Connect with us

CREATIVITY

โหลดฟรีกันไป! กับฟอนต์สุดน่ารัก Funkie-bunny-font

Published

on

CREATIVITY

Shutterstock เผย 3 สีตัวเต็ง จากเทรนด์สีปี 2022 ที่ควรนำมาใช้

Published

on

อย่างที่ทราบกันดีว่าการกำหนดธีมสีให้เหมาะสมกับแคมเปญทางการตลาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ในการวางแผนการตลาด การกำหนด Mood & Tone จึงมักเป็นเนื้อหาที่อยู่ในสไลด์หน้าแรกๆ ของพรีเซ็นเทชั่น

Flo Lau ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จาก Shutterstock กล่าวว่า “การคำนึงถึงผลที่ตามมาจากการระบาดครั้งใหญ่ในปี 2021 ทำให้แบรนด์และเอเจนซี่ทั่วโลกปรับชุดสีให้เหมาะสมกับสถานการณ์” 

ความฉูดฉาดอาจไปต่อยากในปี 2022

สำหรับชุดสีที่น่าสนใจในปี 2022 ถูกวิเคราะห์โดยระบบ AI ของ Shutterstock อ้างอิงข้อมูลจากการดาวน์โหลดภาพและข้อมูลพิกเซลกว่าล้านครั้ง รวมทั้งที่ถูกบันทึกไว้เป็นรายการโปรดจากผู้คนกว่า 20 ประเทศทั่วโลกพบว่าการตลาดที่สื่อถึง “ความสงบ” เป็นกุญแจสำคัญที่นักการตลาดและนักโฆษณาควรหยิบนำมาใช้สร้างแคมเปญ

การทำการตลาดเชิงรุกแบบเผชิญหน้าโดยตรงอาจจะไม่เหมาะในปี 2022 เพราะจากรายงานดังล่าวระบุชัดเจนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอะไรที่เรียบง่าย นุ่มนวล และสงบนิ่งมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ 

“ไม่โดดเด่นฉูดฉาด ไม่มีไฮไลท์นีออน ไม่ต้องประดิษฐ์ปั้นแต่ง แต่คนต้องการความเรียบง่ายและละเอียดอ่อนต่างหาก” Lau กล่าว

เฉดสีที่ได้ความสงบและนุ่มนวลเป็นที่น่าจับตามอง

ระบบ AI ของ Shutterstock ใช้ข้อมูลหลายแสนล้านบนสื่อโฆษณาดิจัทัลเป็นตัวกำหนด ให้เฉด “สีเขียว” เป็นชุดสีที่สามารถคลิกได้มากที่สุด 

สีเขียวเป็นสีหลักที่สื่อถึงชีวิตที่มีสุขภาพดี มักถูกใช้ในสื่อการตลาดอาหารสด และเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บน Shutterstock ชุดภาพฉากธรรมชาติสีเขียวมักมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นในทุกปี เช่น ภาพถ่ายทางอากาศบนภูเขาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึง 1,396% การเพิ่มเม็ดสีเขียวลงไปในแคมเปญจึงสามารเพิ่ม CTR และ Conversion ของลูกค้าได้

ในขณะเดียวกันปะการัง “สีชมพู” และ “สีม่วง” ก็กกำลังกลับมาอีกครั้งเช่นกัน นี่คือสามสีตัวเต็งที่น่าจับตามองสำหรับปี 2022

