Connect with us

CREATIVITY

คำเตือนจากหัวใจ รวมข้อห้ามที่ Graphic Designer รู้แล้ว … อย่าทำ !!!

Published

on

สำหรับสายงามอาชีพของนักออกแบบ กราฟิก หรือ Graphic Designer ก็เหมือนกันอาชีพต่างๆทั่วไปครับ ที่มักจะมาพร้อมกับข้อปฎิบัติพื้นฐาน วินัยในการกระทำบางอย่างที่ห้ามฝ่าฝืน ซึ่ง ณ ที่นี้ สำหรับ Graphic Design ก็คงจะหนีไม่พ้นกับ “กฏการออกแบบขั้นพื้นฐาน”

แต่วันนี้เราจะไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าว เพราะเชื่อว่าข้อต่างๆเหล่านั้น คนในสายงานนี้ย่อมรู้เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เราจะมาพูดถึงประเด็นที่ลึกซึ้งไปกว่านั้น นั่นก็คือ…

“ข้อห้าม ! ที่ Graphic Design รู้แล้ว … อย่าทำ !”แต่จะมีอะไรบ้างนั้น !!! ตามมาดูกันได้เลยครับ

  1. ห้ามอยู่ในกรอบ

แม้ว่ากฏของการออกแบบจะเป็นแนวทางพื้นฐานของการทำงาน แต่ !! จงอย่านำสิ่งต่างๆเหล่านั้นมาเป็นเกณฑ์ในการออกแบบเสมอไป เพราะว่าในปัจจุบัน ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการทำงาน Graphic Design เป็นเรื่องที่ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก และหลายๆคนเริ่มหันมาทำกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้งานของเรามีความโดดเด่นมากกว่าคนอื่นๆ ก็คือการเพิ่มเติม” ความคิดสร้างสรรค์” ลงไปในผลลงาน ถ้ายังอยู่แต่ในกรอบต่อไป เชื่อได้เลยว่า งานของคุณอาจจะขายได้ แต่ไม่สะดุดตาอย่างแน่นอน

Keyword : การออกนอกกรอบ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้งานโดดเด่น

2. ห้ามยึดติดสไตล์ของตัวเอง

จงจำไว้เสมอว่า แม้ว่าคุณจะมีสไตล์เป็นของตัวเองมากมายขนาดไหน จงอย่าได้ยึดติดสิ่งต่างๆเหล่านั้นจนเกินไป เพราะว่า “การออกแบบที่ใช่สำหรับเรา … อาจจะไม่ใช่งานชอบของลูกค้า”

ดังนั้น ลองเปลี่ยนความคิด แต่ !! ไม่ต้องถึงกับทิ้งความเป็นตัวเองในการออกแบบ เพียงแต่ว่าจะทำอย่างไร ให้งานที่ออกมานั้นมีความคิดสร้างสรรค์ที่ตอบสนองกับความต้องการของลูกค้า โดยมีเอกลักษณ์หรือกลิ่นอายความเป็นตัวเองลงไป

“การไม่ยึดติดในสไตล์ ไม่ได้หมายความว่าให้คุณทิ้งตัวตนในการออกแบบ หากแต่เป็นการออกแบบยังไง เพื่อให้งานออกมาตรงความต้องการของลูกค้า โดยมีกลิ่นอายของความเป็นคุณอยู่ในนั้นด้วย”

Keyword : การออกแบบที่ใช่สำหรับเรา … อาจจะไม่ใช่งานชอบของลูกค้า

3. ห้ามทำงานตอนหัวตัน !

คิดไม่ออก ทำไม่ได้ ก็อย่าดันทุรังทำ !! เพราะแม้ว่างานมันจะออกมาเสร็จ ออกมาทันตามกำหนดก็จริง แต่คุณภาพของงานมันก็อาจจะไม่ดีเท่าอย่างที่ควร

สำหรับสายงาย Graphic Design นั้นก็คล้ายกับศิลปินเหมือนกัน (ในความคิดของผู้เขียน) ที่อาจจะต้องใช้อารมณ์ผสมกับความรู้สึกในการออกแบบ แต่ในเมื่องานมันด่วน งานมันเร่งล่ะ จะต้องทำยังไง !!!

“เชื่อไหมว่าบางครั้ง งานด่วน งานเร่งนี่ล่ะ ที่จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่เราคาดไม่ถึง”

แต่ก็นั่นแหละ มันก็ไม่ได้เสมอไป ถ้าหัวตัน คิดอะไรไม่ออกเมื่อไหร่ ก็ลองออกไปหาอะไรทำสักหน่อย แต่สำหรับตัวผู้เขียนเอง มีทริคเด็ดๆตอนหัวตันมาแนะนำ นั่นก็คือการ “อาบน้ำ” … ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลายๆไอเดีย คิดได้ตอนอาบน้ำนะครับคุณพี่

Keyword : ยิ่งเร่ง งานยิ่งพัง ความคิดยิ่งหาย (สำหรับบางคน)

เอาเป็นว่าหากคิดงานคราวหน้าแล้วมันตัน มันคิดไม่ออกจริงๆ ก็ลองไป “อาบน้ำ” ดูนะครับ

