Connect with us

MARKETING TIPS

ประชันกันตรง ๆ โฆษณาผ่านวิทยุ VS โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดีย!

Published

on

ในช่วงเวลาแบบนี้ต้องยอมรับเลยว่า การเปลี่ยนแปลงของยุคการสื่อสาร แทบจะพลิกเป็นรูปแบบใหม่เกือบ 100% แล้ว เพียงแต่ว่ายังมีการพัฒนา หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอของสื่อเก่า ให้ทันสมัยมากขึ้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่มากขึ้น จึงได้รับความนิยมอยู่บ้างในตลาด ดังนั้นวันนี้ เราจะขอนำเสนอเรื่องการ “โฆษณา” ผ่านช่องทางของสื่อทั้ง 2 อย่าง “การโฆษณาผ่านวิทยุ” และ “การโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย” ว่าปัจจุบันมีความแตกต่างกันยังไงบ้าง ในหัวข้อหลักคือ “Budget ในการทำโฆษณา” 

ข้อมูลการโฆษณากับสื่อ “วิทยุ”

หลายคนอาจมองว่า วิทยุ คือสื่อที่กำลังรอวันตาย ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกรณีนี้ ก็อาจเหมือนกับ “ซอมบี้” ที่ตายไปแล้ว แถมเกิดใหม่มาตายยากกว่าเดิมเพราะข้อมูลล่าสุดเมื่อช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2563 ได้มีการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมของผู้ฟังวิทยุในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้ผู้ฟังวิทยุมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น จนสามารถดันเวลาเฉลี่ยจาก 14 ชม. 16 นาทีต่อสัปดาห์ ให้สูงขึ้นเป็น 15 ชม. 2 นาทีต่อสัปดาห์ได้ อีกทั้งทุกรายการในวิทยุ ก็มีเรทติ้งเพิ่มขึ้นไปตาม ๆ กันดังนี้

ขอขอบคุณภาพจาก : news1live
  • รายการเพลงสากล มีผู้ฟังเพิ่มขึ้น 28%
  • รายการข่าว และกีฬา มีผู้ฟังเพิ่มขึ้น 1.5% 
  • รายการเพลงลูกทุ่งไทย มีผู้ฟังเพิ่มขึ้น 1% 
  • รายการเพลงไทยสมัยใหม่ มีผู้ฟังเพิ่มขึ้น 20% 

เห็นได้ชัดเจนว่า รายการเพลงมีเรทติ้งที่พุ่งกระฉูดกว่าใครเพื่อนเลย ถึงแม้ว่าจะมีสื่อออนไลน์ แอปพลิเคชั่น ที่สามารถเข้าฟังเพลงได้ง่ายดายอยู่แล้ว ก็ยังมีคนให้ความสนใจในการฟังเพลงผ่านวิทยุอยู่เช่นกัน 

ข้อมูลการโฆษณากับสื่อ “โซเชียลมีเดีย”

สื่อใหม่ที่เข้าแทรกแซงสังคมปัจจุบัน จนส่งผลได้อย่างแพร่หลาย มีอิทธิพลต่อทั้งด้านจิตใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะด้วยความสามารถอย่างการเชื่อมต่อคนต่างพื้นที่ ต่างวัฒนธรรม ให้มารวมกันอยู่บนสังคมออนไลน์เดียวกันได้ มันจึงทำให้การเข้าถึงเนื้อหาต่าง ๆ นั้นง่ายมากขึ้น ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเอง ไม่ว่าคุณจะแสดงความเป็นปัจเจกบุคคล หรือร้านค้าต้องการจะโพสต์ข้อความขาย เชิญชวนอะไรก็ตามแต่ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้หมด อย่างเช่นสื่อหลักตอนนี้คือ “Facebook” ที่มีผู้เข้าใช้งานหลายสิบล้านในประเทศของเรา

ขอขอบคุณภาพจาก : datareportal
  • มีคนไทยใช้งาน Facebook ถึง 47 ล้านคน
  • แถมมีระบบครอบคลุมเรื่องการทำ Business ทั้ง Account for Business , Email Marketing , Advertising และอื่น ๆ อีกมากมาย
  • เข้าถึงได้ง่าย เพราะมีคอนเทนต์หลากหลายไลฟสไตล์
  • ผู้คนสามารถเลือกสิ่งที่ตนเองสนใจ และรับรู้เพียงเฉพาะบางกลุ่มได้
  • กฎการควบคุมเรื่องเนื้อหาค่อนข้างชัดเจน มีความปลอดภัยหลาย ๆ ด้าน

