Connect with us

CREATIVITY

เหตุผลที่ทำไมคนไทยหันมาเป็น Youtuber กันเยอะ ?

Published

on

ทำไมคนถึงหันไปดู Youtube มากกว่า TV อีกล่ะ ?

ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ “YouTube” ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมสื่อทั่วโลก นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับสื่อของผู้คน และมีบทบาทในฐานะเป็นสื่อกลางเชื่อมต่อระหว่าง “Content Creator” กับ “Audience” ซึ่ง 61% ของคนไทยเลือกดู YouTube มากกว่าโทรทัศน์ ขณะที่มี 11% ชอบดูโทรทัศน์มากกว่า “YouTube”

ซึ่ง Youtube ได้สร้างปรากฏการณ์สะท้อนที่ทำให้ “พฤติกรรมรับสื่อ” เปลี่ยนไป

“YouTube” สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภค และภายใน Ecosystem ยังมี Creator จำนวนมาก ถึงกับทำให้บรรดาแบรนด์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้ผลิตคอนเทนต์ และเจ้าของช่อง (Broadcaster) ต้องมาเป็น Official Channel เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคบนออนไลน์ รวมทั้งแบรนด์สินค้า-บริการในกลุ่มธุรกิจต่างๆ ก็ต้องมาลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มนี้ จนทุกวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มวิดีโอเท่านั้น แต่ยังเป็น Marketing Platform ที่ทรงพลังอีกด้วย

ซึ่งใน 14 ปี มานี้ YouTube ได้สร้างปรากฏการณ์ต่างทั้งทั่วโลกและในไทยดังนี้ครับ

▪ ปรากฏการณ์ 1 ก่อกำเนิดวิดีโอออนไลน์ใหญ่ของโลก ในปี 2548
▪ ปรากฏการณ์ 2 คนแห่อัปโหลดวิดีโอ ในปี 2553
▪ ปรากฏการณ์ 3 ถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิกครั้งแรก ในปี 2555 แบบระบบ HD
▪ ปรากฏการณ์ 4 ยอดวิวพันล้าน! Milestone วัดความสำเร็จ ในปี 2556
▪ ปรากฏการณ์ 5 YouTube.co.th ถือกำเนิดขึ้น ในปี 2557
▪ ปรากฏการณ์ 6 Gangnam Style Effect! ในปี 2557
▪ ปรากฏการณ์ 7 ดูวิดีโอด้วย “Virtual Reality” ในปี 2558
▪ ปรากฏการณ์ 8 เมื่อวิดีโอบน “YouTube” คือครูนอกโรงเรียน ในปี 2559
▪ ปรากฏการณ์ 9 GMM Grammy – Workpoint สองค่ายบันเทิงใหญ่ที่มีผู้ติดตาม 10 ล้านคน ในปี 2560
▪ ปรากฏการณ์ 10 วิดีโอหน้ากากหอยนางรม จาก The Mask Singer ติด Top Trending Video ของโลก ในปี 2560
▪ ปรากฏการณ์ 11 “น้องแพรพาเพลิน” Makeup Artist จิ๋วแต่แจ๋ว โกอินเตอร์ ในปี 2561
▪ ปรากฏการณ์ 12 ถ่ายทอดสด Asian Game 2018 ในปี 2561
▪ ปรากฏการณ์ 13 เปิดตัว “YouTube Kids” ในไทย ในปี 2561
▪ ปรากฏการณ์ 14 บันทึกหน้าประวัติศาสตร์เลือกตั้งประเทศไทย 2562

และในช่วง 9 ปี ที่ผ่านมานั้นถือว่าเป็นช่วงแรกๆ เลยใครหลายๆ คนได้เริ่มทำช่อง YouTube เป็นของตัวเองเพื่อแห่กันลงวิดิโอแล้วเริ่มมาทำเป็น Chanel หรือที่เรียกกันว่า YouTuber

แล้วอาชีพ YouTuber คืออะไรล่ะ ??

Youtuber ถ้าแปลกันอย่างตรงตัวก็คือ “ผู้ที่อัพโหลดวิดีโอลงเว็บไซต์ Youtube.com เพื่อแสวงหาผลกำไร” นั่นเอง ทุกวันนี้มีผู้อัพโหลดหลายคน จากหลายช่อง ที่ได้อัพโหลดวิดีโอเจ๋ง ๆ จนมีคนเข้าไปดูนับล้าน ฟันกำไรไปมิใช่น้อยเลยทีเดียว ถามว่าตัววิดีโอนั้นมาจากไหนกันล่ะ ขอตอบว่ามันก็มาจากความคิดสร้างสรรค์ของผู้อัพโหลดนั่นเอง

ซึ่งหากแบ่งเนื้อหาจากคนไทยที่ชอบเข้าไปดู YouTuber นั้นชอบประเภทไหนมากกว่ากันจะแบ่งได้ตามนี้

▪ 63% เพลงไทย
▪ 61% คอนเทนท์ประเภทให้ความบันเทิง
▪ 60% ดูหนัง
▪ 53% เพลงสากล หรือเพลงต่างชาติ
▪ 46% คอนเทนท์ประเภทตลกขบขัน

และความสำเร็จของเหล่า YouTuber นั้นก็ขึ้นอยู่กับยอดคนที่เข้ามาดูวิดิโอของเค้าหรือยอดผู้ติดตามที่มากขึ้นจนก่อให้เกิดเป็นรายได้

แล้วใครในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จจากการเป็น Youtuber บ้าง ??

