Connect with us

MARKETING TIPS

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

Published

on

เมื่อไม่นานมานี้มีหลายสื่อชี้แจ้งว่า คณะกรรมการกฤษฏีกา ได้เตรียมพิจารณาปรับปรุงร่างกฎหมายของรัฐบาล เสนอโครงการระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เตรียมสอบธนาคารต่างๆ
โดยทางธนาคารจะต้องรายงานข้อมูลของ “บัญชีบุคคลใดที่มีธุรกรรมทางการเงินที่มีเงินเข้าออกเป็นพิเศษ” โดยจะต้องรายงานข้อมูลของบุคคลที่มีธุรกรรมพิเศษในแต่ละปีให้กับกรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมปีถัดไป
โดยอธิบายง่ายๆว่า ธนาคารในประเทศไทยจะต้องส่งข้อมูลทางการเงินของบัญชีบุคคลรายงานแก่ กรมสรรพาการโดยตรง ใครมียอดรับเข้าออกมากเป็นพิเศษ ก็ต้องเริ่มศึกษาเรื่องนี้ได้อย่างจริงจัง
โดยข้อมูลจาก เพจ TaxBugnoms ระบุว่าขอบเขตการเรียกสอบมีดังนี้
– ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งขึ้นไป *ต่อปี
– ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 200 ครั้งขึ้นไปและมียอดรวมตั้งแต่ 2,000,000 บาทขึ้นไป *ต่อปี
นอกจากนี้ยังมีข่าวรายงานอีกว่า คนที่มีบัญชีชื่อเดียวกันเยอะเกินไป ก็จะต้องเรียกสอบด้วยเช่นเดียวกัน
 
ขอบคุณข้อมููลจาก
www.facebook.com/TaxBugnoms/ : บล๊อกภาษีข้างถนน

 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

MARKETING TIPS

เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจออนไลน์ ด้วย 10 เทรนด์การเปลี่ยนแปลง

จากวิกฤตของโควิด19 ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ได้รับผลกระทบกันอย่างแพร่หลาย ไม่เว้นแต่ธุรกิจการค้าขายออนไลน์ก็ได้รับผลกระทบมากเช่นกัน แต่ถึงจะได้รับผลกระทบอย่างไรผู้คนต่างก็ให้ความสนใจที่จะค้าขายออนไลน์เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน จึงทำให้ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดดมากในช่วงโควิด19

Published

on

By

“เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจออนไลน์ด้วย 10 เทรนด์การเปลี่ยนแปลง” เป็นการพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์และเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด เนื่องจากสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 ทำให้ธุรกิจออนไลน์มีอัตราการแข่งขันที่สูงขึ้น การตามติดกระแสสังคม และติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจมากที่สุด ในบทความนี้เราจะขอพาไปสอดส่องเทรนด์ที่น่าสนใจเพื่อการปรับตัวของธุรกิจให้ทันสมัย เข้าถึงผู้บริโภค และรวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ให้ธุรกิจได้เติบโตไปในทางที่ดี

การเข้าถึงออนไลน์กลายเป็นเรื่องปกติ (Online Become Main Channel)

เจ้าของธุรกิจออนไลน์ทั้งหลายต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการและขั้นตอนการเข้าถึงลูกค้าให้อยู่ในรูปแบบของออนไลน์ทั้งหมด เริ่มต้นจากกระบวนการคิดใหม่ Customer Touch Point กระบวนการสร้างการขาย กระบวนการซื้อขาย รวมถึงการโน้มน้าวใจและการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยขั้นตอนทุกอย่างต้องปรับเปลี่ยนใหม่เพื่อตอบโจทย์การขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และการเพื่อความสะดวกสบายของผู้บริโภค

E-marketplace ควบคุมกำลังซื้อของผู้บริโภคได้อยู่หมัด ( JSL Control Purchasing Power)

