Connect with us

NEWS UPDATE

YouTube Rewind 2019 – เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว คว้าอันดับ 1 ไปครอง

Published

on

ประกาศผลกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ YouTube Rewind 2019 มีหลายวิดิโอเข้ามาสร้างสีสัน สยบดราม่าต่อเนื่องจากที่ 2018 ที่มีคน Dislikes กันอย่างเมามันส์ แต่สำหรับ YouTube ประเทศไทย ก็ได้ทำการประกาศผลวิดีโอยอดนิยมประจำปี 2019 เช่นเดียวกัน

โดยเพลงลูกทุ่ง ยังคงเป็นวิดิโอยอดนิยมของคนไทยอย่างต่อเนื่อง จากสถิติพบว่ามีถึง 6 ใน 10 จากวิดิโอเลยทีเดียว

ทาง YouTube ประเทศไทย  เลยจัดเต็มขน 10 อันดับเพลงที่มีคนเข้าชมสูงสุดประจำปี่ 2019 มีดังต่อไปนี้ ซึ่งจากการจัดอันดับวันที่ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2019 พบว่า

เพลง เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว ของ ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น Feat. เก้า เกริกพล เข้าวินมาเป็นอันดับ 1 มียอดวิวประมาณ 200,000,000 Views

  1. เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว – ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น Feat.เก้า เกริกพล [OFFICIAL MV】
  2. ชอบแบบนี้ – หนามเตย สะแบงบิน [OFFICIAL MV]
  3. ขอบใจเด้อ – ศาล สานศิลป์ : เซิ้ง|Music [Story จักรวาลไทบ้าน]【Official Video】
  4. อยู่บ่ได้ – เต้ย อภิวัฒน์ [ Official MV ]
  5. กรรม – ป้าง นครินทร์「Official MV」
  6. YOUNGOHM – ธารารัตน์ (Thararat)
  7. PURE – ทางผ่าน (Passenger) [Official Audio]
  8. ปี้(จน)ป่น – [ เอ มหาหิงค์ ] MAHAHING feat.บัว กมลทิพย์「Official Lyrics」
  9. โสดจริงหรือเปล่า – วงแทมมะริน Feat.กุ้ง นนทิยา [4K MusicVideo]
  10. ง้อ(ววว)- KT Long Flowing

และนอกจากวงการเพลงแล้ว ทาง YouTube ประเทศไทย ยังทำการจัดอันดับวิดิโอประเภททั่วไปไว้อีกด้วย ซึ่งเจ้าเก่าอย่าง Kaykai&Sprite ก็ครองอันดับนี้ไปได้เช่นเคยกันคลิป แกล้งแฟนหลอกผีที่โหดที่สุด!! ที่มีผู้เข้าชมกว่า 17 ล้านคนเลยทีเดียว

  1. แกล้งแฟนหลอกผีที่โหดที่สุด!! (Kaykai&Sprite)
  2. Our Floating Dreams | A Mickey Mouse Cartoon | Disney Shorts
  3. เป็นต่อ 2019 | EP.1 FULL HD “นารีรำพึง” | 17 ม.ค. 62 | one31
  4. เหมาของหมด7-11ครั้งแรกในชีวิต!!! เพื่อบริจาคเด็กบนดอย
  5. โยนทุเรียนจากตึกสูง 35 ชั้น!!!!
  6. มีแฟน VS ไม่มีแฟน ต่างกันอย่างไร ?
  7. ถ้า Rapper สั่งอาหารตามสั่ง???(ภาค2) – Bie The Ska
  8. พีช อีท แหลก vs ราชานักกินไต้หวัน EP53 ปี2 | PEACH EAT LAEK
  9. ASMR รังผึ้งแสนอร่อย กินบ่อยๆเป็นเบาหวาน (โครตหวาน!)
  10. FIN | ไม่มีปัญญาทำเอง แล้วยังกล้ามาขี้ตู่ | ทองเอกหมอยาท่าโฉลง | Ch3Thailand

ที่มา : YouTube Rewind 2019: For the Record | #YouTubeRewind

ขอบคุณรูปภาพประกอบจาก : https://www.sanook.com/music/2407351/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

INNOVATION

คนไทย “ไม่ชอบรอ!” Chatbot จึงตอบโจทย์ – หรือนี่จะเป็นทางรอดสุดท้ายของธุรกิจออนไลน์

เพราะพฤติกรรมคนไทย “ไม่ชอบรอ!” Chatbot จึงตอบโจทย์ – Onechat Startup ไทยมีทั้ง Chatbot ตั้งกลุ่มเป้าหมายยิงแอด พร้อมปุ่ม SELL UP กดปุ๊บขายได้ปั๊บ

Published

on

เพราะพฤติกรรมคนไทย “ไม่ชอบรอ!” Chatbot จึงตอบโจทย์ – และนี่คือทางรอดสุดท้าย OneChat – นวัตกรรม Chatbot ที่ทำได้มากกว่าแค่ตอบแชท แต่ยังตั้งกลุ่มเป้าหมายยิงแอด และมีพร้อมปุ่ม SELL UP กดปุ๊บขายได้ปั๊บ สมัครใช้เลย คลิก : Onechat.ai หรือ H.I.P. Marketing Studio

รู้หรือไม่ว่าอัตราโดยเฉลี่ยในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค
ในช่วงแคมเปญ 11.11 อยู่ที่ 5 วินาทีเพียงเท่านั้น !

เคยสังเกตกันบ้างไหมว่า ในช่วงระยะวลาที่ผ่านมาไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีต่าง ๆ ก็ได้มีการวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลง และพัฒนากันแบบก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ซึ่ง “ความรวดเร็ว” เหล่านั้น ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการสปอย์ผู้บริโภค จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมที่มีความต้องการความรวดเร็วในทุก ๆ เรื่อง และในทุก ๆ ด้าน จนไม่อยากที่จะรออะไรนาน ๆ อีกต่อไป

เมื่อยุคนี้เป็นยุคที่ความเร็วเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนคุ้นชิน : พฤติกรรมของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ขายสินค้าและบริการก็ต้องมีการปรับตัวด้วยเช่นกัน และจากสถิติข้อมูลการซื้อขายบนออนไลน์ของประเทศไทย พบว่า

“ คนไทยมีระดับการรับรู้เกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าผ่านการแชทออนไลน์ในระดับสูงสุด โดยร้อยละ 86 ของผู้ตอบแบบสำรวจกล่าวว่าพวกเขารู้ว่าตนเองสามารถสั่งของหรือซื้อผ่านการแชทได้  ร้อยละ 61 กล่าวว่าพวกเขาเคยมีประสบการณ์ในการแชทออนไลน์กับแบรนด์หรือผู้ขายในขณะช้อปปิ้ง และร้อยละ 40 เคยซื้อผ่านการพูดคุยในแชท เมื่อเปรียบเทียบกับอัตราการใช้แชทเพื่อซื้อสินค้าทั่วโลกโดยเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ16 “

ข้อมูลจาก : https://www.it24hrs.com/2019/thailand-leading-conversational-commerce/