3 เฉดสีตัวเต็งของปี 2022

  1. Calming coral : โทนสีนี้สามารถใช้แสดงถึงสุขภาพและความสุข สามารถใช้ร่วมกับโทนสีอื่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นได้อย่างเช่น สีเหลืองอมชมพูและสีฝุ่น ก็จะทำให้ภาพดูอบอุ่นและสบายตา Shutterstock ยังแนะนำให้ใช้สีนี้ตัดกับสีอื่น เช่น สีของท้องฟ้า
  2. Velvet violet : เป็นสีที่โดดที่สุดจากทั้ง 3 สี เป็นโทนสีม่วงสดใสชวนให้นึกถึงความหรูหรา และความสง่างาม คล้ายสีของกล้วยไม้ในราชวงศ์ ถึงแม้ว่าสีม่วงจะเป็นสีที่ฉูดฉาด แต่เฉดสีม่วงนี้กลับดึงดูดความสนใจแต่พองาม ให้ความรู้สึกดูแพงมากกว่า เหมาะจะใช้ตัดกับเฉดสีเขียว เช่น สีมรกต
  3. Pacific Pink : สีชมพูสายไหมนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความมีชีวิตชีวาและความสงบได้อย่างลงตัว สามารถนำมาผสมกับสีอื่นที่มีโทนอ่อนได้อย่างลงตัว แม้ว่าสีชมพูร้อนจะดูสะดุดตากว่า แต่ไม่สามารถนำมาผสมกับโทนสีชมพูอื่นและสีพีชได้ 

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/30subZC 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

จีนปิ๊งไอเดียขาย “ขวดสุ่มความรัก” ราคาเริ่มต้น 15 บาท

Published

on

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ชีวิตผู้คนไม่ได้มีเพียงการเติบโต และแต่งงานสร้างครอบครัวเหมือนในอดีตเท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบที่หลากหลาย ทำให้ความสนใจในการหาคู่ชีวิตนั้นลดน้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงต้องการความรัก เพียงแต่ไม่มีเวลาที่จะหาคู่คิดให้ตัวเอง เพราะเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับกิจกรรมอื่นจนหมด

ร้านสะดวกรักถือกำเนิดขึ้นแล้ว

แม้แต่ประเทศจีนที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคนก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีวิธีสำหรับการหาคู่ที่หลากหลาย ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์แล้วก็ตาม แต่ผู้คนก็ยังคงต้องการอะไรที่แปลกใหม่ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ร้าน 脱单便利店 tuō dān biàn lì diàn (ทัว-ตาน-เปี้ยนลี่เตี้ยน) ได้ถือกำเนิดขึ้นในนคร “เฉิงตู”

ร้าน tuō dān biàn lì diàn หากแปลความหมายก็คือ “ร้านสะดวกซื้อเพื่อคนอยากสละโสด” มีรูปแบบกิจการเหมือนกับร้านสะดวกซื้อทั่วไป ทำหน้าที่เป็นเสมือน Dropship ที่ไม่ได้ผลิตสินค้าเอง แต่นำเอาสินค้าจากผู้อื่นมาวางขายอีกทอดหนึ่ง ต่างกันที่สินค้าที่วางจำหน่ายนั้นไม่ใช่ของชำทั่วไป แต่เป็นความรักที่บรรจุอยู่ในขวดเฝ้ารอการเปิดออก เหมือนยักษ์จินนี่ที่รอคอยเจ้านายมาถูตะเกียงวิเศษ

สินค้าที่วางขายไม่ใช่ของชำทั่วไป แต่เป็นขวดสุ่มความรัก

และสิ่งที่ถูกบรรจุไว้ในขวดนั้นก็คือประวัติส่วนตัว และช่องทางการติดต่อของผู้ที่มาใช้บริการนั่นเอง ขวดความรักนี้วางจำหน่ายอยู่ที่ราคา 3 หยวน หรือ 15 บาทไทยเท่านั้น การทำงานของบริการนี้ก็คือ เมื่อมีผู้ที่สนใจอยากใช้บริการก็แค่เพียงเลือกขวดที่ตัวเองสนใจ และชำระเงิน ก็สามารถเปิดขวดได้เลย ส่วนใครที่ต้องการนำประวัติของตนไปวางขายก็สามารถทำได้ เพียงจ่ายค่าบริการ 29.9 หยวน หรือประมาณ 150 บาท ซึ่งขวดแก้วนี้จะถูกแยกเพศตามสีขวด ขวดสีน้ำเงิน คือเพศชาย และขวดสีแดง ก็คือเพศหญิง

