Connect with us

CREATIVITY

ชวนวิเคราะห์ จากแคมเปญ”ไม่ไปไหนไป NETFLIX” เมื่อปีก่อน สู่ “จะไปไหนไป NETFLIX” ในปีนี้!

Published

on

ย้อนกลับปลายปี 2018 แคมเปญส่งท้ายปีของ NETFLIX #ไม่ไปไหนไปNETFLIX ที่เล่นใช้ ป้ายบิลบอร์ดตามจุดรถติดบริเวณทางออกกรุงเทพ ในหลาย ๆ จุดจนกลายเป็นไวรัลที่ยังคงพูดถึงมาจนถึงวันนี้

โดยคอนเซ็ปหลักของปีปลายปี 2018 จะชู Key Message ประเด็นเรื่อง “ช่วงปีใหม่ ปัญหารถติดอันแสนน่าเบื่อ ผู้คนก็เยอะมากมาย ไม่ควรออกไปเที่ยวไหน แต่ควรดู NETFLIX อยู่บ้านให้สบายใจ”

#ไม่ไปไหนไปNETFLIX
#ไม่ไปไหนไปNETFLIX
#ไม่ไปไหนไปNETFLIX

แต่สำหรับปีนี้ส่งท้ายปี 2019 NETFLIX ก็คัมแบ็กกับแคมเปญใหม่ที่ตรงข้ามกับปีที่แล้วโดยสิ้นเชิง เพราะปีนี้ “NETFLIX สนับสนุนให้ทุกคนออกไปนอกบ้าน จะไปไหนก็ได้ ไปเที่ยว กลับบ้านต่างจังหวัด” เพราะ Key Message ของปีนี้คือ #จะไปไหนไปNetflix

โดยอ้างอิงจากโพส์ของ NETFLIX ในวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ลงคอนเทนท์ไว้ว่า

หลับไปกี่ตื่น รถก็ยังอยู่ที่เดิมรึเปล่าน้า?
ใครอาการเป็นแบบนี้ เราขอแนะนำ… แต๊น แต๊น แต๊นนนนน “จุดพักโหลด NETFLIX” ไปดูกันเลย มีที่ไหน พิกัดไหนบ้าง ระหว่างรถติดแหง็ก เบื่อๆ ก็แวะมาโหลดหนัง โหลดซีรีส์ ดูเพลินไประหว่างทางได้เลยครับ /โหลดเยอะระวังเมมเต็มนะครับ

​(คนขับห้ามดูนะครับ เพลินได้เฉพาะคนโดยสารเท่านั้น)

ปีใหม่นี้ #จะไปไหนไปNetflix

หลับไปกี่ตื่น รถก็ยังอยู่ที่เดิมรึเปล่าน้า?ใครอาการเป็นแบบนี้ เราขอแนะนำ… แต๊น แต๊น แต๊นนนนน “จุดพักโหลด NETFLIX”…

โพสต์โดย Netflix เมื่อ วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2019

ซึ่งนอกจากจะมี “จุดพักโหลด” (มาจากจุดพักรถ) แล้วทาง #จะไปไหนไปNetflix ยังเล่นกับสื่อออนไลน์ด้วยกับ รายงานเกือบสด “5 วันอันสบาย”

ที่หยิบเอา คุณฐปนีย์ ที่ทำรายการเกือบสดตามจุดทางออกเมืองต่าง ๆ เพื่อรายงานสถานการณ์รถติด แจ้งเตือนให้ “ทุกคนโหลดซีรีย์เก็บไว้”

Netflix แนะนำรายการ "5 วันอันสบาย"

ปีใหม่นี้… พร้อมรึยังที่จะออกเดินทางไปกับคนเป็นล้านบนถนน? เอ๊ะห่วงรถติด อ๊ะเบื่อคนเยอะ เฮ้อ…รอข้าวนาน ได้เวลามาอัปเดตสถานการณ์ช่วงปีใหม่ไปกับNetflix “5 วันอันสบาย” รายการที่จะช่วยให้การเดินทางช่วงปีใหม่ของคุณเพลินกว่าที่เคย และขอเชิญพบกับผู้สื่อข่าวคนพิเศษของเรา "คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย" รายงานเกือบสดจากแยกราชประสงค์ /คุณฐปณีย์ครับบบบ 🗣ปีใหม่นี้ #จะไปไหนไปNetflix

