Connect with us

MARKETING TIPS

6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook

Published

on

UPDATE!! “6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้” ข้อมูลอัพเดทสดจากงาน Facebook Chiangmai Agency Acceleration จัดและบรรยายโดย Facebook

โดยมีหัวข้อหลักดังนี้

1. พฤติกรรมของ Users คนไทย 3 ข้อ
2. คนซื้อสินค้า มักไม่ Likes / Share / Comment
3. ควรตั้ง Target Audience อย่างมี Funnel
4. Automation Placement คือทางออกของคนยิง Ad
5. Creative Best Practices Facebook
6. Ad policy Facebook กับเรื่องง่ายๆที่หลายคนพลาด

1. พฤติกรรมของ Users คนไทย 3 ข้อ โดยจากผลสำรวจของ Facebook พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมดังนี้

▪ คนไทย ช่างเลือก : โดยก่อนจะซื้อสินค้าใดๆ มักจะเลือกเปรียบเทียบ 2-4 แบรนด์ก่อนตัดสินใจเสมอ

▪ คนไทย ใจร้อน : โดยเฉพาะความเร็วของหน้าเว็ป หน้าเพจ หากโหลดช้า เข้าถึงช้า จะมี Bad Experience ที่ส่งผลต่อแบรนด์โดยตรง

▪ คนไทย ช่างรีบ : โดยเฉลี่ยแล้วจะมีการ ไถหน้า Feed อยู่ที่ 1.7 วินาที โดยประมาณสำหรับ Mobile Feed และ 2.5 วินาที วินาที โดยประมาณสำหรับ Desktop Feed

2. คนซื้อสินค้า มักไม่ Likes / Share / Comment

▪ แนะนำเลยว่า “เมื่อคุณยิง Ad ขายของไป อย่าไปให้ความสำคัญกับ Likes / Share / Comment มากจนเกินไป” แต่ควรโฟกัสที่ยอดขายมากกว่า

▪ จากผลสำรวจพบว่า 90% ของคนเห็น Ad จะซื้อสินค้าโดยไม่ Likes / Share / Comment

▪ เท่ากับว่า หากคุณยิง Ad แบบ Engagement Objective แอดจะส่งไปที่คน 10%

และคุณอาจพลาดโอกาสยิง Ad ไปหาลูกค้าที่รอซื้อของคุณอยู่ทั้ง 90% ก็ได้

3. ควรตั้ง Target Audience อย่างมี Funnel

▪ Target Audience ใน Facebook Ad มี 3 รูปแบบเป็นหลัก Core Audience/ Custom Audience/ Look A likes Audience

▪ แต่ทั้ง 3 ประเภท เหมาะกับ Funnel ที่แตกต่างกันออกไป (บอกไม่ได้ว่าอะไรดีกว่ากัน ขั้นอยู่กับเป้าหมาย)

▪ ก่อนจะเริ่มทำแคมเปญ แนะนำให้ลองแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 แบบคือ

1. กลุ่มคนที่คุณอยากรู้จัก (เลือกใช้แบบ Core Audience หรือ Look A likes Audience จะเหมาะสมที่สุด)

2. กลุ่มคนที่คุณรู้จักแล้ว (เลือกใช้แบบ Custom Audience จะเหมาะสมที่สุด)

3. กลุ่มคนที่คุณสนิทแล้ว ต้องการให้ซื้อซ้ำ (เลือกใช้แบบ Custom Audience จะเหมาะสมที่สุด)

▪ บอกไม่ได้ว่า “กลุ่ม Interest” ไหน จะดีที่สุด แต่ต้องมาจากการทดสอบ และวัดผลเท่านั้น

▪ ในการตั้งกลุ่มเป้าหมายแบบ Core Audience ไม่ควรรวม Interest ทั้งหมดไว้ในอันเดียว แต่ควรแบ่งซอยย่อยๆ แล้วเปรียบเทียบ จะได้ผลดีกว่า

4. Automation Placement คือทางออกของคนยิง Ad

▪ หากคุณตั้งค่าให้ Place Ad เฉพาะหน้า Feed คุณอาจจะพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้าที่รอคุณอยู่อีกหลายช่องทางก็ได้

▪ หากจะ Edit Placement แนะนำเป็น เลือก 4 Placement ขึ้นไปจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า

▪ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “เลือกแบบ Automation Placement” ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบได้ศึกษา และหาช่องทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของเรา

5. Creative Best Practices Facebook

▪ คนไทยจะใช้เวลาอยู่บน Smartphone ประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน

▪ พื้นที่สายตาสำคัญที่สุด เมื่ออยู่บนหน้า Feed หากเป็นไปได้แนะนำสัดส่วนภาพเป็น 4:5 1:1 เพื่อแย่งชิงพื้นที่บนหน้า Feed

▪ เราอยู่ในโลกแห่งวิดิโอ ที่คนกว่า 94.8% ดูวิดิโอภาพผ่านมือถือ (รวมถึงสไลด์โชว์ด้วย)

▪ คนไทยและคนทั่วโลกจะใช้ Social Media เมื่อ On the go หรือเวลาเดินทาง และเวลาว่างช่วงสั้นๆ เป็นส่วนใหญ่

ตัวอย่างเช่น

เวลา 8.25 เดินทางไปทำงาน
เวลา 12.05 พักเที่ยง
เวลา 20.00 นอนชิวบนโซฟาที่บ้าน

▪ คลิปวิดิโอใน Facebook ถ้าอยากขายของได้ “ต้องกระชับ และเข้าใจตั้งแต่ 0.25 วิแรกว่าขายอะไร ตัววิดิโอไม่ควรเกิน 15 วินาที”

6. Ad policy Facebook กับเรื่องง่ายๆที่หลายคนพลาด

Checklist สินค้า

▪ ไม่อนุมัติแน่ถ้าเป็น สินค้าของก๊อปแบรนด์เนม
▪ สินค้า 18+
▪ อาวุธ ความรุนแรง หรือแม้แต่ปืนบีบีกัน

 Checklist การใช้คำพูด

▪ ต้องบอกให้ชัดเลยว่าเราขายอะไร
ตัวอย่างเช่น :

❌ มาลองฟรี! ของดี ใช้แล้วหน้าหายพัง!
✔ เซรั่มมุกุ ใช้ได้แล้วดี ดูแลผิวหน้า แจกตัวทดสอบฟรี!!

▪ ห้ามตั้งคำถาม หรือเจาะจงลักษณะของ User!! (ข้อนี้หลายคนพลาด)

ตัวอย่างเช่น :

❌ คุณเป็นสาว SIZE ใหญ่ใช่มั้ย ??? มาลองเลยกลัวอะไร!
✔ ร้านนี้เลย! เสื้อผ้าสำหรับสาว SIZE ใหญ่ คืนความมั่นใจ!

❌ คุณกำลังตกงานอยู่ใช่มั้ย ? คลิกตรงนี้มีข่าวดีมาบอก
✔ เปิดรับสมัคร “นักการตลาด” อาชีพที่คุณอาจหลงรัก

▪ ห้ามมีคำหยาบ (แม้แต่คำว่า โครต! ก็ผิดแล้ว)

▪ โฆษณาเกินจริง โอเวอร์เคลม

ตัวอย่างเช่น :

❌ คลิกเลย คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน
✔ พอลล่าลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน เมื่อใช้คอร์สของเรา *การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ที่มาข้อมูล : Facebook Chiangmai Agency Acceleration จัดและบรรยายโดย Facebook

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 3 Average: 4]

CONTENT TIPS

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

Published

on

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

ช่วงนี้ค่าแอดแพงขึ้นทุกวัน “SEO” หรือ “Search Engine Optimization” น่าจะเป็นคำตอบของใครหลายคนครับ .ซึ่งรูปแบบการทำ SEO จะไม่ใช่การซื้อโฆษณาเพื่อสร้าง Taffic ครับ แต่เป็นการผลักดันเว็ปไซต์ให้ติดอันดับใน Google โดยการทำเว็ปให้เป็นมิตรกับ user และการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ครับ

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นศึกษา และทำ SEO (มือใหม่แนะนำให้อ่านอันนี้ก่อนครับ (https://hip-th.me/marketing-tips/3001/) น่าจะเคยเจอปัญหาว่า :

1. จะรู้ได้ยังไงว่าคีย์เวิร์ดนี้ปัจจุบันเว็ปเราอยู่อันดับที่เท่าไร ?

2. ไปจ้างทำ SEO จะรู้ได้ไงว่าอันดับเว็ปขึ้นจริง ?

3. แล้วจริง ๆ แล้ว มีคีย์เวิร์ดไหนบ้าง ที่เว็ปเราติดอันดับ ?

