Connect with us

CONTENT TIPS

ทำความเข้าใจ “การตลาดอิงดราม่า” ทำไมถูกใจคนไทย !? พร้อมสรุปเทคนิคการสร้างคอนเทนท์ดราม่า

Published

on

ในช่วงที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์อันเลวร้าย ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่แสนย่ำแย่ โรคภัยไข้เจ็บที่ยังต้องลุ้นกันรายวัน รวมทั้งนโยบายการเคอร์ฟิวของภาครัฐ ที่ออกในช่วงนี้ ทำเอาหลาย ๆ แบรนด์ต้องหาทางรับมือ เพื่อประคับประคองธุรกิจของตัวเองให้ยังคงอยู่รอดต่อไป

ซึ่งทั้งนักการตลาดเองก็ดี ผู้ประกอบการเองก็ดี ช่วงนี้คงเป็นช่วงที่ต้องงัดเอาทุกแม่ไม้เทคนิคมาเรียกลูกค้าเข้าร้านกันแบบร้อยแปด และหนึ่งในนั้นก็คือ “การสร้างคอนเทนท์แบบดราม่า” หรือที่หลายคนเรียกว่า “Drama Content” มาช่วยเรียกลูกค้า โดยใช้ความสงสารเป็นตัวหลักในการสร้างความคล้อยตามให้กับผู้อ่าน

ซึ่งรูปแบบการขายของจากการเรียกความคะแนนความสงสาร นับว่าเป็นเรื่องถนัดของเหล่าแบรนด์ไทยเป็นอย่างดี (รู้กันในเวทีโลกจากโฆษณาประกันชีวิตอยู่แล้ว) จนทาง Philip Kotler บิดาแห่งการการตลาดยุคใหม่ ก็เคยให้คำนิยามโฆษณาในแบบไทยประกันชีวิตไว้ว่านี่คือ SADVERTISING ที่สามารถสื่อ กระตุกอารมณ์คนดูได้ดีมากจริง ๆ

โดย Case Study ที่ Philip Kotler ได้พูดถึงในหนังสือ Marketing for Competitiveness : Asia to the World in the Age of Digital Consumers ด้วยการยกตัวอย่างภาพยนตร์โฆษณา Unsung Hero (อ้างอิงจาก : https://positioningmag.com/1131029)

กลับมาที่ผู้บริโภคชาวไทยกับความอินไปกับ “การตลาดแบบ รัก โศก เศร้า หัวเราะ”

ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าจะมองย้อนกลับไปทำความเข้าใจเรื่องราวของ “ความอินในเรื่อง รัก โศก เศร้า และหัวเราะ” ของผู้บริโภคชาวไทยก็อาจจะมาจาก “สังคมไทยอาจจะเคยชินกับการถูกเลี้ยงดูด้วยละครหลังข่าว” (ชาว Gen X Y น่าจะเข้าใจภาพนี้เป็นอย่างดีครับ)

จนครั้งหนึ่ง “ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย” เคยพูดไว้ว่า.. “ดราม่านั้นคู่กับคนไทย เพราะไม่ใช่ชาติที่ใช้เหตุผล แต่ใช้อารมณ์ค่อนข้างมาก อีกทั้งอ่านหนังสือน้อยกว่าชาติอื่นที่ใช้ตะเกียบ” (อ้างอิงจาก : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/648385)

แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนมีเทคโนโลยีเข้ามาดิสรัปการดูละครหลังข่าว ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาเสพสื่อนอกพื้นที่เดิม ไม่ว่าจะเป็น Facebook IG และ Twitter แต่สิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถดิสรัปได้เลยก็คือ “ความอินไปกับเรื่อง รัก โศก เศร้า หัวเราะ”

สังเกตได้จากปัจจุบันมีพื้นที่สื่อมากมายที่ขับเคลื่อนไปด้วยเรื่องราวของการดราม่า ไม่ว่าจะเป็น Drama Addict อย่างที่รู้กัน หรือแม้แต่สื่อยักษ์ใหญ่ก็หันมาเล่นเรื่องราวดราม่ากันแล้ว เพราะไม่ว่าจะวัดด้วยสถิติใด “เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังขายได้”

