Connect with us

EDUCATION

“สวัสติกะ” จากสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เหตุใดจึงกลายเป็นที่ เกลียดชังของคนทั่วโลก

Published

on

Prev1 of 2
Use your ← → (arrow) keys to browse

Highlight

  1. ในปัจจุบัน “สวัสติกะ” คือเครื่องหมายแห่งมลทิน สัญลักษณ์แห่งความโหดเหี้ยม
  2. สัญลักษณ์ สวัสติกะ (Swastika) ในความหมายแต่ดั่งแต่เดิมนั้น มีความหมายว่า สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์ ตามความหมายของภาษา สันสกฤต
  3. นาซีเยอรมัน  กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และนี่คือสาเหตุของการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่2


 

“สวัสติกะ” สัญลักษณ์แห่งความโชคดี เหตุใดจึงกลายเป็นที่ เกลียดชังของคนทั่วโลก

 

สัญลักษณ์ สวัสติกะ (Swastika) ในความหมายแต่ดั่งแต่เดิมนั้น มีความหมายว่า สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ความอุดมสมบูรณ์ ตามความหมายของภาษา สันสกฤต

 

ต่อมาในภายหลัง ฮิตเลอร์ ได้นำมาใช้ในการเป็น สัญลักษณ์ของ พรรค นาซี สวัสติกะ (Swastika) จึงถูกตีความหมายไปถึงความเป็น เผด็จการ ความโหดร้าย เครื่องหมายแห่งฟาสซิสม์ ซึ่งถูกจดจำมาจวบจนถึงในปัจจุบันนี้อย่างที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์

 


ตอนนี้ คงมาถึงจุดนี้ทุกคนต้องสงสัยกันแล้วล่ะว่า แล้วทำไม นาซี ต้องใช้เครื่องหมาย สวัสติกะ (Swastika) ล่ะ ???

 

สาเหตุที่ทำให้ นาซี เยอรมัน นำเครื่องหมาย สวัสติกะ (Swastika) มาใช้เป็นเครื่องหมาย ไม่ใช่ความบังเอิญ ล้วนมีที่มาและที่ไป

 

จากจุดเริ่มต้นมลทินของ “สวัสติกะ” เริ่มจากการที่ พรรคนาซีได้หลงใหลในการศึกษา “วรรณกรรมของภาษาสันสกฤต” และคิดว่าภาษาสันสกฤตนั้นมีความคล้ายคลึงกับภาษาเยอรมัน จึงนำมาตีความทึกทักเอาเองว่า อินเดียกับเยอรมนีคงมีพื้นเพมาจากบรรพบุรุษเดียวกัน กำเนิดมาจากเทพเจ้าองค์เดียวกัน

 

การศึกษาในเรื่องของการเมือง สังคม ในเยอรมันนั้นถือว่าเป็น ยุคทองของเยอรมันเลยก็ว่าได้ครับ หลายคนอาจจะยังไม่รู้นะครับว่า เยอรมันเป็นประเทศแรกที่ได้ทำการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับการเมือง โดยชื่อแรกของวิชา รัฐศาสตร์ หรือ ที่ในภาษาเยอรมันเรียกกันจนติดหูในชื่อ “Statewissenschaft” และแม้แต่อเมริกาเองที่เป็รผู้พัฒนาการศึกษาในทางการเมืองจากยังใช้คำว่า “Political Science” ที่มีรากจากภาษาเยอรมันซะด้วยซ้ำ

 

แต่ก็ใช่ว่าการเป็นผู้นำด้านการศึกษานั้นจะดีไปซะทุกอย่าง เพราะการศึกษาครั้งนี้ทำให้นักวิชาการของเยอรมันถลำลึกไปไกลถึงการเชื่อว่า ชาวอารยันเป็นชนชาติที่แข็งแกร่งที่สุด และเหนือที่สุดในโลกอีกด้วย จึงนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ชาวยิวในที่สุด

 

  • การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุชาวยิวเริ่มต้นจากความเกลียดชัง ที่ปนไปด้วยการเมือง อย่างแรกเลยคือ การที่ชาวยิวได้เพิ่มประชากรอย่างมากในเยอรมัน อย่างที่ทราบกันดีว่ายิวเป็นชนชาติที่ไร้ดินแดนจึงไม่แปลกที่ชาวยิวจะต้องการเยอรมันนีเป็น ฐานที่มั่นของตัวเอง ซึ่งเป็นอะไรที่ขัดกับความเชื่อ และความต้องการของท่านผู้นำที่จะสร้างอาณาจักรไรซ์ที่สามเป็นอย่างมาก
  • พวกยิวนั้นมีความฉลาดเป็นอย่างมาก การวางแผนที่จะยึดประเทศเยอรมันไม่ใช่เป็นเพียงข่าวลือ พวกเขาได้ทำการติวเข้มเหล่าเด็กชายและเด็กหญิงอย่างเข้มงวด และได้แทรกซึมชาวยิวไปในธุรกิจของเหล่าเยอรมัน โดยเฉพาะในธุรกิจการผลิตรถยนต์ ซึ่งเยอรมันเป็นชาติแรกทำการส่งออกรถยนต์
  • เวลาล่วงเลยไป เมื่อนายพล อะดอฟ ฮิตเลอร์ รู้ เข้าถึงแผนนี้ของชาวยิว เยอรมันก็แทบจะกลายเป็นประเทศแห่งยิวไปหมดแล้ว แผนการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุสุดเหี้ยมโหดนี้จึงเริ่มขึ้น
Prev1 of 2
Use your ← → (arrow) keys to browse

