Connect with us

EDUCATION

ไขปริศนา “อะไรที่ทำคุณมีความสุข” ความลับจากโครงการวิจัยชั่วชีวิต

ชีวิตที่ดี มีได้จากอะไร บทเรียนจากการวิจัย “ความสุขของมนุษย์” ที่ยาวนานที่สุด และยังคงวิจัยต่อไป

Published

on

ชีวิตที่ดี มีได้จากอะไร บทเรียนจากการวิจัย “ความสุขของมนุษย์” ที่ยาวนานที่สุด และยังคงวิจัยต่อไป

“ความสุขคืออะไร ? น่าจะเป็นคำถามที่หลายคนพยายามค้นหา ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์ ศาสนา หรือแม้แต่ความเชื่อต่างๆนานา” และการตั้งคำถามนี่เองคือจุดเริ่มต้นของ “โครงการ Harvard study of Adult Development”โครงการที่วิจัย “ค้นหาความหมายของความสุข” มาตั้งแต่ ปี 1938 จนถึงปัจจุบัน โดยมี Robert Waldinger เป็นผู้อำนวยการโครงการฯ คนที่ 4 ของโครงการ

โดยโครงการนี้ได้ทำการติดตามชีวิตผู้ชาย 724 คน โดยแบ่งกลุ่มสำรวจเป็น 2 กลุ่มคือ

กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มนักศึกษาปีที่ 2 ใน Harvard University ซึ่งจบระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปเป็นทหารในยุคนั้น


กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มของเด็กยากจนในบอสตัน เป็นกลุ่มเด็กที่มีปัญหาในช่วงปี 1930s

โดยในการวิจัยของโครงการนี้ จะทำการ สอบถามเกี่ยวกับชีวิต การทำงาน ติดตามชีวิตไปเรื่อย โดยไม่รู้ว่าอนาคตพวกเขาจะเป็นอย่างไร และในปัจจุบัน 60 คนจาก 724 คนยังมีชีวิตอยู่ มีอายุประมาณ 90 ปีขึ้นไป

ซึ่งในขณะนี้มีการขยายผลไปถึงครอบครัวของพวกเขา รวมจำนวนแล้วประมาณ 2,000 คน ทำให้ข้อมูลที่ได้ของ “งานวิจัยครั้งนี้ยิ่งมีความชัดเจนและเข้าใกล้ความหมายของความสุขมากยิ่งขึ้น”

*โดยมีข้อมูลระบุว่า ในจำนวน 724 คนที่ทำงานสำรวจ แต่ละคนก็มีหน้าที่การงานแตกต่างกันออกไป ทั้งเป็นขี้เหล้า เมายา เกเร และก็มีอีกกลุ่มที่มีหน้าที่การงานที่ดี ทำงานบริษัท เป็นหน่วยงานภาครัฐ หรือจนกระทั่งเป็น ประธานาธิบดีเลยก็มี ซึ่งหลายข้อมูลอ้างอิงระบุว่าเป็น John F. Kennedy

จากการบันทึกข้อมูลที่แสนยาวนานก็พบ กุญแจที่จะไขปริศนาแห่งความสุข โดยสรุปได้เป็น 3 ข้อใหญ่

1.Good Relationships keep us happier and healthier. – ความสัมพันธ์ที่ดี คือตัวแปลแห่งความสุขที่เพิ่มยิ่งขึ้น

ซึ่งคำตอบที่ได้ อาจจะทำให้หลายคนแปลกใจ ที่ไม่ใช่ทรัพย์สิน เงินทอง หรือการงานที่ดีลแต่กลับเป็น “ความสุข” ที่เกิดจากการรักษาความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว และคนรอบข้าง ซึ่งจากผลสำรวจของโครงการที่แสนยาวนาน “คนล้มเหลวในเรื่องความสัมพันธ์ ก็มีผลทำให้ทำให้อายุสั้น สุขภาพแย่ลง มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิต”

2. ความสุขจะเกิดขึ้นต่อเมื่อ “พอใจต่อความสัมพันธ์นั้นหรือไม่”

