Connect with us

MARKETING TIPS

Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

Published

on

Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จผ่านเครื่องมือ www.facebook.com/business/success

 

นักการตลาดต้องปลื้มแน่นอน! เมื่อทาง Facebook Business ได้เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้เข้าถึงข้อมูล Key Success ของและแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จ

โดยในเครื่องมือจะสามารถเลือก เลือกประเภทของเคสได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น

Business Size ประกอบด้วย

1. Agency
2. Large enterprise
3. Small enterprise
4. Medium-sized enterprises

Objective ประกอบด้วย

1. Awareness
Brand awareness
Reach
Video Views

2. Consideration
App installs
Website Clicks
App engagement
Lead Generation
Post Engagement

3. Conversion
Event responses
Website Conversions
Product Sales
Store Visits
.
Industry ประกอบด้วย

1. Automotive
2. B2B
3. Consumer goods
4. E-commerce
5. Education
6. Entertainment and media
7. Financial services
8. Gaming
9. Health and pharmaceuticals
10. Charities and organisations
11. Professional services
12. Restaurants
13. Retail
14. Sports
15. Technology
16. Telecommunication
17. Travel

Product : ประกอบด้วย

1. Product
Pages
Page posts & publishing
Page shops
Events
Jobs

2. Ad formats
Carousel
Collection
Dynamic ads
Instant Experience
Lead ads
Link ads
Offer ads
Photo ads
Slideshow
Video ads

3. Ad placements
Facebook News Feed
Facebook Live
Facebook Marketplace
Instagram feed
Ads in stories
Audience Network
Messenger
WhatsApp

4. Targeting
Custom Audiences
Lookalike Audiences
Facebook pixel
International targeting

5. Measurement and reporting
Brand Lift
Conversion Lift
Split testing
Offline conversions
Sales lift
Reach
Attribution

6. Bidding and buying types
Reach and frequency
TRP buying
Value-optimised bidding
Programmes and services
Facebook Marketing Partners
.
Region ประกอบด้วย

1. Asia Pacific
2. Europe
3. Middle East
4. Africa
5. Latin America
6. North America

ถึงแม้ว่าข้อมูลอาจจะไม่ได้ระบุลึกถึงขั้นว่า ใครใช้กลุ่มเป้าหมายอะไร วางงบประมาณ และเทคนิคเชิงลึกด้านไหน

แต่ข้อมูลที่ Success Stories ถือว่ามีประโยชน์ต่อนักการตลาด ที่จะเลือกใช้ เครื่องมือใน Facebook Ads Manager ได้อย่างดีเลยทีเดียว รวมทั้งประเภทของธุรกิจที่มีให้ศึกษากันมากมาย ช่วยให้เกิดการปรับใช้และต่อยอดได้อย่างตรงจุดครับ

ลองเข้าไปใช้กันได้ที่ : https://www.facebook.com/business/success/

 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

INNOVATION

คนไทย “ไม่ชอบรอ!” Chatbot จึงตอบโจทย์ – หรือนี่จะเป็นทางรอดสุดท้ายของธุรกิจออนไลน์

เพราะพฤติกรรมคนไทย “ไม่ชอบรอ!” Chatbot จึงตอบโจทย์ – Onechat Startup ไทยมีทั้ง Chatbot ตั้งกลุ่มเป้าหมายยิงแอด พร้อมปุ่ม SELL UP กดปุ๊บขายได้ปั๊บ

Published

on

เพราะพฤติกรรมคนไทย “ไม่ชอบรอ!” Chatbot จึงตอบโจทย์ – และนี่คือทางรอดสุดท้าย OneChat – นวัตกรรม Chatbot ที่ทำได้มากกว่าแค่ตอบแชท แต่ยังตั้งกลุ่มเป้าหมายยิงแอด และมีพร้อมปุ่ม SELL UP กดปุ๊บขายได้ปั๊บ สมัครใช้เลย คลิก : Onechat.ai หรือ H.I.P. Marketing Studio

รู้หรือไม่ว่าอัตราโดยเฉลี่ยในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค
ในช่วงแคมเปญ 11.11 อยู่ที่ 5 วินาทีเพียงเท่านั้น !

เคยสังเกตกันบ้างไหมว่า ในช่วงระยะวลาที่ผ่านมาไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ได้มีการวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลง และพัฒนากันแบบก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ซึ่ง “ความรวดเร็ว” เหล่านั้น ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการสปอย์ผู้บริโภค จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมที่มีความต้องการความรวดเร็วในทุก ๆ เรื่อง และในทุก ๆ ด้าน จนไม่อยากที่จะรออะไรนาน ๆ อีกต่อไป

เมื่อยุคนี้เป็นยุคที่ความเร็วเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนคุ้นชิน : พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ขายสินค้าและบริการก็ต้องมีการปรับตัวด้วยเช่นกัน และจากสถิติข้อมูลการซื้อขายบนออนไลน์ของประเทศไทย พบว่า

“ คนไทยมีระดับการรับรู้เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าผ่านการแชทออนไลน์ในระดับสูงสุด โดยร้อยละ 86 ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่าพวกเขารู้ว่าตนเองสามารถสั่งของหรือซื้อผ่านการแชทได้  ร้อยละ 61 กล่าวว่าพวกเขาเคยมีประสบการณ์ในการแชทออนไลน์กับแบรนด์หรือผู้ขายในขณะช้อปปิ้ง และร้อยละ 40 เคยซื้อผ่านการพูดคุยในแชท เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการใช้แชทเพื่อซื้อสินค้าทั่วโลกโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ16 “

ข้อมูลจาก : https://www.it24hrs.com/2019/thailand-leading-conversational-commerce/

โดยความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่ปัจจัยที่มีส่วนทำให้เกิดเป็นแรงกระตุ้นจนทำให้เกิดต้องการสินค้าผ่านแชทออนไลน์นั้น คือ

  • 61% เผย พวกเขาใช้แชทเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าหรือข้อมูลราคา
  • 37% รู้สึกอยากใช้แชทเพราะความรวดเร็วในการตอบกลับโดยทันที