ยกตัวอย่างจากข่าวนี้ที่ช่องหนึ่งใช้ความดราม่า เปลี่ยนบุคคลธรรมดา ให้กลายเป็นคนของสังคมในเวลาเพียงไม่นาน (ถึงแม้จะไม่โด่งดังแบบดาราก็ตาม แต่ก็นับว่าสร้างชื่อเสียงและชื่อเสียให้พอสมควร)

การใช้เรื่องราวดราม่าในแง่การนำเสนอธุรกิจและสร้างแบรนด์

แน่นอนละครับว่าปูเรื่องมาซะขนาดนี้ ก็บอกได้เลยว่า “การโยงเรื่องดราม่า เข้ากับการนำเสนอธุรกิจ การขายของ หรือแม้แต่การสร้างแบรนด์” ทำแบรนด์ประสบความสำเร็จกันไปก้องโลกมาหลายแบรนด์แล้ว

อยากที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นของโฆษณาไทยประกันชีวิต ซึ่งมีบทสัมภาษณ์ ไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่เคยกล่าวไว้ใน Marketeer Online (https://marketeeronline.co/archives/129611) ว่า

ไทยประกันชีวิตต้องทำตลาดแบบ Human Spirit Marketing ที่มากกว่า Customer Centric ทั่วๆ ไป

“จากทฤษฎีของการโฆษณามักจะบอกให้พูดถึงผลิตภัณฑ์ 70% พูดถึงลูกค้า 30% ถามว่า ไทยประกันชีวิตรู้จักทฤษฎีนี้มั้ย รู้จักดีครับ แต่เมื่อผลิตภัณฑ์หลักของเราคือความรัก ดังนั้น 70% ในเรื่องจะพูดถึงความรักเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นความรักของพ่อที่เป็นใบ้ ความรักการให้อภัยที่ให้กับลูกสาวที่ท้องก่อนแต่ง ส่วนอีก 30% จะเป็นเรื่องราวที่โดนใจลูกค้าที่สุด อาจจะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาเรื่องนั้นๆ อยู่ก็ได้”

จากคำพูดของคุณไชย ที่ได้กล่าวไว้แสดงให้เห็นว่า “การเจาะเข้าไปถึง Human Spirit จะยิ่งทำให้คนเข้าถึงแบรนด์ง่ายขึ้น เพราะนี่คือเรื่องเค้าเข้าใจและพร้อมอินไปกับมัน”

ช่วง COVID แบบนี้การ “ดราม่า” สร้างโอกาสให้ธุรกิจในไทยได้หลายแบรนด์

เมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสได้ดูการสัมภาษณ์ของคุณต่อ แบรนด์ Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู (แอบบอกไว้ก่อนได้นะครับว่า เรารักแบรนด์นี้มากไปกินแทบทุกสัปดาห์เลยครับ)

และก่อนอื่นเลยนะครับต้องขออนุญาตคุณต่อ มา ณ โอกาสนี้ก็เลยครับ ที่จะขอหยิบเรื่องราวดี ๆ ของทาง Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู มาเป็นกรณีศึกษาครับ

และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ผมได้ติดตามการเดินทางฝ่าอุปสรรคครั้งนี้ของเพนกวิน จากประโยคที่คุณต่อได้กล่าวไว้ว่า

“เขายอมเจ็บแต่จบ ผมว่าผู้ประกอบการคิดอย่างนั้นจริงๆ
ถ้ามันเจ็บสั้นๆ แล้วจบ ผมว่าทุกคนยอมเสียสละ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ รัฐออกมาตรการแต่ไม่มีอะไรรองรับ
มันไม่ใช่เจ็บแล้วจบ มันจะเจ็บแบบยาวๆ จนสุดท้ายมันจบ
แต่เป็นผู้ประกอบการจบชีวิต พนักงานจบชีวิต”
.
“เหมือนเลือดไหลแล้วคุณขอให้เราตัดแขน ตัดขา
เราบอกเรายอม ตัวจะได้รอด