ฟังดูอาจจะเหมือนการสุ่มหาคู่แบบเกมที่เล่นในงานเทศกาลของบ้านเราทั่วๆ ไป แต่ร้านสะดวกรักแห่งนี้ก็ยังเพิ่มฟังก์ชั่นที่สะดวกมากขึ้นให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยแบ่งขวดความรักตามช่วงอายุเจ้าของขวดนั้นๆ เช่น อายุ 20 ปี, อายุ 30 ปี, อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาศึกษาดูใจกัน เพื่อลดการเกิดความไม่พึงพอใจในขวดความรักที่เลือกซื้อมานั่นเอง และถ้าหากเปิดขวดดูแล้วข้อมูลในขวดยังไม่เป็นที่น่าสนใจ ก็สามารถปิดขวดวางคืนที่เดิมได้

ผลตอบรับที่ท่วมท้นต่อร้านสะดวกรักแห่งนี้

ร้านสะดวกรักแห่งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แม้จะเพิ่งเปิดทำการเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ทั้งนี้มีผู้นำข้อมูลมาวางขายแล้วมากกว่า 1 พันคน โดยมีสัดส่วนเพศหญิงคิดเป็น 60% ของขวดทั้งหมด และมีผลประกอบการการันตีจากคู่รักที่จับคู่สำเร็จไปแล้ว 6 คู่ ภายในเวลาเพียง 1 เดือน และมีการเลิกรากันไปเพียง 1 คู่จากทั้งหมด

กลยุทธ์การสุ่มเลือกขวดความรักนี้ทำให้การจับคู่น่าตื่นเต้นขึ้นกว่าการใช้แอพพลิเคชั่น หรือการจับคู่โดยซินแส เพราะไม่อาจเดาได้เลยว่าขวดที่เปิดออกนั้นจะเป็นข้อมูลของใคร เสมือนเป็นการให้โชคชะตาเป็นผู้กำหนดเส้นทางความรักในครั้งนี้ หากมองในมุมของการทำธุรกิจแล้ว นี่ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากทีเดียว

คุ้มไม่คุ้ม เปิด "กล่องสุ่มเสี่ยงโชค"
ภาพจาก https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_1640571

กลยุทธ์การตลาดที่ให้ผู้ใช้บริการมี Emotion ร่วมกับการรับบริการ

เพราะเป็นการเล่นกับความรู้สึกของผู้คน ให้มี Emotional ร่วมในทุกๆ ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการรอคอยอย่างใจจดจ่อว่าเมื่อไหร่จะมีคนติดต่อมาหาเรากันนะ หรือการสร้างความตื่นเต้นต่อผู้เปิดขวดให้ร่วมลุ้นไปกับข้อมูลที่จะได้รับ ทำให้การจำหน่ายสินค้าในร้านสะดวกรักนี้ ลูกค้าไม่เพียงแต่จะได้รับการบริการเพียงอย่างเดียว แต่ได้ความรู้สึกร่วมไปกับการใช้งานบริการในครั้งนี้ด้วย 

เช่นเดียวกันกับกรณีของ กระแสกล่องสุ่ม ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงก่อน และยังคงได้รับการตอบรับอยู่ในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็มีการจัดแพ็คเกจกล่องสุ่ม ตั้งแต่ของเล่นเด็ก ยันอาหารทะเล กลยุทธ์นี้สวนทางกับความเข้าใจทั่วไปที่ว่า ลูกค้าต้องเห็นสินค้าก่อนถึงจะเลือกซื้อ เพราะสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ สำหรับการซื้อในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ของที่อยู่ข้างใน แต่เป็นความรู้สึกก่อนได้รับของ หรือเห็นของในนั้นนั่นเอง 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

แดนปลาดิบนำร่อง แก้วิกฤตแรงงานขาดแคลนด้วยร้านสะดวกซื้อไร้พนักงาน

Published

on

เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่นเรามักจะคิดถึงเมืองที่สวยงาม มีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และความเจริญทางด้านเทคโนโลยี แต่ถึงอย่างนั้นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ของเอเชียกลับประสบปัญหาวิกฤตแรงงานขาดแคลน 

สังคมผู้สูงอายุ Aging Society กำลังแผ่ขยายไปทั่วเอเชีย

ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) นั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แรงงานในตลาดญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลน โดยเฉพาะงานด้านบริการที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อแทบจะต้องจ้างแรงงานผู้สูงอายุในพื้นที่มาดูแลกิจการกันเลยทีเดียว 