โพสต์โดย Netflix เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2019

ทั้งนี้แคมเปญที่ชวนคนดู NETFLIX ระหว่างเดินทางอาจจะไม่ได้มากจาก “อารมณ์ของนักการตลาด อย่างแน่นอน” แต่นี่อาจจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลขาก DATA ถึงพฤติกรรมของผู้มาอย่างละเอียด!

ทั้งพฤติกรรมการเดินทางช่วงวันหยุดยาว และพฤติกรรมการเสพสื่อผ่านการใช้ฟีเจอร์ สมาร์ทดาวน์โหลด ที่ชอบผู้ใช้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลจาก Tech-hangout

ในหัวข้อ NETFLIX SMART DOWNLOAD ! โหลด ซีรีย์ตอนต่อไปให้เอง และ ลบตอนเก่าที่ดูออกให้ ! ได้เคยพูดถึงไว้ว่า

หลังจากเปิดตัวฟีเจอร์ “ดาวน์โหลด” (Download) ไปในปี 2016 เราพบว่าสมาชิก Netflix ชอบดาวน์โหลดรายการที่ชอบและเพลิดเพลินกับการรับชม Netflix ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะขณะเดินทาง ท่องเที่ยว หรืออยู่ในสถานที่ที่ต้องชำระค่าบริการอินเทอร์เน็ตในราคาแพงหรือสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ฟีเจอร์ “ดาวน์โหลด” ช่วยให้สมาชิกพกพาภาพยนตร์และรายการที่ชื่นชอบไปได้ทุกที่

วันนี้ เราขอประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ “สมาร์ทดาวน์โหลด” (Smart Downloads) หลังจากรับชมตอนที่ดาวน์โหลดจบแล้ว ฟีเจอร์ “สมาร์ทดาวน์โหลด” จะลบตอนนั้นออกและดาวน์โหลดตอนต่อไปให้เลยแบบอัตโนมัติ ให้คุณรับชมอย่างเพลิดเพลินในขณะที่เราจัดการทุกอย่างในเบื้องหลังให้เอง

– แคเมรอน จอห์นสัน ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ทาง Thumbsup ยังเคยลงเรื่องราวในหัวข้อ สมาชิก Netflix ทุ่มเทเวลาดูวิดีโอ นานกว่าโซเชียลกับเพื่อนเท่าตัว โดยมีข้อมูลส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ

จากการคำนวณของ Cordcutting.com สมาชิก Netflix จะใช้เวลาดู Netflix ราว 1 ชั่วโมง 11 นาทีในแต่ละวัน (71 นาที) ตัวเลขนี้คำนวณจากสถิติเดือนธันวาคม 2017 ที่ Netflix รายงานว่าสมาชิก Netflix ทั่วโลกดูวิดีโอรวม 140 ล้านชั่วโมงต่อวัน ในขณะนั้น Netflix มีสมาชิก 117.58 ล้านคน เมื่อนำ 140 ล้านชั่วโมงมาหารด้วยจำนวนสมาชิก 117.58 ล้านคน จึงได้ผลเฉลี่ยคือ 71 นาที

สถิตินี้แสดงว่า Netflix มีอิทธิพลกับสมาชิก Netflix สูงมาก เพราะตัวเลขการชม Netflix ราว 71 นาทีต่อวันนั้นสูงกว่าการสำรวจของสำนักสถิติแรงงานอเมริกัน ที่พบว่าชาวอเมริกันใช้เวลาโดยเฉลี่ยเพียง 39 นาทีในการ “ สังสรรค์และสื่อสาร” ในแต่ละวัน นั่นหมายความว่าสมาชิก Netflix ใช้เวลาดูวิดีโอนานกว่าการคุยกับเพื่อนเท่าตัว

