Connect with us

CREATIVITY

พาส่อง Ad ตรุษจีน จากแบรนด์ระดับโลกประจำปี 2020

Published

on

เวียนบรรจบ มาครบกันอีกรอบ กับเทศกาลตรุษจีนหรือ Chinese New Year ประจำปี 2020 และในปีนี้ก็เช่นเดียวกันที่ หลากหลายแบรนด์ระดับโลกที่ได้ปล่อย Ad ตรุษจีน เพื่อส่งสาร ร่วมอวยพรปีใหม่กับเทศกาลสำคัญของชาวจีนในวันนี้

ในจำนวนประชากรจีนกว่า 1,300 ล้านคน และคาดการณ์ว่าในปี 2020 จะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,400 ล้านคน หนึ่งในกลุ่มคนที่มีศักยภาพ คือ “คนจีนรุ่นใหม่” (Modern Chinese Consumers) โดยส่วนใหญ่เป็นคนมิลเลนเนียล คาดการณ์ว่าปัจจุบันประชากรมิลเลนเนียลในจีนมีมากกว่า 400 ล้านคน และนับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นผู้บริโภคกลุ่มสำคัญที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม !!!

ข้อมูลจาก Marketingoops ( https://www.marketingoops.com/reports/behaviors/the-power-of-modern-chinese-consumers/ )

และด้วยจากข้อมูลนี้ ก็พอจะระบุได้ว่า “ตลาดจีน” เป็นตลาดที่แบรนด์ทั่วโลกไม่มองข้ามอย่างแน่นอน วันนี้ผมจึงขอนำ Ad ของ Chinese New Year 2020 มาฝากกันครับ

Adidas – 2020 Chinese New Year

Agency Network: Haomai

Shot on iPhone 11 Pro — Chinese New Year — Daughter

Lunar New Year: The Great Chase | Nike

Chinese New Year 2020, Red envelope

Nike Celebrates Chinese New Year With Hóngbāo-Themed Spot

JD.com – Chinese Festival

Petronas – CNY 2020 – Bao Bei

Agency Network: IPG Mediabrands

Airbnb and TAIKO Studios present the story of a family during Chinese New Year.

Cathay Pacific – This Chinese New Year, It’s All About Family

Agency Network: Leo Burnett

AIA – CNY 2020 I The Ong-ly Way to Prosper

Agency Network: IPG Mediabrands

Annual Rush Rush | Perodua CNY 2020

Daikin CNY 2020 : The Twins 龙凤胎

RHB Chinese New Year 2020: Heart Baker

#Togethernessishappiness, Happy Chinese New Year 2020

Singtel – His Grandfather’s Road

KFC – KFC & National Museum of China Bring Exhibits to the Metro of Shanghai

Ribena Ribena: Purple Flight

Agency Network: McCann

Lexus Chinese New Year Philippines

Agency Network: Saatchi & Saatchi

Oreo – Wonderfilled Chinese New Year

Agency Network: FCB

Prudential CNY 2020: The CNY Connect

Agency Network: VaynerMedia

Panadol – Chinese New Year

TNB – CNY 2020 – #RealityNotVirtual

Agency Network: Reprise Digital

Air Asia – Chinese New Year 2020 | The Boy & The Lion

Watsons – CNY 2020 – Happy Beautiful Year!

ขอบคุณที่มาจาก : https://www.adsoftheworld.com/collection/top_chinese_new_year_ads#

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CONTENT TIPS

ทำความเข้าใจ “การตลาดอิงดราม่า” ทำไมถูกใจคนไทย !? พร้อมสรุปเทคนิคการสร้างคอนเทนท์ดราม่า

Published

on

ในช่วงที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์อันเลวร้าย ทั้งสภาพเศรษฐกิจที่แสนย่ำแย่ โรคภัยไข้เจ็บที่ยังต้องลุ้นกันรายวัน รวมทั้งนโยบายการเคอร์ฟิวของภาครัฐ ที่ออกในช่วงนี้ ทำเอาหลาย ๆ แบรนด์ต้องหาทางรับมือ เพื่อประคับประคองธุรกิจของตัวเองให้ยังคงอยู่รอดต่อไป

ซึ่งทั้งนักการตลาดเองก็ดี ผู้ประกอบการเองก็ดี ช่วงนี้คงเป็นช่วงที่ต้องงัดเอาทุกแม่ไม้เทคนิคมาเรียกลูกค้าเข้าร้านกันแบบร้อยแปด และหนึ่งในนั้นก็คือ “การสร้างคอนเทนท์แบบดราม่า” หรือที่หลายคนเรียกว่า “Drama Content” มาช่วยเรียกลูกค้า โดยใช้ความสงสารเป็นตัวหลักในการสร้างความคล้อยตามให้กับผู้อ่าน

ซึ่งรูปแบบการขายของจากการเรียกความคะแนนความสงสาร นับว่าเป็นเรื่องถนัดของเหล่าแบรนด์ไทยเป็นอย่างดี (รู้กันในเวทีโลกจากโฆษณาประกันชีวิตอยู่แล้ว) จนทาง Philip Kotler บิดาแห่งการการตลาดยุคใหม่ ก็เคยให้คำนิยามโฆษณาในแบบไทยประกันชีวิตไว้ว่านี่คือ SADVERTISING ที่สามารถสื่อ กระตุกอารมณ์คนดูได้ดีมากจริง ๆ

