Connect with us

LIFESTYLE

“Off-Facebook Activity” ฟีเจอร์ใหม่จาก Facebook เพื่อความเชื่อมั่นด้าน Privacy

Published

on

“You see it. You control it.”

ในที่นี้ใครเคยสงสัยเรื่องการยิง Facebook ads บ้างไหมครับ ทำไมบางที มันช่างรู้ใจเราหรือเกิน ?

ผมว่าใครหลายคนในที่นี้ก็อาจสงสัยเหมือนกันนะครับ ว่าทำไมอยู่ๆ กำลังคุยกับเพื่อนเรื่องต่างๆ นานาเช่นเรื่อง หนัง หรือ พวกเพลงต่างๆ แม้กระทั่งปัญหาที่กำลังเจอ แปบๆ ก็มี ads ที่พึ่งคุยกันไปโผล่ขึ้นมาซะงั้น

แล้ว Facebook Ads ที่เราเจอกันนั้นมันคืออะไรล่ะ ??

Facebook Ads ที่เราพูดถึงกันอยู่ตอนนี้คือ รูปแบบการโฆษณา (Advertising Objectives) หลายแบบครอบคลุมตั้งแต่ การโฆษณาไปยังเว็บไซต์ โปรโมทโพสต์ โปรโมทเพจ หรือการเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมงานกิจกรรมต่างๆ และ เพิ่มจำนวนการรับชมวิดีโอ สำหรับร้านค้าทั่วๆ ไปในเฟซบุ๊คมักอาศัยการขายสินค้าโดยการเปิดแฟนเพจเป็น ร้านค้า งานโฆษณาหลักๆ จึงอยู่ที่การโปรโมทเพจและโปรโมทโพสต์

ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่ชอบ Ads ล่ะ

ผมคงบอกได้ว่าคนส่วนใหญ่อาจไม่ได้เกลียดเจ้า Ads หรอกครับแต่แค่ “ผู้บริโภคไม่ได้เกลียดโฆษณา แต่ไม่ชอบที่มาบ่อยไป และมาผิดเวลา” ยิ่งช่วงปีนี้ บอกได้เลยครับว่าดูคลิปสั้นๆ แปป ก็มี Ads เข้ามาทำให้ผมนั้นเลื่อนคลิปหนีไปเลยครับ

ที่มาผ่านผู้บริโภคสื่อแก้ไขกับเจ้า Ads กันอย่างไร

ซึ่งจากการสำรวจในต้นปีที่ผ่านมานั้นได้มีการสรุปการหลีกเลี่ยงของผู้บริโภคสื่อด้วยวิธีต่างๆ จนบ้างครั้งถึงกับต้องใช้ตัวช่วยในการหลบ Ads อย่าง Adblock เป็นต้นซึ่งเราก็ขอสรุปเป็นดังนี้

▪ กดโฆษณาแบบไม่ได้ตั้งใจล่ะรีบกดออก 34%
▪ ใช้ Adblock เพื่อข้ามโฆษณา 32%
▪ กดเข้าไปดูหรือสนใจจะซื้อจริงๆ 24%
▪ ปิดแอพหรือเว็บที่กำลังดูอยู่เพื่อไม่อยากเจอ 10%

และนี้หล่ะครับจึงทำให้ใครหลายๆ คนบ่นกันว่า “จะออกมาทำไมบ่อย”

แต่คุณเคยสังเกตุไหมครับว่าทำไมมี Ads ของ Facebook หลายตัว “ถึงเหมือนรู้ใจเรา

หนึ่งในคำตอบนี้เคย ถูกอธิบายไว้ในทฤษฎีที่หลายคนเชื่อ คือเรื่องเฟซบุ๊กแอบฟังบทสนทนาของเราผ่านไมโครโฟนของโทรศัพท์ แม้ Mark Zuckerberg CEO ของ Facebook  จะปฏิเสธว่าไม่จริงก็ตาม (ล่าสุดก็ออกมายอมรับบ้างแล้ว ในการแอบอ่าน Messenger)

แต่สิ่งที่เฟซบุ๊กไม่เคยปฏิเสธ คือข้อมูลบางส่วนที่นำมาใช้คำนวณการยิง Ads บนหน้าฟีดเรา ก็คือการเอาข้อมูลจากที่เราไปเข้าเว็บนู้น-เว็บนี้ หรือใช้แอพฯ อื่นมาคำนวณนั่นเอง และล่าสุดเพื่อกำจัด Ads ให้สำหรับใครหลายๆ คน Facebook ก็ได้ประกาศใช้ Off-Facebook Activity 

Off-Facebook Activity  คืออะไรล่ะ ??

