Connect with us

CREATIVITY

KFC เปิดตัวเกมส์จีบผู้พัน “รับกระแส Gamification Marketing”

Published

on

เมื่อไม่นานมานี้ KFC ได้เปิดตัวเกมส์ของตัวภายใต้ชื่อ I Love You Colonel Sanders โดยตัวเกมส์ทำออกมาในรูปแบบ Dating Simulator (เกมส์จีบและออกเดท)

โดยเนื้อเรื่องหลักที่ KFC ออกแบบ คุณจะต้องรับบทนักเรียนร่วมคลาสทำอาหารของ Colonel Sanders (ผู้พัน) ที่หล่อเหลา และตลอดเกมส์คุณจะต้องมั่นทำคะแนนและตัดสินใจต่างๆ โดยมีตัวเลือกให้คุณ  

และทุกการตัดสินใจเลือกของคุณจะมีผลต่อความรู้สึกของเพื่อนร่วมคลาสคนอื่นๆ ทั้งความรู้สึกและการกระทำต่อตัวละครของคุณ

โดยเป้าหมายของเกมส์ก็คือ “คุณจะรอดอยู่ในโรงเรียนทำอาหารนี้หรือไม่ ?” และผู้พันจะเลือกคุณเป็นหุ้นส่วนชีวิต หุ้นส่วนธุรกิจหรือไม่ ?

Features ของเกมส์ :

  • 9 lovable characters
  • Multiple hours of play-through
  • Dateable Colonel Sanders
  • A secret ending! Shh!
  • Secret recipes! Double Shh!
  • Cooking battles
  • Battle battles
  • Earn a degree from a fictional culinary school
  • 11 Herbs and Spices
  • Cute miniature food
  • Officially created by KFC. No, really

    DEVELOPER : Psyop
    PUBLISHER : KFC

โดนตัวเกมส์วางแผนจะปล่อยให้เล่นผ่าน STEAM ในวันที่ 24 กันยายน 2019 นี้

รายละเอียดเพิ่มได้ / คลิกไปเล่นได้ที่ : https://store.steampowered.com/app/1121910/I_Love_You_Colonel_Sanders_A_Finger_Lickin_Good_Dating_Simulator/

KFC รับกระแสเทรนด์การตลาดใหม่แบบ Game (Gamification) Marketing ที่หลายแบรนด์กำลังมองข้าม

เป็นที่เข้าใจกันดีว่า เป้าหมายหลักในการทำการตลาดไม่ว่าแบรนด์ไหนคือการสร้าง Interaction (ปฏิสัมพันธ์การตอบสนอง) ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค

และยิ่งมีการปฏิสัมพันธ์กันในเชิงบวกมากแค่ไหน ยิ่งเป็นผลดีต่อแบรนด์ให้เกิดภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้เกิดการกลับมาและบอกต่อมากเท่านั้น

ซึ่งถือว่าเป็นการงานหนักของทีมการตลาดเป็นอย่างมาก ในยุคที่แทบทุกตลาดเป็น Red Ocean ช่วงชิงพื้นที่การตลาดการอย่างดุเดือด

ซึ่งมีอยู่อีกรูปแบบแคมเปญการตลาด ที่หลายแบรนด์มักจะมองข้ามอยู่เสมอ นั้นก็คือ Game (Gamification) Marketing หรือการทำการตลาดผ่านเกมส์

Gamification Marketing สามารถสร้าง “การรับรู้แบรนด์” และ “ปฏิสัมพันธ์” ได้ดีจริงหรือไม่ ?

ลองนึกภาพตามกันดูเล่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เมื่อได้จับเกมส์มาเล่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ในรูปแบบใด ก็มักจะติดกันงอมแงม วางไม่ลงเลยทีเดียว ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้สร้างผลดีต่อการตลาดในแง่ “การสร้างภาพจำกับประสบการณ์ที่ดี” เป็นอย่างมาก

ในเมื่อ เทรนด์การตลาดในยุคปัจจุบัน ในยุค Digital Marketing สิ่งที่มีผลต่อผู้บริโภคมากที่สุดก็คือ “ประสบการณ์ที่ดี” การที่ KFC เลือกเกมส์มาสร้างภาพจำจริงเป็นโอกาสที่ดีไม่น้อยเลย

และมีโอกาสต่อยอดสูง หากมีการสะสมแต้ม ส่วนลด หรือแลกของรางวัล กับ KFC ที่หน้าร้านจริงๆ

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ นำ Gamification Marketing มาปรับใช้แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการ Co-Marketing กับเกมกับเกมส์ที่มีคนเล่นอยู่แล้วมากกว่า