โดย Case Study ที่ Philip Kotler ได้พูดถึงในหนังสือ Marketing for Competitiveness : Asia to the World in the Age of Digital Consumers ด้วยการยกตัวอย่างภาพยนตร์โฆษณา Unsung Hero (อ้างอิงจาก : https://positioningmag.com/1131029)

กลับมาที่ผู้บริโภคชาวไทยกับความอินไปกับ “การตลาดแบบ รัก โศก เศร้า หัวเราะ”

ส่วนตัวผมคิดว่าถ้าจะมองย้อนกลับไปทำความเข้าใจเรื่องราวของ “ความอินในเรื่อง รัก โศก เศร้า และหัวเราะ” ของผู้บริโภคชาวไทยก็อาจจะมาจาก “สังคมไทยอาจจะเคยชินกับการถูกเลี้ยงดูด้วยละครหลังข่าว” (ชาว Gen X Y น่าจะเข้าใจภาพนี้เป็นอย่างดีครับ)

จนครั้งหนึ่ง “ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย” เคยพูดไว้ว่า.. “ดราม่านั้นคู่กับคนไทย เพราะไม่ใช่ชาติที่ใช้เหตุผล แต่ใช้อารมณ์ค่อนข้างมาก อีกทั้งอ่านหนังสือน้อยกว่าชาติอื่นที่ใช้ตะเกียบ” (อ้างอิงจาก : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/648385)

แต่เมื่อสังคมเปลี่ยนมีเทคโนโลยีเข้ามาดิสรัปการดูละครหลังข่าว ทำให้คนรุ่นใหม่หันมาเสพสื่อนอกพื้นที่เดิม ไม่ว่าจะเป็น Facebook IG และ Twitter แต่สิ่งที่เทคโนโลยีไม่สามารถดิสรัปได้เลยก็คือ “ความอินไปกับเรื่อง รัก โศก เศร้า หัวเราะ”

สังเกตได้จากปัจจุบันมีพื้นที่สื่อมากมายที่ขับเคลื่อนไปด้วยเรื่องราวของการดราม่า ไม่ว่าจะเป็น Drama Addict อย่างที่รู้กัน หรือแม้แต่สื่อยักษ์ใหญ่ก็หันมาเล่นเรื่องราวดราม่ากันแล้ว เพราะไม่ว่าจะวัดด้วยสถิติใด “เรื่องราวเหล่านี้ก็ยังขายได้”

ยกตัวอย่างจากข่าวนี้ที่ช่องหนึ่งใช้ความดราม่า เปลี่ยนบุคคลธรรมดา ให้กลายเป็นคนของสังคมในเวลาเพียงไม่นาน (ถึงแม้จะไม่โด่งดังแบบดาราก็ตาม แต่ก็นับว่าสร้างชื่อเสียงและชื่อเสียให้พอสมควร)

การใช้เรื่องราวดราม่าในแง่การนำเสนอธุรกิจและสร้างแบรนด์

แน่นอนละครับว่าปูเรื่องมาซะขนาดนี้ ก็บอกได้เลยว่า “การโยงเรื่องดราม่า เข้ากับการนำเสนอธุรกิจ การขายของ หรือแม้แต่การสร้างแบรนด์” ทำแบรนด์ประสบความสำเร็จกันไปก้องโลกมาหลายแบรนด์แล้ว

อยากที่ยกตัวอย่างไปข้างต้นของโฆษณาไทยประกันชีวิต ซึ่งมีบทสัมภาษณ์ ไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่เคยกล่าวไว้ใน Marketeer Online (https://marketeeronline.co/archives/129611) ว่า

ไทยประกันชีวิตต้องทำตลาดแบบ Human Spirit Marketing ที่มากกว่า Customer Centric ทั่วๆ ไป

“จากทฤษฎีของการโฆษณามักจะบอกให้พูดถึงผลิตภัณฑ์ 70% พูดถึงลูกค้า 30% ถามว่า ไทยประกันชีวิตรู้จักทฤษฎีนี้มั้ย รู้จักดีครับ แต่เมื่อผลิตภัณฑ์หลักของเราคือความรัก ดังนั้น 70% ในเรื่องจะพูดถึงความรักเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นความรักของพ่อที่เป็นใบ้ ความรักการให้อภัยที่ให้กับลูกสาวที่ท้องก่อนแต่ง ส่วนอีก 30% จะเป็นเรื่องราวที่โดนใจลูกค้าที่สุด อาจจะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่กำลังประสบปัญหาเรื่องนั้นๆ อยู่ก็ได้”

จากคำพูดของคุณไชย ที่ได้กล่าวไว้แสดงให้เห็นว่า “การเจาะเข้าไปถึง Human Spirit จะยิ่งทำให้คนเข้าถึงแบรนด์ง่ายขึ้น เพราะนี่คือเรื่องเค้าเข้าใจและพร้อมอินไปกับมัน”