จากข้อมูลที่อัพเดทเมื่อ 2018 ที่ค่าตัวเลขแน่นอนนั้นเหล่า YouTuber ในไทยที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด (คิดจากยอดผู้ติดตาม ณ ปัจจุบัน) ก็คงจะเป็น….

▪ Kaykai Salaider : Subscribers 10,819,176
▪ Bie The Ska : Subscribers 9,836,285
▪ zbing z. : Subscribers 9,546,520
▪ ครูนกเล็ก : Subscribers 7,825,584
▪ My Mate Nate : Subscribers 7,796,017

ซึ่งลำดับที่พูดไปใครในที่นี้อาจเข้าไปดูและติดตามแล้วก็ได้ซึ่งเหล่า YouTuber เหล่านี้ก็อาจเป็นแรงบรรดาใจให้เด็กรุ่นใหม่หรือใครหลายๆ คนเริ่มอยากจะหันมาเป็น YouTuber กันเลยทีเดี่ยว

แล้วทำไมคนรุ่นใหม่อยากหั่นมาเป็น YouTuber กันล่ะ ?

ซึ่งเหตุผลที่ใครหลายๆ คนอยากเป็น YouTuber ก็เพราะว่าเขาใช้ YouTube กันหนักมากตั้งแต่เด็ก รู้ไหมครับว่าเด็กที่อายุแค่ 3-4 ขวบนั้นใช้ YouTube กันเป็นประจำถึง 48% แล้ว และพออายุถึง 12-15 ปี ก็ใช้ YouTube กันถึง 90% ด้วยซ้ำ ผมยังอดคิดไม่ได้ว่าที่หายไป 10% ที่ไม่ได้ใช้ น่าจะโทรศัพท์เสียหรือเปล่าช่วงนั้น ก็อาจเป็นไปได้

และเหตุผลหลักๆ จากผลวิจัยแล้วล่ะก็จะได้คำพูดสั้นๆ ว่า…

“เพราะมันเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด”
“อยากทำอะไรก็ได้ขอแค่มันสนุกเราก็พร้อมจะทำ”
“ใครก็ทำได้แล้วทำไมเราจึงทำไม่ได้ล่ะ”
“ได้เป็นเจ้านายตัวเองดีออกจะตาย”

ซึ่งไม่ว่าจะไปถามใครๆ ก็จะมีแนวคิดแบบนี้กันสะหมดเลยนะครับแต่สุดท้ายนี้ก็ต้องลองดูครับว่าแนวคิดการเป็น Youtuber นั้นจะถูกอย่างที่พวกเค้าคิดหรือเปล่า ซึ่งตัวผมเองก็ยังรอดูและติดตามการเคลื่อนไหวต่างๆ ของเหล่า YouTuber หน้าใหม่ตลอดแน่นอนครับ

ที่มา : bamesae
rabbittoday
positioningmag

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

CREATIVITY

7 ตัวอย่าง Model ธุรกิจแบบ Subscription – เทรนด์ใหม่ของธุรกิจ 2020

ตอนนี้หลายธุรกิจต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนไปเป็น การทำธุรกิจ Subscription ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ตามชอบ ตามสั่ง ตามใจได้มากกว่า แถมยังเป็นผลดีต่อธุรกิจเองในการรักษาลูกค้าเก่าได้อย่างยั่งยืน

Published

on

By

Trend ธุรกิจแบบ Subscription

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในปีที่ผ่านมา ได้มีธุรกิจหน้าใหม่มากมายได้ออกมาโลดแล่นในโลกเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก บ้างก็ประสบความสำเร็จและสามารถดำเนินต่อได้อย่างใจหวัง แต่ก็มีไม่น้อยเลยที่ผลลัพธ์ตรงกันข้าม

จนต้องยุติการทำธุรกิจไป ก็มีอยู่มากมายพอสมควรเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ ปัจจัยหลักจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สินค้าหรือบริการที่เราจะสร้างหรือผลิตขึ้นมาเพียงเท่านั้นแต่ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของ “ประสบการณ์ของผู้บริโภคที่ได้รับจากสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ”

กล่าวคือ การที่จะทำให้ธุรกิจมีรายได้หรือกำไรอย่างยั่งยืนได้ แรกเริ่มเดิมทีการหาลูกค้ารายใหม่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ แต่การที่จะรักษาลูกค้าเก่า และทำให้คนเหล่านั้นกลับมาซื้อซ้ำได้อีกครั้ง ก็เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นไม่แพ้กัน

