Connect with us

CONTENT TIPS

Hedi Slimane นักดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ผู้สร้างยอดขายในตำนานแบรนด์ Celine แต่กลับถูกโดนด่า

Published

on

นักดีไซน์เนอร์

Hedi Slimane นักดีไซน์เนอร์ แบรนด์ CELINE ได้ประกาศให้ ลิซ่า หรือ ลลิษา มโนบาล เป็น GLOBAL AMBASSADOR คนแรกในรอบ 70 ปี และกระแสตอบรับจากอิทธิพลของ ลิซ่า Blackpink สามารถสร้างยอดขายมหาศาลให้กับแบรนด์ CELINE ในปีที่ผ่านมา

ซึ่ง Hedi Slimane หรือ เอดี สลิมาน ทางผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ CELINE มองเห็นศักยภาพและตัดสินใจเลือก ลิซ่า Blackpink เป็นกลยุทธ์ในการตีตลาดทางฝั่งเอเชียอย่างจริงจัง 

เรามาทำความรู้จัก Hedi Slimane หรือ เอดี สลิมาน ผู้บุกเบิกแฟชั่นเสื้อผ้า Unisex กับการเข้ามาร่วมงานเครืออาญาจักร LVMH แบรนด์หรูที่ร่ำรวยที่สุดในโลก กว่า 3 แบรนด์ ได้แก่  Yves Saint Laurent Rive Gauche , Dior Homme และ CELINE ซึ่งในช่วงระว่างที่ Hedi Slimane ได้เข้าทำงานร่วมแต่ละแบรนด์นั้น ได้ดำรงตำแหน่งอะไรบ้าง และ สร้างประวัติศาสตร์ด้านวงการแฟชั่นเสื้อผ้าอย่างไร 

ขอบคุณรูปภาพ : https://dolce-and-gabbana.org/hedi-slimane-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%88/

Hedi Slimane นักดีไซน์เนอร์ ลูกครึ่งชาวอิตาเลี่ยนและตูนิเซีย ที่เกิดและโตในเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศสในปี 1968 ที่มีใจรักในการถ่ายภาพและการออกแบบเสื้อผ้าตั้งแต่อายุ 11 ปี จุดเริ่มต้นของการเข้ามาในวงการแฟชั่นดีไซน์เนอร์ หลังจบกจากการศึกษาภาควิชาประวัติศาสตร์จาก École du Louvre

แบรนด์ Yves Saint Laurent Rive Gauche

ใน ค.ศ 1996 โดยปิแอร์ แบร์แช แมวมองที่เร่งเห็นถึงความคิดที่เป็นเอกลักษณ์ จึงได้ชวนให้ Hedi Slimane เข้ามาทำงานเป็นที่แรกกับ ทีม Jean-Jacques Picart ที่ปรึกษาด้านแฟชั่นของห้องเสื้อแบรนด์ดัง Yves Saint Laurent Rive Gauche ด้วยวัย 27 ปี กับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ห้องเสื้อผ้าชาย 

ในปี 2000 Hedi Slimane ได้แจ้งเกิดกับ “คอลเลคชั่น Black Tie ฤดูใบไม้ร่วง และ ฤดูหนาว” ซึ่งได้ Present นายแบบผู้ชายซิลลูเอตแบบสกินนี่ รูปร่างผอมแห้ง มี Attitude แบบแอนโดรจีเนียส ซึ่งเป็นเสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้ทุกเพศ 

โดยการแต่งตัวเสื้อแจ๊กเก็ตสุดฟิต โชว์สัดส่วนของร่างกาย แต่ความสำเร็จนี้กลับอยู่ได้ไม่นาน เมื่อแบรนด์ Yves Saint Laurent Rive Gauche ถูกขายให้กับบริษัทกุชชี่ กรุ๊ป ทอม ฟอร์ด หรือ Tom Ford ดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ดันเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการทำงานของ Hedi Slimane จนถึงขั้นตัดสินลาออกในที่สุด

ซึ่งในช่วงระหว่างที่ลาออก แบรนด์ Jil Sander ได้มีการติดต่อเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสร้างสรรค์ แต่ Hedi Slimane กลับปฎิเสธ และ กลับเข้าสู่วงการงานศิลป์และการถ่ายภาพที่ตนชื่นชอบ

