Connect with us

LIFESTYLE

Chiang Mai Pride 2019 : 10 ปี แห่งเสาร์ซาวเอ็ดรำลึก

Published

on

Highlight :

  1. “เสาร์ซาวเอ็ด” เป็นกิจกรรมเดินขบวนของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และยังถือเป็นวันยุติความรุนแรงต่อคนที่มีความหลากหลายทางเพศ

  2. Chiang Mai Pride 2019 งานไพรด์ครั้งแรกในรอบ 10 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ นับตั้งแต่งานเกย์ไพรด์เมื่อวันเสาร์ที่ 21 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ที่ถูกต่อต้านจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในขณะนั้น จนต้องยุติการจัดงานในที่สุด

  3. LGBT Pride เป็นเสมือน ‘พื้นที่’ เปิดเผยตัวตนและทำให้เห็นถึงความหลากหลายของชาว LGBT ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อสร้างการยอมรับในสังคม


 

เดือนกุมภาพันธ์ ได้ชื่อว่าเป็นเดือนแห่งความรัก ที่นอกจากจะมีวันแห่งความรักอย่างวันวาเลนไทน์แล้ว วันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังมีการจัดงานครบรอบ 10 ปี “เสาร์ซาวเอ็ด” ที่เชียงใหม่ เป็นกิจกรรมเดินขบวนของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน และยังถือเป็นวันยุติความรุนแรงต่อคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากการเดินขบวนของกลุ่มคนรักเพศเดียวกันนี้ เคยถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจนกลายเป็นประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นอคติทางเพศของคนบางกลุ่มในสังคมอย่างเห็นได้ชัด

 

Chiang Mai Pride 2019 งานไพรด์ครั้งแรกในรอบ 10 ปีของจังหวัดเชียงใหม่ นับตั้งแต่งานเกย์ไพรด์เมื่อวันเสาร์ที่ 21 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552 ที่ถูกต่อต้านจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในขณะนั้น จนต้องยุติการจัดงานในที่สุด

 

ย้อนกลับไปวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552 งานเชียงใหม่ Gay Pride เป็นงานที่จัดร่วมกันขององค์พัฒนาเอกชน 22 กลุ่มจากเครือข่ายผู้ทำงานด้านเอดส์ เพศศึกษา  เยาวชน  สตรี และด้านสิทธิมนุษย์ของชนกลุ่มน้อยทางเพศ โดยเดินพาเหรดเพื่อเรียกร้องให้เคารพสิทธิความหลากหลายทางเพศไม่ว่าจะเพศสภาพเพศวิถีใด และแสดงตัวตนว่า LGBT ไม่จำเป็นต้องปกปิดตัวตน แต่สามารถเปิดเผยได้ในที่สาธารณะ แต่ทว่างานนั้นก็ไม่ได้จัด เพราะถูกต่อต้านจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่น คณะผู้จัดและผู้ที่เข้ามาร่วมงานถูกกักขัง ผู้ที่จะเข้าร่วมกิจกรรมก็ถูกสกัดกั้นไม่ให้เข้าไปวงล้อม จากพาเหรดจึงกลายเป็นนั่งสมาธิภาวนาอย่างสันติ

 

ตลอดระยะเวลา 4 ชั่วโมงในวงล้อม กลุ่ม Gay Pride ถูกคุกคามอย่างป่าเถื่อน ทั้งด่าสาปแช่งหยาบคาย ขว้างปาข้าวของ เศษอาหาร แก้วน้ำและก้อนหินจนได้รับความบาดเจ็บ ผู้จัดงานบางคนถูกทำร้ายร่างกายอย่างไร้มนุษยธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่าร้อยนายก็กลายเป็นจ่าเฉย ไม่ได้ห้ามปราม แต่กลับโน้มน้าวให้คณะจัดพาเหรดทำตามเงื่อนไขความต้องการของกลุ่มผู้ใช้กำลัง โดยให้กล่าวขอโทษแล้วกลับบ้านเพื่อให้เรื่องจบลง

 

เหตุการณ์ในวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ทำให้เกิดกลุ่ม ‘เสาร์ซาวเอ็ด’ และนำไปสู่การประกาศ ‘วันยุติความรุนแรงต่อกลุ่มหลากหลายทางเพศ’