JD, Shopee, Lazada หรือ JSL สามารถควบคุมการซื้อของผู้บริโภคได้อยู่หมัด โดยการจัดทำโปรโมชันในช่วงเทศกาลต่าง ๆ โดยเฉพาะเทศกาลช้อปปิ้งหรือ Double Day เช่น วันที่ 9 เดือน 9 วันที่ 12 เดือน 12 และในปัจจุบัน Double Day ได้ถูกจัดขึ้นเกือบทุกเดือน จนกลายเป็นวันที่ผู้บริโภครอคอยที่จะซื้อสินค้าในวันดังกล่าว เนื่องจากวันดังกล่าวจะมีโปรโมชั่น คูปองลดราคา หรือแม้แต่เงื่อนไขการซื้อสินค้าขั้นต่ำและมีบริการจัดส่งฟรี และเนื่องจากการมี Double Day ของ JSL เพิ่มมากขึ้น กำลังซื้อของผู้บริโภคเริ่มหายไป เนื่องจากคนส่วนใหญ่ต่างรอซื้อสินค้าที่มีโปรโมชั่นมากกว่า และหากธุรกิจของใดไม่ได้อยู่ในโลกออนไลน์ก็จะยิ่งทำให้สูญเสียโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

การค้าขายทางออนไลน์ส่งผลให้ธุรกิจ Logistics มีการแข่งขันที่สูงขึ้น (Logistics War > Speed Up E-commerce)

การค้าขายออนไลน์ทำให้การแข่งขันในธุรกิจขนส่งเพิ่มสูงขึ้น นอกจากการแข่งขันทางธุรกิจขนส่งจะสูงมากขึ้นแล้ว ผู้บริโภคยังมีตัวเลือกหลากหลาย ทำให้ยอดการใช้บริการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มจำนวนสูงมากขึ้นด้วย ไม่เพียงแต่สร้างยอดขายให้ร้านค้าออนไลน์เพิ่มมากขึ้นแล้ว ธุรกิจร้านค้าออนไลน์ต่าง ๆ ก็ควรที่จะปรับตัวด้วยการใช้บริการธุรกิจขนส่งให้หลากหลาย เพื่อเป็นการกระจายตัวของรายได้ให้มีสภาพคล่อง

เพิ่มช่องทางการรับเงินให้มีหลากหลาย ไม่เพียงแค่รับเงินสดเท่านั้น (Varity of E-payment > Easy to Get Money)

การทำธุรกิจออนไลน์ต้องมีรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านบัตรเครดิต เดบิต, การผ่อนชำระ, การชำระเงินด้วย QR Code การจ่ายบิล ณ จุดชำระ หรือแม้กระทั่งบริการรับชำระอัตโนมัติ ควรจัดช่องทางการชำระเงินให้หลากหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายของสมาชิก การเพิ่มช่องทางชำระเงินทำให้หลายธุรกิจมีรายได้เพิ่มมากขึ้น และปัจจุบันกรมสรรพากร ก็มีบริการ E-Tax Invoice เพื่อส่งใบเสร็จผ่าน SMS หรืออีเมล รับกับการจ่ายผ่านออนไลน์โดยไม่ต้องออกเอกสารเป็นกระดาษ ประหยัดต้นทุนให้ผู้ประกอบการได้อีกด้วย

เจ้าของแบรนด์ก็ขายตรงได้ (Brand and Manufacturing Sell Direct to Consumer)

ปรับเปลี่ยนการสร้างยอดขายของธุรกิจโรงงาน ด้วยการสร้างทีมขายออนไลน์เป็นของตัวเองแทนการใช้ตัวแทนขายโดยไม่ต้องเสียค่า GP สามารถลดราคาสินค้าหรือสามารถจัดโปรโมชันเพื่อเรียกยอดขายให้เพิ่มมากขึ้นได้ นอกจากนั้นยังช่วยส่งเสริมการขายและทำให้โรงงานเข้าถึงข้อมูลของลูกค้าได้มากกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถนำไปทำ Retention Marketing หรือ CRM ได้อีกด้วย ทำให้เพิ่มความแม่นยำในการทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สร้างยอดขายด้วย Social Media (Giant Tech Move to E-commerce)

นำสินค้าและบริการเข้าสู่ Social Commerce สร้างยอดขายด้วยการใช้โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Marketplace, LINE MyShop, Google Shopping และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อดึงดูดผู้บริโภค ทำให้ตัวสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้องวิ่งตามหาสินค้าและบริการเอง

เพิ่มความปัง ดันสินค้าด้วยโฆษณาออนไลน์ (Online Advertising become Normal)

เพิ่มประสิทธิภาพการขายสินค้า การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้งเก่าและกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ด้วยการทำโฆษณาออนไลน์ ไม่เพียงแต่สร้างโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องต้องสร้างโฆษณาให้มีประสิทธิภาพในราคาที่เท่าเดิม เพื่อเป็นจุดสนใจและเพื่อการดึงดูดลูกค้าได้ดีขึ้น 

