Connect with us

CREATIVITY

7 ตัวอย่าง Model ธุรกิจแบบ Subscription – เทรนด์ใหม่ของธุรกิจ 2020

ตอนนี้หลายธุรกิจต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนไปเป็น การทำธุรกิจ Subscription ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ตามชอบ ตามสั่ง ตามใจได้มากกว่า แถมยังเป็นผลดีต่อธุรกิจเองในการรักษาลูกค้าเก่าได้อย่างยั่งยืน

Published

on

Trend ธุรกิจแบบ Subscription

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในปีที่ผ่านมา ได้มีธุรกิจหน้าใหม่มากมายได้ออกมาโลดแล่นในโลกเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก บ้างก็ประสบความสำเร็จและสามารถดำเนินต่อได้อย่างใจหวัง แต่ก็มีไม่น้อยเลยที่ผลลัพธ์ตรงกันข้าม

จนต้องยุติการทำธุรกิจไป ก็มีอยู่มากมายพอสมควรเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ ปัจจัยหลักจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้าหรือบริการที่เราจะสร้างหรือผลิตขึ้นมาเพียงเท่านั้นแต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ “ประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ได้รับจากสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ”

กล่าวคือ การที่จะทำให้ธุรกิจมีรายได้หรือกำไรอย่างยั่งยืนได้ แรกเริ่มเดิมทีการหาลูกค้ารายใหม่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ แต่การที่จะรักษาลูกค้าเก่า และทำให้คนเหล่านั้นกลับมาซื้อซ้ำได้อีกครั้ง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นไม่แพ้กัน

จึงเป็นเหตุผลที่ว่า หากคุณอยากจะให้ธุรกิจของตนมีความมั่นคงในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ คุณสมบัติในการ “ปรับตัว” คือสิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจเป็นอย่างที่สุด

เดิมทีหลาย ๆ Business Model ของธุรกิจส่วนใหญ่ อาจจะเน้นการตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแต่ละกลุ่ม (Customer Segment)

แต่ตอนนี้หลายธุรกิจต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนไปเป็น การทำธุรกิจ Subscription ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ตามชอบ ตามสั่ง ตามใจได้มากกว่า แถมยังเป็นผลดีต่อธุรกิจเองในการรักษาลูกค้าเก่าได้อย่างยั่งยืน

การทำธุรกิจ Subscription คืออะไร ?

คุณอาจจะคุ้นชินกับ Business Model แบบเดิม ๆ ที่เน้นการขายสินค้าหรือบริการโดยแบบรายครั้ง ไปให้กับกลุ่มลูกค้า ซึ่งข้อจำของมันก็คือการที่หากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ ต้องการที่จะได้คุณภาพที่มากขึ้น ก็ต้องซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ในรูปแบบใหม่เท่านั้น

ซึ่งคำจำกัดความนี้ต่างกันกับ การทำธุรกิจ Subscription ที่มีความยืดหยุ่นให้มีการพัฒนาสินค้าและบริการตามความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลา และนำเสนอไปสู่ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้อย่างทันถ่วงที

การทำธุรกิจ Subscription จึงเป็นการขาย “บริการ” มากกว่าการขายผลิตภัณฑ์ โดยสร้างความผูกพันระหว่างธุรกิจและลูกค้าที่มากขึ้น โดยที่ผู้บริโภคยินดีและยินยอมที่จะมีภาระผูกพันในจุดนั้นได้ ก็คือ “ค่าใช้จ่ายรายเดือน” หรือค่าสมาชิกที่ผู้บริโภคจ่ายไปในแต่ครั้งต่อระยะเวลานั่นเอง (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธุรกิจ)

ซึ่งดูในมุมมองของธุรกิจในอดีต การที่ลูกค้าจะยินยอมจ่ายค่าสมาชิกแบบต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ไปได้ยากมาก ๆ แต่ในปัจจุบัน มุมมองของผู้บริโภคนั้นมีการเปลี่ยนไป ที่มีความพร้อมและยินดีที่จะจ่าย หากสิ่งที่ได้รับนั้นมันคุ้มค่า

“ผู้บริโภคไม่ได้มีพฤติกรรมในการจ่ายเงินที่ยากขึ้น หากแต่พร้อมและยินดีจ่ายให้กับสินค้าและบริการ หากสิ่งที่ได้รับมันคุ้มค่ามากพอกับราคาที่จะจ่ายไป”