 

 

ในปีนี้มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทั้งผู้คนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมถึงนิสิตนักศึกษา กลุ่มคนรุ่นใหม่ กลุ่มองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงพรรคการเมืองที่กำลังจะลงสนามเลือกตั้งในวันที่ 24 เดือนมีนาคมนี้

 

ภายในงานนอกจากจะมีการเดินขบวนพาเหรดแล้ว ยังมีกิจกรรมแสดงความสามารถบนเวที หาผู้ที่จะครองตำแหน่ง Chiang Mai Pride Ambassador 2019 และอีกหนึ่งไฮไลต์ที่สำคัญคือ การอ่านคำแถลงการณ์ประวัติศาสตร์การต่อสู้ของเครือข่ายผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมถึงการจุดเทียนรำลึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยอยากที่จะสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียม สังคมที่ทุกคนเคารพและให้เกียรติกันบนพื้นฐานของความแตกต่างหลากหลาย โดยไม่มีข้อแม้หรือเงื่อนไขใดๆ

 

LGBT Pride เป็นเสมือน ‘พื้นที่’ เปิดเผยตัวตนและทำให้เห็นถึงความหลากหลายของชาว LGBT ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อสร้างการยอมรับในสังคม เนื่องจากในหลายๆ สังคมยังไม่มีการบอกเล่าถึงเรื่องราวของพวกเขาในสื่อกระแสหลัก หรือการเสนอภาพแทนของคนกลุ่มนี้ในสื่อ ด้วยตัวละครที่ไม่มีมิติ และผลิตภาพซ้ำ เช่น กะเทยต้องเป็นตัวตลก ไบเซ็กชวลต้องเป็นคนเจ้าชู้ ครอบครัวคนรักเพศเดียวกันไม่สามารถเลี้ยงลูกได้ดี รสนิยมทางเพศไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นต้น

 

ภาพบรรยากาศของงานไพรด์ที่เลือนหายไปจากสังคมไทยนับตั้งแต่รัฐประหารได้กลับมาอีกครั้ง เชียงใหม่ไพรด์ในปีนี้ได้ย้ำเตือนเราอีกครั้งว่า ‘ไพรด์’ ไม่ได้เป็นพื้นที่สำหรับกลุ่ม LGBTIQs หรือกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ที่เปิดรับสำหรับ ‘ทุกคน’ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มาจากไหน มีผิวสีอะไร มีเพศหรือรสนิยมทางเพศแบบใด นับถือศาสนาหรือมีความคิดความเชื่อทางการเมืองอย่างไรก็ตาม คุณสามารถ Pride และ Proud ในแบบที่คุณเป็นได้

 

 

การเริ่มต้นปี 2019 ด้วยประเด็นเรื่องเพศอย่างนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าปีนี้อาจเป็นปีแห่งประเด็นของคนรักเพศเดียวกันในสังคมไทยก็เป็นได้ ฉะนั้นอีเว้นท์ใหญ่อย่าง ‘เสาร์ซาวเอ็ด’ จึงน่าจะถือเป็นโอกาสดีที่จะพาสังคมไปสู่การทำความเข้าใจความหลากหลายทางเพศในเชิงลึก มากกว่าจะเป็นพาเหรดเกย์กะเทยเลียนแบบเมืองนอกอย่างที่คนอื่นเข้าใจ ยิ่งไปกว่านั้น สปีริตของการเรียกความหลากหลายทางเพศควรจะถูกปลุกเร้าในยาวไปจนกระทั่งถึง 24 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้  เพราะหากเรายืนยันว่าเพศทุกเพศต้องเสมอภาคกัน เราก็ควรใช้หนึ่งเสียงของเราในฐานะพลเมืองให้กับพรรคที่มีอุดมการณ์เชิดชูสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาค เลือกพรรคที่จะพาเราไปสู่การมีผู้นำที่ฟังเสียงเราและทำให้ปี 2019 ของเราเป็นปีแห่งการได้มาซึ่งการยอมรับเราในฐานะมนุษย์ธรรมดาทั่วๆ ไปที่ไม่ใช่บุคคลวิกลจริตหรือตัวตลก

 