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

EDUCATION

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

Published

on

อัปเดตล่าสุดวานนี้ (19/5/2563) ทาง Facebook ของ Mark Zuckerberg ได้มีการ LIVE สด เปิดตัวและแนะนำ Facebook Shops ที่มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ออกมาเปิดโลกให้เหล่าบรรดา SME และผู้ประกอบการได้ใช้การขายออนไลน์แบบเต็มสตรีม ในช่วงที่มีวิกฤตกันต่อเนื่องมากขึ้น (Live sharing some new product updates for small businesses and discussing our work helping with the economic recovery efforts.)

Live sharing some new product updates for small businesses and discussing our work helping with the economic recovery efforts.

Live sharing some new product updates for small businesses and discussing our work helping with the economic recovery efforts.

Posted by Mark Zuckerberg on Tuesday, 19 May 2020

เมื่อไม่นานมานี้มีข้อมูลจากทาง Facebook ได้ชี้แจงว่า “วิกฤตที่ทางผู้ประกอบการหลายเจ้ากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือปัญหาที่เราจะร่วมแก้ไข”

“เพราะธุรกิจเหล่านี้คือหัวใจที่ทำให้เราเดินต่อไปได้ และในเมื่อพวกเขากำลังเจอปัญหาที่แสนท้าทาย ไม่ใช่เพียงเรื่องของโรคระบาดเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่กำลังวิกฤตอย่างหนักอีกด้วย”

จากรายงาน State of Small Business Report ที่ทาง Facebook ได้จัดทำ (Download) พบว่า

  1. จากผลสำรวจของเจ้าของกิจการและพนักงานกว่า 86,000 คนทั่วสหรัฐอเมริกา มีเพียง 500 คนเท่านั้นที่ยังไหว และสู้ต่อไปได้
  2. เกือบหนึ่งในสามของธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ต้องปิดตัวลง และไม่อาจกลับมาประกอบธุรกิจได้อีก
  3. ผู้ประกอบการไม่ว่าธุรกิจใดก็ตามกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ใน 2 ประเด็น นั่นก็คือ “เงินสด” และ “ลูกค้า”
  4. ผู้ประกอบการทั้งอเมริกา (แต่เอาจริง ๆ แล้วน่าจะทั้งโลก) กำลังปรับตัวครั้งใหญ่ และต้องการเครื่องมือที่เข้ามาช่วยพลิกสถานการณ์ได้จริง ๆ
ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/

และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ได้ถูกแก้ไขปัญหาจนเกิดเป็น LIVE ที่ทาง พี่มาร์คของเราได้ออกมา LIVE สดเปิดตัวความเทพครั้งใหม่ของ Facebook Shop ฟีเจอร์ที่ผู้ประกอบการอาจจะลืมไปแล้วว่ามีอยู่

โดยการเปิดตัว Facebook Shop ที่ทางพี่มาร์คแนะนำก็คือ “การกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมาขายของออนไลน์กันมากขึ้น ผ่านหน้าร้านใน Facebook” ที่สามารถปิดการขายได้ Checkout จ่ายเงินได้โดนไม่ต้องออกแอป

ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/

ทั้งนี้จุดเด่ทั้งนี้พบว่า “จุดเด่นของ Facebook Shop” ก็คือ

  1. ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าได้จาก Facebook และ Instagram โดยไม่ต้องใช้เว็บไซต์อื่น ๆ ช่วยในการค้นหา
  2. แน่นอนว่า Shop สามารถยิงโฆษณาเพื่อเพิ่มการแสดงผลได้ ให้ User ได้เข้าถึงร้านค้าได้
  3. มีการเปิดคอลเลคชั่นของ Shop (ดูคร่าว ๆ แล้วน่าจะคล้ายกับ Facebook Canvas)
  4. ระบบมีการ Checkout จ่ายเงินได้เลย โดยไม่ต้องพึ่งแอปนอกเป็น Gateway *อันนี้ระบุไว้ว่าสำหรับตอนนี้ยังใช้ได้กับบัญชีภายในอเมริกาเท่านั้น
  5. และยังมีอีกหลายฟีเจอร์อีกมากมาย (น่าจะอัดกันเต็มสตรีมเลยครับ)

อีกหนึ่ง Instagram Shop ก็ยังคงน่าสนใจไม่แพ้ Facebook Shop

อย่างที่ทาง Facebook ระบุพบว่า “ผู้ใช้จะสามารถค้นหา Instagram Shop ผ่านทาง Instagram Explore” อีกทั้งยังสามารถใช้ลูกเล่นต่าง ๆ ได้ไม่แพ้ Facebook Shop

ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/

Live Shopping Features ฟีเจอร์ใหม่น่าจับตามอง

ปรับใหม่! โดยมีไอเดียหลักคือ “การซื้อสินค้าแบบเรียลไทม์” ซึ่งทาง Facebook ได้นำการ LIVE ขายของ (ที่ถูกบุกเบิกโดยชาวไทย) มาผสมรวมกับ Facebook Shop