ทำไม Subscription Marketing ถึงจำเป็นต่อการทำธุรกิจ

1. การได้ยอดขายจากกลุ่มลูกค้าใหม่ อาจไม่สำคัญเท่ายอดขายจากกลุ่มลูกค้าเก่า

เพราะการสร้างการซื้อซ้ำหรือการสร้าง Loyalty ให้กับแบรนด์เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น ทั้งในแง่ของอัตราการเติบโตจากผลกำไรที่มากขึ้น แต่มากขึ้นเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญเท่ากับการมากขึ้นอย่างยั่งยืน

ซึ่งความยั่งยืนที่ว่า ก็คืออัตราค่าบริการที่ได้รับจาก Subscription ที่ไม่ได้รับเพียงครั้งเดียวจบ แต่รับในด้วยความคงที่ ในแต่ละเดือน และมีสิทธิ์ที่จะได้รับมากขึ้น หากผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้น และอยากขยายความต้องการให้ได้รับสินค้าและบริการที่ดียิ่งขึ้นกว่านั่นเอง

2. สามารถทำให้คาดการณ์รายรับของธุรกิจในอนาคตได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

อย่างที่เคยได้กล่าวไปในข้างต้นว่าการทำธุรกิจ Subscription คือคุณจะได้รับอัตราค่าสมาชิกตามเงื่อนไขในทุก ๆ เดือน ทำให้คุณสามารถได้เลยว่าในเดือนหน้านั้นคุณจะเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยคำนวณได้จากอัตราค่าสมาชิก x จำนวนสมาชิก ซึ่งหากรายรับที่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สิ่งที่ควรทำคือการรักษามาฐานเหล่านั้นไว้ให้ได้ แต่หากว่าเงินที่ได้ไม่ถึงเป้าหมาย ก็ต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการที่มากขึ้น

3. ทำให้พัฒนาธุรกิจได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ซึ่งวัดผลงานความยอดนิยม ไม่ว่าจะเรื่องของแพ็คเกจหมวดใหญ่ หรือ รายละเอียดที่เป็นหมวดย่อย ทำให้เมื่อทราบว่าตรงส่วนไหนได้รับความนิยมที่น้อย ก็เน้นที่การพัฒนาในส่วนนั้นให้มากที่สุด

กลับกันในส่วนที่ได้รับความนิยมมาก ก็สามารถที่จะนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ถึงเหตุผลของการได้รับความนิยมเหล่านั้นมาปรับใช้กับส่วนอื่น ๆ ของธุรกิจได้ด้วยเช่นกัน

เทคนิคการทำ Subscription ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ

ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนว่า Subscription Marketing เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างลูกค้าประจำโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมากขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าประจำเป็นส่วนใหญ่ แต่จะทำอย่างไรที่จะประสบความสำเร็จที่มากขึ้นและยั่งยืน

1. มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

หนึ่งในพื้นฐานหลักของการทำธุรกิจก็คือการมีกลุ่มเป้าหมาย สำหรับการทำธุรกิจ Subscription กลุ่มเป้าหมายจะต้องมีความชัดเจน สามารถเจาะจงได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่ธุรกิจจะได้สามารถนำเสนอสินค้า/บริการแก่สมาชิกได้อย่างตรงจุดที่มากขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธุ์และประสบการณ์ที่เหล่าลูกค้าได้รับ เป็นไปในทิศทางที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว

2. ใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์

ยุคนี้เป็นยุคที่ Data เปรียบเสมือนกับพระเจ้าในวงการธุรกิจ เพราะหากยิ่งธุรกิจของคุณมี Data มากเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นต่อกับธุรกิจอื่น ๆ ไม่มีแล้วไปหนึ่งขั้น แต่การจะมี Data ไว้เฉย ๆ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะธุรกิจต้องใช้ Data เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย โดยเทคนิคก็คือนำข้อมูลที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านความชอบ ไลฟ์สไตล์ ต่าง ๆ ของลูกค้า มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจนั่นเอง

3. ตั้งราคาให้เหมาะสมและยืดหยุ่นได้

ขั้นแรกก็ต้องประเมินราคาที่ตั้งไว้ ผนวกกับความพึงพอใจต่อบริการที่ลูกค้าได้รับ ว่ามีความรู้สึกบวกหรือลบ ในอัตราราคาต่อคุณภาพของสินค้า/บริการที่ได้มากน้อยสักเพียงใด

เทคนิคก็คือจะต้องมีการตั้งราคาที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่ามัน “คุ้มค่า” แต่หากเมื่อไหร่ที่ธุรกิจสามารถพัฒนาต่อจนทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่า “ได้มากกว่าความคุ้มค่า” ที่ตั้งไว้