ด้วยความต้องการเหล่านี้ของผู้บริโภค ทำให้เกิดเทคโนโลยีที่เรียกว่า Chatbot ขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและปิดจุดอ่อนของการซื้อขายผ่านแชทสำหรับผู้ค้าออนไลน์ และคุณสมบัติของมันก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตั้งค่าให้สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าหรือบริการได้เพียงเท่านั้น หากแต่ว่ามันยังสามารถโต้ตอบอย่างรวดเร็วแบบ Real Time และยังสามารถที่จะจบการขายได้ด้วยตัวเองอีกด้วย (ขึ้นอยู่กับความละเอียดในการตั้งค่า)

ข้อดีของ Chatbot

  • Chatbot จะเห็นได้ว่ามันจะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการขายและปิดการขายได้ด้วยตนเอง และตอบกลับในการสื่อสารของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

    เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แปลได้ว่ามันสามารถที่จะลดต้นทุนในด้านของทรัพยากรด้านบุคคลและเวลาให้มากขึ้นได้ โดยที่การซื้อขายยังสามารถเกิดขึ้นได้เฉกเช่นเดิม
  • Chatbot ในปัจจุบันมีหลายฟีเจอร์ในการเข้าตอบคอมเมนท์และดึงเข้าไปคุยต่อใน Inbox ซึ่งจะช่วยทำให้แอดมินเพจไม่พลาด ตอบคอมเมนท์และเก็บลูกค้าเลยสักจุด
  • Chatbot บางเจ้ายังสามารถในการใช้ AI เพื่อเก็บข้อมูลของลูกค้า และสามารถนำมาต่อยอดให้การขายของออนไลน์ต่อยิ่งขึ้นไปอีก

ส่วนข้อเสียที่หากไม่มี Chatbot ล่ะ … หากมองในด้านของการสูญเสียรายได้ล่ะก็ จำนวนลูกค้า 37% ของเราที่หล่นหายไปในระหว่างกระบวนการตัดสินใจซื้อขาย ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะมาก และไม่ควรที่จะพลาดในจุดนี้ไปได้เลย หากคุณต้องการให้เกิดกำไรที่มากขึ้นและยั่งยืนสำหรับตัวธุรกิจของคุณ

……………………………………………………………………………….

Facebook เผย ! คนไทยซื้อออนไลน์เป็นอันดับหนึ่งของโลก

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า คนไทยนั้นมีสถิติการใช้งานโซเซียลมีเดียสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ และไม่ได้เพียงแค่ใช้โซเซี่ยลเก่งอย่างเดียวเพียงเท่านั้น หากแต่ว่ายัง “ช้อปเก่ง” อีกด้วย โดยจากข้อมูลล่าสุดจาก Facebook พบว่า “คนไทยเป็นผู้นำเทรนด์การช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านแชทมากเป็นอันดับ 1”

ดังนั้นการเอา Chatbot เข้ามาช่วยในการซื้อขายออนไลน์ จึงเป็นเรื่องที่ดีและควรทำเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้เราจะพากันรู้จักกับ OneChat หนึ่งใน Chatbot เจ้าดังของไทยที่จะทำให้คุณลืมภาพของ Chatbot แบบเดิม ๆ ที่คุณเคยรู้จักมาตลอดชีวิต

เชื่อเหลือเกินว่า! ประสบการณ์ในการใช้ Chatbot ของใครหลายคนจะต้องมีความรู้สึกเช่นนี้แน่นอน “ตั้งค่าแทบตายสุดท้ายได้แค่ตอบสวัสดี”

เพราะว่า OneChat เป็นนวัตกรรมเพื่อการขายของออนไลน์ผ่าน Facebook ที่แท้จริง หรือจะเรียกกว่า Chat AI ที่ตอบสนองตามคำสั่งที่ตั้งค่าไว้และเรียนรู้พฤติกรรมผู้ซื้อไปด้วยก็ว่าได้

ซึ่งยิ่งมีการพูดคุยได้มากขึ้นเท่าไหร่ ตัว Chatbot ของ OneChat ก็จะมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญไปมากกว่านั้น มันยังเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยคนไทย และได้รับการยอมรับจาก Facebook เป็นที่เรียบร้อย

ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าการใช้งานจะมีความปลอดภัยและถูกกฏของ Facebook อย่างแน่นอน (ทำงานร่วมกับ Facebook API 100% จึงการันตีความมั่นใจและความปลอดภัย)

และความสามารถที่นอกเหนือจากการโต้ตอบการผู้ซื้อแล้วนั้น OneChat ก็ยังมีความสามารถที่หลากหลายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ตอบคอมเม้นท์ และดึงเข้ากล่องข้อความเพจ ตามที่ตั้ง
  • ช่วยตอบ แชท สุ่มหลากหลายคำตอบได้ไม่จำกัด ตามที่ตั้ง
  • สามารถตอบเป็นข้อความ ภาพ รวมทั้งตัวเลือกให้เลือกตอบ
  • เก็บออเดอร์ลูกค้าอัตโนมัติ
  • เก็บและประมวลผล กลุ่มเป้าหมาย
  • สร้างสีสันและดึงดูดใจลูกค้า

เรียกได้ว่าความสามารถของ และคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ OneChat จะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากสำหรับตัวธุรกิจ เชื่อได้เลยว่ามันจะสามารถที่จะเพิ่มจุดดีและลดจุดด้อย ของการซื้อขายผ่านแชทแบบเดิมๆ ที่ใช้ Admin ที่เป็นตัวบุคคล ที่ยังมีข้อจำกัดในด้านของความรวดเร็วในการตอบ และจำนวนการ Chat ต่อจำนวนลูกค้าที่ยังอยู่ในจำนวนที่น้อยและจำกัดเป็นอย่างมาก

แต่ความสารถของ OneChat ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะล่าสุด! เจ้า OneChat ยังเปิดตัวเครื่องสุดจิ๊ด โดนใจชาวยิงแอดกันจนเป็นกระแส Audience+ หรือจะเรียกว่า AI ช่วยสร้างกลุ่มเป้าหมายสำหรับยิงแอดแบบทำเงิน ก็ได้

Audience+ AI ระดับเทพ! ตั้งกลุ่มเป้าหมายให้คุณยิงแอดทำเงิน โดยไม่ต้องเครียดวาง Interest