ทำให้ LIVE ในแต่ละครั้งสามารถติดแท็กสินค้าได้ แบรนด์จะสามารถติดแท็กผลิตภัณฑ์จากร้านค้า Facebook หรือแคตตาล็อกก่อนที่จะเผยแพร่ได้ (ซึ่งในขณะนี้กำลังทดสอบกับ Facebook และ Instagram อยู่ ยังไม่เปิดให้ใช้นะครับ)

ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/
ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/

 Loyalty Programs ก็มา! สร้างระบบสะสมแต้ม

ระบบสะสมแต้มที่เคยสร้างชื่อให้ LINE อาจจะต้องสะเทือน เมื่อทาง Facebook กำลังจะปล่อยระบบ Loyalty มาให้ได้ลองใช้กัน เพื่อให้เหล่า SME สร้างลูกค้าขาประจำผ่าน Facebook Shop กันบ้าง

Facebook Shop เชื่อมกับ Partner ของ Facebook ได้ด้วย

ข้อนี้นับว่าเป็นข้อได้เปรียบอีกข้อที่ทาง Facebook งัดมาใช้เลยเนื่องจากตัวระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับ Shopify, BigCommerce, WooCommerce, ChannelAdvisor, CedCommerce, Cafe24, Tienda Nube และ Feedonomics ได้ เพื่อให้ขายของ SME ราบรื่น

ขอบคุณที่มาจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/introducing-facebook-shops/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 2 Average: 3.5]
Continue Reading

EDUCATION

E-Sport ยังเป็นแค่เกม หรือกลายเป็นสงครามของนักธุรกิจ ?

Published

on

“ไม่มีใครเคยคิดว่าการเล่นเกม ณ อดีตจะก้าวข้ามมาไกลจนกลายเป็นเกมธุรกิจ”

กว่าการเดินทางของ E-Sport จะเดินก้าวข้ามมาได้ไกลขนาดนี้นับได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ใครหลายๆ คนเป็นต้องต่างตกใจ เพราะวันหนึ่งไม่มีใครคิดว่าจากการเล่นเกมธรรมดาๆ มีเวทีการแข่งขันแค่ในเฉพาะหมู่ จะกลายมาเป็นการแข่งขันที่มีความจริงจังและเข้มข้นพอๆ กับการดูฟุตบอลคู่แดงเดือด ที่มีเงินรางวัลสูงสุดถึง 100 ล้านดอลลาร์ ณ ปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของ E-Sport

เอาจริงๆ แล้ว E-Sport ไม่ได้มีมาเมื่อ 5-7 ปีที่แล้วแต่มันมีมานานมากแล้วตั้งแต่ปี 1972 ซึ่งผู้ริเริ่มของการแข่งขัน E-Sport นั้นก็คือ “Stanford University” และเกมแรกจริงๆ คือ “SPACEWAR”

เกม “SPACEWAR” ปี 1972

และหลังจากนั้นก็มีรายการแข่งขันยาวเป็นหางเว่าตามมาติดๆ เกมดังบ้างไม่ดังบ้างเกมนอกกระแสเกมไล่มาจนถึง ณ ปัจจุบัน อย่าง Dota 2 ที่กลายเป็นเกมที่มีเงินรางวัลสูงสุดถึง 32,891,042 ดอลลาร์ฯ หรือ ‪1,013,701,914 บาท

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ E-Sport บูมขึ้น

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะไปไหน นั่งรอเพื่อนที่ห้าง หรือ การเข้าหาเพื่อนในยุคของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้คงหนีไม่พ้นการเล่นเกมส์ และหากคุณสังเกตุดีๆ คุณอาจเจอผู้คนทำกิจกรรมเกี่ยวกับ E-Sport อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ไปจนกระทั่งการดูคลิปการแข่งขัน (หรือ Cast เกมส์) ต่างๆ

การดู E-Sport ในประเทศไทยในกลุ่มอาเซียนมีคนดูสูงถึง 24-33%

ซึ่งจากสถิติข้างบนจึงบ่งบอกได้ว่าคนไทยและคนในกลุ่มอาเซียนนั้นมีการดูกีฬา E-Sport สูงกว่าค่าของโลกและนอกจากคนดูแล้วอีก 26% มีคอนเทนส์แคสเกมส์ในเชิง E-Sport อีกเพียบ หากให้พูดถึงนักทำคอนเทนส์แคสเกมส์ก็คนหนีไม่พ้นพวกเค้าเหล่านี้

และนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุผล ที่ทำให้วงการ E-Sport บูมขึ้นมาทันตาเห็นจน ณ ปัจจุบันบริษัทแบรนด์ใหญ่ๆ ดังซึ่งได้เข้ามาสนับสนุนและให้ความสนใจจนกระทั่งลงทุนเพื่อเพิ่มยอดขายให้กำไรผ่าน การเล่น การดู ของทั่งคนดูและผู้เล่นด้วยกัน

ทำไมนักธุรกิจถึงอยากลงทุนกับ E-Sport

หากจะถามว่าทำไม E-Sport ถึงดึงดูให้นักธุรกิจหลากหลายแบรนด์หันเข้ามาสนใจในเรื่องการลงทุนก็คงเป็นเรื่องของการเติบโตทางด้าน E-Sport ที่ดีดขึ้นสูงในทุกๆ ปีตั้งแต่ปี 2017-2020 และอาจสูงขึ้นเรื่องๆ เป็นเท่าตัวซึ่งจะสามารถดูได้จากกราฟ