โดยความน่าสนใจมันอยู่ตรงที่ปัจจัยที่มีส่วนทำให้เกิดเป็นแรงกระตุ้นจนทำให้เกิดต้องการสินค้าผ่านแชทออนไลน์นั้น คือ

  • 61% เผย พวกเขาใช้แชทเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าหรือข้อมูลราคา
  • 37% รู้สึกอยากใช้แชทเพราะความรวดเร็วในการตอบกลับโดยทันที

ด้วยความต้องการเหล่านี้ของผู้บริโภค ทำให้เกิดเทคโนโลยีที่เรียกว่า Chatbot ขึ้นมาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและปิดจุดอ่อนของการซื้อขายผ่านแชทสำหรับผู้ค้าออนไลน์ และคุณสมบัติของมันก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตั้งค่าให้สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้าหรือบริการได้เพียงเท่านั้น หากแต่ว่ามันยังสามารถโต้ตอบอย่างรวดเร็วแบบ Real Time และยังสามารถที่จะจบการขายได้ด้วยตัวเองอีกด้วย (ขึ้นอยู่กับความละเอียดในการตั้งค่า)

ข้อดีของ Chatbot

  • Chatbot จะเห็นได้ว่ามันจะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากในการขายและปิดการขายได้ด้วยตนเอง และตอบกลับในการสื่อสารของลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง

    เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แปลได้ว่ามันสามารถที่จะลดต้นทุนในด้านของทรัพยากรด้านบุคคลและเวลาให้มากขึ้นได้ โดยที่การซื้อขายยังสามารถเกิดขึ้นได้เฉกเช่นเดิม
  • Chatbot ในปัจจุบันมีหลายฟีเจอร์ในการเข้าตอบคอมเมนท์และดึงเข้าไปคุยต่อใน Inbox ซึ่งจะช่วยทำให้แอดมินเพจไม่พลาด ตอบคอมเมนท์และเก็บลูกค้าเลยสักจุด
  • Chatbot บางเจ้ายังสามารถในการใช้ AI เพื่อเก็บข้อมูลของลูกค้า และสามารถนำมาต่อยอดให้การขายของออนไลน์ต่อยิ่งขึ้นไปอีก

ส่วนข้อเสียที่หากไม่มี Chatbot ล่ะ … หากมองในด้านของการสูญเสียรายได้ล่ะก็ จำนวนลูกค้า 37% ของเราที่หล่นหายไปในระหว่างกระบวนการตัดสินใจซื้อขาย ก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่เยอะมาก และไม่ควรที่จะพลาดในจุดนี้ไปได้เลย หากคุณต้องการให้เกิดกำไรที่มากขึ้นและยั่งยืนสำหรับตัวธุรกิจของคุณ

……………………………………………………………………………….

Facebook เผย ! คนไทยซื้อออนไลน์เป็นอันดับหนึ่งของโลก

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า คนไทยนั้นมีสถิติการใช้งานโซเซียลมีเดียสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ และไม่ได้เพียงแค่ใช้โซเซี่ยลเก่งอย่างเดียวเพียงเท่านั้น หากแต่ว่ายัง “ช้อปเก่ง” อีกด้วย โดยจากข้อมูลล่าสุดจาก Facebook พบว่า “คนไทยเป็นผู้นำเทรนด์การช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านแชทมากเป็นอันดับ 1”

ดังนั้นการเอา Chatbot เข้ามาช่วยในการซื้อขายออนไลน์ จึงเป็นเรื่องที่ดีและควรทำเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้เราจะพากันรู้จักกับ OneChat หนึ่งใน Chatbot เจ้าดังของไทยที่จะทำให้คุณลืมภาพของ Chatbot แบบเดิม ๆ ที่คุณเคยรู้จักมาตลอดชีวิต

เชื่อเหลือเกินว่า! ประสบการณ์ในการใช้ Chatbot ของใครหลายคนจะต้องมีความรู้สึกเช่นนี้แน่นอน “ตั้งค่าแทบตายสุดท้ายได้แค่ตอบสวัสดี”

เพราะว่า OneChat เป็นนวัตกรรมเพื่อการขายของออนไลน์ผ่าน Facebook ที่แท้จริง หรือจะเรียกกว่า Chat AI ที่ตอบสนองตามคำสั่งที่ตั้งค่าไว้และเรียนรู้พฤติกรรมผู้ซื้อไปด้วยก็ว่าได้

ซึ่งยิ่งมีการพูดคุยได้มากขึ้นเท่าไหร่ ตัว Chatbot ของ OneChat ก็จะมีความฉลาดมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญไปมากกว่านั้น มันยังเป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยคนไทย และได้รับการยอมรับจาก Facebook เป็นที่เรียบร้อย

ดังนั้นจึงมั่นใจได้เลยว่าการใช้งานจะมีความปลอดภัยและถูกกฏของ Facebook อย่างแน่นอน (ทำงานร่วมกับ Facebook API 100% จึงการันตีความมั่นใจและความปลอดภัย)

และความสามารถที่นอกเหนือจากการโต้ตอบการผู้ซื้อแล้วนั้น OneChat ก็ยังมีความสามารถที่หลากหลายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • ตอบคอมเม้นท์ และดึงเข้ากล่องข้อความเพจ ตามที่ตั้ง
  • ช่วยตอบ แชท สุ่มหลากหลายคำตอบได้ไม่จำกัด ตามที่ตั้ง
  • สามารถตอบเป็นข้อความ ภาพ รวมทั้งตัวเลือกให้เลือกตอบ
  • เก็บออเดอร์ลูกค้าอัตโนมัติ
  • เก็บและประมวลผล กลุ่มเป้าหมาย
  • สร้างสีสันและดึงดูดใจลูกค้า

เรียกได้ว่าความสามารถของ และคุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ OneChat จะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากสำหรับตัวธุรกิจ เชื่อได้เลยว่ามันจะสามารถที่จะเพิ่มจุดดีและลดจุดด้อย ของการซื้อขายผ่านแชทแบบเดิมๆ ที่ใช้ Admin ที่เป็นตัวบุคคล ที่ยังมีข้อจำกัดในด้านของความรวดเร็วในการตอบ และจำนวนการ Chat ต่อจำนวนลูกค้าที่ยังอยู่ในจำนวนที่น้อยและจำกัดเป็นอย่างมาก

แต่ความสารถของ OneChat ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะล่าสุด! เจ้า OneChat ยังเปิดตัวเครื่องสุดจิ๊ด โดนใจชาวยิงแอดกันจนเป็นกระแส Audience+ หรือจะเรียกว่า AI ช่วยสร้างกลุ่มเป้าหมายสำหรับยิงแอดแบบทำเงิน ก็ได้

Audience+ AI ระดับเทพ! ตั้งกลุ่มเป้าหมายให้คุณยิงแอดทำเงิน โดยไม่ต้องเครียดวาง Interest

ซึ่ง Audience+ มีความสามารถสุดเจ๋งที่จะวิเคราะห์แยกแยะกลุ่มลูกค้าที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับแฟนเพจของเราได้ (ย้อนหลังกลับไปได้ตั้งแต่สร้างเพจ) ด้วยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามความต้องการซื้อขายที่แตกต่างกัน ดังนี้