หากลุ่มเป้าหมายที่ตอบโจทย์และแม่นยำมากขึ้น (Fragmented Market and Customer)

สร้างโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าให้แตกต่างไปจากวิธีการเดิม กลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มล้วนแต่มีสื่อและการเข้าถึงโลกออนไลน์เป็นของตัวเอง เทคนิคการขายสินค้าและบริการให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้นแบบไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากแต่ต้องเข้าถึงกลุ่มลูกค้าด้วยการทำการตลาดให้มากขึ้นจึงเป้นสิ่งที่จะเข้าถึงลูกค้ารายใหม่ ๆ ได้อย่างแม่นยำ

สร้างความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าด้วย Influencer (People Not Believe in Advertising Anymore, Influencer Commerce)

การสร้างโฆษณาเพื่อขายสินค้าและบริการไม่เพียงพออีกแล้วในปัจจุบัน เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่มีความเชื่อมั่น หรือไม่เชื่อถือโฆษณาอีกต่อไปจึงทำให้สินค้าและบริการผ่านทางโฆษณามียอดขายที่ลดลง แต่ถ้าหากปรับเปลี่ยนการขายด้วยการใช้ Influencer จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ทำให้คนส่วนใหญ่รู้จักสินค้าและบริการ ไม่เพียงเท่านั้นยังเป็นการโน้มน้าวใจผู้คนให้ตัดสินใจซื้อได้อย่างมาก เป็นการกระตุ้นยอดขายในธุรกิจออนไลน์มีสูงขึ้น

ธุรกิจร้านอาหารมีการปรับตัวเข้าสู่ Cloud Kitchen (Food Delivery will Cover all Country Wide)

การปรับตัวของธุรกิจอาหาร จากธุรกิจอาหารที่มีหน้าร้าน มีสาขา มีครัว รวมไปถึงการขายแฟรนไชส์ ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขายโดยการเข้าสู่รูปแบบการขายอาหารแบบ Cloud Kitchen เป็นการสร้างธุรกิจที่มีการขยายสาขาไปได้อย่างไม่จำกัด สามารถขยายสาขาไปได้ทั่วประเทศเพียงแค่มีทีม และมีสูตรอาหารก็สามารถเปิดขายผ่านทางแอปพลิเคชันได้ทันที เป็นการลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเดิมด้วย

จะเห็นได้ว่านอกจากการสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่เพียงแค่การปรับตัวของผู้บริโภคเท่านั้น แต่หลาย ๆ ธุรกิจก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจการค้าขายออนไลน์ที่มีการเติบโตมากขึ้น อีกทั้งยังมีการแข่งขันกันที่สูงขึ้น ทำให้ธุรกิจการค้าขายออนไลน์ต้องปรับตัวตามกระแสและปรับตัวตามพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ทัน เพื่อให้สินค้าและบริการตอบโจทย์ผู้บริโภคและสร้างยอดขายได้เพิ่มมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก : marketingoops ,paysolutions

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

Agile Organization สิ่งที่ธุรกิจของคุณต้องมี ถ้าอยากอยู่รอดในยุคโควิดนี้

Published

on

เป็นที่รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าในโลกธุรกิจนั้นต่างค่อย ๆ ถูก Disrupt จากเทคโนโลยีและการแข่งขันกันเอง อย่างธุรกิจไหนที่ไม่ยอมปรับตัวก็ต้องถูกปิดตัวลงอย่างเช่นเดียวกันกับโนเกีย และโกดัก แล้วทีนี้พอโควิดมา ก็กลายมาเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแบบ Fast Forward กันเลยทีเดียว เราเลยได้เห็นหลายธุรกิจใหญ่หลายแบรนด์ล้มลงจนถึงขั้นปิดกิจการ ดังนั้น Agile Organization จึงเป็น ‘การเปลี่ยนแปลง’ ที่หลายองค์กรควรหันมาให้ความสนใจมากขึ้น

Agile Organization คือ การปรับตัวขององค์กรหรือธุรกิจให้มีความคล่องตัวว่องไวรับมือต่อสถานการณ์ ซึ่งต้องทันกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลก เพื่อให้ธุรกิจเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยจะเน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

