Connect with us

MARKETING TIPS

TCDC เจาะเทรนด์โลก “ถอดรหัสกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation ในปี 2021”

มาอัพเดตข้อมูลกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation กันว่า ในปี 2021 นี้จะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด เป็นแบบไหน และพวกเขาสนจะอะไรกันมากขึ้น จาก ‘เจาะเทรนด์โลก 2021 Reform this Moment’ โดย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center : TCDC)

Published

on

มาอัพเดตข้อมูลกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation กันว่า ในปี 2021 นี้จะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด เป็นแบบไหน และพวกเขาสนจะอะไรกันมากขึ้น จาก ‘เจาะเทรนด์โลก 2021 Reform this Moment’ โดย ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative & Design Center : TCDC)

ในปี 2020 นี้เป็นปีที่ผู้คนทั่วโลกต่างต้องเผชิญหน้ากับวิกฤตครั้งใหญ่ในชีวิตอย่างหนักหน่วง จากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่เป็นตัวเร่งยาแรงให้โลกต้องหมุนเร็วขึ้นอย่างฉับพลัน อะไรที่ไม่เคยเห็นก็จะได้เห็น อะไรที่ไม่เคยเกิดก็เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการปิดตัวลงของหลายกิจการใหญ่ทั่วโลกจากพิษเศรษฐกิจ ไปจนถึงการเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชนในหลาย ๆ ประเทศ

ถึงแม้โลกจะเป็นอย่างไร ทุกชีวิตก็ยังคงต้องเดินหน้า หมุนไปตามโลกอยู่ดี

“ปี 2021 จึงเป็นปีของการอยู่กับปัจจุบัน เท่าทันสิ่งที่มี มองออกไปเท่าที่ระยะสายตาจะเห็น และลงมือเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาที่มีค่าในมือให้เป็นต้นทุนชีวิตที่เกิดผลประโยชน์สูงสุด”

การกักตัวในช่วงล็อกดาวน์จากการระบาดของ COVID-19 ในหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้พฤติกรรมการบริโภคและความสนใจในแต่ละ Generation เปลี่ยนแปลงไป มาดูกันว่า ‘แนวโน้มพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละ Generation จะเป็นอย่างไร และพวกเขาจะสนใจอะไรมากขึ้นในปี 2021 นี้

  • Generation Baby Boomer มีความต้องการที่จะไม่เกษียณงาน สนใจในเทคโนโลยีและดิจิตอลมากขึ้น เชื่อในการโฆษณแบบให้ทดลองใช้ฟรี
  • Generation X ได้รับอิทธิพลเรื่องกิจกรรมในยุคดิจิตอลมาจากรุ่นน้องมิลเลนเนียล และให้ความสนใจกับอาหารการกินมากขึ้น
  • Generation Millenial เป็นเจนที่บุกเบิกธุรกิจแบบ D2C เสพติดการใช้โซเชียลมีเดีย และไลฟ์สไตล์ที่ดูหรูหรา
  • Generation Z มองหาพื้นที่ปลอดภัยบนโลกออนไลน์ และรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้สัมผัสถึงบรรยากาศเก่า ๆ ในอดีต (Nostalgia Effect)
  • Generation Alpha ได้รับมรดกตกทอดเรื่องการซื้อสินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติ และดูหรูหรามาจากพ่อแม่ยุคมิลเลนเนียล

Generation: Baby Boomer (ปี 1946-1964)

ในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา 3 เดือนแรก ชาวบูมเมอร์ได้สนใจหันมาโหลดแอพพลิเคชั่นผ่านทาง Smart Phone และ Tablet กันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมียอดดาวน์โหลดรวมกันถึง 1.2 พันล้านครั้งทั่วโลก ซึ่งแอพ ฯ ที่พวกเขานิยมโหลดกันมากที่สุดก็คือ แอพ ฯ เกี่ยวกับ eSport (เกมส์ต่อสู้ใช้พลัง และกีฬา ที่จำลองสถานการณ์ใกล้เคียงกับชีวิตจริง) ปรากฎการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ‘ชาว Baby Boomer หันมาสนใจในเทคโนโลยี และ Digital กันมากขึ้น ’