จึงเป็นเหตุผลที่ว่า หากคุณอยากจะให้ธุรกิจของตนมีความมั่นคงในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ คุณสมบัติในการ “ปรับตัว” คือสิ่งที่จำเป็นต่อธุรกิจเป็นอย่างที่สุด

เดิมทีหลาย ๆ Business Model ของธุรกิจส่วนใหญ่ อาจจะเน้นการตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าในแต่ละกลุ่ม (Customer Segment)

แต่ตอนนี้หลายธุรกิจต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนไปเป็น การทำธุรกิจ Subscription ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์เฉพาะบุคคล ตามชอบ ตามสั่ง ตามใจได้มากกว่า แถมยังเป็นผลดีต่อธุรกิจเองในการรักษาลูกค้าเก่าได้อย่างยั่งยืน

การทำธุรกิจ Subscription คืออะไร ?

คุณอาจจะคุ้นชินกับ Business Model แบบเดิม ๆ ที่เน้นการขายสินค้าหรือบริการโดยแบบรายครั้ง ไปให้กับกลุ่มลูกค้า ซึ่งข้อจำของมันก็คือการที่หากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการ ต้องการที่จะได้คุณภาพที่มากขึ้น ก็ต้องซื้อสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ในรูปแบบใหม่เท่านั้น

ซึ่งคำจำกัดความนี้ต่างกันกับ การทำธุรกิจ Subscription ที่มีความยืดหยุ่นให้มีการพัฒนาสินค้าและบริการตามความต้องการของลูกค้าได้ตลอดเวลา และนำเสนอไปสู่ลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้อย่างทันถ่วงที

การทำธุรกิจ Subscription จึงเป็นการขาย “บริการ” มากกว่าการขายผลิตภัณฑ์ โดยสร้างความผูกพันระหว่างธุรกิจและลูกค้าที่มากขึ้น โดยที่ผู้บริโภคยินดีและยินยอมที่จะมีภาระผูกพันในจุดนั้นได้ ก็คือ “ค่าใช้จ่ายรายเดือน” หรือค่าสมาชิกที่ผู้บริโภคจ่ายไปในแต่ครั้งต่อระยะเวลานั่นเอง (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธุรกิจ)

ซึ่งดูในมุมมองของธุรกิจในอดีต การที่ลูกค้าจะยินยอมจ่ายค่าสมาชิกแบบต่อเนื่องเป็นเรื่องที่ไปได้ยากมาก ๆ แต่ในปัจจุบัน มุมมองของผู้บริโภคนั้นมีการเปลี่ยนไป ที่มีความพร้อมและยินดีที่จะจ่าย หากสิ่งที่ได้รับนั้นมันคุ้มค่า

“ผู้บริโภคไม่ได้มีพฤติกรรมในการจ่ายเงินที่ยากขึ้น หากแต่พร้อมและยินดีจ่ายให้กับสินค้าและบริการ หากสิ่งที่ได้รับมันคุ้มค่ามากพอกับราคาที่จะจ่ายไป”

ทำไม Subscription Marketing ถึงจำเป็นต่อการทำธุรกิจ

1. การได้ยอดขายจากกลุ่มลูกค้าใหม่ อาจไม่สำคัญเท่ายอดขายจากกลุ่มลูกค้าเก่า

เพราะการสร้างการซื้อซ้ำหรือการสร้าง Loyalty ให้กับแบรนด์เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็น ทั้งในแง่ของอัตราการเติบโตจากผลกำไรที่มากขึ้น แต่มากขึ้นเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญเท่ากับการมากขึ้นอย่างยั่งยืน

ซึ่งความยั่งยืนที่ว่า ก็คืออัตราค่าบริการที่ได้รับจาก Subscription ที่ไม่ได้รับเพียงครั้งเดียวจบ แต่รับในด้วยความคงที่ ในแต่ละเดือน และมีสิทธิ์ที่จะได้รับมากขึ้น หากผู้บริโภคได้รับความพึงพอใจที่เพิ่มขึ้น และอยากขยายความต้องการให้ได้รับสินค้าและบริการที่ดียิ่งขึ้นกว่านั่นเอง

2. สามารถทำให้คาดการณ์รายรับของธุรกิจในอนาคตได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

อย่างที่เคยได้กล่าวไปในข้างต้นว่าการทำธุรกิจ Subscription คือคุณจะได้รับอัตราค่าสมาชิกตามเงื่อนไขในทุก ๆ เดือน ทำให้คุณสามารถได้เลยว่าในเดือนหน้านั้นคุณจะเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่ โดยคำนวณได้จากอัตราค่าสมาชิก x จำนวนสมาชิก ซึ่งหากรายรับที่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ สิ่งที่ควรทำคือการรักษามาฐานเหล่านั้นไว้ให้ได้ แต่หากว่าเงินที่ได้ไม่ถึงเป้าหมาย ก็ต้องมีการพัฒนาสินค้าและบริการที่มากขึ้น

