Connect with us

EDUCATION

วิทยาลัยสื่อ มช. เจาะลึกหลักสูตร อุตสาหกรรมดิจิทัล การันตีมีงานทำแน่นอน!!

Published

on

เพราะยุคนี้คือยุคแห่งการ “ดิสทรับชั่น” รูปแบบของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย หรือแม้แต่ขายปลีก ก็ล้วนถูกคลื่นแห่งการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ “การดำเนินธุรกิจแบบดิจิทัล” และสิ่งที่ประเทศไทยยังขาดแคลนที่สุดก็คือ “บุคคลากรมีศักยภาพและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนผ่านนี้”

 

ซึ่งคลื่นการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ก็สอดคล้องกับข้อมูลแนวโน้มการจ้างงานและการคัดสรรบุคลากรของตลาดโลกที่ระบุว่า “หนึ่งในทักษะและตำแหน่งงานที่ตลาดโลก กำลังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็คือ บุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัล” ไม่ว่าจะเป็น

  • Front-end Developer
  • Back-end Developer
  • Full stack Developer
  • AI Engineer
  • Mobile Developer

และถ้าจะพูดกันตามข้อมูลแล้ว ประเทศไทยของเรากำลังขาดบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถในตำแหน่งเหล่านี้ รวมทั้งสายงานด้านดิจิทัลเป็นจำนวนมาก โดยอ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2559 ระบุว่า ยังขาดแคลนแรงงานด้านนี้อยู่ถึง 17,674 คน เลยทีเดียว

 

 

วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก้าวทันเทรนด์ พร้อมเปลี่ยนผ่าน จับมือผู้ประกอบการทั่วไทย พัฒนาบุคลากรสู่ตลาดแรงงานดิจิทัล รับมือโลกแห่งอนาคต

 

อ้างอิงจากข้อมูลเชิงสถิติ และบวกกับความต้องการของผู้ประกอบการที่ขาดแคลนบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัล “วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่” ที่มีความพร้อมและมีการเรียนการสอนเน้นทางด้านดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้และพัฒนาซอฟต์แวร์ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้ สร้างหลักสูตรบูรณาการอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Industry Integration: DII) ขึ้น โดยมีความร่วมมือในการผลิตบัณฑิตร่วมกับภาคภาคอุตสาหกรรม โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ

 

โดยมีบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมดิติทัลที่เข้าร่วมโครงการ (MOU) ไม่ว่าจะเป็น

 

  1. บริษัท เชียงใหม่ ลานนา บิสซิเนส จำกัด (CLBS)
  2. บริษัท อาร์ติซาน ดิจิตอล เอเชีย จํากัด
  3. บริษัท AppMan จำกัด
  4. บริษัท เอ-แวลลู จำกัด
  5. บริษัท อินเนอร์จี แล็บ จำกัด

 

ทั้งความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากร มีความรู้ ทักษะ และคุณสมบัติที่สามารถทำงานในอุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ดิจิทัลได้อย่างเหมาะสมตามความต้องการจริง และเป็นปัจจุบัน

รวมไปถึงตัวนักศึกษาเองก็จะได้ การร่วมพัฒนาองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม มีคุณธรรมและจริยธรรมอีกด้วย

 

 

ภายใต้รูปแบบหลักสูตรดังต่อไป

 1.เป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรี หลักสูตร 3 ปี – 3ปีครึ่ง

2.เป็นหลักสูตรร่วมผลิตบัณฑิต ที่มีความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล

3.มีการจัดการเรียนการสอนแบบ Modular และจัด Boot Camp เพื่อเตรียมทักษะที่ตรงกับความต้องการอุตสาหกรรมให้กับนักศึกษา

4.สร้างบัณฑิตที่มีศักยภาพในการทางานได้ในระหว่างการเรียน ผ่านการเรียนแบบบูรณาการระหว่างการเรียนเชิงทฤษฎีในมหาวิทยาลัยควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานจริงในอุตสาหกรรม (Work Integrated Learning: WIL)

5.มีการจัดการเรียนการสอนแบบพลวัตร (Dynamic) ปรับเปลี่ยนเนื้อหาได้ทันทีตามความต้องการ และมีความเฉพาะเจาะจง (Tailor made) กับความต้องการจริงของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน

 

 

สรุปให้ใน 5 ข้อ เรียนหลักสูตร Digital Industry Integration แล้วได้อะไร ?