  1. กลุ่มที่มีโอกาสซื้อน้อยมาก (Not Purchase)
  2. กลุ่มที่มีโอกาสในการสั่งซื้อ (Add 2 Cart)
  3. กลุ่มที่มีพฤติกรรมในการสั่งซื้อ (Purchase)

แน่นอนว่า “คุณสามารถนำกลุ่มเป้าหมาย (แบบ Custom Audience) ที่ AI สร้างให้เหล่านี้ไปยิงแอด หาลูกค้าได้อย่างสบายใจ” โดยที่ไม่ต้องตั้งกลุ่มเป้าหมายใด ๆ เลย แถมยังเอาตั้งเป็นกลุ่มเป้าหมายไว้ยิงเพจอื่น ๆ อีกด้วย

โดยกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้ คุณยังสามารถที่จะเอาไปต่อยอดได้อีกอาทิ ในแง่ของ Retargeting, Marketing, Upsell หรือ Lookalike เป็นต้น

Facebook ห้ามบรอดแคส ไม่ต้องกังวล! Onechat มี SellNow ปุ่มสร้างยอดที่จะเลือกลูกค้าคนที่จะซื้อให้คุณ!

ถึงแม้ล่าสุดทาง Facebook จะออกกฏเหล็กห้ามบรอดแคสหาลูกค้าผ่านข้อความ ทำเอาหลายธุรกิจต้องรีบปรับตัว และหัวร้อนกันไปตาม ๆ กัน เพราะกว่าจะเก็บ Audience มาได้ก็ยากเย็น

แต่การปรับครั้งนี้ไม่มีปัญหาใด ๆ กับ OneChat เพราะเมื่อไม่นานมานี้ OneChat เพิ่งจะเปิดตัวปุ่ม SellNow ปุ่มดันยอดของจริง ที่จะพูดง่าย ๆ ก็เหมือนจะคล้ายกับการบรอดแคสทั่วไป แต่ที่เหนือกว่า “มันไม่หว่านไปทั่วจนเกิดความรำคาญ” “แต่จะส่งข้อความไปหาคุยแชทกับเรา และมีโอกาสซื้อสูงภายใน 24 ชั่วโมง” ทำให้ปัญหาแอดมินตอบแชทค้างไว้จะต้องหมดไปแน่นอน

เรียกได้ว่ามี OneChat เครื่องมือเดียวก็สามารถตอบได้ครบทุกโจทย์การขายของออนไลน์แล้วครับ ทั้ง Chatbot ทั้งมีกลุ่มเป้าหมายระดับเซียนในการยิงแอดอย่าง Audience+ และมี SellNow ปุ่มดันยอดให้เรียบ ไม่ตกค้างอีกด้วย

อีกทั้งนี้ยังเป็น “นวัตกรรมจากคนไทย เพื่อช่วยธุรกิจคนไทยและเศรษฐกิจไทยให้ดำเนินไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้และสร้างกำไรที่มากขึ้นด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะพลาดไปได้อีกแล้ว”

รายละเอียดราคา

อ่านคู่มือ Onechat ได้ที่ : ทำความรู้จัก Onechat

ใครสนใจสามารถสมัครใช้งานได้ที่ : คลิก Onechat.ai หรือ H.I.P. Marketing Studio

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 2 Average: 5]
Continue Reading

NEWS UPDATE

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

เริ่มต้นปี 2020 กันด้วย เทรนด์ประจำปี 2020 ที่ทาง Pinterest นำข้อมูล DATA จากการใช้งานเว็ปไซต์ และพฤติกรรมการค้นหา เข้าชมรูปภาพมาวิเคราะห์สรุปออกมาเป็นข้อมูลที่น่าสนใจ

Published

on

เริ่มต้นปี 2020 กันด้วย เทรนด์ประจำปี 2020 ที่ทาง Pinterest นำข้อมูล DATA จากการใช้งานเว็ปไซต์ และพฤติกรรมการค้นหา เข้าชมรูปภาพมาวิเคราะห์สรุปออกมาเป็นข้อมูลที่น่าสนใจครับ

ซึ่งในปัจจุบันทาง Pinterest เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์ม ที่มากกว่าแค่ “พื้นที่โชว์รูปภาพ” แต่ทางตัว Pinterest เองให้คำนิยามว่า “ตัวเองคือแพลตฟอร์มแห่งแรงบันดาลใจ” โดยปัจจุบันมีคนค้นหาคำต่าง ๆ และใช้งานจากผู้ใช้กว่า 320 ยูสเซอร์ทั่วโลก

1. Beyond binary : หมดยุคแบ่งแยกเพศ

จากข้อมูลพบว่า “การค้นหารูปภาพภายในเว็ปไซต์ มีการแบ่งแยกเพศน้อยลง ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาชุด ทรงผม ชุดแต่งงาน ธีมปาร์ตี้ รวมทั้ง “การตั้งชื่อ แต่งห้อง และเลือกชุดให้กับลูก” ยังมีการเลือกทั้งหญิงและชาย

ประเด็นที่น่าจับตามองเลยก็คือ “ผู้คนหันมาค้นหา เสื้อผ้าที่สามารถใส่ได้ทั้งหญิงและชายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับเด็ก” Unisex gender neutral kids clothes

ไม่เพียงแต่การค้นหาเสื้อผ้าเด็กเท่านั้น แต่สำหรับ Tuxedo dress ก็เป็นอีกการค้นหาที่ระบุได้ว่า “การเลือกเสื้อผ้าแบบไม่ระบุเพศ ก็กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง” รวมทั้งการค้นหาทรงผม Gender-neutral haircut เช่นเดียวกัน

Business tip : ในปี 2020 นี้คุณอาจจะต้องหันมาให้ความสำคัญกับการปรับผลิตภัณฑ์ และการนำเสนอแบรนด์ ให้มีจุดยืน “ความเป็นกลางทางเพศ” มากยิ่งขึ้น ภายใต้โทนสีที่หลากหลาย เข้าถึงได้ในทุกเพศ

2. Conscious consumption : เข้าสู่ยุคแห่งชีวิตที่ยั่งยืน

ข้อมูลจาก Pinterest ระบุว่า “ผู้คนทั่วโลกกำลังมองหาโลกที่ดีกว่าเดิม โลกใบใหม่ที่ยั่งยืนกว่าเดิม” วัดได้จากอัตราการค้นหาคำต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การรักษ์โลก การใช้ชีวิตที่ประหยัดมากขึ้น ลดการทิ้งขยะ หรือแม้แต่การค้นหาเสื้อผ้ามือสองอีกด้วย

เรื่องนี้นับว่าประเด็นที่น่าจับตามองเลยทีเดียว โดยเฉพาะในมุมมองทางฝั่งธุรกิจ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคตอนนี้กำลังเปลี่ยนไป ในการกังวลเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการรีไซเคิลเป็นอย่างมาก

สินค้าที่ต้องการอาจจะไม่สินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่สินค้าชิ้นนั้น จะต้องตอบโจทย์ตัวตนที่รักษ์โลกของผู้ใช้ได้อีกด้วย