ชาว Baby Boomer กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงวัยเกษียณ ซึ่งนั่นหมายถึงว่า พวกเขาจะมีเวลมากขึ้นในอนาคต แต่มากกว่า 50% ของชาวบูมเมอร์ ‘ไม่ต้องการที่จะเกษียณและยินดีที่จะทำงานต่อไปอีก 5 ปี ’ ในสายที่ตนเรียนจบมา เพราะ ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ แต่อยากเสริมแนวคิดปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน

นอกจากนี้พวกเขายังใช้ Facebook ในการอัพเดตข่าวสารและชีวิตจากเพื่อน ๆ ซึ่งถือว่าเป็นแพลตฟอร์ม Social Media ที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขา โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และพวกเขายังเชื่อคำโฆษณาหรือการโน้มน้าวจาก Facebook มากกว่ากลุ่มอื่นถึง 19%

ชาวบูมเมอร์มักชอบ ‘การโฆษณาแบบให้ทดลองใช้ฟรี ’ มากกว่าในรูปแบบอื่น ดังนั้นการโฆษณาแบบนี้จึงดูน่าเชื่อถึง และสร้างแรงจูงใจในการซื้อกับพวกเขาได้

Generation: X (ปี 1965-1980)

‘ Me Time ’ คือแนวคิดการมองงานอดิเรกของ Generation X กล่าวคือพวกเขาต้องการมีเวลาให้กับตัวเอง ซึ่งชาวเจนเอ็กซ์ถึง 49% มองหางานอดิเรกแปลกใหม่ให้กับตัวเอง โดยไม่ได้คำนึงว่างานอดิเรกคือกิจกรรมที่ทำในเวลาว่าง แต่มองว่างานอดิเรกคือการให้เวลากับตัวพวกเขาเอง

กิจกรรมในยุค Digital ของประชากรชาว Generation X ที่ได้รับอิทธิพลมาจากเด็ก ๆ ยุค Millenial

  • กิจกรรมการฟังพอดแคสต์ หรือโหลดแอพพลิเคชัน Spotify มาใช้ฟังเพลง ฟังข่าว แทนการอ่านฟีดข่าวบ้านเมืองจากเฟซบุ๊ก
  • เนื่องจากชาวเจนเอ็กซ์ และมิลเลนเนียลขึ้นแท่นครองการเป็นคนโสดมากที่สุด ช็อปปิ้งออนไลน์และการตลาดสำหรับคนโสดจึงได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น

ชาวเจนเอ็กซ์ ‘ให้ความสำคัญกับอาหารมากขึ้น ’ โดยผู้ชายในวัยนี้นิยมทำอาหารด้วยตนเองเพิ่มมากขึ้น 60% จากปี 2017 และยอมจ่ายแพงเพิ่มขึ้น 30% เพื่อซื้ออุปกรณ์เครื่องครัวที่ดีที่สุด ส่วนผู้หญิงในวัยนี้ 58% จาก 1,600 คน เชื่อว่าการเลือกทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการคือพื้นฐานที่จะทำให้ดูดี นอกจากนี้ชาวเจนเอ็กซ์เลือกดื่มไวน์ในการสังสรรค์มากขึ้น ซึ่งคาดว่าภายในปี 2022 ลูกค้าเจนเอ็กซ์จะกลายเป็นกลุ่มลูกค้าใหญ่สำหรับไวน์ แซงเจนบูมเมอร์

Generation: Millennial (ปี 1981-1996)

เป็นเจนที่บุกเบิกธุรกิจแบบ D2C (Direct to Customer) ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานการตลาดออนไลน์ จึงทำให้หลายแบรนด์หันมาโฆษณาสินค้าบน Online Platform อย่าง Instagram, Snapchat และ Tiktok เพื่อเข้าถึงคนกลุ่มนี้ให้ได้มากที่สุด