ช่วง COVID แบบนี้การ “ดราม่า” สร้างโอกาสให้ธุรกิจในไทยได้หลายแบรนด์

เมื่อไม่นานมานี้ผมมีโอกาสได้ดูการสัมภาษณ์ของคุณต่อ แบรนด์ Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู (แอบบอกไว้ก่อนได้นะครับว่า เรารักแบรนด์นี้มากไปกินแทบทุกสัปดาห์เลยครับ)

และก่อนอื่นเลยนะครับต้องขออนุญาตคุณต่อ มา ณ โอกาสนี้ก็เลยครับ ที่จะขอหยิบเรื่องราวดี ๆ ของทาง Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู มาเป็นกรณีศึกษาครับ

และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ผมได้ติดตามการเดินทางฝ่าอุปสรรคครั้งนี้ของเพนกวิน จากประโยคที่คุณต่อได้กล่าวไว้ว่า

“เขายอมเจ็บแต่จบ ผมว่าผู้ประกอบการคิดอย่างนั้นจริงๆ
ถ้ามันเจ็บสั้นๆ แล้วจบ ผมว่าทุกคนยอมเสียสละ

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ รัฐออกมาตรการแต่ไม่มีอะไรรองรับ
มันไม่ใช่เจ็บแล้วจบ มันจะเจ็บแบบยาวๆ จนสุดท้ายมันจบ
แต่เป็นผู้ประกอบการจบชีวิต พนักงานจบชีวิต”
.
“เหมือนเลือดไหลแล้วคุณขอให้เราตัดแขน ตัดขา
เราบอกเรายอม ตัวจะได้รอด

แต่คุณไม่มีมาตรการรองรับว่า คุณจะห้ามเลือดผมยังไงต่อ
กลายเป็นว่าใครเลือดไหลช้าสุด คนนั้นคือคนที่รอด
ใครเลือดไหลเร็วต้องยอมตายไประหว่างทาง”
.
.
.
พูดเสร็จ ก็แอบกลัวว่าจะโดนสั่งปิดร้าน
แต่ดันลืมไปว่า #ตอนนี้ร้านโดนปิดไปแล้วนี่หว่า

#งั้นช่างมัน

“เขายอมเจ็บแต่จบ ผมว่าผู้ประกอบการคิดอย่างนั้นจริงๆ ถ้ามันเจ็บสั้นๆ แล้วจบ ผมว่าทุกคนยอมเสียสละ…

Posted by Thanapan Vongchinsri on Friday, 27 March 2020

และจากนั้นทาง Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู ก็งัดโปรโมชั่นมากมาย พร้อมจัดส่งแบบเดลิเวอรี่ เพื่อสร้างงานและประคับประคองแบรนด์ยังให้คงมีรายได้และคงอยู่ต่อไป

จริงๆ กวิ้น มีเรื่องอยากเล่ามาอาทิตย์นึงละ แต่ยุ่งมาก จนยังไม่มีเวลาได้เขียน#PenguinStory.คนในรูปคนนี้ ชื่อว่า “…

Posted by Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู on Tuesday, 31 March 2020

ต้องยอมรับเลยครับว่า โปรโมชั่นมากมายหลังจากนั้น ทำให้ชื่อของ Penguin Eat Shabu – เพนกวินกินชาบู กลับมาพูดอีกครั้ง กระตุ้นต่อมหิวของใครหลายคนได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงกักตัวเช่นนี้ตาม (ช่วง COVID-19 ระบาด) ใครสนใจโปรโมชั่นมากมาย กับอาหารคุณภาพสูงก็ติดตามกันได้ที่ : https://www.facebook.com/penguineatshabu/ เลยนะครับ

ถ้าอยากสร้าง DRAMA MARKETING เองบ้าง ต้องทำอย่างไรบ้าง ?

จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากและง่ายที่จะทำการตลาดและเขียนคอนเทนท์ในรูปแบบนี้ครับ แต่สิ่งที่จะต้องเข้าใจเลยก็คือ “ตัวตนของแบรนด์” และลองมาวางแผนไปพร้อมกันครับ

  1. ทำความเข้าใจว่า “ตัวตนของแบรนด์” คืออะไร ? : ก่อนจะวางโครงเรื่องของคอนเทนท์ หรือแผนการตลาดใด ตัวตนคือสิ่งที่ต้องคิดถึงเป็นอันดับแรก ถึงแม้ว่าครั้งนี้สิ่งที่จะเสนอออกไปคือการดราม่าก็ตาม แต่อย่าลืมว่าที่ผ่านมาแบรนด์คุณเป็นตัวแทนของอะไร ความสุข ความรัก แรงบันดาลใจ ไอดอล ความหล่อเท่ สวยงาม หรืออื่น ๆ
  2. สร้าง Emotional Connection กับคนอ่านโดยผ่านตัวตนของแบรนด์ : อ้างที่กล่าวไปในข้อหนึ่งครับ “ตัวตนของแบรนด์” คือเครื่องมือชั้นยอดที่จะมาเป็นกุญแจดอกสำคัญในการกระตุกต่อมอารมณ์ของผู้อ่านได้เป็นอย่างดี
    *กุญแจกระตุกอารมณ์ไม่จำเป็นจะต้องเรียกน้ำตา ความเท่ แรงบันดาลใจ คำคม หรืออะไรก็ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าลูกค้าจะชอบ
  3. Call To Action และการวัดผล : สิ่งสำคัญที่สุดในการทำแคมเปญการตลาดก็คือ “Call To Action” เมื่อผู้อ่าน ผู้บริโภคคล้อยตามแล้วจะต้องทำยังไงต่อให้เกิดยอดขายหรือผลลัพธ์ให้ได้ อีกทั้งอย่าลืมว่า KPI การวัดผลไว้ด้วย

สรุปเทคนิคการสร้างคอนเทนท์ดราม่า เขียนยังไงได้บ้าง ?