ซึ่งแน่นอนว่า “ถึงแม้จะเป็นข้อมูลจากทางฝั่ง อเมริกันชน แต่นี่คือแนวโน้มที่เกิดขึ้นกับคนไทยไม่แพ้กันเลย”

หรือนี่จะเป็น บทเรียนจากแคมเปญส่งท้ายปี 2018 ที่ชวนคนอยู่บ้านและดู NETFLIX แต่ขัดแย้งกับพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ที่สุดท้ายแล้วต้องเดินทางไกลกลับบ้าน จึงเปลี่ยนแผน สลับขั้ว ในปีนี้จึงหันมาชวนดาวน์โหลดและดู NETFLIX ระหว่างเดินทางซะเลย!

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CREATIVITY

PORNHUB “ปล่อยแคมเปญ The Cleanest Porn Ever” สู้ภัย COVID-19

Published

on

เอาใจไปเลย! สำหรับคอหนังผู้ใหญ่สายแข็ง ครั้งนี้ Pornhub (เว็ปไซต์คอมมูนิตี้ด้านหนังโป๊ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ได้ปล่อยแคมเปญ “The Cleanest Porn Ever” หรือ “หนังโป๊ที่สะอาดที่สุด” เพื่อรณรงค์ให้คนทั่วโลกตระหนักถึงการป้องกันตัวเองจากวิกฤต Covid-19

และหลังจากที่พวกได้ปล่อยแคมเปญ คลิปหนังโป๊ที่สกปรกที่สุด (The Dirtiest Porn Ever) ผ่าน Youtube โดยกระตุ้นให้คนตระหนักถึงปัญหาขยะในท้องทะเลไปแล้วช่วงกลางปีก่อน (2019) ก็สามารถเรียกเสียงฮืฮฮาได้ไม่น้อย

โดยครั้งนี้ทาง Agecny ชื่อดังจากเมือง Marid อย่าง Officer & Gentleman ได้เล่าว่า “แคมเปญนี้จะต่างออกไป แต่เราจะยังคงใช้คอนเซปนักแสดงเดิมจาก The Cleanest Porn Ever”

Javi Iñiguez de Onzoño ผู้บริหารของ Gentleman ยังกล่าวอีกว่า “เรื่องที่เราจะพูดถึง coronavirus ได้ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการสร้างจิตสำนึก และแรงบันดาลใจให้กับผู้คนว่า ระยะห่างก็ทำให้เรา Sexy ได้”

จากที่ทีมงานตั้งหน้าตั้งตาดูทุกคลิปของแคมเปญแล้วพบว่า เนื้อหาหลักของแคมเปญนี้คือการนำแม่เหล็กของวงการอย่าง Asa Akira, Danika Mori, My Sweet Apple และ LeoLulu รวมทั้งหมด 11 คลิป ซึ่งเป็นนักแสดงชุดเดียวกับแคมเปญก่อน

“มาแนะนำพร้อมเคล็ดลับจากองค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด พร้อมทั้งไม่ทิ้งความเป็น Pornhub โดยใช้การดึงดูดและสร้างความน่าสนใจจากเสน่ห์จากเหล่านักแสดงทุกคน”

ตัวอย่างแคมเปญ

The Cleanest Porn Ever avec Luna Okko
The Cleanest Porn Ever с участием Solazola
The Cleanest Porn Ever Asa Akiraと
ornhub Presents: The Cleanest Porn Ever

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

CONTENT TIPS

โพสต์ Share Link ให้สะดุดตาด้วยการ “ปรับ Thumbnail ให้ใหญ่กว่าเก่า”

หลายท่านทราบกันดีว่า “การโพสต์แบบ Share Link บน Facebook” จะถูกกำหนด Size ในการแสดงผลผ่านหน้า Feed กันอยู่ที่สัดส่วน 1.9 : 1 แต่ถ้าว่ากันตามเทคนิคแล้ว เราสามารถปรับสัดส่วนการแสดงผลและรูปแบบไปได้ตามเครื่องมือที่ใช้ได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นการ Share Link ในการโพสต์แบบปกติผ่านหน้าแฟนเพจหรือ Creator Studio จะถูกแสดงผลบนหน้าแฟนเพจในสัดส่วน 1.9 : 1 ตามปกติดังตัวอย่างรูปนี้