เพราะเสพติดการใช้ Social Media ยิ่งใช้ยิ่งรู้สึกเหงา พวกเขาจึงพยายามออกไปเที่ยวหรือหากิจกรรมทำในช่วงวันหยุดและสุดสัปดาห์ อย่างเช่นการไปนั่งร้านกาแฟ หรือโชว์ไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา ด้วยเหตุผลนี้เองชาวมิลเลนเนียลมากถึง 77% จึงชอบถ่ายรูปเครื่องดื่มและโพสต์ลงโซเชียลทุก ๆ อาทิตย์ และเป็นตัวแปรต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้ของร้านกาแฟ หรือชาไข่มุก ร้านนั้น ๆ

ชาว Millennial คือกลุ่มคนที่ยึดถือเรื่อง ‘สุขภาวะ (Wellness)’ มากที่สุด

  • จนทำให้พวกเขาเองเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ผลักดันสินค้าเกี่ยวกับประเภทนี้ออกมา เช่น คอร์สออกกำลังกาย คอร์สอาหารคลีน ที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วภายใน 5 ปีที่ผ่านมา
  • มองหากิจกรรมที่ช่วยปรับสมดุลให้กับชีวิตและหน้าที่การงาน เช่น ASMR และการเที่ยวแบบไม่พึ่งไกด์ (Slow Travel)
  • การตกแต่งบ้านหรือที่อยู่อาศัยจึงกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะพวกเขารู้สึกว่านอกจากบ้านจะเป็นที่พักพิงแล้วยังเปรียบเสมือนหลุมหลบภัยที่คอยปลอบประโลมด้านจิตใจ สังเกตได้จากตลาดต้นไม้ในร่มที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

ผู้ปกครองยุดมิลเลนเนียลยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อการศึกษาที่ดีขึ้นสำหรับเจ้าตัวน้อยของพวกเขา และแนวโน้มแนวคิดการเลี้ยงลูกแบบ Work-Family Balance กำลังเพิ่มขึ้น มากถึง 50% ในสหรัฐอเมริกา และ 70% ในยุโรป วิธีทำงานของแม่มีสถานะฟรีแลนซ์ที่เพิ่มขึ้น

Generation: Z (ปี 1997-2012)

‘ Generation Z เจนเนอเรชั่นที่เต็มไปด้วยความกังวล และอยู่บนความไม่แน่นอน ’

เจนซีจึงมองหาพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ พื้นที่คอมมูนิตี้ถึง 60% ของคนเจนนี้จึงมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการมีพื้นที่ปลอดภัย หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า แคมป์ไฟ (Campfire)

เด็ก ๆ ในเจนเนอเรชั่นนี้ต้องเผชิญกับปัญหาเข้าสู่ตลาดงานหลังจากเรียนจบจบมหาวิทยาลัย เป็นวัยที่ก้าวเข้าสู่ช่วงวัยทำงานแบบต้องสู้กับวิกฤตที่ถาโถมเข้ามา

การคิดหวนถึงเรื่องราวหรือสิ่งของที่เชื่อมถึงอดีต ทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจมากขึ้น (Nostalgia Effect) ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือสินค้าแบบแอนาล็อก ซึ่งกระแสนี้เป็นหนึ่งในวิธีการหนีออกจากปัจจุบันที่เจนซีต้องเผชิญอยู่ และมากถึง 75% Nostalgia Effect ทำให้พวกเขานั้นรู้สึกสบายใจขึ้นเมื่อโกรธหรือไม่มีความสุข

นอกจากนี้เจนซีเป็นเจนเนอเรชั่นที่มีความคาดหวังให้แบรนด์ธุรกิจแสดงจุดยืนเกี่ยวกับการสนับสนุนสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ซึ่งมากกว่าความยั่งยืนมาอีกขั้น เพราะพวกเขาเหล่านี้ได้พบเจอกับวิกฤตของสภาพแวดล้อมมาทั้งชั่วอายุ

Generation: Alpha (ปี 2010-ปัจจุบัน)

Generation Alpha เติบโตขึ้นมาอย่างแตกต่างจากเจนเนอเรชั่นอื่นก่อนหน้า แบรนด์ธุรกิจจึงต้องเรียนรู้และพร้อมที่จะพัฒนาก้าวหน้าอยู่เสมอ