ซึ่ง Audience+ มีความสามารถสุดเจ๋งที่จะวิเคราะห์แยกแยะกลุ่มลูกค้าที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพจของเราได้ (ย้อนหลังกลับไปได้ตั้งแต่สร้างเพจ) ด้วยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามความต้องการซื้อขายที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. กลุ่มที่มีโอกาสซื้อน้อยมาก (Not Purchase)
  2. กลุ่มที่มีโอกาสในการสั่งซื้อ (Add 2 Cart)
  3. กลุ่มที่มีพฤติกรรมในการสั่งซื้อ (Purchase)

แน่นอนว่า “คุณสามารถนำกลุ่มเป้าหมาย (แบบ Custom Audience) ที่ AI สร้างให้เหล่านี้ไปยิงแอด หาลูกค้าได้อย่างสบายใจ” โดยที่ไม่ต้องตั้งกลุ่มเป้าหมายใด ๆ เลย แถมยังเอาตั้งเป็นกลุ่มเป้าหมายไว้ยิงเพจอื่น ๆ อีกด้วย

โดยกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ คุณยังสามารถที่จะเอาไปต่อยอดได้อีกอาทิ ในแง่ของ Retargeting, Marketing, Upsell หรือ Lookalike เป็นต้น

Facebook ห้ามบรอดแคส ไม่ต้องกังวล! Onechat มี SellNow ปุ่มสร้างยอดที่จะเลือกลูกค้าคนที่จะซื้อให้คุณ!

ถึงแม้ล่าสุดทาง Facebook จะออกกฏเหล็กห้ามบรอดแคสหาลูกค้าผ่านข้อความ ทำเอาหลายธุรกิจต้องรีบปรับตัว และหัวร้อนกันไปตาม ๆ กัน เพราะกว่าจะเก็บ Audience มาได้ก็ยากเย็น

แต่การปรับครั้งนี้ไม่มีปัญหาใด ๆ กับ OneChat เพราะเมื่อไม่นานมานี้ OneChat เพิ่งจะเปิดตัวปุ่ม SellNow ปุ่มดันยอดของจริง ที่จะพูดง่าย ๆ ก็เหมือนจะคล้ายกับการบรอดแคสทั่วไป แต่ที่เหนือกว่า “มันไม่หว่านไปทั่วจนเกิดความรำคาญ” “แต่จะส่งข้อความไปหาคุยแชทกับเรา และมีโอกาสซื้อสูงภายใน 24 ชั่วโมง” ทำให้ปัญหาแอดมินตอบแชทค้างไว้จะต้องหมดไปแน่นอน

เรียกได้ว่ามี OneChat เครื่องมือเดียวก็สามารถตอบได้ครบทุกโจทย์การขายของออนไลน์แล้วครับ ทั้ง Chatbot ทั้งมีกลุ่มเป้าหมายระดับเซียนในการยิงแอดอย่าง Audience+ และมี SellNow ปุ่มดันยอดให้เรียบ ไม่ตกค้างอีกด้วย

อีกทั้งนี้ยังเป็น “นวัตกรรมจากคนไทย เพื่อช่วยธุรกิจคนไทยและเศรษฐกิจไทยให้ดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้และสร้างกำไรที่มากขึ้นด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะพลาดไปได้อีกแล้ว”

รายละเอียดราคา

อ่านคู่มือ Onechat ได้ที่ : ทำความรู้จัก Onechat

ใครสนใจสามารถสมัครใช้งานได้ที่ : คลิก Onechat.ai หรือ H.I.P. Marketing Studio

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 2 Average: 5]
Continue Reading

EDUCATION

E-Sport ยังเป็นแค่เกม หรือกลายเป็นสงครามของนักธุรกิจ ?

Published

on

“ไม่มีใครเคยคิดว่าการเล่นเกม ณ อดีตจะก้าวข้ามมาไกลจนกลายเป็นเกมธุรกิจ”

กว่าการเดินทางของ E-Sport จะเดินก้าวข้ามมาได้ไกลขนาดนี้นับได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ใครหลายๆ คนเป็นต้องต่างตกใจ เพราะวันหนึ่งไม่มีใครคิดว่าจากการเล่นเกมธรรมดาๆ มีเวทีการแข่งขันแค่ในเฉพาะหมู่ จะกลายมาเป็นการแข่งขันที่มีความจริงจังและเข้มข้นพอๆ กับการดูฟุตบอลคู่แดงเดือด ที่มีเงินรางวัลสูงสุดถึง 100 ล้านดอลลาร์ ณ ปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของ E-Sport

เอาจริงๆ แล้ว E-Sport ไม่ได้มีมาเมื่อ 5-7 ปีที่แล้วแต่มันมีมานานมากแล้วตั้งแต่ปี 1972 ซึ่งผู้ริเริ่มของการแข่งขัน E-Sport นั้นก็คือ “Stanford University” และเกมแรกจริงๆ คือ “SPACEWAR”

เกม “SPACEWAR” ปี 1972

และหลังจากนั้นก็มีรายการแข่งขันยาวเป็นหางเว่าตามมาติดๆ เกมดังบ้างไม่ดังบ้างเกมนอกกระแสเกมไล่มาจนถึง ณ ปัจจุบัน อย่าง Dota 2 ที่กลายเป็นเกมที่มีเงินรางวัลสูงสุดถึง 32,891,042 ดอลลาร์ฯ หรือ ‪1,013,701,914 บาท

อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ E-Sport บูมขึ้น

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะไปไหน นั่งรอเพื่อนที่ห้าง หรือ การเข้าหาเพื่อนในยุคของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้คงหนีไม่พ้นการเล่นเกมส์ และหากคุณสังเกตุดีๆ คุณอาจเจอผู้คนทำกิจกรรมเกี่ยวกับ E-Sport อยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ไปจนกระทั่งการดูคลิปการแข่งขัน (หรือ Cast เกมส์) ต่างๆ