“เพราะสิทธิมนุษยชนก็คือสิทธิมนุษยชน ไม่มีเพศ ไม่มีศาสนา ไม่มีการแต่งกาย ไม่มีการศึกษา ไม่มีเชื้อชาติ หรือวรรณะ คนคือคน”

 

Chiang Mai Pride 2019 เสาร์ซาวเอ็ดกับงานไพรด์ครั้งแรกในรอบ 10 ปีของเชียงใหม่

บรรยากาศงาน Chiang Mai Pride 2019 สีสันแห่งความแตกต่างหลากหลายที่เกิดขึ้นอีกครั้งในเชียงใหม่ นับตั้งแต่งานเกย์ไพรด์เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ต้องยุติการจัดงานไปหลังจากถูกกลุ่มผู้ต่อต้านปิดล้อม .เรื่อง: ณรงค์กร มโนจันทร์เพ็ญภาพ: วรรษมน ไตรยศักดาตัดต่อ: วชิระ มากทรัพย์.ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/#ChiangMaiPride #ChiangMaiPride2019 #LGBT #LGBTQ #News #TheStandardVDO #TheStandardCo #TheStandardTH #StandUpForThePeople #StandUpForEachOther

โพสต์โดย THE STANDARD เมื่อ วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2019

 

Written by : Rujirada

 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LIFESTYLE

Airbnb เปิดตัวเลขสถิติ หลังคลายล็อกดาวน์ คนไทยค้นหาที่พัก “หัวหินพุ่งกว่า 135%”

Published

on

Airbnb เปิดตัวเลขสถิติการค้นหาที่พัก “หลังคลายล็อกดาวน์” พบ “หัวหิน เพชรบุรี” พุ่งกว่า 135% และมีการพักระยะยาวมากขึ้นถึง 15% พร้อมโฮสต์ใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 62%

Short brief :

  1. Airbnb เผยยอดค้นหาที่พักในเพชรบุรีเพิ่มขึ้น 135% ด้านพัทยาและระยองเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

2. คนไทยเจนซีและมิลเลเนียลในกรุงเทพฯ ภูเก็ต หัวหิน สมุยและพัทยา เข้าร่วมเป็นโฮสต์มากขึ้น คิดเป็นสัดส่วน 62% ของโฮสต์ใหม่ช่วงครึ่งปีแรก 2564

3. การค้นหาที่พักในประเทศระหว่าง 7-27 คืน เติบโตขึ้นสองเท่าและการพักระยะยาวตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป เพิ่มขึ้นถึง 15%

Airbnb เผยยอดค้นหาที่พักในเพชรบุรีเพิ่มขึ้น 135%

Airbnb เปิดเผยข้อมูลล่าสุดระบุ การค้นหาที่พักในประเทศพุ่งสูงขึ้นหลังการประกาศคลายล็อคดาวน์เมื่อต้นเดือนกันยายน สะท้อนถึงคนไทยมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นอย่างมาก โดยพบว่า คนไทยมีการค้นหาที่พัก Airbnb ในจังหวัดเพชรบุรีสูงขึ้นกว่า 135% เปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ยอดค้นหาในพัทยาและระยองต่างเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนั้น หัวหินยังรั้งจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ที่คนไทยต้องการไปพักผ่อนมากที่สุด และมีการค้นหาที่พักในหัวหินเพิ่มมากขึ้นถึง 150% ในครึ่งปีแรก

นายอมันพรีท บาจาจ ผู้จัดการทั่วไป ประจำอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน Airbnb เปิดเผยว่า “วันท่องเที่ยวโลกในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวที่ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องและช่วยกันผลักดันการพัฒนาความยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะมีการเริ่มต้นและพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ทุกคนและชุมชนมีส่วนร่วมและได้ประโยชน์มากกว่าที่ผ่านมา”

“เราได้เห็นการค้นหาบนแพลตฟอร์มเพิ่มสูงขึ้นในเดือนที่ผ่านม ตลอดจนการที่คนไทยเริ่มเข้ามาเป็นโฮสต์มากขึ้นเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวา ถือเป็นเรื่องราวดีๆ สำหรับชุมชนท้องถิ่นที่จะเห็นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวช่วยฟื้นตัวเศรษฐกิจท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี Airbnb ยังคงมีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในแต่ละพื้นที่ด้วยการส่งเสริมให้โฮสต์ให้บริการสิ่งที่โดดเด่น เป็นมิตรกับครอบครัว มีความสะอาดและการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ”

