Connect with us

LIFESTYLE

LINE ฉลองครบรอบ 10 ปี เผยความสำเร็จสู่แพลตฟอร์มที่ตอบสนองชีวิตคนไทย ย้ำความเป็น ECOSYSTEM

Published

on

LINE ฉลองครบรอบ 10 ปี เผยความสำเร็จสู่แพลตฟอร์มที่ตอบสนองชีวิตคนไทย

ในทุกไลฟ์สไตล์ และช่วยผลักดันธุรกิจในยุคดิจิทัล

ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์ที่เป็นมากกว่าแค่แชท

23 มิถุนายน 2564 LINE ครบรอบ 10 ปี ขอบคุณทุกผู้ใช้พร้อมตอกย้ำความสำเร็จบนเส้นทางการเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งเดียวที่ครองใจคนไทยตลอดทศวรรษที่ผ่านมา จากการยกระดับชีวิตดิจิทัลได้ ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน พร้อมเป็นแพลตฟอร์ม Chat Commerce ที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อธุรกิจเติบโตเต็มกำลัง ผลักดันศักยภาพแบรนด์และผู้ประกอบการไทยทุกระดับด้วยพลังของ LINE ECOSYSTEM เพื่อประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์

ยกระดับไลฟ์สไตล์ ขับเคลื่อนธุรกิจ บนเส้นทาง Digital Transformation

ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า“ตลอดการเดินทาง 10 ปี ของ LINE เราได้เติบโตอย่างรวดเร็วจากแอปพลิเคชันสื่อสารสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถยกระดับชีวิตคนไทยในยุคดิจิทัลด้วยฟีเจอร์และบริการต่างๆ บนแอปฯ ที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นทั้งแชท – ประชุมงาน – ช้อปปิ้ง – สั่งอาหาร – จ่ายเงิน – ดูซีรีส์ – อ่านข่าว ฯลฯ เราจึงก้าวเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งชีวิตของผู้ใช้ และมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากการใช้บริการของแพลตฟอร์มเรา มากไปกว่านั้น เรายังเป็นแพลตฟอร์มเพื่อธุรกิจที่สามารถขับเคลื่อนแบรนด์ องค์กรและผู้ประกอบการไทยทุกระดับบนเส้นทาง Digital Transformation สร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้ธุรกิจ เรารู้สึกดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตทางธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในทุกวันนี้ โดยเบื้องหลังความสำเร็จที่เกิดขึ้น มาจากความตั้งใจของ LINE ที่พัฒนาบริการทุกอย่างมาเพื่อตอบโจทย์ของผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด รวมถึงการสนับสนุนและความไว้วางใจของทุกคนที่มีให้กับเรา ”

ตอกย้ำประสิทธิภาพกลยุทธ์ Humanization & Localization

ความสำเร็จและการเติบโตดังกล่าวยังเป็นสิ่งตอกย้ำประสิทธิภาพของกลยุทธ์ Humanization & Localization ที่ LINE ใช้พัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อครองใจผู้ใช้ในเมืองไทยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่ของการพัฒนาฟีเจอร์ และบริการรวมถึงการทำการตลาดที่ตอบโจทย์คนไทย ดังเช่น การพัฒนา LINE MAN ที่มาปฏิวัติไลฟ์สไตล์การกินของคนไทยจนเติบโตและควบรวมธุรกิจกับ Wongnai จนเกิดแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง, การพัฒนา MyShop โซลูชันส์ที่มาเสริมแกร่ง Chat Commerce ให้ LINE Official Account รองรับการเปิดร้านค้าออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ได้ร่วมมือกับภาครัฐพัฒนา LINE Official Account เพื่อตอบโจทย์บริการที่หลากหลายเพื่อประชาชน

ปลดล็อกข้อจำกัดทางอาชีพ สร้างความเป็นไปได้ให้คนไทย

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา LINE ได้สร้างความเป็นไปได้ในแง่ของการปลดล็อกข้อจำกัดทางอาชีพให้สามารถมีอาชีพใหม่ๆ ประกอบธุรกิจได้บนแพลตฟอร์มของ LINE อย่างไร้พรมแดนสำหรับคนรุ่นใหม่ ทั้ง Social Seller  ขายของออนไลน์, แอดมินบริหารจัดการหน้าร้านออนไลน์, LINE STICKERS CREATOR  ที่เปิดโอกาสสร้างรายได้  ผ่านการออกแบบ LINE STICKERS โดยปัจจุบันมีมากกว่า 700,000 คน มีสติกเกอร์วางจำหน่ายทั้งหมดรวมแล้วกว่า 3.6 ล้านชุด รวมถึงการขับเคลื่อนสร้างคนพันธุ์เทคฯ หน้าใหม่ของเมืองไทยผ่านกิจกรรม Developer ที่จัดอย่างต่อเนื่อง ทั้ง LINE Developer Conference และ LINE HACK ฯลฯ”