4. ห้ามหยุดติดตามเทรนด์การออกแบบ

รู้ไหมว่า ในแต่ละช่วงนั้น เทรนด์การออกแบบก็มีการเปลี่ยนแปลง ความนิยม คล้ายๆหันเทรนด์การแต่งตัวเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากเราไม่ติดตาม งานของเราที่ออกมา ก็คงจะเหมือนกับการที่คนยุคนี้กลับไปแต่งตัวเหมือนกับคนยุค 90,80 ที่อาจจะคลาสสิคก็จริง แต่งานดูไม่ทันสมัยนะครับคุณพี่ ดังนั้น “ตามเทรนด์การออกแบบ” ด้วยล่ะ

Keyword : หยุดตามเทรนด์กราฟิก = งานคุณจะย้อนยุคทันที

5. ห้ามหยุดเรียนรู้

ถามหน่อยว่า ในโปรแกรมการออกแบบที่คุณใช้ ไม่ว่าจะเป็น Photoshop, Ai คุณรู้จักทุกๆเครื่องมือได้ดีแล้วหรือยัง มากไปกว่านั้น เทคนิคต่างๆที่คุณใช้ในการออกแบบ คุณมีมากพอแล้วหรือยัง … ถ้าคำตอบของคุณคือ “ยัง” ก็รีบไปหาความรู้เพิ่มเติมซะ

ทำให้เด็กมันดูสักหน่อย ว่ารุ่นพี่ที่ทำงานในวงการ Graphic Design มันเจ๋งขนาดไหน โดยการใช้เทคนิคที่เข้ากันได้กับแต่ละงานอย่างเหมาะสม มากไปกว่านั้นคือการใช้เครื่องมือเด็ดๆที่ใครหลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก จนสามารถออกแบบงานออกมาได้อย่างน่าทึ่ง ดังนั้น “อย่าหยุดที่จะเรียนรู้” อย่างเด็ดขาด

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบัน Graphic Design เป็นเรื่องที่ง่ายและไม่ว่าใครก็ทำได้ หากงานเราไม่โดดเด่นจริงๆ ก็คงจะอยู่ยาก จงจำไว้ว่า “จงสร้างงานที่มีเอกลักษณ์ แต่ต้องน่าจดจำ”

ด้วยรัก และ ความปราถนาดีจาก Graphic Designer เหมือนกับคุณ

Written and Graphics by : The Mask ZG

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CREATIVITY

ถอดรหัสความแรงของ TikTok และพาส่องภาพรวมความบันเทิงในช่วง COVID-19

Published

on

ในช่วงนี้อาจเป็นสถานการณ์ ที่ไม่ว่าใคร ก็ต้องอยู่ที่บ้านนานขึ้น ทั้งการกักตัว หรือการงดออกบ้าน เพื่อเผชิญความเสี่ยงในการติดไวรัส COVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ ทำให้เหล่าแอปพลิเคชั่น ที่สามารถใช้งานในเรื่องการสร้างความบันเทิง มีช่วงเวลาที่รับชมสั้น ไม่ต้องเสียเวลาย่อยข้อมูลให้มากนัก ตอนนี้จึงทำให้แอปพลิเคชั่นคอนเทนต์คลิปวิดีโอแบบสั้น 15 วินาทีอย่างTikTok กลายเป็นที่นิยมขึ้นมาทันที เราลองมาส่องดูประวัติความเป็นมาแบบคร่าวๆ ของแอปพลิเคชั่นนี้กันดีกว่า

ประวัติความเป็นมาของ TikTok

ขอขอบคุณภาพจาก : marketingoops

Douyin เป็นแอปพลิเคชั่นในเครือบริษัท Bytedance ซึ่งผลิตแอปพลิเคชั่นแนวสื่อบันเทิงอยู่แล้ว พวกเขาเปิดตัวในปี 2016 ท่ามกลางผู้ใช้งานชาวจีน ที่มีทั้ง WeChat Weibo ที่พวกเขาคิดว่าเพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว รวมทั้งคลิปแชร์วิดีโอในจีน ก็มีจำนวนมากอยู่แล้วเช่นกัน 

ในตลาดไทยแอปพลิเคชั่นจะมีชื่อว่า TikTok แต่ที่ประเทศจีน แอปพลิเคชั่นนี้จะใช้ชื่อว่า Douyin ซึ่งชื่อนี้เริ่มต้นในวงการครั้งแรก ด้วยการเป็นพาร์ตเนอร์กับ Musical.ly แอปตัดต่อวิดีโอใส่เสียงเพลงของจีน ที่เน้นทำตลาดในอเมิรกา แต่เวลาต่อมา Douyin ก็ได้ซื้อกิจการไปโดยแต่แรกเริ่ม กลุ่มเป้าหมายของ Douyin มีเพียงแค่ ผู้หญิงวัยรุ่นในเมือง ที่แอปพลิเคชั่นได้มีการกำหนดท่าทาง ให้ผู้เล่นต้องทำตาม หรือลิปซิงก์ร้องเพลงตามจังหวะ  ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองได้เป็นดารา ที่มีเอกลักษณ์ 