การค้นหาคำว่า Low-waste Lifestyle

อีกจุดที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว เทรนด์การค้นของปี 2020 อาจจะเบนไปทาง “สินค้ามือสอง” “สินค้าราคาประหยัด” “สินค้าหลุดจำนำ” ที่หันนำมาใช้งานและแต่งบ้านมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการค้นหาในคำว่า Thrift store crafts หรือ Thrifted home decor

Business tip : เนื่องจากผู้คนในปัจจุบันหันมาให้ความสำคัญกับการ “ใช้ซ้ำ” และ “รีไซเคิล” กันจนเป็นกระแส แต่รับรองได้เลยว่าผู้คนส่วนมากยังไม่รู้ถึงวิธีการที่แท้จริง และแบรนด์มีหน้าที่ที่จะเป็นต้องยืนเคียงข้าง ให้สนับสนุนและสร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับการรักษ์โลกนี้ จนเป็นจุดยืนและภาพจำ

3. Finding balance : ปีแห่งการหาความสมดุลให้ชีวิต

น่าจับตามองกันเลยทีเดียวครับกับเทรนด์ประจำปี 2020 ที่คนทั่วทั้งโลกหันมา “สร้างความสมดุลให้กับชีวิต” เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม หลายคนหันมาหาช่องทางในการเปิดโลก มากกว่าแค่ทำงาน และใช้ชีวิตผ่านจอเพียงอย่างเดียว สังเกตได้จากจะมีการค้นหาเกี่ยวกิจกรรมอื่น ๆ ที่ได้ลงมือทำจริง มากกว่าแต่โพสต์ลง Social

จากข้อมูลพบว่า มีการค้นหาคำในเชิง “กิจกรรมที่มากกว่าแค่ชีวิตประจำ” โดยมีจุดสำคัญในการสร้างความสมดุลแห่งความสุข ของชีวิต และการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น Social media detox และ Self-discovery journal prompts หรือแม้แต่ Mood booster playlist

ซึ่งประเด็นนี้ในมุมมองเชิงการตลาด มีช่องว่างให้เล่นได้เพียบเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้อาจจะต้องมองหากลยุทธ์ที่สามารถเชื่อมโยงสินค้า แบรนด์ เข้าไปกับ การสร้างสมดุลของชีวิตผู้บริโภคให้ได้

Business tip : การแทรกซึมเข้าไปในพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้คนยุคปัจจุบัน คือช่องทางการทำการตลาดที่ดีที่สุดในยุคนี้ *แต่ที่สำคัญแบรนด์จะต้องทำให้ผู้บริโภครู้สึกมีความสุข และผ่อนคลายให้ได้

4. Home hub : บ้านเป็นมากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย แต่ทุกวันนี้บ้านทุกอย่าง

จากข้อมูลพบว่า “ในยุคปัจจุบัน ผู้คนให้คุณค่าของบ้าน มากกว่าแค่ที่อยู่อาศัย” แต่ทุกวันนี้บ้านเป็นมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็น โรงหนัง สวนผัก ร้านกาแฟ หรือแม้กระทั่ง น้ำตกที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ซึ่งนอกจากการค้นหาคำเหล่านี้แล้ว ยังสามารถระบุได้ เทรนด์ของปี 2020 ผู้คนจะหันมาให้ความสำคัญการกิจกรรมที่ต้องทำร่วมกับบ้าน ไม่ว่าจะทำคนเดียว หรือทำกันเป็นครอบครัวก็ตาม ตัวอย่างเช่น

Indoor water fountains : “น้ำตกในบ้าน” มีการค้นหากันแบบสูงลิบ รวมทั้งคำอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการทำสวนในร่มอีกด้วย

หรือแม้แต่ Microgreens growing indoor การปลูกผักต้นเล็ก ๆ ภายในบ้าน ที่มีความนิยมไม่แพ้กัน

Business tip : หน้าที่ของแบรนด์ก็คือ “การสื่อสารไปในทิศทางเดียวกับกิจกรรมที่พวกเค้าอยากทำ” เช่นนำเสนอกิจกรรมใหม่ ๆ ที่สินค้าของคุณจะช่วยให้บ้านดีขึ้น แนะนำเกี่ยวกับวิธีการแต่งบ้าน ปรับบ้าน พร้อมทั้งเพิ่มมุมมองความสุขให้กับบ้าน

5. Internationally Inspired : โลกกำลังเล็กลงทุกวัน ทั้งสินค้าและวัฒนธรรม

ในหลายปีที่ผ่าน หลายคนน่าจะสัมผัสได้ถึง “โลกของเรากำลังเล็กลงทุกวัน” คนอีกซีกโลก สามารถเข้าถึงสินค้าหรือวัฒนธรรมของอีกซีกโลกหนึ่ง ได้เพียงไม่กี่นาที ไม่ว่าจะจาก อาหาร ศิลปะ หรือแม้การสั่งสินค้าออนไลน์

และเทรนด์ “ความหลากหลายของนานาชาติ” กำลังเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Lifestyle คนในปี 2020 ที่เรียกได้ว่า อารบิก เที่ยงอยากกินอาหารแบบเอเชีย ตกเย็นอยากกินขนมหวานแบบฟิลิปปินส์

หรือแม้แต่การแต่งบ้าน ที่สามารถปรับแต่งตามความชอบของตัวเองได้อย่างไม่มีขอบเขตเรื่องของวัฒนธรรม เพราะการหาสิ่งของจากทุกมุมโลกมันง่ายเพียงนิดเดียว

ยกตัวอย่างเช่น ข้อมูลจาก Pinterest พบว่า “หลายคนค้นหาคำว่า “Indian living rooms” เพื่อเป็นไอเดียในการแต่งห้องนั่งเล่นของตัวเอง

อีกทั้งยังมีอัตราการค้นหาคำว่า “Spanish bathrooms” และ “Japanese tubs” มากไม่แพ้กัน

Business tip : ยุคนี้เป็นยุคแห่งการแชร์ไอเดีย พร้อมทั้งผสมผสาน ความลงตัวของวัฒนธรรมที่หลากหลาย อีกทั้งหากคุณสามารถโชว์จุดแข็งในการหาสินค้าหรือวัตถุดิบของแท้ ๆ จากแหล่ง มาปรุงแต่ง เพื่อเติบโจทย์ความต้องการรับรองได้เลยว่า “แบรนด์คุณจะต้องเป็นที่รักอย่างแน่นอน”

6. Pamperedpets : เพราะสัตว์เลี้ยงคือส่วนหนึ่งของครอบครัว

จากข้อมูลพบว่า ผู้คนในปัจจุบันทั่วทั้งโลก กำลังเห็นสัตว์เลี้ยงของพวกเราเป็นมากกว่าแค่สัตว์เลี้ยง แต่กลายเป็นสมาชิกในครอบครัว และต้องการให้พวกเขามีชีวิตที่ดีไม่แพ้มนุษย์เลยทีเดียว

สังเกตได้จากตัวเลขการค้นหาข้อมูลผ่านทาง Pinterest ที่เพิ่มมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น Pet resort (รีสอร์ทสัตว์เลี้ยง) ห้องน้ำสัตว์ในสวน (Dog toilet area garden) และที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือ รูปปั้นที่ระลึกของสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Memorials

