Connect with us

MARKETING TIPS

“Black Friday” คืออะไร ? กับกรณีน่าศึกษา – คนไทย 4 ใน 10 กำลังรอซื้อโปรนี้

Published

on

“Black Friday” เทศกาลแห่งการชอปที่แรงไม่แพ้วันคนโสด 11.11 ซึ่งหลาย ๆ คนมักจะเคยได้ยินคำนี้และโด่งดังจากแบรนด์ดังต่างๆ ที่แห่กันลดราคากระหน่ำพอๆ หรือลดกันอย่างบ้าคลั่ง

แต่ทำไม “Black Friday” ถือเป็นไวรัลพูดกันติดปาก บางคนถึงกับต้องเก็บออมตังมาเพื่อรอวันนี้เพียงวันเดียว มาทำความรู้จักวันนี้ให้มากขึ้นกัน

จริงๆแล้ว Black Friday” เป็น #ชื่อวัน ที่คนมักจะเรียกแทนวันศุกร์ที่ต่อจาก วันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่ง Thanksgiving ต้องเป็นวันพฤหัสบดีในสัปดาห์ที่ 4 ของพฤศจิกายน ดังนั้น Black Friday ซึ่งต้องเป็นวันหลัง Thanksgiving เพื่อเป็นวันเริ่มต้นแห่งการชอปปิ้งของสหรัฐอเมริกา โดยเริ่มตั้งแต่ปี 1952

หลังจากนั้น ช่วงปี 1980 เป็นต้นมา Black Friday จึงกลายเป็นเทศกาลแห่งการชอปปิ้ง และโปรโมชั่นการลดราคาที่ยิ่งใหญ่ โดย Black Friday จะตรงกับ วันศุกร์ ในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนพฤศจิกายน ของทุกปี

แน่นอน! ว่าร้านค้า หรือแบรนด์ดังต่าง ๆ ก็ร่วมทำโปรโมชั่นลดราคาแรง เพื่อกระตุ้นการขายและมอบความสุขกับราคาสินค้าที่ซื้อมา ซึ่งบางร้าน หรือบางแบรนด์ ไม่ได้ลดเฉพาะ Black Friday วันเดียวเท่านั้น! แต่อาจลากโปรโมชั่นนี้มาถึงวันอื่น ๆ ด้วย จึงกลายเป็นอีกวัน ที่เรียกว่า Cyber Monday

“Cyber Monday” เกิดขึ้นมา เพราะถือว่าเป็นอีกวันที่มีการจัดโปรโมชั่นของร้านค้าออนไลน์ที่ลากยาว ตั้งแต่ Black Friday ไปจนถึงวันจันทร์เลยทีเดียว จึงเป็นที่มาของคำนี้ แต่น้อยที่จะเจอคำว่า Cyber Monday ซึ่งจะใช้การจัดโปรโมชั่นถึงวันที่เท่าไหร่แทน นั่นเอง

Black Friday ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

หลายแบรนด์ดังในไทยก็แห่กันลดราคาสินค้ากันอย่างกระหน่ำ ซัมเมอร์เซลล์ไม่แพ้ทางฝั่งประเทศต้นกำเนิดเลยทีเดียว โดยเฉพาะที่เป็นกระแสก็คงจะหนีไม่พ้น Central Department Store ที่ประชาสัมพันธ์กันต่อเนื่องมาหลายวันก่อนหน้านี้

กับแคมเปญ #DontDieTillThatDay พร้อมด้วยแคปชั่นสุดโดน

จะโป๊ะแค่ไหน จะพังเรื่องอะไร ยังไงก็ต้องมาช้อป! เพราะ Central Midnight Sale จัดดีลแรงๆ ให้ช้อปมันส์ยันเที่ยงคืน นอกจากสินค้าทุกแผนกที่ลดสุงสุดถึง 70% แล้ว ยังมีส่วนลดจากบัตรเครดิต ลดด้วยคะแนนเดอะวัน แถมได้คูปองเงินสดและเครดิตเงินคืนอีก!