ขอขอบคุณภาพจาก : marketingoops
ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag
ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

ทำให้ทางแอปพลิเคชั่นนี้ได้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในเรื่องความสนุกสนาน ที่แปลกใหม่ ทำให้มียอดผู้ดาวน์โหลดเป็นอันดับ 1 ในปี 2018 และมีผู้เข้าใช้งานต่อวันถึง 150 ล้านคน

การเติบโตที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุผลความนิยมของโลกโซเชียล ที่ผู้ใช้งานหลายคนทั่วโลก มีความต้องการที่จะสร้างเอกลักษณ์ สร้างตัวตนหรือคาแรคเตอร์ของตัวเองบนโลกโซเชียล การอัดคลิปวิดีโอเพื่อเผยแพร่ในเวลาเพียง 15 วินาทีจึงเป็นเรื่องง่าย แถมตัวแอปพลิเคชั่นยังถูกออกแบบมาเพื่อโทรศัพท์มือถือ ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้นไปอีก 

ที่เหนือไปกว่านั้นคือ การตลาดของจีน มีการใช้งาน Influencer ที่มีคาแรคเตอร์ที่ตรงกับแบรนด์ มาเป็นตัวช่วยสำคัญอีกแรง เพราะถึงแม้ว่าการใช้บุคคลธรรมดา แต่มีความคิดสร้างสรรค์มาช่วยโปรโมทได้ดีกว่า Influencer แต่สุดท้ายก็ไม่ตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยเฉพาะการเข้าตลาดอเมริกา การใช้ Influencer หรือดาราดังมาช่วยโปรโมท เช่น Jimmy Fallon, Kardashians และนักร้อง Rita Ora กับ Tony Hawk 

โดยกลุ่มผู้สร้างคอนเทนต์หลักใน TikTok จะแบ่งเป็นองค์ประกอบ ผู้ใช้ทั่วไป 49.10% คนมีชื่อเสียงในอินเทอร์เน็ต 34.30% ดารา 12.60% และแบรนด์ต่างๆ อีก 3.70% 

ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

ส่วนฝั่งกลุ่มเป้าหมายของ TikTok ที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นอเมริกาในหมู่ผู้ใช้งานรุ่นใหม่ในสหรัฐอเมริกา และในอีกหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย จากการรายงานของ Influencer marketing agency Mediakix พบว่า 60% ของผู้ใช้งานมีอายุ 16 – 24 ปี ทำให้นักการตลาดสนใจที่จะมาลงโฆษณาใน TikTok มากขึ้น 

จนมูลค่าล่าสุดของ Bytedance ในปี 2018 พุ่งทะยานขึ้นสูงถึง 75,000 – 78,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นสตาร์ทอัพมูลค่าสูงอันดับ 2 ของโลกภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เป็นรองแค่ Ant Financial กิจการในเครือของ Alibaba เท่านั้น

เหตุผลที่ทำให้ TIkTok โตเร็ว

ขอขอบคุณภาพจาก : marketingoops

ในปัจจุบัน TikTok กับประเทศไทย มีสถิติผู้ใช้งานเป็นผู้ชาย 25% ผู้หญิง 75% มีระบบ IOS 16% และ Android อีก 84% 

ขอขอบคุณภาพจาก : thumbs up

ไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 48% เป็นกลุ่มคนอายุ 18-24 รองลงมาคือ 36% ในกลุ่มคนอายุ 13-17 ปี และ 14% เป็นกลุ่มคนอายุ 25-34 ปี 

โดยส่วนมากจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และตามจังหวัดใหญ่ๆ เกินกว่า 80% เป็นนักเรียน นักศึกษา และ First jobber ระยะเวลาการใช้งานเฉลี่ย 35 นาที โดยจะมีคอนเทนต์หลัก ที่ได้รับความนิยมคือ

  • Talent
  • Comedy 
  • Food & Drink & Travel
  • Beauty & Fashion

เทรนด์ที่สร้างความนิยมให้กับ TikTok เป็นอย่างมาก 

  • Evolving Video Technology 
  • Influencer Taking The Lead
  • Power of Gen Y & Z 
ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

สิ่งที่ TikTok พร้อมจะพัฒนากลยุทธ์ของแพลตฟอร์ม ให้ยั่งยืน และโตขึ้นเรื่อยๆ จะเน้นไปที่ 3 แกนหลักคือ

  1. สร้างคอนเทนต์ให้มีความหลากหลาย (Content Diversification) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลายช่วงวัยมากขึ้น
  2. สร้างรายได้ผ่านการขายโฆษณา(Monetization) สร้างรายได้ด้วยเครื่องมือฟีเจอร์บนแพลตฟอร์ม ช่วยให้แบรนด์และกลุ่มดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเกิดความ Awareness และเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว 
  3. สร้างความปลอดถัยบนแพลตฟอร์ม(Brand Safe) พัฒนาความปลอดภัยช่วยให้เกิดความเหมาะสม บนแพลตฟอร์ม และใช้งานแมชชีนเลิร์นนิงคัดกรองคอนเทนต์ที่เหมาะสม หรือการใส่ฟีเจอร์ ที่ให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมตามความเหมาะสมได้