▪ อัตราการเติบโตของรายได้อีสปอร์ตทั่วโลกปี 2017-2020
▪ อัตราการเติบโตของจำนวนผู้ชมอีสปอร์ตทั่วโลกปี 2017-2020

ขอบคุณภาพจาก : https://www.scbeic.com/th/detail/product/4860

ขอบคุณภาพจาก : https://www.scbeic.com/th/detail/product/4860

ด้วยเหตุผลที่บอกไปข้างต้นจึงทำให้นักลงทุนใหญ่ๆ จากทุกมุมโลกมาสนใจ E-Sport นี้มากไม่ว่าจะเป็น

▪ บริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Coca Cola,Intel,red bull,Acer,Samsung
▪ ทีมสโมสรกีฬา เช่น Manchester City,Paris Saint Germain,Roma

ส่วนธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตของ E-Sport

ด้วยการที่วงการอีสปอร์ตจะมีอัตราการเติบโตที่สูงต่อไปในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ที่มองดูด้วยตัวของเม็ดเงินแล้วแล้วอาจจะสูงขึ้นเป็นอีก 2-3 เท่าตัวจากปัจจุบันและในอนาคตธุรกิจที่จะได้รับแนวโน้มจากการเติบโตของ E-Sport คงไม่น่านี้พ้น 5 ธุรกิจดังนี้

1. ธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์สปอนเซอร์สร้างแบรนด์เป็นหลัก

จากรายงานของ Newzoo บอกชัดว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีคนสนใจ E-Sport อยู่ 9.5 ล้านคน มีคนไทยอยู่ 1.1 ล้านคน  ตอนนี้มีคนดู E-Sport เป็นประจำทั่วโลกกว่า 190 ล้านคน มีคนดูเป็นครั้งคราวอยู่ที่ 194 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 20% ทุกปี เกมอย่าง League of Legend กลายมาเป็น E-Sport โดยเฉพาะในจีนที่มีคนดูในรอบชิงแชมป์ทัวร์นาเมนท์ที่สเตเดี้ยมกว่า 60,000 คน

ดังนั้นไม่มีจังหวะไหนที่จะเหมาะกับการเข้ามาเป็นสปอนเซอน์ในอีเวนท์ E-Sport หรือทีมกีฬา ได้ดีเท่าตอนนี้อีกแล้วตัวอย่างเช่น…

coca cola & overwatch

Intel esport

redbull esports

Samsung ที่สนับสนุนนักกีฬา eSport

ข้อมูลเม็ดเงินจาก : Newzoo

ในวงการ eSport เม็ดเงินส่วนใหญ่จะมาจากโฆษณาและสปอนเซอร์เป็นหลัก

2. ธุรกิจ Gaming Gear และอินเตอร์เน็ตคาเฟ่

ไม่ว่าจะเป็นเมาส์เล่นเกม Logitech G Pro ที่เปิดตัวกลางปีนี้ ที่เป็นรุ่นต่อจาก Logitech G100S ที่หมู่นักแข่ง E-Sport ใช้กัน BenQ ที่มีเกมมิ่งเกียร์และจอมอนิเตอร์ใต้แบรนด์ Zowie ที่มีข่าวเมื่อกลางปีที่แล้วก็สนใจบุกตลาดคนเล่น E-Sport ส่วนแบรนด์อื่นๆที่บรรดาคอเกมเมอร์รู้จักดีอย่าง Razer, Roccat, CM Storm และ  Tt E-Sport  ก็มีโอกาสทำยอดขายในกระแส E-Sport

อุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ Razar

ส่วนร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่เล็กใหญ่ก็มีแนวโน้มกลับมาคึกคักอีกครั้งเพราะมันไม่ใช่แค่ร้านสำหรับคนที่ถูกมองว่าเป็นเด็กติดเกม แต่มันกลายเป็นสถานที่ไว้ฝึกซ้อม E-Sport ด้วย

ร้านคาเฟ่อินเตอร์เน็ต Mine Cafe’ by J.I.B.

ซึ่งทำให้ยอดขายจากทั่วโลกในตลาดนี้ช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนเพิ่มขึ้นถึง 56% จากปีที่แล้ว มีมูลค่าสูงมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท รวมถึงมูลค่าตลาดอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ในไทยอยู่ที่ 4 ร้อยล้านบาทในปี 2015 ซึ่งเติบโตจากปี 2014 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ราว 3.2 ร้อยล้านบาท

3. ธุรกิจผู้ให้บริการเกม

ก็ยังคงหนีไม่พ้นเกมยอดฮิตอย่าง League of Legends (LoL), HoN, Fifa Online, Pointbreak GSL, Blade & Soul, Starcraft 2, Hearthstone, NBA 2K และอื่นๆอีกเพียบ ซึ่งงานนี้ธุรกิจหลักอย่าง Ailsport, Tencent และ Garena ก็เข้ามาช่วยจัดการแข่งขันในวงการ E-Sport ซึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา Garena เปิดเผยว่า การแข่งขันอย่าง GarenaStar League เป็นการแข่ง E-Sport ที่ใหญ่ที่สุดในแถบอาเซียน มีคนร่วมงานกว่า  150,000 คนมีคนดูออนไลน์อีก 250,000 คน