จุดนี้ก็ธุรกิจก็สามารถที่จะเพิ่มราคาอัตราค่าสินค้า/บริการ ให้สมดุลได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะได้กำไรที่มากขึ้น กลับกัน หากลูกค้าเกิดความรู้สึก “ขาดทุน” สิ่งที่ต้องทำก็การพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องลดราคาลง

ตัวอย่างธุรกิจที่มีการทำธุรกิจ Subscription

1. Graze

ใครจะเชื่อว่าธุรกิจขนม & อาหารเพื่อสุขภาพ จะหันมานิยมทำธุรกิจ Subscription ได้ แต่ Graze ทำได้แล้วแถมยังได้ความนิยมมากอีกด้วย (ปัจจุบันมี Review ใน Youtube เยอะมาก ๆ)

โดยใช้เทคนิคการทำ Subscription ข้อ “การใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์” นำมาปรับใช้ (หันมาวิเคราะห์ DATA อย่างจริงจัง) อ้างอิงและเชื่อมโยมการตอบสนองความต้องการของลูกค้าจากข้อมูลความชื่นชอบที่ทางสมาชิกได้ระบุเอาไว้

ซึ่งจุดเด่นอยู่ตรงที่แต่ละสัปดาห์นั้น ขนมเพื่อสุขภาพ ที่ส่งไปจะมีความแตกต่างกันไป และได้สร้างความพิเศษที่มากยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคอยควบคุมคุณภาพและรสชาติอาหารอีกด้วย

Graze protein box TV ad

2. Adobe

ต่อมากับธุรกิจด้านซอฟต์แวร์อย่าง Adobe ที่มีการปรับให้มีการเช่าใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ ในตระกูล Adobe ซึ่งเพิ่มเติมความสามารถตรงส่วนของ Creative Cloud ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานที่มากขึ้น อาทิ การตั้งค่าของแต่ละโปรแกรมที่ใช้บัญชีเดียวกัน จะเป็นข้อมูลชุดเดียวเสมอไม่ว่าจะย้ายไปทำงานในอุปกรณ์อื่น ๆ

ซึ่งแน่นอนว่าตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งทาง Adobe ได้ใช้เทคนิคการทำ Subscription ข้อ “มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน” เข้ามาปรับใช้ในตัวธุรกิจ เพราะเมื่อรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมแบบไหนก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น

Keep up with Hovering Art Directors | Adobe Creative Cloud

3. Kinto

หนึ่งในบริษัทเครือ Toyota ที่ดำเนินธุรกิจเช่นใช้งานรถยนต์ทีกำลังใช้ Model ของการทำ Subscription มาสร้างโอกาสทางธุรกิจแบบสุด ๆ

โดยมีรูปแบบที่จะให้ผู้ใช้งานเลือกรถยนต์ของ Toyota มา 1 คัน เพื่อใช้งานตลอดระยะเวลา 3 ปี โดยราคาขึ้นอยู่กับขนาดของรถเช่า และคะแนนความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งจากการตั้งราคาข้างต้น ก็พอจะเดากันออกว่า Kinto ได้เอาเทคนิคการทำ Subscription ข้อ “การตั้งราคาให้เหมาะสมและยืดหยุ่นได้” นำมาปรับใช้งาน

ซึ่งแน่นอนว่า “การยืดหยุ่นของราคา ทำให้ครองใจผู้ใช้ในชนชั้นกลางได้แบบอยู่หมัดเลยทีเดียว”

4 ขั้นตอนง่ายๆ สมัครใช้บริการ KINTO

4. Netflix

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Netflix ธุรกิจสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับต้น ๆ ของการทำธุรกิจแบบ Subscription

แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่า Netflix ไม่ได้ขายบริการที่เป็นการสตรีมมิ่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการผลิตเนื้อหา หรือ Content ขึ้นมาด้วยตัวเองอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คือการพัฒนาการสินค้า/บริการ ให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ตอบโจทย์เหล่า subscriber ไม่ให้เบื่อง่าย ๆ

How to choose a Netflix Streaming Plan | Netflix

5. NESCAFÉ Dolce Gusto

Model ธุรกิจกาแฟ รูปแบบใหม่ที่เรียกได้ว่าสร้างเสียงฮือฮาไม่น้อยหลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน เพราะนี่คือธุรกิจการที่ที่ทาง NESCAFÉ ต้องการปรับตัวเองและผลักตัวเองจากภาพลักษณ์ของกาแฟสำเร็จรูป สู่อีกหนึ่งตัวตนในการเป็น “กาแฟสไตล์คาเฟ่”

ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ใหม่ในการเป็น “กาแฟสไตล์คาเฟ่” แต่ NESCAFÉ Dolce Gusto ก็ยังคงความง่าย สะดวก รวดเร็วเอาไว้ด้วย

จึงกลายเป็นที่มาของ Model ธุรกิจกาแฟรายเดือน “โดยใช้บริการจัดส่งแคปซูลกาแฟส่งบ้านหรือออฟฟิศคุณ + พร้อมฟรีเครื่องทำกาแฟอีกด้วย”

6. Dollar shave club

“ผลิตภัณฑ์โกนหนวด” แบบ Subscription ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์ Pain Point เล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่และเป็นปัญหาสำหรับคุณผู้ชายเป็นอย่างมาก โดยรูปแบบของการ Subscription ก็คือทาง Dollar Shave Club จะทำการจัดส่ง ผลิตภัณฑ์ประเภทสินค้าโกนหนวด โฟมล้างหน้า และยาสีฟน ให้กับสมาชิกทุก 2 เดือน หรืออาจเป็น 3 หรือ 6 เดือน *ตามแต่สมาชิกระบุ

ซึ่งหลังจากที่โมเดลธุรกิจนี้เปิดตัวได้ไม่นาน ก็เล่นเอาครองใจหนุ่ม ๆ ทั่วอเมริกาได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันสามารถตอบโจทย์ในเรื่องความตรงใจของมีดโกนหนวด ครีมโกนหนวด ที่บางครั้งอาจจะหาซื้อไม่ได้ตามร้านค้าทั่วไป อีกทั้งการสั่งซื้อแบบรายเดือนนี้จะช่วยทำให้ลูกค้าได้ซื้อในราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย

Get Ready | Dollar Shave Club

7. Pandia Health

ปิดท้ายกันไปด้วยธุรกิจที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงอย่างกับสินค้าอย่าง “ยาคุมกำเนิด” ซึ่งใครไม่ทำ แต่ Pandia และยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากอีกด้วย โดยธุรกิจเริ่มต้นขึ้นจากการสำรวจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย แล้วพบว่าสาเหตุที่ผู้หญิงวัย 21 – 25 ปี ละเลยการใช้ยาคุมกำเนิดมาจากการไม่มีเวลาไปซื้อที่ร้าน จากปัญหานำไปสู่การดำเนินธุรกิจที่ตอบสนองและลดช่องว่างดังกล่าวนี้ ผลตอบได้รับการตอบรับดีมาก และสร้างรายได้อย่างมหาศาล

Pandia Health offers low-cost presciptions and free delivery of birth control.
What If You Dislike Your Birth Control? – Pandia Health

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CREATIVITY

PORNHUB “ปล่อยแคมเปญ The Cleanest Porn Ever” สู้ภัย COVID-19

Published

on

เอาใจไปเลย! สำหรับคอหนังผู้ใหญ่สายแข็ง ครั้งนี้ Pornhub (เว็ปไซต์คอมมูนิตี้ด้านหนังโป๊ที่ใหญ่ที่สุดในโลก) ได้ปล่อยแคมเปญ “The Cleanest Porn Ever” หรือ “หนังโป๊ที่สะอาดที่สุด” เพื่อรณรงค์ให้คนทั่วโลกตระหนักถึงการป้องกันตัวเองจากวิกฤต Covid-19

และหลังจากที่พวกได้ปล่อยแคมเปญ คลิปหนังโป๊ที่สกปรกที่สุด (The Dirtiest Porn Ever) ผ่าน Youtube โดยกระตุ้นให้คนตระหนักถึงปัญหาขยะในท้องทะเลไปแล้วช่วงกลางปีก่อน (2019) ก็สามารถเรียกเสียงฮืฮฮาได้ไม่น้อย

โดยครั้งนี้ทาง Agecny ชื่อดังจากเมือง Marid อย่าง Officer & Gentleman ได้เล่าว่า “แคมเปญนี้จะต่างออกไป แต่เราจะยังคงใช้คอนเซปนักแสดงเดิมจาก The Cleanest Porn Ever”

Javi Iñiguez de Onzoño ผู้บริหารของ Gentleman ยังกล่าวอีกว่า “เรื่องที่เราจะพูดถึง coronavirus ได้ดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการสร้างจิตสำนึก และแรงบันดาลใจให้กับผู้คนว่า ระยะห่างก็ทำให้เรา Sexy ได้”