 

  1. เรียนหลักสูตร DII แล้วได้ “ก้าวสู่การเป็นบุคลากรแห่งโลกอนาคต” แน่นอน ด้วยเนื้อหาและเป้าหมายหลักของหลักสูตร ที่อัดแน่นครอบคลุมองค์ความรู้ ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อให้ตอบโจทย์การพัฒนา”ทักษะใหม่” ในโลกของธุรกิจแบบดิจิทัล

 

  1. เรียนหลักสูตร DII แล้วได้ “ทำงานตรงสาย” แน่นอน ด้วยจุดเด่นของหลักสูตร ที่พัฒนาบุคลากรร่วมกับผู้ประกอบการ ที่ไม่เพียงจะสร้างบัณฑิตเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง บุคลากรป้อนเข้าสู่ตลาดอุตสาหกรรมอีกด้วยโดยมีการเซ็น MOU ร่วมกับบริษัทต่างๆ ซึ่งตัวนักศึกษาจะได้ทำงานจริง ภายในองค์กรจริง และการันตีงานทำ ภายใต้เงื่อนไขดังนี้
  • อยู่ในสถานะพนักงานงานของบริษัท โดยได้รับเงินเดือนในระหว่างที่ศึกษาอยู่
  • ได้รับเงินค่าจ้าง ตั้งแต่ปีการศึกษาปีที่ 2 ภาคการศึกษาที่ 2 ประมาณ 5,000 บาท/เดือน (เรียนและ
    ทำงานควบคู่กัน)
  • สัญญาทำงานต่อ 1 – 2 ปี หลังจบโครงการ (ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างนักศึกษากับบริษัท)

 

  1. เรียนหลักสูตร DII แล้วได้ “ทำงานเป็น” แน่นอน อีกหนึ่งจุดเด่นของหลักสูตรที่ เน้นสร้างบัณฑิตที่มีศักยภาพในการทำงานได้ในระหว่างการเรียน ผ่านการเรียนแบบบูรณาการระหว่างการเรียนเชิงทฤษฎีในมหาวิทยาลัยควบคู่ไปกับการปฏิบัติงานจริงในอุตสาหกรรม (Work Integrated Learning: WIL)

 

  1. เรียนหลักสูตร DII แล้วได้ “เนื้อหาที่ไม่ตกยุค เรียนแต่ของใหม่ เพื่อโลกใหม่ที่เปลี่ยนไปทุกวินาที” แน่นอน เพราะหลักสูตรนี้มีการจัดการเรียนการสอนแบบพลวัตร (Dynamic) ปรับเปลี่ยนเนื้อหาได้ทันทีตามความต้องการ อีกทั้งยังเน้นที่ความเฉพาะเจาะจง (Tailor made) กับความต้องการจริงของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ไม่ยึดติดอยู่กับข้อมูลเก่าๆ อีกด้วย

 

  1. เรียนหลักสูตร DII แล้วได้ “สังคมที่ดี สังคมแห่งการเรียนรู้ไม่จบสิ้น” แน่นอน เพราะ มหาลัยเชียงใหม่ขึ้นชื่อเรื่องของบรรยากาศดี อุดมไปด้วยธรรมชาติสีเขียว สบายตา และไม่ไกลจากเมือง พร้อมด้วยการต้อนรับเป็นอย่างดีของทั้งบุคลากร รุ่นพี่มหาลัย ทำให้นักศึกษาได้เรียนรู้อยู่สังคมที่ดี ไม่แพ้ที่ไหนๆ

 

 

ติดตามรายละเอียดหลักสูตรและการรับสมัครได้ที่ : http://www.camt.cmu.ac.th/th/

สอบถามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ พร้อมอัพเดทเรื่องราวได้ที่ : www.facebook.com/CamtFanpage/