Farmville กับ McDonald

แต่สำหรับ KFC กับการเปิดตัวเกมส์ I Love You Colonel Sanders ครั้งนี้ ถือเบุกเบิกการทำการตลาดแนวนี้เลยก็ว่าได้ เพราะทาง KFC เป็นผู้จัดทำเอง

และในอีกมุมหนึ่ง อ้างอิงตามหลักของ “หลักการทางจิตวิทยาของ Pavlov” ที่เป็นคีย์สำคัญของการตลาดรูปแบบนี้คือ

  1. รูปแบบการตลาดนี้จะนำ “เกมส์” มาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความอยากที่จะปฏิสัมพันธ์กับสิ่งนั้นๆ โดยมีเป้าหมายเป็น “เส้นชัย (หรือของรางวัล)” และหากทำไม่สำเร็จก็จะมีการลงโทษ (แพ้)

  2. และเมื่อกลุ่มเป้าหมายมีความอยากที่จะปฏิสัมพันธ์ มีส่วนร่วมกับได้อย่างมีความสุข โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกยัดเยียดอยู่

  3. ยิ่งสุข ยิ่งสนุก ยิ่งมีส่วนร่วม ยิ่งเป็นเหมือนการสร้างประสบการณ์ด้านบวกเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ถ้าสนใจอยากทำ Gamification Marketing บ้างจะต้องเริ่มอย่างไร ?

สำหรับใครที่อยากลองสร้างไอเดียทำการตลาดแบบ Gamification Marketing ดูบ้าง ก่อนอื่นจะต้องเริ่มต้นด้วยการพิจารณาตามแคนวาสดังต่อไปนี้

Gamification Canvas Model จาก http://nuriasamper.com/gamification-canvas-model/
  1. เริ่มต้นด้วยการวางแผน “กลุ่มเป้าหมาย” ที่เป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดของการตลาดก่อน โดยจะสามารถแบ่งได้หลายแบบตามเป้าหมายเลย เช่น แบ่งตามพื้นที่ เพศ อายุ หรือแม้แบ่งตามความรู้สึก

  2. วางแผน “ตัววัดผล” และ “วางระยะเวลาวัดผล” รวมทั้งการเลือกเป้าชี้วัดว่าจะเอาอะไรมาวัด เช่น ยอดขาย การเข้าถึง จำนวนผู้เล่น หรือแม้แต่จำนวนที่ผู้เล่นแพ้ / ชนะ

  3. วางแผน “เครื่องมือที่ผู้เล่นเกมส์จะเข้าถึง” ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ การเข้าถึงคือสิ่งสำคัญที่สุด นักการตลาดควรวางพื้นที่เข้าร่วมเกมส์อย่างชัดเจน ว่าจะสามารถเล่นผ่านช่องทางใดได้บ้าง

  4. วางตัว “Mechanics ของเกมส์ให้ดี” ในเรื่องขององค์ประกอบและกลไกการทำงานของเกมส์ ไม่ใช่หน้าที่ของนักพัฒนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นหน้าที่หลักของนักการตลาดที่จะต้องวางแผนว่า “แบรนด์ควรทำอะไร อยู่ต้องไหน และสร้างผลลัพท์จากจุดต่างๆได้อย่างไร”

  5. วางแผน “Interaction ระหว่างเกมส์ แบรนด์ และผู้เล่น” หรือจะเรียกว่าการวาง “เป้าหมายของการเล่นเกมส์เลยก็ว่าได้” เพราะหากขาดจุุดนี้ไป การเล่นเกมส์ครั้งนี้ก็ไร้ความหมายแน่นอน คีย์หลักเลยก็คือ “ผู้เล่นจะเอาชัยชนะไปทำอะไรได้บ้าง และทำอย่างไรให้ผู้เล่นกลับมาเล่นอีก พร้อมบอกต่อ”

แต่ต้อง Remark กันไว้นิดนึงว่า “การตลาดรูปแบบ Gamification Marketing” ไม่ได้สร้างความสำเร็จและภาพจำด้านบวกเสมอไป ยังมีอีกหลายเคสที่ล้มไม่เป็นท่าเช่นเดียวกัน

และในครั้งนี้ KFC ออกตัวแรงและน่าสนใจมากเลยทีเดียว เราลองมาจับตาดูไปพร้อมกันว่า “แคมเปญนี้ KFC จะมีผลลัพท์ออกมาเช่นไร” แต่วัดที่ 24 กันยายนนี้ ไปลองเล่นกันดูนะครับ