การดู E-Sport ในประเทศไทยในกลุ่มอาเซียนมีคนดูสูงถึง 24-33%

ซึ่งจากสถิติข้างบนจึงบ่งบอกได้ว่าคนไทยและคนในกลุ่มอาเซียนนั้นมีการดูกีฬา E-Sport สูงกว่าค่าของโลกและนอกจากคนดูแล้วอีก 26% มีคอนเทนส์แคสเกมส์ในเชิง E-Sport อีกเพียบ หากให้พูดถึงนักทำคอนเทนส์แคสเกมส์ก็คนหนีไม่พ้นพวกเค้าเหล่านี้

และนี้อาจเป็นหนึ่งในเหตุผล ที่ทำให้วงการ E-Sport บูมขึ้นมาทันตาเห็นจน ณ ปัจจุบันบริษัทแบรนด์ใหญ่ๆ ดังซึ่งได้เข้ามาสนับสนุนและให้ความสนใจจนกระทั่งลงทุนเพื่อเพิ่มยอดขายให้กำไรผ่าน การเล่น การดู ของทั่งคนดูและผู้เล่นด้วยกัน

ทำไมนักธุรกิจถึงอยากลงทุนกับ E-Sport

หากจะถามว่าทำไม E-Sport ถึงดึงดูให้นักธุรกิจหลากหลายแบรนด์หันเข้ามาสนใจในเรื่องการลงทุนก็คงเป็นเรื่องของการเติบโตทางด้าน E-Sport ที่ดีดขึ้นสูงในทุกๆ ปีตั้งแต่ปี 2017-2020 และอาจสูงขึ้นเรื่องๆ เป็นเท่าตัวซึ่งจะสามารถดูได้จากกราฟ


▪ อัตราการเติบโตของรายได้อีสปอร์ตทั่วโลกปี 2017-2020
▪ อัตราการเติบโตของจำนวนผู้ชมอีสปอร์ตทั่วโลกปี 2017-2020

ขอบคุณภาพจาก : https://www.scbeic.com/th/detail/product/4860

ขอบคุณภาพจาก : https://www.scbeic.com/th/detail/product/4860

ด้วยเหตุผลที่บอกไปข้างต้นจึงทำให้นักลงทุนใหญ่ๆ จากทุกมุมโลกมาสนใจ E-Sport นี้มากไม่ว่าจะเป็น

▪ บริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Coca Cola,Intel,red bull,Acer,Samsung
▪ ทีมสโมสรกีฬา เช่น Manchester City,Paris Saint Germain,Roma

ส่วนธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากแนวโน้มการเติบโตของ E-Sport

ด้วยการที่วงการอีสปอร์ตจะมีอัตราการเติบโตที่สูงต่อไปในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ที่มองดูด้วยตัวของเม็ดเงินแล้วแล้วอาจจะสูงขึ้นเป็นอีก 2-3 เท่าตัวจากปัจจุบันและในอนาคตธุรกิจที่จะได้รับแนวโน้มจากการเติบโตของ E-Sport คงไม่น่านี้พ้น 5 ธุรกิจดังนี้

1. ธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์สปอนเซอร์สร้างแบรนด์เป็นหลัก

จากรายงานของ Newzoo บอกชัดว่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีคนสนใจ E-Sport อยู่ 9.5 ล้านคน มีคนไทยอยู่ 1.1 ล้านคน  ตอนนี้มีคนดู E-Sport เป็นประจำทั่วโลกกว่า 190 ล้านคน มีคนดูเป็นครั้งคราวอยู่ที่ 194 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 20% ทุกปี เกมอย่าง League of Legend กลายมาเป็น E-Sport โดยเฉพาะในจีนที่มีคนดูในรอบชิงแชมป์ทัวร์นาเมนท์ที่สเตเดี้ยมกว่า 60,000 คน

ดังนั้นไม่มีจังหวะไหนที่จะเหมาะกับการเข้ามาเป็นสปอนเซอน์ในอีเวนท์ E-Sport หรือทีมกีฬา ได้ดีเท่าตอนนี้อีกแล้วตัวอย่างเช่น…

coca cola & overwatch

Intel esport

redbull esports

Samsung ที่สนับสนุนนักกีฬา eSport

ข้อมูลเม็ดเงินจาก : Newzoo

ในวงการ eSport เม็ดเงินส่วนใหญ่จะมาจากโฆษณาและสปอนเซอร์เป็นหลัก

2. ธุรกิจ Gaming Gear และอินเตอร์เน็ตคาเฟ่

ไม่ว่าจะเป็นเมาส์เล่นเกม Logitech G Pro ที่เปิดตัวกลางปีนี้ ที่เป็นรุ่นต่อจาก Logitech G100S ที่หมู่นักแข่ง E-Sport ใช้กัน BenQ ที่มีเกมมิ่งเกียร์และจอมอนิเตอร์ใต้แบรนด์ Zowie ที่มีข่าวเมื่อกลางปีที่แล้วก็สนใจบุกตลาดคนเล่น E-Sport ส่วนแบรนด์อื่นๆที่บรรดาคอเกมเมอร์รู้จักดีอย่าง Razer, Roccat, CM Storm และ  Tt E-Sport  ก็มีโอกาสทำยอดขายในกระแส E-Sport

อุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ Razar

ส่วนร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่เล็กใหญ่ก็มีแนวโน้มกลับมาคึกคักอีกครั้งเพราะมันไม่ใช่แค่ร้านสำหรับคนที่ถูกมองว่าเป็นเด็กติดเกม แต่มันกลายเป็นสถานที่ไว้ฝึกซ้อม E-Sport ด้วย

ร้านคาเฟ่อินเตอร์เน็ต Mine Cafe’ by J.I.B.