มีข้อสรุปว่า “ความสุขจะเกิดขึ้น ก็คือเมื่อเกิดความพอใจกับความสัมพันธ์นั้นด้วย” โดยมีผู้ทดสอบส่วนมากที่มีโรคประจำตัว หรือโรคร้าย แต่ถ้า ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวดี ก็จะทำให้ความเจ็บปวดน้อยลง แต่ในทางตรงข้าม ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดี โรคประจำตัวก็จะทำให้เจ็บปวดมากขึ้น

3.การรักษาความสัมพันธ์ที่ดี จะช่วยให้สมองทำงานดี ห่างไกลปัญหาสมองเสื่อม

การพบสำรวจส่วนใหญ่พบว่า “คู่รักที่รักษาความสัมพันธ์อันดีไว้ เมื่อมีอายุมากขึ้น สมองก็ยังคงทำงานได้ดี ห่างไกลจากปัญหาความจำเสื่อม”

ทั้งหมดนี้คือข้อมูลที่จะเป็นกุญแจนำทางค้นหาความหมายของคำว่า “ความสุข” ที่ถึงแม้บ้างครั้งอาจจะยังไม่ค่อยตรงใจใคร แต่การเดินหน้าค้นหาและวิจัยต่อไปรุ่นสู่รุ่น ก็น่าจะพบความหมายที่แท้จริงของ “ความสุข” ได้

แต่อย่างไรก็ความกุญแจดอกแรก ที่อยากให้ทุกคนได้ลองเดินตามก็คือ
Good Relationships keep us happier and healthier ขอให้มีความสุขกันชีวิตนะครับ

สามารถอ่านฉบับเต็มของ TED TALK ในหัวข้อ Robert Waldinger – TEDxBeaconStreet ได้ที่นี่ มี SUB THAI และบทบรรยาไทย

ขอบคุณที่มาจาก :


Things Around Us

Robert Waldinger – TEDxBeaconStreet

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

EDUCATION

กฎพื้นฐาน “5 ข้อสำหรับการสื่อสารเพื่อธุรกิจ” และคนทั่วไป

Published

on

“การพูดคือการแบ่งปัน ส่วนการฟังก็คือการใส่ใจกันนั่นเอง

“การสื่อสาร” มักเป็นประเด็นปัญหาระดับท็อปฮิตทั้งในระดับส่วนตัว และในระดับองค์กร เพราะ มุมมองเกี่ยวกับเรื่องการสื่อสาร

“อาจทำให้อีกฝ่ายมองว่าคุณเป็นคนที่ไว้วางใจได้ ถึงคุณพูดไม่เก่ง แต่อีกฝ่ายก็จะยอมรับฟังคำพูดของคุณ แต่ถ้าอีกฝ่ายมองว่าคุณเป็นคนขี้บ่นและจู้จี้จุกจิก แค่คุณตั้งท่าจะชวนคุย อีกฝ่ายก็ระแวงแล้วว่าน่าจะไม่ใช่เรื่องดี และไม่ยอมเปิดใจรับฟัง” ได้เช่นเดียวกัน

ซึ่ง 5 สาเหตุหลักๆ ต่อไปนี้อาจทำให้คุณสื่อสารกับคนอื่นไม่รู้เรื่องก็ได้นะ

คุณเคยลองสังเกตุตัวคุณเองหรือเปล่าครับว่า เวลาที่คุณสื่อสารอะไรไปแล้วคนฟัง “มักเหม่อคำพูดของคุณบ้างหรือเปล่า ??” หากเป็นอยู่คุณอาจมีสาเหตุหลักๆ 5 สาเหตุด้วยกันดังนี้

คุณไม่มีความมั่นใจในตัวเอง : มันอาจเป็นข้อตายตัวของเรื่องการพูดของทุกๆ คนจริงๆ ครับคุณคิดตามผผผมนะครับหากเรื่องที่คุณจะสื่อสารออกไปคุณยังขาดความมั่นใจอยู่แล้วคุยจะสื่อสารให้ผู้ฟังรับรู้ได้อย่างไร

คุณไม่รู้ว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร : ปัญหาที่ทำให้หลายๆ คนสื่อสารแบบวกไปวนมากหรือบางทีก็ดูไม่เข้าใจก็เพราะบางคนไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ประเภทมีเรื่องนั้นก็ไปทางหนึ่ง พอมีเรื่องนี้ก็ไปอีกทาง บ้างก็พูดไปเรื่อยๆ โดยไม่สามารถโฟกัสได้ว่าจะเอาอะไรเป็นสำคัญ