แบรนด์ Dior Homme

และจากนั้นไม่นาน Hedi Slimane ก็ได้กลับเข้าสู่วงการแฟชั่นอีกครั้ง โดยเข้าร่วมงานกับแบรนด์ Dior Homme ในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์เสื้อผ้าผู้ชาย และได้พลิกโฉม คอลเลคชั่น ลุคสกินนี่ร็อกเกอร์ที่เคยสร้างตำนานไว้ตอนเข้าร่วมงานกับ Yves Saint Laurent Rive Gauche เพื่อปรับให้ดูเข้มข้นกว่าเก่า ซึ่งในช่วงนั้นทำให้นายแบบถึงขั้นต้องลดน้ำหนักเพื่อสวมใส่ คอลเลคชั่น Dior Homme ที่มีขนาดไซส์สุดจิ๋ว เพียง EU44 และ EU46 ด้วยขนาดที่ค่อนข้างเล็ก

กลับเป็นคอลเลคชั่นที่ถูกยอมรับและนิยมในหมู่นักแสงดฮอลลีวูด อย่าง แบรด พิตต์ เลือกชุดสูท ของ Dior ในงานแต่งของเขากับเจนนิเฟอร์ อนิสตัน หรือ มาดอนน่า ก็ยังเลือกสวมใส่ชุดสูทเสื้อผู้ชาย ออกมาดูเท่ คูล 

ขอบคุณรูปภาพ : https://www.blockdit.com/posts/6172d9022435a514d5759be4

ในปี 2002 Hedi Slimane ก็ได้รับรางวัลใหญ่ CFDA Award สาขา International Designer of the year ที่ นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา กลายเป็นขวัญใจชาวร็อคเกอร์ระดับท๊อป

หลังจากที่มีชื่อเสียงโด่งดังไกลข้ามทวีป แต่กลับถูกจับตามอง และถูกนักวิจารณ์แฟชั่น อย่าง เคที ฮอร์น จาก The New York Time ด้วยบทความเสียดสี ว่า

“ถ้าไม่มีรูปแบบเสื้อผ้าเทเลอลิ่งเข้ารูปและการแคสติ้งนายแบบที่เป็นคนจริงๆ จาก ราฟ ซิมอนส์ สลิมาน วันนี้ก็คงไม่มีทางแจ้งเกิด” 

แม้แบรนด์ Dior จะมียอดขายพุ่ง และเสียงวิจารณ์ก็พุ่งขึ้นก็เช่นกัน อีกทั้งยังถูกต่อว่าถึง คอลเลคชั่น สกินนี่ร็อกเกอร์ ที่มีลักษณะเหมือน ขาตะเกียบ และ การออกแบบเสื้อที่ดูคลุมเครือไม่ว่ารู้ว่าเป็นชุดผู้ชายหรือผู้หญิง หลังจากที่ถูกกดดันจากสื่อแฟชั่นและผู้มีอิทธิพลใหญ่โตมากมาย จึงตัดสินใจอำลาวงการและไม่ต่อสัญญาเข้าร่วมต่อกับแบรนด์ Dior ในปี ค.ศ 2006 ในที่สุด

แบรนด์ Saint Laurent 

ในช่วงปี 2021 – 2016 ก้าวสู่บ้านหลังเก่าอีกครั้งกับแบรนด์ Yves Saint Laurent Rive Gauche จากคำแนะนำของ ปิแอร์ แบร์แช เข้ามาในฐานะผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของแบรนด์ และได้ปรับโฉมแบรนด์ใหม่ ด้วยการตัดชื่อแบรนด์ออกเหลือเพียง Saint Laurent ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน 

ขอบคุณรูปภาพ : http://metro-society.com/th/style/hedi-slimane

หลังจากที่ห่างหายไปนาน การปล่อยคอลเลคชั่นใหม่ของ Hedi Slimane  ในครั้งนี้กลับได้ผลตอบรับที่ไม่ดีเท่าที่ควร ถือเป็นยุคของ “ราฟ ซิมอนส์” นักดีไซเนอร์ คู่ปรับอย่างแบรนด์ Dior ถึงขั้นถูกพลาดหัวข่าวดัง ว่า “Paris Face Off”

ด้วยความเป็น Hedi Slimane สายนักร็อกเกอร์ ได้นำกลับมาเฉิดฉายอีกครั้งที่ Saint Laurent สร้างตำนานให้กับโลกใหม่ ด้วยคอลเลคชั่นเสื้อผ้าผู้ชายและผู้หญิงสุดเท่ หรือ Unisex ให้แก่เด็กวัยรุ่น LA กลายเป็นขวัญใจวัยรุ่นมากมาย 