ซึ่งทำให้ยอดขายจากทั่วโลกในตลาดนี้ช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายนเพิ่มขึ้นถึง 56% จากปีที่แล้ว มีมูลค่าสูงมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท รวมถึงมูลค่าตลาดอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ในไทยอยู่ที่ 4 ร้อยล้านบาทในปี 2015 ซึ่งเติบโตจากปี 2014 ซึ่งมีมูลค่าอยู่ที่ราว 3.2 ร้อยล้านบาท

3. ธุรกิจผู้ให้บริการเกม

ก็ยังคงหนีไม่พ้นเกมยอดฮิตอย่าง League of Legends (LoL), HoN, Fifa Online, Pointbreak GSL, Blade & Soul, Starcraft 2, Hearthstone, NBA 2K และอื่นๆอีกเพียบ ซึ่งงานนี้ธุรกิจหลักอย่าง Ailsport, Tencent และ Garena ก็เข้ามาช่วยจัดการแข่งขันในวงการ E-Sport ซึ่งเมื่อปลายปีที่ผ่านมา Garena เปิดเผยว่า การแข่งขันอย่าง GarenaStar League เป็นการแข่ง E-Sport ที่ใหญ่ที่สุดในแถบอาเซียน มีคนร่วมงานกว่า  150,000 คนมีคนดูออนไลน์อีก 250,000 คน

4. ธุรกิจการท่องเที่ยว

ยกตัวอย่างจากประเทศไทยที่มีจุดเด่นติดหนึ่งในอันดับประเทศที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกมาโดยตลอดแล้ว การมีอุตสาหกรรมอีสปอร์ตก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะดึงดูดให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะแฟนกีฬาอีสปอร์ตมาท่องเที่ยวและเยี่ยมชมประเทศไทยมากยิ่งขึ้นผ่านการจัดงานอีเวนท์ขนาดใหญ่ ตัวอย่างเช่น มหกรรมเกมอีสปอร์ต ดิจิทัลคอนเทนท์ วันที่ 31 มีนาคม – 1 เมษายน 2018 ที่ผ่านมา

ทางบริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงาน Garena World: eSports for all ที่จัดขึ้นที่ไบเทค บางนา ซึ่งเป็นมหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพื้นที่รองรับผู้คนมากกว่า 2 แสนคน ทั้งนี้ มีผู้ชมร่วมกว่า 1 แสนคน ทั้งผู้ประกอบการชาวไทยและชาวต่างชาติที่สนใจมาดูงาน อีสปอร์ตจึงสามารถมีส่วนร่วมในการเพิ่มสีสันให้อุตสาหกรรมและธุรกิจการท่องเที่ยวไทยได้ในทางอ้อม

5. ธุรกิจแฟชั่น

จะบอกว่ายิ่งมีการเติมโตที่มากขึ้นการทำทีมของ E-Sport ก็สูงขึ้นทุกๆ ปีจนทำให้มีการตัดชุดเสื้อผ้าจนไปถึงอุปกรณ์แต่งตัวให้เหมาะกับการเล่นกีฬา E-Sport ที่มากขึ้นยิ่งกว่าเดิมหรือการ เปลี่ยนรูปแบบของเสื้อ เช่น

รูปแบบเสื้อจาก : MiTh

รองเท้าสำหรับ E-Sport จาก : Puma

เสื้อจาก : Nike

และแน่นอนว่า “พวกที่เล่นเกมจนกลายเป็นอาชีพหาเลี้ยงตัวได้ ซึ่งต่างจากเด็กติดเกมตรงที่นักกีฬาพวกนี้ไม่ได้เล่นเกมกันจนลืมเวลา แต่ตรงกันข้ามคือแบ่งเวลา มีวินัยในการฝึกซ้อมและศึกษาวิธีการเล่นการเอาชนะกันอย่างจริงจัง เงินเดือนก็ใช่ย่อย ตกอยู่เดือนละ 50,000 บาท ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญาของต้นสังกัด”

ซึ่งทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมอีสปอร์ตนั้นคาดว่าจะเติบโตได้อีกจากการที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วรวมถึงการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐผลักดันให้เป็นกีฬาเต็มตัว และภาคการศึกษาที่เริ่มเปิดกว้างและขยายหลักสูตรเพื่อผลิตบุคลากรในวงการอีสปอร์ตให้ทันความต้องการในตลาด

ถือเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอีสปอร์ตที่ควรจะมีแผนในการต่อยอดและใช้ประโยชน์จากการเติบโตของอีสปอร์ตในไทย เช่น การจัดสถานที่การแข่งขันของกีฬาอีสปอร์ตอย่างเป็นทางการ การร่วมมือกับทางผู้ให้บริการเกมจัดการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต ระดับโลกในไทยให้มากขึ้นเพื่อให้ไทยเป็นที่ยอมรับทั่วโลกในวงการอีสปอร์ต หรือการพัฒนาสินค้าและบริการให้ทันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทุกภาคส่วนในวงการอีสปอร์ต เป็นต้น

ซึ่งการร่วมมือผลักดันทั้งจากภาครัฐและเอกชนจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมอีสปอร์ตของไทยพัฒนา ทำให้อุตสาหกรรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอีสปอร์ตสามารถเติบโตต่อไปได้ในยุคที่เกมและกีฬาถูกผนึกเข้าด้วยกันจากเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยนไปในยุคดิจิทัล

ขอขอบคุณของมูลดีจาก : Marketingoops , SCB , Digitalmarketingwow , Thumbsup , Bangkokbiznews

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

เพราะการยิงแอด (Facebook Ad) คือเครื่องมือที่มีกลุ่มเป้าหมายรอจ่ายเงินซื้อของอยู่มากที่สุด “ไม่ว่าเจอปัญหาอะไร คุณก็แค่ต้องปรับ”

Published

on

สำหรับนักการตลาด ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และเอเจนซี่ ที่คลุกคลีอยู่กับ Facebook และการยิงแอด น่าจะเข้าใจกันดีกับ “ความเยอะ!” ในการปรับเปลี่ยนฟังชั่น อัลกอริทิ่ม หรือกฎต่าง ๆ ของ Facebook มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้บางคนต้องยอมยกธงขาว ยอมแพ้กันไป

และสำหรับคนที่ยังสู้ต่อไป อยากให้เข้าใจกันว่า “คุณกำลังเดินถูกทาง” ถ้ายังเลือกที่จะทำธุรกิจ หรือขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ต่อไป “Facebook เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรปล่อยทิ้งไป (แต่แนะนำให้เพิ่ม Channel อื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน)

เพราะเมื่ออ้างอิงจากข้อมูลก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มี Advertising Audiences” สูงที่สุด และคงหาคู่แข่งได้ยากมาก ๆ