ปักหมุดวันไว้ให้ดี ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย. 62 – 8 ธ.ค. 62 งานนี้ #DontDieTillThatDay
เจอกันได้ที่เซ็นทรัลทุกสาขา

ทาง Lazada ก็ปล่อยแคมเปญในแต่ละประเทศกันไม่แพ้เจ้าอื่น ที่ลดสูงสุดกันถึง 80% ซึ่งของไทยก็ติดแคปชั่นไว้เด่น ๆ ว่า ลดกระหน่ำทุกหมวดหมู่สินค้า มาช้อปกันในวันที่ 24 พ.ย. วันเดียวเท่านั้น!!!

ทาง Shopee ก็จัดเต็มไม่แพ้กันกับ 12.12 Black Friday Cyber Monday Sale 2019

นี่ยังไม่นับรวมแบรนด์เล็ก และห้างดังท้องถิ่นหลาย ๆ แห่งที่จัดเต็ม ทั้งลดแหลก 80% 90% 1 แถม 1 อีกมากมาย รู้แบบนี้แล้วก็ชอปกันอย่างมีสติกันนะครับ

บริษัทวิจัยสหรัฐเชื่อ ยอดขาย “แบล็กฟรายเดย์” สดใส คาดเกือบ 2 ล้านล้าน โตสูงสุด 7 ปี ตลาดแรงสุดคือ “ตลาดออนไลน์”

จากข้อมูลของ โกลบอลดาต้า รีเทล (บริษัทวิจัยธุรกิจค้าปลีกในสหรัฐ) ระบุว่า ทางบริษัทมีการคาดการณ์ว่า

“ยอดการจับจ่ายใช้สอยทั้งหมดในเทศกาล Black Friday ช่วงวันที่ 23 พ.ย. เป็นต้นไป จะมีเพิ่มขึ้น 5.7% จากปีก่อนหน้านี้อย่างแน่นอน และอาจจะแตะที่ 5.96 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.97 ล้านล้านบาท) เลยทีดียว นี่เป็นอนาคตที่สดใสในรอบตั้งแต่ปี 2011”

นอกจากนี้ทาง อะโดบี ดิจิทัล อินไซต์ส บริษัทวิจัยการตลาดดิจิทัล ยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า “ผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านทางมือถือสมาร์ทโฟน คิดเป็นสัดส่วนถึง 54.4% และซื้อจากแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ คิดเป็น 36.7%” โดยมีมูลค่ารวมถึง 1,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.3 หมื่นล้านบาท)

สำหรับนักชอปชาวไทยก็มาแรงไม่แพ้กัน อ้างอิงจากผลวิจัยของ Black-Friday.Global ประจำปี 2561 ระบุว่า 83% ของผู้ตอบแบบสอบถามคนไทยนั้น ทราบและเข้าใจเกี่ยวกับ Black Friday

และยังระบุอีกว่าในประเทศไทยมียอดขายเพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบกับช่วงวันธรรมดา และวางแผนที่จะใช้จ่ายชอปปิงทั้งแบบออนไลน์และร้านค้าทั่วไป ประมาณ 5,937 บาท หรือ 193 ดอลลาร์สหรัฐฯ

โดย BLT Bangkok ระบุว่า จากบทสัมภาษณ์ของ คุณรวิศรา จิราธิวัฒน์ – ประธานบริหารฝ่ายการตลาด เจดี เซ็นทรัล ให้ข้อมูลว่า


“เนื่องด้วยกระแสนิยมการชอปปิงออนไลน์ได้กลายมาเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน มหกรรมลดราคาจึงเป็นเทศกาลที่กลุ่มนักชอปเฝ้ารอคอยที่จะจับจ่ายใช้สอยส่งท้ายปลายปี โดยสินค้าในประเทศที่คนไทยนิยมซื้อผ่านอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าสุขภาพและความงาม และเครื่องใช้ไฟฟ้า”

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก : https://www.prachachat.net/csr-hr/news-296996

ทาง BLT Bangkok ยังให้ข้อมูลอีกว่า ตลาดช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เทศกาล Black Friday เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วถึงขั้นว่า ประชากรไทย 4 ใน 10 คน รอที่จะซื้อสินค้าและเข้าร่วมกับ เทศกาล Black Friday ในปี 2562 (ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์) และเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 26.72% ซึ่งปัจจัยสำคัญที่สุดก็คือ “เรื่องของราคาที่ลดลง”