คุณเรียงลำดับความคิดไม่ถูก : ในการสื่อสารของแต่ละครั้งก็เหมือนกับการเล่าเรื่องบางอย่างให้อีกฝั่งได้รู้เรื่อง และความสำคัญที่สุดคือคุณสามารถเล่าเรื่องนั้นให้คนอื่นเข้าใจและติดตามได้ง่ายแค่ไหน ทำไมเรื่องราวบางเรื่องเราฟังครั้งเดียวก็รู้ว่าอะไรคืออะไร 

คุณไม่มีข้อมูลที่หนักแน่นพอ : ปัญหาที่หลายๆ คนมักจะเจอคือการพูดแบบห้วนๆ โดยไม่มีข้อมูลหรือเหตุผลสนับสนุน จนทำให้สารหลายๆ อย่างดูล่องลอย บ้างก็ไม่น่าคล้อยตาม ทั้งที่จริงๆ แล้วถ้าคุณสามารถอธิบายหลักเหตุผลรวมทั้งสิ่งที่สามารถเอามารองรับและสร้างน้ำหนักให้กับสิ่งที่คุณพูดแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่คนอื่นจะเชื่อคุณ 

คุณใช้อารมณ์ในการสื่อสารมากไป : สิ่งที่ตรงข้ามกับเหตุผลก็คือตัวอารมณ์ซึ่งหลายๆ ทีเป็นตัวฉุดให้หลายๆ ครั้งของการพูดคุยเสียเรื่องไป ทั้งนี้เพราะการใช้อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องจะทำให้อีกฝั่งรับรู้อารมณ์ของคุณได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งนี้อาจเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ใครหลายคนอาจไม่สนใจในตัวคุณเวลาที่คุณสื่อสารอะไรให้เค้าฟังก็ได้นะครับ

แล้วเราจะทำอย่างไรดีล่ะเพื่อให้คนที่ฟังเราสนใจในตัวเราจริงๆ กันนะ

เพราะการสื่อสารไม่ใช่เรื่องยากเลยครับที่จะทำให้เข้าใจในตัวคุณนั้นแค่คุณนั้นต้องตั้งเปลี่นย Mind Set กันใหม่เสียก่อนเพราะหากยังยึดพฤติกรรมเดิมๆ รับรองได้เลยครับยังไงสื่อสารอะไรไป ผู้ฟังก็อาจทำพฤติกรรมเดิมๆ กับคุณได้แค่เริ่มจาก

  • การมีบุคลิกภาพที่ดีขณะพูดก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้เราดูพร้อมและมีความมั่นใจ รวมทั้งการเลือกใช้ภาษากายที่เหมาะสม ก็สามารถทำให้การพูดน่าสนใจขึ้นขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวางมือ หรือการมองตา
  • ศึกษาและทำความเข้าใจผู้ฟังล่วงหน้า เพื่อให้เราสื่อสารได้อย่างเหมาะสมกับผู้ฟังมากขึ้น
  • เลือกใช้ระดับเสียงเพื่อดึงให้ผู้ฟังสนใจ และจะช่วยให้เราสื่อสารออกไปได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น
  • เว้นจังหวะเล็กน้อย เมื่อต้องการพูดเรื่องสำคัญ เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ฟัง หรือหยุดเมื่อพูดเรื่องสำคัญจบ เพื่อให้ผู้ฟังได้คิดตาม
  • ลองหาคำพูดที่คิดว่าสามารถสร้างสีสัน หรือดึงความสนใจได้มาใช้ แต่ต้องระวังอย่าใช้ภาษาที่เป็นคำเฉพาะกลุ่ม หรือศัพท์เทคนิคมากเกินไป

แต่เราก็ยังมีพื้นฐานที่จะช่วยให้คุณนั้นพูดคุยได้รู้เรื่องมากกว่าเดิมด้วย กฎพื้นฐาน 5 ข้อสำหรับการสื่อสาร