แต่คุณไม่มีมาตรการรองรับว่า คุณจะห้ามเลือดผมยังไงต่อ
กลายเป็นว่าใครเลือดไหลช้าสุด คนนั้นคือคนที่รอด
ใครเลือดไหลเร็วต้องยอมตายไประหว่างทาง”
.
.
.
พูดเสร็จ ก็แอบกลัวว่าจะโดนสั่งปิดร้าน
แต่ดันลืมไปว่า #ตอนนี้ร้านโดนปิดไปแล้วนี่หว่า

#งั้นช่างมัน

“เขายอมเจ็บแต่จบ ผมว่าผู้ประกอบการคิดอย่างนั้นจริงๆ ถ้ามันเจ็บสั้นๆ แล้วจบ ผมว่าทุกคนยอมเสียสละ…

Posted by Thanapan Vongchinsri on Friday, 27 March 2020

และจากนั้นทาง Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู ก็งัดโปรโมชั่นมากมาย พร้อมจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ เพื่อสร้างงานและประคับประคองแบรนด์ยังให้คงมีรายได้และคงอยู่ต่อไป

จริงๆ กวิ้น มีเรื่องอยากเล่ามาอาทิตย์นึงละ แต่ยุ่งมาก จนยังไม่มีเวลาได้เขียน#PenguinStory.คนในรูปคนนี้ ชื่อว่า “…

Posted by Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู on Tuesday, 31 March 2020

ต้องยอมรับเลยครับว่า โปรโมชั่นมากมายหลังจากนั้น ทำให้ชื่อของ Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู กลับมาพูดอีกครั้ง กระตุ้นต่อมหิวของใครหลายคนได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงกักตัวเช่นนี้ตาม (ช่วง COVID-19 ระบาด) ใครสนใจโปรโมชั่นมากมาย กับอาหารคุณภาพสูงก็ติดตามกันได้ที่ : https://www.facebook.com/penguineatshabu/ เลยนะครับ

ถ้าอยากสร้าง DRAMA MARKETING เองบ้าง ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากและง่ายที่จะทำการตลาดและเขียนคอนเทนท์ในรูปแบบนี้ครับ แต่สิ่งที่จะต้องเข้าใจเลยก็คือ “ตัวตนของแบรนด์” และลองมาวางแผนไปพร้อมกันครับ

  1. ทำความเข้าใจว่า “ตัวตนของแบรนด์” คืออะไร ? : ก่อนจะวางโครงเรื่องของคอนเทนท์ หรือแผนการตลาดใด ตัวตนคือสิ่งที่ต้องคิดถึงเป็นอันดับแรก ถึงแม้ว่าครั้งนี้สิ่งที่จะเสนอออกไปคือการดราม่าก็ตาม แต่อย่าลืมว่าที่ผ่านมาแบรนด์คุณเป็นตัวแทนของอะไร ความสุข ความรัก แรงบันดาลใจ ไอดอล ความหล่อเท่ สวยงาม หรืออื่น ๆ
  2. สร้าง Emotional Connection กับคนอ่านโดยผ่านตัวตนของแบรนด์ : อ้างที่กล่าวไปในข้อหนึ่งครับ “ตัวตนของแบรนด์” คือเครื่องมือชั้นยอดที่จะมาเป็นกุญแจดอกสำคัญในการกระตุกต่อมอารมณ์ของผู้อ่านได้เป็นอย่างดี
    *กุญแจกระตุกอารมณ์ไม่จำเป็นจะต้องเรียกน้ำตา ความเท่ แรงบันดาลใจ คำคม หรืออะไรก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าลูกค้าจะชอบ
  3. Call To Action และการวัดผล : สิ่งสำคัญที่สุดในการทำแคมเปญการตลาดก็คือ “Call To Action” เมื่อผู้อ่าน ผู้บริโภคคล้อยตามแล้วจะต้องทำยังไงต่อให้เกิดยอดขายหรือผลลัพธ์ให้ได้ อีกทั้งอย่าลืมว่า KPI การวัดผลไว้ด้วย

สรุปเทคนิคการสร้างคอนเทนท์ดราม่า เขียนยังไงได้บ้าง ?