หยิบยกมาเป็นตัวอย่างกับ เทรนด์การค้นหา Pet resort (รีสอร์ทสัตว์เลี้ยง) ที่นับวันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น

รวมทั้งการเติบโตของเทรนด์แฟชั่นสำหรับสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะทั้งในน้องหมา หรือน้องแมว

และอีกหนึ่งเรื่องที่พลาดไม่ได้ ใครที่กำลังมองหาธุรกิจต้องรีบคว้าโอกาสไปเลยกับ เทรนด์การค้นหา สูตรเค้กสำหรับสุนัข (Cakes for dogs Recipe)

Business tip : สำหรับเรื่องนี้คงไม่ต้องแนะนำอะไรกันมาก! เพราะในเมืองไทยเองหลายธุรกิจ หลายห้างร้าน เริ่มที่จะปรับตัวด้วยการทำ Pet-friendly (อนุญาตให้สัตว์เลี้ยงเข้าได้) กันมากขึ้น

และสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ สำหรับสัตว์เทรนด์รักสุขภาพ และเทรนด์การใส่ใจคุณภาพมีมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่า “แบรนด์ควรยกให้สัตว์เลี้ยงเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมากกว่าแค่การเป็นสัตว์เลี้ยง”

7. Responsible travel : โลกเข้าสู่ยุคแห่งการท่องเที่ยวที่มีจิตสำนึก

จากความตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กำลังแย่ลงของโลก จึงไม่แปลกที่ “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” จะติดโผเทรนด์ในปี 2020 กับเค้าด้วย

ซึ่งเมื่ออ้างอิงจากข้อมูลของทาง Pinterest ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะในช่วงนี้มีการเพิ่มขึ้นของการค้นหาคำในประเภท การท่องเที่ยวโดยรถไฟ (Train travel), Reduce carbon footprint tips (ทริปเดินทางลดคาร์บอน) หรือแม้แต่ ไอเดียทำเกษตรกรรม (Agritourism ideas)

อันดับยอดนิยมกับการค้นหา Train travel

Eco City ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามองมาเลยทีเดียวในปี 2020

Business tip : ได้เวลากลับมาคิดใหม่อีกครั้ง! เพราะหลังจากนี้ “ภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อม กลายเป็นจุดเด่นหลักของแบรนด์ และเกิดความตระหนักได้จริง” และแบรนด์ควรให้ความสำคัญด้านการออกแบบ Packaging และ Zero-Waste มากเดิม

8. Re-wilding : เสียงธรรมชาติเรียกร้อง ให้คนกลับคืนสู่ป่า

จะบอกว่าเป็นเทรนด์ที่ต่อเนื่องมากจากเรื่อง “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” ก็ว่าได้ เพราะความตระหนักปัญหาธรรมชาติ ทำให้คุณส่วนใหญ่เลือกที่จะรักและเข้าหาธรรมชาติมากยิ่งขึ้น โดยเทรนด์ที่มาแน่นอนก็คือ การเดินทางท่องเที่ยวในป่า การทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตกปลา และการแคมปิ้ง

อ้างอิงจากข้อมูลพบว่า มีคนส่วนมากเข้ามาหาข้อมูลและแรงบันดาลใจเกี่ยวกับ Nature Travel หรือการท่องเที่ยวธรรมชาติ เยอะมาก

อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่หยิบมาพูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Outdoor kitchen bars ถ้าอ้างอิงจากข้อมูลชุดนี้ “บอกได้คำเดียวเลยว่า มาแน่นอน!” ซึ่งการสร้างครัวนอกบ้าน ในเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ สอดคล้องมาก ๆ กับเทรนด์ในปี 2020 ที่ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวกันยกใหญ่เลยทีเดียว

ซึ่งนอกจากจาก บาร์และครัวนอกบ้านแล้ว การค้นหา ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น บ้านต้นไม้ หรือแม้แต่สนามเด็กเล่น ในเชิง Re-wilding กันอีกด้วย

Business tip : หลังจากอ่านเรื่องราวในข้อนี้ หลายคนน่าจะเห็นภาพใหม่ของธุรกิจตัวเองอย่างแน่นอน เพราะทุกอย่างเน้นไปที่ Outdoor มากยิ่งขึ้น สำหรับร้านค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ควรปรับตัวในการตกแต่งร้านให้ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ด้วย

และไม่เพียงแค่การตกแต่งร้านเท่านั้น แต่ควรเติมเต็มประสาทสัมผัสให้ครบ ไม่กลิ่น เสียง และรสชาติ

9. Space everything : อวกาศกำลังมาแรง!

เหมือนโลกของเรากำลังจะเข้าสู่ยุค Sci Fi เข้าไปทุกที เพราะจากข้อมูลพบว่า “คนทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสนใจเรื่องของอวกาศมากยิ่งขึ้น มากจนอาจจะกลายเป็นแฟชั่นได้เลยเดียว” ไม่ว่าจะเป็น Planet Makeup การแต่งหหน้าแบบอวกาศ หรือ Astrogy-themed การแต่งตัมธีมอวกาศ หรือแม้แต่ Space Tattoos รอยสักดวงดาว ก็ติดเทรนด์มาด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจากเรื่องของการแต่งตัว แต่งหน้าแล้ว เทรนด์ปาร์ตี้แบบอวกาศ ก็จะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว

จึงไม่น่าแปลกใจที่เสื้อผ้าที่มีโลโก้ NASA จึงได้รับความนิยมกันเป็นอย่างมากที่ช่วงปีที่ผ่านมา และในปีนี้ก็อาจจะมีอีกหลายสินค้าที่ใช้ธีม NASA เข้ามาประยุกต์ใช้กับสินค้าของตัวเอง

Business tip : ได้เวลาที่แบรนด์ต้องนำความเป็น “อวกาศ” เข้ามาปรับกับการนำเสนอของตัวเองกันบ้าง เพื่อตอบโจทย์ไปที่ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย

จากข้อมูลยังพบอีกว่า การนำธีมโหราศาสตร์มานำเสนอสินค้า จะช่วยให้คนสนใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

10. 90s rerun : ปีนี้ยุค 90 จะกลับมามีอิทธิพลอีกครั้ง!