อ่าน สรุป 15 สถานการณ์สำคัญ Digital 2019 ที่นักการตลาดต้องรู้!! ได้ที่นี่

และในเมื่อเรายังคงต้องเช่าพื้นที่บน Facebook เพื่อทำธุรกิจกันต่อไป สิ่งที่เราต้องทำก็คือ “ปรับตัว” เพื่อให้สอดคล้องไปตาม “กฏ ระเบียบ และกติกาที่จะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้กันไปต่อ”

ณ จุดจุดนี้ เชื่อเหลือเกินว่า “หลายธุรกิจอาจจะไม่เคยยิงแอด ทำโฆษณาบน Facebook มากก่อน” แต่เมื่อเจอสถานการณ์ปรับลด Reach (การเข้าถึง) ของหน้า Feed Fanpage ส่งผลให้หลายคนหันมาศึกษา เรียนรู้ที่จะยิงแอดด้วยตัวเองกันมากขึ้น

และในฐานะที่พวกเราเป็น Agency อีกหนึ่งเจ้าที่มีลูกค้าตั้งแต่กลุ่ม SME ขนาดย่อม ไปจนถึง Enterprise ขนาดใหญ่ บางรายยิงแอดกันงบตั้งแต่วันละ 100 บาท ไปจนถึง 100,000 บาทเลยทีเดียว

“พวกเราจึงเก็บรวบรวมข้อมูลจากเหล่าผู้ประกอบ นักการตลาด และคนยิงแอด จากธุรกิจเหล่านั้นมา 60 ธุรกิจ มาสรุปมาเป็น 3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้น”

ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่า “นี่เป็นเพียงข้อมูลที่ทำขึ้นจาก การพูดคุย แบบสำรวจ และวิเคราะห์โดยทีมงาน H.I.P. Marketing Studio เท่านั้น” เพื่อเป็นแนวทางเริ่มต้นยิงแอด ทำโฆษณาในปี 2020 กันได้อย่างราบรื่น

1. 90% ตอบว่าปัญหาคือ “การเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน ตั้งเท่าไรก็ไม่ตรง”

  • หนึ่งในปัญหาหลักและปัญหาใหญ่ ที่เหล่าหลายจะต้องเจออย่างแน่นอน กับการเลือกกลุ่มเป้าหมายในการยิงแอด ที่หลายครั้งอาจจะเลือกตั้งกลุ่มเป้าหมายจนมี Potential Audience Size สูงเกินไป กว้างเกินไป (Potential Audience คืออะไร)

    ถึงแม้ว่า เมื่อปล่อยโฆษณาออกไปแล้ว จะมีคนเห็นโพสต์นั้นเยอะก็จริง แต่ก็อาจจะแลกมาด้วย “กลุ่มเป้าหมายของแอดกว้างซะจนหาคนซื้อไม่ได้เลย”
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายแทบตายแต่สุดท้ายได้ใครก็ไม่รู้! เชื่อว่าหลายคนเคยประสบปัญหานี้ ปัญหาในการยิงแอดออกไปแล้ว ใส่กลุ่มเป้าหมายโดยละเอียด ทั้งอายุ เพศ ความสนใจ แต่สุดท้ายกลับมีแต่คนที่คิดว่า “ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมาคลิก”
  • ไม่เข้าใจว่า “ควรตั้งความสนใจอะไร” แล้วลูกค้าจะซื้อ เช่น สินค้าเป็นธุรกิจความงาม ควรตั้งความสนใจว่า “Beauty” หรือ “Cosmetic” หรือไม่ ?

สาเหตุของปัญหาการตั้งกลุ่มเป้าหมาย และวิธีการแก้ไข

ต้องยอมรับเลยว่า “ปัญหาหลักของการยิงแอด” ก็คือ “การตั้งกลุ่มเป้าหมาย” หรือการตั้ง Target Audience แต่ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่า “การตั้งกลุ่มเป้าหมายมันไม่มีสูตรตายตัว ใส่ความสนใจนี้ แล้วจะขายได้” ทั้งนี้อาจจะเป็นเพียงแนวโน้มว่าจะขายได้เท่านั้น และสำหรับวิธีแก้ที่แนะนำก็คือ

1. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่จะขายของให้จากใจจริง : ลงลึกไปถึงความสนใจของพวกเขาจริง ๆ อย่าเอา “ความสนใจที่มาจากตัวสินค้าเป็นที่ตั้ง” แต่ควรเอาความสนใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง

เช่น สินค้าเป็นเครื่องสำอาง ก็สามารถเอาความสนใจเป็น Pantip หรือ Wongnai มาตั้งก็ได้หากกลุ่มเป้าหมายของเราสนใจ

หรือหัดนำข้อมูลลูกค้าวิเคราะห์บ้าง จาก ข้อมูลเชิงลึกของแฟนเพจ (วิธีการใช้งานเครื่องมือนี้)

2. ศึกษาวิธีการทำ ฺBuyer Persona เพื่อลงลึกเข้าใจความต้องการ ปัญหา ของลูกค้าที่แท้จริงว่าคืออะไร โดยแนะนำให้อ้างอิงจากฐานลูกค้าเก่าเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มบุคคล มากกว่าการ “คิดว่าเค้าเป็นแบบนี้” เพื่อข้อมูลที่ตรงมากที่สุด

ตัวอย่าง Buyer Persona

คลิก Download Buyer Persona Template

3. หันมาให้ความสำคัญกับการทำ Funnel : โดยการค่อย ๆ ดักลูกค้าจากความสนใจของคนรับชมวิดิโอ หรือ Conversion บน Website และค่อย ๆ ทำกลุ่มเหล่านั้นมาทำ Custom Audience และ Look A Likes ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

2. 80% ตอบว่าปัญหาคือ “ไม่สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนยอดไลค์ให้เป็นยอดขายได้” เราทำผิดตรงไหน ?