 

Written by : Phati

Graphics by : Lay’Ar

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

EDUCATION

JobsDB เผย “ต้องอัพสกิลการทำงานแบบไหน ให้เป็นที่ต้องการของตลาดในปี 64 นี้”

เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน การทำงานต้องไม่ใช่อาศัยแค่ความเก่งอย่างเดียวเท่านั้น เราต้องมีความชำนาญทั้งด้านทักษะการทำงานรวมถึง Mindset ที่ดี วันนี้เราจึงมาสรุปทักษะการทำงานที่จำเป็นที่ต้องการของตลาดในปี 64 นี้!

Published

on

เนื่องด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน การทำงานต้องไม่ใช่อาศัยแค่ความเก่งอย่างเดียวเท่านั้น เราต้องมีความชำนาญทั้งด้านทักษะการทำงานรวมถึง Mindset ที่ดี วันนี้เราจึงมาสรุปทักษะการทำงานที่จำเป็นที่ต้องการของตลาดในปี 64 นี้!

ซึ่งข้อมูลที่ได้มาจาก JobsDB ที่ได้มีการเปิดข้อมูลสายงานใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในประเทศ หลังจากเกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 เช่น นักพัฒนา AI ที่ปรึกษาด้านบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัล ผู้เชี่ยวชาญ Business Transformation และ Growth Officer โดยธุรกิจที่มีสัดส่วนและจำนวนในการประกาศงานมากที่สุด คือ

1. กลุ่มธุรกิจไอที นับเป็นเปอร์เซ็นต์ 12.9%
2. กลุ่มธุรกิจการผลิต นับเป็นเปอร์เซ็นต์ 8.1%
3. กลุ่มธุรกิจการค้าปลีก-ส่ง นับเป็นเปอร์เซ็นต์ 6.6%

ส่วนกลุ่มสายงานที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่
1. สายงานขาย บริการลูกค้า และพัฒนาธุรกิจ 16.0%
2. สายงานไอที 14.7%
3. สายงานวิศวกรรม 9.8%

credit : JobsDB

ทำให้อัตราการแข่งขันในการหางานของคนไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นถึง 20% ในช่วงโควิด-19 โดยมีอัตราการแข่งขันอยู่ที่ 1 : 100 ใบสมัคร

นอกจากนี้ทาง JobsDB ได้รวบรวมสกิลที่จำเป็นที่คนทำงานในปัจจุบันต้องมี เพราะเป็นที่ต้องการของตลาดแล้วยังเป็นสกิลสำคัญที่นายจ้างหลาย ๆ แห่งก็ต้องการด้วย

Hard skill ต้องมีทักษะความสามารถด้านอาชีพ หรือความชำนาญในการทำงานด้านนั้นๆ เป็นอย่างดี เช่น ความรู้ด้านไอที, ความรู้ทักษะด้านภาษา, การวิเคราะห์ข้อมูล

Soft skill ทักษะที่ขาดไม่ได้ต้องมาควบคู่กับ Hard skill คือ ทักษะด้านสังคมในการอยู่ร่วมกับคนอื่น เช่น ด้านการสื่อสาร, การทำงานร่วมกันเป็นทีม, การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้ หรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ ซึ่งอาจเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว

Meta skill ทักษะด้านความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง การสร้างทัศนคติที่พร้อมจะเติบโตและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เช่น การรู้จักหรือเข้าใจตัวเอง, มีความคิดสร้างสรรค์, มีความยืดหยุ่นทางความคิด

สำหรับสกิลที่สำคัญ ก็ต้องมาพร้อมกับ Mindset ด้วยที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของคนทำงานในยุคเจนเนอร์เรชั่นนี้

Growth Mindset – ต้องมีความเชื่อมั่น เชื่อในศักยภาพของตนเอง, มีกรอบความคิดที่จะพัฒนาตัวเองและองค์กรให้เติบโตไปข้างหน้าพร้อม ๆ กัน, หรือแม้กระทั่งต้องมีความกล้าที่จะเผชิญปัญหา เรียนรู้ และเติบโตไปกับองค์กร