คำถามเหล่านี้จะถูกตอบแน่นอนครับ “ด้วยเครื่องมือฟรีเหล่านี้” ที่เราเอามาฝากกัน :

1. Google Search Console : หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเก่าอย่าง Google Webmaster Tools นี่คือสุดยอด “เครื่องมือฟรี” จาก Google เพื่อให้เราทราบว่า “สถานะของเว็ปไซต์เราปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง” เช็กได้เลยว่าคีย์ไหนเหมาะแก่การนำมาทำ SEO คีย์ไหนคนคลิกเยอะ พร้อมทั้งติดตามและตรวจสอบสุขภาพของเว็ปไซต์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

2. SERPROBOT (SERP Checker – Google Ranking Check) : เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้าน SEO ที่มีบริการให้เราได้ทดสอบอันดับเว็ปไซต์ ตามคีย์เวิร์ดที่เลือกได้มากมาย แถมยังมีฟังชั่นพิเศษในการเลือกประเทศ และให้ใส่คีย์เวิร์ดทดสอบพร้อมกันได้หลายคีย์อีกด้วย แถมผลลัพธ์ก็ชัดเจนไม่เบาครับ

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

3. SERPmojo : ลักษณะการใช้งานจะใกล้เคียงกับ SERPROBOT เลยครับ แต่ที่เด็ดกว่าคือ เราสามารถเช็กได้แบบ Realtime ทันใจ เนื่องจากจะเป็นระบบที่ให้บริการผ่านแอปเท่านั้นครับ

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

MARKETING TIPS

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

ในสถานการณ์ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับ foodpanda ที่ต้องเริ่มสู้กับเจ้าอื่น ๆ ที่พึ่งเปิดตัว ไม่ว่าจะ Gojek ที่พึ่งรีแบรนด์จาก Get Thailand ไปหมาด ๆ หรือ LINE MAN, Wongnai แพลตฟอร์มร้านอาหารที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ทำให้ foodpanda ต้องสู้อย่างหนักในสนามแห่งนี้ที่มีแต่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่น่ากลัว!

Published

on

ในสถานการณ์ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับ foodpanda ที่ต้องเริ่มสู้กับเจ้าอื่น ๆ ที่พึ่งเปิดตัว ไม่ว่าจะ Gojek ที่พึ่งรีแบรนด์จาก Get Thailand ไปหมาด ๆ หรือ LINE MAN, Wongnai แพลตฟอร์มร้านอาหารที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ทำให้ foodpanda ต้องสู้อย่างหนักในสนามแห่งนี้ที่มีแต่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่น่ากลัว!

ทำให้ foodpanda แตกแขนง Q-commerce ของตัวเอง โดยจะมี 3 pillars หลัก ๆ ด้วยกัน คือ “speed – convenience – variety” ซึ่งจะมาเป็นต้นแบบธุรกิจอย่าง pandamart ที่เป็นโมเดลล่าสุดภายใต้ Quick Commerce ทุกอย่างต้องรันด้วยความเร็ว และสะดวกสบาย

เครดิตภาพจาก marketing oops

ล่าสุดแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่น้องใหม่จาก foodpanda อย่าง pandamart ที่ออกมาเฉิดฉายสักพักแล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่สินค้าอุปโภค และสินค้าบริโภคที่มีสินค้าให้เลือกสั่งซื้อมากกว่า 2,500 รายการ สามารถสั่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยรูปแบบในการสั่งสินค้า สามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น foodpanda ในหมวดหมู่ ข้าวของเครื่องใช้ อาหารแห้งและเครื่องดื่ม โดยยังคงคอนเซปของการเป็น Q-commerce ของตัว foodpanda เอง ด้วยการเน้นการส่งที่รวดเร็ว และเคลมว่าจะถึงมือผู้บริโภคภายใน 20 นาที และที่สำคัญสามารถสั่งซื้อสินค้ากับ Partner ค้าปลีกเจ้าอื่นได้ผ่าน foodpanda ไม่ว่าจะเป็น CP Freshmart, Gourmet Market, Tesco, Lawson, Beauty Buffet ฯลฯ รวมอีกมากกว่า 2,700 ราย

เครดิตภาพจาก marketing oops

แน่นอนว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามยุคสมัย ซึ่งผู้บริโภคเองก็มีสิทธิ์ในการเลือกใช้บริการ แต่สิ่งที่ควรยึดหมั่นเสมอคือ การมอบความสะดวก และประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า ปัจจุบัน pandamart ที่ใช้ในการสต๊อกสินค้ามีทั้งหมด 7 พื้นที่ในกรุงเทพ เช่น ลาดพร้าว, วัฒนา, สาทร, สุทธิสาร, งามวงศ์วาน, บางนา และธนบุรี