3. ทำให้พัฒนาธุรกิจได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ซึ่งวัดผลงานความยอดนิยม ไม่ว่าจะเรื่องของแพ็คเกจหมวดใหญ่ หรือ รายละเอียดที่เป็นหมวดย่อย ทำให้เมื่อทราบว่าตรงส่วนไหนได้รับความนิยมที่น้อย ก็เน้นที่การพัฒนาในส่วนนั้นให้มากที่สุด

กลับกันในส่วนที่ได้รับความนิยมมาก ก็สามารถที่จะนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ถึงเหตุผลของการได้รับความนิยมเหล่านั้นมาปรับใช้กับส่วนอื่น ๆ ของธุรกิจได้ด้วยเช่นกัน

เทคนิคการทำ Subscription ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ

ก่อนอื่นขอบอกไว้ก่อนว่า Subscription Marketing เกิดขึ้นมาเพื่อสร้างลูกค้าประจำโดยเฉพาะ ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมากขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าประจำเป็นส่วนใหญ่ แต่จะทำอย่างไรที่จะประสบความสำเร็จที่มากขึ้นและยั่งยืน

1. มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน

หนึ่งในพื้นฐานหลักของการทำธุรกิจก็คือการมีกลุ่มเป้าหมาย สำหรับการทำธุรกิจ Subscription กลุ่มเป้าหมายจะต้องมีความชัดเจน สามารถเจาะจงได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อที่ธุรกิจจะได้สามารถนำเสนอสินค้า/บริการแก่สมาชิกได้อย่างตรงจุดที่มากขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธุ์และประสบการณ์ที่เหล่าลูกค้าได้รับ เป็นไปในทิศทางที่ดี และก่อให้เกิดประโยชน์ในระยะยาว

2. ใช้ข้อมูลให้เกิดประโยชน์

ยุคนี้เป็นยุคที่ Data เปรียบเสมือนกับพระเจ้าในวงการธุรกิจ เพราะหากยิ่งธุรกิจของคุณมี Data มากเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นต่อกับธุรกิจอื่น ๆ ไม่มีแล้วไปหนึ่งขั้น แต่การจะมี Data ไว้เฉย ๆ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะธุรกิจต้องใช้ Data เหล่านั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย โดยเทคนิคก็คือนำข้อมูลที่ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านความชอบ ไลฟ์สไตล์ ต่าง ๆ ของลูกค้า มาใช้ในการพัฒนาธุรกิจนั่นเอง

3. ตั้งราคาให้เหมาะสมและยืดหยุ่นได้

ขั้นแรกก็ต้องประเมินราคาที่ตั้งไว้ ผนวกกับความพึงพอใจต่อบริการที่ลูกค้าได้รับ ว่ามีความรู้สึกบวกหรือลบ ในอัตราราคาต่อคุณภาพของสินค้า/บริการที่ได้มากน้อยสักเพียงใด

เทคนิคก็คือจะต้องมีการตั้งราคาที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่ามัน “คุ้มค่า” แต่หากเมื่อไหร่ที่ธุรกิจสามารถพัฒนาต่อจนทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกว่า “ได้มากกว่าความคุ้มค่า” ที่ตั้งไว้

จุดนี้ก็ธุรกิจก็สามารถที่จะเพิ่มราคาอัตราค่าสินค้า/บริการ ให้สมดุลได้ ซึ่งแน่นอนว่าจะได้กำไรที่มากขึ้น กลับกัน หากลูกค้าเกิดความรู้สึก “ขาดทุน” สิ่งที่ต้องทำก็การพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องลดราคาลง

ตัวอย่างธุรกิจที่มีการทำธุรกิจ Subscription

1. Graze

ใครจะเชื่อว่าธุรกิจขนม & อาหารเพื่อสุขภาพ จะหันมานิยมทำธุรกิจ Subscription ได้ แต่ Graze ทำได้แล้วแถมยังได้ความนิยมมากอีกด้วย (ปัจจุบันมี Review ใน Youtube เยอะมาก ๆ)

โดยใช้เทคนิคการทำ Subscription ข้อ “การใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์” นำมาปรับใช้ (หันมาวิเคราะห์ DATA อย่างจริงจัง) อ้างอิงและเชื่อมโยมการตอบสนองความต้องการของลูกค้าจากข้อมูลความชื่นชอบที่ทางสมาชิกได้ระบุเอาไว้

ซึ่งจุดเด่นอยู่ตรงที่แต่ละสัปดาห์นั้น ขนมเพื่อสุขภาพ ที่ส่งไปจะมีความแตกต่างกันไป และได้สร้างความพิเศษที่มากยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคอยควบคุมคุณภาพและรสชาติอาหารอีกด้วย