สูตร Before After Bridge

สูตรการเขียนแบบ Before After Bridge

สูตรการเขียนคอนเทนท์ที่ว่าด้วย “สร้างความอินกับปัญหา วิธีแก้ปัญหา และเข้าถึงวิธีแก้ปัญหายังไง” จะว่าไปแล้วนี่คือสูตรยอดนิยมในการทำคอนเทนท์เลยก็ว่าได้ครับ

BEFORE : สร้างภาพให้ผู้อ่านได้อินและเข้าใจถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ สถานการณ์ตอนนี้ว่าเป็นอย่างไร ร้ายแรงแค่ไหน *เทคนิคสำคัญก็คือทำยังไงก็ได้ให้ปัญหาและสถานการณ์นี้เกี่ยวข้องกับคนอ่าน

AFTER : สร้างภาพ อธิบายให้ผู้อ่าน ผู้บริโภคเข้าใจว่า “หากปัญหานี้ถูกแก้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้น” ส่งผลอะไรต่อคุณ ส่งผลอะไรต่อลูกค้า *จี้จุดตรงประโยชน์ของผู้บริโภคให้มาก

BRIDGE : ตบท้ายด้วย “ขายของ” ซึ่งนี่ก็คือ “สะพาน” ที่จะพาคนอ่านที่อินทั้งหมดไปสู่วิธีการแก้ปัญหาที่เราได้สร้างภาพในเห็นในส่วนของ AFTER ไปแล้ว *และที่สำคัญอย่างลืมปิดท้ายด้วย Call To Action ด้วย

สูตร Three Act Structure

ผมมักจะเรียกสูตร Three Act Structure ว่าเป็นสูตร “สร้างพระเอก” ซึ่งจะว่าไปแล้วก็อาจจะจริง เพราะนี่คือสูตรการสร้างคอนเทนท์แบบบทละคร หนังฮีโร่ ที่หลายเรื่องยอดนิยมใช้กัน

Act One / Setup (เริ่มต้นอธิบายเรื่องราว) : นี่คือส่วนแรกของการนำเสนอ ซึ่งนี่เป็นการอธิบายเรื่องทั้งหมด มีตัวละครที่เกี่ยวข้องกี่คน พยายามกล่าวถึงคนที่จะเป็นพระเอกของเรื่องนี้เยอะ ๆ (อาจจะเป็นแบรนด์หรือผู้บริหารแบรนด์) ซึ่งคนนี้จะเป็นตัวเดินเรื่อง

Act Two Confrontation  (พระเอกชนปัญหา) : จุดพีคสำคัญของเรื่องก็คือ “อย่าลืมพาพระเอกไปเจอกับปัญหา” อธิบายสถาณการ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน แต่ละปัญหาส่งผลอะไรบ้าง *อย่าลืมเน้นที่จุดย่อท้อและจุดเติมกำลังใจของพระเอกด้วย

Act Three / Resolution (การยืนหยัด) : ถ้าเทียบกับละครนี่คือตอนจบของเรื่องที่พระเอก ชักดาบเตรียมต่อสู้ หรือมีเพื่อนร่วมทีมพร้อมรบ และที่สำคัญของส่วนนี่ก็คือ “แสดงให้ผู้อ่านเห็นว่า แบรนด์ของเราพร้อมสู้มากแค่ไหน และจะไม่มีวันย่อท้อต่อปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังจะเกิดขึ้น” *พยายามจี้จุดด้วยว่าพระเอกจะสู้ได้ถ้าได้แรงสนับสนุนจากผู้อ่านหรือผู้บริโภค

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ “การตลาดอิงดราม่า” ที่กำลังเป็นที่นิยมในหลายแบรนด์ขณะนี้ เพื่อต่อสู้กับทั้งสถานกาณ์ COVID-19 ที่กำลังทำเอาแบรนด์ต้องบาดเหงื่อกันอยู่ขณะนี้ แต่ที่อยากย้ำกันไว้เลยก็คือ “จะดราม่ายังไงก็อย่าหลุดตัวตนของแบรนด์ เพราะถ้าสถานการณ์กลับมาดีขึ้นเมื่อไร แบรนด์อาจจะกลับมาจุดเดิมได้ยากครับ”

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

สสว. เปิดคอร์สออนไลน์สายปั้นคอนเทนท์ “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” ฟรี!!