Outward Mindset – เปลี่ยนมุมมองในการทำงาน และการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น, ทำความเข้าใจผู้อื่น, พร้อมหาวิธีแก้ปัญหา

จริงแล้วแม้ว่าสถานที่การทำบ้างแห่งอาจไม่ได้เน้นย้ำทักษะหรือ Mindset มาก แต่การที่เราพยายามเรียนรู้และปรับตัว มันย่อมส่งผลที่ดีในอนาคตสำหรับการทำงานร่วมกับคนอื่นได้ และยังส่งผลดีกับตัวของเราไม่มากก็น้อยอีกด้วย

credit : JobsDB

สำหรับตอนนี้แนวโน้มทางตลาดแรงงานหลังวิกฤต (Wake-up Talk : Job Market Projection after Crisis) ได้ประเมินไว้ว่าเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 จำนวนความต้องการแรงงานในประเทศไทยทั้งจากบนแพลตฟอร์มหางานและช่องทางสื่อกลางออนไลน์อื่น ๆ ฟื้นขึ้นจากจุดต่ำสุดถึง 24.65% โดยได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดจากเดือนเมษายน 2563 และเดือนธันวาคม 2563 จากการระบาดระลอกที่ 2

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

EDUCATION

Facebook ประเทศไทยจัดแคมเปญ ช่วยเหลือ SMEs ไทยด้วยการเพิ่มทักษะดิจิทัล “เรียนฟรี”

Published

on

By

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 เริ่มคลี่คลาย หลายธุรกิจ SMEs คงโดนผลกระทบกันไม่น้อย วันนี้ทาง Facebook ประเทศไทย ได้ทำการเปิดตัวหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ภายใต้ชื่อโครงการว่า “Boost with Facebook” เพื่อเป็นการช่วยเสริมทักษะด้านดิจิทัลให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย ซึ่งหลักสูตรทั้งหมดประกอบไปด้วยเนื้อหาประมาณ 10 ตอน ถ่ายทอดสดผ่านเพจ Facebook for Business เป็นการบรรยายภาษาไทยในช่วงวันที่ 14 กรกฎาคม – 15 กันยายน พ.ศ.2563จะมีการออกอากาศทุกวันอังคารเวลา 14.00 น.

หัวข้อและวันที่ถ่ายทอดสดทั้งหมดมีดังนี้

  • 14 กรกฎาคม – การปรับตัวเพื่อฝ่าวิกฤตสำหรับธุรกิจ: เตรียมพร้อมสำหรับชีวิตวิถีใหม่
  • 21 กรกฎาคม – สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ของคุณด้วย Facebook
  • 28 กรกฎาคม – บอกเล่าเรื่องราวธุรกิจของคุณด้วย Instagram
  • 4 สิงหาคม – วางกลยุทธ์การโฆษณาอย่างไรให้ได้ผล
  • 11 สิงหาคม – ขยายธุรกิจของคุณด้วยตัวจัดการโฆษณาบน Facebook
  • 18 สิงหาคม – ทำความเข้าใจเรื่องนโยบายโฆษณา Facebook
  • 25 สิงหาคม – ขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจด้วย Facebook Messenger
  • 1 กันยายน – สร้างฐานลูกค้าของคุณด้วย Facebook Pixel
  • 8 กันยายน – การสร้างรูปแบบโฆษณาที่สร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ
  • 15 กันยายน – การวัดประสิทธิภาพของโฆษณาต่อธุรกิจของคุณ

คุณชวดี วงศ์พยัต หัวหน้าฝ่ายพัฒนาการเติบโตธุรกิจ ประจำ Facebook ประเทศไทย กล่าวว่า