ขอบคุณผู้ใช้ พร้อมเดินหน้าพัฒนา “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่ใช่ ครบ และพร้อมที่สุดเพื่อทุกคน

LINE ขอขอบคุณผู้ใช้ ผู้ประกอบการ ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ทั้งนี้เราพร้อมที่จะเดินหน้าเพิ่มศักยภาพ “โครงสร้างพื้นฐาน” อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้สามารถยกระดับชีวิตผู้ใช้อย่างเป็นรูปธรรมด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม โซลูชันส์ และเครื่องมือทรงประสิทธิภาพเพื่อสนับสนุนผู้ใช้  สามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่กับประสบการณ์การใช้แพลตฟอร์ม LINE ที่สมบูรณ์ ด้วยแนวทางการพัฒนาฟีเจอร์และบริการต่างๆในแนวดิ่งพร้อมเสริมแกร่ง 3 แกนธุรกิจหลัก ได้แก่

1)        OMO (Online Merges Offline) – สร้างความแข็งแกร่งให้กับประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ทั่วประเทศ เชื่อมต่อโลกออนไลน์เข้ากับออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว

2)      Fintech – ยกระดับ Financial Experience ของผู้ใช้งาน LINE อย่างไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น ให้สามารถ “แชท – โอน – ยืม – จ่าย” ได้บนแอป LINE จบครบในที่เดียว โดยไม่ต้องออกข้ามไปแอปพลิเคชันอื่น

3)        e-Commerce – มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้าน Social commerce ที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และ สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แตกต่างด้วย ด้วย Chat Commerce ช่วยให้ร้านค้าดำเนินธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อด้วยอีโคซิสเต็มของ LINE ที่แข็งแกร่ง

“ขณะเดียวกันแม้องค์กรจะเติบโตมากขึ้นไปตามกาลเวลา LINE เองก็จะยังคงไว้ซึ่งการเป็น Tech Company with Startup Mindset แนวคิดที่ยังทำพวกเราชาว LINE ยังคงสนุกสนาน ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ ไม่กลัวที่จะผิดพลาดล้มเหลว แต่ก็ไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ซึ่งต่างเป็นดีเอ็นเอของเราให้สามารถพัฒนาบริการและฟีเจอร์ต่างๆบนอีโคซิสเต็ม LINE เพื่อยกระดับชีวิตของผู้ใช้ในทุกมิติอยู่เสมอ ” ดร.พิเชษฐ กล่าวสรุป

# # #

ภาคผนวก

ส่วนหนึ่งของการเติบโต LINE ที่น่าสนใจ

·       การใช้งานฟังก์ชันการสื่อสารต่างๆของ LINE เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19  อย่าง LINE Group Audio Call ที่มีการใช้งานเพิ่มสูงกว่า 72% LINE Group VDO Call เพิ่มขึ้น 162 % [1]เช่นเดียวกันกับ LINE Meeting ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายปี 2563ก็เพิ่มสูงขึ้นถึง 371%[2]                        

·       LINE Official Account มีผู้ใช้บัญชีทางการเพิ่มขึ้นถึง 25% เป็น 4 ล้านบัญชี (เปรียบเทียบ ไตรมาสที่ 3 2562 และ ไตรมาสที่ 3 2563)

·       ช่วงปีที่ผ่านมา มีการเชื่อมต่อใช้ เครื่องมือ MyShop โซลูชันส์ที่ช่วยบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นถึง 257%  ขณะที่การจับจ่ายออนไลน์บน LINE SHOPPING คึกคัก สร้างยอดขาย (GMV) โตกว่า 200% ทั้งสินค้าจิปาถะไปจนถึงแฟชั่นและแก็ดเจ็ต ชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ช่วงโควิด -19 ของ LINE ได้เป็นอย่างดี