ซึ่งบอกเลยครับว่า “น่าจับตามองเป็นอย่างมากว่าในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป แต่ละแบรนด์จะปรับกลยุทธ์การแข่งขันกันอย่างไรบ้าง นอกจากเรื่องการลดราคาที่หลายแบรนด์ก็ทำเหมือนกัน กลยุทธ์ไหน ปัจจุจัยไหน จะครองใจผู้บริโภคได้มากกว่ากัน

ที่มา : https://www.bltbangkok.com/article/info/8/1745

https://www.prachachat.net/csr-hr/news-296996

http://news.room44.net/news/ttbmrktpr

https://www.thumbsup.in.th/mobile-black-friday

Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

MARKETING TIPS

กูรูแนะนำ “ยิงแอดโดยใช้ Funnel ได้ผล” แล้วอะไรคือ Funnel ? มาหาคำตอบกัน

Published

on

ชวนกันมา ทำความเข้าใจให้ลึกมากขึ้น! อะไรคือ “Facebook Ads Funnel” ? อะไรคือ “Facebook Audience Targeting” ?


มีข้อมูลระบุว่าในปัจจุบัน Facebook ยังคงมี active users มากกว่า 2 พันล้านยูสเซอร์ และ อ้างอิงจาก ข้อมูลของ Digital Business Consult ใน Thailand Facebook Users Insights 2018

“พบว่ามีผู้ใช้ Facebook ในประเทศไทย 45 ล้านบัญชี โดยแบ่งเป็น ชาย 23 ล้าน และหญิง 22 ล้าน”

จึงยังพูดได้ว่า “Facebook” ยังคงเป็นตัวเลือก “Platform” อันดับต้นๆที่ยังทรงอิทธิพลอยู่

และการนำ Marketing Funnel มาปรับใช้สู่ Facebook’s Advertising Funnel ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการเรียนรู้ วางแผน สร้างกลยุทธ์เพื่อเจาะกลุ่ม Audience ได้อย่างดีครับ

 *ข้อมูลชุดนี้เกิดการทำงานในฐานะ Agency เจ้าหนึ่ง และศึกษาเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูล หากผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ชั้นที่ 1 : INTEREST / BEHAVIOR
ตำแหน่ง : ระดับ Top Stage of the funnel

“การตั้งกลุ่มหมายแบบ Interest น่าจะเป็นตัวเลือกที่หลายคนรู้จักกันดี โดยสามารถเลือกจากความสนใจ พฤติกรรม และการมีส่วนร่วมในเรื่องนั้นๆ”

เป้าหมาย : เพื่อเข้าถึง Audiences กลุ่มใหม่ๆ และสร้างยอดขายจากคอนเทนท์ที่สื่้อสารออกไป

การสื่อสาร : ในชั้นที่ 1 สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการ “ทำความรู้จักกับเหล่า Audiences ของเรา” ดึงคนที่มีแนวโน้มสนใจให้เข้ามามีส่วนร่วมกับเรา

ชั้นที่ 2 : LOOK A LIKE
ตำแหน่ง : ระดับ Middle Stage of the funnel

“การตั้งกลุ่มหมายแบบ Look A likes คือการขยายกลุ่ม Audiences จากกลุ่มเดิมให้กว้างขึ้น โดยกลุ่มที่ถูกขยายกว้างขึ้นจะมีความสนใจและพฤติกรรมเหมือนกับกลุ่ม Custom Audience นั้น”

*Custom Audience : คือการคัดกรองลูกค้าไม่ว่าจะเป็นจาก Engagement, Video Viewers, Reach หรืออื่นๆ ในเกิดขึ้นในเพจนั้นๆ

เป้าหมาย : เพื่อเข้าถึง Audiences กลุ่มใหม่ๆ และสร้างยอดขายจากคอนเทนท์ที่สื่้อสารออกไป

การสื่อสาร : ในชั้นที่ 2 ในชั้นนี้คอนเทนท์จะถูกสื่อสารออกไป 2 แบบเป็นหลักก็คือ

– สื่อสารเพื่อการรับรู้ สร้างแบรนด์ ให้กว้างมากขึ้น
– สื่อสารเพื่อการขาย เจาะเข้าไปที่กลุ่ม Audiences ที่เคยสนใจเดิมอยู่แล้ว