ขอขอบคุณภาพจาก : TechTalkThai

“จากภาวะ New Normal หรือ Next Normal ที่เป็นผลมาจากการระบาดของ COVID-19 ทำให้ Facebook มีความตั้งใจว่าอยากมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูภาคธุรกิจประเทศไทย จากการทำงานร่วมกับธุรกิจกว่า 140 ล้านรายทั่วโลก บนแฟลตฟอร์มของเรานี้ เราตระหนักได้ว่า ธุรกิจไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้อย่างปกติ ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ถึงแม้ว่าจะมีการผ่อนคลายมาตรการในประเทศไทยแล้วก็ตาม ธุรกิจ SMEs ที่เป็นกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุด การช่วยเหลือพวกเขาให้เข้มแข็งในระยะเวลาไม่กี่เดือน จึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง

ความกังวลและเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วง COVID-19 

ผู้บริโภคในแถบเอเชียกว่าร้อยละ 48 มีความวิตกกังวลอย่างมากกับสถานการณ์ COVID-19 ตั้งแต่ก่อนการระบาดในระลอกแรก มีผู้เชื่อมต่อเข้าสู่โลกดิจิทัลมาเป็นจำนวนมาก เพื่อทำการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน พร้อมหยิบยกเครื่องมือ เทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานได้รวดเร็วกว่าที่คาดคิดเอาไว้ นอกจากนี้ผู้บริโภคยังเชื่อมต่อกับ ธุรกิจออนไลน์มากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยผู้ใช้งาน Facebook จำนวนกว่า 1.6 พันล้านคนได้มีการติดต่อกับธุรกิจขนาดเล็กมากขึ้น เพราะหากลองนึกภาพง่ายๆ ว่า ทุกร้านค้าเปิดให้บริการแบบออนไลน์ แล้ว Facebook คือพื้นที่ขนาดใหญ่ ที่ทุกร้านสามารถตั้งร้านได้ฟรี ในขอบเขตที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ผู้บริโภคที่มีขีดจำกัดในการค้นหาตามความต้องการของตัวเอง ยังคงจำกัดการพบเจอธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้บน Facebook อยู่ดี

ขอขอบคุณภาพจาก : techsauce

ดังนั้นการที่ผู้ประกอบการรายย่อยของไทย ที่ถือว่าเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญในการฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ยังต้องอาศัยการปรับตัวและเปิดรับแนวทางการทำธุรกิจเชิงดิจิทัล เพื่อปลดล็อกโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ๆ เพื่อพวกเขาเอง และในส่วนนี้เองทางคุณชวดี ก็กล่าวเสริมว่า

“เราสังเกตได้ถึงความเป็นนักสู้ของผู้ประกอบการรายย่อยในไทย ที่ต่อสู้ฟันฝ่าอุปสรรค์ครั้งนี้มาอย่างต่อเนื่อง หลายคนก็ปรับโมเดลธุรกิจออนไลน์และฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ไหนจะเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคม ที่ทำให้ธุรกิจหลายรายหันมาใช้แพลตฟอร์มออนไลนืมากขึ้น ทำให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้อีกหนึ่งช่องทาง สำหรับ Facebook เองก็มีพันธกิจหลักเพื่ออบรม และพัฒนาทักษะเชิงดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยในไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้”

กิจกรรม #supportsmallbusiness 

ขอขอบคุณภาพจาก : Event Pop

ความจริงแล้ว Boost with Facebook เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม#supportsmallbusiness ของ Facebook ประเทศไทย ที่มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยของไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเงินทุนสนับสนุนที่มอบโดย Facebook สำนักงานใหญ่ และมีการเปิดตัวเครื่องมือ ฟีเจอร์ใหม่ๆ อีกมากมาย เพื่อที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนผู้ประกอบรายย่อยทั้งหลาย ให้สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ โครงการ Boost with Facebook ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2562 ได้มีการอบรมธุรกิจไปกว่า 3,000 รายใน 5 ภาค 10 จังหวัดของประเทศไทยแล้ว และตอนนี้เองทางเพจFacebook for Business ก็ได้กลับมาเริ่มแคมเปญใหม่ ที่จัดยาวต่อเนื่องกันไปจนถึงเดือนสิงหาคม ดังที่ได้กล่าวรายละเอียดไปในตอนเริ่มว่า สามารถติดตามเนื้อหาการอบรม โครงการ Facebook for Business บรรยายภาษาไทยในช่วงวันที่ 14 กรกฎาคม – 15 กันยายน พ.ศ.2563 ออกอากาศทุกวันอังคารเวลา 14.00 น. 