FamilyMart ญี่ปุ่น” ลุยเปิด “ร้านสะดวกซื้อไร้พนักงาน” 1,000 สาขาภายในปี  2024 แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน | Brand Buffet
ภาพจาก https://www.brandbuffet.in.th/2021/09/familymart-japan-plan-to-open-1000-unmanned-stores/

ผุดไอเดียร้านค้าแบบไร้พนักงาน Unmanned Shop

แต่ญี่ปุ่น ก็คือญี่ปุ่น ในเมื่อปัญหาคือการขาดแคลนแรงงาน ก็ไม่ต้องมีมันซะเลยแล้วกัน กับกลยุทธ์จากร้านสะดวกซื้อยอดฮิตอย่าง FamilyMart ได้ผุดไอเดียเปิดตัวร้านค้าแบบไร้พนักงาน (Unmanned Shop) โดยเริ่มทดลองร้านค้าไร้พนักงานนี้ขึ้นที่สาขาในกรุงโตเกียว มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดถึง 50 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดภายในร้านค้า 50 ตร.ม. ซึ่งก็ฟังดูเข้าท่ากับการที่จะไม่ใช้แรงงานมนุษย์เลย แต่คำถามต่อมาก็คือ “ก็ทำได้แค่ดูผ่านกล้องไม่ใช่หรอ? แล้วจัดการคิดเงินกันยังไง?”

FamilyMart preps 1,000 unmanned stores in Japan by 2024 - Nikkei Asia
ภาพจาก https://asia.nikkei.com/Business/Retail/FamilyMart-preps-1-000-unmanned-stores-in-Japan-by-2024

ทำงานด้วย AI System ทั้งหมด!!

อย่าดูถูกพี่เค้าไป เพราะที่นี่เจแปนจ้า! กล้องวงจรปิดเหล่านี้ก็ไม่ใช่กล้องวงจรปิดธรรมดา แต่มีระบบ AI ในการทำงานควบคุม โดยจะทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์น้ำหนักที่ติดตั้งอยู่บนชั้นวางสินค้า สามารถตรวจสอบได้ว่าลูกค้าหยิบสินค้าอะไรไปบ้าง เมื่อลูกค้ามาถึงเคาน์เตอร์เพื่อชำระเงิน ระบบจะระบุชื่อผลิตภัณฑ์ จำนวน และราคาสินค้าแต่ละชนิด พร้อมรวมราคาสินค้าทั้งหมด จากนั้นก็แสดงผลบนจอภาพ โดยลูกค้าสามารถชำระเงินได้ทั้งเงินสดที่เครื่องคิดเงิน หรือชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ย่อมได้ 

ระบบ AI นอกจากจะช่วยในการชำระเงินแล้ว ยังลดขั้นตอนในการอ่านบาร์โค้ดสินค้าทำให้ประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว ที่สำคัญยังทำให้ลูกค้าขโมยของได้ยากขึ้น เพราะสามารถตรวจจับได้เลยว่าหยิบของสิ่งไหนไปบ้าง ใครที่คิดจะแอบหยิบสินค้าใส่กระเป๋าไปแล้วคิดว่าไม่มีคนเห็น แต่กล้องวงจรปิดเห็นนะจ๊ะ

รักษาความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้า Data Privacy

นอกจากนี้ยังมีการรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า เพราะร้านค้าไร้พนักงานจะไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้า (Data Privacy) ไม่ว่าจะเป็นการระบุตัวบุคคล เช่น การแสกนภาพใบหน้าของลูกค้า หรือการลงทะเบียนแอปฯ ใดๆ ก่อนใช้บริการ หรือแม้กระทั่งการยืนยันตัวตนผ่านรูปแบบ BioMetric ก็ไม่มีความจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้นระบบ AI ยังช่วยตรวจสอบผู้ซื้อในกรณีที่เป็นสินค้าควบคุมอายุได้อีกด้วย เช่น บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยระบบ AI นี้รองรับการใช้งานพร้อมกันได้ถึง 10 ราย