จากที่ทีมงานตั้งหน้าตั้งตาดูทุกคลิปของแคมเปญแล้วพบว่า เนื้อหาหลักของแคมเปญนี้คือการนำแม่เหล็กของวงการอย่าง Asa Akira, Danika Mori, My Sweet Apple และ LeoLulu รวมทั้งหมด 11 คลิป ซึ่งเป็นนักแสดงชุดเดียวกับแคมเปญก่อน

“มาแนะนำพร้อมเคล็ดลับจากองค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด พร้อมทั้งไม่ทิ้งความเป็น Pornhub โดยใช้การดึงดูดและสร้างความน่าสนใจจากเสน่ห์จากเหล่านักแสดงทุกคน”

ตัวอย่างแคมเปญ

The Cleanest Porn Ever avec Luna Okko
The Cleanest Porn Ever с участием Solazola
The Cleanest Porn Ever Asa Akiraと
ornhub Presents: The Cleanest Porn Ever

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CONTENT TIPS

โพสต์ Share Link ให้สะดุดตาด้วยการ “ปรับ Thumbnail ให้ใหญ่กว่าเก่า”

Published

on

หลายท่านทราบกันดีว่า “การโพสต์แบบ Share Link บน Facebook” จะถูกกำหนด Size ในการแสดงผลผ่านหน้า Feed กันอยู่ที่สัดส่วน 1.9 : 1

แต่ถ้าว่ากันตามเทคนิคแล้ว เราสามารถปรับสัดส่วนการแสดงผลและรูปแบบไปได้ตามเครื่องมือที่ใช้ได้เช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น

หากเป็นการ Share Link ในการโพสต์แบบปกติผ่านหน้าแฟนเพจหรือ Creator Studio จะถูกแสดงผลบนหน้าแฟนเพจในสัดส่วน 1.9 : 1 ตามปกติดังตัวอย่างรูปนี้

โพสต์หน้า Timeline แบบ Share Link มี Thumbnail สัดส่วน 1.9:1

แต่หากเราใช้เครื่องมือ Ad Manager เราก็จะสามารถเลือกโพสต์ในลักษณะ Share Link ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพขนาด 1 : 1 หรือแม้แต่ลง Video ก็ตาม แต่ข้อเสียของมันก็คือ “มันจะไม่ถูกแสดงผลบนหน้า Timeline ของแฟนเพจ เหมือนโพสต์อื่น ๆ ได้”

โพสต์ด้วย Ad Manager แบบ Share Link มี Thumbnail สัดส่วน 1 : 1 หรืออื่น ๆ

แต่วันนี้พวกเราขอแนะนำอีกหนึ่งการโพสต์แบบ Share Link ที่จะเปลี่ยน Thumbnail ให้ใหญ่กว่าเก่า แถมยังแสดงผลได้บนหน้าแฟนเพจ รับรองได้เลยว่า “สะดุดตากว่าเก่าแน่นอน” ลองทำตามกันดูได้เลยนะครับ ไม่ยาก และไม่ต้องเสียเงินโฆษณากันอีกด้วยครับ

1. คลิกเข้ามาที่เครื่องมือ Ad Manager และเลือกที่วัตถุประสงค์แบบ Taffic

*การโพสต์ผ่าน Ad Manager โดยเลือกวัตถุประสงค์แบบ Taffic คือการโพสต์ที่เมื่อมีคนคลิกไปยังรูปภาพประกอบโพสต์นั้น (Thumbnail ของโพสต์) ก็จะไปยังหน้า Website ที่เราใส่ไว้ทันที (ลักษณะเดียวกับการโพสต์แบบ Share Link)

2. หากไม่ต้องการกระตุ้นโพสต์ด้วยโฆษณาไปด้วย ให้กดข้ามตรงแถบเมนูด้านซ้ายมือ เลือกตรงคำว่า Ad ได้เลย

3. ระบบจะนำมาที่ส่วนของ Ad (หรือส่วนในการสร้างโพสต์ในการโพสต์นั่นเองครับ) จากนั้นให้เลือกรูปแบบที่อยากจะโพสต์ *อย่าลืมเปลี่ยนแฟนเพจให้ตรงกับที่ต้องการโพสต์ด้วยครับ

4. จากนั้น Upload รูปภาพที่จะใช้เป็น 1 : 1 Thumbnail (หรือจะประยุกต์มาใช้เป็นวิดิโอ ก็ได้เช่นเดียวกัน)