ส่วนเรื่องคอนเทนต์ที่เคยตกเป็นประเด็นอย่าง โรตีสด ทาง Crisis Management ของ TikTok เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาได้ดำเนินการจัดการกับคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมทันที

ทั้งยังประสานงานให้ Influencer ทำคอนเทนต์ให้มีข้อมูลที่มีความถูกต้องแทน นอกจากนี้ยังมีการทำแคมเปญคอนเทนต์ต่างๆ  ที่ทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้นกับผู้ใช้งาน เพื่อดึงผู้ใช้งานหน้าใหม่ ให้เข้ามาที่แพลตฟอร์ม TikTok มากขึ้น จนส่งผลให้ผู้ใช้งานล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 เป็นผู้ใช้งานอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นส่วนมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่านั้น

TikTok กับช่วงกักตัว

ในช่วงกักตัวที่คนเราต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น จึงมีเวลาว่าง ให้ได้ค้นหา ได้ทดลอง หรือได้เล่นอะไรใหม่ๆ ทำให้ช่วงนี้ทาง TikTok ที่เคยถูกมองว่าเป็นแอปพลิเคชั่นสก๊อย หรือการเล่นแบบประมาทเลินเล่อของวัยรุ่น จนเกิดไวรัลแบบผิดๆ อย่าง โรตีดิบ มาแล้ว แต่เมื่อทาง TikTok ไม่ได้นิ่งนอนใจ และแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

ทำให้ช่วงโอกาสทองที่คนเรามีเวลาว่างมากขึ้น ได้พบเห็นคอนเทนต์ที่มาจาก TikTok บนหน้าสื่อโซเชียลของ ดาราดัง อย่าง เก้า สุภัสสรา และ แพทตี้ อังศุมาลิน ทำให้ดึงดูดคนเข้ามาติดตามดาราทั้งสองอย่างมาก จากนั้น TikTok ก็ทยอยของคอนเทนต์ใหม่ๆ หรือ ชาเลนจ์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน ให้เข้ามาร่วมเล่นกันมากขึ้น กับกระแสการกักตัวอยู่บ้าน ที่ทำให้ทุกคนมีเวลาว่างมาดขึ้น จนมีผู้เข้าใช้งานถล่มทลายอีกเช่นกัน

ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

โดยตอนนี้ชาเลนจ์ที่กำลังโด่งดังมากอย่าง เจน นุ่น โบว์ อดีตตำนานเพลงเก่า ก็ได้กลับมาโลดแล่นบนแอปพลิเคชั่นนี้อีกครั้ง รวมถึงอีก 5 ชาเลนจ์ ที่กำลังนิยมอย่างมากบน TikTok ในช่วงกักตัวเช่นนี้

  1. #Savehands เป็นชาเลนจ์จาก WHO ร่วมมือกับ TikTok เพื่อรณรงค์ให้คนหันมาล้างมือให้สะอาดกันมากขึ้น
  2. #fliptheswitch เป็นชาเลนจ์ที่ให้คนสองคนได้สลับโพสิชั่นกัน ทั้งการเต้น การแต่งตัว
  3. #แดนเซอร์จำเป็น เป็นชาเลนจ์ที่มี effect แยกร่างให้เราถึง 5 คน ที่เหมือนกับเป็นแดนเซอร์บนเวทีอย่างไงอย่างนั้น
  4. #เมื่อ ชาเลนจ์นี้เป็นเหมือนคอนเทนต์ที่ให้ทุกคนเสนอความครีเอทีฟที่สูงมาก ว่า เมื่อ… ที่จะเกิดขึ้นในหลายสถานการณ์ จะเป็นอย่างไรได้บ้าง
  5. #HandWashChallenge ชาเลนจ์นี้เป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์จาก dettal ที่ออกมาร่วมรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงการล้างมือ 

ซึ่งทั้ง 5 ชาเลนจ์ตอนนี้ ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม รวมถึงความครีเอทีฟ ที่เกิดขึ้นจากเหล่าผู้ใช้งานหลายล้านคน ก็ยังคงสร้างคอนเทนต์จำนวนมากให้หลั่งไหลออกมา ในหลายๆ วันอย่างที่เราเห็น แม้จะเล่นโซเชียลอยู่บนแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่ TikTok เราก็ยังคงเห็นคลิปวิดีโอจาก TikTok เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างสูง ที่ผู้ใช้งานท่วมท้น จนคอนเทนต์เกิดการแชร์ข้ามแพลตฟอร์มอย่างมหาศาล

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

ทำความเข้าใจ “การตลาดอิงดราม่า” ทำไมถูกใจคนไทย !? พร้อมสรุปเทคนิคการสร้างคอนเทนท์ดราม่า

Published

on

ในช่วงที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์อันเลวร้าย ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่แสนย่ำแย่ โรคภัยไข้เจ็บที่ยังต้องลุ้นกันรายวัน รวมทั้งนโยบายการเคอร์ฟิวของภาครัฐ ที่ออกในช่วงนี้ ทำเอาหลาย ๆ แบรนด์ต้องหาทางรับมือ เพื่อประคับประคองธุรกิจของตัวเองให้ยังคงอยู่รอดต่อไป