ทำให้ยุคปัจจุบันนี้ ทุกคนที่เข้าใช้งาน “Facebook” ได้รับโฆษณาผ่านการเลื่อนฟีดไทม์ไลน์หลายต่อหลายครั้ง โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัว หรือไหนจะเป็นเรื่องอัลกอลิทึมสุดฉลาด ที่ทำให้การเสนอสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการตอบโจทย์ และตรงเป้ามากขึ้นไปอีก

เปรียบเทียบกันแบบหมัดต่อระหว่างการโฆษณาของ “วิทยุ” กับ “โซเชียลมีเดีย” 

โฆษณาวิทยุ

ข้อมูลล่าสุดของ “วิทยุ” จากการจัดเรทติ้งคลื่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด 5 อันดับ พร้อมกับราคาเหมาจ่ายในการโฆษณาดังนี้

ขอขอบคุณภาพจาก : jindamanee
  • อันดับที่ 1 ลูกทุ่งมหาชน FM 95 รวม 9 สปอต / 3 วัน ในราคา : 19,000 บาท
  • อันดับที่ 2 Cool Fahrenheit รวม 6 สปอต / 2 วัน ในราคา : 27,000 บาท
  • อันดับที่ 3 จส 100 รวม 12 สปอต / 4 วัน ในราคา : 24,000 บาท
  • อันดับที่ 4 ลูกทุ่งรักไทย FM 90 รวม 6 สปอต / 2 วัน ในราคา : 13,200 บาท
  • อันดับที่ 5 One FM 103.5 8 สปอต / 2 วัน ในราคา : 22,400 บาท
ขอขอบคุณภาพจาก : jindamanee

ทั้ง 5 อันดับนี้คือรายการ Top Rating มากที่สุดในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล เป็นราคาเหมาในแต่ละแพ็คเกจ ซึ่งยังไม่รวมค่าผลิตสปอตโฆษณาวิทยุอีก ทำให้เราอาจต้องจ้างบริษัทที่รับผลิตโดยตรงเพิ่มเข้าไปอีก เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 8,000 – 10,000 บาท

สรุป : หากมีงบประมาณ 15,000 บาทในการโฆษณาสปอต “วิทยุ” เลือก อันดับ 1 ลูกทุ่งมหาชม FM 95 ทั่วประเทศ สปอตละ 8,000 บาท สิ่งที่ได้คือ

  • ได้โฆษณาทั้งหมด 2 สปอต 
  • มีผู้ฟังเป็นอันดับ 1 ของคลื่นวิทยุทั้งหมด
  • มีผู้ฟัง Gen X(40-59 ปี) เยอะสุดที่ 1,380,000 คน
  • มีผู้ฟัง Gen Y(20-39ปี) เยอะสุดที่ 732,000 คน
  • มีผู้ฟัง Baby Boomer(60-71ปี) เยอะที่สุด 699,000 คน
  • มีผู้ฟัง Gen Z(12-19ปี) เยอะที่สุด 198,000 คน

รวมยอดผู้ฟังพีคสุดคือ 3,000,000 คน ซึ่งอาจมีการคาดเคลื่อนในแต่ละปี โดยที่มีความยากลำบากอย่าง การติดต่อซื้อขาย , ความสนใจจริง ๆ ของผู้ฟัง หรือช่วงอายุ กลุ่มเป้าหมายที่สนใจ ถ้าหากเราลงสปอตในสิ่งที่ผู้ฟังไม่สนใจ ก็เหมือนเป็นการ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” ทิ้งไปเสียอย่างนั้น ต่อให้น้ำพริกอร่อยแค่ไหน ก็ไม่มีใครอยากชิมอยู่ดี

โฆษณาโซเชียลมีเดีย

ในส่วนของการโฆษณาผ่าน “Facebook” ณ ปัจจุบันนี้มีหลายบริษัทให้คุณได้เลือกใช้บริการ ทั้ง Digital Marketing , Media Agency และอีกหลายรูปแบบที่สามารถหาได้ง่าย ๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต ยกตัวอย่างเช่น Rating การให้บริการอย่างครบวงจรของทางเรา H.I.P Marketing Studio ที่รับดูแลทั้งการผลิต Content Social Media , Advertising และการวางแผนเพื่อการตลาดครบวงจร มีราคาแพ็คเกจดังนี้