เมื่อไม่นานมานี้ Facebook เปิดฟีเจอร์ Off-Facebook Activity ตัดการนำข้อมูลจากเว็บหรือแอพฯ ภายนอก ไม่ให้ถูกนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการยิงโฆษณา

ฟีเจอร์ Off-Facebook Activity จึงเกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะ หมายความว่าต่อไปนี้เราจะสามารถไล่เช็กได้แล้วว่า ข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตหรือแอปพลิเคชันอะไรบ้างที่ถูกส่งต่อมาให้เฟซบุ๊ก

และสามารถลบประวัติข้อมูลและการใช้งานนั้นๆ ได้ด้วยตัวเองทันที และยังตั้งค่าล่วงหน้าไม่ให้เฟซบุ๊ก เว็บไซต์ และแอปฯ แชร์ข้อมูลการใช้งานของเราให้กันและกันได้ด้วย (เลือกทั้งหมดหรือเลือกเป็นรายเว็บฯ และแอปฯ​ ได้) 

แล้ว Off-Facebook Activity เปิดใช้เมื่อไหร่

โดยจะเริ่มต้นเปิดให้ใช้งานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ประเดิมด้วยผู้ใช้งานในไอร์แลนด์ เกาหลีใต้ และสเปน เป็น 3 กลุ่มประเทศแรก ก่อนจะขยายการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวไปทั่วโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เข้าไปตั้งค่าได้โดยการไปที่หน้า Settings > Your Facebook Information > Off-Facebook Activity

ที่มา : https://www.wired.com/story/off-facebook-activity-privacy/

https://www.facebook.com/off-facebook-activity

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CREATIVITY

ถอดรหัสความแรงของ TikTok และพาส่องภาพรวมความบันเทิงในช่วง COVID-19

Published

on

ในช่วงนี้อาจเป็นสถานการณ์ ที่ไม่ว่าใคร ก็ต้องอยู่ที่บ้านนานขึ้น ทั้งการกักตัว หรือการงดออกบ้าน เพื่อเผชิญความเสี่ยงในการติดไวรัส COVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ ทำให้เหล่าแอปพลิเคชั่น ที่สามารถใช้งานในเรื่องการสร้างความบันเทิง มีช่วงเวลาที่รับชมสั้น ไม่ต้องเสียเวลาย่อยข้อมูลให้มากนัก ตอนนี้จึงทำให้แอปพลิเคชั่นคอนเทนต์คลิปวิดีโอแบบสั้น 15 วินาทีอย่างTikTok กลายเป็นที่นิยมขึ้นมาทันที เราลองมาส่องดูประวัติความเป็นมาแบบคร่าวๆ ของแอปพลิเคชั่นนี้กันดีกว่า

ประวัติความเป็นมาของ TikTok

ขอขอบคุณภาพจาก : marketingoops

Douyin เป็นแอปพลิเคชั่นในเครือบริษัท Bytedance ซึ่งผลิตแอปพลิเคชั่นแนวสื่อบันเทิงอยู่แล้ว พวกเขาเปิดตัวในปี 2016 ท่ามกลางผู้ใช้งานชาวจีน ที่มีทั้ง WeChat Weibo ที่พวกเขาคิดว่าเพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว รวมทั้งคลิปแชร์วิดีโอในจีน ก็มีจำนวนมากอยู่แล้วเช่นกัน 