Published

on

สำหรับช่วงนี้ใครมีเวลาว่างและกำลังมองหาคอร์สออนไลน์ไว้เรียนเสริมความรู้ แก้เหงาช่วง Work From Home แนะนำกำลังเลยกับคอร์สออนไลน์เพื่อสายคอนเทนท์ และคนที่อยากเรียนเรื่องนี้โดยเฉพาะ

โดยทาง สสว.หรือสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม กำลังเปิดรับสมัครคอร์สเรียนออนไลน์ที่น่าสนใจกัน ที่สำคัญฟรีด้วย คอร์สนี้มีชื่อว่า “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” เพื่อให้ผู้ประกอบการหรือใครก็ได้ที่อยากเก่งคอนเทนต์ เช่น Blogger Youtuber Freelance สายผลิตสื่อคอนเทนต์ ได้เรียนรู้ถึงวิธีการสร้างคอนเทนต์ที่ดี ที่ทำรายได้มหาศาล และตัวอย่างความสำเร็จของธุรกิจที่เกิดจากการสร้างคอนเทนต์ เรียนรู้แบบ Step by Step

ใครสนใจสามารถสมัครเรียนคอร์สออนไลน์ฟรีได้ที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdAwxzxMkLk45cWBgRIBRVx284RXIopTIsNaqBBPZPKdCpGZw/viewform

โครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ (Early – Stage) ปี 2563

“ดิจิทัลคอนเทนต์” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการคุณค่า (Value Creation) สำหรับบุคคลธรรมดา ผู้ประกอบการริเริ่ม และ ผู้ประกอบการมืออาชีพในยุคการค้าแบบไร้พรมแดน (ยุคดิจิทัล) ปัจจุบันดิจิทัลคอนเทนต์ เปิดโอกาสให้กับการสร้างความเป็นไปได้ของการเป็นผู้ประกอบการแนวใหม่แบบไร้พรมแดน ดิจิทัลคอนเทนต์ช่วยสร้างคุณค่าอะไรสำหรับการเป็นผู้ประกอบการบ้าง – สร้างการรับรู้ สร้างตลาด สร้างตัวตน (แบรนด์) สร้างการมีส่วนร่วม สร้างความเชื่อมั่น สร้างฐานกลุ่มเป้าหมาย สร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ และสร้างโมเดลธุรกิจรูปแบบใหม่

คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการ
1.บุคคลธรรมดา
2.ผู้ประกอบการที่ไม่จดทะเบียน
3.ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนธุรกิจ ไม่เกิน 3.5 ปี

ช่วงนี้กิจกรรมหลายอย่างงด งานอาจเลื่อนหรือยกเลิกไป ธุรกิจหลายอย่างหยุดชะงัก เพราะเราทุกคนต้อง Social Distancing…

โพสต์โดย Early Stage Online Content Entrepreneur เมื่อ วันพุธที่ 18 มีนาคม 2020

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

7 ตัวอย่าง Model ธุรกิจแบบ Subscription – เทรนด์ใหม่ของธุรกิจ 2020

ตอนนี้หลายธุรกิจต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนไปเป็น การทำธุรกิจ Subscription ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ตามชอบ ตามสั่ง ตามใจได้มากกว่า แถมยังเป็นผลดีต่อธุรกิจเองในการรักษาลูกค้าเก่าได้อย่างยั่งยืน

Published

on

By

Trend ธุรกิจแบบ Subscription

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในปีที่ผ่านมา ได้มีธุรกิจหน้าใหม่มากมายได้ออกมาโลดแล่นในโลกเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก บ้างก็ประสบความสำเร็จและสามารถดำเนินต่อได้อย่างใจหวัง แต่ก็มีไม่น้อยเลยที่ผลลัพธ์ตรงกันข้าม

จนต้องยุติการทำธุรกิจไป ก็มีอยู่มากมายพอสมควรเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ ปัจจัยหลักจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้าหรือบริการที่เราจะสร้างหรือผลิตขึ้นมาเพียงเท่านั้นแต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ “ประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ได้รับจากสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ”

กล่าวคือ การที่จะทำให้ธุรกิจมีรายได้หรือกำไรอย่างยั่งยืนได้ แรกเริ่มเดิมทีการหาลูกค้ารายใหม่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ แต่การที่จะรักษาลูกค้าเก่า และทำให้คนเหล่านั้นกลับมาซื้อซ้ำได้อีกครั้ง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นไม่แพ้กัน

จึงเป็นเหตุผลที่ว่า หากคุณอยากจะให้ธุรกิจของตนมีความมั่นคงในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ คุณสมบัติในการ “ปรับตัว” คือสิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจเป็นอย่างที่สุด

เดิมทีหลาย ๆ Business Model ของธุรกิจส่วนใหญ่ อาจจะเน้นการตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแต่ละกลุ่ม (Customer Segment)

แต่ตอนนี้หลายธุรกิจต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนไปเป็น การทำธุรกิจ Subscription ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ตามชอบ ตามสั่ง ตามใจได้มากกว่า แถมยังเป็นผลดีต่อธุรกิจเองในการรักษาลูกค้าเก่าได้อย่างยั่งยืน

การทำธุรกิจ Subscription คืออะไร ?