และได้พลิกบู๊ตหนังกึ่งส้นสูงของผู้ชาย กระเป๋าสะพายผู้หญิง ไปจนถึงเสื้อผ้าแบบเดย์แวร์ บ้านๆ แต่คัดสรรวัสดุคุณภาพชั้นเยี่ยม ที่สามารถนำมาใส่ได้ทุกวัน 

Hedi Slimane ผู้กอบกู้ยอดขายที่เคยขาดทุนมาก่อนหน้านี้ และสร้างกำไรให้กับแบรนด์ Saint Laurent ถึงขั้นนำแบรนด์ติดอันดับหนึ่งในสินค้าแบรนด์หรู 4 ปี ซ้อน ก่อนที่จะไม่ต่อสัญญา

แบรนด์ Celine

ในปี ค.ศ 2018 ก็ได้กลับเข้ามารันงานวงการ กับแบรนด์ Celine อาณาจักรเครือแฟชั่น LVMH เข้ามาทำหน้าที่เป็นนักออกแบบแทน Phoebe Philo และได้รับอิสระเข้ามาพัฒนาแบรนด์ ในการออกแบบอย่างเต็มที่ เริ่มแรกปรับโลโก้แบรนด์ เพื่อ ให้ดูเข้าถึงได้ทุกกลุ่ม รวมไปถึงกลุ่มวัยรุ่น

ขอบคุณรูปภาพ : https://www.sanook.com/women/154825/

หลังจากกระแสพรีเซนเตอร์ หรือ Muse มาแรง ในรอบ 74 ปี ของ Celine จึงถือกำเนิดขึ้น

เมื่อ Hedi Slimane ตัดสินใจดึง ลิซ่า หรือ ลลิษา มโนบาล ศิลปิน K-pop วง Blackping เป็น Muse คนแรกของแบรนด์ ใน ค.ศ 2018 ด้วยลุคของลิซ่า Blackpink ดูเฟียส เท่ คูล น่าหลงใหล ตรงคอนเซ็ปต์ของ Celine จึงเชิญให้เข้ามาดูโชว์ ของ Hedi Slimane เป็นครั้งแรก ทำให้ลิซ่ากลายเป็นที่น่าจับตามองของสายแฟชั่นทั่วโลก

แต่อย่างไรก็ตาม Hedi Slimane ก็ได้ออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นสตรีทต่าง ๆ ที่ผู้ชายส่วนใหญ่ใส่กัน ด้วยราคาที่ค่อนข้างสูง แม้ว่าจะถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการออกแบบเสื้อผ้าของ Hedi Slimane แค่ไหน แต่กลับทิ้งท้ายด้วยว่า “เอดีทำอะไรก็เป็นเอดีนั่นแหละ” 

ขอบคุณรูปภาพ : https://praew.com/fashion/fashion-celebrity/339060.html

และในปีที่ผ่านมา Hedi Slimane ได้สร้างยอดขายของ Celine เติบโตขึ้นถึง 115% หรือประมาณราวๆ 5 หมื่นล้านบาท ภายในไม่กี่ปี และคาดว่าลิซ่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ตีตลาดเอเชีย และเมื่อไม่นานมานี้ได้ประกาศให้ ลิซ่า Blackpink เป็น GLOBAL AMBASSADOR คนแรกของ Celine ในรอบ 70 ปี หลังจากที่ในปี 2018 เป็นเพียง Muse ในกับแบรนด์เท่านั้น


จะเห็นได้ว่า Hedi Slimane คือนักดีไซน์เนอร์ผู้มีพรสวรรค์ด้านการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ และไม่ว่าจะเข้าร่วมทำงานกับแบรนด์ดังต่าง ๆ กลับประสบความสำเร็จอย่างกว่าขว้าง อีกทั้งยังสร้างประวัติศาตร์และยอดขายให้กับแบรนด์นั้นได้อย่างมหาศาล แม้ว่าจะมีเสียงแอนตี้ต่าง ๆ นานา มากมายในวงการสื่อแฟชั่นและผู้มีอิทธิผลชั้นสูง ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำงานของ Hedi Slimane แต่อย่างใด