ชั้นที่ 3 : WCA + CRM
ตำแหน่ง : ระดับ Last Stage of the funnel

“WCA : สำหรับคนที่ใช้รูปแบบการขายผ่านระบบ Sales Page หรือ Website น่าจะคุ้นเคยกับคำว่า Website Custom Audiences เป็นอย่างดี

เพราะนี่คือการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายจาก Facebook pixel – คนที่เข้ามาในเว็ป เกิดการซื้อขายก็จะถูกเก็บข้อมูลไว้เป็น Audience”

CRM : หรือที่รู้จักกันในชื่อ Customer Relationship Management หลังจากที่ปิดการขายได้แล้ว อย่าลืมขอ Email หรือ Contact ติดต่อ เพื่อจัดส่งคอนเทนท์ไปหาลูกค้าเก่า

เป้าหมาย : เพื่อเข้าถึง Audiences กลุ่มลูกค้าเดิม สร้างความใกล้ชิดกับลูกค้า Keep in touch – และทำให้เกิดการซื้อซ้ำ

การสื่อสาร : โปรโมชั่น หรือบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าเก่าที่รู้จักแบรนด์เราดีอยู่แล้ว

ชั้นที่ 4 : DPA
ตำแหน่ง : ระดับ Last Stage of the funnel

“DPA หรือ Dynamic Product Ads สุดยอดเครื่องมือของเหล่าเว็ป e-commerce” *ไว้จะมาอธิบายเชิงลึกอีกครั้งนะครับ แต่เบื้องต้นคือการ ส่งสินค้าที่ Audience เคยสินค้า หรือคลิกเข้าไปดูข้อมูลเข้ามายัง Feed ของ Audience (เหมือนของ Agoda , Lazada , Shopee และอื่นๆ)

เป้าหมาย : เพื่อทำการย้ำเตือนให้กลับมาซื้อสินค้าให้สำเร็จ (Cart Reminder ) และการทำการ Re Engagement.

การสื่อสาร : ส่งสินค้าที่ Audience สนใจย้ำกลับไป เพื่อดึงกลับมาใน SHOP ต่อ

Reference :

https://www.cpcstrategy.com/blog/2018/11/facebook-ads-guide/


https://www.customerinsight.asia/%E0%B9%80%E0%B8%9C%E0%B8%A2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3-facebook-%E0%B8%8A/


https://www.twfdigital.com/blog/2018/07/q3-2018-digital-usage-stats-thailand/


https://cpcstrategy.com/facebook-dynamic-ads-guidebook/

Continue Reading

MARKETING TIPS

6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook

Published

on

UPDATE!! “6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้” ข้อมูลอัพเดทสดจากงาน Facebook Chiangmai Agency Acceleration จัดและบรรยายโดย Facebook

โดยมีหัวข้อหลักดังนี้

1. พฤติกรรมของ Users คนไทย 3 ข้อ
2. คนซื้อสินค้า มักไม่ Likes / Share / Comment
3. ควรตั้ง Target Audience อย่างมี Funnel
4. Automation Placement คือทางออกของคนยิง Ad
5. Creative Best Practices Facebook
6. Ad policy Facebook กับเรื่องง่ายๆที่หลายคนพลาด

1. พฤติกรรมของ Users คนไทย 3 ข้อ โดยจากผลสำรวจของ Facebook พบว่าคนไทยมีพฤติกรรมดังนี้

▪ คนไทย ช่างเลือก : โดยก่อนจะซื้อสินค้าใดๆ มักจะเลือกเปรียบเทียบ 2-4 แบรนด์ก่อนตัดสินใจเสมอ

▪ คนไทย ใจร้อน : โดยเฉพาะความเร็วของหน้าเว็ป หน้าเพจ หากโหลดช้า เข้าถึงช้า จะมี Bad Experience ที่ส่งผลต่อแบรนด์โดยตรง

▪ คนไทย ช่างรีบ : โดยเฉลี่ยแล้วจะมีการ ไถหน้า Feed อยู่ที่ 1.7 วินาที โดยประมาณสำหรับ Mobile Feed และ 2.5 วินาที วินาที โดยประมาณสำหรับ Desktop Feed

2. คนซื้อสินค้า มักไม่ Likes / Share / Comment

▪ แนะนำเลยว่า “เมื่อคุณยิง Ad ขายของไป อย่าไปให้ความสำคัญกับ Likes / Share / Comment มากจนเกินไป” แต่ควรโฟกัสที่ยอดขายมากกว่า