ด้วยพ่อแม่ยุคมิลเลนเนียลต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูก ๆ เจนอัลฟา ชาวเจนอัลฟาจึงถูกปรนเปรอด้วยผลิตภัณฑ์ที่ทำจากธรรมชาติ และสินค้าหรูหรา ดังนั้นรสนิยมการซื้อสินค้าลักษณะแบบนี้จึงถูกส่งต่อมาอีกทอดให้กับเจนอัลฟา

พ่อแม่ของเจนอัลฟานั้นโฟกัสในเรื่องของประสบการณ์จากการเรียนรู้ ดังนั้นอุตสาหรรมของเล่นและการศึกษาจึงต้องเพิ่มตัวเลือกนี้เข้ามาโดยนำเสนอผ่านผลิตภัณฑ์หรือในการเรียนการสอน

จากการศึกษาของบริษัทที่ให้ปรึกษาเบื้องหลังการผลิตการ์ตูนเด็ก พบว่า 86% ของเจนอัลฟ่าสนุกกับการออกแบบ การคิดริเริ่ม และการลงมือสร้างสิ่งต่าง ๆ ซึ่งกว่า 58% เชื่อในเรื่องความหลากหลายทางเพศ เพราะพวกเขาเติบโตขึ้นมาท่ามกลางโลกที่ให้ความสำคัญกับคนทุกกลุ่มมากขึ้น สินค้าที่พวกเขาคาดหวังจึงต้องมีความลื่นไหล และแสดงออกถึงตัวตนได้มากขึ้น

‘การสร้างสรรค์ใหม่ๆ จะเกิดจากความต้องการของคนรุ่นใหม่และนำโดยคนรุ่นใหม่ (Young Creative) หรือเรียกว่าเป็นการเคลื่อนไหวของเด็กที่มีความคิดแบบผู้ใหญ่ (Adult-kids)’


ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ได้มาจากการสรุปใจความของผู้เขียนเท่านั้น นอกจากนี้ในเอกสารฉบับเต็มยังมีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของสี เทคโนโลยี สังคมวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้อ่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารฉบับเต็มได้ที่ https://web.tcdc.or.th/th/Publication/Detail/Trend-2021-Reform-this-Moment

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 2 Average: 4.5]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CONTENT TIPS

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

Published

on

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

ช่วงนี้ค่าแอดแพงขึ้นทุกวัน “SEO” หรือ “Search Engine Optimization” น่าจะเป็นคำตอบของใครหลายคนครับ .ซึ่งรูปแบบการทำ SEO จะไม่ใช่การซื้อโฆษณาเพื่อสร้าง Taffic ครับ แต่เป็นการผลักดันเว็ปไซต์ให้ติดอันดับใน Google โดยการทำเว็ปให้เป็นมิตรกับ user และการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ครับ

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นศึกษา และทำ SEO (มือใหม่แนะนำให้อ่านอันนี้ก่อนครับ (https://hip-th.me/marketing-tips/3001/) น่าจะเคยเจอปัญหาว่า :

1. จะรู้ได้ยังไงว่าคีย์เวิร์ดนี้ปัจจุบันเว็ปเราอยู่อันดับที่เท่าไร ?

2. ไปจ้างทำ SEO จะรู้ได้ไงว่าอันดับเว็ปขึ้นจริง ?

3. แล้วจริง ๆ แล้ว มีคีย์เวิร์ดไหนบ้าง ที่เว็ปเราติดอันดับ ?

คำถามเหล่านี้จะถูกตอบแน่นอนครับ “ด้วยเครื่องมือฟรีเหล่านี้” ที่เราเอามาฝากกัน :

1. Google Search Console : หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเก่าอย่าง Google Webmaster Tools นี่คือสุดยอด “เครื่องมือฟรี” จาก Google เพื่อให้เราทราบว่า “สถานะของเว็ปไซต์เราปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง” เช็กได้เลยว่าคีย์ไหนเหมาะแก่การนำมาทำ SEO คีย์ไหนคนคลิกเยอะ พร้อมทั้งติดตามและตรวจสอบสุขภาพของเว็ปไซต์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

2. SERPROBOT (SERP Checker – Google Ranking Check) : เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้าน SEO ที่มีบริการให้เราได้ทดสอบอันดับเว็ปไซต์ ตามคีย์เวิร์ดที่เลือกได้มากมาย แถมยังมีฟังชั่นพิเศษในการเลือกประเทศ และให้ใส่คีย์เวิร์ดทดสอบพร้อมกันได้หลายคีย์อีกด้วย แถมผลลัพธ์ก็ชัดเจนไม่เบาครับ