ในตลาดไทยแอปพลิเคชั่นจะมีชื่อว่า TikTok แต่ที่ประเทศจีน แอปพลิเคชั่นนี้จะใช้ชื่อว่า Douyin ซึ่งชื่อนี้เริ่มต้นในวงการครั้งแรก ด้วยการเป็นพาร์ตเนอร์กับ Musical.ly แอปตัดต่อวิดีโอใส่เสียงเพลงของจีน ที่เน้นทำตลาดในอเมิรกา แต่เวลาต่อมา Douyin ก็ได้ซื้อกิจการไปโดยแต่แรกเริ่ม กลุ่มเป้าหมายของ Douyin มีเพียงแค่ ผู้หญิงวัยรุ่นในเมือง ที่แอปพลิเคชั่นได้มีการกำหนดท่าทาง ให้ผู้เล่นต้องทำตาม หรือลิปซิงก์ร้องเพลงตามจังหวะ  ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองได้เป็นดารา ที่มีเอกลักษณ์ 

ขอขอบคุณภาพจาก : marketingoops
ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag
ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

ทำให้ทางแอปพลิเคชั่นนี้ได้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในเรื่องความสนุกสนาน ที่แปลกใหม่ ทำให้มียอดผู้ดาวน์โหลดเป็นอันดับ 1 ในปี 2018 และมีผู้เข้าใช้งานต่อวันถึง 150 ล้านคน

การเติบโตที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุผลความนิยมของโลกโซเชียล ที่ผู้ใช้งานหลายคนทั่วโลก มีความต้องการที่จะสร้างเอกลักษณ์ สร้างตัวตนหรือคาแรคเตอร์ของตัวเองบนโลกโซเชียล การอัดคลิปวิดีโอเพื่อเผยแพร่ในเวลาเพียง 15 วินาทีจึงเป็นเรื่องง่าย แถมตัวแอปพลิเคชั่นยังถูกออกแบบมาเพื่อโทรศัพท์มือถือ ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้นไปอีก 

ที่เหนือไปกว่านั้นคือ การตลาดของจีน มีการใช้งาน Influencer ที่มีคาแรคเตอร์ที่ตรงกับแบรนด์ มาเป็นตัวช่วยสำคัญอีกแรง เพราะถึงแม้ว่าการใช้บุคคลธรรมดา แต่มีความคิดสร้างสรรค์มาช่วยโปรโมทได้ดีกว่า Influencer แต่สุดท้ายก็ไม่ตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยเฉพาะการเข้าตลาดอเมริกา การใช้ Influencer หรือดาราดังมาช่วยโปรโมท เช่น Jimmy Fallon, Kardashians และนักร้อง Rita Ora กับ Tony Hawk 

โดยกลุ่มผู้สร้างคอนเทนต์หลักใน TikTok จะแบ่งเป็นองค์ประกอบ ผู้ใช้ทั่วไป 49.10% คนมีชื่อเสียงในอินเทอร์เน็ต 34.30% ดารา 12.60% และแบรนด์ต่างๆ อีก 3.70% 

ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

ส่วนฝั่งกลุ่มเป้าหมายของ TikTok ที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นอเมริกาในหมู่ผู้ใช้งานรุ่นใหม่ในสหรัฐอเมริกา และในอีกหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย จากการรายงานของ Influencer marketing agency Mediakix พบว่า 60% ของผู้ใช้งานมีอายุ 16 – 24 ปี ทำให้นักการตลาดสนใจที่จะมาลงโฆษณาใน TikTok มากขึ้น 

จนมูลค่าล่าสุดของ Bytedance ในปี 2018 พุ่งทะยานขึ้นสูงถึง 75,000 – 78,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นสตาร์ทอัพมูลค่าสูงอันดับ 2 ของโลกภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เป็นรองแค่ Ant Financial กิจการในเครือของ Alibaba เท่านั้น

เหตุผลที่ทำให้ TIkTok โตเร็ว

ขอขอบคุณภาพจาก : marketingoops

ในปัจจุบัน TikTok กับประเทศไทย มีสถิติผู้ใช้งานเป็นผู้ชาย 25% ผู้หญิง 75% มีระบบ IOS 16% และ Android อีก 84% 

ขอขอบคุณภาพจาก : thumbs up

ไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 48% เป็นกลุ่มคนอายุ 18-24 รองลงมาคือ 36% ในกลุ่มคนอายุ 13-17 ปี และ 14% เป็นกลุ่มคนอายุ 25-34 ปี 