▪ จากผลสำรวจพบว่า 90% ของคนเห็น Ad จะซื้อสินค้าโดยไม่ Likes / Share / Comment

▪ เท่ากับว่า หากคุณยิง Ad แบบ Engagement Objective แอดจะส่งไปที่คน 10%

และคุณอาจพลาดโอกาสยิง Ad ไปหาลูกค้าที่รอซื้อของคุณอยู่ทั้ง 90% ก็ได้

3. ควรตั้ง Target Audience อย่างมี Funnel

▪ Target Audience ใน Facebook Ad มี 3 รูปแบบเป็นหลัก Core Audience/ Custom Audience/ Look A likes Audience

▪ แต่ทั้ง 3 ประเภท เหมาะกับ Funnel ที่แตกต่างกันออกไป (บอกไม่ได้ว่าอะไรดีกว่ากัน ขั้นอยู่กับเป้าหมาย)

▪ ก่อนจะเริ่มทำแคมเปญ แนะนำให้ลองแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 3 แบบคือ

1. กลุ่มคนที่คุณอยากรู้จัก (เลือกใช้แบบ Core Audience หรือ Look A likes Audience จะเหมาะสมที่สุด)

2. กลุ่มคนที่คุณรู้จักแล้ว (เลือกใช้แบบ Custom Audience จะเหมาะสมที่สุด)

3. กลุ่มคนที่คุณสนิทแล้ว ต้องการให้ซื้อซ้ำ (เลือกใช้แบบ Custom Audience จะเหมาะสมที่สุด)

▪ บอกไม่ได้ว่า “กลุ่ม Interest” ไหน จะดีที่สุด แต่ต้องมาจากการทดสอบ และวัดผลเท่านั้น

▪ ในการตั้งกลุ่มเป้าหมายแบบ Core Audience ไม่ควรรวม Interest ทั้งหมดไว้ในอันเดียว แต่ควรแบ่งซอยย่อยๆ แล้วเปรียบเทียบ จะได้ผลดีกว่า

4. Automation Placement คือทางออกของคนยิง Ad

▪ หากคุณตั้งค่าให้ Place Ad เฉพาะหน้า Feed คุณอาจจะพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้าที่รอคุณอยู่อีกหลายช่องทางก็ได้

▪ หากจะ Edit Placement แนะนำเป็น เลือก 4 Placement ขึ้นไปจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า

▪ ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “เลือกแบบ Automation Placement” ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบได้ศึกษา และหาช่องทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของเรา

5. Creative Best Practices Facebook

▪ คนไทยจะใช้เวลาอยู่บน Smartphone ประมาณ 4 ชั่วโมงต่อวัน

▪ พื้นที่สายตาสำคัญที่สุด เมื่ออยู่บนหน้า Feed หากเป็นไปได้แนะนำสัดส่วนภาพเป็น 4:5 1:1 เพื่อแย่งชิงพื้นที่บนหน้า Feed

▪ เราอยู่ในโลกแห่งวิดิโอ ที่คนกว่า 94.8% ดูวิดิโอภาพผ่านมือถือ (รวมถึงสไลด์โชว์ด้วย)

▪ คนไทยและคนทั่วโลกจะใช้ Social Media เมื่อ On the go หรือเวลาเดินทาง และเวลาว่างช่วงสั้นๆ เป็นส่วนใหญ่

ตัวอย่างเช่น

เวลา 8.25 เดินทางไปทำงาน
เวลา 12.05 พักเที่ยง
เวลา 20.00 นอนชิวบนโซฟาที่บ้าน

▪ คลิปวิดิโอใน Facebook ถ้าอยากขายของได้ “ต้องกระชับ และเข้าใจตั้งแต่ 0.25 วิแรกว่าขายอะไร ตัววิดิโอไม่ควรเกิน 15 วินาที”

6. Ad policy Facebook กับเรื่องง่ายๆที่หลายคนพลาด

Checklist สินค้า

▪ ไม่อนุมัติแน่ถ้าเป็น สินค้าของก๊อปแบรนด์เนม
▪ สินค้า 18+
▪ อาวุธ ความรุนแรง หรือแม้แต่ปืนบีบีกัน

 Checklist การใช้คำพูด

▪ ต้องบอกให้ชัดเลยว่าเราขายอะไร
ตัวอย่างเช่น :

❌ มาลองฟรี! ของดี ใช้แล้วหน้าหายพัง!
✔ เซรั่มมุกุ ใช้ได้แล้วดี ดูแลผิวหน้า แจกตัวทดสอบฟรี!!