ซึ่งทั้งนักการตลาดเองก็ดี ผู้ประกอบการเองก็ดี ช่วงนี้คงเป็นช่วงที่ต้องงัดเอาทุกแม่ไม้เทคนิคมาเรียกลูกค้าเข้าร้านกันแบบร้อยแปด และหนึ่งในนั้นก็คือ “การสร้างคอนเทนท์แบบดราม่า” หรือที่หลายคนเรียกว่า “Drama Content” มาช่วยเรียกลูกค้า โดยใช้ความสงสารเป็นตัวหลักในการสร้างความคล้อยตามให้กับผู้อ่าน

ซึ่งรูปแบบการขายของจากการเรียกความคะแนนความสงสาร นับว่าเป็นเรื่องถนัดของเหล่าแบรนด์ไทยเป็นอย่างดี (รู้กันในเวทีโลกจากโฆษณาประกันชีวิตอยู่แล้ว) จนทาง Philip Kotler บิดาแห่งการการตลาดยุคใหม่ ก็เคยให้คำนิยามโฆษณาในแบบไทยประกันชีวิตไว้ว่านี่คือ SADVERTISING ที่สามารถสื่อ กระตุกอารมณ์คนดูได้ดีมากจริง ๆ

โดย Case Study ที่ Philip Kotler ได้พูดถึงในหนังสือ Marketing for Competitiveness : Asia to the World in the Age of Digital Consumers ด้วยการยกตัวอย่างภาพยนตร์โฆษณา Unsung Hero (อ้างอิงจาก : https://positioningmag.com/1131029)

กลับมาที่ผู้บริโภคชาวไทยกับความอินไปกับ “การตลาดแบบ รัก โศก เศร้า หัวเราะ”

ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าจะมองย้อนกลับไปทำความเข้าใจเรื่องราวของ “ความอินในเรื่อง รัก โศก เศร้า และหัวเราะ” ของผู้บริโภคชาวไทยก็อาจจะมาจาก “สังคมไทยอาจจะเคยชินกับการถูกเลี้ยงดูด้วยละครหลังข่าว” (ชาว Gen X Y น่าจะเข้าใจภาพนี้เป็นอย่างดีครับ)

จนครั้งหนึ่ง “ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย” เคยพูดไว้ว่า.. “ดราม่านั้นคู่กับคนไทย เพราะไม่ใช่ชาติที่ใช้เหตุผล แต่ใช้อารมณ์ค่อนข้างมาก อีกทั้งอ่านหนังสือน้อยกว่าชาติอื่นที่ใช้ตะเกียบ” (อ้างอิงจาก : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/648385)

แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนมีเทคโนโลยีเข้ามาดิสรัปการดูละครหลังข่าว ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาเสพสื่อนอกพื้นที่เดิม ไม่ว่าจะเป็น Facebook IG และ Twitter แต่สิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถดิสรัปได้เลยก็คือ “ความอินไปกับเรื่อง รัก โศก เศร้า หัวเราะ”

สังเกตได้จากปัจจุบันมีพื้นที่สื่อมากมายที่ขับเคลื่อนไปด้วยเรื่องราวของการดราม่า ไม่ว่าจะเป็น Drama Addict อย่างที่รู้กัน หรือแม้แต่สื่อยักษ์ใหญ่ก็หันมาเล่นเรื่องราวดราม่ากันแล้ว เพราะไม่ว่าจะวัดด้วยสถิติใด “เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังขายได้”

ยกตัวอย่างจากข่าวนี้ที่ช่องหนึ่งใช้ความดราม่า เปลี่ยนบุคคลธรรมดา ให้กลายเป็นคนของสังคมในเวลาเพียงไม่นาน (ถึงแม้จะไม่โด่งดังแบบดาราก็ตาม แต่ก็นับว่าสร้างชื่อเสียงและชื่อเสียให้พอสมควร)

การใช้เรื่องราวดราม่าในแง่การนำเสนอธุรกิจและสร้างแบรนด์

แน่นอนละครับว่าปูเรื่องมาซะขนาดนี้ ก็บอกได้เลยว่า “การโยงเรื่องดราม่า เข้ากับการนำเสนอธุรกิจ การขายของ หรือแม้แต่การสร้างแบรนด์” ทำแบรนด์ประสบความสำเร็จกันไปก้องโลกมาหลายแบรนด์แล้ว

อยากที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นของโฆษณาไทยประกันชีวิต ซึ่งมีบทสัมภาษณ์ ไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่เคยกล่าวไว้ใน Marketeer Online (https://marketeeronline.co/archives/129611) ว่า

ไทยประกันชีวิตต้องทำตลาดแบบ Human Spirit Marketing ที่มากกว่า Customer Centric ทั่วๆ ไป