อ้างอิง : https://www.gqthailand.com/style/article/return-of-the-rocker

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

CONTENT TIPS

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

Published

on

เป็นที่เข้าใจได้ค่ะ หากในหน้าโปรไฟล์ไอจีธุรกิจของใครหลาย ๆ คนจะเต็มไปด้วยโพสต์ขายของ เพราะเป็นใคร ใครก็อยากเน้นโพสต์ได้ทำหน้าที่แผงขายของสร้างรายได้ให้กับเรา 

แต่ถ้าหากเราต้องการพรีเซนต์ธุรกิจเราต่อลูกค้าใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้า การลงแค่คอนเทนต์ Hard sell อย่างเดียวคงไม่มีใครอิน ดังนั้นวันนี้เราจะมาแจก 10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น จาก Social Media Examiner กันค่ะ

ขึ้นชื่อว่าลูกค้ากลุ่มเป้าหมายใหม่ ดังนั้นหลักการของทั้ง 10 ไอเดียนี้จะมาจากหลักการการทำ TOFU (Top-of-Funnel) เพื่อเป็นการแนะนำตัวแบรนด์ให้ลูกค้าใหม่ ๆ ได้หันมาสนใจทำความรู้จักกับเราค่ะ

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเมื่อทำวิดีโอไอจีโดยใช้หลักการ TOFU

  • เป็นตัวของตัวเอง เพื่อจูงใจให้ลูกค้าเป้าหมายรักเราที่เป็นเรา แล้วกดตุ่มฟอลโลว์เราในที่สุด
  • ทำให้ง่ายเข้าไว้ คนเข้ามาใหม่ส่วนมากยังไม่มีใครสนใจข้อมูลเชิงลึกมากหรอกค่ะ เพราะฉะนั้นแนะนำทำให้เข้าถึงง่ายเข้าไว้และยังแฝงไปด้วย offer ต่าง ๆ ของเราค่ะ
  • เล่าเรื่อง หรือ Storytelling การนำเสนอแบบนี้จะทำให้แอค ฯ ของเราดูน่าติดตาม คนกลับมาดูคอนเทนต์เราบ่อยขึ้น
  • สั้น ๆ กระชับ เพราะในปีนี้ 2022 IG มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำหรับวิดีโอสั้นกันแล้วค่ะ ดังนั้นความยาวคลิปไม่เกิน 60 วิ คือแนะนำค่ะ

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

แนะนำตัวธุรกิจของเรา

แนะนำธุรกิจของเราให้แก่ Potential customers ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับสตอรี่ของธุรกิจ โชว์เคสว่าเรามีสินค้าอะไรบ้าง หรือแม้กระทั่งใครเป็นทีมงานเราบ้าง แบบนี้ก็ได้ แต่ในบางทีหากมีเรื่องเล่าเยอะทำให้วิดีโอยาวเกินไปก็สามารถซอยย่อยออกมาเป็นพาร์ท ๆ ได้ค่ะ

แสดงคุณค่าแบรนด์ของเรา

โชว์ให้ลูกค้าในอนาคตของเราเห็นว่าสินค้าของเรามีดีหรือถูกใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิตขนาดไหน หรือจะนำเอา CEO มาให้สัมภาษณ์เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับภาพลักษณ์แบรนด์ก็ทำได้

ยกตัวอย่างจากแอคเคาท์ @kencko ที่นำเสนอ Value ของสินค้าในรูปแบบที่อยากให้ทุกคนมองลึกลงไปว่าภายในนั้นมีส่วนประกอบอะไรอยู่บ้าง โดยการใช้ลูกเล่นแว่นขยายส่องลงไป

รูปจาก Social Media Examiner

แสดงให้เห็นถึงเวย์การใช้สินค้าใหม่ ๆ

ให้แรงบรรดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้าได้อยากลองซื้อสินค้าของเราไปใช้ดูบ้าง หากใครคิดไม่ออกก็ลองนึกถึงการนำโอรีโอไปใช้เป็น Raw material ในการทำขนม/เบเกอรี่ต่าง ๆ ดูก็ได้ค่ะ เคสนี้เคยประสบความสำเร็จแล้วช่วยให้โอรีโอได้เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนได้มาแล้ว

สอนวิธีการใช้หรือเคล็ดลับ DIY

การให้ไอเดียวิธีการใช้สินค้าเวย์ใหม่ ๆ กับลูกค้าก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่หากจะให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้นก็ทำวิดีโอสอนการใช้ในแบบของเราไปเลย