▪ ห้ามตั้งคำถาม หรือเจาะจงลักษณะของ User!! (ข้อนี้หลายคนพลาด)

ตัวอย่างเช่น :

❌ คุณเป็นสาว SIZE ใหญ่ใช่มั้ย ??? มาลองเลยกลัวอะไร!
✔ ร้านนี้เลย! เสื้อผ้าสำหรับสาว SIZE ใหญ่ คืนความมั่นใจ!

❌ คุณกำลังตกงานอยู่ใช่มั้ย ? คลิกตรงนี้มีข่าวดีมาบอก
✔ เปิดรับสมัคร “นักการตลาด” อาชีพที่คุณอาจหลงรัก

▪ ห้ามมีคำหยาบ (แม้แต่คำว่า โครต! ก็ผิดแล้ว)

▪ โฆษณาเกินจริง โอเวอร์เคลม

ตัวอย่างเช่น :

❌ คลิกเลย คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน
✔ พอลล่าลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน เมื่อใช้คอร์สของเรา *การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ที่มาข้อมูล : Facebook Chiangmai Agency Acceleration จัดและบรรยายโดย Facebook

Continue Reading

CREATIVITY

KFC เปิดตัวเกมส์จีบผู้พัน “รับกระแส Gamification Marketing”

Published

on

เมื่อไม่นานมานี้ KFC ได้เปิดตัวเกมส์ของตัวภายใต้ชื่อ I Love You Colonel Sanders โดยตัวเกมส์ทำออกมาในรูปแบบ Dating Simulator (เกมส์จีบและออกเดท)

โดยเนื้อเรื่องหลักที่ KFC ออกแบบ คุณจะต้องรับบทนักเรียนร่วมคลาสทำอาหารของ Colonel Sanders (ผู้พัน) ที่หล่อเหลา และตลอดเกมส์คุณจะต้องมั่นทำคะแนนและตัดสินใจต่างๆ โดยมีตัวเลือกให้คุณ  

และทุกการตัดสินใจเลือกของคุณจะมีผลต่อความรู้สึกของเพื่อนร่วมคลาสคนอื่นๆ ทั้งความรู้สึกและการกระทำต่อตัวละครของคุณ

โดยเป้าหมายของเกมส์ก็คือ “คุณจะรอดอยู่ในโรงเรียนทำอาหารนี้หรือไม่ ?” และผู้พันจะเลือกคุณเป็นหุ้นส่วนชีวิต หุ้นส่วนธุรกิจหรือไม่ ?

Features ของเกมส์ :

  • 9 lovable characters
  • Multiple hours of play-through
  • Dateable Colonel Sanders
  • A secret ending! Shh!
  • Secret recipes! Double Shh!
  • Cooking battles
  • Battle battles
  • Earn a degree from a fictional culinary school
  • 11 Herbs and Spices
  • Cute miniature food
  • Officially created by KFC. No, really

    DEVELOPER : Psyop
    PUBLISHER : KFC

โดนตัวเกมส์วางแผนจะปล่อยให้เล่นผ่าน STEAM ในวันที่ 24 กันยายน 2019 นี้

รายละเอียดเพิ่มได้ / คลิกไปเล่นได้ที่ : https://store.steampowered.com/app/1121910/I_Love_You_Colonel_Sanders_A_Finger_Lickin_Good_Dating_Simulator/

KFC รับกระแสเทรนด์การตลาดใหม่แบบ Game (Gamification) Marketing ที่หลายแบรนด์กำลังมองข้าม

เป็นที่เข้าใจกันดีว่า เป้าหมายหลักในการทำการตลาดไม่ว่าแบรนด์ไหนคือการสร้าง Interaction (ปฏิสัมพันธ์การตอบสนอง) ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค

และยิ่งมีการปฏิสัมพันธ์กันในเชิงบวกมากแค่ไหน ยิ่งเป็นผลดีต่อแบรนด์ให้เกิดภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้เกิดการกลับมาและบอกต่อมากเท่านั้น