โดยส่วนมากจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และตามจังหวัดใหญ่ๆ เกินกว่า 80% เป็นนักเรียน นักศึกษา และ First jobber ระยะเวลาการใช้งานเฉลี่ย 35 นาที โดยจะมีคอนเทนต์หลัก ที่ได้รับความนิยมคือ

  • Talent
  • Comedy 
  • Food & Drink & Travel
  • Beauty & Fashion

เทรนด์ที่สร้างความนิยมให้กับ TikTok เป็นอย่างมาก 

  • Evolving Video Technology 
  • Influencer Taking The Lead
  • Power of Gen Y & Z 
ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

สิ่งที่ TikTok พร้อมจะพัฒนากลยุทธ์ของแพลตฟอร์ม ให้ยั่งยืน และโตขึ้นเรื่อยๆ จะเน้นไปที่ 3 แกนหลักคือ

  1. สร้างคอนเทนต์ให้มีความหลากหลาย (Content Diversification) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลายช่วงวัยมากขึ้น
  2. สร้างรายได้ผ่านการขายโฆษณา(Monetization) สร้างรายได้ด้วยเครื่องมือฟีเจอร์บนแพลตฟอร์ม ช่วยให้แบรนด์และกลุ่มดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเกิดความ Awareness และเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว 
  3. สร้างความปลอดถัยบนแพลตฟอร์ม(Brand Safe) พัฒนาความปลอดภัยช่วยให้เกิดความเหมาะสม บนแพลตฟอร์ม และใช้งานแมชชีนเลิร์นนิงคัดกรองคอนเทนต์ที่เหมาะสม หรือการใส่ฟีเจอร์ ที่ให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมตามความเหมาะสมได้

ส่วนเรื่องคอนเทนต์ที่เคยตกเป็นประเด็นอย่าง โรตีสด ทาง Crisis Management ของ TikTok เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาได้ดำเนินการจัดการกับคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมทันที

ทั้งยังประสานงานให้ Influencer ทำคอนเทนต์ให้มีข้อมูลที่มีความถูกต้องแทน นอกจากนี้ยังมีการทำแคมเปญคอนเทนต์ต่างๆ  ที่ทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้นกับผู้ใช้งาน เพื่อดึงผู้ใช้งานหน้าใหม่ ให้เข้ามาที่แพลตฟอร์ม TikTok มากขึ้น จนส่งผลให้ผู้ใช้งานล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 เป็นผู้ใช้งานอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นส่วนมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่านั้น

TikTok กับช่วงกักตัว

ในช่วงกักตัวที่คนเราต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น จึงมีเวลาว่าง ให้ได้ค้นหา ได้ทดลอง หรือได้เล่นอะไรใหม่ๆ ทำให้ช่วงนี้ทาง TikTok ที่เคยถูกมองว่าเป็นแอปพลิเคชั่นสก๊อย หรือการเล่นแบบประมาทเลินเล่อของวัยรุ่น จนเกิดไวรัลแบบผิดๆ อย่าง โรตีดิบ มาแล้ว แต่เมื่อทาง TikTok ไม่ได้นิ่งนอนใจ และแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

ทำให้ช่วงโอกาสทองที่คนเรามีเวลาว่างมากขึ้น ได้พบเห็นคอนเทนต์ที่มาจาก TikTok บนหน้าสื่อโซเชียลของ ดาราดัง อย่าง เก้า สุภัสสรา และ แพทตี้ อังศุมาลิน ทำให้ดึงดูดคนเข้ามาติดตามดาราทั้งสองอย่างมาก จากนั้น TikTok ก็ทยอยของคอนเทนต์ใหม่ๆ หรือ ชาเลนจ์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน ให้เข้ามาร่วมเล่นกันมากขึ้น กับกระแสการกักตัวอยู่บ้าน ที่ทำให้ทุกคนมีเวลาว่างมาดขึ้น จนมีผู้เข้าใช้งานถล่มทลายอีกเช่นกัน

ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

โดยตอนนี้ชาเลนจ์ที่กำลังโด่งดังมากอย่าง เจน นุ่น โบว์ อดีตตำนานเพลงเก่า ก็ได้กลับมาโลดแล่นบนแอปพลิเคชั่นนี้อีกครั้ง รวมถึงอีก 5 ชาเลนจ์ ที่กำลังนิยมอย่างมากบน TikTok ในช่วงกักตัวเช่นนี้

  1. #Savehands เป็นชาเลนจ์จาก WHO ร่วมมือกับ TikTok เพื่อรณรงค์ให้คนหันมาล้างมือให้สะอาดกันมากขึ้น
  2. #fliptheswitch เป็นชาเลนจ์ที่ให้คนสองคนได้สลับโพสิชั่นกัน ทั้งการเต้น การแต่งตัว
  3. #แดนเซอร์จำเป็น เป็นชาเลนจ์ที่มี effect แยกร่างให้เราถึง 5 คน ที่เหมือนกับเป็นแดนเซอร์บนเวทีอย่างไงอย่างนั้น
  4. #เมื่อ ชาเลนจ์นี้เป็นเหมือนคอนเทนต์ที่ให้ทุกคนเสนอความครีเอทีฟที่สูงมาก ว่า เมื่อ… ที่จะเกิดขึ้นในหลายสถานการณ์ จะเป็นอย่างไรได้บ้าง
  5. #HandWashChallenge ชาเลนจ์นี้เป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์จาก dettal ที่ออกมาร่วมรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงการล้างมือ 

ซึ่งทั้ง 5 ชาเลนจ์ตอนนี้ ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม รวมถึงความครีเอทีฟ ที่เกิดขึ้นจากเหล่าผู้ใช้งานหลายล้านคน ก็ยังคงสร้างคอนเทนต์จำนวนมากให้หลั่งไหลออกมา ในหลายๆ วันอย่างที่เราเห็น แม้จะเล่นโซเชียลอยู่บนแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่ TikTok เราก็ยังคงเห็นคลิปวิดีโอจาก TikTok เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างสูง ที่ผู้ใช้งานท่วมท้น จนคอนเทนต์เกิดการแชร์ข้ามแพลตฟอร์มอย่างมหาศาล

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา “เปิดสอนทำอาหารออนไลน์” เรียนฟรี!! ไม่ต้องลงทะเบียน

ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ประกาศผ่าน Facebook ของตัวเองเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ “เรียนทำอาหารออนไลน์กับเมนูสร้างอาชีพ” ที่ใครก็สามารถเรียนได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนผ่าน FACEBOOK LIVE

Published

on

ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ประกาศผ่าน Facebook ของตัวเองเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ “เรียนทำอาหารออนไลน์กับเมนูสร้างอาชีพ” ที่ใครก็สามารถเรียนได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนผ่าน FACEBOOK LIVE

โดยมีตารางเรียนดังต่อไปนี้

สามารถเข้าไปเรียนได้ที่ : https://www.facebook.com/AcademicServiceCentreCDTI/

#ฝากช่วยแชร์ต่อด้วยนะครับ 🙂🙂🙂.สำหรับใครที่ตกงาน อยากมีอาชีพ หรืออยู่บ้านว่างๆอยากฝึกทำอาหาร.สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา…

Posted by ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา on Thursday, 2 April 2020

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

เจาะใจไรเดอร์ สถานการณ์ Grab Food เชียงใหม่ ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ?

Published

on

By

Grab Food คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมร้านอาหารยอดนิยม และร้านต่างๆ ไว้ในแอปพลิเคชั่น Grab เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสั่งอาหารผ่านทางแอปพลิเคชันได้เลย โดยที่ไมต้องเดินทาง หรือออกมาซื้อเอง เพราะว่าทาง Grab จะมีคนขับเข้าไปส่งอาหารตรงถือคุณเลย  

หากแต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการแพร่ระบาดของ โควิด – 19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายๆ ธุรกิจเป็นอย่างมาก ส่งผลทำให้อัตราการเติบโตและรายได้ของธุรกิจต่างๆ ซบเซา และลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ หากแต่สิ่งที่น่าสนใจนั้น ก็คือในช่วงสถานการณ์ช่วงนี้ที่หลายธุรกิจกำลังซบเซา หาก Grab Food กลับมียอดการใข้บริการสูงสุดกว่าช่วงปกติถึง 3 เท่า (อ้างอิงจาก https://news.ch7.com/detail/399135