ติดตามรายละเอียดโครงการ หรือดูเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ 

https://business.facebook.com/events/296332444846390/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

EDUCATION

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

Published

on

By

ด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้แวดวงการศึกษาต้องได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า มีหลายมหาวิทยาลัยทั่วโลกเปิดให้เรียนออนไลน์ฟรี แล้วจะแปลกอะไรถ้า Harvard เปิดให้เรียนฟรีบ้าง 

มหาวิทยาลัย Harvard เป็นมหาวิทยาลัยที่มีอายุมานานหลายร้อยปี เก่าแก่เป็นอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา ทั้งยังมีชื่อเสียงในระดับโลก ปัจจุบันนี้มีคอร์สเปิดให้เรียนออนไลน์ฟรี ผ่านเว็บไซต์ edX โดยเนื้อหาครั้งนี้ เป็นเรื่อง Computer Science ทั้งหมด 9 คอร์สรวด ซึ่งจะมีสอนกันตั้งแต่พื้นฐาน คนที่ไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับ Computer Science มาก่อนก็สามารถลงเรียนได้

มาดูไปพร้อมกันที่ละคอร์สตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนจบคอร์สสุดท้าย ทั้งหมด 9 คอร์สจาก Harvard ที่เปิดให้เราได้เรียนฟรีทุกคอร์ส แต่หากต้องการใบรับรอง(Certificate) จะมีค่าใช้จ่ายในแต่ละคอร์สเพิ่มขึ้นมา มีคอร์สอะไรบ้างไปดูกัน

1.Introduction to Computer Science

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียนออนไลน์

ใช้เวลาเรียน 12 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

ในคอร์สนี้จะเป็นการเรียนขั้นพื้นฐาน เพื่อเข้าใจถึงวิธีการคิดและการแก้ปัญหาของProgramming โดยใช้ทฤษฎีในการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (Abstraction) , Data structure , Encapsulate , การพัฒนาซอฟต์แวร์ และการพัฒนาเว็บไซต์ต่างๆ โดยผู้เรียนจะได้เริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกัยภาษา C , Python , SQL , Javascript และ HTML นอกจากนี้ภายในคลาส จะมีการทำโปรเจคเพื่อทดสอบความรู้ และนำเสนอให้ผู้เรียนคนอื่นด้วย 

2.Web Programming with Python and Javascript

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียนออนไลน์

ใช้เวลาเรียน 12 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 149 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 4,600 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

เนื้อหาการเรียนภายในคอร์สนี้ จะเน้นไปที่การออกแบบ ความปลอดภัย และการทำ User Experience (UX) ผ่านโปรเจคต่างๆ ภายในคอร์ส เพื่อให้เกิดความชำนาญในการเขียน และการใช้ API ออกแบบ User Interface (UI) ที่รวมไปถึงการใช้เครื่องมือ GitHub และ Heroku โดยทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับคอร์สนี้ก็จะมีเรื่อง HTML , SQL , Javascript และ Front End

3.Introduction to Game Development

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 12 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 149 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 4,600 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

หากใครที่ชื่นชอบเกม จนอยากพัฒนาเองสักเกมหนึ่ง บอกเลยว่าคอร์สนี้เหมาะอย่างมาก มีการสอนพัฒนาเกมทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติในคอร์สนี้ โดยการเรียนจะมีทั้งเรื่องทฤษฎีทั้งหมดจากผู้สอน และมีโปรเจคให้ลองทดสอบความรู้จากที่เรียนมาด้วย ตัวอย่างที่น่าสนใจของเกมที่ถูกยกมาสอนในเนื้อหาการสอนของคอร์สนี้ก็จะมี Super Mario , Pokemon และ Angry Birds เรียกได้ว่าเป็นเกมมีชื่อเสียงกระฉ่อนโลกทั้ง 3 เกมเลยทีเดียว