เคยเห็นไหมกับบาง Post ที่มีการเข้าถึงที่มาก ยอด Like สูง แต่หลังบ้าน กลับมียอดขายที่ไม่ได้มากตาม นั้นก็เพราะว่าการยิงแอดของคุณอาจจะมีประสิทธิภาพแค่การสร้างยอดการเข้าถึงเพียงเท่านั้น แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการสร้างขายเอาเสียเลย ซึ่งนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สืบเนื่องมาจากการตั้งกลุ่มเป้าหมายผิดจุดในข้อแรกอีกด้วย

ปัญหาเรื่องยอดขายอาจจะเกิดมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ พร้อมวิธีแก้ไข

  • คุณอาจจะรู้จักและเข้าใจฟังก์ชั่นของเครื่องมือยิงแอดได้ไม่มากพอ

    รู้หรือไม่ ว่าการยิงแอดของ Facebook นั้น ไม่ได้มีเพียงการเลือกแค่ยิงแอดแบบ เน้นการเข้าถึง สร้างยอดการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเครื่องมือให้ได้ใช้กัน

    เช่นเดียวกันกับการตั้งค่าความสนใจ ที่มีมากกว่า พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายและความสนใจเพียงเท่านั้น หากแต่ว่ามันยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ใช้ประกอบกัน เพื่อจะได้กับกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าที่ตรงกับธุรกิจจริงๆและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

    ทำความเข้าใจการเลือก Objective ให้มากขึ้นที่นี่คลิก
  • คุณอาจจะเลือกตำแหน่งการวาง Ad มากเกินไป เพราะที่ดีที่สุดคือ Automation Placement

    1. หากคุณตั้งค่าให้ Place Ad เฉพาะหน้า Feed คุณอาจจะพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้าที่รอคุณอยู่อีกหลายช่องทางก็ได้

    2. หากจะ Edit Placement แนะนำเป็น เลือก 4 Placement ขึ้นไปจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า

     3. ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “เลือกแบบ Automation Placement” ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบได้ศึกษา และหาช่องทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • คุณอาจจะยิงแอดแบบไร้จุดหมาย เน้นทุ่มเงินมากกว่าวางแผน

    หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า “การยิงแอด” คือการแข่งขันว่าใครงบจะหนาก็กัน แต่ต้องบอกก่อนเลยครับ นี่คือความจริงเพียงเสี้ยวนึงเท่านั้น เพราะส่วนตัวแล้วสิ่งที่แข่งกันมาที่สุดก็คือ “การวางกลยุทธ์” ต่างหาก

    เบื้องต้นก่อนที่จะยิงแอดครั้งต่อไป ลองวางแผนตามหัวข้อต่อไปนี้ดูก่อนก็ได้

    1. Segmentation : แบ่งกลุ่มเป้าหมาย
    2. Ads Optimization : ตีโจทย์ให้แตก ปรับการสื่อสารให้โดน
    3. Scheduling Your Campaigns : กำหนดเป้าหมาย / ระยะเวลา ให้ชัดเจน
    4. Managing Your Budget Wisely : บริหารงบประมาณ วางตำแหน่งให้เหมาะ
    5. Tracking Your Results : สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล ให้ตรงจุด
  • คุณอาจจะไม่เข้าใจการดู Ad Performance เลยว่า Ad ชุดไหนดี ไม่ดี ควรเปิดต่อ หรือปิดไปเลย

    การวิเคราะห์ Performance ของ Ad แต่ละตัวคือช่วงที่สำคัญเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับการตั้งกลุ่มเป้าหมาย หรือการสร้างคอนเทนท์ เพราะนี่คือตัวชี้วัดเลยว่า “คุณควรไปต่อ หรือต้องยกธงขาวกับแอดตัวนี้ดี”

    โดยรูปแบบการวัดผลมีให้ศึกษากันมากมายหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและเห็นชัดที่สุดก็คือ การวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

โดยระบบการวัดผลจะถูกแบ่งออกมาเป็น 3 ตัวหลักๆ


1. Quality Ranking (จัดอันดับเชิงคุณภาพของ ADS) : หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


2. Engagement Rate Ranking (จัดอันดับเชิงการมีส่วนร่วมของ ADS) : Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


3. Conversion Rate Ranking : (จัดอันดับการคอนเวิร์สของ ADS) หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการคลิกคอนเวิร์สเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ : บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

3. 70% ตอบว่าปัญหามาจาก ทำ Content ที่ไม่น่าสนใจ และไม่ตรงตามกฎ ของ Facebook

สำหรับเรื่องของคอนเทนท์หลัก ๆ จะประกอบไปด้วย 2 ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือ “คอนเทนท์ขายไม่ได้” และ “คอนเทนท์ผิดกฏยิงแอดไม่ผ่าน”

แก้ปัญหาปัญหาคอนเทนท์ขายไม่ได้

1. ก่อนที่จะลงมือทำคอนเทนท์ สร้างโพสต์สำหรับขายสินค้าสักหนึ่งชิ้น จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ยุคนี้เป็นยุคที่คนกำลังมองหา Total Experience สนใจผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าวิธีการ”

จึงต้องหันมาทำคอนเทนท์ เน้นการสร้างประสบการณ์ในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่าต้องหันมามองเป็น “Total Experience” ที่แต่ละช่วงของ Audience (Customer) Journey ตั้งแต่มีความต้องการ – รู้จักแบรนด์ – ศึกษาหาข้อมูล – ตัดสินใจ (Call to Action) เชื่อมต่อร้องเรียงเข้าด้วยกัน

ซึ่งการสร้าง Total Experience จึงครอบคลุม Audience Journey เพื่อวางแผนให้ครบทุก Touch Point ในการเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

และรูปแบบการเขียน มีให้เลือกมากมาย ตามประเภทของสินค้าและบริการ ทั้งนี้คงตอบชัดไม่ได้ว่า “อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุด” เพราะสุดท้ายแนะนำให้ทดสอบใน Ad Set ครั้งละ 5-6 ตัว เพื่อแข่งขันจนหาตัวที่ดีที่สุด

2. ทำความเข้าใจสินค้าของตัวเองให้มากก่อนลงขาย เข้าใจการหยิบประเด็น คีย์สำคัญของสินค้ามาเขียน ยกตัวอย่างเช่น การทำความเข้าใจสินค้าในแต่ละ Layer