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

3. SERPmojo : ลักษณะการใช้งานจะใกล้เคียงกับ SERPROBOT เลยครับ แต่ที่เด็ดกว่าคือ เราสามารถเช็กได้แบบ Realtime ทันใจ เนื่องจากจะเป็นระบบที่ให้บริการผ่านแอปเท่านั้นครับ

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

MARKETING TIPS

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

ในสถานการณ์ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับ foodpanda ที่ต้องเริ่มสู้กับเจ้าอื่น ๆ ที่พึ่งเปิดตัว ไม่ว่าจะ Gojek ที่พึ่งรีแบรนด์จาก Get Thailand ไปหมาด ๆ หรือ LINE MAN, Wongnai แพลตฟอร์มร้านอาหารที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ทำให้ foodpanda ต้องสู้อย่างหนักในสนามแห่งนี้ที่มีแต่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่น่ากลัว!

Published

on

ในสถานการณ์ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับ foodpanda ที่ต้องเริ่มสู้กับเจ้าอื่น ๆ ที่พึ่งเปิดตัว ไม่ว่าจะ Gojek ที่พึ่งรีแบรนด์จาก Get Thailand ไปหมาด ๆ หรือ LINE MAN, Wongnai แพลตฟอร์มร้านอาหารที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ทำให้ foodpanda ต้องสู้อย่างหนักในสนามแห่งนี้ที่มีแต่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่น่ากลัว!

ทำให้ foodpanda แตกแขนง Q-commerce ของตัวเอง โดยจะมี 3 pillars หลัก ๆ ด้วยกัน คือ “speed – convenience – variety” ซึ่งจะมาเป็นต้นแบบธุรกิจอย่าง pandamart ที่เป็นโมเดลล่าสุดภายใต้ Quick Commerce ทุกอย่างต้องรันด้วยความเร็ว และสะดวกสบาย

เครดิตภาพจาก marketing oops

ล่าสุดแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่น้องใหม่จาก foodpanda อย่าง pandamart ที่ออกมาเฉิดฉายสักพักแล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่สินค้าอุปโภค และสินค้าบริโภคที่มีสินค้าให้เลือกสั่งซื้อมากกว่า 2,500 รายการ สามารถสั่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยรูปแบบในการสั่งสินค้า สามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น foodpanda ในหมวดหมู่ ข้าวของเครื่องใช้ อาหารแห้งและเครื่องดื่ม โดยยังคงคอนเซปของการเป็น Q-commerce ของตัว foodpanda เอง ด้วยการเน้นการส่งที่รวดเร็ว และเคลมว่าจะถึงมือผู้บริโภคภายใน 20 นาที และที่สำคัญสามารถสั่งซื้อสินค้ากับ Partner ค้าปลีกเจ้าอื่นได้ผ่าน foodpanda ไม่ว่าจะเป็น CP Freshmart, Gourmet Market, Tesco, Lawson, Beauty Buffet ฯลฯ รวมอีกมากกว่า 2,700 ราย

เครดิตภาพจาก marketing oops

แน่นอนว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามยุคสมัย ซึ่งผู้บริโภคเองก็มีสิทธิ์ในการเลือกใช้บริการ แต่สิ่งที่ควรยึดหมั่นเสมอคือ การมอบความสะดวก และประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า ปัจจุบัน pandamart ที่ใช้ในการสต๊อกสินค้ามีทั้งหมด 7 พื้นที่ในกรุงเทพ เช่น ลาดพร้าว, วัฒนา, สาทร, สุทธิสาร, งามวงศ์วาน, บางนา และธนบุรี