  • SET A 7,500 บาท / เดือน ทำโพสต์ลงเพจ 15 โพสต์
  • SET B 15,000 บาท / เดือน ทำโพสต์ลงเพจ 15 โพสต์ + ยิงแอด(ไม่รวมงบ) 
  • SET C1 19,500 บาท / เดือน ทำโพสต์ลงเพจ 15 โพสต์ + ยิงแอด(รวมงบ 8,000 บาท)
  • SET C2 25,500 บาท / เดือน ทำโพสต์ลงเพจ 15 โพสต์ + ยิงแอด(รวมงบ 15,000 บาท) 

ซึ่งการโพสต์ลงเพจอย่างต่อเนื่อง ก็เหมือน “เรามีหน้าร้านค้า บนสังคมออนไลน์อยู่ด้วย” โดยทาง H.I.P Marketing Studio รับทำโพสต์ลง Facebook แต่ยังรับยิงแอดทั้ง Google , Facebook และส่วนอื่น ๆ ด้วย การยิงแอดนี่ก็คือ “หัวใจหลัก” ของการโฆษณาบน “โซเชียลมีเดีย” ที่ต้องผ่านขั้นตอนการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายอย่างละเอียด , การวางงบประมาณให้เหมาะสม , การวางแผนเพื่อให้โฆษณามีประสิทธิภาพสูงที่สุด

สรุป : การยิงแอดโฆษณาผ่าน “Facebook” ด้วยงบประมาณ 15,000 บาท โดยเลือกทีม H.I.P Marketing Studio ในแพ็คเกจ SET C2 สิ่งที่ได้คือ

  • สามารถทำโฆษณาได้แบบไม่จำกัดแคมเปญ ในงบ 15,000 บาท
  • มีผู้ใช้งาน Facebook หลายสิบล้านคนที่สามารถเห็นโฆษณาของคุณได้
  • สามารถเริ่มต้นยิงแอดได้วันละ 1,000 บาท
  • มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรงที่ 40,000 – 60,000 คน
  • จากการแสดงผลของโฆษณากว่า 70,000 – 100,000 ครั้ง

โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการหว่านกลุ่มเป้าหมาย ให้ตรงกับธุรกิจเพียงเท่านั้น ยังไม่ได้มีการคำนวณ หรือวิเคราะห์ปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยตัวเลขประมาณนี้บน Facebook นับว่ามีจำนวนมาก และน่าสนใจตรงที่ว่า “จะเกิดการซื้อขายโดยตรงผ่าน Facebook Page” ได้ดีกว่าการใช้สปอตวิทยุโฆษณาด้วยคำพูดอย่างเร็ว เพียงไม่กี่วินาที แถมติดต่อซื้อขายก็ไม่ค่อยสะดวกสบายเท่าไหร่นักสำหรับลูกค้า 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CONTENT TIPS

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

Published

on

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

ช่วงนี้ค่าแอดแพงขึ้นทุกวัน “SEO” หรือ “Search Engine Optimization” น่าจะเป็นคำตอบของใครหลายคนครับ .ซึ่งรูปแบบการทำ SEO จะไม่ใช่การซื้อโฆษณาเพื่อสร้าง Taffic ครับ แต่เป็นการผลักดันเว็ปไซต์ให้ติดอันดับใน Google โดยการทำเว็ปให้เป็นมิตรกับ user และการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ครับ

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นศึกษา และทำ SEO (มือใหม่แนะนำให้อ่านอันนี้ก่อนครับ (https://hip-th.me/marketing-tips/3001/) น่าจะเคยเจอปัญหาว่า :

1. จะรู้ได้ยังไงว่าคีย์เวิร์ดนี้ปัจจุบันเว็ปเราอยู่อันดับที่เท่าไร ?

2. ไปจ้างทำ SEO จะรู้ได้ไงว่าอันดับเว็ปขึ้นจริง ?

3. แล้วจริง ๆ แล้ว มีคีย์เวิร์ดไหนบ้าง ที่เว็ปเราติดอันดับ ?