  1. เพิ่มพลังการสื่อสารให้ตัวเอง

    ▪ ต้องมีเทคนิคที่จะทำให้คนอื่นวางใจและรู้สึกร่วม
    ▪ คนเราจะตั้งใจฟังเฉพาะคนที่ชอบเท่านั้น
    ▪ การสื่อสารไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะกัน แต่เป็นการสร้างสะพานระหว่างเรากับอีกฝ่าย
  2. พิจารณาว่าคำพูดมีความหมายอย่างไรกับอีกฝ่าย

    ▪ คนเราไม่อยากฟังเรื่องที่ไม่มีความหมายหรือไม่เกี่ยวข้องกับตัวเองอยู่แล้ว
    ▪ คำพูดเราเป็นข่าวสารที่มีประโยชน์ มีความรู้ การให้กำลังใจ หรือน่ายินดีสำหรับอีกฝ่ายหรือไม่
    ▪ เราคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหลังได้ฟัง
  3. กำหนดเรื่องที่อยากจะสื่อสารให้ชัดเจน

    ▪ อยากพูดอะไร
    ▪ ทำไมต้องคุยกับคนนี้
    ▪ หลังจากได้คุยแล้วอยากทำอะไรต่อไป
  4. ให้เหตุผลประกอบความคิดเห็น 

    เนื่องจากทุกคนล้วนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง หนังสือจะแนะนำวิธีคิดหาเหตุผลจากมุมมองหลายๆ ด้านเพื่อให้เราเข้าใจคนอื่นด้วย และสามารถโน้มน้าวใจผู้อื่นได้ด้วยการใช้หลักเหตุผล
  5. ซื่อตรงต่อความรู้สึก

    เพราะความรู้สึกขณะพูดสำคัญกว่าคำพูดเสียอีก และอาจทำให้ใครหลายๆ คนอินไปกับความรู้สึกจึงทำให้เค้าสนใจในตัวคุณมากขึ้นได้อีกด้วย

ก่อนจะเริ่มต้นสื่อสาร คุณต้องนึกให้ได้ทุกครั้งว่าเป้าหมายหรือใจความสำคัญของการสื่อสาร คือ “การถ่ายทอดความคิดตัวเองให้คนอื่นเข้าใจ” ไม่ใช่การเอาชนะหรือเพื่อทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด ถ้าตั้งเป้าผิด แค่คุณเริ่มต้นก็ผิดแล้ว

แต่คุณก็สามารเพิ่มพลังการสื่อสารให้ตัวเองได้อีกด้วย

ซึ่งวิธีที่จะแนะนำนี้เป็นวิธีการที่ดีและผมเองก็เอามาใช้บ่อยเวลาต้องพูดเรื่องที่ต้องการจะสื่อสารให้ใครสักคนได้รับรู้ถึงข้อมูลดังที่เราต้องการจะสื่อให้เค้าฟัง ยกตัวอย่างเช่น

  • เช็คก่อนว่าภาพลักษณ์เราในสายตาคนอื่นเป็นยังไง เพราะคนพูดสำคัญกว่าเรื่องที่จะพูด คุณคิดว่าตัวคุณเป็นสื่อแบบไหน มีพลังในการสื่อสารแบบไหน ถ้าลองคิดถึงสื่อ เช่น หนังสือพิมพ์ ช่องทีวี หรือเพจเฟซบุ๊ค แต่ละสื่อล้วนมีภาพลักษณ์และจุดแข็งในแบบตัวเอง ถ้าเอาข่าวน่าเชื่อถือไปยัดใส่ปากคนที่มีภาพลักษณ์ไม่น่าไว้ใจ ตัวข่าวเองก็คงดูลดความน่าเชื่อถือลงเยอะ สำหรับคนธรรมดาก็ไม่ต่างกัน คุณต้องมีภาพลักษณ์ที่ดีและน่าไว้ใจในสายตาคนอื่นเสียก่อน
  • โดยปกติแล้วคนเราจะพิจารณาเนื้อหาที่ได้ฟังควบคู่ไปกับภาพลักษณ์ของคนพูด ถ้าคุณมีภาพลักษณ์ที่ดี คนก็จะยอมรับฟังคำพูดของคุณง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นคุณต้องทำตัวเป็นสื่อที่ผู้คนอยากรับฟัง ให้ลอง ถอยออกมาพิจารณาตัวคุณเองจากมุมมองของคนอื่นดูว่าแท้จริงแล้ว “คุณอยากให้คนอื่นมองตัวเองแบบไหน” และสุดท้ายเราก็แค่เลือกว่าจะแสดงภาพลักษณ์ของตัวเองในด้านไหนให้คนอื่นเห็น ส่วนวิธีการสร้างนั้นก็สร้างได้หลายทางผ่านทางพฤติกรรม การแต่งกาย สีหน้า การปฏิบัติต่อผู้อื่น การอุทิศตนเพื่อส่วนรวม ผลงาน เป้าหมายในชีวิต