3. ลองเอา Flow การเขียนแบบ Problem – Agitate – Solve (PAS) ไปลองใช้

สูตรยอดนิยม ที่ครีเอทเตอร์ชอบนำมาใช้ตอบโจทย์คนอ่าน/ลูกค้า โดยมีวิธีการดังนี้


Identify a problem – อธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะต้องแสดงถึงความเข้าใจถึงปัญหานั้นจริงๆ *ทำให้คนอ่านรู้สึกให้ได้ว่า “เราเข้าใจปัญหานั้นจริงๆ”


Agitate the problem – กระตุ้นปัญหาเหล่านี้ให้คนอ่านเห็นภาพ ว่ามันสำคัญมากแค่ไหน หากไม่ได้รับการแก้ไข เช่น กระทบอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อชีวิต


Solve the problem – นำเสนอ “สินค้า/บริการ” เข้าไปเป็นวิธีแก้ปัญหาให้คนอ่านเข้าใจง่าย เข้าถึงได้

ถ้าคิดไม่ออกลองดูไอเดียได้ที่ : Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

หรือลองอ่านรายละเอียดของ Creative Tips ที่ Facebook ลงเอาไว้

แก้ปัญหาคอนเทนท์ยิงแอดไม่ผ่าน ผิดกฏ Facebook

กฏหลายข้อคิดว่าทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า “อะไรคือคำว่าผิดกฏ” และไม่สามารถใช้คำนั้น รูปนั้นได้ แต่มีเรื่องที่คนส่วนใหญ่พลาดกันตาม Checklist ต่อไปนี้

Checklist สินค้า

▪ ไม่อนุมัติแน่ถ้าเป็น สินค้าของก๊อปแบรนด์เนม
▪ สินค้า 18+
▪ อาวุธ ความรุนแรง หรือแม้แต่ปืนบีบีกัน

 Checklist การใช้คำพูด

▪ ต้องบอกให้ชัดเลยว่าเราขายอะไร
ตัวอย่างเช่น :

❌ มาลองฟรี! ของดี ใช้แล้วหน้าหายพัง!
✔ เซรั่มมุกุ ใช้ได้แล้วดี ดูแลผิวหน้า แจกตัวทดสอบฟรี!!

▪ ห้ามตั้งคำถาม หรือเจาะจงลักษณะของ User!! (ข้อนี้หลายคนพลาด)

ตัวอย่างเช่น :

❌ คุณเป็นสาว SIZE ใหญ่ใช่มั้ย ??? มาลองเลยกลัวอะไร!
✔ ร้านนี้เลย! เสื้อผ้าสำหรับสาว SIZE ใหญ่ คืนความมั่นใจ!

❌ คุณกำลังตกงานอยู่ใช่มั้ย ? คลิกตรงนี้มีข่าวดีมาบอก
✔ เปิดรับสมัคร “นักการตลาด” อาชีพที่คุณอาจหลงรัก

▪ ห้ามมีคำหยาบ (แม้แต่คำว่า โครต! ก็ผิดแล้ว)

▪ โฆษณาเกินจริง โอเวอร์เคลม

ตัวอย่างเช่น :

❌ คลิกเลย คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน
✔ พอลล่าลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน เมื่อใช้คอร์สของเรา *การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

หากลองสังเกตดูเทรนด์การยิง ADS ในปัจจุบันนี้ สำหรับตัวธุรกิจแล้ว เรื่องยอดการเข้าถึงหรือว่ายอด Reach ถือว่ามันได้ Out ไปแล้ว นั่นก็เพราะว่า สุดท้ายแล้วเป้าหมายในการยิงแอดของแต่ละธุรกิจก็คือเรื่องของ “ยอดขาย”

ดังนั้นเป้าหมายของการยิงแอด อาจจะไม่ใช่เป็นการยิงหว่าน เพื่อหาลูกค้าอีกต่อไป หากแต่จะเป็นการยิงแอด เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อจะได้สื่อสารไปยังกลุ่ม Last Customers จนสร้างยอดขายให้กับธุรกิจให้ได้นั่นเอง

และสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มยิงแอดครั้งต่อไป ขอแนะนำให้อ่าน 6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook ที่พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปอัปเดตกับ Facebook Chiangmai Agency Acceleration ในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
INNOVATION1 สัปดาห์ ago

คนไทย “ไม่ชอบรอ!” Chatbot จึงตอบโจทย์ – หรือนี่จะเป็นทางรอดสุดท้ายของธุรกิจออนไลน์

EDUCATION2 สัปดาห์ ago

E-Sport ยังเป็นแค่เกม หรือกลายเป็นสงครามของนักธุรกิจ ?

NEWS UPDATE3 สัปดาห์ ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

CREATIVITY3 สัปดาห์ ago

ชวนวิเคราะห์ จากแคมเปญ”ไม่ไปไหนไป NETFLIX” เมื่อปีก่อน สู่ “จะไปไหนไป NETFLIX” ในปีนี้!

NEWS UPDATE1 เดือน ago

คณะเกษตร มช. พัฒนาบุคลากรก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว รับมือปี 2020

NEWS UPDATE1 เดือน ago

จับตา “ธุรกิจท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ ความงาม” มาแรงออนไลน์ไทย มูลค่ารวมกว่า 6 พันล้านเหรียญ

NEWS UPDATE2 เดือน ago

YouTube Rewind 2019 – เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว คว้าอันดับ 1 ไปครอง

MARKETING TIPS2 เดือน ago

“Black Friday” คืออะไร ? กับกรณีน่าศึกษา – คนไทย 4 ใน 10 กำลังรอซื้อโปรนี้

LIFESTYLE3 เดือน ago

มาแล้ว! YouTube Premium ใช้ฟรี 1 เดือน ไม่มีโฆษณาคั่น

NEWS UPDATE3 สัปดาห์ ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

NEWS UPDATE11 เดือน ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY9 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

LIFESTYLE11 เดือน ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CREATIVITY11 เดือน ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

CONTENT TIPS8 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY5 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

CONTENT TIPS12 เดือน ago

จับตามองให้ดีกับ “คอนเทนต์ 4 ประเภท” ที่มาแน่ในปี 2019

EDUCATION7 เดือน ago

จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

MARKETING TIPS10 เดือน ago

Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

Facebook

Trending