ถือว่านี่คือ ไฮท์ไลน์เทรนด์ สำหรับปี 2020 เลยทีเดียว จากข้อมูลพบว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการค้นหาคำในธีมยุค 90 เพิ่มขึ้นกว่า 100% ขึ้นทุกกลุ่มคำ

โดยมีการค้นหาคำว่า scrunchies มากถึง 6309% เลยทีเดียว ทั้งไอเดียการ DIY ไอเดียการประยุกต์นำมาแต่งตัว หรือแม้แต่การเลือกซื้อ

และที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ เรื่องของแฟชั่นที่การค้นหาคำในกลุ่ม Y2K Outfits หรือการแต่งตัวแบบเด็กยุค 90 กลับมาแรงอีกครั้ง (มีถึง 669% เลยทีเดียว)

นอกเหนือจากเรื่องของเสื้อผ้า หน้าผมแล้ว สำหรับเพลงก็เช่นเดียวกัน ที่มีการเข้าถึงเพิ่มขึ้นจนอาจจะกลับมาติดชาร์จอีกครั้งได้เลยทีเดียว

นอกเหนือจากกลุ่มแฟชั่นและเพลงแล้ว จุดที่น่าสนใจอีกจุดก็คือ “กลุ่มการ์ตูนและเกมส์ในยุค 90” ที่ก็มีการเข้าถึงมากกว่า 200% เช่นเดียวกัน

Business tip : นับว่าเทรนด์ปี 2020 อาจจะกลับมาเป็นยุคทองของ ธีม 90 เลยก็ว่าได้ แบรนด์ควรรีบคว้าโอกาสนำความเป็นยุค 90 มาประยุกต์ใช้ เชื่อมโยงกับความเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็น การจัดปาร์ตี้ธีม 90 การออกสินค้าใหม่ ๆ ที่มีแรงบันดาลใจมาจากยุค 90 ที่รับประกันได้เลยว่าคนส่วนใหญ่จะต้องอิน และหลงรักอย่างแน่นอน

แต่ข้อควรระวังมากที่สุดก็คือ “นำความเป็น 90 มาได้ แต่อย่าให้หลุดความเป็นแบรนด์ตัวเองไป” และ “การหันกลับมามองที่ลูกค้าว่าพวกเขาเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์นี้ด้วยหรือไม่”

ขอบคุณที่มาจาก : https://www.pinterest100.com/en-us/

Download และอ่านรายงานได้ต่อที่นี่คลิก

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 3 Average: 4.7]
Continue Reading

MARKETING TIPS

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

เพราะการยิงแอด (Facebook Ad) คือเครื่องมือที่มีกลุ่มเป้าหมายรอจ่ายเงินซื้อของอยู่มากที่สุด “ไม่ว่าเจอปัญหาอะไร คุณก็แค่ต้องปรับ”

Published

on

สำหรับนักการตลาด ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และเอเจนซี่ ที่คลุกคลีอยู่กับ Facebook และการยิงแอด น่าจะเข้าใจกันดีกับ “ความเยอะ!” ในการปรับเปลี่ยนฟังชั่น อัลกอริทิ่ม หรือกฎต่าง ๆ ของ Facebook มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้บางคนต้องยอมยกธงขาว ยอมแพ้กันไป

และสำหรับคนที่ยังสู้ต่อไป อยากให้เข้าใจกันว่า “คุณกำลังเดินถูกทาง” ถ้ายังเลือกที่จะทำธุรกิจ หรือขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ต่อไป “Facebook เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรปล่อยทิ้งไป (แต่แนะนำให้เพิ่ม Channel อื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน)

เพราะเมื่ออ้างอิงจากข้อมูลก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มี Advertising Audiences” สูงที่สุด และคงหาคู่แข่งได้ยากมาก ๆ

อ่าน สรุป 15 สถานการณ์สำคัญ Digital 2019 ที่นักการตลาดต้องรู้!! ได้ที่นี่

และในเมื่อเรายังคงต้องเช่าพื้นที่บน Facebook เพื่อทำธุรกิจกันต่อไป สิ่งที่เราต้องทำก็คือ “ปรับตัว” เพื่อให้สอดคล้องไปตาม “กฏ ระเบียบ และกติกาที่จะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้กันไปต่อ”

ณ จุดจุดนี้ เชื่อเหลือเกินว่า “หลายธุรกิจอาจจะไม่เคยยิงแอด ทำโฆษณาบน Facebook มากก่อน” แต่เมื่อเจอสถานการณ์ปรับลด Reach (การเข้าถึง) ของหน้า Feed Fanpage ส่งผลให้หลายคนหันมาศึกษา เรียนรู้ที่จะยิงแอดด้วยตัวเองกันมากขึ้น

และในฐานะที่พวกเราเป็น Agency อีกหนึ่งเจ้าที่มีลูกค้าตั้งแต่กลุ่ม SME ขนาดย่อม ไปจนถึง Enterprise ขนาดใหญ่ บางรายยิงแอดกันงบตั้งแต่วันละ 100 บาท ไปจนถึง 100,000 บาทเลยทีเดียว

“พวกเราจึงเก็บรวบรวมข้อมูลจากเหล่าผู้ประกอบ นักการตลาด และคนยิงแอด จากธุรกิจเหล่านั้นมา 60 ธุรกิจ มาสรุปมาเป็น 3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้น”

ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่า “นี่เป็นเพียงข้อมูลที่ทำขึ้นจาก การพูดคุย แบบสำรวจ และวิเคราะห์โดยทีมงาน H.I.P. Marketing Studio เท่านั้น” เพื่อเป็นแนวทางเริ่มต้นยิงแอด ทำโฆษณาในปี 2020 กันได้อย่างราบรื่น

1. 90% ตอบว่าปัญหาคือ “การเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน ตั้งเท่าไรก็ไม่ตรง”

  • หนึ่งในปัญหาหลักและปัญหาใหญ่ ที่เหล่าหลายจะต้องเจออย่างแน่นอน กับการเลือกกลุ่มเป้าหมายในการยิงแอด ที่หลายครั้งอาจจะเลือกตั้งกลุ่มเป้าหมายจนมี Potential Audience Size สูงเกินไป กว้างเกินไป (Potential Audience คืออะไร)

    ถึงแม้ว่า เมื่อปล่อยโฆษณาออกไปแล้ว จะมีคนเห็นโพสต์นั้นเยอะก็จริง แต่ก็อาจจะแลกมาด้วย “กลุ่มเป้าหมายของแอดกว้างซะจนหาคนซื้อไม่ได้เลย”
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายแทบตายแต่สุดท้ายได้ใครก็ไม่รู้! เชื่อว่าหลายคนเคยประสบปัญหานี้ ปัญหาในการยิงแอดออกไปแล้ว ใส่กลุ่มเป้าหมายโดยละเอียด ทั้งอายุ เพศ ความสนใจ แต่สุดท้ายกลับมีแต่คนที่คิดว่า “ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมาคลิก”
  • ไม่เข้าใจว่า “ควรตั้งความสนใจอะไร” แล้วลูกค้าจะซื้อ เช่น สินค้าเป็นธุรกิจความงาม ควรตั้งความสนใจว่า “Beauty” หรือ “Cosmetic” หรือไม่ ?