4.Introduction Artificial Intelligence with Python

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 7 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 199 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 6,200 บาท 

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

เนื้อหาที่จะได้เรียนในคอร์สนี้เป็นพื้นฐานเกี่ยวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบ Machine Learning ในภาษา Python ซึ่งการเรียนในคอร์สนี้จะถูกเน้นไปที่การปฎิบัติจริง ผ่านการทำโปรเจค เกี่ยวกับรูปแบบของ Algorithm ต่างๆ 

5.CS50 for Lawyers

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 10 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 99 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 3,100 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

เป็นอีกหนึ่งวิชาที่ค่อนข้างน่าสนใจอย่างมาก เพราะไม่ใช่การเรียนเกี่ยวกับระบบ Computer Science โดยตรง แต่จะเป็นการผสมเรื่องของกฎหมาย กับเทคโนโลยีที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับลุกความในบางสถานการณ์ ที่ทนายอย่างคุณต้องทำงานร่วมด้วย หากใครที่เป็นนักกฎหมาย หรือ นักเรียนกฎหมาย ที่อยากเข้าใจความเกี่ยวข้องกันกับเทคโนโลยีมากขึ้น คอร์สนี้จะเป็นตัวช่วยเหลือได้ดีเยี่ยม แต่อาจจะต้องเตรียมตัวกันมากเสียหน่อย ด้วยระดับความยากของคอร์สนี้ที่ค่อนข้างสูงอย่างมาก

6.Computer Science for Business Professionals

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 6 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

สายนักธุรกิจ ผู้จัดการ แม้กระทั่งผู้ก่อตั้งบริษัท องค์กร หรือคนที่ต้องตัดสินใจเรื่องเทคโนโลยีภายในบริษัท สามารถเข้ามาลงเรียนคอร์สนี้ เพื่อเพิ่มความรู้ในด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแบบเต็มประตู เนื้อหารของคอร์สจะเริ่มที่ ภาษาคอมพิวเตอร์ , การคำนวณโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ , การพัฒนาเว็บไซต์ และระบบ Cloud Computer วัตถุประสงค์ของคอร์สนี้คือ ให้นักธุรกิจ หรือผู้ลงเรียนทุกคน มีความมั่นใจ จนสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี เพื่อบริษัทได้มากขึ้น

7.Understanding Technology

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 6 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

ใครที่รู้สึกว่าขาดทักษะด้านคอมพิวเตอร์ หรือมีพื้นฐานน้อย แต่ในชีวิตการทำงานต้องอยู่กับคอมพิวเตอร์บ่อยครั้งจนน่าหงุดหงิด การเลือกลงเรียนคอร์สนี้ดูจะเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่าอย่างมาก ซึ่งภายในเนื้อหาของคอร์สนี้ จะเป็นเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานล้วนๆ ทั้งเรื่องของ ฮาร์ดแวร์ , ระบบอินเทอร์เน็ต , สื่อมัลติมีเดีย , ระบบความปลอดภัย และการพัฒนาเว็บไซต์ 

8.Mobile App Development with React Native

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 13 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

เป็นอีกหนึ่งคอร์สที่จะสอนการพัฒนาแอปพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือเบื้องต้น ที่จะมีให้เรียนทั้งภาษา Javascript , Javascript Extension และ JSX การเรียนภายในคอร์สจะเน้นไปที่การปฏิบัติทำโปรเจคจริง ในตอนสุดท้ายก่อนที่จะจบคอร์ส ผู้เรียนจะต้องทำโปรเจคของตัวเองโดยพัฒนาแอปพลิเคชั่นของตัวเองขึ้นมา เพื่อเป็นโปรเจคจบนั่นเอง

9.AP Computer Science Principles

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

ระยะเวลาในการเรียน

ใช้เวลาเรียน 36 สัปดาห์ – หากต้องการใบรับรองต้องชำระเพิ่ม 90 ดอลลาร์สหรัฐ ประมาณ 2,800 บาท