การพูดที่ดีก็เหมือนกับการสร้างสะพานเชื่อมโยงตัวเรากับอีกฝ่าย

เพราะการสื่อสารเป็นการเชื่อมโยงกันเหมือนดังสะพานที่จะต้องมีจุดหมายปลายทางคืออีกฝั่งที่เราจะข้ามไป ซึ่งเทคนิคการสร้างสะพานมีหลายทาง ตั้งแต่

  • การใช้หลักเหตุผล คือ หาข้อสนับสนุนที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ทั้งคู่
  • การใช้ความรู้สึกร่วม คือ แสดงท่าทีหรือคำพูดที่ทำให้อีกฝ่ายคิดว่าเรามีความรู้สึกร่วมไปกับเขาด้วย
  • สร้างความไว้วางใจ อันนี้ถือเป็นขั้นสุด ซึ่งถ้าทำได้จะทำให้เกิดสายสัมพันธ์ในใจทั้งสองฝ่าย

แล้วจะโน้มน้าวใจผู้ฟังอย่างไรล่ะ ??

เพราะการพูดให้คนฟังนั้นง่ายแต่คุณจะโน้มนามใจผู้ฟังได้อย่างไรดีล่ะเพราะการที่จะทำให้ผู้ฟังนั้นรับฟังคุณไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ซึ่งผมก็นำวิธีเล็กๆ น้อยมาแนะนำให้คุณ

  • สิ่งที่สำคัญในการสื่อสารคือ ความคิดเห็น (สิ่งที่เราอยากบอก) กับ เหตุผล (สิ่งที่จะช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจความคิดเห็นของคุณ) เพราะฉะนั้นเวลาพูดควรมี 2 สิ่งนี้ควบคู่กัน โดยจะบอกส่วนไหนก่อนก็ได้
  • สำคัญคือ คุณต้องรู้จริงๆ ว่าตัวเองอยากพูดอะไร สำหรับเรื่องง่ายๆ ก็น่าจะไม่ยาก แต่ถ้าโดนถามคำถามที่เราไม่รู้ข้อมูล ไม่มีความรู้ ก็อาจจะตอบยากขึ้น เช่น คิดยังไงกับเรื่องที่ประเทศเกาหลีเหนือลักพาตัวคนญี่ปุ่น ถ้าคุณไม่รู้รายละเอียด ก็อาจจะแสดงความคิดเห็นไม่ได้
  • สิ่งที่ทำได้คือ ฝึกถามคำถามตัวเองบ่อยๆ ทำตัวเหมือนเป็นนักสัมภาษณ์ตัวเอง คือ ถาม ตอบ ถาม ตอบ โดยอาจใช้คำถามประเภท 5W 1H ก็ได้ เช่น ปัญหานี้เกิดเมื่อไหร่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับใคร เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดที่อื่นด้วยไหม ตอนนั้นปัญหาคลี่คลายได้อย่างไร การสัมภาษณ์ที่ดีจะค่อยๆ ดึงเอาความรู้สึกในใจออกมาได้เองครับ
  • เมื่อเราสื่อสารกับตัวเองได้ดี การสื่อสารกับคนอื่นก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

แต่ทั่งหมดนี้ที่ผมพูดไปก็คงบอกไม่ได้ว่าคุณจะใช้ได้จริงหรือเปล่าเพราะถ้าหากคุณนั้นยังไม่ได้คิดจะลองเปลี่ยนพฤติกรรม หรือ Mind Set ใหม่ๆ เพื่อเข้าใจในการเป็นพูดฟังให้มากแล้วล่ะก็การพูดของคุณเองก็เป็นเรื่องไร้สาระได้เช่นกัน