Sneak peek สินค้าใหม่

ให้ลูกค้าได้ตื่นเต้นกับสินค้าใหม่ที่เรากำลังจะออกวางขาย โดยการลงสตอรี่เพื่อให้ดูน่าค้นหา เพราะด้วยเนเจอร์ของฟีเจอร์นี้ที่คอนเทนต์จะคงอยู่เพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น

เปิดตัวสินค้าใหม่

ให้เกิด Awareness กับโปรดักใหม่ของเรา โดยอาจจะทำเปฌน Reels สั้น ๆ โชว์ว่าสินค้าใหม่ของเราใช้ทำอะไรได้บ้าง ปรับแต่งยังไงได้บ้าง

โชว์เบื้องหลังการทำงาน / การผลิต แบบเล็ก ๆ น้อย ๆ

เพราะว่าคนสมัยนี้ต่างชอบดูอะไรที่เรียล ๆ และดูเข้าถึงได้ การพาทัวร์โรงงานหรือโปรดักไลน์สั้น ๆ ก็ทำให้คนหันมาสนใจเอนเกจกับเรามากขึ้น

บอกสรรพคุณของสินค้า

เพื่อไฮไลต์ถึงความเจ๋งของสินค้าเรา แต่ต้องคำนึงไว้เสมอว่าเราทำโดยอิงหลัก TOFU เพราะฉะนั้นเนื้อหายังไม่ต้องลึกมากค่ะ

ทำคอนเทนต์ขำ ๆ บ้าง

การขายของไม่จำเป็นต้องอัดแต่คอนเทนต์เกี่ยวกับสินค้าเสมอไป การทำคอนเทนต์ขำ ๆ จะช่วยเรียกยอดเอนเกจได้ดีเลยค่ะ

ใช้ฟีเจอร์ไลฟ์สด สื่อสารกับลูกค้าแบบ Real time

เป็นวิธีการที่เรียลและจริงใจกับลูกค้ามากที่สุด และยังสามารถเปลี่ยนลูกค้าจากขั้น TOFU มาเป็น MOFU ได้อีกด้วย

อ้างอิง : Social Media Examiner

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

คอนเทนต์แบบไหนโดนใจผู้ใช้ Facebook, IG, Twitter, TikTok มาที่สุด ฉบับปี 2022

Published

on

อัปเดตแนวทางการทำคอนเทนต์ในปี 2022 ของแต่ละแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง Facebook, IG, Twitter และ TikTok กันค่ะ 

ทุกวันนี้เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าฟีเจอร์ของแต่ละแพลตฟอร์มนั้นอาจมีหน้าตาที่แตกต่างและคล้ายคลึงกันไปแต่สำหรับนักการตลาดหรือสายคอนเทนต์อย่างเรา ๆ ก็ต้องรู้ว่าในความแตกต่างเล็ก ๆ นี้พฤติกรรมของผู้ใช้แต่ละแพลตฟอร์มมีความคาดหวังในตัวเนื้อหาและสนใจในคอนเทนต์แต่ละประเภทแตกต่างกันไป เพราะบางทีคอนเทนต์ Real time ในแพลตฟอร์มนั้น ๆ อาจไม่ได้ตอบโจทย์และเรียกเอนเกจได้เสมอไปนั่นเองค่ะ

 Facebook ยังต้องการ Community-driven 

รูปจาก https://blog.gwi.com/chart-of-the-week/best-content-on-tiktok-twitter-and-instagram/

จากการสำรวจ ถึงแม้เหล่าคอนเทนต์ประเภท Funny, Informative, Creative จะถูกโหวตจากผู้ใช้ว่าพวกเขาอยากเห็นบนหน้าฟีดมากที่สุด แต่แท้จริงแล้ว Community-driven นั้นก็ยังเป็นประเภทคอนเทนต์ที่ผู้ใช้ยังให้ความสนใจ กล่าวคือ ผู้บริโภคเกือบ 1 ใน 5 ต้องการเห็นแบรนด์สร้างคอมมูนิตี้ให้พวกเขา 

