Connect with us

NEWS UPDATE

จับตา “ธุรกิจท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ ความงาม” มาแรงออนไลน์ไทย มูลค่ารวมกว่า 6 พันล้านเหรียญ

Published

on

วันนี้ชวนทุกคนไปจับตามองสถิติส่งท้ายปีกับ “Digital 2019 Spotlight E-Commerce In ASEAN” ซึ่งจัดทำกันเป็นประจำทุกปีโดย We Are Social และ Hootsuite ที่จะรายงานสถิติ ข้อมูลที่น่าสนใจ ทั้งในประเทศไทย อาเซียน และของโลกให้ได้ติดตามกันครับ

โดยสามารถเช็กสรุปข้อมูลที่น่าสนใจ ได้เลยที่นี่ : Digital 2019 Spotlight E-Commerce In ASEAN

จับตา "กระแส E-Commerce" อาเซียนและประเทศไทย ส่งท้าย 2019 ตอนนี้เราอยู่จุดไหน ?…

โพสต์โดย H.I.P Marketing เมื่อ วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2019

แต่ประเด็นหลักที่น่าสนใจสำหรับปีนี้ก็คือ สถิติการซื้อสินค้า/บริการออนไลน์ของกลุ่ม “ธุรกิจท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ ความงาม” ที่มาแรงแซงทางโค้งในอีคอมเมิร์ซไทย ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 6 พันล้านเหรียญเลยทีเดียว

อีกทั้งสถิติการชอปของไทย ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าของทั้งตลาดอาเซียน และตลาดโลกอีกด้วย

E-Commerce Spend by Category สถิติจากปี 2019

หากสังเกตจากภาพประกอบจะพบว่า สถิติจากเดือนมกราคม 2562 นักชอปชาวไทยมีการจับจ่ายซื้อสินค้าออนไลน์ เรียงตามสถิติดังต่อไป

E-Commerce Spend by Category

สินค้าประเภทท่องเที่ยว (รวมโรงแรมที่พัก) : 4.140 พันล้านเหรียญ

สินค้าประเภทอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ : 1.043 พันล้านเหรียญ

สินค้าประเภทความงามและแฟชั่น : 908 ล้านเหรียญ

สินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน : 660 ล้านเหรียญ

สินค้าประเภทของเล่นและงานอดิเรก : 575 ล้านเหรียญ

สินค้าประเภทอาหารและอาหารเสริมบำรุงสุขภาพ : 571 ล้านเหรียญ

สินค้าประเภทเกมส์ : 158 ล้านเหรียญ

สินค้าประเภทสื่อมีเดียดิจิทัล : 45 ล้านเหรียญ

จากข้อมูลพบว่า Booking.com คือเว็ปอันดับหนึ่งในการจองของอาเซียนและไทย

สำหรับชาวอาเซียนแล้ว สินค้าที่เลือกซื้อออนไลน์ก็ไม่แตกต่างกันเท่าไรทั้งกับไทยเราและในหลายๆ ประเทศ โดยมีภาพรวมดังนี้ครับ

▪️ 51% เลือกซื้อสินค้าประเภทที่พัก ท่องเที่ยว
▪️ 12% เลือกซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไอที
▪️ 11% เลือกซื้อสินค้า ความงาม แฟชั่น

อีกจุดที่น่าสนใจก็คือ 91% ของนักชอปชาวไทย “จะค้นหาข้อมูลออนไลน์ก่อนซื้อสินค้า”

จากจำนวนผู้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตทั้งหมดของไทย (อายุราว 16 – 64 ปี) พบว่ามี E-Commerce Activities ดังต่อไป

▪️ 91% ของคนไทยจะมีการค้นหาข้อมูลสินค้าออนไลน์ก่อนซื้อ ไม่ว่าจะซื้อแบบออนไลน์หรือออฟไลน์

▪️ 85% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จะเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ และมีตัวเลขถึง 74% มักเลือกซื้อผ่านมือถือด้วย!

▪️ *เมื่ออ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติมจากทาง Facebook ที่เคยออกมาเปิดเผยว่า “คนไทยชอบซื้อสินค้าผ่านแชท” จึงสอดคล้องและน่าสนใจเป็นอย่างมาก

และจากจำนวนผู้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตทั้งหมดของอาเซียน (อายุราว 16 – 64 ปี) พบว่า E-Commerce Activities ตัวเลขออกมาใกล้เคียงกับนักชอปชาวไทยเป็นอย่างมาก

▪️ 93% ของชาวอาเซียนจะมีการค้นหาข้อมูลสินค้าออนไลน์ก่อนซื้อ ไม่ว่าจะซื้อแบบออนไลน์หรือออฟไลน์

▪️ 83% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จะเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ และมีตัวเลขถึง 69% มักเลือกซื้อผ่านมือถือด้วย!