มากไปกว่านั้นคือมีการใช้หน้าใหม่เข้ามาใช้บริการกันอย่างมากขึ้นอีกด้วย สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเริ่มระมัดระวังตัว และเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น  

แต่สถิติที่เราได้กล่าวถึงต่อจากนี้นั้น “เป็นสถิติโดยรวบทั่วประเทศในพื้นที่ที่ Grab Food ได้ให้บริการ วันนี้เราจึงได้ออกไปสัมภาษณ์เหล่าพนักงานของ Grab Food ในย่านตัวเมืองเชียงใหม่ ว่าได้รับผลดี/ผลกระทบอย่างไรบ้างในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาด โควิด – 19”

No. ปริมาณงานที่ได้รับ  จำนวนงานก่อนเกิดโรคระบาด (จำนวนคาดการณ์โดยเฉลี่ย) จำนวนงานหลังเกิดโรคระบาด (จำนวนคาดการณ์โดยเฉลี่ย)  
1. ลดลง 21 18 
2. ลดลง 30 21 
3. ลดลง 30 15 
4. ลดลง 20 15 
5. ลดลง 30 15 
6. ลดลง 20 15 
7. ลดลง 20 10 
8. ลดลง 15 10 
9. ลดลง 30 25 
10. ลดลง 20 10 
11. ลดลง 30 15 
12. ลดลง 15 10 
13. ลดลง 20 10 
14. ลดลง 20 10 
15. เท่าเดิม 20 20 
16. ลดลง 30 10 
17. ลดลง 20 15 
18. ลดลง 20 10 
19. เท่าเดิม 20 20 
20. เพิ่มขึ้น 30 50 
21. ลดลง 30 20 
22. ลดลง 35 20 
23. เท่าเดิม 20 20 
24. ลดลง 20 16 
25. ลดลง 20 10 
26. ลดลง 35 20 
27. เท่าเดิม 20 20 
28. ลดลง 20 15 
29. ลดลง 27 10 
30. ลดลง 18 12 
31. เท่าเดิม 20 20 
32. ลดลง 25 10 
33. ลดลง 20 15 
34. ลดลง 20 17 
35. ลดลง 20 12 
36. ลดลง 30 15 
37. ลดลง 20 15 
38. ลดลง 22 10 
39. ลดลง 30 20 
40. ลดลง 20 15 
41. เท่าเดิม 15 15 
42. ลดลง 20 10 
43. ลดลง 30 15 
44. เพิ่มขึ้น 30 40 
45. ลดลง 15 10 
46. ลดลง 20 15 
47. ลดลง 25 15 
48. เพิ่มขึ้น 15 20 
49. ลดลง 25 10 
50. ลดลง 20 15 

จากการสำรวจสอบถามพนักงาน Garb food จำนวน 50 คน ในบริเวณ ถนนสุเทพ นิมมาน ศิริมัง สันติธรรม เจ็ดยอด กาดสวนแก้ว ละแวกหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สวนดอกพบว่า มีอัตราการได้รับงานลดลงจำนวน 41 ลดลงจำนวน คน, เท่าเดิม จำนวน 6 คน และเพิ่มขึ้น จำนวน 3 คน (โดยอัตรางานในข้อมูล เป็นอัตราจากการคาดการณ์โดยเฉลี่ยจากผู้ให้ข้อมูล) 

และจากการสอบถามเพิ่มเติมพบว่า เหตุผลที่ทำให้จำนวนผู้ใช้งานบริการ Grab Food ในเชียงใหม่ลดลง เนื่องจากนักท่องเที่ยวในเชียงใหม่มีจำนวนลดน้อยลง และประการต่อมาก็คือ จำนวนพนักงาน Garb Food เพิ่มขึ้น แต่จำนวนงานที่ได้รับนั้นเท่าเดิม 

แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งในพนักงาน Grab Food หลายหลายที่แย้งว่า การที่มีพนักงาน Grab Food เพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งส่งผลดี ที่ทำให้มีผู้ใช้งานเพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่นกัน 

ดังนั้น หากกล่าวโดยสรุป จากข้อมูลที่สำรวจและสอบถามพบว่า อัตราจำนวนงานที่ลดลงนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องเนื่องจากเพียงปัญหาการเกิดโรคระบาด โควิด – 19 เพียงอย่างเดียว หากแต่ว่ามีปัยจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง อาทิ จำนวนพนักงาน Garb Food ที่เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น 

ปริมาณงานไรเดอร์จาก Grab Food มีจำนวนลดลงด้วยเหตุผลหลักอะไรบ้าง?

แท้จริงแล้วปริมาณงานของไรเดอร์ Grab Food ตั้งแต่ช่วงก่อนโรคระบาด COVID-19 และปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 มานี้ ก็มีปริมานงานที่ชะลอตัวหรือคงตัวอยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อมีผลกระทบอย่างปัญหาใหญ่ทั้งสอง ที่ตัดเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวให้น้อยลงอีก จนเป็นผลให้ปริมานงานน้อยลงกว่าเดิมอย่าง ถึงแม้จะมีไรเดอร์บางคนที่กล่าวว่างานเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นจำนวนที่น้อยมากอยู่ดี 

ช่วงเวลาการทำงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อแลกกับค่าแรงเท่าเดิม

เนื่องจากปริมาณงานที่น้อยลงจากเหตุผลหลักที่ได้กล่าวไป ทำให้ไรเดอร์หลายคน ต้องใช้เวลามากกว่าเดิม 5-7 ชั่วโมง เพื่อให้ได้จำนวนงานมากเท่าเดิม หากคิดมูลค่าของแต่ละงานโดยเฉลี่ยให้ค่าส่งอาหารเป็นรอบละ 15 บาท เฉลี่ยงานในหนึ่งวันอยู่ที่ 20 งานต่อการทำงาน 11 ชั่วโมง ไรเดอร์จะมีรายได้ประมาณ 300 บาท/11 ชั่วโมง ถือว่าเป็นรายได้ขั้นต่ำที่ต้องแลกมาด้วยช่วงเวลาการทำงานที่เพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
CREATIVITY2 ชั่วโมง ago

ถอดรหัสความแรงของ TikTok และพาส่องภาพรวมความบันเทิงในช่วง COVID-19

LIFESTYLE3 วัน ago

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา “เปิดสอนทำอาหารออนไลน์” เรียนฟรี!! ไม่ต้องลงทะเบียน

CONTENT TIPS4 วัน ago

ทำความเข้าใจ “การตลาดอิงดราม่า” ทำไมถูกใจคนไทย !? พร้อมสรุปเทคนิคการสร้างคอนเทนท์ดราม่า

LIFESTYLE2 สัปดาห์ ago

เจาะใจไรเดอร์ สถานการณ์ Grab Food เชียงใหม่ ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ?

CREATIVITY3 สัปดาห์ ago

สสว. เปิดคอร์สออนไลน์สายปั้นคอนเทนท์ “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” ฟรี!!

NEWS UPDATE3 สัปดาห์ ago

บรรเทาทุกข์ COVID 19 กรมสรรพากรลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 1.5%

LIFESTYLE1 เดือน ago

“รวม 10 Podcasts ทั้งไทยและเทศ ที่คนทำธุรกิจไม่ฟัง … ไม่ได้แล้ว”

INNOVATION2 เดือน ago

พฤติกรรมผู้บริโภคยากแท้หยั่งถึง! เทคโนโลยีจึงสำคัญ Audience+ เลยถือกำเนิด

MARKETING TIPS2 เดือน ago

“Line” แอปพลิเคชันยืนหนึ่งในโซเชียลมีเดียไทย กับสถิติสุดเจ๋ง ที่ติดตาม

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

NEWS UPDATE3 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

NEWS UPDATE1 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY12 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

LIFESTYLE1 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS10 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY7 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

MARKETING TIPS7 เดือน ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

LIFESTYLE1 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

Facebook

Trending