Graze protein box TV ad

2. Adobe

ต่อมากับธุรกิจด้านซอฟต์แวร์อย่าง Adobe ที่มีการปรับให้มีการเช่าใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ ในตระกูล Adobe ซึ่งเพิ่มเติมความสามารถตรงส่วนของ Creative Cloud ที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งานที่มากขึ้น อาทิ การตั้งค่าของแต่ละโปรแกรมที่ใช้บัญชีเดียวกัน จะเป็นข้อมูลชุดเดียวเสมอไม่ว่าจะย้ายไปทำงานในอุปกรณ์อื่น ๆ

ซึ่งแน่นอนว่าตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ซึ่งทาง Adobe ได้ใช้เทคนิคการทำ Subscription ข้อ “มีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน” เข้ามาปรับใช้ในตัวธุรกิจ เพราะเมื่อรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมแบบไหนก็พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น

Keep up with Hovering Art Directors | Adobe Creative Cloud

3. Kinto

หนึ่งในบริษัทเครือ Toyota ที่ดำเนินธุรกิจเช่นใช้งานรถยนต์ทีกำลังใช้ Model ของการทำ Subscription มาสร้างโอกาสทางธุรกิจแบบสุด ๆ

โดยมีรูปแบบที่จะให้ผู้ใช้งานเลือกรถยนต์ของ Toyota มา 1 คัน เพื่อใช้งานตลอดระยะเวลา 3 ปี โดยราคาขึ้นอยู่กับขนาดของรถเช่า และคะแนนความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งจากการตั้งราคาข้างต้น ก็พอจะเดากันออกว่า Kinto ได้เอาเทคนิคการทำ Subscription ข้อ “การตั้งราคาให้เหมาะสมและยืดหยุ่นได้” นำมาปรับใช้งาน

ซึ่งแน่นอนว่า “การยืดหยุ่นของราคา ทำให้ครองใจผู้ใช้ในชนชั้นกลางได้แบบอยู่หมัดเลยทีเดียว”

4 ขั้นตอนง่ายๆ สมัครใช้บริการ KINTO

4. Netflix

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก Netflix ธุรกิจสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับต้น ๆ ของการทำธุรกิจแบบ Subscription

แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่า Netflix ไม่ได้ขายบริการที่เป็นการสตรีมมิ่งเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการผลิตเนื้อหา หรือ Content ขึ้นมาด้วยตัวเองอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ คือการพัฒนาการสินค้า/บริการ ให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ ตอบโจทย์เหล่า subscriber ไม่ให้เบื่อง่าย ๆ

How to choose a Netflix Streaming Plan | Netflix

5. NESCAFÉ Dolce Gusto

Model ธุรกิจกาแฟ รูปแบบใหม่ที่เรียกได้ว่าสร้างเสียงฮือฮาไม่น้อยหลังจากเปิดตัวได้ไม่นาน เพราะนี่คือธุรกิจการที่ที่ทาง NESCAFÉ ต้องการปรับตัวเองและผลักตัวเองจากภาพลักษณ์ของกาแฟสำเร็จรูป สู่อีกหนึ่งตัวตนในการเป็น “กาแฟสไตล์คาเฟ่”

ถึงแม้ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ใหม่ในการเป็น “กาแฟสไตล์คาเฟ่” แต่ NESCAFÉ Dolce Gusto ก็ยังคงความง่าย สะดวก รวดเร็วเอาไว้ด้วย

จึงกลายเป็นที่มาของ Model ธุรกิจกาแฟรายเดือน “โดยใช้บริการจัดส่งแคปซูลกาแฟส่งบ้านหรือออฟฟิศคุณ + พร้อมฟรีเครื่องทำกาแฟอีกด้วย”

6. Dollar shave club

“ผลิตภัณฑ์โกนหนวด” แบบ Subscription ซึ่งเข้ามาตอบโจทย์ Pain Point เล็ก ๆ แต่ยิ่งใหญ่และเป็นปัญหาสำหรับคุณผู้ชายเป็นอย่างมาก โดยรูปแบบของการ Subscription ก็คือทาง Dollar Shave Club จะทำการจัดส่ง ผลิตภัณฑ์ประเภทสินค้าโกนหนวด โฟมล้างหน้า และยาสีฟน ให้กับสมาชิกทุก 2 เดือน หรืออาจเป็น 3 หรือ 6 เดือน *ตามแต่สมาชิกระบุ

ซึ่งหลังจากที่โมเดลธุรกิจนี้เปิดตัวได้ไม่นาน ก็เล่นเอาครองใจหนุ่ม ๆ ทั่วอเมริกาได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันสามารถตอบโจทย์ในเรื่องความตรงใจของมีดโกนหนวด ครีมโกนหนวด ที่บางครั้งอาจจะหาซื้อไม่ได้ตามร้านค้าทั่วไป อีกทั้งการสั่งซื้อแบบรายเดือนนี้จะช่วยทำให้ลูกค้าได้ซื้อในราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย

Get Ready | Dollar Shave Club

7. Pandia Health

ปิดท้ายกันไปด้วยธุรกิจที่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงอย่างกับสินค้าอย่าง “ยาคุมกำเนิด” ซึ่งใครไม่ทำ แต่ Pandia และยังประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากอีกด้วย โดยธุรกิจเริ่มต้นขึ้นจากการสำรวจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย แล้วพบว่าสาเหตุที่ผู้หญิงวัย 21 – 25 ปี ละเลยการใช้ยาคุมกำเนิดมาจากการไม่มีเวลาไปซื้อที่ร้าน จากปัญหานำไปสู่การดำเนินธุรกิจที่ตอบสนองและลดช่องว่างดังกล่าวนี้ ผลตอบได้รับการตอบรับดีมาก และสร้างรายได้อย่างมหาศาล

Pandia Health offers low-cost presciptions and free delivery of birth control.
What If You Dislike Your Birth Control? – Pandia Health

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

พาส่อง Ad ตรุษจีน จากแบรนด์ระดับโลกประจำปี 2020

Published

on

เวียนบรรจบ มาครบกันอีกรอบ กับเทศกาลตรุษจีนหรือ Chinese New Year ประจำปี 2020 และในปีนี้ก็เช่นเดียวกันที่ หลากหลายแบรนด์ระดับโลกที่ได้ปล่อย Ad ตรุษจีน เพื่อส่งสาร ร่วมอวยพรปีใหม่กับเทศกาลสำคัญของชาวจีนในวันนี้

ในจำนวนประชากรจีนกว่า 1,300 ล้านคน และคาดการณ์ว่าในปี 2020 จะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 1,400 ล้านคน หนึ่งในกลุ่มคนที่มีศักยภาพ คือ “คนจีนรุ่นใหม่” (Modern Chinese Consumers) โดยส่วนใหญ่เป็นคนมิลเลนเนียล คาดการณ์ว่าปัจจุบันประชากรมิลเลนเนียลในจีนมีมากกว่า 400 ล้านคน และนับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นผู้บริโภคกลุ่มสำคัญที่แบรนด์ไม่ควรมองข้าม !!!

ข้อมูลจาก Marketingoops ( https://www.marketingoops.com/reports/behaviors/the-power-of-modern-chinese-consumers/ )

และด้วยจากข้อมูลนี้ ก็พอจะระบุได้ว่า “ตลาดจีน” เป็นตลาดที่แบรนด์ทั่วโลกไม่มองข้ามอย่างแน่นอน วันนี้ผมจึงขอนำ Ad ของ Chinese New Year 2020 มาฝากกันครับ

Adidas – 2020 Chinese New Year

Agency Network: Haomai

Shot on iPhone 11 Pro — Chinese New Year — Daughter

Lunar New Year: The Great Chase | Nike

Chinese New Year 2020, Red envelope

Nike Celebrates Chinese New Year With Hóngbāo-Themed Spot

JD.com – Chinese Festival

Petronas – CNY 2020 – Bao Bei

Agency Network: IPG Mediabrands

Airbnb and TAIKO Studios present the story of a family during Chinese New Year.

Cathay Pacific – This Chinese New Year, It’s All About Family

Agency Network: Leo Burnett

AIA – CNY 2020 I The Ong-ly Way to Prosper

Agency Network: IPG Mediabrands

Annual Rush Rush | Perodua CNY 2020

Daikin CNY 2020 : The Twins 龙凤胎

RHB Chinese New Year 2020: Heart Baker

#Togethernessishappiness, Happy Chinese New Year 2020

Singtel – His Grandfather’s Road

KFC – KFC & National Museum of China Bring Exhibits to the Metro of Shanghai

Ribena Ribena: Purple Flight

Agency Network: McCann

Lexus Chinese New Year Philippines

Agency Network: Saatchi & Saatchi

Oreo – Wonderfilled Chinese New Year

Agency Network: FCB

Prudential CNY 2020: The CNY Connect

Agency Network: VaynerMedia

Panadol – Chinese New Year

TNB – CNY 2020 – #RealityNotVirtual

Agency Network: Reprise Digital

Air Asia – Chinese New Year 2020 | The Boy & The Lion

Watsons – CNY 2020 – Happy Beautiful Year!

ขอบคุณที่มาจาก : https://www.adsoftheworld.com/collection/top_chinese_new_year_ads#

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

ชวนวิเคราะห์ จากแคมเปญ”ไม่ไปไหนไป NETFLIX” เมื่อปีก่อน สู่ “จะไปไหนไป NETFLIX” ในปีนี้!