สูตร Before After Bridge

สูตรการเขียนแบบ Before After Bridge

สูตรการเขียนคอนเทนท์ที่ว่าด้วย “สร้างความอินกับปัญหา วิธีแก้ปัญหา และเข้าถึงวิธีแก้ปัญหายังไง” จะว่าไปแล้วนี่คือสูตรยอดนิยมในการทำคอนเทนท์เลยก็ว่าได้ครับ

BEFORE : สร้างภาพให้ผู้อ่านได้อินและเข้าใจถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ สถานการณ์ตอนนี้ว่าเป็นอย่างไร ร้ายแรงแค่ไหน *เทคนิคสำคัญก็คือทำยังไงก็ได้ให้ปัญหาและสถานการณ์นี้เกี่ยวข้องกับคนอ่าน

AFTER : สร้างภาพ อธิบายให้ผู้อ่าน ผู้บริโภคเข้าใจว่า “หากปัญหานี้ถูกแก้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้น” ส่งผลอะไรต่อคุณ ส่งผลอะไรต่อลูกค้า *จี้จุดตรงประโยชน์ของผู้บริโภคให้มาก

BRIDGE : ตบท้ายด้วย “ขายของ” ซึ่งนี่ก็คือ “สะพาน” ที่จะพาคนอ่านที่อินทั้งหมดไปสู่วิธีการแก้ปัญหาที่เราได้สร้างภาพในเห็นในส่วนของ AFTER ไปแล้ว *และที่สำคัญอย่างลืมปิดท้ายด้วย Call To Action ด้วย

สูตร Three Act Structure

ผมมักจะเรียกสูตร Three Act Structure ว่าเป็นสูตร “สร้างพระเอก” ซึ่งจะว่าไปแล้วก็อาจจะจริง เพราะนี่คือสูตรการสร้างคอนเทนท์แบบบทละคร หนังฮีโร่ ที่หลายเรื่องยอดนิยมใช้กัน

Act One / Setup (เริ่มต้นอธิบายเรื่องราว) : นี่คือส่วนแรกของการนำเสนอ ซึ่งนี่เป็นการอธิบายเรื่องทั้งหมด มีตัวละครที่เกี่ยวข้องกี่คน พยายามกล่าวถึงคนที่จะเป็นพระเอกของเรื่องนี้เยอะ ๆ (อาจจะเป็นแบรนด์หรือผู้บริหารแบรนด์) ซึ่งคนนี้จะเป็นตัวเดินเรื่อง

Act Two Confrontation  (พระเอกชนปัญหา) : จุดพีคสำคัญของเรื่องก็คือ “อย่าลืมพาพระเอกไปเจอกับปัญหา” อธิบายสถาณการ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน แต่ละปัญหาส่งผลอะไรบ้าง *อย่าลืมเน้นที่จุดย่อท้อและจุดเติมกำลังใจของพระเอกด้วย

Act Three / Resolution (การยืนหยัด) : ถ้าเทียบกับละครนี่คือตอนจบของเรื่องที่พระเอก ชักดาบเตรียมต่อสู้ หรือมีเพื่อนร่วมทีมพร้อมรบ และที่สำคัญของส่วนนี่ก็คือ “แสดงให้ผู้อ่านเห็นว่า แบรนด์ของเราพร้อมสู้มากแค่ไหน และจะไม่มีวันย่อท้อต่อปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังจะเกิดขึ้น” *พยายามจี้จุดด้วยว่าพระเอกจะสู้ได้ถ้าได้แรงสนับสนุนจากผู้อ่านหรือผู้บริโภค

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ “การตลาดอิงดราม่า” ที่กำลังเป็นที่นิยมในหลายแบรนด์ขณะนี้ เพื่อต่อสู้กับทั้งสถานกาณ์ COVID-19 ที่กำลังทำเอาแบรนด์ต้องบาดเหงื่อกันอยู่ขณะนี้ แต่ที่อยากย้ำกันไว้เลยก็คือ “จะดราม่ายังไงก็อย่าหลุดตัวตนของแบรนด์ เพราะถ้าสถานการณ์กลับมาดีขึ้นเมื่อไร แบรนด์อาจจะกลับมาจุดเดิมได้ยากครับ”