4. ธุรกิจการท่องเที่ยว

ยกตัวอย่างจากประเทศไทยที่มีจุดเด่นติดหนึ่งในอันดับประเทศที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกมาโดยตลอดแล้ว การมีอุตสาหกรรมอีสปอร์ตก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะดึงดูดให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะแฟนกีฬาอีสปอร์ตมาท่องเที่ยวและเยี่ยมชมประเทศไทยมากยิ่งขึ้นผ่านการจัดงานอีเวนท์ขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่น มหกรรมเกมอีสปอร์ต ดิจิทัลคอนเทนท์ วันที่ 31 มีนาคม – 1 เมษายน 2018 ที่ผ่านมา

ทางบริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน Garena World: eSports for all ที่จัดขึ้นที่ไบเทค บางนา ซึ่งเป็นมหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพื้นที่รองรับผู้คนมากกว่า 2 แสนคน ทั้งนี้ มีผู้ชมร่วมกว่า 1 แสนคน ทั้งผู้ประกอบการชาวไทยและชาวต่างชาติที่สนใจมาดูงาน อีสปอร์ตจึงสามารถมีส่วนร่วมในการเพิ่มสีสันให้อุตสาหกรรมและธุรกิจการท่องเที่ยวไทยได้ในทางอ้อม

5. ธุรกิจแฟชั่น

จะบอกว่ายิ่งมีการเติมโตที่มากขึ้นการทำทีมของ E-Sport ก็สูงขึ้นทุกๆ ปีจนทำให้มีการตัดชุดเสื้อผ้าจนไปถึงอุปกรณ์แต่งตัวให้เหมาะกับการเล่นกีฬา E-Sport ที่มากขึ้นยิ่งกว่าเดิมหรือการ เปลี่ยนรูปแบบของเสื้อ เช่น

รูปแบบเสื้อจาก : MiTh

รองเท้าสำหรับ E-Sport จาก : Puma

เสื้อจาก : Nike

และแน่นอนว่า “พวกที่เล่นเกมจนกลายเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวได้ ซึ่งต่างจากเด็กติดเกมตรงที่นักกีฬาพวกนี้ไม่ได้เล่นเกมกันจนลืมเวลา แต่ตรงกันข้ามคือแบ่งเวลา มีวินัยในการฝึกซ้อมและศึกษาวิธีการเล่นการเอาชนะกันอย่างจริงจัง เงินเดือนก็ใช่ย่อย ตกอยู่เดือนละ 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญาของต้นสังกัด”

ซึ่งทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมอีสปอร์ตนั้นคาดว่าจะเติบโตได้อีกจากการที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วรวมถึงการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐผลักดันให้เป็นกีฬาเต็มตัว และภาคการศึกษาที่เริ่มเปิดกว้างและขยายหลักสูตรเพื่อผลิตบุคลากรในวงการอีสปอร์ตให้ทันความต้องการในตลาด

ถือเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอีสปอร์ตที่ควรจะมีแผนในการต่อยอดและใช้ประโยชน์จากการเติบโตของอีสปอร์ตในไทย เช่น การจัดสถานที่การแข่งขันของกีฬาอีสปอร์ตอย่างเป็นทางการ การร่วมมือกับทางผู้ให้บริการเกมจัดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต ระดับโลกในไทยให้มากขึ้นเพื่อให้ไทยเป็นที่ยอมรับทั่วโลกในวงการอีสปอร์ต หรือการพัฒนาสินค้าและบริการให้ทันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนในวงการอีสปอร์ต เป็นต้น

ซึ่งการร่วมมือผลักดันทั้งจากภาครัฐและเอกชนจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมอีสปอร์ตของไทยพัฒนา ทำให้อุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอีสปอร์ตสามารถเติบโตต่อไปได้ในยุคที่เกมและกีฬาถูกผนึกเข้าด้วยกันจากเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล

ขอขอบคุณของมูลดีจาก : Marketingoops , SCB , Digitalmarketingwow , Thumbsup , Bangkokbiznews

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

EDUCATION

กฎพื้นฐาน “5 ข้อสำหรับการสื่อสารเพื่อธุรกิจ” และคนทั่วไป

Published

on

“การพูดคือการแบ่งปัน ส่วนการฟังก็คือการใส่ใจกันนั่นเอง

“การสื่อสาร” มักเป็นประเด็นปัญหาระดับท็อปฮิตทั้งในระดับส่วนตัว และในระดับองค์กร เพราะ มุมมองเกี่ยวกับเรื่องการสื่อสาร

“อาจทำให้อีกฝ่ายมองว่าคุณเป็นคนที่ไว้วางใจได้ ถึงคุณพูดไม่เก่ง แต่อีกฝ่ายก็จะยอมรับฟังคำพูดของคุณ แต่ถ้าอีกฝ่ายมองว่าคุณเป็นคนขี้บ่นและจู้จี้จุกจิก แค่คุณตั้งท่าจะชวนคุย อีกฝ่ายก็ระแวงแล้วว่าน่าจะไม่ใช่เรื่องดี และไม่ยอมเปิดใจรับฟัง” ได้เช่นเดียวกัน