เกี่ยวกับคอร์สเบื้องต้น

คอร์สนี้ถือว่าเป็นคอร์สที่ใช้เวลาเรียนนานมากที่สุด เพราะ AP ในชื่อคอร์ส ย่อมาจาก Advance Placement Program แท้จริงแล้วมันคือ หลักสูตรสำหรับนักเรียนมัธยม ที่ต้องการลงเรียนหลักสูตรล่วงหน้าเพื่อเก็บหน่วยกิตไว้ก่อน ในวิชา Computer Science Principles จะเป็นการเรียนเกี่ยวกับ Algorithm รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหลักสูตรนี้ได้รับการรับรองโดยตรงจากหน่วยงานที่ดูแลหลักสูตรComputer Science โดยเฉพาะ และในตอนสุดท้ายผู้เรียนต้องผ่านการทดสอบ และทำโปรเจคจบเพื่อเก็บหน่วยกิตด้วย

ขอขอบคุณภาพจาก : edX

จบกันไปแล้วกับ 9 คอร์สออนไลน์Computer Science จากมหาวิทยาลัย Harvard หากใครที่มาสายไหน เลือกเรียนให้เต็มคอร์สสักสายหนึ่ง แล้วรับใบรับรอง(Certificate) มาด้วยจะมีคุณค่าต่อทั้งจิตใจและสายงานนั้นๆ อย่างมาก เพราะมันคือใบรับรองโดยตรงจาก edX ซึ่งจะระบุคอร์สที่คุณเรียน พร้อมลงชื่อ Professor รับรองอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักธุรกิจ ผู้จัดการ หรือมีตำแหน่งหน้าที่ต้องตัดสินใจด้านเทคโนโลยีให้กับบริษัท คอร์สลำดับที่ 6 Computer Science for Business Professionals ถือว่าเป็นอะไรที่เหมาะมาก เพราะจบจากคอร์สนี้ไป การตัดสินใจด้านเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาองค์กรของคุณ จะยกระดับขึ้นไปอีกชั้นได้เลย

เนื่องหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคอร์สเรียนอื่น ๆ : สสว. เปิดคอร์สออนไลน์

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 3 Average: 3]
Continue Reading
NEWS UPDATE1 สัปดาห์ ago

Google เอาบ้าง! เตรียมจำกัด Advertising ID ในผู้ใช้แอนดรอยด์

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

Flash Express Unicorn ตัวแรกของประเทศไทย กับ 5 ปัจจัยที่ผู้ประกอบการต้องเรียนรู้

INNOVATION3 สัปดาห์ ago

เจาะลึกพฤติกรรมกลุ่ม “Flexitarian” ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันตลาด Plant-based ให้เติบโต!

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

พลาดไม่ได้! เจาะพฤติกรรม Gen Z เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ช่วงนี้แอดไม่ค่อยปัง? iOS 14.5 กับผลกระทบที่คุณต้องรู้

MARKETING TIPS2 เดือน ago

เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจออนไลน์ ด้วย 10 เทรนด์การเปลี่ยนแปลง

MARKETING TIPS2 เดือน ago

Agile Organization สิ่งที่ธุรกิจของคุณต้องมี ถ้าอยากอยู่รอดในยุคโควิดนี้

MARKETING TIPS2 เดือน ago

Product Life Cycle ทฤษฎีที่ช่วยให้ การวางแผนการตลาด ทำได้ดียิ่งขึ้น

CONTENT TIPS2 เดือน ago

Facebook เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Live Audio Rooms” มาปะทะ Clubhouse

INNOVATION2 เดือน ago

“Virtual” เทรนด์ใหม่มาแรงประจำปี 2021 ที่เจ้าของกิจการค้าปลีกไม่ควรพลาด!

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE1 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

EDUCATION1 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION12 เดือน ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

EDUCATION2 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

CONTENT TIPS2 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

MARKETING TIPS2 ปี ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

Facebook

Trending

2101 Views