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CONTENT TIPS

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

Published

on

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

ช่วงนี้ค่าแอดแพงขึ้นทุกวัน “SEO” หรือ “Search Engine Optimization” น่าจะเป็นคำตอบของใครหลายคนครับ .ซึ่งรูปแบบการทำ SEO จะไม่ใช่การซื้อโฆษณาเพื่อสร้าง Taffic ครับ แต่เป็นการผลักดันเว็ปไซต์ให้ติดอันดับใน Google โดยการทำเว็ปให้เป็นมิตรกับ user และการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ครับ

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นศึกษา และทำ SEO (มือใหม่แนะนำให้อ่านอันนี้ก่อนครับ (https://hip-th.me/marketing-tips/3001/) น่าจะเคยเจอปัญหาว่า :

1. จะรู้ได้ยังไงว่าคีย์เวิร์ดนี้ปัจจุบันเว็ปเราอยู่อันดับที่เท่าไร ?

2. ไปจ้างทำ SEO จะรู้ได้ไงว่าอันดับเว็ปขึ้นจริง ?

3. แล้วจริง ๆ แล้ว มีคีย์เวิร์ดไหนบ้าง ที่เว็ปเราติดอันดับ ?

คำถามเหล่านี้จะถูกตอบแน่นอนครับ “ด้วยเครื่องมือฟรีเหล่านี้” ที่เราเอามาฝากกัน :

1. Google Search Console : หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเก่าอย่าง Google Webmaster Tools นี่คือสุดยอด “เครื่องมือฟรี” จาก Google เพื่อให้เราทราบว่า “สถานะของเว็ปไซต์เราปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง” เช็กได้เลยว่าคีย์ไหนเหมาะแก่การนำมาทำ SEO คีย์ไหนคนคลิกเยอะ พร้อมทั้งติดตามและตรวจสอบสุขภาพของเว็ปไซต์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

2. SERPROBOT (SERP Checker – Google Ranking Check) : เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้าน SEO ที่มีบริการให้เราได้ทดสอบอันดับเว็ปไซต์ ตามคีย์เวิร์ดที่เลือกได้มากมาย แถมยังมีฟังชั่นพิเศษในการเลือกประเทศ และให้ใส่คีย์เวิร์ดทดสอบพร้อมกันได้หลายคีย์อีกด้วย แถมผลลัพธ์ก็ชัดเจนไม่เบาครับ

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

3. SERPmojo : ลักษณะการใช้งานจะใกล้เคียงกับ SERPROBOT เลยครับ แต่ที่เด็ดกว่าคือ เราสามารถเช็กได้แบบ Realtime ทันใจ เนื่องจากจะเป็นระบบที่ให้บริการผ่านแอปเท่านั้นครับ

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

CONTENT TIPS

McDonald’s จัดใหญ่แคมเปญ”เสน่ห์ไทย” ครบรอบ 35 ปี ในไทย

Published

on

วันนี้ 30/9/2563 ทาง McDonald’s จัดใหญ่แคมเปญ”เสน่ห์ไทย” ครบรอบ 35 ปี ในไทย

🇹🇭พรุ่งนี้รสชาติที่คุ้นเคยจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียวที่ #แมคโดนัลด์ #เสน่ห์แมคไทย

McDonald's paylaştı: 29 Eylül 2020 Salı

🇹🇭🍛ใหม่! ข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลา รสชาติไทยๆ ที่ชื่นชอบไก่กรอบชิ้นโตราดซอสน้ำปลาหอมๆ โรยหอมเจียวกรุบกรอบ…

McDonald's paylaştı: 29 Eylül 2020 Salı

🇹🇭🍛ใหม่! ข้าวไก่กรอบซอสน้ำปลา รสชาติไทยๆ ที่ชื่นชอบไก่กรอบชิ้นโตราดซอสน้ำปลาหอมๆ โรยหอมเจียวกรุบกรอบ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดสุดซี๊ด ทานคู่กับข้าวหอมมะลิชั้นดีหุงสดใหม่ความอร่อยลงตัวแบบเสน่ห์ไทยที่เดียวที่แมคโดนัลด์เท่านั้น