4 สิ่งที่ต้องปรับเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็น Agile Organization

จากการสำรวจของ Mckinsey พบว่า องค์กรส่วนใหญ่เริ่มนำเรื่อง Agile ไปใช้คือ

  1. Customer: innovation หรือการสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้า 
  2. Customer experience การสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า 
  3. Sales and servicing งานขายและให้บริการลูกค้า สุดท้าย
  4. Product management หรือคือการบริหารจัดการสินค้าและบริการ

จะเห็นได้ว่าทั้ง 4 ข้อนี้ล้วนให้ความสำคัญกับลูกค้าทั้งสิ้น ตามคำพูดที่ได้ยินต่อ ๆ กันมาว่า ‘ลูกค้าคือพระเจ้า’ เพราะลึก ๆ แล้วก็ลูกค้านี่แหละที่ทำให้หลายธุรกิจอยู่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้

หัวใจของ Agile Organization คือ High Dynamic Practices และ High Stable Practices

จากบทความของคุณปิยะวุฒิ ทองแสง ได้สรุปความหมายของทั้งสองอย่างไว้ดังนี้

Dynamic Practices คือ รูปแบบองค์กรที่สามารถตอบสนองต่อความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่นกลุ่ม บริษัท Start-up

Stable Practices คือ รูปแบบองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงน้อย มีเสถียรภาพในการดำเนินงาน เช่น รูปแบบงานราชการ หรือองค์กรใหญ่ ๆ เช่น ธนาคาร เป็นต้น

ซึ่งทาง Mckinsey เองก็ได้กำหนดหลักปฏิบัติ 18 ประการเป็นตัวชี้วัดองค์กรที่เป็น Agile แล้ว จะต้องปฏิบัติตามหลักทั้ง 18 ข้อได้

โดยจากผลสำรวจมีองค์กรเพียง 22% ที่มีการทำงานแบบ Agile เต็มตัว นอกนั้นคือทำแบบ Start-up มี 28%, Bureaucratic (องค์กรทำงานแบบราชการ) มี 27% และมีอีกถึง 23% ที่เป็นองค์กร Trapped หรือติดบ่วงการทำงานแบบเดิม ๆ

agile organization

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบองค์กรแต่ละแบบให้เป็น Agile Organization

ลองอ่านแล้วมาประเมินตัวองค์กรของคุณกันดูดีกว่าว่า เรามีการทำงานอยู่ในระดับไหนกัน? แล้วยังต้องดันในเรื่องอะไรอีกบ้างเพื่อให้ธุรกิจของเราเข้าสู่การทำงานแบบ Agile เต็มตัว

จากบทความของคุณปิยะวุฒิ ทองแสง ก็ได้แปลและสรุปใจความสำคัญมาจากผลสำรวจของ Mckinsey มาไว้ดังนี้

Start-up

ภาพรวมขององค์กรแบบ Start-up คือมีรูปแบบการทำงานที่มีความเร็ว ยืดหยุ่นสูง มีความคิดสร้างสรร แต่มีเสถียรภาพต่ำ มักไม่มีวินัยและขาดการดำเนินการอย่างเป็นระบบ

เปรียบเทียบ Stable Practices ละ Dynamic Practices ระหว่างองค์กร Start-up กับองค์กรที่ทำงานแบบ Agile เต็มตัว

จากรูปทั้งสองจะเห็นได้ว่า ธุรกิจ Start-up จำเป็นต้องพัฒนา Stable Practices เพื่อให้ใกล้เคียงกับองค์กรแบบ Agile รวมถึงการพัฒนา Dynamic Practices เพื่อให้ยังคงความเร็วในการส่งมอบได้เพียงพอ

Bureaucratic (องค์กรทำงานแบบราชการ)

จากกราฟนี้จะเห็นได้ว่าองค์กรที่มีการทำงานแบบนี้จะมีความน่าเชื่อถือสูง แต่ก็ยังเชื่องช้าและขาดความยืดหยุ่น

เปรียบเทียบ Stable Practices ละ Dynamic Practices ระหว่างองค์กร Bureaucratic กับองค์กรที่ทำงานแบบ Agile เต็มตัว

และทั้งสองรูปนี้จะเห็นได้ว่าองค์การแบบ Bureaucratic มีช่องว่างที่ยังต้องพัฒนาในเรื่องของ Dynamic Practices อีกเยอะเลยเหมือนกัน ซึ่งการเลือกใช้เทคโนโลยี และเครื่องมือที่เหมาะสมนั้นก็จะสามารถเข้ามาลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำตรงนี้ให้ดีขึ้นได้