Published

on

ย้อนกลับปลายปี 2018 แคมเปญส่งท้ายปีของ NETFLIX #ไม่ไปไหนไปNETFLIX ที่เล่นใช้ ป้ายบิลบอร์ดตามจุดรถติดบริเวณทางออกกรุงเทพ ในหลาย ๆ จุดจนกลายเป็นไวรัลที่ยังคงพูดถึงมาจนถึงวันนี้

โดยคอนเซ็ปหลักของปีปลายปี 2018 จะชู Key Message ประเด็นเรื่อง “ช่วงปีใหม่ ปัญหารถติดอันแสนน่าเบื่อ ผู้คนก็เยอะมากมาย ไม่ควรออกไปเที่ยวไหน แต่ควรดู NETFLIX อยู่บ้านให้สบายใจ”

#ไม่ไปไหนไปNETFLIX
#ไม่ไปไหนไปNETFLIX
#ไม่ไปไหนไปNETFLIX

แต่สำหรับปีนี้ส่งท้ายปี 2019 NETFLIX ก็คัมแบ็กกับแคมเปญใหม่ที่ตรงข้ามกับปีที่แล้วโดยสิ้นเชิง เพราะปีนี้ “NETFLIX สนับสนุนให้ทุกคนออกไปนอกบ้าน จะไปไหนก็ได้ ไปเที่ยว กลับบ้านต่างจังหวัด” เพราะ Key Message ของปีนี้คือ #จะไปไหนไปNetflix

โดยอ้างอิงจากโพส์ของ NETFLIX ในวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ลงคอนเทนท์ไว้ว่า

หลับไปกี่ตื่น รถก็ยังอยู่ที่เดิมรึเปล่าน้า?
ใครอาการเป็นแบบนี้ เราขอแนะนำ… แต๊น แต๊น แต๊นนนนน “จุดพักโหลด NETFLIX” ไปดูกันเลย มีที่ไหน พิกัดไหนบ้าง ระหว่างรถติดแหง็ก เบื่อๆ ก็แวะมาโหลดหนัง โหลดซีรีส์ ดูเพลินไประหว่างทางได้เลยครับ /โหลดเยอะระวังเมมเต็มนะครับ

​(คนขับห้ามดูนะครับ เพลินได้เฉพาะคนโดยสารเท่านั้น)

ปีใหม่นี้ #จะไปไหนไปNetflix

หลับไปกี่ตื่น รถก็ยังอยู่ที่เดิมรึเปล่าน้า?ใครอาการเป็นแบบนี้ เราขอแนะนำ… แต๊น แต๊น แต๊นนนนน “จุดพักโหลด NETFLIX”…

โพสต์โดย Netflix เมื่อ วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม 2019

ซึ่งนอกจากจะมี “จุดพักโหลด” (มาจากจุดพักรถ) แล้วทาง #จะไปไหนไปNetflix ยังเล่นกับสื่อออนไลน์ด้วยกับ รายงานเกือบสด “5 วันอันสบาย”

ที่หยิบเอา คุณฐปนีย์ ที่ทำรายการเกือบสดตามจุดทางออกเมืองต่าง ๆ เพื่อรายงานสถานการณ์รถติด แจ้งเตือนให้ “ทุกคนโหลดซีรีย์เก็บไว้”

Netflix แนะนำรายการ "5 วันอันสบาย"

ปีใหม่นี้… พร้อมรึยังที่จะออกเดินทางไปกับคนเป็นล้านบนถนน? เอ๊ะห่วงรถติด อ๊ะเบื่อคนเยอะ เฮ้อ…รอข้าวนาน ได้เวลามาอัปเดตสถานการณ์ช่วงปีใหม่ไปกับNetflix “5 วันอันสบาย” รายการที่จะช่วยให้การเดินทางช่วงปีใหม่ของคุณเพลินกว่าที่เคย และขอเชิญพบกับผู้สื่อข่าวคนพิเศษของเรา "คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย" รายงานเกือบสดจากแยกราชประสงค์ /คุณฐปณีย์ครับบบบ 🗣ปีใหม่นี้ #จะไปไหนไปNetflix

โพสต์โดย Netflix เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 26 ธันวาคม 2019

ทั้งนี้แคมเปญที่ชวนคนดู NETFLIX ระหว่างเดินทางอาจจะไม่ได้มากจาก “อารมณ์ของนักการตลาด อย่างแน่นอน” แต่นี่อาจจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลขาก DATA ถึงพฤติกรรมของผู้มาอย่างละเอียด!

ทั้งพฤติกรรมการเดินทางช่วงวันหยุดยาว และพฤติกรรมการเสพสื่อผ่านการใช้ฟีเจอร์ สมาร์ทดาวน์โหลด ที่ชอบผู้ใช้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลจาก Tech-hangout

ในหัวข้อ NETFLIX SMART DOWNLOAD ! โหลด ซีรีย์ตอนต่อไปให้เอง และ ลบตอนเก่าที่ดูออกให้ ! ได้เคยพูดถึงไว้ว่า

หลังจากเปิดตัวฟีเจอร์ “ดาวน์โหลด” (Download) ไปในปี 2016 เราพบว่าสมาชิก Netflix ชอบดาวน์โหลดรายการที่ชอบและเพลิดเพลินกับการรับชม Netflix ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะขณะเดินทาง ท่องเที่ยว หรืออยู่ในสถานที่ที่ต้องชำระค่าบริการอินเทอร์เน็ตในราคาแพงหรือสัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ฟีเจอร์ “ดาวน์โหลด” ช่วยให้สมาชิกพกพาภาพยนตร์และรายการที่ชื่นชอบไปได้ทุกที่