อีกทั้งอ้างอิงจากการวิจัยของ GWI. ยังพบว่า ระดับของเอนเกจเมนต์ในแต่ละกลุ่มเฟซบุคนั้นมีคงที่และสม่ำเสมอ แต่ยังไม่มีค่อยแบรนด์นำข้อดีของการมีกลุ่มความสนใจเฉพาะในเฟซบุคไปใช้ประโยชน์สักเท่าไหร่ เพราะกลุ่มคอมมูนิตี้เหล่านี้คือแหล่งของคนที่มีความสนใจร่วมกัน, ในพื้นที่นั้น ๆ อยู่รวมกัน ซึ่งหากแบนรนด์นำไปต่อยอดก็จะทำให้พบกับกลุ่ม Audience ที่ Specific กับตัวธุรกิจได้มากขึ้น

เพราะด้วยเนเจอร์ของตัวผู้ใช้ Facebook เองที่ไม่ได้มายด์มากเกี่ยวกับคอนเทนต์ที่ต้องเจาะจงเพื่อพวกเขามาก เพราะพวกเขานั้นก็อยากให้คอนเทนต์ตัวเองแมสเหมือนกัน ดังนั้นโพสต์หน้าฟีดจึงเริ่มไม่ค่อยน่าสนใจเท่า Subculture แล้ว (จากการสำรวจพบว่า ผู้ใช้ 43.2% รู้สึกว่าหน้าฟีดไม่ค่อย Relevant แล้ว) 

Instagram คอนเทนต์ต้องชิค

รูปจาก https://blog.gwi.com/chart-of-the-week/best-content-on-tiktok-twitter-and-instagram/

อย่างที่รู้ ๆ กันว่าเมื่อ CEO ของ IG ได้ออกบอกมาว่า IG ไม่ใช่แพลตฟอร์มแชร์รูปอีกต่อไป และจะกลายเป็นแอป ฯ ที่ให้ความบันเทิงแทน ในเมื่อเป็นแบบนี้ Piority ของผู้ใช้ย่อมเปลี่ยน ทำให้คอนเทนต์ประเภทตลกเฮฮา (Funny) กลายเป็นคอนเทนต์ที่ผู้ใช้ต้องการมากที่สุด

ประจวบเหมาะกับช่วงที่โควิดระบาด UGC (User Generated Content) เลยบูมและถูกแชร์อย่างมากในโลกโซเชียล แต่อย่างไรก็ตามเหล่า Instagrammer ก็ยังต้องคงคอนเซปต์ ‘ความชิค’ ไว้อยู่เสมอ สอดคล้องกับผู้ใช้จำนวน 23% ชอบเข้าถึงแบรนด์ที่ดูชิคหรือคูลมากกว่า 

Twitter บางส่วนยังเป็นความหวังของสังคม

รูปจาก https://blog.gwi.com/chart-of-the-week/best-content-on-tiktok-twitter-and-instagram/

Twitter ถือว่าเป็นแพลตฟอร์ม Microblogging คล้ายพันทิปในบ้านเราเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเนื้อหาในแพลตฟอร์มนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นทางการจ๋าเสมอไปค่ะ เพราะจากความเกร็งนี้ทำให้ผู้ใช้ unliked หรือ unfollowed แบรนด์ไปแล้วกว่า 35% ในเดือนที่ผ่านมา

จริงอยู่ที่เนื้อหาในทวิตเตอร์นั้นจะออกไปในแนวตลกขบขัน แต่แท้จริงแล้วนั้นชาวทวิตเตอร์ไม่ได้ใส่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เพราะพวกเขาสนใจในเรื่องของการเอนเกจ มีส่วนร่วม มากกว่าที่จะมาเสพอะไรขำ ๆ แล้วผ่านไป 

Conversation จึงสำคัญกว่า Monologue สำหรับแพลตฟอร์มนี้ ดังนั้นสำหรับนักการตลาดแล้ว ผู้ใช้นั้นคาดหวังที่จะให้แบรนด์รับฟังพวกเขามากกว่าที่จะให้ความรู้แก่พวกเขา (51% VS 38%)

TikTok คอนเทนต์เน้นตลกและครีเอท

รูปจาก https://blog.gwi.com/chart-of-the-week/best-content-on-tiktok-twitter-and-instagram/

ขึ้นแท่นมาเลยอันดับหนึ่งในเรื่องของคอนเทนต์ประเภท Funny ที่ผู้ใช้อยากเห็นบนหน้าเพจมากที่สุด ดังนั้นแบรนด์ที่นำเสนอภาพลักษณ์ตลกแบบไม่ห่วงสวยกันจึงจะได้รับความสนใจจากผู้ใช้ในแพลตฟอร์มนี้ เพราะผู้คนนั้นต่างยกให้ติกตอกเป็นเหมือนพื้นที่ที่คอยปลดปล่อยความติ๊งต๊องออกมา