🍛เริ่มต้นจานละ 69 บาท🥤สั่งพร้อมโค้ก 16 oz. เพิ่มเพียง 10 บาท🌶เพิ่มความซี๊ดกับน้ำจิ้มซีฟู้ดซองที่ 2 ซองละ 10 บาทจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 63 – 12 ม.ค. 64 เฉพาะเวลา 11.00 – 22.00 น.💻สั่งออนไลน์ https://bit.ly/3n1RIaH📱โทร. 1711

ถึงแม้ว่าเมนูแบบไทย ๆ นี้จะมีจำหน่ายในบ้างสาขาเท่านั้น แต่ก็มีเสียงตอบรับจากชาวไทยอยู่พอสมควรเลยทีเดียวครับ

นอกจากโปรโมชั่นเสน่ห์ไทยที่แสนชวนหิวแล้ว วันนี้ยังมี “โปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เฟรนช์ฟรายส์ขนาดใหญ่พิเศษเพียง 80 บาท”

ฉลองสิ้นเดือนกับโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 เฟรนช์ฟรายส์ขนาดใหญ่พิเศษเพียง 80 บาท 🍟 ‼️ หรือเพิ่มเพียง 15 บาท…

McDonald's paylaştı: 29 Eylül 2020 Salı

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

จะเกิดอะไรขึ้น !! เมื่อ iOS14 อาจทำรายได้ของ Facebook’s Audience Network หายไปเกิน 50%

Published

on

“สายยิงแอดเตรียมตัวเพราะ widget ใหม่จาก iOS14 ที่อาจทำให้คุณเกาะกลุ่มลูกค้าได้ไม่ตรงจุดมากยิ่งขึ้น”

ข่าวฮอตสุดเดือดที่อาจทำให้เหล่าเอเจนซี่หลายๆ ท่านคงต้องคิดหนักอีกครั้ง เพราะล่าสุดเองทาง Facebook’s ได้พบกับปัญหาใหญ่ อย่างเรื่อง Audience Network ที่อาจทำให้รายได้สูญหายสูงสุดถึง 50% เพราะสืบเนื่อง widget ใหม่ของ iOS14 จาก Apple

แล้ว widget ใหม่ของทาง iOS14 คืออะไรกัน ?

คงต้องบอกก่อนเลยว่าเมื่อ iOS ของทาง Apple อัพเดททีไร ก็มักชอบทำเรื่องสนุกๆ ให้ทาง Facebook’s เครียดในหลายๆ ครั้ง ซึ่งล่าสุดเองนั้นเจ้าตัว iOS14 ใหม่ (ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในช่วงของการกำลังพัฒนาอยู่ที่ Beta 6) ได้เพิ่มระบบความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวด้วยการที่ Apple จะป้องกันไม่ให้ Application ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของเครื่องด้วย IDFA ได้ง่าย ๆ เหมือนอย่าง iOS เวอร์ชั่นก่อนหน้าได้

IDFA มันเกี่ยวข้องอะไรกับ Audience Network

IDFA หรือ Identifier For Advertisers นั้นก็คือเลขรหัสเฉพาะเครื่องที่จะสามารถช่วยให้แบรนด์ต่างๆ นั้นสามารถยิงโฆษณาได้อย่างตรงจุด และจับกลุ่มของเป้าหมายได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ซึ่ง IDFA นี้เองก็คือส่วนหนึ่งของ Audience Network ที่สามารถให้คุณนั้นเลือกผู้คน หรือเป้าหมายๆ ต่างได้อย่างชัดเจน

IDFA ส่งผลอย่างไรต่อให้ Facebook ยังไง ?