ที่มา : https://store.steampowered.com/app/1121910/I_Love_You_Colonel_Sanders_A_Finger_Lickin_Good_Dating_Simulator/

https://www.marketingoops.com/exclusive/in-game-marketing/

https://www.marketingoops.com/exclusive/how-to/gamification-marketing/

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CREATIVITY

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

Published

on

วานนี้ (27 สิงหาคม 2562) ทาง Pornhub (เว็ปไซต์คอมมูนิตี้ด้านหนังโป๊ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ได้ปล่อยแคมเปญ คลิปหนังโป๊ที่สกปรกที่สุด (The Dirtiest Porn Ever) ผ่าน Youtube โดยกระตุ้นให้คนตระหนักถึงปัญหาขยะในท้องทะเล

ซึ่งแคมเปญนี้นับว่ากำลังอยู่ในกระแสรณรงค์ของทั้ง ดารา เซเลป ทั่วโลก และในประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน ทาง Pornhub จึงขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ต้องการกระตุ้นให้เกิดความตระหนักนี้

ทาง Korey Wise ผู้บริหาร Pornhub กล่าวว่า (อ้างอิงการแปลจาก Kapook.com) “ณ วันนี้ มีขยะพลาสติกมากกว่า 12.7 ล้านตัน ที่ใต้มหาสมุทรลึก สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า จะมีพลาสติกมากกว่าปลาในมหาสมุทรของเรา ในเวลาเพียง 30 ปี มลภาวะในมหาสมุทร ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญระดับโลกที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตของเรา และมันก็ยิ่งเลวร้ายลง นั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงจำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มของเรา เพื่อให้เกิดการตระหนักและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงแค่ในตอนนี้ แต่สำหรับในอนาคตรุ่นต่อ ๆ ไป”

ทั้งยังย้ำอีกว่า “พวกเราสกปรกที่นี่ ที่ Pornhub แต่ไม่ได้หมายความว่า ชายหาดและทะเลของเราจะต้องสกปรกตามไปด้วย”

ชมคลิปได้ที่ : Youtube

และเมื่อนำช๊อตเด็ดๆของคลิปนี้มากางออกดู นับว่าทาง Pornhub นำเสนอออกมาได้ดีมากเลยทีเดียวครับ สามารถวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้ดังนี้

1. แคมเปญนี้จัดทำโดย เอเจนซี่เจ้าดังอย่าง Officer & Gentleman

Agency: Officer & Gentleman
Executive Creative Directors: Javi Iñiguez de Onzoño, Alex Katz Managing Director: José Ortiz
Account Executive: Alba Domínguez
Art Director: Luis Álvarez
Copywriter: Mónica Gramunt
Agency Producer: Beto P.F.
Production Company: Tsunami Film House
Director: Juan Gama de Cossío
Cinematographer: Paco Gelardo
Film Editor: Alberto Sobreviela
Postproduction: Lag, Javier G. Blasco
VFX: Juls Gars/ Alberto Sobreviela
Colorist: David Castañón
Animation: Vladimir Marchukov

2. ตัวคลิปเริ่มต้นมาด้วย “ความสวยงามของท้องทะเล” ภาพคุ้นตาที่หลายคนมักจะได้สัมผัส โดยเป็นการเปิดประเด็นในเชิง “สร้างอารมณ์ร่วมถึงธรรมชาติที่สวยงาม กำลังจะโดนทำลาย”

3. ก่อนจะกระตุ้นอารมณ์ร่วมขึ้นไปอีกขั้นด้วย คู่หนุ่มสาว ตามคอนเซ็ปของ Pornhub ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า จูงมือมาทำอะไรบนชายหาดที่สวยงามนี้

แต่ตัวคลิปจะเชื่อมโยงถึงคอนเซ็ปที่ว่า “พวกเราสกปรกที่นี่ ที่ Pornhub แต่ไม่ได้หมายความว่า ชายหาดและทะเลของเราจะต้องสกปรกตามไปด้วย”

หนังโป๊ที่ว่าสกปรก ยังสกปรกเทียบกับชายหาดปัจจุบันนี้ไม่ได้เลย

4. ก่อนจะเชื่อมโยงเข้ากับสถานการณ์ความรุนแรงของ “ปัญหาขยะในทะเลที่โลกกำลังเผชิญอยู่” ตัดอารมณ์ด้วยภาพสิ่งมีชีวิตมากมายที่กำลังโดนขยะเล่นงาน ทั้งนก ทั้งปลา และมนุษย์เช่นเราๆ

5. จะพลาดได้ยังไง! Pornhub ทั้งที ในเมื่อจูงมือมาที่หาดทรายกันขนาดนี้แล้ว ฉากเด็ดของแคมเปญนี้มันต้องมี “กับการเปิดศึกรักกันของทั้งคู่” แต่ก็รายล้อมไปด้วยขยะมากมาย