ตัวอย่างของแบรนด์ที่ทำออกมาได้ดีก็คือ Duolingo แอป ฯ นกฮูกเขียวสอนภาษาที่หลาย ๆ คนคงคุ้นเคยกัน ซึ่งผลก็คือแบรนด์นี้ดูเป็นบุคคลจับต้องได้มากขึ้น และสามารถเข้าถึงกลุ่ม Audience ที่อายุน้อยได้ดี

สุดท้ายนี้เราก็ต้องกลับมาทำการบ้านกันอีกรอบว่าในคอนเทนต์ของแต่ละทอปปิคที่เราอยากนำเสนอออกไปในแต่ละแพลตฟอร์มนั้นต้องนำเสนอในเวย์ที่แตกต่างกันไป เพื่อการมองเห็นและการเข้าถึงที่มีประสิทธิภาพที่สุดนั่นเองค่ะ

อ้างอิง : GWI

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

Shopee ลงแข่งสนามเดือด Food Delivery พร้อมงัดไม้เด็ดพิชิตใจลูกค้า

Published

on

shopee food

กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์ม E-commerce ชื่อดังอย่าง Shopee บุกตลาด Food Delivery ทั่วไทย หลังจากได้เปิดตัวก่อนหน้านี้ที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้ผลตอบรับดีเกินคาด ยอดดาวน์โหลดแอปกว่า 500,000 คน พร้อมร้านค้าพาร์ทเนอร์เข้าร่วมกว่า 500 ร้าน

หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ธุรกิจ Food Delivery เติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากการใช้ชีวิตและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป Work From Home ตามมาตรการของระงับการแพร่ระบาดของรัฐบาล จึงไม่สามารถเดินทางไปข้างนอกได้สะดวกกว่าเช่นเคย ดังนั้นช่องทางออนไลน์ จึงตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคมากที่สุด 

ขอบคุณรูปภาพ : https://www.kasikornresearch.com/th/analysis/k-econ/business/Pages/z2995.aspx

โดยจากผลสำรวจของ Nielsen Thailand กลุ่มพฤติกรรมผู้บริโภคช้อปปิ้งสินค้าออนไลน์ ปี 2565 เผยว่า กลุ่มร้านอาหาร และ แอปสั่งซื้ออาหาร มีอัตราการเติบโตสูงถึง 647% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคเริ่มคุ้นชินกับการสั่งอาหารผ่านแอป และคาดว่าหลังจากวิกฤตโควิด-19 หายไป ธุรกิจ Food Delivery ก็ยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์ ธุรกิจ Food Delivery ในปี 2565 มีแนวโน้มโตเพิ่มขึ้นประมาณ 4.5% หรือมูลค่าตลาด 7.9 หมื่นล้านบาท กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลของศึกสงครามแย่งชิงบัลลังค์ส่วนแบ่งการตลาด Food Delivery อย่างดุเดือด

พื้นที่ยังเหลือ Shopee Food ขอร่วมจอยหน่อย

หลังจากที่ AirAsia เปิดตัวบริการฟู้ดเดลิเวอรี่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดขอต้อนรับน้องใหม่ Shopee Food เพิ่มอีกหนึ่งราย แพลตฟอร์มอี คอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ ผู้ให้บริการสินค้าออนไลน์ พร้อมฐานลูกค้าเก่ามากมาย ที่ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Grab Foodpanda หรือ Line man ไม่ควรพลาดเด็ดขาด

ขอบคุณรูปภาพ : Shopee บุกตลาด Food Delivery งัด 4 ไม้เด็ดครองใจไรเดอร์ | ทันข่าว Today (thunkhaotoday.com)