พร้อมทั้งใส่คอนเทนท์ประกอบโพสต์ของเราที่ Primary Text , Headline, และที่สำคัญก็คือ Website URL

หากไม่ต้องการใส่ Call To Action ให้รก ก็สามารถเลือกที่ No Button ได้ และเราจะมีพื้นที่ให้ใส่ Headline มากขึ้นอีกด้วย

5. หลังจากนั้นให้กด Confirm เพื่อเผยแพร่โพสต์ออกไปได้เลย *โดยหลังจากโฆษณาถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว ให้กลับมาที่หน้าหลักของ Ad Manager และทำการลบแคมเปญนั้นทิ้งไปเลยทันที (ไม่ต้องรอให้อนุมัติ ไม่ต้องรอให้คิดเงิน)

6. เมื่อลบโฆษณาของเราออกไปแล้ว ให้เลือกมาที่เครื่องมือ Page Post หรือคลิกที่ Link นี้ https://business.facebook.com/content_management/

ระบบจากพาเรามายังหน้านี้ ให้เราเลือกเมนูทางซ้ายมือที่คำว่า Ads และอย่าลืมเลือกโพสต์ให้ตรงกับที่ลงโฆษณาไปเมื่อกี้ด้วยนะครับ

7. ขั้นตอนสุดท้าย ให้คุณเลือกไปที่โพสต์ “โฆษณาที่เราเพิ่งจะลบไป หรือโพสต์ที่เราต้องการลง” ก่อนจะเลือกที่คำว่า Action และหากต้องการลงเลยให้กดที่ Publish แต่หากต้องการลงแบบตั้งเวลาก็สามารถเลือกได้ที่ Schedule

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถลงโพสต์แบบ Share Link พร้อมกับ Thumbnail ในรูปแบบใหม่ ที่ใหญ่และสะดุดตากว่าแล้วครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน อย่าลืมลองไปทำตามกันดูนะครับ

หลังจากกด Publish ลงแฟนเพจเรียบร้อย จะมีหน้าตาแบบนี้

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

เผยวิธีทำเงินบน TikTok โดย Salina เจ้าของบัญชี ผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน

Published

on

By

ขอบคุณที่มาจาก : https://www.ceochannels.com/salina-tiktok/
และ https://www.businessinsider.com/college-student-has-become-tiktok-star-in-4-months-2019-12

  1. Salinaakilla นักศึกษาระดับวิทยาลัยอายุ 22 ปี กับสถิติการอัพคลิปลง Tiktok โดยใช้เวลาไม่นานเธอก็มีผู้ติดตามกว่า 1,000,000 คน
  2. เธอยังบอกกับทีมข่าวของ Business Insider ว่า “รายได้ของเธอตอนนี้เพียงพอ และเหมือนกับการทำงาน Part-Time ดี ๆ ที่นึงเลยทีเดียว”

TikTok คือแอปพลิเคชั่นที่ใช้เวลาในการสร้างคลิปวิดีโอ 15 วินาทีขึ้นมา ซึ่งพวกเขามีฐานผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนขยายการเติบโตไปทั่วโลก และถึงแม้ว่า TikTok จะไม่มีโปรแกรมการสร้างรายได้อัตโนมติ จากการโฆษณา หรือ Monetization แต่ผู้ใช้งานจำนวนมาก ก็ยังคงเลือกสร้างวิดีโอและคอนเทนต์มากมายกับ TikTok อยู่ดี

ความสะดวก และง่ายของ TikTok ที่ถือว่าเป็นจุดแข็งที่สุด ในแวดวงคอนเทนต์คลิปวิดีโอ

สิ่งที่โดดเด่น และแตกต่างจากแอปพลิเคชั่นอย่าง Facebook หรือ Youtube ที่น่าตกใจมากก็คือ เรื่องการเข้าถึงคลิปวิดีโอ ของผู้ใช้งานหน้าใหม่

เพราะภายในแอปพลิเคชั่น TikTok นั้นถึงแม้ว่า คุณจะเป็นผู้ใช้งานใหม่ แต่ก็สามารถทำให้คลิปวิดีโอของคุณ ไปประจักษ์ต่อสายตาผู้ใช้งานหลักล้านคนได้ในเวลาไม่นาน นี่คือขุมพลังที่เรียกว่า อัตราการเข้าถึง (Organic Reach) ที่มาจากผู้ใช้งานจริงของแอปพลิเคชั่น