โดยมีทีมงาน Pornhub เป็นคนเก็บขยะ ทำหน้าที่เคลียร์สิ่งสกปรกเหล่านั้น ให้ทั้งคู่ได้ฉากที่เด็ด สวยงามที่สุด

เปรียบเหมือนคำพูดของ Korey Wise ที่กล่าวว่า “ทำไมเราจึงจำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มของเรา เพื่อให้เกิดการตระหนักและสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เพียงแค่ในตอนนี้ แต่สำหรับในอนาคตรุ่นต่อ ๆ ไป”

6. ก่อนจะปิดจบด้วยหมัด Hook เด็ดที่บอกว่า “ชมคลิปเต็มได้ที่ Pornhub” – ผู้ที่ชมคลิปดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งในการบริจาคเงินช่วยเหลือองค์กรอนุรักษ์และพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=nskUHvjylEA

https://hilight.kapook.com/view/192748

http://www.ladbible.com/news/news-pornhub-joins-fight-to-clean-up-plastic-pollution-with-dirtiest-porn-20190827

Continue Reading

CREATIVITY

เหตุผลที่ทำไมคนไทยหันมาเป็น Youtuber กันเยอะ ?

Published

on

ทำไมคนถึงหันไปดู Youtube มากกว่า TV อีกล่ะ ?

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ “YouTube” ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมสื่อทั่วโลก นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับสื่อของผู้คน และมีบทบาทในฐานะเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อระหว่าง “Content Creator” กับ “Audience” ซึ่ง 61% ของคนไทยเลือกดู YouTube มากกว่าโทรทัศน์ ขณะที่มี 11% ชอบดูโทรทัศน์มากกว่า “YouTube”

ซึ่ง Youtube ได้สร้างปรากฏการณ์สะท้อนที่ทำให้ “พฤติกรรมรับสื่อ” เปลี่ยนไป

“YouTube” สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภค และภายใน Ecosystem ยังมี Creator จำนวนมาก ถึงกับทำให้บรรดาแบรนด์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์ และเจ้าของช่อง (Broadcaster) ต้องมาเป็น Official Channel เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคบนออนไลน์ รวมทั้งแบรนด์สินค้า-บริการในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ก็ต้องมาลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มนี้ จนทุกวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มวิดีโอเท่านั้น แต่ยังเป็น Marketing Platform ที่ทรงพลังอีกด้วย

ซึ่งใน 14 ปี มานี้ YouTube ได้สร้างปรากฏการณ์ต่างทั้งทั่วโลกและในไทยดังนี้ครับ

▪ ปรากฏการณ์ 1 ก่อกำเนิดวิดีโอออนไลน์ใหญ่ของโลก ในปี 2548
▪ ปรากฏการณ์ 2 คนแห่อัปโหลดวิดีโอ ในปี 2553
▪ ปรากฏการณ์ 3 ถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิกครั้งแรก ในปี 2555 แบบระบบ HD
▪ ปรากฏการณ์ 4 ยอดวิวพันล้าน! Milestone วัดความสำเร็จ ในปี 2556
▪ ปรากฏการณ์ 5 YouTube.co.th ถือกำเนิดขึ้น ในปี 2557
▪ ปรากฏการณ์ 6 Gangnam Style Effect! ในปี 2557
▪ ปรากฏการณ์ 7 ดูวิดีโอด้วย “Virtual Reality” ในปี 2558
▪ ปรากฏการณ์ 8 เมื่อวิดีโอบน “YouTube” คือครูนอกโรงเรียน ในปี 2559
▪ ปรากฏการณ์ 9 GMM Grammy – Workpoint สองค่ายบันเทิงใหญ่ที่มีผู้ติดตาม 10 ล้านคน ในปี 2560
▪ ปรากฏการณ์ 10 วิดีโอหน้ากากหอยนางรม จาก The Mask Singer ติด Top Trending Video ของโลก ในปี 2560
▪ ปรากฏการณ์ 11 “น้องแพรพาเพลิน” Makeup Artist จิ๋วแต่แจ๋ว โกอินเตอร์ ในปี 2561
▪ ปรากฏการณ์ 12 ถ่ายทอดสด Asian Game 2018 ในปี 2561
▪ ปรากฏการณ์ 13 เปิดตัว “YouTube Kids” ในไทย ในปี 2561
▪ ปรากฏการณ์ 14 บันทึกหน้าประวัติศาสตร์เลือกตั้งประเทศไทย 2562

และในช่วง 9 ปี ที่ผ่านมานั้นถือว่าเป็นช่วงแรกๆ เลยใครหลายๆ คนได้เริ่มทำช่อง YouTube เป็นของตัวเองเพื่อแห่กันลงวิดิโอแล้วเริ่มมาทำเป็น Chanel หรือที่เรียกกันว่า YouTuber

แล้วอาชีพ YouTuber คืออะไรล่ะ ??