โดยทำเลที่ตั้งจะดูตามความหนาแน่นของประชากรในแต่ละพื้นที่ ความต้องการในการใช้งาน และความนิยมในการใช้บริการ foodpanda แน่นอนว่าในเร็ววันนี้เราอาจจะได้เห็น pandamart ของ foodpanda ขยายออกไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด หลังจากที่ลองเชิงการตลาดด้วยการเปิดให้บริการมาหลายเดือนที่ผ่านมา ยอดขายเป็นที่น่าพอใจ โดยโมเดลมีอยู่ 2 แบบคือ หักค่าคอมมิชชั่นจากพาร์ทเนอร์ค้าปลีก และเก็บรายได้จากการจำหน่ายสินค้าด้วยตัวเองในโมเดลค้าปลีกเต็มตัว

สำหรับการตลาดแบบใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาทในเร็ว ๆ นี้ นั่นคือ การปั้นสินค้าเครื่องดื่ม และอาหาร R&D ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นโมเดลล่าสุดของ foodpanda ที่เริ่มเปิดตัวบางสินค้าอาหาร เช่น ชานมไข่มุก (Want T), ไก่ทอด JFC (Jackson Fried Chicken) และพาสต้า ให้ทุกคนมาลิ้มลองได้ พิเศษสำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังเติบโตภายในแบรนด์ foodpanda สามารถนำรายการอาหารเหล่านี้ ซื้อเป็นแฟรนไชส์ได้ แต่มีเงื่อนไขคือ ขายเฉพาะแอปพลิเคชั่น foodpanda เท่านั้น!

สิ่งสำคัญของ foodpanda ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่อะไร แต่เป็นการให้บริการที่รวดเร็ว การลงทุนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ตรงจุด และการปรับตัวเอง ปรับการตลาดให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปเรื่อย ๆ

ข้อมูลจาก : marketing oops และ The Standard

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

ด้วยยุคสมัยที่กำลังถูกความง่าย และความสะดวกสบาย ค่อย ๆ กลืนกินไปทีละน้อย ทำให้ตลาดค้าปลีกในออนไลน์ในไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากเทียบในปี 2019 จากมูลค่าตลาด 1.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี 2020 เป็น 2.20 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึง 35%

Published

on

By

ด้วยยุคสมัยที่กำลังถูกความง่าย และความสะดวกสบาย ค่อย ๆ กลืนกินไปทีละน้อย ทำให้ตลาดค้าปลีกในออนไลน์ในไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากเทียบในปี 2019 จากมูลค่าตลาด 1.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี 2020 เป็น 2.20 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึง 35% 

ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social
ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social

ทั้งนี้จากข้อมูล Mobile E-Commerce Adoption จาก We Are Social เปิดเผยว่า ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 นี้ คนไทยใช้งาน E-Commerce ผ่านมือถือไปกว่า 71% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ 52% ถือว่าสูงพอสมควร และอีกหนึ่งข้อมูลที่เปิดเผยออกมา ยอดผู้เข้าซื้อสินค้าโดยตรงแทนการค้นหาบน Google พุ่งทะยานขึ้นไปถึง 82% เลยทีเดียว

สถิติล่าสุดของ E-Commerce ปี 2020

สรุปจากข้อมูลสถิติสำหรับ E-Commerce ในปี 2020 แยกออกมาเป็น 3 เทรนด์มาแรงได้ ดังนี้

  • หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (Supermarket) สูงถึง 73% : โดยเฉพาะในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับการล็อกดาวน์ เนื่องจากผู้คนไม่ได้ออกมาซื้อของนอกบ้าน ต่างก็เลือกกักตุนผ่านออนไลน์กันหมด
  • หมวดสินค้าไอที (Reatil Tech) สูงถึง 50% : ด้วยการปรับเปลี่ยนอย่างกะทันหัน ของรูปแบบการทำงานเป็น Work From Home ทำให้ยอดการสั่งซื้อมอนิเตอร์ หรือเครื่องเล่นเกมพกพา และคอนโซลได้รับความนิยมสูงขึ้น
  • หมวดตกแต่งบ้าน (Furniture) : เช่นเดียวกันกับเหตุผลด้านบน เพราะเป็นช่วงที่ต้องอยู่บ้านเป็นเวลานานนั่นเอง
ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social