คำถามเหล่านี้จะถูกตอบแน่นอนครับ “ด้วยเครื่องมือฟรีเหล่านี้” ที่เราเอามาฝากกัน :

1. Google Search Console : หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเก่าอย่าง Google Webmaster Tools นี่คือสุดยอด “เครื่องมือฟรี” จาก Google เพื่อให้เราทราบว่า “สถานะของเว็ปไซต์เราปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง” เช็กได้เลยว่าคีย์ไหนเหมาะแก่การนำมาทำ SEO คีย์ไหนคนคลิกเยอะ พร้อมทั้งติดตามและตรวจสอบสุขภาพของเว็ปไซต์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

2. SERPROBOT (SERP Checker – Google Ranking Check) : เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้าน SEO ที่มีบริการให้เราได้ทดสอบอันดับเว็ปไซต์ ตามคีย์เวิร์ดที่เลือกได้มากมาย แถมยังมีฟังชั่นพิเศษในการเลือกประเทศ และให้ใส่คีย์เวิร์ดทดสอบพร้อมกันได้หลายคีย์อีกด้วย แถมผลลัพธ์ก็ชัดเจนไม่เบาครับ

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

3. SERPmojo : ลักษณะการใช้งานจะใกล้เคียงกับ SERPROBOT เลยครับ แต่ที่เด็ดกว่าคือ เราสามารถเช็กได้แบบ Realtime ทันใจ เนื่องจากจะเป็นระบบที่ให้บริการผ่านแอปเท่านั้นครับ

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

MARKETING TIPS

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

ในสถานการณ์ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับ foodpanda ที่ต้องเริ่มสู้กับเจ้าอื่น ๆ ที่พึ่งเปิดตัว ไม่ว่าจะ Gojek ที่พึ่งรีแบรนด์จาก Get Thailand ไปหมาด ๆ หรือ LINE MAN, Wongnai แพลตฟอร์มร้านอาหารที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ทำให้ foodpanda ต้องสู้อย่างหนักในสนามแห่งนี้ที่มีแต่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่น่ากลัว!

Published

on

ในสถานการณ์ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับ foodpanda ที่ต้องเริ่มสู้กับเจ้าอื่น ๆ ที่พึ่งเปิดตัว ไม่ว่าจะ Gojek ที่พึ่งรีแบรนด์จาก Get Thailand ไปหมาด ๆ หรือ LINE MAN, Wongnai แพลตฟอร์มร้านอาหารที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ทำให้ foodpanda ต้องสู้อย่างหนักในสนามแห่งนี้ที่มีแต่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่น่ากลัว!

ทำให้ foodpanda แตกแขนง Q-commerce ของตัวเอง โดยจะมี 3 pillars หลัก ๆ ด้วยกัน คือ “speed – convenience – variety” ซึ่งจะมาเป็นต้นแบบธุรกิจอย่าง pandamart ที่เป็นโมเดลล่าสุดภายใต้ Quick Commerce ทุกอย่างต้องรันด้วยความเร็ว และสะดวกสบาย

เครดิตภาพจาก marketing oops

ล่าสุดแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่น้องใหม่จาก foodpanda อย่าง pandamart ที่ออกมาเฉิดฉายสักพักแล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่สินค้าอุปโภค และสินค้าบริโภคที่มีสินค้าให้เลือกสั่งซื้อมากกว่า 2,500 รายการ สามารถสั่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยรูปแบบในการสั่งสินค้า สามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น foodpanda ในหมวดหมู่ ข้าวของเครื่องใช้ อาหารแห้งและเครื่องดื่ม โดยยังคงคอนเซปของการเป็น Q-commerce ของตัว foodpanda เอง ด้วยการเน้นการส่งที่รวดเร็ว และเคลมว่าจะถึงมือผู้บริโภคภายใน 20 นาที และที่สำคัญสามารถสั่งซื้อสินค้ากับ Partner ค้าปลีกเจ้าอื่นได้ผ่าน foodpanda ไม่ว่าจะเป็น CP Freshmart, Gourmet Market, Tesco, Lawson, Beauty Buffet ฯลฯ รวมอีกมากกว่า 2,700 ราย

เครดิตภาพจาก marketing oops

แน่นอนว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามยุคสมัย ซึ่งผู้บริโภคเองก็มีสิทธิ์ในการเลือกใช้บริการ แต่สิ่งที่ควรยึดหมั่นเสมอคือ การมอบความสะดวก และประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า ปัจจุบัน pandamart ที่ใช้ในการสต๊อกสินค้ามีทั้งหมด 7 พื้นที่ในกรุงเทพ เช่น ลาดพร้าว, วัฒนา, สาทร, สุทธิสาร, งามวงศ์วาน, บางนา และธนบุรี