Youtuber ถ้าแปลกันอย่างตรงตัวก็คือ “ผู้ที่อัพโหลดวิดีโอลงเว็บไซต์ Youtube.com เพื่อแสวงหาผลกำไร” นั่นเอง ทุกวันนี้มีผู้อัพโหลดหลายคน จากหลายช่อง ที่ได้อัพโหลดวิดีโอเจ๋ง ๆ จนมีคนเข้าไปดูนับล้าน ฟันกำไรไปมิใช่น้อยเลยทีเดียว ถามว่าตัววิดีโอนั้นมาจากไหนกันล่ะ ขอตอบว่ามันก็มาจากความคิดสร้างสรรค์ของผู้อัพโหลดนั่นเอง

ซึ่งหากแบ่งเนื้อหาจากคนไทยที่ชอบเข้าไปดู YouTuber นั้นชอบประเภทไหนมากกว่ากันจะแบ่งได้ตามนี้

▪ 63% เพลงไทย
▪ 61% คอนเทนท์ประเภทให้ความบันเทิง
▪ 60% ดูหนัง
▪ 53% เพลงสากล หรือเพลงต่างชาติ
▪ 46% คอนเทนท์ประเภทตลกขบขัน

และความสำเร็จของเหล่า YouTuber นั้นก็ขึ้นอยู่กับยอดคนที่เข้ามาดูวิดิโอของเค้าหรือยอดผู้ติดตามที่มากขึ้นจนก่อให้เกิดเป็นรายได้

แล้วใครในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จจากการเป็น Youtuber บ้าง ??

จากข้อมูลที่อัพเดทเมื่อ 2018 ที่ค่าตัวเลขแน่นอนนั้นเหล่า YouTuber ในไทยที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด (คิดจากยอดผู้ติดตาม ณ ปัจจุบัน) ก็คงจะเป็น….

▪ Kaykai Salaider : Subscribers 10,819,176
▪ Bie The Ska : Subscribers 9,836,285
▪ zbing z. : Subscribers 9,546,520
▪ ครูนกเล็ก : Subscribers 7,825,584
▪ My Mate Nate : Subscribers 7,796,017

ซึ่งลำดับที่พูดไปใครในที่นี้อาจเข้าไปดูและติดตามแล้วก็ได้ซึ่งเหล่า YouTuber เหล่านี้ก็อาจเป็นแรงบรรดาใจให้เด็กรุ่นใหม่หรือใครหลายๆ คนเริ่มอยากจะหันมาเป็น YouTuber กันเลยทีเดี่ยว

แล้วทำไมคนรุ่นใหม่อยากหั่นมาเป็น YouTuber กันล่ะ ?

ซึ่งเหตุผลที่ใครหลายๆ คนอยากเป็น YouTuber ก็เพราะว่าเขาใช้ YouTube กันหนักมากตั้งแต่เด็ก รู้ไหมครับว่าเด็กที่อายุแค่ 3-4 ขวบนั้นใช้ YouTube กันเป็นประจำถึง 48% แล้ว และพออายุถึง 12-15 ปี ก็ใช้ YouTube กันถึง 90% ด้วยซ้ำ ผมยังอดคิดไม่ได้ว่าที่หายไป 10% ที่ไม่ได้ใช้ น่าจะโทรศัพท์เสียหรือเปล่าช่วงนั้น ก็อาจเป็นไปได้

และเหตุผลหลักๆ จากผลวิจัยแล้วล่ะก็จะได้คำพูดสั้นๆ ว่า…

“เพราะมันเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด”
“อยากทำอะไรก็ได้ขอแค่มันสนุกเราก็พร้อมจะทำ”
“ใครก็ทำได้แล้วทำไมเราจึงทำไม่ได้ล่ะ”
“ได้เป็นเจ้านายตัวเองดีออกจะตาย”

ซึ่งไม่ว่าจะไปถามใครๆ ก็จะมีแนวคิดแบบนี้กันสะหมดเลยนะครับแต่สุดท้ายนี้ก็ต้องลองดูครับว่าแนวคิดการเป็น Youtuber นั้นจะถูกอย่างที่พวกเค้าคิดหรือเปล่า ซึ่งตัวผมเองก็ยังรอดูและติดตามการเคลื่อนไหวต่างๆ ของเหล่า YouTuber หน้าใหม่ตลอดแน่นอนครับ

ที่มา : bamesae
rabbittoday
positioningmag

Continue Reading

CONTENT TIPS

ผ่านมาครึ่งปีกว่าแล้ว พฤติกรรม ของคนอ่านสื่อในปี 2019-2020 เป็นอย่างไรกันบ้าง ?