“จากทฤษฎีของการโฆษณามักจะบอกให้พูดถึงผลิตภัณฑ์ 70% พูดถึงลูกค้า 30% ถามว่า ไทยประกันชีวิตรู้จักทฤษฎีนี้มั้ย รู้จักดีครับ แต่เมื่อผลิตภัณฑ์หลักของเราคือความรัก ดังนั้น 70% ในเรื่องจะพูดถึงความรักเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นความรักของพ่อที่เป็นใบ้ ความรักการให้อภัยที่ให้กับลูกสาวที่ท้องก่อนแต่ง ส่วนอีก 30% จะเป็นเรื่องราวที่โดนใจลูกค้าที่สุด อาจจะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาเรื่องนั้นๆ อยู่ก็ได้”

จากคำพูดของคุณไชย ที่ได้กล่าวไว้แสดงให้เห็นว่า “การเจาะเข้าไปถึง Human Spirit จะยิ่งทำให้คนเข้าถึงแบรนด์ง่ายขึ้น เพราะนี่คือเรื่องเค้าเข้าใจและพร้อมอินไปกับมัน”

ช่วง COVID แบบนี้การ “ดราม่า” สร้างโอกาสให้ธุรกิจในไทยได้หลายแบรนด์

เมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสได้ดูการสัมภาษณ์ของคุณต่อ แบรนด์ Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู (แอบบอกไว้ก่อนได้นะครับว่า เรารักแบรนด์นี้มากไปกินแทบทุกสัปดาห์เลยครับ)

และก่อนอื่นเลยนะครับต้องขออนุญาตคุณต่อ มา ณ โอกาสนี้ก็เลยครับ ที่จะขอหยิบเรื่องราวดี ๆ ของทาง Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู มาเป็นกรณีศึกษาครับ

และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ผมได้ติดตามการเดินทางฝ่าอุปสรรคครั้งนี้ของเพนกวิน จากประโยคที่คุณต่อได้กล่าวไว้ว่า

“เขายอมเจ็บแต่จบ ผมว่าผู้ประกอบการคิดอย่างนั้นจริงๆ
ถ้ามันเจ็บสั้นๆ แล้วจบ ผมว่าทุกคนยอมเสียสละ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ รัฐออกมาตรการแต่ไม่มีอะไรรองรับ
มันไม่ใช่เจ็บแล้วจบ มันจะเจ็บแบบยาวๆ จนสุดท้ายมันจบ
แต่เป็นผู้ประกอบการจบชีวิต พนักงานจบชีวิต”
.
“เหมือนเลือดไหลแล้วคุณขอให้เราตัดแขน ตัดขา
เราบอกเรายอม ตัวจะได้รอด

แต่คุณไม่มีมาตรการรองรับว่า คุณจะห้ามเลือดผมยังไงต่อ
กลายเป็นว่าใครเลือดไหลช้าสุด คนนั้นคือคนที่รอด
ใครเลือดไหลเร็วต้องยอมตายไประหว่างทาง”
.
.
.
พูดเสร็จ ก็แอบกลัวว่าจะโดนสั่งปิดร้าน
แต่ดันลืมไปว่า #ตอนนี้ร้านโดนปิดไปแล้วนี่หว่า

#งั้นช่างมัน

“เขายอมเจ็บแต่จบ ผมว่าผู้ประกอบการคิดอย่างนั้นจริงๆ ถ้ามันเจ็บสั้นๆ แล้วจบ ผมว่าทุกคนยอมเสียสละ…

Posted by Thanapan Vongchinsri on Friday, 27 March 2020

และจากนั้นทาง Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู ก็งัดโปรโมชั่นมากมาย พร้อมจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ เพื่อสร้างงานและประคับประคองแบรนด์ยังให้คงมีรายได้และคงอยู่ต่อไป

จริงๆ กวิ้น มีเรื่องอยากเล่ามาอาทิตย์นึงละ แต่ยุ่งมาก จนยังไม่มีเวลาได้เขียน#PenguinStory.คนในรูปคนนี้ ชื่อว่า “…

Posted by Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู on Tuesday, 31 March 2020

ต้องยอมรับเลยครับว่า โปรโมชั่นมากมายหลังจากนั้น ทำให้ชื่อของ Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู กลับมาพูดอีกครั้ง กระตุ้นต่อมหิวของใครหลายคนได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงกักตัวเช่นนี้ตาม (ช่วง COVID-19 ระบาด) ใครสนใจโปรโมชั่นมากมาย กับอาหารคุณภาพสูงก็ติดตามกันได้ที่ : https://www.facebook.com/penguineatshabu/ เลยนะครับ

ถ้าอยากสร้าง DRAMA MARKETING เองบ้าง ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากและง่ายที่จะทำการตลาดและเขียนคอนเทนท์ในรูปแบบนี้ครับ แต่สิ่งที่จะต้องเข้าใจเลยก็คือ “ตัวตนของแบรนด์” และลองมาวางแผนไปพร้อมกันครับ