โดยทำเลที่ตั้งจะดูตามความหนาแน่นของประชากรในแต่ละพื้นที่ ความต้องการในการใช้งาน และความนิยมในการใช้บริการ foodpanda แน่นอนว่าในเร็ววันนี้เราอาจจะได้เห็น pandamart ของ foodpanda ขยายออกไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด หลังจากที่ลองเชิงการตลาดด้วยการเปิดให้บริการมาหลายเดือนที่ผ่านมา ยอดขายเป็นที่น่าพอใจ โดยโมเดลมีอยู่ 2 แบบคือ หักค่าคอมมิชชั่นจากพาร์ทเนอร์ค้าปลีก และเก็บรายได้จากการจำหน่ายสินค้าด้วยตัวเองในโมเดลค้าปลีกเต็มตัว

สำหรับการตลาดแบบใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาทในเร็ว ๆ นี้ นั่นคือ การปั้นสินค้าเครื่องดื่ม และอาหาร R&D ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นโมเดลล่าสุดของ foodpanda ที่เริ่มเปิดตัวบางสินค้าอาหาร เช่น ชานมไข่มุก (Want T), ไก่ทอด JFC (Jackson Fried Chicken) และพาสต้า ให้ทุกคนมาลิ้มลองได้ พิเศษสำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังเติบโตภายในแบรนด์ foodpanda สามารถนำรายการอาหารเหล่านี้ ซื้อเป็นแฟรนไชส์ได้ แต่มีเงื่อนไขคือ ขายเฉพาะแอปพลิเคชั่น foodpanda เท่านั้น!

สิ่งสำคัญของ foodpanda ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่อะไร แต่เป็นการให้บริการที่รวดเร็ว การลงทุนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ตรงจุด และการปรับตัวเอง ปรับการตลาดให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปเรื่อย ๆ

ข้อมูลจาก : marketing oops และ The Standard

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

ด้วยยุคสมัยที่กำลังถูกความง่าย และความสะดวกสบาย ค่อย ๆ กลืนกินไปทีละน้อย ทำให้ตลาดค้าปลีกในออนไลน์ในไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากเทียบในปี 2019 จากมูลค่าตลาด 1.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี 2020 เป็น 2.20 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึง 35%

Published

on

By

ด้วยยุคสมัยที่กำลังถูกความง่าย และความสะดวกสบาย ค่อย ๆ กลืนกินไปทีละน้อย ทำให้ตลาดค้าปลีกในออนไลน์ในไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากเทียบในปี 2019 จากมูลค่าตลาด 1.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี 2020 เป็น 2.20 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึง 35% 

ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social
ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social

ทั้งนี้จากข้อมูล Mobile E-Commerce Adoption จาก We Are Social เปิดเผยว่า ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 นี้ คนไทยใช้งาน E-Commerce ผ่านมือถือไปกว่า 71% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ 52% ถือว่าสูงพอสมควร และอีกหนึ่งข้อมูลที่เปิดเผยออกมา ยอดผู้เข้าซื้อสินค้าโดยตรงแทนการค้นหาบน Google พุ่งทะยานขึ้นไปถึง 82% เลยทีเดียว

สถิติล่าสุดของ E-Commerce ปี 2020

สรุปจากข้อมูลสถิติสำหรับ E-Commerce ในปี 2020 แยกออกมาเป็น 3 เทรนด์มาแรงได้ ดังนี้

  • หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (Supermarket) สูงถึง 73% : โดยเฉพาะในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับการล็อกดาวน์ เนื่องจากผู้คนไม่ได้ออกมาซื้อของนอกบ้าน ต่างก็เลือกกักตุนผ่านออนไลน์กันหมด
  • หมวดสินค้าไอที (Reatil Tech) สูงถึง 50% : ด้วยการปรับเปลี่ยนอย่างกะทันหัน ของรูปแบบการทำงานเป็น Work From Home ทำให้ยอดการสั่งซื้อมอนิเตอร์ หรือเครื่องเล่นเกมพกพา และคอนโซลได้รับความนิยมสูงขึ้น
  • หมวดตกแต่งบ้าน (Furniture) : เช่นเดียวกันกับเหตุผลด้านบน เพราะเป็นช่วงที่ต้องอยู่บ้านเป็นเวลานานนั่นเอง
ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social