ซึ่งถือว่าเป็นการงานหนักของทีมการตลาดเป็นอย่างมาก ในยุคที่แทบทุกตลาดเป็น Red Ocean ช่วงชิงพื้นที่การตลาดการอย่างดุเดือด

ซึ่งมีอยู่อีกรูปแบบแคมเปญการตลาด ที่หลายแบรนด์มักจะมองข้ามอยู่เสมอ นั้นก็คือ Game (Gamification) Marketing หรือการทำการตลาดผ่านเกมส์

Gamification Marketing สามารถสร้าง “การรับรู้แบรนด์” และ “ปฏิสัมพันธ์” ได้ดีจริงหรือไม่ ?

ลองนึกภาพตามกันดูเล่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เมื่อได้จับเกมส์มาเล่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ในรูปแบบใด ก็มักจะติดกันงอมแงม วางไม่ลงเลยทีเดียว ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้สร้างผลดีต่อการตลาดในแง่ “การสร้างภาพจำกับประสบการณ์ที่ดี” เป็นอย่างมาก

ในเมื่อ เทรนด์การตลาดในยุคปัจจุบัน ในยุค Digital Marketing สิ่งที่มีผลต่อผู้บริโภคมากที่สุดก็คือ “ประสบการณ์ที่ดี” การที่ KFC เลือกเกมส์มาสร้างภาพจำจริงเป็นโอกาสที่ดีไม่น้อยเลย

และมีโอกาสต่อยอดสูง หากมีการสะสมแต้ม ส่วนลด หรือแลกของรางวัล กับ KFC ที่หน้าร้านจริงๆ

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ นำ Gamification Marketing มาปรับใช้แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการ Co-Marketing กับเกมกับเกมส์ที่มีคนเล่นอยู่แล้วมากกว่า

Farmville กับ McDonald

แต่สำหรับ KFC กับการเปิดตัวเกมส์ I Love You Colonel Sanders ครั้งนี้ ถือเบุกเบิกการทำการตลาดแนวนี้เลยก็ว่าได้ เพราะทาง KFC เป็นผู้จัดทำเอง

และในอีกมุมหนึ่ง อ้างอิงตามหลักของ “หลักการทางจิตวิทยาของ Pavlov” ที่เป็นคีย์สำคัญของการตลาดรูปแบบนี้คือ

  1. รูปแบบการตลาดนี้จะนำ “เกมส์” มาเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความอยากที่จะปฏิสัมพันธ์กับสิ่งนั้นๆ โดยมีเป้าหมายเป็น “เส้นชัย (หรือของรางวัล)” และหากทำไม่สำเร็จก็จะมีการลงโทษ (แพ้)

  2. และเมื่อกลุ่มเป้าหมายมีความอยากที่จะปฏิสัมพันธ์ มีส่วนร่วมกับได้อย่างมีความสุข โดยไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกยัดเยียดอยู่

  3. ยิ่งสุข ยิ่งสนุก ยิ่งมีส่วนร่วม ยิ่งเป็นเหมือนการสร้างประสบการณ์ด้านบวกเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

ถ้าสนใจอยากทำ Gamification Marketing บ้างจะต้องเริ่มอย่างไร ?

สำหรับใครที่อยากลองสร้างไอเดียทำการตลาดแบบ Gamification Marketing ดูบ้าง ก่อนอื่นจะต้องเริ่มต้นด้วยการพิจารณาตามแคนวาสดังต่อไปนี้

Gamification Canvas Model จาก http://nuriasamper.com/gamification-canvas-model/
  1. เริ่มต้นด้วยการวางแผน “กลุ่มเป้าหมาย” ที่เป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดของการตลาดก่อน โดยจะสามารถแบ่งได้หลายแบบตามเป้าหมายเลย เช่น แบ่งตามพื้นที่ เพศ อายุ หรือแม้แบ่งตามความรู้สึก

  2. วางแผน “ตัววัดผล” และ “วางระยะเวลาวัดผล” รวมทั้งการเลือกเป้าชี้วัดว่าจะเอาอะไรมาวัด เช่น ยอดขาย การเข้าถึง จำนวนผู้เล่น หรือแม้แต่จำนวนที่ผู้เล่นแพ้ / ชนะ