###

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ LINE

คุณณัฐนันท์ ตันตินิพันธุ์กุล (พีท)         โทร 089-135-0051               อีเมล dl_linethpr@linecorp.com

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เวิรฟ (VERVE)

คุณจิรายุ อุษณีย์วรัญญู (มายด์)        โทร 094-274-9090   อีเมล vervexlinethailand@gmail.com

คุณอภิชยา เสรฐภักดี (วาว)                 โทร 065-515-2942    อีเมล apichaya.settapakdee@vervethailand.com

คุณพรทิพย์ วิริยะกิจพัฒนา (บี)          โทร 086-813-1981    อีเมล porntip.wiriyakitpattana@vervethailand.com

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LIFESTYLE

Airbnb เปิดตัวเลขสถิติ หลังคลายล็อกดาวน์ คนไทยค้นหาที่พัก “หัวหินพุ่งกว่า 135%”

Published

on

Airbnb เปิดตัวเลขสถิติการค้นหาที่พัก “หลังคลายล็อกดาวน์” พบ “หัวหิน เพชรบุรี” พุ่งกว่า 135% และมีการพักระยะยาวมากขึ้นถึง 15% พร้อมโฮสต์ใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 62%

Short brief :

  1. Airbnb เผยยอดค้นหาที่พักในเพชรบุรีเพิ่มขึ้น 135% ด้านพัทยาและระยองเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

2. คนไทยเจนซีและมิลเลเนียลในกรุงเทพฯ ภูเก็ต หัวหิน สมุยและพัทยา เข้าร่วมเป็นโฮสต์มากขึ้น คิดเป็นสัดส่วน 62% ของโฮสต์ใหม่ช่วงครึ่งปีแรก 2564

3. การค้นหาที่พักในประเทศระหว่าง 7-27 คืน เติบโตขึ้นสองเท่าและการพักระยะยาวตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป เพิ่มขึ้นถึง 15%

Airbnb เผยยอดค้นหาที่พักในเพชรบุรีเพิ่มขึ้น 135%

Airbnb เปิดเผยข้อมูลล่าสุดระบุ การค้นหาที่พักในประเทศพุ่งสูงขึ้นหลังการประกาศคลายล็อคดาวน์เมื่อต้นเดือนกันยายน สะท้อนถึงคนไทยมีความต้องการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเป็นอย่างมาก โดยพบว่า คนไทยมีการค้นหาที่พัก Airbnb ในจังหวัดเพชรบุรีสูงขึ้นกว่า 135% เปรียบเทียบกับเดือนที่ผ่านมา ในขณะที่ยอดค้นหาในพัทยาและระยองต่างเพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนั้น หัวหินยังรั้งจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ที่คนไทยต้องการไปพักผ่อนมากที่สุด และมีการค้นหาที่พักในหัวหินเพิ่มมากขึ้นถึง 150% ในครึ่งปีแรก

นายอมันพรีท บาจาจ ผู้จัดการทั่วไป ประจำอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน Airbnb เปิดเผยว่า “วันท่องเที่ยวโลกในปีนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวที่ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องและช่วยกันผลักดันการพัฒนาความยั่งยืน ถึงเวลาแล้วที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะมีการเริ่มต้นและพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อให้ทุกคนและชุมชนมีส่วนร่วมและได้ประโยชน์มากกว่าที่ผ่านมา”

“เราได้เห็นการค้นหาบนแพลตฟอร์มเพิ่มสูงขึ้นในเดือนที่ผ่านม ตลอดจนการที่คนไทยเริ่มเข้ามาเป็นโฮสต์มากขึ้นเพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเองและครอบครัวา ถือเป็นเรื่องราวดีๆ สำหรับชุมชนท้องถิ่นที่จะเห็นการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวช่วยฟื้นตัวเศรษฐกิจท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี Airbnb ยังคงมีความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในแต่ละพื้นที่ด้วยการส่งเสริมให้โฮสต์ให้บริการสิ่งที่โดดเด่น เป็นมิตรกับครอบครัว มีความสะอาดและการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ”