คุณอาจจะคุ้นชินกับ Business Model แบบเดิม ๆ ที่เน้นการขายสินค้าหรือบริการโดยแบบรายครั้ง ไปให้กับกลุ่มลูกค้า ซึ่งข้อจำของมันก็คือการที่หากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ ต้องการที่จะได้คุณภาพที่มากขึ้น ก็ต้องซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ในรูปแบบใหม่เท่านั้น

ซึ่งคำจำกัดความนี้ต่างกันกับ การทำธุรกิจ Subscription ที่มีความยืดหยุ่นให้มีการพัฒนาสินค้าและบริการตามความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลา และนำเสนอไปสู่ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้อย่างทันถ่วงที

การทำธุรกิจ Subscription จึงเป็นการขาย “บริการ” มากกว่าการขายผลิตภัณฑ์ โดยสร้างความผูกพันระหว่างธุรกิจและลูกค้าที่มากขึ้น โดยที่ผู้บริโภคยินดีและยินยอมที่จะมีภาระผูกพันในจุดนั้นได้ ก็คือ “ค่าใช้จ่ายรายเดือน” หรือค่าสมาชิกที่ผู้บริโภคจ่ายไปในแต่ครั้งต่อระยะเวลานั่นเอง (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธุรกิจ)

ซึ่งดูในมุมมองของธุรกิจในอดีต การที่ลูกค้าจะยินยอมจ่ายค่าสมาชิกแบบต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ไปได้ยากมาก ๆ แต่ในปัจจุบัน มุมมองของผู้บริโภคนั้นมีการเปลี่ยนไป ที่มีความพร้อมและยินดีที่จะจ่าย หากสิ่งที่ได้รับนั้นมันคุ้มค่า

“ผู้บริโภคไม่ได้มีพฤติกรรมในการจ่ายเงินที่ยากขึ้น หากแต่พร้อมและยินดีจ่ายให้กับสินค้าและบริการ หากสิ่งที่ได้รับมันคุ้มค่ามากพอกับราคาที่จะจ่ายไป”

ทำไม Subscription Marketing ถึงจำเป็นต่อการทำธุรกิจ

1. การได้ยอดขายจากกลุ่มลูกค้าใหม่ อาจไม่สำคัญเท่ายอดขายจากกลุ่มลูกค้าเก่า

เพราะการสร้างการซื้อซ้ำหรือการสร้าง Loyalty ให้กับแบรนด์เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น ทั้งในแง่ของอัตราการเติบโตจากผลกำไรที่มากขึ้น แต่มากขึ้นเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญเท่ากับการมากขึ้นอย่างยั่งยืน

ซึ่งความยั่งยืนที่ว่า ก็คืออัตราค่าบริการที่ได้รับจาก Subscription ที่ไม่ได้รับเพียงครั้งเดียวจบ แต่รับในด้วยความคงที่ ในแต่ละเดือน และมีสิทธิ์ที่จะได้รับมากขึ้น หากผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้น และอยากขยายความต้องการให้ได้รับสินค้าและบริการที่ดียิ่งขึ้นกว่านั่นเอง

2. สามารถทำให้คาดการณ์รายรับของธุรกิจในอนาคตได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

อย่างที่เคยได้กล่าวไปในข้างต้นว่าการทำธุรกิจ Subscription คือคุณจะได้รับอัตราค่าสมาชิกตามเงื่อนไขในทุก ๆ เดือน ทำให้คุณสามารถได้เลยว่าในเดือนหน้านั้นคุณจะเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยคำนวณได้จากอัตราค่าสมาชิก x จำนวนสมาชิก ซึ่งหากรายรับที่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สิ่งที่ควรทำคือการรักษามาฐานเหล่านั้นไว้ให้ได้ แต่หากว่าเงินที่ได้ไม่ถึงเป้าหมาย ก็ต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการที่มากขึ้น

3. ทำให้พัฒนาธุรกิจได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ซึ่งวัดผลงานความยอดนิยม ไม่ว่าจะเรื่องของแพ็คเกจหมวดใหญ่ หรือ รายละเอียดที่เป็นหมวดย่อย ทำให้เมื่อทราบว่าตรงส่วนไหนได้รับความนิยมที่น้อย ก็เน้นที่การพัฒนาในส่วนนั้นให้มากที่สุด

กลับกันในส่วนที่ได้รับความนิยมมาก ก็สามารถที่จะนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ถึงเหตุผลของการได้รับความนิยมเหล่านั้นมาปรับใช้กับส่วนอื่น ๆ ของธุรกิจได้ด้วยเช่นกัน

เทคนิคการทำ Subscription ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ

ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนว่า Subscription Marketing เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างลูกค้าประจำโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมากขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าประจำเป็นส่วนใหญ่ แต่จะทำอย่างไรที่จะประสบความสำเร็จที่มากขึ้นและยั่งยืน

1. มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

หนึ่งในพื้นฐานหลักของการทำธุรกิจก็คือการมีกลุ่มเป้าหมาย สำหรับการทำธุรกิจ Subscription กลุ่มเป้าหมายจะต้องมีความชัดเจน สามารถเจาะจงได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่ธุรกิจจะได้สามารถนำเสนอสินค้า/บริการแก่สมาชิกได้อย่างตรงจุดที่มากขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธุ์และประสบการณ์ที่เหล่าลูกค้าได้รับ เป็นไปในทิศทางที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว

2. ใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์

ยุคนี้เป็นยุคที่ Data เปรียบเสมือนกับพระเจ้าในวงการธุรกิจ เพราะหากยิ่งธุรกิจของคุณมี Data มากเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นต่อกับธุรกิจอื่น ๆ ไม่มีแล้วไปหนึ่งขั้น แต่การจะมี Data ไว้เฉย ๆ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะธุรกิจต้องใช้ Data เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย โดยเทคนิคก็คือนำข้อมูลที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านความชอบ ไลฟ์สไตล์ ต่าง ๆ ของลูกค้า มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจนั่นเอง

3. ตั้งราคาให้เหมาะสมและยืดหยุ่นได้

ขั้นแรกก็ต้องประเมินราคาที่ตั้งไว้ ผนวกกับความพึงพอใจต่อบริการที่ลูกค้าได้รับ ว่ามีความรู้สึกบวกหรือลบ ในอัตราราคาต่อคุณภาพของสินค้า/บริการที่ได้มากน้อยสักเพียงใด

เทคนิคก็คือจะต้องมีการตั้งราคาที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่ามัน “คุ้มค่า” แต่หากเมื่อไหร่ที่ธุรกิจสามารถพัฒนาต่อจนทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่า “ได้มากกว่าความคุ้มค่า” ที่ตั้งไว้

จุดนี้ก็ธุรกิจก็สามารถที่จะเพิ่มราคาอัตราค่าสินค้า/บริการ ให้สมดุลได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะได้กำไรที่มากขึ้น กลับกัน หากลูกค้าเกิดความรู้สึก “ขาดทุน” สิ่งที่ต้องทำก็การพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องลดราคาลง

ตัวอย่างธุรกิจที่มีการทำธุรกิจ Subscription

1. Graze

ใครจะเชื่อว่าธุรกิจขนม & อาหารเพื่อสุขภาพ จะหันมานิยมทำธุรกิจ Subscription ได้ แต่ Graze ทำได้แล้วแถมยังได้ความนิยมมากอีกด้วย (ปัจจุบันมี Review ใน Youtube เยอะมาก ๆ)

โดยใช้เทคนิคการทำ Subscription ข้อ “การใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์” นำมาปรับใช้ (หันมาวิเคราะห์ DATA อย่างจริงจัง) อ้างอิงและเชื่อมโยมการตอบสนองความต้องการของลูกค้าจากข้อมูลความชื่นชอบที่ทางสมาชิกได้ระบุเอาไว้

ซึ่งจุดเด่นอยู่ตรงที่แต่ละสัปดาห์นั้น ขนมเพื่อสุขภาพ ที่ส่งไปจะมีความแตกต่างกันไป และได้สร้างความพิเศษที่มากยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคอยควบคุมคุณภาพและรสชาติอาหารอีกด้วย

Graze protein box TV ad

2. Adobe

ต่อมากับธุรกิจด้านซอฟต์แวร์อย่าง Adobe ที่มีการปรับให้มีการเช่าใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ ในตระกูล Adobe ซึ่งเพิ่มเติมความสามารถตรงส่วนของ Creative Cloud ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานที่มากขึ้น อาทิ การตั้งค่าของแต่ละโปรแกรมที่ใช้บัญชีเดียวกัน จะเป็นข้อมูลชุดเดียวเสมอไม่ว่าจะย้ายไปทำงานในอุปกรณ์อื่น ๆ

ซึ่งแน่นอนว่าตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งทาง Adobe ได้ใช้เทคนิคการทำ Subscription ข้อ “มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน” เข้ามาปรับใช้ในตัวธุรกิจ เพราะเมื่อรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมแบบไหนก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น

Keep up with Hovering Art Directors | Adobe Creative Cloud

3. Kinto

หนึ่งในบริษัทเครือ Toyota ที่ดำเนินธุรกิจเช่นใช้งานรถยนต์ทีกำลังใช้ Model ของการทำ Subscription มาสร้างโอกาสทางธุรกิจแบบสุด ๆ

โดยมีรูปแบบที่จะให้ผู้ใช้งานเลือกรถยนต์ของ Toyota มา 1 คัน เพื่อใช้งานตลอดระยะเวลา 3 ปี โดยราคาขึ้นอยู่กับขนาดของรถเช่า และคะแนนความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งจากการตั้งราคาข้างต้น ก็พอจะเดากันออกว่า Kinto ได้เอาเทคนิคการทำ Subscription ข้อ “การตั้งราคาให้เหมาะสมและยืดหยุ่นได้” นำมาปรับใช้งาน

ซึ่งแน่นอนว่า “การยืดหยุ่นของราคา ทำให้ครองใจผู้ใช้ในชนชั้นกลางได้แบบอยู่หมัดเลยทีเดียว”

4 ขั้นตอนง่ายๆ สมัครใช้บริการ KINTO

4. Netflix

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Netflix ธุรกิจสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับต้น ๆ ของการทำธุรกิจแบบ Subscription

แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่า Netflix ไม่ได้ขายบริการที่เป็นการสตรีมมิ่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการผลิตเนื้อหา หรือ Content ขึ้นมาด้วยตัวเองอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คือการพัฒนาการสินค้า/บริการ ให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ตอบโจทย์เหล่า subscriber ไม่ให้เบื่อง่าย ๆ