เหนือไปกว่านั้นคือ TikTok มีจุดแข็งที่แอปพลิเคชั่นทั้ง 2 ชื่อนั้นยากจะทัดเทียม คือ

  1. ผู้ใช้งานสามารถสร้างคอนเทนต์ได้ง่าย จากคลิปวิดีโอเพียง 15 วินาที ซึ่งอาศัยความครีเอทีฟ และน่าสนใจของเนื้อหาในวิดีโอ ที่ไม่ต้องพิถีพิถันมากนัก
  2. อัตราการเข้าถึง ที่เหนือกว่าเกือบทุกแอปพลิเคชั่น ทำให้ทุกคนเห็นคลิปวิดีโอของคุณได้ แม้เป็นผู้ใช้งานใหม่

4 เทคนิคการหาเงินผ่านแอปพลิเคชั่น TikTok ด้วยตัวเอง โดย Salina

ขอขอบคุณภาพจาก : TikTok

และวันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น กับ 4 เทคนิควิธีการหาเงินจากแอปพลิเคชั่น TikTok ที่มาจากการแนะนำของ Salinakilla ลูกครึ่งเอเชียอเมริกา ที่มียอดผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน โดยที่ไม่ต้องเสียเวลารอโปรแกรม Monetization ก็สามารถเริ่มทำเงินกับ TikTok ได้เดี๋ยวนี้เลย

1.สปอนเซอร์

เป็นการที่สปอนเซอร์จะติดต่อเข้ามาที่ TikToker (ผู้ใช้งาน TikTok) โดยผ่านการติดต่อจ้างโดยตรงจากแบรนด์, บริษัทเอเจนซี่โฆษณาเป็นผู้ติดต่อ หรือมีกรณีที่ทาง TikTok เป็นดีลเลอร์ให้ แล้วติดต่อมาที่ TikToker เอง ซึ่งการทำสปอนเซอร์แบบนี้ จะเป็นการให้สร้างคอนเทนต์วิดีโอ ที่สามารถแทรกเนื้อหา หรือแทรกสินค้าจากแบรนด์ที่เข้ามาแป็นสปอนเซอร์  Tie-in เข้าไปในคลิปวิดีโอ 15 วินาทีของผู้ใช้งาน

ส่วนค่าจ้างเริ่มต้นอาจเริ่มที่ 100 ดอลลาร์(ประมาณ 3,270 บาท ค่าเงิน ณ วันที่ 4 เมษายน 63) ไปจนถึงหลักพันหรือหมื่นดอลลาร์ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตาม ความนิยม รวมไปถึงการผนวกเข้ากับโซเชียลมีเดียอื่น ถ้ามีการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียอื่นด้วย ค่าตัวก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

2.Live Streaming

ขอขอบคุณภาพจาก : ceochannels

การไลฟ์สตรีมจะเป็นการใช้งานโปรแกรม Monetization ของ TikTok ที่เริ่มพัฒนาแล้วให้ใช้งานได้ในตอนนี้ (ยังไม่สมบูรณ์แบบ) เนื่องจากภายในตัวแอปพลิเคชั่นกับโปรแกรมไลฟ์สตรีมนี้ จะมีการเปิดขาย Virtual Gift หรือที่เรียกกันว่า “การซื้อของขวัญ” ให้กับ TikToker

โดยของขวัญแต่ละชิ้นจะมีมูลค่าเหรียญที่แตกต่างกันออกไปตามราคา ทางด้าน Salina บอกว่า รายได้ของเธอที่มาจากการไลฟ์สตรีม เริ่มต้นที่ 20-50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือบางทีอาจจะถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐก็มีอยู่บ้าง จากการไลฟ์สตรีมหนึ่งครั้ง จากผู้ติดตามหลักล้านของเธอในตอนนี้

3.การฝากขายสินค้า

พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับเราช่วยโฆษณาขายของในระบบที่เรียกว่า Affiliate program ที่สามารถฝากขายอัตโนมัติจากหลายแบรนด์การค้าแบบออนไลน์ได้ อย่างเช่น Amazon Affiliate

ซึ่งเธอจะได้ส่วนแบ่งจากการใช้วิธีนี้ประมาณ 5-10% หากดูเผินๆ อาจจะเหมือนเป็นรายได้ที่น้อย แต่ด้วยช่องทางนี้ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับการลงแรงขายสินค้าด้วยตัวเอง เพียงแค่ ช่วยขายสินค้า ก็เหมือนกับมี Passive Income ได้แล้วจากวิธีนี้