และจากผลการสำรวจเมื่อต้นปี 2564 ที่ระบุว่า คนไทยปรารถนาจะเดินทางท่องเที่ยวจุดหมายปลายทางที่ใกล้ธรรมชาติเมื่อสามารถกลับมาเดินทางได้อีกครั้ง ยังสอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดของ 5 จุดหมายยอดฮิตที่คนไทยที่ใช้ Airbnb หลังประกาศคลายล็อกดาวน์ ได้แก่ เพชรบุรี พัทยา ระยอง เขาใหญ่ และเชียงใหม่

คนไทยหันหาการเดินทางระยะยาวมากขึ้น

คนไทยมองหาการเดินทางและที่พักในระยะเวลานานขึ้น อ้างอิงจาก รายงานของ Airbnb ระดับโลกเกี่ยวกับการใช้ชีวิตและการเดินทาง เมื่อต้นปีที่ผ่านมาระบุว่า ผู้ใช้ Airbnb ทั่วโลกมีการระบุในรีวิวถึงการทำงานแบบระยะไกลเพิ่มขึ้นกว่า 520% เมื่อเที่ยบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับนักเดินทาง Airbnb คนไทยมีการค้นหาที่พักเฉลี่ยระยะเวลา 1-6 คืน และการค้นหาที่พักเพื่อเข้าพักยาวนานกว่า 30 วัน มีอัตราเพิ่มขึ้น โดยการค้นหาที่พักเพื่อค้างคืนระหว่าง 7-27 คืน สูงขึ้นเกือบสองเท่าหลังการประกาศคลายล็อกดาวน์

โฮสต์ใหม่เติบโตสูงคิดเป็นสัดส่วน 62%

นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุว่า คนไทยเจนซี กับ มิลเลนียล เป็นแรงผลักดันการเติบโตของโฮสต์คอมมูนิตี้ของ Airbnb  โดย Airbnb ได้ทำงานร่วมกันผู้ที่เพิ่งเริ่มเป็นโฮสต์ใหม่บนแพลตฟอร์ม Airbnb ในช่วงครึ่งปีแรก 2564 คนเจนซี กับ มิลเลนียล อายุระหว่าง 20-40ปี เป็นกลุ่มคอมมิวนิตี้ของ Airbnb ที่มีการเติบโตสูงคิดเป็นสัดส่วน 62% ของโฮสต์ใหม่ ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงเทพ ภูเก็ต หัวหิน สมุย และ พัทยาและมีโฮสต์หน้าใหม่ที่เปิดบ้านต้อนรับผู้เข้าพักในบุรีรัมย์ เกาะหลีเป๊ะ แม่ฮ่องสอน และจุดหมายปลายทางยอดนิยมอีกหลายๆ แห่งเพื่อเริ่มมีส่วนร่วมในการท่องเที่ยวท้องถิ่นและต้อนรับการกลับมาของการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอีกครั้ง

ค้นหาที่พักและการเดินทางครั้งใหม่ของคุณได้ที่ : Airbnb

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

ถอดรหัส Amazfit จากสมาร์ทวอทช์ สู่แฟชั่นแก็ดเจ็ตแห่ง Paris Fashion Week

Published

on

ใครว่าใส่ Smartwatch แล้วดูเนิร์ด! พบกับก้าวใหม่ของ “Smartwatch” จากนาฬิกาอัจฉริยะสู่ แฟชั่นไอคอนอย่างเต็มตัว “Amazfit GTR 2″ บนบาทใหม่บน รันเวย์ Paris Fashion Week Spring Summer 2022 ชวนกันมาถอดรหัส ที่มา ที่ไปของการร่วมมือกันครั้งใหญ่ระหว่างตัว Top ของทั้งสองวงการ Amazfit x HELIOT EMIL

Amazfit แบรนด์อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก ประกาศสร้างความร่วมมือกับ HELIOT EMIL ในฐานะพันธมิตรอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะระดับโลกอย่างเป็นทางการ.การจับมือระหว่างแบรนด์ครั้งนี้จะเปิดตัวในงาน Paris Fashion Week ในการโชว์เดินแบบบนรันเวย์ประจำฤดูกาล Spring/Summer 2022 ของ HELIOT EMIL