▪️ *ซึงหากได้ย้อนกลับไปดูสถิติของไทย ก็จะมองเห็นภาพรวมว่า “ไม่ได้ห่างกันเท่าที่ควร” รวมทั้งสถิติจากทั่วโลกด้วยเช่นเดียวกัน

นับว่าน่าสนใจเลยทีเดียวครับกับสถิติมูลค่าตลาดออนไลน์ที่เกิดขึ้นกับสินค้าในแต่ละประเภท พร้อมทั้งพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อสินค้าของนักชอป ก็ยิ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจและต้องทำการใหม่กันนักพอสมควรเลยทีเดียว เพื่อตอบรับกับเทรนด์ในปี 2020 ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปครับ

และหากใครสนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดู Report ทั้งหมดได้ที่ : https://www.slideshare.net/DataReportal/digital-2019-southeast-asia-ecommerce-spotlight-september-2019-v01

รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://datareportal.com

ขอบคุณข้อมูลสถิติอย่างสุดซึ้งจาก : We Are Social –
https://wearesocial.com/

Hootsuite – http://hootsuite.com

▪️ผู้สนับสนุนข้อมูลจาก

GlobalWebIndex – http://www.globalwebindex.com

GSMA Intelligence – http://www.gsmaintelligence.com

Locowise – http://locowise.com

App Annie – http://www.appannie.com

SimilarWeb – https://www.similarweb.com

และผู้สนับสนันข้อมูลอื่นๆ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

NEWS UPDATE

บรรเทาทุกข์ COVID 19 กรมสรรพากรลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 1.5%

Published

on

หลังจากที่เสียงลือกันหนาหูว่า “ทางกรมสรรพากรจะมีการปรับลดอัตราภาษี ณ ที่จ่ายลงจาก 3% เหลือเพียง 1.5% เท่านั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือภาคธุรกิจให้ลดค่าใช้จ่ายมากขึ้น”

ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ทาง “ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม” ได้ออกมายืนยันแล้วว่า “หลังจากตรวจสอบไปกับทาง กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง พบว่านี่คือ ข่าวจริง”

เพราะมีมีรายงานว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเรื่อง มาตรการดูแล และเยียวยาผลกระทบจาก COVID-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรง และทางอ้อม ระยะที่ 1 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งมาตรการลดอัตราภาษี ณ ที่จ่าย ก็เป็นหนึ่งในมาตรที่กำหนด ทั้งนี้มาตรการภาษี ประกอบด้วย 4 มาตรการ คือ

1. มาตรการคืนสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการในประเทศ โดยลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายอัตราร้อยละ 3 เหลืออัตราร้อยละ 1.5 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ถึง 30 ก.ย. 2563 และลดเหลืออัตราร้อยละ 2 สำหรับการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามข้อกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2563 ถึง 1 ธ.ค. 2564 เฉพาะที่จ่ายผ่านระบบการหักภาษี ณ ที่จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax)

2. มาตรการภาษีเพื่อลดภาระดอกเบี้ยจ่ายของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมที่เข้าร่วมมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมจากการระบาดของเชื้อไวรัส และมีการจัดทำบัญชีเดียว สามารถหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า สำหรับรายจ่ายดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เม.ย. ถึง 31 ธ.ค. 2563

3. มาตรการส่งเสริมเสถียรภาพของการจ้างงานในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสฯ โดยให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถหักรายจ่ายได้ 3 เท่า สำหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายไปเป็นค่าจ้างของเดือน เมษายน 2563 ถึงเดือนกรกฎาคม 2563 ให้แก่ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายว่าด้วยประกันสังคม และได้รับค่าจ้างไม่เกิน 15,000 บาทต่อคนต่อเดือน โดยต้องคงการจ้างงานในช่วงดังกล่าวไว้ไม่น้อยกว่า จำนวนลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตน ณ วันสุดท้ายของเดือนธันวาคม 2562

4. มาตรการเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการภายในประเทศ โดยพิจารณาคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการส่งออกที่ดี กรณียื่นแบบ ภ.พ.30 ทางอินเทอร์เน็ตจะได้รับคืนภายใน 15 วัน และกรณียื่นแบบ ภ.พ. 30 ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาจะได้รับคืนภายใน 45 วัน

เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องภาษีต่างๆ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.rd.go.th หรือโทร. ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร.1161