Published

on

หลายท่านทราบกันดีว่า “การโพสต์แบบ Share Link บน Facebook” จะถูกกำหนด Size ในการแสดงผลผ่านหน้า Feed กันอยู่ที่สัดส่วน 1.9 : 1

แต่ถ้าว่ากันตามเทคนิคแล้ว เราสามารถปรับสัดส่วนการแสดงผลและรูปแบบไปได้ตามเครื่องมือที่ใช้ได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น

หากเป็นการ Share Link ในการโพสต์แบบปกติผ่านหน้าแฟนเพจหรือ Creator Studio จะถูกแสดงผลบนหน้าแฟนเพจในสัดส่วน 1.9 : 1 ตามปกติดังตัวอย่างรูปนี้

โพสต์หน้า Timeline แบบ Share Link มี Thumbnail สัดส่วน 1.9:1

แต่หากเราใช้เครื่องมือ Ad Manager เราก็จะสามารถเลือกโพสต์ในลักษณะ Share Link ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพขนาด 1 : 1 หรือแม้แต่ลง Video ก็ตาม แต่ข้อเสียของมันก็คือ “มันจะไม่ถูกแสดงผลบนหน้า Timeline ของแฟนเพจ เหมือนโพสต์อื่น ๆ ได้”

โพสต์ด้วย Ad Manager แบบ Share Link มี Thumbnail สัดส่วน 1 : 1 หรืออื่น ๆ

แต่วันนี้พวกเราขอแนะนำอีกหนึ่งการโพสต์แบบ Share Link ที่จะเปลี่ยน Thumbnail ให้ใหญ่กว่าเก่า แถมยังแสดงผลได้บนหน้าแฟนเพจ รับรองได้เลยว่า “สะดุดตากว่าเก่าแน่นอน” ลองทำตามกันดูได้เลยนะครับ ไม่ยาก และไม่ต้องเสียเงินโฆษณากันอีกด้วยครับ

1. คลิกเข้ามาที่เครื่องมือ Ad Manager และเลือกที่วัตถุประสงค์แบบ Taffic

*การโพสต์ผ่าน Ad Manager โดยเลือกวัตถุประสงค์แบบ Taffic คือการโพสต์ที่เมื่อมีคนคลิกไปยังรูปภาพประกอบโพสต์นั้น (Thumbnail ของโพสต์) ก็จะไปยังหน้า Website ที่เราใส่ไว้ทันที (ลักษณะเดียวกับการโพสต์แบบ Share Link)

2. หากไม่ต้องการกระตุ้นโพสต์ด้วยโฆษณาไปด้วย ให้กดข้ามตรงแถบเมนูด้านซ้ายมือ เลือกตรงคำว่า Ad ได้เลย

3. ระบบจะนำมาที่ส่วนของ Ad (หรือส่วนในการสร้างโพสต์ในการโพสต์นั่นเองครับ) จากนั้นให้เลือกรูปแบบที่อยากจะโพสต์ *อย่าลืมเปลี่ยนแฟนเพจให้ตรงกับที่ต้องการโพสต์ด้วยครับ

4. จากนั้น Upload รูปภาพที่จะใช้เป็น 1 : 1 Thumbnail (หรือจะประยุกต์มาใช้เป็นวิดิโอ ก็ได้เช่นเดียวกัน)

พร้อมทั้งใส่คอนเทนท์ประกอบโพสต์ของเราที่ Primary Text , Headline, และที่สำคัญก็คือ Website URL

หากไม่ต้องการใส่ Call To Action ให้รก ก็สามารถเลือกที่ No Button ได้ และเราจะมีพื้นที่ให้ใส่ Headline มากขึ้นอีกด้วย

5. หลังจากนั้นให้กด Confirm เพื่อเผยแพร่โพสต์ออกไปได้เลย *โดยหลังจากโฆษณาถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว ให้กลับมาที่หน้าหลักของ Ad Manager และทำการลบแคมเปญนั้นทิ้งไปเลยทันที (ไม่ต้องรอให้อนุมัติ ไม่ต้องรอให้คิดเงิน)