Published

on

” เราต้องหยุดแทรกแซงในสิ่งที่คนกำลงสนใจ และเป็นสิ่งที่คนสนใจแทน “

“เพราะโลกของเรา หมุนเร็วขึ้นทุกวัน” ถ้าให้ผมพูดย้อนกลับไปในระยะเวลาเมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการใช้ Internet เข้ามาสู่ในชีวิตเราบ้างแล้ว แต่ยังไม่แพร่หลาย จนถึงยุคนี้ มีการเปลี่ยนแปลงการใช้อินเตอร์เน็ตที่มีจุดเชื่อมโยงแตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 ยุค ดังนี้ครับ

Desktop And Internet : ยุคที่เริ่มมีการใช้อินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นยุคที่ใครหลายๆ คนนั้นเรียกได้ว่าใช้มันเพื่อหาข้อมูลทำวิจัย หรือ งานต่างๆ มากกว่าการเสพสื่อแบบทุกวันนี้ และในยุคนี้ก็คงจะบอกได้เลยว่าคนส่วนมากนั้นยังนิยมการเสพสื่อผ่านทาง “หนังสือพิมพ์” มากกว่าการใช้อินเตอร์เน็ตอย่างแน่นอน

Mobile And Social : มาในยุคที่เรียกว่า “โลกโซเชียล” ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนอายุเท่าไหร่ก็เริ่มเข้าสู่การเล่น โซเชียล ได้ และเป็นช่วงเริ่มต้นของของแพรตฟอร์มต่างๆ มากมาย ทั้งFacebook , Line , Twitter และ อื่นๆ

จนถึงขั้นติดและเริ่มกลาย “เป็นสังคมก้มหน้า” แต่ก็ว่าเค้าไม่ได้นะครับเพราะยุคนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เร็วตามยุคจริงๆ เพราะแค่หยิบมือถือขึ้นมาก็สามารถเสพข่าวใหม่และเทรนใหม่ๆได้อยู่เสมอ

Content And Big Data : ต่อมาเป็นยุคแห่งการเสพคอนเทนท์ มีคอนเทนท์ละลานตาผ่านหน้าฟีด คนเชื่อได้บ้าง ไม่ได้บ้างเนื่องจากในยุคนี้เริ่มมีข่าวสารที่ปลอมเยอะมาก ไม่ว่าจะเรื่องนู้นนี้นั้น จนทำให้ต้องมีการเก็บข้อมูลและสถิติต่างๆ เพื่อนำมาใช้ในการอ้างอิงถึงความเท็จจริงให้ผู้เสพสื่อได้รู้อย่างถูกต้องครบถ้วน ร่วมทั้งนำมาวิเคราะห์เพื่อสร้างการสื่อสารสู่กลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งกว่าเดิม

Cyber Physical  : ยุคปัจจุบัน (ของหลายประเทศ) ที่หันมาเริ่มใช้ AI นำข้อมูลหรือ Data ไปทำงานแทนอย่างงานๆ

ที่เราเห็น ณ ตอนนี้คือการหาข้อมูลหรือสิ้นค้าอะไรบน Google บ่อยๆ มักจะมี Ad ที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราหามาขึ้นข้างๆ หรือ สิ่งที่คุณมักชอบปิดไปในบ้างเว็บไซต์

หรือตัวอย่างจากผู้นำนวัตกรรมของเอเชียอย่าง อาลีบาบา ก็หันมาใช้ หุ่นยนต์ในการเขียนคอนเทนท์แทนมนุษย์กันบ้างแล้ว

กลับมาที่บ้านเรา พฤติกรรมของพูดอ่านสื่อในปี 2019-2020 จะมีแนวโน้มไปทางไหนกัน ?

