION5 เดือน ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

MARKETING TIPS1 ปี ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

LIFESTYLE2 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS1 ปี ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

Facebook

Trending