เมื่อแฟชั่นมาบรรจบกับเทคโนโลยีสุดล้ำ

Amazfit เป็นแบรนด์ที่สนับสนุนให้ผู้สวมใส่ใช้ชีวิตทำในสิ่งที่รัก พร้อมกับสำรวจความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัด และในฐานะแบรนด์อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่น Amazfit ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนให้ลูกค้าใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและกระฉับกระเฉง.ในงาน Paris Fashion Week ครั้งนี้ Amazfit จะยกระดับการผสมผสานแฟชั่นเข้ากับเทคโนโลยีเพื่อแสดงให้เห็นว่าอุปกรณ์อัจฉริยะสามารถบ่งบอกสไตล์เฉพาะตัว และสามารถสวมใส่ได้ทั้งบนรันเวย์หรือที่อื่น ๆ โดยสมาร์ทวอทช์ของ Amazfit รวมทั้งรุ่น GTR 2 และ GTS 2e ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้สวมใส่ก้าวสู่ความแข็งแรงและยังดูดีมีสไตล์ ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญาแฟชั่นที่ไม่เหมือนใครของ HELIOT EMIL.“อย่าหยุดสร้างสรรค์สิ่งใหม่และผลักดันการแลกเปลี่ยนเชิงความหมายในอุตสาหกรรมการสร้างสรรค์” HELIOT EMIL กล่าว

เมื่อสไตล์มาบรรจบกับสุขภาพ

สมาร์ทวอทช์ซีรีส์ Amazfit GTR 2 และ GTS 2 มาพร้อมกับเซนเซอร์ความแม่นยำสูง BioTracker™ 2 PPG โดยระบบเซนเซอร์ที่ทรงพลังนี้ช่วยปกป้องดูแลสุขภาพได้อย่างรอบด้าน

ค่า PAI คำนวณด้วยการประมวลผลข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจ ระยะเวลาการออกกำลังกาย และข้อมูลสุขภาพที่ซับซ้อนอื่น ๆ ด้วยอัลกอริทึม ซึ่งค่าดังกล่าวสามารถประเมินสุขภาพเฉพาะบุคคลโดยอิงข้อมูลสุขภาพของผู้สวมใส่ มอบประสบการณ์ที่แตกต่างเฉพาะตัวให้กับทุกคน.“เราตื่นเต้นที่ได้ร่วมมือกับ HELIOT EMIL

เนื่องจากเรามีวิสัยทัศน์ตรงกันว่าแฟชั่นควรจะมีสไตล์ ใช้งานได้จริง สวมใส่ได้ และมีประโยชน์ การสร้างความร่วมมือครั้งนี้และการเปิดตัวสมาร์ทวอทช์ซีรีส์ GTR 3 และ GTS 3 จะเป็นตัวแทนของผู้บริโภครุ่นใหม่สายแฟชั่นที่ให้คุณค่ากับผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ชีวิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น สมาร์ทวอทช์ซีรีส์ GTR 3 และ GTS 3 จะเปิดตัวในเดือนตุลาคม 2564 โปรดติดตามรายละเอียดต่อไป” Amazfit กล่าว

หากใครสนใจที่จะเป็นเจ้าของ Amazfit GTR 2 & GTS 2 ในราคาประมาณ 5,xxx สามารถคลิกไปสั่งซื้อกันได้ที่ : https://bit.ly/3ojGFg0

หรืออยากจะลองทดสอบความเท่แบบซอฟ ซอฟ กับ สมาร์ทวอทช์ตัวเล็กแต่เท่จัดอย่าง Amazfit Neo ในราคาเพียง 990.- สามารถคลิกไปสั่งซื้อกันได้ที่ https://bit.ly/3F6LY8H

สามารถดูรีวิวของ “Amazfit GTR 2 & GTS 2 l สมาร์ตวอตช์ฟังก์ชันจัดเต็ม มีไมค์ มีลำโพง รับสายได้ กันน้ำลึก” ได้ที่ :

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

LIFESTYLE

โรคเครียดจากการทำงาน กำลังคร่าชีวิตคนไปเกือบ 2 ล้านคนต่อปี

Published

on

เรามักจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “งานหนักไม่เคยฆ่าคน เงินไม่มีต่างหากที่ฆ่าเรา” กันมาบ้างไม่มากก็น้อย อันที่จริงประโยคนี้ใช้ไม่ได้กับทุกคน นายเฟฟเฟอร์ แห่งคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด หักล้างประโยคนี้ด้วยหนังสือของเขาที่เขานั้นเป็นผู้เขียนเอง และร่วมเขียนถึง 15 เล่ม ในทฤษฎีเกี่ยกวับการจัดการ และบริหารทรัพยากรมนุษย์ ว่ากันว่าเขาเป็นนักคิดเรื่องทฤษฎีการจัดการที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกคนหนึ่ง