Cr : หนังสือเรื่อง “พูดให้คนเข้าใจ…ง่ายแบบนี้เอง” ผู้เขียน Zuni Yamada (ซูนี ยะมะดะ)
medium
jobthai
nuttaputch

Continue Reading

CONTENT TIPS

LinkedIn เผย Future Of Skills 10 ทักษะเฉพาะทางที่ “ตลาดต้องการมากที่สุด”

Published

on

“เมื่อโลกเปลี่ยน ตลาดแรงงาน ก็เปลี่ยนแปลงตาม”

ในเมื่อโลกนี้ยังมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ทักษะที่มีในวันนี้ พอตกมาวันพรุ่งนี้อาจใช้ไม่ได้ ในเมื่อสภาพแวดล้อมในการทำงานได้เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

แล้วทักษะอะไรล่ะที่จะมีประโยชน์ในที่สุดในขณะนี้ ??

ก็อย่างที่ผมได้บอกไปในตอนแรกเริ่มว่าในเมื่อ “ตลาดแรงงาน” มีการเปลี่ยนแปลง แล้วทักษะแบบไหนล่ะที่องกรค์ต้องการ ซึ่งวันนี้ผมได้ไปเจอข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจมากๆจาก LinkedIn ที่เผยพูดถึง 10 ทักษะในอนาคต หรือ “Future Of Skills” ที่กำลังเป็นที่ต้องการในทางตลาดเอเชียแปซิฟิกในปัจจุบัน และความต้องการของการตลาดในอนาคต

ซึงทาง LinkedIn ได้เผยออกมาว่า 10 ทักษะนี้ได้คิดเป็น 42% ของทักษะหลักที่จำเป็นสำหรับอาชีพทั่วๆไป เช่น

Creativity = ความคิดสร้างสรรค์ที่นำมาใช้ในการทำงาน
Persuasion = การโน้มน้าวผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะในการพูดคุย
Collaboration = การทำงานเป็นทีม
Adaptability = การปรับตัวและการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
Time Management = การบริหารเวลาในการทำงานและจัดการชีวิตประจำวันได้

แล้วทั้ง 10 ทักษะจาก LinkedIn นั้นมีอะไรบ้างนะ

ทุกอุตสาหกรรมกำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งตอนนี้มีแรงงานที่มีทักษะไม่สูงไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ซึ่งทักษะด้านเทคโนโลยีจะทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ และคนที่จะเริ่มทำการเทรนด์ตั้งแต่อายุยังน้อย และ ควรเรียนรู้ 10 ทักษะต่อไปนี้

1.ความรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence)

เมื่อทุกๆ บริษัทต่างต้องพึ่งพาข้อมูลอย่าง AI มหาศาลก็มีบทบาทมากขึ้นยิ่งกระบวนการตัดสินใจ เช่น Airbnb ที่ตอนนี้ได้มีการใช้การจดจำภาพ และ Machine Learning เพื่อค้นหาว่าภาพไหนน่าดึงดูดที่สุดสำหรับแขกผู้เข้าพัก

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ Business analyst
▪ Data scientist
▪ Software engineer

2.ความรู้ด้านบล็อกเชน (Blockchain)

Blockchain ได้กลายเป็นที่รู้จักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีอย่าง Bitcoin ต่อมาได้ขยายการใช้งานอย่างกว้างขวาง ใช้ในภาคต่างๆ เช่น ทางด้านกฏหมาย ความปลอดภัย และการศึกษา

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ Blockchain developer
▪ Chief technology officer
▪ Consultant

3.อาชีพที่ต้องการกำกับดูแล (Compliance)

การทำให้ปฏิบัติตาม กฏระเบียบ กฎข้อบังคับ หรือ มาตรฐานบางอย่าง ในโลกยุคนี้ จำเป็นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาปฏิบัติตามกรอบกฎระเบียบและกฎหมายต่างๆ ของแต่ละประเทศที่ดำเนินธุรกิจอยู่จึงมีความต้องการอาชีพที่มีความเกี่ยวข้องกับ Compliance เพิ่มขึ้น

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ Chief data officer
▪ Compliance officer
▪ Risk management officer