สาเหตุของปัญหาการตั้งกลุ่มเป้าหมาย และวิธีการแก้ไข

ต้องยอมรับเลยว่า “ปัญหาหลักของการยิงแอด” ก็คือ “การตั้งกลุ่มเป้าหมาย” หรือการตั้ง Target Audience แต่ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่า “การตั้งกลุ่มเป้าหมายมันไม่มีสูตรตายตัว ใส่ความสนใจนี้ แล้วจะขายได้” ทั้งนี้อาจจะเป็นเพียงแนวโน้มว่าจะขายได้เท่านั้น และสำหรับวิธีแก้ที่แนะนำก็คือ

1. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่จะขายของให้จากใจจริง : ลงลึกไปถึงความสนใจของพวกเขาจริง ๆ อย่าเอา “ความสนใจที่มาจากตัวสินค้าเป็นที่ตั้ง” แต่ควรเอาความสนใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง

เช่น สินค้าเป็นเครื่องสำอาง ก็สามารถเอาความสนใจเป็น Pantip หรือ Wongnai มาตั้งก็ได้หากกลุ่มเป้าหมายของเราสนใจ

หรือหัดนำข้อมูลลูกค้าวิเคราะห์บ้าง จาก ข้อมูลเชิงลึกของแฟนเพจ (วิธีการใช้งานเครื่องมือนี้)

2. ศึกษาวิธีการทำ ฺBuyer Persona เพื่อลงลึกเข้าใจความต้องการ ปัญหา ของลูกค้าที่แท้จริงว่าคืออะไร โดยแนะนำให้อ้างอิงจากฐานลูกค้าเก่าเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มบุคคล มากกว่าการ “คิดว่าเค้าเป็นแบบนี้” เพื่อข้อมูลที่ตรงมากที่สุด

ตัวอย่าง Buyer Persona

คลิก Download Buyer Persona Template

3. หันมาให้ความสำคัญกับการทำ Funnel : โดยการค่อย ๆ ดักลูกค้าจากความสนใจของคนรับชมวิดิโอ หรือ Conversion บน Website และค่อย ๆ ทำกลุ่มเหล่านั้นมาทำ Custom Audience และ Look A Likes ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

2. 80% ตอบว่าปัญหาคือ “ไม่สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนยอดไลค์ให้เป็นยอดขายได้” เราทำผิดตรงไหน ?

เคยเห็นไหมกับบาง Post ที่มีการเข้าถึงที่มาก ยอด Like สูง แต่หลังบ้าน กลับมียอดขายที่ไม่ได้มากตาม นั้นก็เพราะว่าการยิงแอดของคุณอาจจะมีประสิทธิภาพแค่การสร้างยอดการเข้าถึงเพียงเท่านั้น แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการสร้างขายเอาเสียเลย ซึ่งนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สืบเนื่องมาจากการตั้งกลุ่มเป้าหมายผิดจุดในข้อแรกอีกด้วย

ปัญหาเรื่องยอดขายอาจจะเกิดมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ พร้อมวิธีแก้ไข

  • คุณอาจจะรู้จักและเข้าใจฟังก์ชั่นของเครื่องมือยิงแอดได้ไม่มากพอ

    รู้หรือไม่ ว่าการยิงแอดของ Facebook นั้น ไม่ได้มีเพียงการเลือกแค่ยิงแอดแบบ เน้นการเข้าถึง สร้างยอดการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเครื่องมือให้ได้ใช้กัน

    เช่นเดียวกันกับการตั้งค่าความสนใจ ที่มีมากกว่า พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายและความสนใจเพียงเท่านั้น หากแต่ว่ามันยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ใช้ประกอบกัน เพื่อจะได้กับกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าที่ตรงกับธุรกิจจริงๆและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

    ทำความเข้าใจการเลือก Objective ให้มากขึ้นที่นี่คลิก
  • คุณอาจจะเลือกตำแหน่งการวาง Ad มากเกินไป เพราะที่ดีที่สุดคือ Automation Placement

    1. หากคุณตั้งค่าให้ Place Ad เฉพาะหน้า Feed คุณอาจจะพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้าที่รอคุณอยู่อีกหลายช่องทางก็ได้

    2. หากจะ Edit Placement แนะนำเป็น เลือก 4 Placement ขึ้นไปจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า

     3. ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “เลือกแบบ Automation Placement” ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบได้ศึกษา และหาช่องทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • คุณอาจจะยิงแอดแบบไร้จุดหมาย เน้นทุ่มเงินมากกว่าวางแผน

    หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า “การยิงแอด” คือการแข่งขันว่าใครงบจะหนาก็กัน แต่ต้องบอกก่อนเลยครับ นี่คือความจริงเพียงเสี้ยวนึงเท่านั้น เพราะส่วนตัวแล้วสิ่งที่แข่งกันมาที่สุดก็คือ “การวางกลยุทธ์” ต่างหาก

    เบื้องต้นก่อนที่จะยิงแอดครั้งต่อไป ลองวางแผนตามหัวข้อต่อไปนี้ดูก่อนก็ได้

    1. Segmentation : แบ่งกลุ่มเป้าหมาย
    2. Ads Optimization : ตีโจทย์ให้แตก ปรับการสื่อสารให้โดน
    3. Scheduling Your Campaigns : กำหนดเป้าหมาย / ระยะเวลา ให้ชัดเจน
    4. Managing Your Budget Wisely : บริหารงบประมาณ วางตำแหน่งให้เหมาะ
    5. Tracking Your Results : สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล ให้ตรงจุด
  • คุณอาจจะไม่เข้าใจการดู Ad Performance เลยว่า Ad ชุดไหนดี ไม่ดี ควรเปิดต่อ หรือปิดไปเลย

    การวิเคราะห์ Performance ของ Ad แต่ละตัวคือช่วงที่สำคัญเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับการตั้งกลุ่มเป้าหมาย หรือการสร้างคอนเทนท์ เพราะนี่คือตัวชี้วัดเลยว่า “คุณควรไปต่อ หรือต้องยกธงขาวกับแอดตัวนี้ดี”

    โดยรูปแบบการวัดผลมีให้ศึกษากันมากมายหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและเห็นชัดที่สุดก็คือ การวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

โดยระบบการวัดผลจะถูกแบ่งออกมาเป็น 3 ตัวหลักๆ


1. Quality Ranking (จัดอันดับเชิงคุณภาพของ ADS) : หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


2. Engagement Rate Ranking (จัดอันดับเชิงการมีส่วนร่วมของ ADS) : Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


3. Conversion Rate Ranking : (จัดอันดับการคอนเวิร์สของ ADS) หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการคลิกคอนเวิร์สเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ : บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

3. 70% ตอบว่าปัญหามาจาก ทำ Content ที่ไม่น่าสนใจ และไม่ตรงตามกฎ ของ Facebook

สำหรับเรื่องของคอนเทนท์หลัก ๆ จะประกอบไปด้วย 2 ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือ “คอนเทนท์ขายไม่ได้” และ “คอนเทนท์ผิดกฏยิงแอดไม่ผ่าน”

แก้ปัญหาปัญหาคอนเทนท์ขายไม่ได้

1. ก่อนที่จะลงมือทำคอนเทนท์ สร้างโพสต์สำหรับขายสินค้าสักหนึ่งชิ้น จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ยุคนี้เป็นยุคที่คนกำลังมองหา Total Experience สนใจผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าวิธีการ”

จึงต้องหันมาทำคอนเทนท์ เน้นการสร้างประสบการณ์ในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่าต้องหันมามองเป็น “Total Experience” ที่แต่ละช่วงของ Audience (Customer) Journey ตั้งแต่มีความต้องการ – รู้จักแบรนด์ – ศึกษาหาข้อมูล – ตัดสินใจ (Call to Action) เชื่อมต่อร้องเรียงเข้าด้วยกัน