  1. ทำความเข้าใจว่า “ตัวตนของแบรนด์” คืออะไร ? : ก่อนจะวางโครงเรื่องของคอนเทนท์ หรือแผนการตลาดใด ตัวตนคือสิ่งที่ต้องคิดถึงเป็นอันดับแรก ถึงแม้ว่าครั้งนี้สิ่งที่จะเสนอออกไปคือการดราม่าก็ตาม แต่อย่าลืมว่าที่ผ่านมาแบรนด์คุณเป็นตัวแทนของอะไร ความสุข ความรัก แรงบันดาลใจ ไอดอล ความหล่อเท่ สวยงาม หรืออื่น ๆ
  2. สร้าง Emotional Connection กับคนอ่านโดยผ่านตัวตนของแบรนด์ : อ้างที่กล่าวไปในข้อหนึ่งครับ “ตัวตนของแบรนด์” คือเครื่องมือชั้นยอดที่จะมาเป็นกุญแจดอกสำคัญในการกระตุกต่อมอารมณ์ของผู้อ่านได้เป็นอย่างดี
    *กุญแจกระตุกอารมณ์ไม่จำเป็นจะต้องเรียกน้ำตา ความเท่ แรงบันดาลใจ คำคม หรืออะไรก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าลูกค้าจะชอบ
  3. Call To Action และการวัดผล : สิ่งสำคัญที่สุดในการทำแคมเปญการตลาดก็คือ “Call To Action” เมื่อผู้อ่าน ผู้บริโภคคล้อยตามแล้วจะต้องทำยังไงต่อให้เกิดยอดขายหรือผลลัพธ์ให้ได้ อีกทั้งอย่าลืมว่า KPI การวัดผลไว้ด้วย

สรุปเทคนิคการสร้างคอนเทนท์ดราม่า เขียนยังไงได้บ้าง ?

สูตร Before After Bridge

สูตรการเขียนแบบ Before After Bridge

สูตรการเขียนคอนเทนท์ที่ว่าด้วย “สร้างความอินกับปัญหา วิธีแก้ปัญหา และเข้าถึงวิธีแก้ปัญหายังไง” จะว่าไปแล้วนี่คือสูตรยอดนิยมในการทำคอนเทนท์เลยก็ว่าได้ครับ

BEFORE : สร้างภาพให้ผู้อ่านได้อินและเข้าใจถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ สถานการณ์ตอนนี้ว่าเป็นอย่างไร ร้ายแรงแค่ไหน *เทคนิคสำคัญก็คือทำยังไงก็ได้ให้ปัญหาและสถานการณ์นี้เกี่ยวข้องกับคนอ่าน

AFTER : สร้างภาพ อธิบายให้ผู้อ่าน ผู้บริโภคเข้าใจว่า “หากปัญหานี้ถูกแก้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้น” ส่งผลอะไรต่อคุณ ส่งผลอะไรต่อลูกค้า *จี้จุดตรงประโยชน์ของผู้บริโภคให้มาก

BRIDGE : ตบท้ายด้วย “ขายของ” ซึ่งนี่ก็คือ “สะพาน” ที่จะพาคนอ่านที่อินทั้งหมดไปสู่วิธีการแก้ปัญหาที่เราได้สร้างภาพในเห็นในส่วนของ AFTER ไปแล้ว *และที่สำคัญอย่างลืมปิดท้ายด้วย Call To Action ด้วย

สูตร Three Act Structure

ผมมักจะเรียกสูตร Three Act Structure ว่าเป็นสูตร “สร้างพระเอก” ซึ่งจะว่าไปแล้วก็อาจจะจริง เพราะนี่คือสูตรการสร้างคอนเทนท์แบบบทละคร หนังฮีโร่ ที่หลายเรื่องยอดนิยมใช้กัน

Act One / Setup (เริ่มต้นอธิบายเรื่องราว) : นี่คือส่วนแรกของการนำเสนอ ซึ่งนี่เป็นการอธิบายเรื่องทั้งหมด มีตัวละครที่เกี่ยวข้องกี่คน พยายามกล่าวถึงคนที่จะเป็นพระเอกของเรื่องนี้เยอะ ๆ (อาจจะเป็นแบรนด์หรือผู้บริหารแบรนด์) ซึ่งคนนี้จะเป็นตัวเดินเรื่อง

Act Two Confrontation  (พระเอกชนปัญหา) : จุดพีคสำคัญของเรื่องก็คือ “อย่าลืมพาพระเอกไปเจอกับปัญหา” อธิบายสถาณการ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน แต่ละปัญหาส่งผลอะไรบ้าง *อย่าลืมเน้นที่จุดย่อท้อและจุดเติมกำลังใจของพระเอกด้วย

Act Three / Resolution (การยืนหยัด) : ถ้าเทียบกับละครนี่คือตอนจบของเรื่องที่พระเอก ชักดาบเตรียมต่อสู้ หรือมีเพื่อนร่วมทีมพร้อมรบ และที่สำคัญของส่วนนี่ก็คือ “แสดงให้ผู้อ่านเห็นว่า แบรนด์ของเราพร้อมสู้มากแค่ไหน และจะไม่มีวันย่อท้อต่อปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังจะเกิดขึ้น” *พยายามจี้จุดด้วยว่าพระเอกจะสู้ได้ถ้าได้แรงสนับสนุนจากผู้อ่านหรือผู้บริโภค

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ “การตลาดอิงดราม่า” ที่กำลังเป็นที่นิยมในหลายแบรนด์ขณะนี้ เพื่อต่อสู้กับทั้งสถานกาณ์ COVID-19 ที่กำลังทำเอาแบรนด์ต้องบาดเหงื่อกันอยู่ขณะนี้ แต่ที่อยากย้ำกันไว้เลยก็คือ “จะดราม่ายังไงก็อย่าหลุดตัวตนของแบรนด์ เพราะถ้าสถานการณ์กลับมาดีขึ้นเมื่อไร แบรนด์อาจจะกลับมาจุดเดิมได้ยากครับ”

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

สสว. เปิดคอร์สออนไลน์สายปั้นคอนเทนท์ “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” ฟรี!!