ซึ่ง 5 สาเหตุหลักๆ ต่อไปนี้อาจทำให้คุณสื่อสารกับคนอื่นไม่รู้เรื่องก็ได้นะ

คุณเคยลองสังเกตุตัวคุณเองหรือเปล่าครับว่า เวลาที่คุณสื่อสารอะไรไปแล้วคนฟัง “มักเหม่อคำพูดของคุณบ้างหรือเปล่า ??” หากเป็นอยู่คุณอาจมีสาเหตุหลักๆ 5 สาเหตุด้วยกันดังนี้

คุณไม่มีความมั่นใจในตัวเอง : มันอาจเป็นข้อตายตัวของเรื่องการพูดของทุกๆ คนจริงๆ ครับคุณคิดตามผผผมนะครับหากเรื่องที่คุณจะสื่อสารออกไปคุณยังขาดความมั่นใจอยู่แล้วคุยจะสื่อสารให้ผู้ฟังรับรู้ได้อย่างไร

คุณไม่รู้ว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร : ปัญหาที่ทำให้หลายๆ คนสื่อสารแบบวกไปวนมากหรือบางทีก็ดูไม่เข้าใจก็เพราะบางคนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ประเภทมีเรื่องนั้นก็ไปทางหนึ่ง พอมีเรื่องนี้ก็ไปอีกทาง บ้างก็พูดไปเรื่อยๆ โดยไม่สามารถโฟกัสได้ว่าจะเอาอะไรเป็นสำคัญ

คุณเรียงลำดับความคิดไม่ถูก : ในการสื่อสารของแต่ละครั้งก็เหมือนกับการเล่าเรื่องบางอย่างให้อีกฝั่งได้รู้เรื่อง และความสำคัญที่สุดคือคุณสามารถเล่าเรื่องนั้นให้คนอื่นเข้าใจและติดตามได้ง่ายแค่ไหน ทำไมเรื่องราวบางเรื่องเราฟังครั้งเดียวก็รู้ว่าอะไรคืออะไร 

คุณไม่มีข้อมูลที่หนักแน่นพอ : ปัญหาที่หลายๆ คนมักจะเจอคือการพูดแบบห้วนๆ โดยไม่มีข้อมูลหรือเหตุผลสนับสนุน จนทำให้สารหลายๆ อย่างดูล่องลอย บ้างก็ไม่น่าคล้อยตาม ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้าคุณสามารถอธิบายหลักเหตุผลรวมทั้งสิ่งที่สามารถเอามารองรับและสร้างน้ำหนักให้กับสิ่งที่คุณพูดแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่คนอื่นจะเชื่อคุณ 

คุณใช้อารมณ์ในการสื่อสารมากไป : สิ่งที่ตรงข้ามกับเหตุผลก็คือตัวอารมณ์ซึ่งหลายๆ ทีเป็นตัวฉุดให้หลายๆ ครั้งของการพูดคุยเสียเรื่องไป ทั้งนี้เพราะการใช้อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องจะทำให้อีกฝั่งรับรู้อารมณ์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งนี้อาจเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ใครหลายคนอาจไม่สนใจในตัวคุณเวลาที่คุณสื่อสารอะไรให้เค้าฟังก็ได้นะครับ

แล้วเราจะทำอย่างไรดีล่ะเพื่อให้คนที่ฟังเราสนใจในตัวเราจริงๆ กันนะ

เพราะการสื่อสารไม่ใช่เรื่องยากเลยครับที่จะทำให้เข้าใจในตัวคุณนั้นแค่คุณนั้นต้องตั้งเปลี่นย Mind Set กันใหม่เสียก่อนเพราะหากยังยึดพฤติกรรมเดิมๆ รับรองได้เลยครับยังไงสื่อสารอะไรไป ผู้ฟังก็อาจทำพฤติกรรมเดิมๆ กับคุณได้แค่เริ่มจาก

  • การมีบุคลิกภาพที่ดีขณะพูดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้เราดูพร้อมและมีความมั่นใจ รวมทั้งการเลือกใช้ภาษากายที่เหมาะสม ก็สามารถทำให้การพูดน่าสนใจขึ้นขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวางมือ หรือการมองตา
  • ศึกษาและทำความเข้าใจผู้ฟังล่วงหน้า เพื่อให้เราสื่อสารได้อย่างเหมาะสมกับผู้ฟังมากขึ้น
  • เลือกใช้ระดับเสียงเพื่อดึงให้ผู้ฟังสนใจ และจะช่วยให้เราสื่อสารออกไปได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น
  • เว้นจังหวะเล็กน้อย เมื่อต้องการพูดเรื่องสำคัญ เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ฟัง หรือหยุดเมื่อพูดเรื่องสำคัญจบ เพื่อให้ผู้ฟังได้คิดตาม
  • ลองหาคำพูดที่คิดว่าสามารถสร้างสีสัน หรือดึงความสนใจได้มาใช้ แต่ต้องระวังอย่าใช้ภาษาที่เป็นคำเฉพาะกลุ่ม หรือศัพท์เทคนิคมากเกินไป

แต่เราก็ยังมีพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณนั้นพูดคุยได้รู้เรื่องมากกว่าเดิมด้วย กฎพื้นฐาน 5 ข้อสำหรับการสื่อสาร