ซึ่งการสร้าง Total Experience จึงครอบคลุม Audience Journey เพื่อวางแผนให้ครบทุก Touch Point ในการเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

และรูปแบบการเขียน มีให้เลือกมากมาย ตามประเภทของสินค้าและบริการ ทั้งนี้คงตอบชัดไม่ได้ว่า “อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุด” เพราะสุดท้ายแนะนำให้ทดสอบใน Ad Set ครั้งละ 5-6 ตัว เพื่อแข่งขันจนหาตัวที่ดีที่สุด

2. ทำความเข้าใจสินค้าของตัวเองให้มากก่อนลงขาย เข้าใจการหยิบประเด็น คีย์สำคัญของสินค้ามาเขียน ยกตัวอย่างเช่น การทำความเข้าใจสินค้าในแต่ละ Layer

3. ลองเอา Flow การเขียนแบบ Problem – Agitate – Solve (PAS) ไปลองใช้

สูตรยอดนิยม ที่ครีเอทเตอร์ชอบนำมาใช้ตอบโจทย์คนอ่าน/ลูกค้า โดยมีวิธีการดังนี้


Identify a problem – อธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะต้องแสดงถึงความเข้าใจถึงปัญหานั้นจริงๆ *ทำให้คนอ่านรู้สึกให้ได้ว่า “เราเข้าใจปัญหานั้นจริงๆ”


Agitate the problem – กระตุ้นปัญหาเหล่านี้ให้คนอ่านเห็นภาพ ว่ามันสำคัญมากแค่ไหน หากไม่ได้รับการแก้ไข เช่น กระทบอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อชีวิต


Solve the problem – นำเสนอ “สินค้า/บริการ” เข้าไปเป็นวิธีแก้ปัญหาให้คนอ่านเข้าใจง่าย เข้าถึงได้

ถ้าคิดไม่ออกลองดูไอเดียได้ที่ : Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

หรือลองอ่านรายละเอียดของ Creative Tips ที่ Facebook ลงเอาไว้

แก้ปัญหาคอนเทนท์ยิงแอดไม่ผ่าน ผิดกฏ Facebook

กฏหลายข้อคิดว่าทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า “อะไรคือคำว่าผิดกฏ” และไม่สามารถใช้คำนั้น รูปนั้นได้ แต่มีเรื่องที่คนส่วนใหญ่พลาดกันตาม Checklist ต่อไปนี้

Checklist สินค้า

▪ ไม่อนุมัติแน่ถ้าเป็น สินค้าของก๊อปแบรนด์เนม
▪ สินค้า 18+
▪ อาวุธ ความรุนแรง หรือแม้แต่ปืนบีบีกัน

 Checklist การใช้คำพูด

▪ ต้องบอกให้ชัดเลยว่าเราขายอะไร
ตัวอย่างเช่น :

❌ มาลองฟรี! ของดี ใช้แล้วหน้าหายพัง!
✔ เซรั่มมุกุ ใช้ได้แล้วดี ดูแลผิวหน้า แจกตัวทดสอบฟรี!!

▪ ห้ามตั้งคำถาม หรือเจาะจงลักษณะของ User!! (ข้อนี้หลายคนพลาด)

ตัวอย่างเช่น :

❌ คุณเป็นสาว SIZE ใหญ่ใช่มั้ย ??? มาลองเลยกลัวอะไร!
✔ ร้านนี้เลย! เสื้อผ้าสำหรับสาว SIZE ใหญ่ คืนความมั่นใจ!

❌ คุณกำลังตกงานอยู่ใช่มั้ย ? คลิกตรงนี้มีข่าวดีมาบอก
✔ เปิดรับสมัคร “นักการตลาด” อาชีพที่คุณอาจหลงรัก

▪ ห้ามมีคำหยาบ (แม้แต่คำว่า โครต! ก็ผิดแล้ว)

▪ โฆษณาเกินจริง โอเวอร์เคลม

ตัวอย่างเช่น :

❌ คลิกเลย คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน
✔ พอลล่าลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน เมื่อใช้คอร์สของเรา *การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

หากลองสังเกตดูเทรนด์การยิง ADS ในปัจจุบันนี้ สำหรับตัวธุรกิจแล้ว เรื่องยอดการเข้าถึงหรือว่ายอด Reach ถือว่ามันได้ Out ไปแล้ว นั่นก็เพราะว่า สุดท้ายแล้วเป้าหมายในการยิงแอดของแต่ละธุรกิจก็คือเรื่องของ “ยอดขาย”

ดังนั้นเป้าหมายของการยิงแอด อาจจะไม่ใช่เป็นการยิงหว่าน เพื่อหาลูกค้าอีกต่อไป หากแต่จะเป็นการยิงแอด เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อจะได้สื่อสารไปยังกลุ่ม Last Customers จนสร้างยอดขายให้กับธุรกิจให้ได้นั่นเอง

และสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มยิงแอดครั้งต่อไป ขอแนะนำให้อ่าน 6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook ที่พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปอัปเดตกับ Facebook Chiangmai Agency Acceleration ในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
INNOVATION1 สัปดาห์ ago

คนไทย “ไม่ชอบรอ!” Chatbot จึงตอบโจทย์ – หรือนี่จะเป็นทางรอดสุดท้ายของธุรกิจออนไลน์

EDUCATION2 สัปดาห์ ago

E-Sport ยังเป็นแค่เกม หรือกลายเป็นสงครามของนักธุรกิจ ?

NEWS UPDATE3 สัปดาห์ ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

CREATIVITY3 สัปดาห์ ago

ชวนวิเคราะห์ จากแคมเปญ”ไม่ไปไหนไป NETFLIX” เมื่อปีก่อน สู่ “จะไปไหนไป NETFLIX” ในปีนี้!

NEWS UPDATE1 เดือน ago

คณะเกษตร มช. พัฒนาบุคลากรก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว รับมือปี 2020

NEWS UPDATE1 เดือน ago

จับตา “ธุรกิจท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ ความงาม” มาแรงออนไลน์ไทย มูลค่ารวมกว่า 6 พันล้านเหรียญ

NEWS UPDATE2 เดือน ago

YouTube Rewind 2019 – เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว คว้าอันดับ 1 ไปครอง

MARKETING TIPS2 เดือน ago

“Black Friday” คืออะไร ? กับกรณีน่าศึกษา – คนไทย 4 ใน 10 กำลังรอซื้อโปรนี้

LIFESTYLE3 เดือน ago

มาแล้ว! YouTube Premium ใช้ฟรี 1 เดือน ไม่มีโฆษณาคั่น

NEWS UPDATE3 สัปดาห์ ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

NEWS UPDATE11 เดือน ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY9 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

LIFESTYLE11 เดือน ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CREATIVITY11 เดือน ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

CONTENT TIPS8 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY5 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

EDUCATION7 เดือน ago

จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

CONTENT TIPS12 เดือน ago

จับตามองให้ดีกับ “คอนเทนต์ 4 ประเภท” ที่มาแน่ในปี 2019

MARKETING TIPS10 เดือน ago

Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

Facebook

Trending