นอกจากนี้ยังมีการตอบรับที่ดี จากการยืนยันของทาง TikTok เองแล้วว่า พวกเขากำลังพัฒนาโปรแกรมการสร้างรายได้จากระบบ Affiliate นี้ ร่วมกับร้านค้าออนไลน์อีกมากมาย ที่เราต้องคอยติดตามว่าอนาคต TikTok จะเข้าร่วมโปรแกรมนี้ กับร้านค้าออนไลน์ไหน ให้ TikToker ร่วมโปรโมทเพื่อสร้างรายได้กันอีกบ้าง

4.การขายสินค้าของตัวเอง

โดยปกติแล้ว Influencer หลายคน เมื่อเริ่มมีผู้ติดตาม หรือมีฐานแฟนคลับจำนวนนึง จะเริ่มต้นการสร้างรายได้ของตัวเอง ผ่านการทำสินค้าแฟนชั่น ที่เต็มไปด้วยชื่อของตัวเอง ภาพเหมือนแบบการ์ตูน หรือสกรีนหน้าตัวเองลงไป แน่นอนว่าสามารถทำรายได้เช่นกัน กับฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบคนๆ นั้น

ขอขอบคุณภาพจาก : ceochannels

แต่ Salina กลับไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะเธอคิดว่า ตัวเองคงไม่ได้นั่งทำคลิปวิดีโอใน TikTok ไปจนแก่เฒ่า เธอจึงเลือกสร้างความมั่นคง ที่แตกต่าง ด้วยการ “สร้างแบรนด์แฟชั่นอย่างเป็นทางการ” เพื่อเข้าสู่ตลาดแฟชั่นอย่างเต็มตัว ทำให้ตลาดผู้บริโภคเปิดกว้างมากขึ้น ส่งผลให้เวลาที่คนเลือกซื้อแฟชั่นของเธอ ไม่ได้ซื้อเพราะมีชื่อของ Salina แต่เลือกซื้อแฟนชั่นของเธอด้วยคุณภาพ ดีไซน์ ในฐานแบรนด์แฟชั่นแทน

และนี่คือทั้ง 4 วิธีการหาเงิน ที่ดูภาพรวมแล้วสามารถวิเคราะห์ได้เลยว่า นี่คือเส้นทางการสร้างรายได้ให้กับ TikToker ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงช่วงประสบความสำเร็จ ที่ขนาดสร้างแบรนด์แฟชั่นของตัวเองได้ ทำให้อนาคตแฟชั่นของเธอไม่ได้ผูกมัดกับ TikTok เสมอไป

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
EDUCATION5 วัน ago

Facebook ประเทศไทยจัดแคมเปญ ช่วยเหลือ SMEs ไทยด้วยการเพิ่มทักษะดิจิทัล “เรียนฟรี”

EDUCATION3 สัปดาห์ ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

INNOVATION4 สัปดาห์ ago

FlowPayroll โปรแกรมเงินเดือน ออนไลน์ เพื่อนักธุรกิจยุคใหม่ สะดวก รวดเร็ว เจ้าของทำเองได้

MARKETING TIPS1 เดือน ago

กินรวบทุกทาง “Facebook เตรียมปล่อยระบบ Email Marketing” ส่งได้โดยตรงจากแฟนเพจ

INNOVATION1 เดือน ago

“Robinhood” แพลตฟอร์ม Food Delivery ใหม่จาก SCB พร้อมท้าชนแล้ว!!

LIFESTYLE2 เดือน ago

เศรษฐกิจ RO เฟื่องฟู กับการชุบชีวิตอีกครั้ง เมื่อ Gravity ดึงกลับคืนบ้านเก่า จะรอดหรือร่วง ?!

EDUCATION2 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

MARKETING TIPS2 เดือน ago

ถ้วนหน้า! Agoda ประกาศปลดพนักงานออก 25% ในเอเชีย (กว่า 1,500 คน) เซ่นภัย COVID-19

CREATIVITY2 เดือน ago

PORNHUB “ปล่อยแคมเปญ The Cleanest Porn Ever” สู้ภัย COVID-19

CONTENT TIPS3 เดือน ago

โพสต์ Share Link ให้สะดุดตาด้วยการ “ปรับ Thumbnail ให้ใหญ่กว่าเก่า”

NEWS UPDATE6 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

EDUCATION2 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE1 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

EDUCATION3 สัปดาห์ ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

LIFESTYLE1 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

LIFESTYLE1 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

CONTENT TIPS1 ปี ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

MARKETING TIPS10 เดือน ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

Facebook

Trending