4.Continuous integration

กระบวนการที่ใช้สำหรับการรวบรวมซอฟแวร์ที่มีการพัฒนาแยกส่วนกันอย่างอัตโนมัติ จุดประสงค์ของหน้าที่นี้คือการช่วยตรวจจับปัญหาก่อนกำหนดในกระบวรการพัฒนา

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ DevOps engineer
▪ Full stack engineer
▪ Software engineer

5.ด้านการพัฒนาเว็บไซต์ (Frontend wed development)

โลกปรับเป็นดิจิทัลมากขึ้นทุกวัน การพัฒนาเว็บจึงทวีความสำคัญ อีกทั้งยังเป็นที่ต้องการของธุรกิจในอุตสาหกรรมส่วนใหญ่

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ Frontend developer
▪ Full stack engineer
▪ Wed developer

6.การสอนเทคโนโลยีในการจดจำท่าทาง (Gesture Recognition technology)

การช่วนปิดช่องว่างระหว่างมนุษย์และอุปกรณ์โดยการสอนคอมพิวเตอร์ให้สามารถอ่านการเคลื่อนไหวของมนุษย์ได้ โดยมีการคาดว่าภายในปี 2025 ตลาด Gesture Recognition ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึง 30.6 พันล้านเหรียญ ในตอนนี้ภาคการเงินและการธนาคาร การศึกษาระดับสูง และภาคการโฆษณา กำลังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ Mobile engineer
▪ Researcher
▪ Software engineer

7.การออกแบบที่คิดถึงผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered design)

การออกแบบโดยให้ผู้ใช้เป็นศูนย์กลางเป็นแนวทางการออกแบบที่เน้นการสร้างความพึงพอใจของผู้ใช้อย่างสูงสุด

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ Graphics designer
▪ Proguct designer
▪ User experience designer

8.หุ่นยนต์กระบวนการอัตโนมัติ RPA (Robotic Process Automation)

รูปแลลใหม่ของกระบวนการรอัตโนมัติทางธุรกิจ มีเป้าหมายเพื่อทำให้งานซ้ำซ้อนในปริมาณสูงโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างการทำงานก็อย่างเช่นในธนาคาร และโทรคมนาคมที่ได้รับการพัมนาให้การทำธุรกรรมและขั้นตอนการร้องเรียนของลูกค้าสามารถดำเนินไปโดยอัตโนมัติ

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ Business analyst
▪ Consultant
▪ Robotics engineer

9.การทำการตลาดบนสังคมออนไลน์ (Social media marketing)

การนำโซเชียลมาช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการยังคงเติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชียแปซิฟิก จะได้เห็นได้ว่าธุรกิจต่างๆ ใช้โซเชียลในการเข้าถึงลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ โดย 74% เชื่อว่าการทำการตลาดในโซเชียลจะมีส่วนช่วยในการสร้างผลกำไรมากพอสมควร

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ Digital marketing specialist
▪ Marrketing manager
▪ Social media marketing manager

10.การใช้ Workflow automation

การให้ระบบทำงานให้โดยอัตโนมัติหรือ Workflow automation เป็นกระบวนการอัตโนมัติที่ดำเนินเองตามกฏเกณฑ์ทางธุรกิจได้กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยการทำซ้ำกระบวนการที่มีทักษะต่ำโดยอัตโนมัติ จะทำให้พนักงานสามารถเอาเวลาที่เหลือไปใช้ทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์หรืองานที่ต้องใช้ทักษะที่สูงขึ้น

อาชีพที่ใช้ทักษะนี้ :
▪ Consultant
▪ Project manager
▪ Software engineer

ซึ่งส่วนที่สำคัญที่สุดจากที่ LinkedIn ระบุว่า 90% ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าทักษะมีความสำคัญยิ่งกว่าตำแหน่งงาน

นอกจากนี้ 89% ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่บอกว่าความสำเร็จไม่ใช่แค่สิ่งที่คุณทำสำเร็จในชีวิตแต่มันเกี่ยวกับสิ่งที่คุณสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นทำ และ 39% รู้สึกว่าประสบความสำเร็จมากที่สุดเมื่อสอนคนอื่น