6. เมื่อลบโฆษณาของเราออกไปแล้ว ให้เลือกมาที่เครื่องมือ Page Post หรือคลิกที่ Link นี้ https://business.facebook.com/content_management/

ระบบจากพาเรามายังหน้านี้ ให้เราเลือกเมนูทางซ้ายมือที่คำว่า Ads และอย่าลืมเลือกโพสต์ให้ตรงกับที่ลงโฆษณาไปเมื่อกี้ด้วยนะครับ

7. ขั้นตอนสุดท้าย ให้คุณเลือกไปที่โพสต์ “โฆษณาที่เราเพิ่งจะลบไป หรือโพสต์ที่เราต้องการลง” ก่อนจะเลือกที่คำว่า Action และหากต้องการลงเลยให้กดที่ Publish แต่หากต้องการลงแบบตั้งเวลาก็สามารถเลือกได้ที่ Schedule

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถลงโพสต์แบบ Share Link พร้อมกับ Thumbnail ในรูปแบบใหม่ ที่ใหญ่และสะดุดตากว่าแล้วครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน อย่าลืมลองไปทำตามกันดูนะครับ

หลังจากกด Publish ลงแฟนเพจเรียบร้อย จะมีหน้าตาแบบนี้

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

เผยวิธีทำเงินบน TikTok โดย Salina เจ้าของบัญชี ผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน

Published

on

By

ขอบคุณที่มาจาก : https://www.ceochannels.com/salina-tiktok/
และ https://www.businessinsider.com/college-student-has-become-tiktok-star-in-4-months-2019-12

  1. Salinaakilla นักศึกษาระดับวิทยาลัยอายุ 22 ปี กับสถิติการอัพคลิปลง Tiktok โดยใช้เวลาไม่นานเธอก็มีผู้ติดตามกว่า 1,000,000 คน
  2. เธอยังบอกกับทีมข่าวของ Business Insider ว่า “รายได้ของเธอตอนนี้เพียงพอ และเหมือนกับการทำงาน Part-Time ดี ๆ ที่นึงเลยทีเดียว”

TikTok คือแอปพลิเคชั่นที่ใช้เวลาในการสร้างคลิปวิดีโอ 15 วินาทีขึ้นมา ซึ่งพวกเขามีฐานผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนขยายการเติบโตไปทั่วโลก และถึงแม้ว่า TikTok จะไม่มีโปรแกรมการสร้างรายได้อัตโนมติ จากการโฆษณา หรือ Monetization แต่ผู้ใช้งานจำนวนมาก ก็ยังคงเลือกสร้างวิดีโอและคอนเทนต์มากมายกับ TikTok อยู่ดี

ความสะดวก และง่ายของ TikTok ที่ถือว่าเป็นจุดแข็งที่สุด ในแวดวงคอนเทนต์คลิปวิดีโอ

สิ่งที่โดดเด่น และแตกต่างจากแอปพลิเคชั่นอย่าง Facebook หรือ Youtube ที่น่าตกใจมากก็คือ เรื่องการเข้าถึงคลิปวิดีโอ ของผู้ใช้งานหน้าใหม่

เพราะภายในแอปพลิเคชั่น TikTok นั้นถึงแม้ว่า คุณจะเป็นผู้ใช้งานใหม่ แต่ก็สามารถทำให้คลิปวิดีโอของคุณ ไปประจักษ์ต่อสายตาผู้ใช้งานหลักล้านคนได้ในเวลาไม่นาน นี่คือขุมพลังที่เรียกว่า อัตราการเข้าถึง (Organic Reach) ที่มาจากผู้ใช้งานจริงของแอปพลิเคชั่น

เหนือไปกว่านั้นคือ TikTok มีจุดแข็งที่แอปพลิเคชั่นทั้ง 2 ชื่อนั้นยากจะทัดเทียม คือ