Published

on

สำหรับช่วงนี้ใครมีเวลาว่างและกำลังมองหาคอร์สออนไลน์ไว้เรียนเสริมความรู้ แก้เหงาช่วง Work From Home แนะนำกำลังเลยกับคอร์สออนไลน์เพื่อสายคอนเทนท์ และคนที่อยากเรียนเรื่องนี้โดยเฉพาะ

โดยทาง สสว.หรือสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กำลังเปิดรับสมัครคอร์สเรียนออนไลน์ที่น่าสนใจกัน ที่สำคัญฟรีด้วย คอร์สนี้มีชื่อว่า “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือใครก็ได้ที่อยากเก่งคอนเทนต์ เช่น Blogger Youtuber Freelance สายผลิตสื่อคอนเทนต์ ได้เรียนรู้ถึงวิธีการสร้างคอนเทนต์ที่ดี ที่ทำรายได้มหาศาล และตัวอย่างความสำเร็จของธุรกิจที่เกิดจากการสร้างคอนเทนต์ เรียนรู้แบบ Step by Step

ใครสนใจสามารถสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ฟรีได้ที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdAwxzxMkLk45cWBgRIBRVx284RXIopTIsNaqBBPZPKdCpGZw/viewform

โครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Early – Stage) ปี 2563

“ดิจิทัลคอนเทนต์” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการคุณค่า (Value Creation) สำหรับบุคคลธรรมดา ผู้ประกอบการริเริ่ม และ ผู้ประกอบการมืออาชีพในยุคการค้าแบบไร้พรมแดน (ยุคดิจิทัล) ปัจจุบันดิจิทัลคอนเทนต์ เปิดโอกาสให้กับการสร้างความเป็นไปได้ของการเป็นผู้ประกอบการแนวใหม่แบบไร้พรมแดน ดิจิทัลคอนเทนต์ช่วยสร้างคุณค่าอะไรสำหรับการเป็นผู้ประกอบการบ้าง – สร้างการรับรู้ สร้างตลาด สร้างตัวตน (แบรนด์) สร้างการมีส่วนร่วม สร้างความเชื่อมั่น สร้างฐานกลุ่มเป้าหมาย สร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ และสร้างโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ
1.บุคคลธรรมดา
2.ผู้ประกอบการที่ไม่จดทะเบียน
3.ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนธุรกิจ ไม่เกิน 3.5 ปี

ช่วงนี้กิจกรรมหลายอย่างงด งานอาจเลื่อนหรือยกเลิกไป ธุรกิจหลายอย่างหยุดชะงัก เพราะเราทุกคนต้อง Social Distancing…

โพสต์โดย Early Stage Online Content Entrepreneur เมื่อ วันพุธที่ 18 มีนาคม 2020

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CREATIVITY1 ชั่วโมง ago

ถอดรหัสความแรงของ TikTok และพาส่องภาพรวมความบันเทิงในช่วง COVID-19

LIFESTYLE3 วัน ago

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา “เปิดสอนทำอาหารออนไลน์” เรียนฟรี!! ไม่ต้องลงทะเบียน

CONTENT TIPS4 วัน ago

ทำความเข้าใจ “การตลาดอิงดราม่า” ทำไมถูกใจคนไทย !? พร้อมสรุปเทคนิคการสร้างคอนเทนท์ดราม่า

LIFESTYLE2 สัปดาห์ ago

เจาะใจไรเดอร์ สถานการณ์ Grab Food เชียงใหม่ ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ?

CREATIVITY3 สัปดาห์ ago

สสว. เปิดคอร์สออนไลน์สายปั้นคอนเทนท์ “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” ฟรี!!

NEWS UPDATE3 สัปดาห์ ago

บรรเทาทุกข์ COVID 19 กรมสรรพากรลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 1.5%

LIFESTYLE1 เดือน ago

“รวม 10 Podcasts ทั้งไทยและเทศ ที่คนทำธุรกิจไม่ฟัง … ไม่ได้แล้ว”

INNOVATION2 เดือน ago

พฤติกรรมผู้บริโภคยากแท้หยั่งถึง! เทคโนโลยีจึงสำคัญ Audience+ เลยถือกำเนิด

MARKETING TIPS2 เดือน ago

“Line” แอปพลิเคชันยืนหนึ่งในโซเชียลมีเดียไทย กับสถิติสุดเจ๋ง ที่ติดตาม

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

NEWS UPDATE3 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

NEWS UPDATE1 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY12 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

LIFESTYLE1 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS10 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY7 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

MARKETING TIPS7 เดือน ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

LIFESTYLE1 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

Facebook

Trending