คงจะเป็นอีกเรื่องนึ่งที่ผมก็หาคำตอบของมันมานาน เช่น พฤติกรรมของแต่ล่ะวัยนั้นช่างแตกต่างกันเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กิจวัตรประจําวัน เรื่องความเหมาะสม จนไปถึงเรื่องการอ่านสื่อต่างๆ ซึ่งในปีนี้ก็ยิ่งแตกต่างกันออกไป หากจะให้พูดโดยรวมแล้วมันอาจยากไปหน่อย ผมจึงได้จัดแบ่ง Generations ต่างๆ เพื่อให้คุณนั้นเข้าถึงได้มาขึ้นครับ

Baby Boomer : Gen นี้จะอยู่ในช่วงวัย 50 ขึ้นไปถือได้ว่าเป็นกลุ่มที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอสมควรและยิ่งเรื่องที่คน Gen นี้สนใจเอามากๆ เลยก็น่าจะหนี้ไม่พ้นเรื่องสุขภาพ การออกกำลังกาย การซื้อประกันที่จะค่อยดูแลช่วงอ่านยุคของเค้า และผลสำรวจของคนกลุ่มนี้มักจะอ่านสื่ออย่าง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร และ โบรชัวร์ต่างๆ

แต่ถึงจะผ่านร้อน ผ่านหนาวมามากแค่ไหน ก็นับว่ากลุ่ม Baby Boomer คือวัยเด็กที่เพิ่งจะเริ่มใช้ Social Media / Internet กันเป็นครั้งแรก จึงไม่แปลกที่กลุ่มนี้จะตื่นเต้นกับคอนเทนท์ที่แปลกใหม่ และนวัตกรรมที่อยู่บนหน้าจอ

Xers : Gen นี้บอกได้เลยว่ากลุ่มวัยกลางอายุราวๆ 35-53 ปี เป็นกลุ่มที่บอกได้เลยว่าก่ำกึงกับยุคสมัยมาก ส่วนหนึ่งยังนิยมอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ ขณะเดียวกันก็ใช้โซเชี่ยลรวมกลุ่มสนทนาไปด้วย จัดเป็นกลุ่มที่มีความคิดไตร่ตรองสูง มีไลฟ์สไตล์ชัดเจนของตัวเอง พวกเขานิยมอ่านรีวิว หาข้อมูลสินค้า และหาวิธีดูแลตัวเอง

Millennial : หรือกลุ่ม Gen Y เป็นกลุ่มที่มีลักษณะการเปิดกว้างทางความคิด มีระบบสังคมกลุ่มย่อย ที่มีความคิดเห็น ความเชื่อ ความศรัทธาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน และมักจะชอบอ่านสื่อเกี่ยวกับ ด้านสุขภาพ และเชื่อมั่นกับวิทยาการทางการแพทย์สมัยใหม่มาก

Generation Z : เป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียม และความเสมอภาค ทั้งในมุมของอายุ เชื่อชาติ เพศ และรสนิยม ซึ่งสิ่งที่พวกเค้ามักจะเสพสื่อกันนั้นก็คงหนี้ไม่พ้นเรื่องสื่อที่มีอิทธิพลต่อสภาพจิตใจ กิจกรรมในการช่วยปรับมุมมองความคิด หรือสิ่งที่ช่วยในการบำบัดดูแลสุขภาพใจในรูปแบบต่างๆ เทคโนโลยี AR และ VR เป็นสื่อที่มีอิทธิพลและช่วยส่งเสริมการเข้าถึงประสบการณ์ให้กับคน Gen Z ได้

Alpha : Gen อัลฟ่า เป็นเด็กที่เกิดมาในยุคที่รายล้อมไปด้วยเทคโนโลยี ทำให้เด็กรุ่นนี้สามารถมองเห็นและรับรู้สิ่งต่างๆได้มากมาย ง่ายกว่าเจนก่อนๆ ซึ่งด้านพฤติกรรมการบริโภคสำหรับเจนอัลฟ่า จะเน้นไปในแนวทางของการเล่นและเรียนรู้ เพื่อเสริมทักษะพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ และการเข้าสังคม การท่องเที่ยวจะเน้นกิจกรรมที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ให้กับเด็กๆ

แล้วเราจะปรับตัวตามผู้เสพสื่อยังไงดีในปี 2019-2020 นี้ ?

“Data IS KING , Content is Queen , Creativity is god”

คงบอกได้เลยว่าในปี 2019 นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้เร็วจนปรับตัวไม่ทัน หรือ ตามอารมณ์ของคนเสพสื่อแทบจะไม่ได้

แต่จากที่เราศึกษาพฤติกรรมของผู้เสพสื่อมาจำนวนหนึ่งพบว่า มี 4 ปัจจัยนี้ที่พอจะอธิบายเทรนด์การเสพสื่อของชาวเราในยุคนี้ได้ครับ

1. Life Improvement Content : ปัจจุบันคนหันมาเสพข้อมูลเกี่ยวกับ “Life Improvement Content” ที่ช่วยพัฒนาทักษะ ความรู้-ความสามารถให้กับผู้บริโภค เช่น สนใจทำอาหาร เพราะได้ดูรายการทำอาหาร