  1. ผู้ใช้งานสามารถสร้างคอนเทนต์ได้ง่าย จากคลิปวิดีโอเพียง 15 วินาที ซึ่งอาศัยความครีเอทีฟ และน่าสนใจของเนื้อหาในวิดีโอ ที่ไม่ต้องพิถีพิถันมากนัก
  2. อัตราการเข้าถึง ที่เหนือกว่าเกือบทุกแอปพลิเคชั่น ทำให้ทุกคนเห็นคลิปวิดีโอของคุณได้ แม้เป็นผู้ใช้งานใหม่

4 เทคนิคการหาเงินผ่านแอปพลิเคชั่น TikTok ด้วยตัวเอง โดย Salina

ขอขอบคุณภาพจาก : TikTok

และวันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น กับ 4 เทคนิควิธีการหาเงินจากแอปพลิเคชั่น TikTok ที่มาจากการแนะนำของ Salinakilla ลูกครึ่งเอเชียอเมริกา ที่มียอดผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน โดยที่ไม่ต้องเสียเวลารอโปรแกรม Monetization ก็สามารถเริ่มทำเงินกับ TikTok ได้เดี๋ยวนี้เลย

1.สปอนเซอร์

เป็นการที่สปอนเซอร์จะติดต่อเข้ามาที่ TikToker (ผู้ใช้งาน TikTok) โดยผ่านการติดต่อจ้างโดยตรงจากแบรนด์, บริษัทเอเจนซี่โฆษณาเป็นผู้ติดต่อ หรือมีกรณีที่ทาง TikTok เป็นดีลเลอร์ให้ แล้วติดต่อมาที่ TikToker เอง ซึ่งการทำสปอนเซอร์แบบนี้ จะเป็นการให้สร้างคอนเทนต์วิดีโอ ที่สามารถแทรกเนื้อหา หรือแทรกสินค้าจากแบรนด์ที่เข้ามาแป็นสปอนเซอร์  Tie-in เข้าไปในคลิปวิดีโอ 15 วินาทีของผู้ใช้งาน

ส่วนค่าจ้างเริ่มต้นอาจเริ่มที่ 100 ดอลลาร์(ประมาณ 3,270 บาท ค่าเงิน ณ วันที่ 4 เมษายน 63) ไปจนถึงหลักพันหรือหมื่นดอลลาร์ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตาม ความนิยม รวมไปถึงการผนวกเข้ากับโซเชียลมีเดียอื่น ถ้ามีการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียอื่นด้วย ค่าตัวก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

2.Live Streaming

ขอขอบคุณภาพจาก : ceochannels

การไลฟ์สตรีมจะเป็นการใช้งานโปรแกรม Monetization ของ TikTok ที่เริ่มพัฒนาแล้วให้ใช้งานได้ในตอนนี้ (ยังไม่สมบูรณ์แบบ) เนื่องจากภายในตัวแอปพลิเคชั่นกับโปรแกรมไลฟ์สตรีมนี้ จะมีการเปิดขาย Virtual Gift หรือที่เรียกกันว่า “การซื้อของขวัญ” ให้กับ TikToker

โดยของขวัญแต่ละชิ้นจะมีมูลค่าเหรียญที่แตกต่างกันออกไปตามราคา ทางด้าน Salina บอกว่า รายได้ของเธอที่มาจากการไลฟ์สตรีม เริ่มต้นที่ 20-50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือบางทีอาจจะถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐก็มีอยู่บ้าง จากการไลฟ์สตรีมหนึ่งครั้ง จากผู้ติดตามหลักล้านของเธอในตอนนี้

3.การฝากขายสินค้า

พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับเราช่วยโฆษณาขายของในระบบที่เรียกว่า Affiliate program ที่สามารถฝากขายอัตโนมัติจากหลายแบรนด์การค้าแบบออนไลน์ได้ อย่างเช่น Amazon Affiliate

ซึ่งเธอจะได้ส่วนแบ่งจากการใช้วิธีนี้ประมาณ 5-10% หากดูเผินๆ อาจจะเหมือนเป็นรายได้ที่น้อย แต่ด้วยช่องทางนี้ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับการลงแรงขายสินค้าด้วยตัวเอง เพียงแค่ ช่วยขายสินค้า ก็เหมือนกับมี Passive Income ได้แล้วจากวิธีนี้