Trapped องค์กรที่ติดบ่วงการทำงานแบบเดิม ๆ

องค์กรประเภทดังกล่าว จะมัวแต่โฟกัสที่ปัญหา ขาดการประสานงานที่ดี มีการทำงานในรูปแบบ Silo มีการเมืองภายใน เล่นพรรคเล่นพวก เห็นแก่พวกพ้อง ซึ่งแน่นอนย่อมต้องขาดทั้ง Stable / Dynamic Practices

ความท้าทายเมื่อต้องอัพเวลองค์กรให้เข้าสู่การทำงานแบบ Agile

ซึ่งคุณปิยะวุฒิ ทองแสงก็ได้สรุปไว้ให้ดังนี้

– เหล่า Top Management จนกระทั่ง Working team จะต้องทำงานร่วมกัน

– มี Roadmap ชัดเจน

– Top Management ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

– Working team ได้รับ Vision ที่ชัดเจน

– พนักงานได้รับการสนับสนุนให้พัฒนาทักษะใหม่ๆ อยู่เสมอ

– สร้าง Role model

– ปรับวัฒนธรรมองค์กรให้เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงนี้

เมื่อคุณเริ่มจำแนกได้แล้วว่าองค์กรของตัวเองอยู่ในประเภทไหน ให้ลองเริ่มนำจุดอ่อนเหล่านี้ไปปรับเปลี่ยนการทำงานให้เข้าสู่การเป็น Agile Organization กันดู เพื่อไม่เพียงแค่การอยู่รอดในยุคโควิดนี้ แต่เป็นการพัฒนาเพื่อให้ไปอยู่จุดสูงสุดด้วยนั่นเอง

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

Product Life Cycle ทฤษฎีที่ช่วยให้ การวางแผนการตลาด ทำได้ดียิ่งขึ้น

Published

on

Product Life Cycle ทฤษฎีที่ช่วยให้ การวางแผนการตลาดทำได้ดียิ่งขึ้น เพราะทุกสินค้ามีวงจรชีวิตเป็นของตัวเองไม่ว่าจะเป็นทั้งช่วงเริ่ม ช่วงพีค และช่วงดับและหายไปจากตลาด ซึ่งผู้ประกอบการหลายคนคงไม่อยากให้สินค้าของตนนั้นต้องออกจากตลาดไปเป็นแน่!! จึงเกิดเป็นทฤษฎีการตลาดขึ้นมาเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจะการวางแผนการตลาด ทำได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

Product Life Cycle
Business and Marketing Concepts, 4 Stage of Product Life Cycle Chart on Black Chalkboard.

ทฤษฎีนี้ถูกคิดค้นขึ้นโดย เรย์มอนด์ เวอร์นอน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 ถึงแม้จะดูเก่าแต่อย่าดูถูกกันนะครับเพราะมันสามารถนำมาปรับใช้เข้ากับการตลาดในทุกช่วงยุคสมัยเลยทีเดียว เพราะทฤษฎีนี้จะช่วยบอกว่าผลิตภัณฑ์ของเราอยู่ในระดับไหนของตลาด และควรใช้กลยุทธ์ใหม่ในการส่งเสริมให้ได้ยอดขายให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ซึ่งตามทฤษฎี PLC วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์จะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง

1.ช่วงแนะนำ (Introduction)

เมื่อผลิตภัณฑ์ถูกพัฒนามาสักระยะหนึ่งแล้วพร้อมที่จะนำเข้าสู่ตลาดเพื่อเป็นที่รู้จักในช่วงนี้คุณจำเป็นจะต้องสื่อสารอย่างหนักเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของคุณ โดยสามารถเลือกเครื่องมือทางการตลาดที่เหมาะสมกับงบประมาณ และสินค้าของคุณ

ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.clarissaforoaklandschools.com

ไม่ว่าจะเป็นการยิงแอดโฆษณา การใช้ Influencer เพื่อโปรโมตหรือการให้สินค้าไปทดลองใช้ทำให้เกิดการบอกต่อ โดยที่สำคัญคุณจะต้องมั่นใจว่าสินค้าที่ออกมานั้นดีที่สุดแล้วกว่าจะถึงมือผู้บริโภคเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับตัวสินค้าคุณอาจเริ่มทำแบบสอบถามการวิจัยสำรวจการตลาดเบื้องต้นก่อนได้เพื่อยืนยันว่าสินค้าของเรานั้นเป็นที่ต้องการจริงๆ