ที่มาข่าว : https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000026157

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

“Line” แอปพลิเคชันยืนหนึ่งในโซเชียลมีเดียไทย กับสถิติสุดเจ๋ง ที่ติดตาม

Published

on

By

ข้อมูลอ้างอิงจาก : LINE Thailand – Official

Line แอปพลิเคชันที่ถือว่ายืนหนึ่งในวงการณ์แฟลตฟอร์มด้าน Massenger ที่ครองใจผู้ใช้งานชาวไทยได้อยากมากมายกว่า 45 ล้านคน และคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ใช้เฉพาะแค่ในประเทศไทยเองนั้นจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าจากการให้บริการที่มีความหลากหลาย และตอบสนองต่อการใช้งานของผู้ใช้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นด้านของการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล หรือแม้แต่จะเป็นการติดต่อสื่อสารในระหว่างองค์กร 

โดยมีสถิติที่น่าสนใจในเรื่องของพฤติกรรมผู้ใช้งานชาวไทยในปี 2019 ที่ผ่านมา ว่าเป็นประเทศที่มีการใช้งานสูงติดอันดับต้นๆ ของโลก และก็ยังมีการใช้งานอย่างหนาแน่นมากขึ้นในช่วงของเทศกาลต่างๆ ของประเทศไทยอีกด้วย 

แต่นั้นก็เป็นเพียงสถิติส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งเพียงเท่านั้น เพราะว่ามันยังมีประเด็นที่น่าสนใจที่มากกว่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าในวันนี้เราได้รวบรวมเอามาบอกคุณกันในบทความนี้แล้ว ว่าแต่จะมีประเด็นอะไรบ้าง และมีข้อมูลส่วนไหนที่น่าสนใจบ้าง … ตามมาดูกัน 

Line Call อันดับหนึ่งของโลก 

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า Line นอกจากจะสามารถส่งข้อความที่เป็น Text ได้แล้วนั้น ก็ยังมีฟีเจอร์ที่มีความสามารถในการโทรหากันระหว่างอุปกรณ์ได้ และแน่นอนว่าฟีเจอร์นี้เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ใช้งานชาวไทยเป็นอย่างมาก จนทำให้สถิติการใช้งานของการ Line Call ของคนไทยนั้นติดเป็นอันดับที่ 1 ของโลก โดยมียอดการใช้งานเฉลี่ยวันล่ะ 49 ล้านครั้ง 

ำพูดยอดนิยมในการส่งเป็นสติกเกอร์ของผู้ใช้งาน Line ชาวไทย 

หากใครเถียงว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นสยามเมืองยิ้ม อยากจะขอเถียงหัวชนฝา เพราะว่าประโยคหรือคำพูดที่ผู้ใช้งาน Line ชาวไทยใช้ที่ส่งเป็นสติกเกอร์นั้น มีคำว่า “555” ติดอยู่เป็นอันดับต้นๆ 

เรียกได้ว่านอกจากเป็นสยามเมืองยิ้มแล้วนั้น ก็ยังเป็นสยามเมืองให้ความอารมณ์ดีอีกด้วย โดยประโยคยอดฮิตต่างๆ ก็มีเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น Hello Love OK และ Thank you ส่วนช่วงเวลาที่คนส่งสติกเกอร์เยอะที่สุด อยู่ที่ตรงช่วงเวลาตั้งแต่ 4 ทุ่ม จนถึงเที่ยงคืน เรียกได้ว่าอาจจะง่วงจนขี้เกียจตอบประโยคคำพูดยาวๆ หรืออาจจะมีกิจกรรมที่เบี่ยงเบนความสนใจไปจากการสนทนาก็ได้ 

https://www.facebook.com/Thailand.Line/photos/pcb.3254740464542287/3254738714542462/

สิ่งที่ทำให้สติกเกอร์ได้รับความนิยมและถูกใช้งานเป็นอย่างมากในแวดวงผู้ใช้งานชาวไหน เนื่องจากว่ามันเป็นวิธีสื่อสารแทนข้อความที่โดนใจคนไทย มากไปกว่านั้นก็คือ สติกเกอร์ยังสามารถที่จะสื่อความหมายและความรู้สึกได้ชัดเจนได้มากกว่าตัวอักษรได้ในหลาย ๆ กรณีอีกด้วย 

วันหวยออกสุดคึกคัก 

แม้ว่า Line จะเป็นแอปพลิเคชันที่ถูกพัฒนาจากต่างประเทศ แต่เนื่องจากว่ามันได้มีการปรับปรุงได้พัฒนาเพิ่มเติมให้เข้ากับคนไทย โดยได้อิงจากการศึกษาพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้งานมาปรับระบบให้เข้ากับบริบทประเทศไทยให้มากขึ้น ซึ่งจากสถิติพบว่าในวันที่ 1 และวันที่ 16 นั้น จะมีอัตราความหนาแน่นและการใช้งานในการส่งข้อความเป็นอย่างมากในช่วงวันที่ดังกล่าว 