  3. วางแผน “เครื่องมือที่ผู้เล่นเกมส์จะเข้าถึง” ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ การเข้าถึงคือสิ่งสำคัญที่สุด นักการตลาดควรวางพื้นที่เข้าร่วมเกมส์อย่างชัดเจน ว่าจะสามารถเล่นผ่านช่องทางใดได้บ้าง

  4. วางตัว “Mechanics ของเกมส์ให้ดี” ในเรื่องขององค์ประกอบและกลไกการทำงานของเกมส์ ไม่ใช่หน้าที่ของนักพัฒนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นหน้าที่หลักของนักการตลาดที่จะต้องวางแผนว่า “แบรนด์ควรทำอะไร อยู่ต้องไหน และสร้างผลลัพท์จากจุดต่างๆได้อย่างไร”

  5. วางแผน “Interaction ระหว่างเกมส์ แบรนด์ และผู้เล่น” หรือจะเรียกว่าการวาง “เป้าหมายของการเล่นเกมส์เลยก็ว่าได้” เพราะหากขาดจุุดนี้ไป การเล่นเกมส์ครั้งนี้ก็ไร้ความหมายแน่นอน คีย์หลักเลยก็คือ “ผู้เล่นจะเอาชัยชนะไปทำอะไรได้บ้าง และทำอย่างไรให้ผู้เล่นกลับมาเล่นอีก พร้อมบอกต่อ”

แต่ต้อง Remark กันไว้นิดนึงว่า “การตลาดรูปแบบ Gamification Marketing” ไม่ได้สร้างความสำเร็จและภาพจำด้านบวกเสมอไป ยังมีอีกหลายเคสที่ล้มไม่เป็นท่าเช่นเดียวกัน

และในครั้งนี้ KFC ออกตัวแรงและน่าสนใจมากเลยทีเดียว เราลองมาจับตาดูไปพร้อมกันว่า “แคมเปญนี้ KFC จะมีผลลัพท์ออกมาเช่นไร” แต่วัดที่ 24 กันยายนนี้ ไปลองเล่นกันดูนะครับ

ที่มา : https://store.steampowered.com/app/1121910/I_Love_You_Colonel_Sanders_A_Finger_Lickin_Good_Dating_Simulator/

https://www.marketingoops.com/exclusive/in-game-marketing/

https://www.marketingoops.com/exclusive/how-to/gamification-marketing/

Continue Reading
NEWS UPDATE1 สัปดาห์ ago

YouTube Rewind 2019 – เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว คว้าอันดับ 1 ไปครอง

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

“Black Friday” คืออะไร ? กับกรณีน่าศึกษา – คนไทย 4 ใน 10 กำลังรอซื้อโปรนี้

LIFESTYLE1 เดือน ago

มาแล้ว! YouTube Premium ใช้ฟรี 1 เดือน ไม่มีโฆษณาคั่น

INNOVATION3 เดือน ago

คนไทยใช้ Google น้อยจริงหรือ ? มาเช็ก DATA ไปพร้อมกัน

MARKETING TIPS3 เดือน ago

กูรูแนะนำ “ยิงแอดโดยใช้ Funnel ได้ผล” แล้วอะไรคือ Funnel ? มาหาคำตอบกัน

MARKETING TIPS3 เดือน ago

6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook

CREATIVITY3 เดือน ago

KFC เปิดตัวเกมส์จีบผู้พัน “รับกระแส Gamification Marketing”

EDUCATION3 เดือน ago

กฎพื้นฐาน “5 ข้อสำหรับการสื่อสารเพื่อธุรกิจ” และคนทั่วไป

CONTENT TIPS4 เดือน ago

LinkedIn เผย Future Of Skills 10 ทักษะเฉพาะทางที่ “ตลาดต้องการมากที่สุด”

CREATIVITY4 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

NEWS UPDATE9 เดือน ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY8 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

LIFESTYLE10 เดือน ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CREATIVITY10 เดือน ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

CONTENT TIPS6 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY4 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

CONTENT TIPS10 เดือน ago

จับตามองให้ดีกับ “คอนเทนต์ 4 ประเภท” ที่มาแน่ในปี 2019

EDUCATION6 เดือน ago

จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

MARKETING TIPS9 เดือน ago

Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

LIFESTYLE11 เดือน ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

Facebook

Trending