และสุดท้ายกับอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจอย่างมากคือ ปกติแล้วเราจะคิดว่า มีเพียงแค่คนรุ่นใหม่เท่านั้นที่สะดวกจะจ่ายเงินผ่านมือถือ แต่ปรากฏว่า จากข้อมูลของทาง We Are Social พบว่า “คนทุกเพศทุกวัย สะดวกจ่ายเงินผ่านมือถือทั้งสิ้น”

แนวโน้ม E-Commerce ในปี 2021 จาก 2 เสือยักษ์ในไทย

ขอขอบคุณภาพจาก : Positioning Magazine

โดยทางด้าน “คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO จาก ‘Priceza’ ” กล่าวคาดการณ์ว่าธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทยมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอีก 50% สำหรับปี 2021 ที่กำลังจะถึงนี้ เพราะอัตราการเติบโตในลักษณะนี้มันไม่ใช่เพียงแค่พฤติกรรมที่ถูกบังคับไปตามสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะเริ่มติดใจในความสะดวกสบายกันแล้ว ทำให้ “การซื้อ” “การขาย” ลงสู่ Marketplace และ Social Media ได้รับความสนใจถึงมากที่สุด ทำให้ทุกฝ่ายยินดีที่จะเรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่ระบบนี้กันมากขึ้น

ขอขอบคุณภาพจาก : The Bangkok Insight

ทางด้าน “คุณวราวุธ นาถประดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติ Kerry Express” ได้กล่าวว่า ตัวเขานั้นมองเห็นพฤติกรรมการจัดส่งพัสดุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแปรผันตรงกันกับยอดการขายสินค้าออนไลน์ ผนวกกับวัฒนธรรมความรู้สึกห่วงใยญาติมิตรในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ มีผลทำให้ยอดการใช้บริการ Kerry Express โตขึ้นถึง 50% ทั้งรูปแบบ “B2C” และ “C2C” และคาดการณ์เอาไว้ว่า จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลช้อปปิ้งออนไลน์ อย่าง 11.11 หรือ 12.12 ในช่วงสิ้นปีนี้

ขอขอบคุณภาพจาก : BrandAge

บวกกับความเห็นจากทาง คุณกล้า ตังสุวรรณ CEO บริษัท Wisesight เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียอันดับ 1 ได้กล่าวถึงพฤติกรรมการใช้งานสื่อ Social Media ของคนไทยว่า “ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอัตราการใช้งาน Social Media เพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่ทางด้านการโต้ตอบ แสดงความเห็น แต่เป็น การสื่อสารถึงกันแทนการเจอตัวกันมากกว่า” 

ทำให้คาดการณ์ผลสรุปโดยรวมได้ว่า หากยอดการใช้งานสื่อออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถส่งผลให้  E-Commerce ก้าวกระโดดตามไปได้อย่างง่ายดาย เพราะปัจจุบันนี้มีการยิง Ads แทรกโฆษณากันเกือบทุกแพลตฟอร์มโซเชียล จึงทำให้ “ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าเกือบทุกประเภทได้ง่ายกว่าเดิมอย่างมาก” 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
CONTENT TIPS4 วัน ago

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

MARKETING TIPS7 วัน ago

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

MARKETING TIPS1 สัปดาห์ ago

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

4 ข้อควรรู้ก่อนยิงแอดผ่าน Line Ads Platform

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

TCDC เจาะเทรนด์โลก “ถอดรหัสกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation ในปี 2021”

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

เปิดตำรารัก “10 ไอเดียทำแคมเปญการตลาดในแบบฉบับของ Porn Hub”

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

ไม่มีเว็บไซต์ก็ขึ้นเสิร์ชหน้าแรกได้ถอดรหัสการทำ SEO จาก Google

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ประชันกันตรง ๆ โฆษณาผ่านวิทยุ VS โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดีย!

NEWS UPDATE1 เดือน ago

ผุดสินค้าใหม่การบินไทย! กับ “กระเป๋าทำจากเสื้อชูชีพและแพยาง” ในโปรเจกต์ Life vest x Lifestyle

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ยื่นคำร้อง ขอวอนพี่มาร์คปลดแบน จัดแต่จบใน 4 ขั้นตอน

NEWS UPDATE11 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

EDUCATION6 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

EDUCATION5 เดือน ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

MARKETING TIPS1 ปี ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

LIFESTYLE2 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS1 ปี ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

Facebook

Trending