เรื่องนี้ใครหลายๆ คนอาจรู้ดีอยู่แล้วว่ารายได้หลักของ Facebook นั้นได้จากการโฆษณา และหนึ่งในรูปแบบของการโฆษณาของ Facebook นั้นก็คือ Audience Network แต่เมื่อพอ iOS 14 ได้ทำการอัพเดทตัว IDFA ใหม่ ทำให้การล้วงข้อมูลของผู้ใช้ใน iPhone, iPad กับ iPod Touch ยากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ….

▪ การให้ข้อมูลของผู้ใช้งานกับ App ต่างๆ เข้าถึงยากขึ้น
▪ การส่องพฤติกรรมของทาง App ต่างต่อผู้ใช้งาน iOS14 อาจถูกปิดกั้นได้
▪ การตรวจสอบพฤติกรรมข้อมูลต่างๆ ระหว่างแอพอาจเป็นเรื่องยากมากยิ่งขึ้น
▪ การเกาะกลุ่มของผู้ยิงโฆษณาลำบากขึ้นจากฝั่ง iOS14
▪ Track หรือการยิงโฆษณาผ่าน Audience Network นั้นมีความคลาดเคลื่อน ไม่แม่นยำ
▪ Facebook SDK ที่จะอัพเดตให้รองรับ iOS 14 จะปรับไปใช้ SKAdNetwork API ของแอปเปิล ซึ่งส่งผลให้ข้อมูลที่จะถูกเก็บเพื่อติดตามผลการโฆษณาลดน้อยลง

ดังนั้นเองเมื่อมีผลข้อเสียที่ตามมาเยอะขึ้นจาก iOS14 ทาง  Facebook เองก็ประเมิณว่า iOS 14 อาจทำให้รายได้ในส่วนของ Audience Network หายไปกว่า 50%

สุดท้ายนี้ Facebook จะแก้เกมได้อย่างไรล่ะ ?

ทางเรื่องนี้เอง Facebook อาจจะต้องกลับมามานั่งทบทวนว่าในอนาคตอาจไม่ลงทุนทำ Audience Network บนระบบ iOS เพราะเนื่องจากการถูกปิดกั้นแบบนี้ คงเป็นการลงทุนที่ได้ไม่คุ้มเสียสักเท่าไหร่นั้น

นี้คงเป็นงานที่เรียกได้ว่าเหนื่อยที่สุดและถือว่าเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ของ Facebook เลยก็ว่าได้นะครับ เพราะไหนจะกลุ่มลูกค้าต่างๆ ที่ต้องการยิงโฆษณาทาง Facebook ในแพลตฟอร์มต่างๆ ที่อาจต้องพิจรณาเป็นพิเศษ แต่อย่างไรก็ตามเราก็จะรอดูการแก้ไขปัญหาต่างๆ จากทางทีมงาน Facebook กันอีกทีในเร็วๆ นี้แน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Marketeer Online , blognone , lcdtvthailand , Business Insider

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CONTENT TIPS1 วัน ago

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

MARKETING TIPS4 วัน ago

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

MARKETING TIPS5 วัน ago

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

4 ข้อควรรู้ก่อนยิงแอดผ่าน Line Ads Platform

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

TCDC เจาะเทรนด์โลก “ถอดรหัสกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation ในปี 2021”

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

เปิดตำรารัก “10 ไอเดียทำแคมเปญการตลาดในแบบฉบับของ Porn Hub”

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

ไม่มีเว็บไซต์ก็ขึ้นเสิร์ชหน้าแรกได้ถอดรหัสการทำ SEO จาก Google

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

ประชันกันตรง ๆ โฆษณาผ่านวิทยุ VS โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดีย!

NEWS UPDATE4 สัปดาห์ ago

ผุดสินค้าใหม่การบินไทย! กับ “กระเป๋าทำจากเสื้อชูชีพและแพยาง” ในโปรเจกต์ Life vest x Lifestyle

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ยื่นคำร้อง ขอวอนพี่มาร์คปลดแบน จัดแต่จบใน 4 ขั้นตอน

NEWS UPDATE11 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

EDUCATION6 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

EDUCATION5 เดือน ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

MARKETING TIPS1 ปี ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

LIFESTYLE2 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS1 ปี ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

Facebook

Trending