ซึ่งช่วงนี้สิ่งที่จำเป็นต้องโฟกัสจริง ๆ ไม่ใช่ยอดขายแต่เป็นประสบการณ์ที่ดีเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของลูกค้าและการที่สินค้ากลายเป็นที่รู้จักในสังคมนั่นเอง ซึ่งคุณต้องเตรียมงบประมาณในช่วงนี้ไว้ประมาณหนึ่งเลย หรืออาจจะยอมขาดทุนก่อนก็ได้ เหมือนอย่างเช่น การตลาดของ Shopee ในช่วงแรก ที่มีการคืนเงินให้กับลูกค้าทุกครั้งที่มีการสั่งซื้อสินค้า เป็นต้นครับ

ขอบคุณรูปภาพจาก Shopee

2. ช่วงเติบโต (Growth)

เป็นช่วงที่ทำการสื่อสารกับตลาดในช่วงแรกไปแล้วทำให้ผู้บริโภคเริ่มรู้จักสินค้าและผลิตภัณฑ์ มีการทดลองใช้บอกโตเกิดเป็นลูกค้าประจำและลูกค้าขาจร เมื่อสินค้าเป็นที่นิยมระดับนี้ยอดขายก็เริ่มเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นธรรม ทีนี้จะมีทั้งคู่แข่งรายใหญ่และรายย่อยเข้ามาร่วมวงแย่งส่วนแบ่งการตลาดหรือ Market Share ไปจากเรา

สิ่งสำคัญที่ควร focus ในช่วงโครงการตึกตัวนี้ก็คือการพัฒนาสินค้าให้ดีมากขึ้นกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็น การปรับปรุงตัวผลิตภัณฑ์ รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์ และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยังกลุ่มลูกค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

หากเรามีการพัฒนายอดขายจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนและต่อเนื่องสิ่งที่ควรทำต่อก็คือเร่งให้คนเดียวมันติดตลาดต่อไปอย่าพึ่งชะลอการทำตลาดเด็ดขาดควรเสริมการอัดแคมเปญการตลาดเพื่อให้ Market Share ของเรานั้นมีมากกว่าคู่แข่งและทำให้ผู้บริโภคมีประสบการณ์ที่ดีกับตัวสินค้าของเราในวงกว้าง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือต้องเป็นผู้นำในตลาดอยู่เสมอ

3. ช่วงเติบโตเต็มที่ (Maturity)

ช่วงนี้คือช่วงกลุ่มที่บริโภคสินค้าของเรานั้นมีความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์อย่างเต็มที่ทำให้มีกลุ่มลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นจำนวนมากแต่จะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เป็นเส้นตรงไม่ได้เป็น V-SHAPE เหมือนช่วงการเติบโตแรก ๆ การเกิดขึ้นของคู่แข่งใหม่ใหม่ทำให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของเรานั้นเป็นที่ต้องการลดลงนั่นเอง

ขอบคุณรูปภาพจาก Shopee

ดังนั้นกลยุทธ์ในช่วงนี้จึงเป็นการมองหาไปที่ตลาดมึงใหม่หรือคิดค้นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่มีการนำ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ให้กับผู้บริโภครวมถึงอาจจะต้องลดราคาหรือค่าใช้จ่ายในการตลาดที่ลดลงไปเน้นที่การขายออนไลน์ขายหน้าร้านแทนเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย ในการขายและการจัดการ หรือ SG&A ลง แต่สิ่งที่ห้ามรถเลยก็คือการที่รักษาฐานลูกค้าเก่าเอาไว้ไม่ให้หายไปไหน

และเมื่อค่าใช้จ่ายในการทำการตลาด จะลดลงกว่าช่วงแรกและช่วงที่สอง จึงเป็นช่วงที่เก็บเกี่ยวและสร้างกำไรได้มากที่สุดในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์นั่นเอง

4. ช่วงถดถอย (Decline)