วันนี้ เราขอประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ “สมาร์ทดาวน์โหลด” (Smart Downloads) หลังจากรับชมตอนที่ดาวน์โหลดจบแล้ว ฟีเจอร์ “สมาร์ทดาวน์โหลด” จะลบตอนนั้นออกและดาวน์โหลดตอนต่อไปให้เลยแบบอัตโนมัติ ให้คุณรับชมอย่างเพลิดเพลินในขณะที่เราจัดการทุกอย่างในเบื้องหลังให้เอง

– แคเมรอน จอห์นสัน ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ทาง Thumbsup ยังเคยลงเรื่องราวในหัวข้อ สมาชิก Netflix ทุ่มเทเวลาดูวิดีโอ นานกว่าโซเชียลกับเพื่อนเท่าตัว โดยมีข้อมูลส่วนหนึ่งที่น่าสนใจ

จากการคำนวณของ Cordcutting.com สมาชิก Netflix จะใช้เวลาดู Netflix ราว 1 ชั่วโมง 11 นาทีในแต่ละวัน (71 นาที) ตัวเลขนี้คำนวณจากสถิติเดือนธันวาคม 2017 ที่ Netflix รายงานว่าสมาชิก Netflix ทั่วโลกดูวิดีโอรวม 140 ล้านชั่วโมงต่อวัน ในขณะนั้น Netflix มีสมาชิก 117.58 ล้านคน เมื่อนำ 140 ล้านชั่วโมงมาหารด้วยจำนวนสมาชิก 117.58 ล้านคน จึงได้ผลเฉลี่ยคือ 71 นาที

สถิตินี้แสดงว่า Netflix มีอิทธิพลกับสมาชิก Netflix สูงมาก เพราะตัวเลขการชม Netflix ราว 71 นาทีต่อวันนั้นสูงกว่าการสำรวจของสำนักสถิติแรงงานอเมริกัน ที่พบว่าชาวอเมริกันใช้เวลาโดยเฉลี่ยเพียง 39 นาทีในการ “ สังสรรค์และสื่อสาร” ในแต่ละวัน นั่นหมายความว่าสมาชิก Netflix ใช้เวลาดูวิดีโอนานกว่าการคุยกับเพื่อนเท่าตัว

ซึ่งแน่นอนว่า “ถึงแม้จะเป็นข้อมูลจากทางฝั่ง อเมริกันชน แต่นี่คือแนวโน้มที่เกิดขึ้นกับคนไทยไม่แพ้กันเลย”

หรือนี่จะเป็น บทเรียนจากแคมเปญส่งท้ายปี 2018 ที่ชวนคนอยู่บ้านและดู NETFLIX แต่ขัดแย้งกับพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ที่สุดท้ายแล้วต้องเดินทางไกลกลับบ้าน จึงเปลี่ยนแผน สลับขั้ว ในปีนี้จึงหันมาชวนดาวน์โหลดและดู NETFLIX ระหว่างเดินทางซะเลย!

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
MARKETING TIPS1 วัน ago

“Line” แอปพลิเคชันยืนหนึ่งในโซเชียลมีเดียไทย กับสถิติสุดเจ๋ง ที่ติดตาม

NEWS UPDATE5 วัน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

“คุณแม่ยุคใหม่ หัวใจดิจิทัล” เจาะลึกอินไซต์กับพฤติกรรมการซื้อผ่าน E-Commerce ของเหล่าคุณแม่

CREATIVITY3 สัปดาห์ ago

7 ตัวอย่าง Model ธุรกิจแบบ Subscription – เทรนด์ใหม่ของธุรกิจ 2020

CREATIVITY3 สัปดาห์ ago

พาส่อง Ad ตรุษจีน จากแบรนด์ระดับโลกประจำปี 2020

INNOVATION1 เดือน ago

คนไทย “ไม่ชอบรอ!” Chatbot จึงตอบโจทย์ – หรือนี่จะเป็นทางรอดสุดท้ายของธุรกิจออนไลน์

EDUCATION1 เดือน ago

E-Sport ยังเป็นแค่เกม หรือกลายเป็นสงครามของนักธุรกิจ ?

NEWS UPDATE1 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

MARKETING TIPS1 เดือน ago

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

CREATIVITY2 เดือน ago

ชวนวิเคราะห์ จากแคมเปญ”ไม่ไปไหนไป NETFLIX” เมื่อปีก่อน สู่ “จะไปไหนไป NETFLIX” ในปีนี้!

NEWS UPDATE1 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

NEWS UPDATE11 เดือน ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY10 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

LIFESTYLE12 เดือน ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CREATIVITY12 เดือน ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

CONTENT TIPS8 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY6 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

EDUCATION8 เดือน ago

จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

CONTENT TIPS1 ปี ago

จับตามองให้ดีกับ “คอนเทนต์ 4 ประเภท” ที่มาแน่ในปี 2019

MARKETING TIPS11 เดือน ago

Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

Facebook

Trending