โดยทำเลที่ตั้งจะดูตามความหนาแน่นของประชากรในแต่ละพื้นที่ ความต้องการในการใช้งาน และความนิยมในการใช้บริการ foodpanda แน่นอนว่าในเร็ววันนี้เราอาจจะได้เห็น pandamart ของ foodpanda ขยายออกไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด หลังจากที่ลองเชิงการตลาดด้วยการเปิดให้บริการมาหลายเดือนที่ผ่านมา ยอดขายเป็นที่น่าพอใจ โดยโมเดลมีอยู่ 2 แบบคือ หักค่าคอมมิชชั่นจากพาร์ทเนอร์ค้าปลีก และเก็บรายได้จากการจำหน่ายสินค้าด้วยตัวเองในโมเดลค้าปลีกเต็มตัว

สำหรับการตลาดแบบใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาทในเร็ว ๆ นี้ นั่นคือ การปั้นสินค้าเครื่องดื่ม และอาหาร R&D ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นโมเดลล่าสุดของ foodpanda ที่เริ่มเปิดตัวบางสินค้าอาหาร เช่น ชานมไข่มุก (Want T), ไก่ทอด JFC (Jackson Fried Chicken) และพาสต้า ให้ทุกคนมาลิ้มลองได้ พิเศษสำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังเติบโตภายในแบรนด์ foodpanda สามารถนำรายการอาหารเหล่านี้ ซื้อเป็นแฟรนไชส์ได้ แต่มีเงื่อนไขคือ ขายเฉพาะแอปพลิเคชั่น foodpanda เท่านั้น!

สิ่งสำคัญของ foodpanda ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่อะไร แต่เป็นการให้บริการที่รวดเร็ว การลงทุนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ตรงจุด และการปรับตัวเอง ปรับการตลาดให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปเรื่อย ๆ

ข้อมูลจาก : marketing oops และ The Standard

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

ด้วยยุคสมัยที่กำลังถูกความง่าย และความสะดวกสบาย ค่อย ๆ กลืนกินไปทีละน้อย ทำให้ตลาดค้าปลีกในออนไลน์ในไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากเทียบในปี 2019 จากมูลค่าตลาด 1.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี 2020 เป็น 2.20 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึง 35%

Published

on

By

ด้วยยุคสมัยที่กำลังถูกความง่าย และความสะดวกสบาย ค่อย ๆ กลืนกินไปทีละน้อย ทำให้ตลาดค้าปลีกในออนไลน์ในไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากเทียบในปี 2019 จากมูลค่าตลาด 1.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี 2020 เป็น 2.20 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึง 35% 

ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social
ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social

ทั้งนี้จากข้อมูล Mobile E-Commerce Adoption จาก We Are Social เปิดเผยว่า ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 นี้ คนไทยใช้งาน E-Commerce ผ่านมือถือไปกว่า 71% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ 52% ถือว่าสูงพอสมควร และอีกหนึ่งข้อมูลที่เปิดเผยออกมา ยอดผู้เข้าซื้อสินค้าโดยตรงแทนการค้นหาบน Google พุ่งทะยานขึ้นไปถึง 82% เลยทีเดียว

สถิติล่าสุดของ E-Commerce ปี 2020

สรุปจากข้อมูลสถิติสำหรับ E-Commerce ในปี 2020 แยกออกมาเป็น 3 เทรนด์มาแรงได้ ดังนี้

  • หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (Supermarket) สูงถึง 73% : โดยเฉพาะในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับการล็อกดาวน์ เนื่องจากผู้คนไม่ได้ออกมาซื้อของนอกบ้าน ต่างก็เลือกกักตุนผ่านออนไลน์กันหมด
  • หมวดสินค้าไอที (Reatil Tech) สูงถึง 50% : ด้วยการปรับเปลี่ยนอย่างกะทันหัน ของรูปแบบการทำงานเป็น Work From Home ทำให้ยอดการสั่งซื้อมอนิเตอร์ หรือเครื่องเล่นเกมพกพา และคอนโซลได้รับความนิยมสูงขึ้น
  • หมวดตกแต่งบ้าน (Furniture) : เช่นเดียวกันกับเหตุผลด้านบน เพราะเป็นช่วงที่ต้องอยู่บ้านเป็นเวลานานนั่นเอง
ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social

และสุดท้ายกับอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจอย่างมากคือ ปกติแล้วเราจะคิดว่า มีเพียงแค่คนรุ่นใหม่เท่านั้นที่สะดวกจะจ่ายเงินผ่านมือถือ แต่ปรากฏว่า จากข้อมูลของทาง We Are Social พบว่า “คนทุกเพศทุกวัย สะดวกจ่ายเงินผ่านมือถือทั้งสิ้น”