ไม่ว่าสินค้าของคุณเติบโตอย่างมหาศาล หรือประสบความสำเร็จมากแค่ไหนก็ตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงช่วงถดถอยไม่ได้เพราะมันเป็นธรรมชาติของวงจรในสินค้านั้น ๆ การแข่งขันที่สูงขึ้น จากที่คู่แข่งเข้ามาทำตลาดผลิตภัณฑ์แบบเดียวกัน ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ของเราเริ่มตกต่ำ ซึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์อยู่ในช่วงถดถอย จะเห็นได้ชัดเจนจากยอดขายที่ลดลงอย่างมากนั่นเอง

สำหรับตัวบริษัทหรือองค์กร เมื่อสินค้าอยู่ในจุดนี้มีทางเลือกอยู่ 2 ทางเลือก คือการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ดีกว่าเจ้าอื่นหรือปรับตามความต้องการลูกค้า หรือการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพื่อยึดระยะช่วงที่ 3 จุดอิ่มตัว ให้ยาวขึ้น และการเลิกผลิตหรือเลิกขายแล้วหันไปพัฒนาสินค้าชนิดใหม่หรือขายสินค้าอื่น

ถือเป็นช่วงที่ท้าทาย เพราะเป็นตัวชี้วัดว่าเรามีความสามารถพอ ที่จะรักษาผลิตภัณฑ์ให้คงอยู่ในตลาดได้หรือไม่ หากไม่สามารถพัฒนาหรือออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ สุดท้ายแล้วผลิตภัณฑ์ก็จะหายไปจากตลาดในที่สุดนั่นเองครับ

วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ หรือ PLC ถ้าเราเข้าถูกจังหวะรับรองว่า “รวย” แต่ถ้าผิดจังหวะก็ทำให้ขาดทุนและเจ๊งได้เช่นกัน การวิเคราะห์ตลาดก่อนเริ่มขาย หรือหาคนที่จะมาซื้อสินค้าของเราก่อนนั้นจึงสำคัญ​ สุดท้ายแล้วต่อให้สินค้าของคุณจะดีแค่ไหน แต่ถ้าหากไม่มีคนซื้อมันก็เท่ากับว่าคุณไปต่อในธุรกิจไม่ได้ Product Life Cycle ทฤษฎีที่ช่วยให้ การวางแผนการตลาด ทำได้ดียิ่งขึ้นนี้จึงเกิดขึ้นมาเพื่อผู้ประกอบการทุกคนนั่นเองครับ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
MARKETING TIPS5 วัน ago

เพิ่มยอดขายให้กับธุรกิจออนไลน์ ด้วย 10 เทรนด์การเปลี่ยนแปลง

MARKETING TIPS1 สัปดาห์ ago

Agile Organization สิ่งที่ธุรกิจของคุณต้องมี ถ้าอยากอยู่รอดในยุคโควิดนี้

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

Product Life Cycle ทฤษฎีที่ช่วยให้ การวางแผนการตลาด ทำได้ดียิ่งขึ้น

CONTENT TIPS2 สัปดาห์ ago

Facebook เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ “Live Audio Rooms” มาปะทะ Clubhouse

INNOVATION2 สัปดาห์ ago

“Virtual” เทรนด์ใหม่มาแรงประจำปี 2021 ที่เจ้าของกิจการค้าปลีกไม่ควรพลาด!

CONTENT TIPS3 สัปดาห์ ago

บทบาทใหม่ของธุรกิจ เพื่อการดำเนินชีวิตหลังวิกฤตโควิด 19

EDUCATION4 สัปดาห์ ago

JobsDB เผย “ต้องอัพสกิลการทำงานแบบไหน ให้เป็นที่ต้องการของตลาดในปี 64 นี้”

CONTENT TIPS4 สัปดาห์ ago

How to ‘Instagram Reel’ หยุดนิ้วลูกค้าด้วย ‘รีล’ วิดีโอคอนเทนท์ในอินสตาแกรม

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ถอดบทเรียนธุรกิจจาก Bearhug กับการขายชานมกระป๋อง ที่ขาดทุนไปกว่า 17 ล้าน

LIFESTYLE1 เดือน ago

3 หมวดพฤติกรรม “New Normal” ของคนไทย จากข้อมูล Google Trends!

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE1 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

EDUCATION12 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

EDUCATION11 เดือน ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

EDUCATION2 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

MARKETING TIPS2 ปี ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

CONTENT TIPS2 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

Facebook

Trending

3284 Views