นอกจากนี้ยังมีการตอบรับที่ดี จากการยืนยันของทาง TikTok เองแล้วว่า พวกเขากำลังพัฒนาโปรแกรมการสร้างรายได้จากระบบ Affiliate นี้ ร่วมกับร้านค้าออนไลน์อีกมากมาย ที่เราต้องคอยติดตามว่าอนาคต TikTok จะเข้าร่วมโปรแกรมนี้ กับร้านค้าออนไลน์ไหน ให้ TikToker ร่วมโปรโมทเพื่อสร้างรายได้กันอีกบ้าง

4.การขายสินค้าของตัวเอง

โดยปกติแล้ว Influencer หลายคน เมื่อเริ่มมีผู้ติดตาม หรือมีฐานแฟนคลับจำนวนนึง จะเริ่มต้นการสร้างรายได้ของตัวเอง ผ่านการทำสินค้าแฟนชั่น ที่เต็มไปด้วยชื่อของตัวเอง ภาพเหมือนแบบการ์ตูน หรือสกรีนหน้าตัวเองลงไป แน่นอนว่าสามารถทำรายได้เช่นกัน กับฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบคนๆ นั้น

ขอขอบคุณภาพจาก : ceochannels

แต่ Salina กลับไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะเธอคิดว่า ตัวเองคงไม่ได้นั่งทำคลิปวิดีโอใน TikTok ไปจนแก่เฒ่า เธอจึงเลือกสร้างความมั่นคง ที่แตกต่าง ด้วยการ “สร้างแบรนด์แฟชั่นอย่างเป็นทางการ” เพื่อเข้าสู่ตลาดแฟชั่นอย่างเต็มตัว ทำให้ตลาดผู้บริโภคเปิดกว้างมากขึ้น ส่งผลให้เวลาที่คนเลือกซื้อแฟชั่นของเธอ ไม่ได้ซื้อเพราะมีชื่อของ Salina แต่เลือกซื้อแฟนชั่นของเธอด้วยคุณภาพ ดีไซน์ ในฐานแบรนด์แฟชั่นแทน

และนี่คือทั้ง 4 วิธีการหาเงิน ที่ดูภาพรวมแล้วสามารถวิเคราะห์ได้เลยว่า นี่คือเส้นทางการสร้างรายได้ให้กับ TikToker ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงช่วงประสบความสำเร็จ ที่ขนาดสร้างแบรนด์แฟชั่นของตัวเองได้ ทำให้อนาคตแฟชั่นของเธอไม่ได้ผูกมัดกับ TikTok เสมอไป

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CONTENT TIPS4 วัน ago

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

MARKETING TIPS7 วัน ago

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

MARKETING TIPS1 สัปดาห์ ago

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

4 ข้อควรรู้ก่อนยิงแอดผ่าน Line Ads Platform

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

TCDC เจาะเทรนด์โลก “ถอดรหัสกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation ในปี 2021”

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

เปิดตำรารัก “10 ไอเดียทำแคมเปญการตลาดในแบบฉบับของ Porn Hub”

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

ไม่มีเว็บไซต์ก็ขึ้นเสิร์ชหน้าแรกได้ถอดรหัสการทำ SEO จาก Google

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ประชันกันตรง ๆ โฆษณาผ่านวิทยุ VS โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดีย!

NEWS UPDATE1 เดือน ago

ผุดสินค้าใหม่การบินไทย! กับ “กระเป๋าทำจากเสื้อชูชีพและแพยาง” ในโปรเจกต์ Life vest x Lifestyle

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ยื่นคำร้อง ขอวอนพี่มาร์คปลดแบน จัดแต่จบใน 4 ขั้นตอน

NEWS UPDATE11 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

EDUCATION6 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

EDUCATION5 เดือน ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

MARKETING TIPS1 ปี ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

LIFESTYLE2 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS1 ปี ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

Facebook

Trending