และจากผลการสำรวจเมื่อต้นปี 2564 ที่ระบุว่า คนไทยปรารถนาจะเดินทางท่องเที่ยวจุดหมายปลายทางที่ใกล้ธรรมชาติเมื่อสามารถกลับมาเดินทางได้อีกครั้ง ยังสอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดของ 5 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยที่ใช้ Airbnb หลังประกาศคลายล็อกดาวน์ ได้แก่ เพชรบุรี พัทยา ระยอง เขาใหญ่ และเชียงใหม่

คนไทยหันหาการเดินทางระยะยาวมากขึ้น

คนไทยมองหาการเดินทางและที่พักในระยะเวลานานขึ้น อ้างอิงจาก รายงานของ Airbnb ระดับโลกเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการเดินทาง เมื่อต้นปีที่ผ่านมาระบุว่า ผู้ใช้ Airbnb ทั่วโลกมีการระบุในรีวิวถึงการทำงานแบบระยะไกลเพิ่มขึ้นกว่า 520% เมื่อเที่ยบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับนักเดินทาง Airbnb คนไทยมีการค้นหาที่พักเฉลี่ยระยะเวลา 1-6 คืน และการค้นหาที่พักเพื่อเข้าพักยาวนานกว่า 30 วัน มีอัตราเพิ่มขึ้น โดยการค้นหาที่พักเพื่อค้างคืนระหว่าง 7-27 คืน สูงขึ้นเกือบสองเท่าหลังการประกาศคลายล็อกดาวน์

โฮสต์ใหม่เติบโตสูงคิดเป็นสัดส่วน 62%

นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุว่า คนไทยเจนซี กับ มิลเลนียล เป็นแรงผลักดันการเติบโตของโฮสต์คอมมูนิตี้ของ Airbnb  โดย Airbnb ได้ทำงานร่วมกันผู้ที่เพิ่งเริ่มเป็นโฮสต์ใหม่บนแพลตฟอร์ม Airbnb ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 คนเจนซี กับ มิลเลนียล อายุระหว่าง 20-40ปี เป็นกลุ่มคอมมิวนิตี้ของ Airbnb ที่มีการเติบโตสูงคิดเป็นสัดส่วน 62% ของโฮสต์ใหม่ ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเทพ ภูเก็ต หัวหิน สมุย และ พัทยาและมีโฮสต์หน้าใหม่ที่เปิดบ้านต้อนรับผู้เข้าพักในบุรีรัมย์ เกาะหลีเป๊ะ แม่ฮ่องสอน และจุดหมายปลายทางยอดนิยมอีกหลายๆ แห่งเพื่อเริ่มมีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวท้องถิ่นและต้อนรับการกลับมาของการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอีกครั้ง

ค้นหาที่พักและการเดินทางครั้งใหม่ของคุณได้ที่ : Airbnb

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

ถอดรหัส Amazfit จากสมาร์ทวอทช์ สู่แฟชั่นแก็ดเจ็ตแห่ง Paris Fashion Week

Published

on

ใครว่าใส่ Smartwatch แล้วดูเนิร์ด! พบกับก้าวใหม่ของ “Smartwatch” จากนาฬิกาอัจฉริยะสู่ แฟชั่นไอคอนอย่างเต็มตัว “Amazfit GTR 2″ บนบาทใหม่บน รันเวย์ Paris Fashion Week Spring Summer 2022 ชวนกันมาถอดรหัส ที่มา ที่ไปของการร่วมมือกันครั้งใหญ่ระหว่างตัว Top ของทั้งสองวงการ Amazfit x HELIOT EMIL

Amazfit แบรนด์อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก ประกาศสร้างความร่วมมือกับ HELIOT EMIL ในฐานะพันธมิตรอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะระดับโลกอย่างเป็นทางการ.การจับมือระหว่างแบรนด์ครั้งนี้จะเปิดตัวในงาน Paris Fashion Week ในการโชว์เดินแบบบนรันเวย์ประจำฤดูกาล Spring/Summer 2022 ของ HELIOT EMIL