และสุดท้ายกับอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจอย่างมากคือ ปกติแล้วเราจะคิดว่า มีเพียงแค่คนรุ่นใหม่เท่านั้นที่สะดวกจะจ่ายเงินผ่านมือถือ แต่ปรากฏว่า จากข้อมูลของทาง We Are Social พบว่า “คนทุกเพศทุกวัย สะดวกจ่ายเงินผ่านมือถือทั้งสิ้น”

แนวโน้ม E-Commerce ในปี 2021 จาก 2 เสือยักษ์ในไทย

ขอขอบคุณภาพจาก : Positioning Magazine

โดยทางด้าน “คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO จาก ‘Priceza’ ” กล่าวคาดการณ์ว่าธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทยมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอีก 50% สำหรับปี 2021 ที่กำลังจะถึงนี้ เพราะอัตราการเติบโตในลักษณะนี้มันไม่ใช่เพียงแค่พฤติกรรมที่ถูกบังคับไปตามสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะเริ่มติดใจในความสะดวกสบายกันแล้ว ทำให้ “การซื้อ” “การขาย” ลงสู่ Marketplace และ Social Media ได้รับความสนใจถึงมากที่สุด ทำให้ทุกฝ่ายยินดีที่จะเรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่ระบบนี้กันมากขึ้น

ขอขอบคุณภาพจาก : The Bangkok Insight

ทางด้าน “คุณวราวุธ นาถประดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติ Kerry Express” ได้กล่าวว่า ตัวเขานั้นมองเห็นพฤติกรรมการจัดส่งพัสดุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแปรผันตรงกันกับยอดการขายสินค้าออนไลน์ ผนวกกับวัฒนธรรมความรู้สึกห่วงใยญาติมิตรในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ มีผลทำให้ยอดการใช้บริการ Kerry Express โตขึ้นถึง 50% ทั้งรูปแบบ “B2C” และ “C2C” และคาดการณ์เอาไว้ว่า จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลช้อปปิ้งออนไลน์ อย่าง 11.11 หรือ 12.12 ในช่วงสิ้นปีนี้

ขอขอบคุณภาพจาก : BrandAge

บวกกับความเห็นจากทาง คุณกล้า ตังสุวรรณ CEO บริษัท Wisesight เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียอันดับ 1 ได้กล่าวถึงพฤติกรรมการใช้งานสื่อ Social Media ของคนไทยว่า “ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอัตราการใช้งาน Social Media เพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่ทางด้านการโต้ตอบ แสดงความเห็น แต่เป็น การสื่อสารถึงกันแทนการเจอตัวกันมากกว่า” 

ทำให้คาดการณ์ผลสรุปโดยรวมได้ว่า หากยอดการใช้งานสื่อออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถส่งผลให้  E-Commerce ก้าวกระโดดตามไปได้อย่างง่ายดาย เพราะปัจจุบันนี้มีการยิง Ads แทรกโฆษณากันเกือบทุกแพลตฟอร์มโซเชียล จึงทำให้ “ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าเกือบทุกประเภทได้ง่ายกว่าเดิมอย่างมาก” 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
CONTENT TIPS1 วัน ago

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

MARKETING TIPS4 วัน ago

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

MARKETING TIPS5 วัน ago

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

4 ข้อควรรู้ก่อนยิงแอดผ่าน Line Ads Platform

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

TCDC เจาะเทรนด์โลก “ถอดรหัสกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation ในปี 2021”

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

เปิดตำรารัก “10 ไอเดียทำแคมเปญการตลาดในแบบฉบับของ Porn Hub”

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

ไม่มีเว็บไซต์ก็ขึ้นเสิร์ชหน้าแรกได้ถอดรหัสการทำ SEO จาก Google

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

ประชันกันตรง ๆ โฆษณาผ่านวิทยุ VS โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดีย!

NEWS UPDATE4 สัปดาห์ ago

ผุดสินค้าใหม่การบินไทย! กับ “กระเป๋าทำจากเสื้อชูชีพและแพยาง” ในโปรเจกต์ Life vest x Lifestyle

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ยื่นคำร้อง ขอวอนพี่มาร์คปลดแบน จัดแต่จบใน 4 ขั้นตอน

NEWS UPDATE11 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

EDUCATION6 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

EDUCATION5 เดือน ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

MARKETING TIPS1 ปี ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

LIFESTYLE2 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS1 ปี ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

Facebook

Trending