แนวโน้ม E-Commerce ในปี 2021 จาก 2 เสือยักษ์ในไทย

ขอขอบคุณภาพจาก : Positioning Magazine

โดยทางด้าน “คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO จาก ‘Priceza’ ” กล่าวคาดการณ์ว่าธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทยมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอีก 50% สำหรับปี 2021 ที่กำลังจะถึงนี้ เพราะอัตราการเติบโตในลักษณะนี้มันไม่ใช่เพียงแค่พฤติกรรมที่ถูกบังคับไปตามสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะเริ่มติดใจในความสะดวกสบายกันแล้ว ทำให้ “การซื้อ” “การขาย” ลงสู่ Marketplace และ Social Media ได้รับความสนใจถึงมากที่สุด ทำให้ทุกฝ่ายยินดีที่จะเรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่ระบบนี้กันมากขึ้น

ขอขอบคุณภาพจาก : The Bangkok Insight

ทางด้าน “คุณวราวุธ นาถประดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติ Kerry Express” ได้กล่าวว่า ตัวเขานั้นมองเห็นพฤติกรรมการจัดส่งพัสดุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแปรผันตรงกันกับยอดการขายสินค้าออนไลน์ ผนวกกับวัฒนธรรมความรู้สึกห่วงใยญาติมิตรในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ มีผลทำให้ยอดการใช้บริการ Kerry Express โตขึ้นถึง 50% ทั้งรูปแบบ “B2C” และ “C2C” และคาดการณ์เอาไว้ว่า จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลช้อปปิ้งออนไลน์ อย่าง 11.11 หรือ 12.12 ในช่วงสิ้นปีนี้

ขอขอบคุณภาพจาก : BrandAge

บวกกับความเห็นจากทาง คุณกล้า ตังสุวรรณ CEO บริษัท Wisesight เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียอันดับ 1 ได้กล่าวถึงพฤติกรรมการใช้งานสื่อ Social Media ของคนไทยว่า “ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอัตราการใช้งาน Social Media เพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่ทางด้านการโต้ตอบ แสดงความเห็น แต่เป็น การสื่อสารถึงกันแทนการเจอตัวกันมากกว่า” 

ทำให้คาดการณ์ผลสรุปโดยรวมได้ว่า หากยอดการใช้งานสื่อออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถส่งผลให้  E-Commerce ก้าวกระโดดตามไปได้อย่างง่ายดาย เพราะปัจจุบันนี้มีการยิง Ads แทรกโฆษณากันเกือบทุกแพลตฟอร์มโซเชียล จึงทำให้ “ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าเกือบทุกประเภทได้ง่ายกว่าเดิมอย่างมาก” 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
CONTENT TIPS4 วัน ago

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

MARKETING TIPS7 วัน ago

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

MARKETING TIPS1 สัปดาห์ ago

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

4 ข้อควรรู้ก่อนยิงแอดผ่าน Line Ads Platform

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

TCDC เจาะเทรนด์โลก “ถอดรหัสกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation ในปี 2021”

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

เปิดตำรารัก “10 ไอเดียทำแคมเปญการตลาดในแบบฉบับของ Porn Hub”

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

ไม่มีเว็บไซต์ก็ขึ้นเสิร์ชหน้าแรกได้ถอดรหัสการทำ SEO จาก Google

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ประชันกันตรง ๆ โฆษณาผ่านวิทยุ VS โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดีย!

NEWS UPDATE1 เดือน ago

ผุดสินค้าใหม่การบินไทย! กับ “กระเป๋าทำจากเสื้อชูชีพและแพยาง” ในโปรเจกต์ Life vest x Lifestyle

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ยื่นคำร้อง ขอวอนพี่มาร์คปลดแบน จัดแต่จบใน 4 ขั้นตอน

NEWS UPDATE11 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

EDUCATION6 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

EDUCATION5 เดือน ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

MARKETING TIPS1 ปี ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

LIFESTYLE2 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS1 ปี ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

Facebook

Trending