2. Realism : หัวใจพื้นฐานที่จะสร้าง Brand Engagement ได้จริง คือแบรนด์ต้อง “Realism” หรือ “Being Real” คือ ความจริง ซึ่งสะท้อนถึงความจริงใจของแบรนด์ และ Realism จะสร้างเสน่ห์ให้กับแบรนด์ Micro Influencer จึงยังมาแรงอยู่ในปี 2019

3. Consumer Control : ผู้บริโภคต้องการ “Control” คอนเทนต์ เพราะต้องการเลือกได้เองว่าอะไรคือสิ่งที่เขาอยากดู – ไม่อยากดู เพราะฉะนั้นแบรนด์ที่จะได้ใจคน คือต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าตัวเขาเอง สามารถ Control ได้ ผู้บริโภคจะรักแบรนด์นั้น 

4. Newness & Excitement : คอนเทนต์มากมายในแต่ละวัน จนเกิดภาวะ Overload แต่แนวทางที่จะกระชากความสนใจของผู้บริโภค คือ แบรนด์ต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ด้วยการทำคอนเทนต์ที่มี “ความแปลกใหม่” และ “น่าตื่นเต้น” (Newness & Excitement)

การเดินเกมของ Content ในปี 2019 ของคุณควรเป็นอย่างไร ?

“โลกเปลี่ยน คอนเทนต์เปลี่ยนไป แต่ใจเดิม”

การสร้างประสบการณ์ในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ต้องมองเป็น “Total Experience” ที่แต่ละช่วงของ Audience (Customer) Journey ตั้งแต่มีความต้องการ – รู้จักแบรนด์ – ศึกษาหาข้อมูล – ตัดสินใจ (Call to Action) เชื่อมต่อร้องเรียงเข้าด้วยกัน

ซึ่งการสร้าง Total Experience จึงครอบคลุม Audience Journey เพื่อวางแผนให้ครบทุก Touch Point ในการเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย

สุดท้ายนี้ “CONTENT IS WHAT YOU LOVE” ยังไงก็แล้วแต่ คอนเทนต์ที่แบรนด์สื่อสารออกไป คือ “ความรักที่คุณมีให้ลูกค้า”ถึงแม้คนที่เข้ามาอ่านคอนเทนต์จะอ่านเพื่ออยากรู้ อยากทำเป็น อยากศึกษา อยากซื้อสินค้า แต่สำหรับคุณคนสร้างคอนเทนท์ “จะต้องเริ่มจากเขียนเพราะรักเสียก่อนครับ”

ที่มา : kobkid
thestandard

Continue Reading
LIFESTYLE6 วัน ago

มาแล้ว! YouTube Premium ใช้ฟรี 1 เดือน ไม่มีโฆษณาคั่น

INNOVATION2 เดือน ago

คนไทยใช้ Google น้อยจริงหรือ ? มาเช็ก DATA ไปพร้อมกัน

MARKETING TIPS2 เดือน ago

กูรูแนะนำ “ยิงแอดโดยใช้ Funnel ได้ผล” แล้วอะไรคือ Funnel ? มาหาคำตอบกัน

MARKETING TIPS2 เดือน ago

6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook

CREATIVITY2 เดือน ago

KFC เปิดตัวเกมส์จีบผู้พัน “รับกระแส Gamification Marketing”

EDUCATION2 เดือน ago

กฎพื้นฐาน “5 ข้อสำหรับการสื่อสารเพื่อธุรกิจ” และคนทั่วไป

CONTENT TIPS2 เดือน ago

LinkedIn เผย Future Of Skills 10 ทักษะเฉพาะทางที่ “ตลาดต้องการมากที่สุด”

CREATIVITY3 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

LIFESTYLE3 เดือน ago

“Off-Facebook Activity” ฟีเจอร์ใหม่จาก Facebook เพื่อความเชื่อมั่นด้าน Privacy

CREATIVITY3 เดือน ago

เหตุผลที่ทำไมคนไทยหันมาเป็น Youtuber กันเยอะ ?

NEWS UPDATE8 เดือน ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

LIFESTYLE9 เดือน ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CREATIVITY7 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

CREATIVITY9 เดือน ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

CONTENT TIPS5 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY3 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

CONTENT TIPS9 เดือน ago

จับตามองให้ดีกับ “คอนเทนต์ 4 ประเภท” ที่มาแน่ในปี 2019

MARKETING TIPS8 เดือน ago

Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

EDUCATION5 เดือน ago

จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

NEWS UPDATE4 เดือน ago

Facebook ประกาศลบเพจในไทย 10 เพจ และผู้ใช้อีก 12 บัญชี

Facebook

Trending