เมื่อแฟชั่นมาบรรจบกับเทคโนโลยีสุดล้ำ

Amazfit เป็นแบรนด์ที่สนับสนุนให้ผู้สวมใส่ใช้ชีวิตทำในสิ่งที่รัก พร้อมกับสำรวจความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด และในฐานะแบรนด์อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่น Amazfit ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนให้ลูกค้าใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและกระฉับกระเฉง.ในงาน Paris Fashion Week ครั้งนี้ Amazfit จะยกระดับการผสมผสานแฟชั่นเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์อัจฉริยะสามารถบ่งบอกสไตล์เฉพาะตัว และสามารถสวมใส่ได้ทั้งบนรันเวย์หรือที่อื่น ๆ โดยสมาร์ทวอทช์ของ Amazfit รวมทั้งรุ่น GTR 2 และ GTS 2e ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้สวมใส่ก้าวสู่ความแข็งแรงและยังดูดีมีสไตล์ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาแฟชั่นที่ไม่เหมือนใครของ HELIOT EMIL.“อย่าหยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่และผลักดันการแลกเปลี่ยนเชิงความหมายในอุตสาหกรรมการสร้างสรรค์” HELIOT EMIL กล่าว

เมื่อสไตล์มาบรรจบกับสุขภาพ

สมาร์ทวอทช์ซีรีส์ Amazfit GTR 2 และ GTS 2 มาพร้อมกับเซนเซอร์ความแม่นยำสูง BioTracker™ 2 PPG โดยระบบเซนเซอร์ที่ทรงพลังนี้ช่วยปกป้องดูแลสุขภาพได้อย่างรอบด้าน

ค่า PAI คำนวณด้วยการประมวลผลข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจ ระยะเวลาการออกกำลังกาย และข้อมูลสุขภาพที่ซับซ้อนอื่น ๆ ด้วยอัลกอริทึม ซึ่งค่าดังกล่าวสามารถประเมินสุขภาพเฉพาะบุคคลโดยอิงข้อมูลสุขภาพของผู้สวมใส่ มอบประสบการณ์ที่แตกต่างเฉพาะตัวให้กับทุกคน.“เราตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ HELIOT EMIL

เนื่องจากเรามีวิสัยทัศน์ตรงกันว่าแฟชั่นควรจะมีสไตล์ ใช้งานได้จริง สวมใส่ได้ และมีประโยชน์ การสร้างความร่วมมือครั้งนี้และการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์ซีรีส์ GTR 3 และ GTS 3 จะเป็นตัวแทนของผู้บริโภครุ่นใหม่สายแฟชั่นที่ให้คุณค่ากับผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชีวิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น สมาร์ทวอทช์ซีรีส์ GTR 3 และ GTS 3 จะเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2564 โปรดติดตามรายละเอียดต่อไป” Amazfit กล่าว

หากใครสนใจที่จะเป็นเจ้าของ Amazfit GTR 2 & GTS 2 ในราคาประมาณ 5,xxx สามารถคลิกไปสั่งซื้อกันได้ที่ : https://bit.ly/3ojGFg0

หรืออยากจะลองทดสอบความเท่แบบซอฟ ซอฟ กับ สมาร์ทวอทช์ตัวเล็กแต่เท่จัดอย่าง Amazfit Neo ในราคาเพียง 990.- สามารถคลิกไปสั่งซื้อกันได้ที่ https://bit.ly/3F6LY8H

สามารถดูรีวิวของ “Amazfit GTR 2 & GTS 2 l สมาร์ตวอตช์ฟังก์ชันจัดเต็ม มีไมค์ มีลำโพง รับสายได้ กันน้ำลึก” ได้ที่ :

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

LIFESTYLE

โรคเครียดจากการทำงาน กำลังคร่าชีวิตคนไปเกือบ 2 ล้านคนต่อปี

Published

on

เรามักจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน เงินไม่มีต่างหากที่ฆ่าเรา” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย อันที่จริงประโยคนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน นายเฟฟเฟอร์ แห่งคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หักล้างประโยคนี้ด้วยหนังสือของเขาที่เขานั้นเป็นผู้เขียนเอง และร่วมเขียนถึง 15 เล่ม ในทฤษฎีเกี่ยกวับการจัดการ และบริหารทรัพยากรมนุษย์ ว่ากันว่าเขาเป็นนักคิดเรื่องทฤษฎีการจัดการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกคนหนึ่ง