โดยกลยุทธ์ที่จะเอามาพิชิตใจไรเดอร์ ครองใจลูกค้า สร้างความมั่นใจเลือกใช้บริการ

  1. รอบวิ่งเยอะ 24 ชั่วโมง : เนื่องจาก Shopee มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว สร้างความมั่นใจให้แก่ไรเดอร์เพิ่มโอกาสรอบวิ่งตลอดทั้งวัน
  1. ออเดอร์เพียบ : แอปพลิเคชันช้อปปี้เป็นอีกหนึ่งแอปที่มีฐานข้อมูลลูกค้ามากมาย พร้อมช่องทางการชำระแสนสะดวกผ่านช้อปปี้ และ Shopee Pay เพื่อเพิ่มโอกาสรับออเดอร์ได้มากขึ้น
  1. รับงานเท่าเทียม : ได้มีการตั้งมาตรการแบ่งขั้นการรับงานอย่างเท่าเทียม ด้วยอุปกรณ์เซ็ตใหญ่ หรือ เล็ก ก็วิ่งได้เหมือนกัน
  1. แจกงานให้เท่ากัน : ระบบการกระจายงานให้แก่ไรเดอร์อย่างเท่าเทียม ไม่มีการทุจริตจ่ายงานลำเอียง
ขอบคุณรูปภาพ : ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คาดปี 65 มูลค่าตลาด “ฟู้ดเดลิเวอรี่” โตแตะ 7.9 หมื่นล้าน (bangkokbiznews.com)

เทรนด์ธุรกิจ Food Delivery เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งทางShopee มองเห็นถึงโอกาสเทรนด์ธุรกิจ FoodDelivery เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจลงแข่งสนามเดือดในครั้งนี้ด้วย หากดูมูลค่าตลาดรวมย้อนในแต่ละปีจะเห็นได้ว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี 

  • ปี 2563 มูลค่าตลาด 68,000 ล้านบาท
  • ปี 2564 มูลค่าตลาด 74,000 ล้านบาท
  • ปี 2565 คาดว่ามูลค่าตลาด 82,000 ล้านบาท
  • ปี 2566 คาดว่ามูลค่าตลาด 90,000 ล้านบาท

จากข้อมูลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบของธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ หลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ผู้บริโภคนิยมเลือกใช้บริการแอปสั่งซื้ออาหาร อีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป

สาเหตุของการเติบโตธุรกิจ Food Delivery

ปัจจัยหลักสำคัญของอัตราการเติบโตของธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ เกิดจากวิกฤตโควิด-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ผลักดันให้ผู้คนเข้าสู่โลกออนไลน์โดยปริยาย นอกจากจะอำนวยความสะดวกสบาย รวดเร็ว ยังมีโปรโมชั่น คูปองส่วนลดต่างๆ ของพาร์เนอร์ร้านอาหารชื่อดังมากมาย พร้อมส่งตรงความอร่อยให้ถึงบ้าน

อย่างไรก็ตามShopee ลุยธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย การแข่งขันยังคงมีแนวโน้มรุนแรงทวีคูณเรื่อยๆ ซึ่งทุกแบรนด์ต่างงัดกลยุทธ์เพื่อเอาใจผู้ประกอบการร้านอาหาร ไรเดอร์ และผู้บริโภค โดย EIC คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าวิกฤตโควิด-19 คลี่คลายลง แนวโน้มธุรกิจแอปส่งอาหารยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถือว่าShopeeFood ยังคงเป็นที่น่าจับตามองอย่างมากในไทย

อ้างอิง : shopeefood / thansettakij / bangkokbiznews.

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

แบรนด์กับการแสดงจุดยืน เพราะแค่ขายของอย่างเดียวมันไม่พอ

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

สรุป 5 เทรนด์พฤติกรรมแต่ละ Gen เลือกเสพสื่อบันเทิงปี 2022 ที่ควรรู้

CONTENT TIPS3 สัปดาห์ ago

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

4 เสาหลักสำคัญ ของการทำ Customer Retention

ตลาดสัตว์เลี้ยง
NEWS UPDATE1 เดือน ago

โลตัส Pet Us เจาะกลุ่ม Pet Humanization เทรนด์ ตลาดสัตว์เลี้ยง กำลังมาแรง!!

NEWS UPDATE1 เดือน ago

คาดการณ์จากนักวิเคราะห์ Gartner : หาก Netflix มีโฆษณา

MARKETING TIPS1 เดือน ago

OOH กำลังกลับมา : เปิด 4 อินไซต์เพื่อสร้างอิมแพคให้เวิร์กกว่าเดิม

CONTENT TIPS1 เดือน ago

คอนเทนต์แบบไหนโดนใจผู้ใช้ Facebook, IG, Twitter, TikTok มาที่สุด ฉบับปี 2022

Jojo
ENGLISH NEWS1 เดือน ago

JoJo Maman Bébé พร้อมเข้าสู่การผลัดเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CONTENT TIPS1 ปี ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

EDUCATION2 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

661 Views