เหมือนตลกร้ายที่หนังสือของเขากลับอ้างอิงจากชีวิตจริงของผู้ที่เสียชีวิตจากการทำงานหนักไว้หลายคน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีเอกสารรายงานบ่งชี้ถึงความจริงข้อนี้จากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองคฺการแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เกี่ยวกับผลกระทบจากการทำงานหนักของประชากรโลกว่าการทำงานมีส่วนทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 1.9 ล้านคนในปี 2016 

ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเสียชีวิต

  • หนึ่งในปัจจัยหลักที่สำคัญก็คือ ชั่วโมงในการทำงานที่ยาวนานเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุเชื่อมโยงในผู้เสียชีวิตถึง 750,000 ราย คิดเป็นราวๆ 39% จากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือประชากรภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแปซิฟิกตะวันตก มีอัตราเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยสาเหตุจากการทำงานมากที่สุดจากรายงานดังกล่าว 
  • การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังเป็นอีกปัจจัยหลักที่ทำให้หลายบริษัทของ Work From Home เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ยิ่งยากต่อการกำหนดชั่วโมงในการทำงานที่แน่นอน พนักงานต้องทำงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยน 2.5 ชั่วโมงต่อวัน ที่สำคัญยังทำให้เปิดภาวะกดดันในการอยู่บ้าน ทั้งที่บ้านควรเป็น Save Zone ที่รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง

การทำงานล่วงเวลาคร่าชีวิตคนไปแล้วมากมาย

ในปี พ.ศ. 2559 มีผู้เสียชีวิตจากปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องในการทำงานล่วงเวลาอย่างน้อย 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไปแล้วเป็นจำนวน 745,000 ราย การเสียชีวิตด้วยสาเหตุเกี่ยวข้องนี้ไม่ได้เสียชีวิตในทันที แต่เป็นผลพวงที่ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพต่อเนื่อง

มีชุดข้อมูลที่วิเคราะห์อ้างอิงเสริมว่าใน 194 ประเทศ พบว่า การทำงาน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือมากกว่านั้น ได้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองถึง 35% และเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากโรคหัวใจขาดเลือดถึง 17% เมื่อเทียบกับคนที่ทำงานเฉลี่ย 35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ 

อ้างอิง : https://positioningmag.com/1352717

อ้างอิง : https://www.bbc.com/thai/international-48108042

อ้างอิง : https://www.thairath.co.th/news/foreign/2099642

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
EDUCATION2 วัน ago

เคล็ดลับ 5 ข้อในการลงทุนของ ‘วอร์เรน บัฟเฟตต์’

MARKETING TIPS5 วัน ago

เตรียมตัวให้พร้อม! พาไปส่อง Social Media Trends 2022

NEWS UPDATE1 สัปดาห์ ago

Data Never Sleeps เกิดอะไรขึ้นบ้างทุก 1 นาที บนโลกออนไลน์

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

AIS ดึงน้อง ‘ไอ-ไอรีน’ (Virtual Influencer) เป็น Brand Ambassador หวังผลักดันตลาด 5G

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

สร้างแบรนด์แบบ Inside-out มัดใจลูกค้าฉบับ ‘นัวไฮโซ’

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

เดินเกมธุรกิจตามกระแสรักษ์โลก เมื่อคนไทยยอมจ่ายเงินเพิ่มเพื่อรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

แคมเปญแก้วสี Amazon ที่เรียบง่ายแต่อิมแพค

LIFESTYLE3 สัปดาห์ ago

Airbnb เปิดตัวเลขสถิติ หลังคลายล็อกดาวน์ คนไทยค้นหาที่พัก “หัวหินพุ่งกว่า 135%”

LIFESTYLE3 สัปดาห์ ago

ถอดรหัส Amazfit จากสมาร์ทวอทช์ สู่แฟชั่นแก็ดเจ็ตแห่ง Paris Fashion Week

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

Truth About Generation Z : พฤติกรรม Gen Z ไทยเขาสนใจอะไร

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION1 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

EDUCATION1 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CONTENT TIPS10 เดือน ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

Facebook

Trending

549 Views