กลยุทธิ์นี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนมาใช้บริการร้านค้าอัตโนมัติเต็มรูปแบบครั้งแรกของญี่ปุ่น เพราะเดิมทีญี่ปุ่นมีกฎหมายกำหนดให้ร้านค้าทุกแห่งต้องมีพนักงานที่เป็นมนุษย์คอยดูแลร้านค้า แต่สถานการณ์ของญี่ปุ่นกลับตกอยู่ในวิกฤตการขาดแคลนแรงงาน และด้วยธุรกิจในโลกนั้นขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติจึงสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีกของญี่ปุ่น รัฐบาลจึงได้คลายข้อบังคับทางกฏหมายนี้ลง

FamilyMart ญี่ปุ่น” ลุยเปิด “ร้านสะดวกซื้อไร้พนักงาน” 1,000 สาขาภายในปี  2024 แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน | Brand Buffet
ภาพจาก https://www.brandbuffet.in.th/2021/09/familymart-japan-plan-to-open-1000-unmanned-stores/

FamilyMart ตั้งเป้าขยายการเติบโตการเติบโต

โดย FamilyMart ตั้งเป้าเปิดร้านค้าไร้พนักงานคาดการณ์ไว้ที่ 1,000 แห่งภายในปี 2024 ถึงแม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูงกว่าการเปิดร้านค้าปลีกปกติถึง 20% แต่ในระยะยาวจะช่วยลดค่าใช้จ่ายการว่าจ้างแรงงานคนได้จำนวนมาก เพราะจะมีเพียงพนักงานที่ทำหน้าที่รับสินค้า และนับสต๊อกสินค้าเท่านั้น 

FamilyMart ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อแห่งเดียวที่ทดลองร้านค้าอัตโนมัตินี้ ยังมีร้านสะดวกซื้ออย่าง Seven-Eleven Japan ที่ได้ร่วมมือกับ NEC ทดลองร้านค้าอัตโนมัติเช่นกัน โดยใช้ระบบการจดจำใบหน้าในการชำระเงิน หรือ Lawson ซึ่งเปิดตัวเครื่องที่ลูกค้าสามารถอ่านบาร์โค้ดผลิตภัณฑ์ด้วยสมาร์ทโฟนของตัวเองได้ แม้แต่ Kinokuniya ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับไฮเอนด์ก็มีการเปิดร้านขายของชำเล็กๆ โดยใช้ระบบที่คล้ายกับ FamilyMart เช่นกัน 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CONTENT TIPS3 วัน ago

8 แคมเปญการตลาด ที่นักช้อปไทยเห็นแล้วกระเป๋าสตางค์สั่น

CONTENT TIPS6 วัน ago

Meta เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ส่งเสริมการช้อปปิ้งผ่านกลุ่ม Facebook

CREATIVITY1 สัปดาห์ ago

Shutterstock เผย 3 สีตัวเต็ง จากเทรนด์สีปี 2022 ที่ควรนำมาใช้

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

เก็บตก โปร 11.11 กลยุทธ์การตลาดแห่งปี ยอดขาย E-commerce แต่ละเจ้าเป็นยังไงกันบ้าง

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

Insight ผู้บริโภคสายบิวตี้ : สื่อสารยังไงให้ตรงใจลูกค้า

EDUCATION3 สัปดาห์ ago

แบไต๋ Marketing 5.0 การตลาดแห่งโลกอนาคต

CONTENT TIPS3 สัปดาห์ ago

“Unicorn” จุดสุดยอดของการเป็นสตาร์ทอัพ

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

ทำไม Food Delivery จึงเป็นหนทางสู่ Super App

MARKETING TIPS1 เดือน ago

พี่อยู่มาทุกยุค! เบื้องหลังความสำเร็จ Oreo ตำนานขนม 100 ปี ที่ครองใจคนทุกยุค

NEWS UPDATE1 เดือน ago

เมื่อ LINE แพลตฟอร์ม Social Media ยักษ์ใหญ่ มาจับธุรกิจ FINN MOBILE เครือข่ายโทรคมนาคมด้วยตัวเอง

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

EDUCATION1 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CONTENT TIPS11 เดือน ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

2186 Views