  1. เพิ่มพลังการสื่อสารให้ตัวเอง

    ▪ ต้องมีเทคนิคที่จะทำให้คนอื่นวางใจและรู้สึกร่วม
    ▪ คนเราจะตั้งใจฟังเฉพาะคนที่ชอบเท่านั้น
    ▪ การสื่อสารไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะกัน แต่เป็นการสร้างสะพานระหว่างเรากับอีกฝ่าย
  2. พิจารณาว่าคำพูดมีความหมายอย่างไรกับอีกฝ่าย

    ▪ คนเราไม่อยากฟังเรื่องที่ไม่มีความหมายหรือไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองอยู่แล้ว
    ▪ คำพูดเราเป็นข่าวสารที่มีประโยชน์ มีความรู้ การให้กำลังใจ หรือน่ายินดีสำหรับอีกฝ่ายหรือไม่
    ▪ เราคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหลังได้ฟัง
  3. กำหนดเรื่องที่อยากจะสื่อสารให้ชัดเจน

    ▪ อยากพูดอะไร
    ▪ ทำไมต้องคุยกับคนนี้
    ▪ หลังจากได้คุยแล้วอยากทำอะไรต่อไป
  4. ให้เหตุผลประกอบความคิดเห็น 

    เนื่องจากทุกคนล้วนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง หนังสือจะแนะนำวิธีคิดหาเหตุผลจากมุมมองหลายๆ ด้านเพื่อให้เราเข้าใจคนอื่นด้วย และสามารถโน้มน้าวใจผู้อื่นได้ด้วยการใช้หลักเหตุผล
  5. ซื่อตรงต่อความรู้สึก

    เพราะความรู้สึกขณะพูดสำคัญกว่าคำพูดเสียอีก และอาจทำให้ใครหลายๆ คนอินไปกับความรู้สึกจึงทำให้เค้าสนใจในตัวคุณมากขึ้นได้อีกด้วย

ก่อนจะเริ่มต้นสื่อสาร คุณต้องนึกให้ได้ทุกครั้งว่าเป้าหมายหรือใจความสำคัญของการสื่อสาร คือ “การถ่ายทอดความคิดตัวเองให้คนอื่นเข้าใจ” ไม่ใช่การเอาชนะหรือเพื่อทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด ถ้าตั้งเป้าผิด แค่คุณเริ่มต้นก็ผิดแล้ว

แต่คุณก็สามารเพิ่มพลังการสื่อสารให้ตัวเองได้อีกด้วย

ซึ่งวิธีที่จะแนะนำนี้เป็นวิธีการที่ดีและผมเองก็เอามาใช้บ่อยเวลาต้องพูดเรื่องที่ต้องการจะสื่อสารให้ใครสักคนได้รับรู้ถึงข้อมูลดังที่เราต้องการจะสื่อให้เค้าฟัง ยกตัวอย่างเช่น

  • เช็คก่อนว่าภาพลักษณ์เราในสายตาคนอื่นเป็นยังไง เพราะคนพูดสำคัญกว่าเรื่องที่จะพูด คุณคิดว่าตัวคุณเป็นสื่อแบบไหน มีพลังในการสื่อสารแบบไหน ถ้าลองคิดถึงสื่อ เช่น หนังสือพิมพ์ ช่องทีวี หรือเพจเฟซบุ๊ค แต่ละสื่อล้วนมีภาพลักษณ์และจุดแข็งในแบบตัวเอง ถ้าเอาข่าวน่าเชื่อถือไปยัดใส่ปากคนที่มีภาพลักษณ์ไม่น่าไว้ใจ ตัวข่าวเองก็คงดูลดความน่าเชื่อถือลงเยอะ สำหรับคนธรรมดาก็ไม่ต่างกัน คุณต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีและน่าไว้ใจในสายตาคนอื่นเสียก่อน
  • โดยปกติแล้วคนเราจะพิจารณาเนื้อหาที่ได้ฟังควบคู่ไปกับภาพลักษณ์ของคนพูด ถ้าคุณมีภาพลักษณ์ที่ดี คนก็จะยอมรับฟังคำพูดของคุณง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นคุณต้องทำตัวเป็นสื่อที่ผู้คนอยากรับฟัง ให้ลอง ถอยออกมาพิจารณาตัวคุณเองจากมุมมองของคนอื่นดูว่าแท้จริงแล้ว “คุณอยากให้คนอื่นมองตัวเองแบบไหน” และสุดท้ายเราก็แค่เลือกว่าจะแสดงภาพลักษณ์ของตัวเองในด้านไหนให้คนอื่นเห็น ส่วนวิธีการสร้างนั้นก็สร้างได้หลายทางผ่านทางพฤติกรรม การแต่งกาย สีหน้า การปฏิบัติต่อผู้อื่น การอุทิศตนเพื่อส่วนรวม ผลงาน เป้าหมายในชีวิต

การพูดที่ดีก็เหมือนกับการสร้างสะพานเชื่อมโยงตัวเรากับอีกฝ่าย

เพราะการสื่อสารเป็นการเชื่อมโยงกันเหมือนดังสะพานที่จะต้องมีจุดหมายปลายทางคืออีกฝั่งที่เราจะข้ามไป ซึ่งเทคนิคการสร้างสะพานมีหลายทาง ตั้งแต่

  • การใช้หลักเหตุผล คือ หาข้อสนับสนุนที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ทั้งคู่
  • การใช้ความรู้สึกร่วม คือ แสดงท่าทีหรือคำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายคิดว่าเรามีความรู้สึกร่วมไปกับเขาด้วย
  • สร้างความไว้วางใจ อันนี้ถือเป็นขั้นสุด ซึ่งถ้าทำได้จะทำให้เกิดสายสัมพันธ์ในใจทั้งสองฝ่าย

แล้วจะโน้มน้าวใจผู้ฟังอย่างไรล่ะ ??