สุดท้ายนี้หากคุณต้องการอยู่รอดในตลาดแรงงานไปอีกนานคงต้องเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติมตามความต้องการของบริษัทตลอดในปี 2019 และปีต่อ ๆ ไป เพื่อรับกับสถานการณ์ตลาดแรงงานและความต้องการของบริษัทต่าง ๆ กันด้วยนะครับ

และอีกเรื่องดีๆ ที่สุดแสนจะสำคัญ LinkedIn ยังเปิดสอนหลักสูตรทักษะต่างๆ ได้แค่คุณ คลิกที่นี้

ที่มา : techsauce
brandinside
ispacethailand
vsharecontent

Continue Reading

EDUCATION

จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

Published

on

อยู่ที่ไหนก็เรียนได้! “จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

คอร์ส “Heartful Marketing” เป็นหลักการตลาดที่ “ใช้หัวใจสื่อถึงหัวใจ” จากประเทศญี่ปุ่น โดยเน้นไปที่ “การสื่อสารและสร้างฐานลูกค้าอย่างยั่งยืน” ภายใต้ความสุขของทั้งลูกค้า นักการตลาด และผู้ประกอบการ

บทเรียนประกอบไปด้วย :

1. แนะนำวิชา Heartful Marketing
2. การตลาดทั่วไป Vs. การตลาดที่มีหัวใจ
3. ความหมายและพลังของการตลาด
4. ทำดีกว่าคู่แข่ง 1: ทำการตลาดอย่างไร
5. ทำดีกว่าคู่แข่ง 2: Value Proposition คืออะไร
6. ทำดีกว่าคู่แข่ง 3: การสร้าง Value Proposition จากจุดแข็ง
7. สินค้า มาก่อน Story-telling.

วิธีการสมัคร User สำหรับ Login :https://www.facebook.com/pg/spacebycbs/photos/?tab=album&album_id=2366686723567699

วิธีลงทะเบียนเรียน & เริ่มเรียน :https://www.facebook.com/pg/spacebycbs/photos/?tab=album&album_id=2366687596900945

ลงทะเบียนเรียนได้ที่ https://space.cbs.chula.ac.th/course/11/

Continue Reading
LIFESTYLE6 วัน ago

มาแล้ว! YouTube Premium ใช้ฟรี 1 เดือน ไม่มีโฆษณาคั่น

INNOVATION2 เดือน ago

คนไทยใช้ Google น้อยจริงหรือ ? มาเช็ก DATA ไปพร้อมกัน

MARKETING TIPS2 เดือน ago

กูรูแนะนำ “ยิงแอดโดยใช้ Funnel ได้ผล” แล้วอะไรคือ Funnel ? มาหาคำตอบกัน

MARKETING TIPS2 เดือน ago

6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook

CREATIVITY2 เดือน ago

KFC เปิดตัวเกมส์จีบผู้พัน “รับกระแส Gamification Marketing”

EDUCATION2 เดือน ago

กฎพื้นฐาน “5 ข้อสำหรับการสื่อสารเพื่อธุรกิจ” และคนทั่วไป

CONTENT TIPS2 เดือน ago

LinkedIn เผย Future Of Skills 10 ทักษะเฉพาะทางที่ “ตลาดต้องการมากที่สุด”

CREATIVITY3 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

LIFESTYLE3 เดือน ago

“Off-Facebook Activity” ฟีเจอร์ใหม่จาก Facebook เพื่อความเชื่อมั่นด้าน Privacy

CREATIVITY3 เดือน ago

เหตุผลที่ทำไมคนไทยหันมาเป็น Youtuber กันเยอะ ?

NEWS UPDATE8 เดือน ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

LIFESTYLE9 เดือน ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CREATIVITY7 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

CREATIVITY9 เดือน ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

CONTENT TIPS5 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY3 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

CONTENT TIPS9 เดือน ago

จับตามองให้ดีกับ “คอนเทนต์ 4 ประเภท” ที่มาแน่ในปี 2019

MARKETING TIPS8 เดือน ago

Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

EDUCATION5 เดือน ago

จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

NEWS UPDATE4 เดือน ago

Facebook ประกาศลบเพจในไทย 10 เพจ และผู้ใช้อีก 12 บัญชี

Facebook

Trending