How to choose a Netflix Streaming Plan | Netflix

5. NESCAFÉ Dolce Gusto

Model ธุรกิจกาแฟ รูปแบบใหม่ที่เรียกได้ว่าสร้างเสียงฮือฮาไม่น้อยหลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน เพราะนี่คือธุรกิจการที่ที่ทาง NESCAFÉ ต้องการปรับตัวเองและผลักตัวเองจากภาพลักษณ์ของกาแฟสำเร็จรูป สู่อีกหนึ่งตัวตนในการเป็น “กาแฟสไตล์คาเฟ่”

ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ใหม่ในการเป็น “กาแฟสไตล์คาเฟ่” แต่ NESCAFÉ Dolce Gusto ก็ยังคงความง่าย สะดวก รวดเร็วเอาไว้ด้วย

จึงกลายเป็นที่มาของ Model ธุรกิจกาแฟรายเดือน “โดยใช้บริการจัดส่งแคปซูลกาแฟส่งบ้านหรือออฟฟิศคุณ + พร้อมฟรีเครื่องทำกาแฟอีกด้วย”

6. Dollar shave club

“ผลิตภัณฑ์โกนหนวด” แบบ Subscription ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์ Pain Point เล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่และเป็นปัญหาสำหรับคุณผู้ชายเป็นอย่างมาก โดยรูปแบบของการ Subscription ก็คือทาง Dollar Shave Club จะทำการจัดส่ง ผลิตภัณฑ์ประเภทสินค้าโกนหนวด โฟมล้างหน้า และยาสีฟน ให้กับสมาชิกทุก 2 เดือน หรืออาจเป็น 3 หรือ 6 เดือน *ตามแต่สมาชิกระบุ

ซึ่งหลังจากที่โมเดลธุรกิจนี้เปิดตัวได้ไม่นาน ก็เล่นเอาครองใจหนุ่ม ๆ ทั่วอเมริกาได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันสามารถตอบโจทย์ในเรื่องความตรงใจของมีดโกนหนวด ครีมโกนหนวด ที่บางครั้งอาจจะหาซื้อไม่ได้ตามร้านค้าทั่วไป อีกทั้งการสั่งซื้อแบบรายเดือนนี้จะช่วยทำให้ลูกค้าได้ซื้อในราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย

Get Ready | Dollar Shave Club

7. Pandia Health

ปิดท้ายกันไปด้วยธุรกิจที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงอย่างกับสินค้าอย่าง “ยาคุมกำเนิด” ซึ่งใครไม่ทำ แต่ Pandia และยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากอีกด้วย โดยธุรกิจเริ่มต้นขึ้นจากการสำรวจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย แล้วพบว่าสาเหตุที่ผู้หญิงวัย 21 – 25 ปี ละเลยการใช้ยาคุมกำเนิดมาจากการไม่มีเวลาไปซื้อที่ร้าน จากปัญหานำไปสู่การดำเนินธุรกิจที่ตอบสนองและลดช่องว่างดังกล่าวนี้ ผลตอบได้รับการตอบรับดีมาก และสร้างรายได้อย่างมหาศาล

Pandia Health offers low-cost presciptions and free delivery of birth control.
What If You Dislike Your Birth Control? – Pandia Health

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
LIFESTYLE3 วัน ago

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา “เปิดสอนทำอาหารออนไลน์” เรียนฟรี!! ไม่ต้องลงทะเบียน

CONTENT TIPS4 วัน ago

ทำความเข้าใจ “การตลาดอิงดราม่า” ทำไมถูกใจคนไทย !? พร้อมสรุปเทคนิคการสร้างคอนเทนท์ดราม่า

LIFESTYLE2 สัปดาห์ ago

เจาะใจไรเดอร์ สถานการณ์ Grab Food เชียงใหม่ ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ?

CREATIVITY3 สัปดาห์ ago

สสว. เปิดคอร์สออนไลน์สายปั้นคอนเทนท์ “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” ฟรี!!

NEWS UPDATE3 สัปดาห์ ago

บรรเทาทุกข์ COVID 19 กรมสรรพากรลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 1.5%

LIFESTYLE1 เดือน ago

“รวม 10 Podcasts ทั้งไทยและเทศ ที่คนทำธุรกิจไม่ฟัง … ไม่ได้แล้ว”

INNOVATION2 เดือน ago

พฤติกรรมผู้บริโภคยากแท้หยั่งถึง! เทคโนโลยีจึงสำคัญ Audience+ เลยถือกำเนิด

MARKETING TIPS2 เดือน ago

“Line” แอปพลิเคชันยืนหนึ่งในโซเชียลมีเดียไทย กับสถิติสุดเจ๋ง ที่ติดตาม

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

MARKETING TIPS2 เดือน ago

“คุณแม่ยุคใหม่ หัวใจดิจิทัล” เจาะลึกอินไซต์กับพฤติกรรมการซื้อผ่าน E-Commerce ของเหล่าคุณแม่

NEWS UPDATE3 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

NEWS UPDATE1 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY12 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

LIFESTYLE1 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS10 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY7 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

MARKETING TIPS7 เดือน ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

LIFESTYLE1 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

Facebook

Trending