เหมือนตลกร้ายที่หนังสือของเขากลับอ้างอิงจากชีวิตจริงของผู้ที่เสียชีวิตจากการทำงานหนักไว้หลายคน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเอกสารรายงานบ่งชี้ถึงความจริงข้อนี้จากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองคฺการแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เกี่ยวกับผลกระทบจากการทำงานหนักของประชากรโลกว่าการทำงานมีส่วนทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 1.9 ล้านคนในปี 2016 

ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเสียชีวิต

  • หนึ่งในปัจจัยหลักที่สำคัญก็คือ ชั่วโมงในการทำงานที่ยาวนานเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุเชื่อมโยงในผู้เสียชีวิตถึง 750,000 ราย คิดเป็นราวๆ 39% จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือประชากรภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิกตะวันตก มีอัตราเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยสาเหตุจากการทำงานมากที่สุดจากรายงานดังกล่าว 
  • การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังเป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้หลายบริษัทของ Work From Home เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ยิ่งยากต่อการกำหนดชั่วโมงในการทำงานที่แน่นอน พนักงานต้องทำงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยน 2.5 ชั่วโมงต่อวัน ที่สำคัญยังทำให้เปิดภาวะกดดันในการอยู่บ้าน ทั้งที่บ้านควรเป็น Save Zone ที่รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง

การทำงานล่วงเวลาคร่าชีวิตคนไปแล้วมากมาย

ในปี พ.ศ. 2559 มีผู้เสียชีวิตจากปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องในการทำงานล่วงเวลาอย่างน้อย 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไปแล้วเป็นจำนวน 745,000 ราย การเสียชีวิตด้วยสาเหตุเกี่ยวข้องนี้ไม่ได้เสียชีวิตในทันที แต่เป็นผลพวงที่ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพต่อเนื่อง

มีชุดข้อมูลที่วิเคราะห์อ้างอิงเสริมว่าใน 194 ประเทศ พบว่า การทำงาน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ได้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองถึง 35% และเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดถึง 17% เมื่อเทียบกับคนที่ทำงานเฉลี่ย 35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 

อ้างอิง : https://positioningmag.com/1352717

อ้างอิง : https://www.bbc.com/thai/international-48108042

อ้างอิง : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2099642

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
EDUCATION2 วัน ago

เคล็ดลับ 5 ข้อในการลงทุนของ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’

MARKETING TIPS5 วัน ago

เตรียมตัวให้พร้อม! พาไปส่อง Social Media Trends 2022

NEWS UPDATE1 สัปดาห์ ago

Data Never Sleeps เกิดอะไรขึ้นบ้างทุก 1 นาที บนโลกออนไลน์

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

AIS ดึงน้อง ‘ไอ-ไอรีน’ (Virtual Influencer) เป็น Brand Ambassador หวังผลักดันตลาด 5G

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

สร้างแบรนด์แบบ Inside-out มัดใจลูกค้าฉบับ ‘นัวไฮโซ’

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

เดินเกมธุรกิจตามกระแสรักษ์โลก เมื่อคนไทยยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

แคมเปญแก้วสี Amazon ที่เรียบง่ายแต่อิมแพค

LIFESTYLE3 สัปดาห์ ago

Airbnb เปิดตัวเลขสถิติ หลังคลายล็อกดาวน์ คนไทยค้นหาที่พัก “หัวหินพุ่งกว่า 135%”

LIFESTYLE3 สัปดาห์ ago

ถอดรหัส Amazfit จากสมาร์ทวอทช์ สู่แฟชั่นแก็ดเจ็ตแห่ง Paris Fashion Week

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

Truth About Generation Z : พฤติกรรม Gen Z ไทยเขาสนใจอะไร

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION1 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

EDUCATION1 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CONTENT TIPS10 เดือน ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

Facebook

Trending

1333 Views