เพราะการพูดให้คนฟังนั้นง่ายแต่คุณจะโน้มนามใจผู้ฟังได้อย่างไรดีล่ะเพราะการที่จะทำให้ผู้ฟังนั้นรับฟังคุณไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ซึ่งผมก็นำวิธีเล็กๆ น้อยมาแนะนำให้คุณ

  • สิ่งที่สำคัญในการสื่อสารคือ ความคิดเห็น (สิ่งที่เราอยากบอก) กับ เหตุผล (สิ่งที่จะช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจความคิดเห็นของคุณ) เพราะฉะนั้นเวลาพูดควรมี 2 สิ่งนี้ควบคู่กัน โดยจะบอกส่วนไหนก่อนก็ได้
  • สำคัญคือ คุณต้องรู้จริงๆ ว่าตัวเองอยากพูดอะไร สำหรับเรื่องง่ายๆ ก็น่าจะไม่ยาก แต่ถ้าโดนถามคำถามที่เราไม่รู้ข้อมูล ไม่มีความรู้ ก็อาจจะตอบยากขึ้น เช่น คิดยังไงกับเรื่องที่ประเทศเกาหลีเหนือลักพาตัวคนญี่ปุ่น ถ้าคุณไม่รู้รายละเอียด ก็อาจจะแสดงความคิดเห็นไม่ได้
  • สิ่งที่ทำได้คือ ฝึกถามคำถามตัวเองบ่อยๆ ทำตัวเหมือนเป็นนักสัมภาษณ์ตัวเอง คือ ถาม ตอบ ถาม ตอบ โดยอาจใช้คำถามประเภท 5W 1H ก็ได้ เช่น ปัญหานี้เกิดเมื่อไหร่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับใคร เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดที่อื่นด้วยไหม ตอนนั้นปัญหาคลี่คลายได้อย่างไร การสัมภาษณ์ที่ดีจะค่อยๆ ดึงเอาความรู้สึกในใจออกมาได้เองครับ
  • เมื่อเราสื่อสารกับตัวเองได้ดี การสื่อสารกับคนอื่นก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

แต่ทั่งหมดนี้ที่ผมพูดไปก็คงบอกไม่ได้ว่าคุณจะใช้ได้จริงหรือเปล่าเพราะถ้าหากคุณนั้นยังไม่ได้คิดจะลองเปลี่ยนพฤติกรรม หรือ Mind Set ใหม่ๆ เพื่อเข้าใจในการเป็นพูดฟังให้มากแล้วล่ะก็การพูดของคุณเองก็เป็นเรื่องไร้สาระได้เช่นกัน

Cr : หนังสือเรื่อง “พูดให้คนเข้าใจ…ง่ายแบบนี้เอง” ผู้เขียน Zuni Yamada (ซูนี ยะมะดะ)
medium
jobthai
nuttaputch

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
EDUCATION7 วัน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

MARKETING TIPS1 สัปดาห์ ago

ถ้วนหน้า! Agoda ประกาศปลดพนักงานออก 25% ในเอเชีย (กว่า 1,500 คน) เซ่นภัย COVID-19

CREATIVITY3 สัปดาห์ ago

PORNHUB “ปล่อยแคมเปญ The Cleanest Porn Ever” สู้ภัย COVID-19

CONTENT TIPS4 สัปดาห์ ago

โพสต์ Share Link ให้สะดุดตาด้วยการ “ปรับ Thumbnail ให้ใหญ่กว่าเก่า”

CONTENT TIPS4 สัปดาห์ ago

เทรนด์ม้ามืด! May Madness กับเทศกาล Sale “สุดบ้าคลั่ง” แห่งเดือนพฤษภาคม

MARKETING TIPS1 เดือน ago

สรุปสถิติผู้ใช้งานจาก 6 แอปพลิเคชั่นแห่งโลกโซเชียลเมืองไทย

CREATIVITY1 เดือน ago

เผยวิธีทำเงินบน TikTok โดย Salina เจ้าของบัญชี ผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน

MARKETING TIPS1 เดือน ago

เปิดวาร์ป 10 แฟรนไชส์ราคาไม่ถึง 10,000 ลงทุนง่ายขายได้จริงในช่วงวิกฤต

CREATIVITY2 เดือน ago

ถอดรหัสความแรงของ TikTok และพาส่องภาพรวมความบันเทิงในช่วง COVID-19

LIFESTYLE2 เดือน ago

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา “เปิดสอนทำอาหารออนไลน์” เรียนฟรี!! ไม่ต้องลงทะเบียน

NEWS UPDATE5 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

EDUCATION7 วัน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE1 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

LIFESTYLE1 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS12 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

MARKETING TIPS8 เดือน ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

LIFESTYLE1 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

NEWS UPDATE3 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

Facebook

Trending