โดยคาดการณ์ว่าเกิดจากเหตุที่คนไทยนั้นได้ใช้ Line ในการส่งต่อเลขเด็ด เลขนำโชคแก่กันและกันมากที่สุด ทำให้ Line ต่อยอดที่จะพัฒนาคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์คอหวยให้มากขึ้น โดยหากว่าคุณเป็นผู้ใช้งาน Line อยู่แล้วจะพบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว คอนเทนต์ที่ถูกนำเสนอจะเป็นการบอกถึงเลขเด็ดที่กำลังมาแรงและน่าซื้อ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากจะทำให้เกิดการเข้าถึงคอนเทนต์ที่มากขึ้นแล้วนั้น ก็ยังกระตุ้นให้เกิดการพูดคุยและการบอกต่ออีกด้วย 

ดูดวงเก่ง! 

เรียกได้ว่า “ความเชื่อ” เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างช้านานและยังคงอยู่แม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปสักแค่ไหนก็ตามแต่ โดย Line พบว่าพฤติกรรมของคนไทยนั้น ชื่นชอบที่จะดูดวงเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดเป็นการพัฒนาฟีเจอร์ และ คอนเทนต์ของ Line ดูดวง โดยช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานชาวไทยดูดวงมากที่สุดคือช่วงเวลา 7 – 9 โมงเช้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยนี้เช็คดวงทุกวันจริงๆ 

https://www.facebook.com/Thailand.Line/photos/pcb.3254740464542287/3254738724542461/

เสียงรอสายกับ Line Melody 

จากประเด็นที่เราได้กล่าวไปข้างต้นว่าสถิติผู้ใช้งานชาวไทยใช้งาน Line Call มากที่สุด ทำให้ทาง Line ได้เห็นถึงจุดนี้ และได้พัฒนาต่อยอดเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่พาย้อนกลับไปให้คิดถึงช่วงเวลาในอดีต อย่าง “เสียงรอสาย” ที่บอกได้เลยว่า ณ ปัจจุบันนี้เสียงรอสายโทรศัพท์นั้น ก็แทบจะไม่มีให้ได้เห็นกันแล้ว 

แต่ทาง Line ก็ได้มีการปัดฝุ่นเอากลับมา และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น โดยเสียงเพลงรอสายที่ได้รับความนิยมและเลือกใช้งานมากที่สุดในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็คือเพลง “รักติดไซเรน” ที่ฮิตติดลมบนจนตอนนี้ท่อนฮุคของมันก็ยังตราตรึงในความรู้สึกของเราทุกครั้งที่ได้คิดถึง … ไม่ได้อยากถามแต่แค่อยากรู้ว่าเธอนั้นรักฉันไหม? 

สุขแบบสุด ๆ ในช่วงเทศกาลไปกับ Line 

ตอกย้ำของความยืนหนึ่งของแฟลตฟอร์มยอดนิยมของชาวไทย จากสถิติการใช้งานที่มากแบบสุดๆ และจัดเต็มในช่วงเวลาของเทศกาลต่าง ๆ ของประเทศไทย อาทิ อย่างในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา พบว่า “ช่วงเวลาที่ได้มีการส่งข้อความหากันมากที่สุดคือช่วงเวลาตั้งแต่เที่ยงคืน – ตี 1 ของวันที่ 1 มกราคม 2563 โดยอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นสูงกว่า 6 เท่าของอัตราการใช้งานปกติ และมีการส่งภาพหากันสูงกว่าปกติถึง 8 เท่าอีกด้วย สื่อให้เห็นว่าพฤติกรรมการใช้งาน Line ของคนไทยนั้น ไม่ได้นิยมเพียงแค่ส่งข้อความเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังนิยมในการส่งรูปภาพอีกด้วย” 

จะเห็นได้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ Line ได้เข้ามาเปิดตลาดในไทย ก็ได้มีการปรับปรุงพัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ ให้มีความสะดวกสบาย และสอดคล้องกันผู้ใช้งานชาวไทยกันอย่างต่อเนื่อง 

และคาดการณว่าในไตรมาสถัดไป Line ก็คงจะมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ออกมาดึงดูดผู้ใช้งานชาวไทยให้หลั่งไหลไปใช้งานกันเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งหากถามตรง ๆ สำหรับตัวผู้เขียนเองก็ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบัน Line ได้เข้ามามีบทบาทในการติดต่อสื่อสารในชีวิตประจำเป็นเป็นอยากมาก 

และหากโทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่ 5 จะยกให้ Line เป็นปัจจัยที่ 6 ก็คงจะไม่ผิดไปเสียทีเดียว และก็หวังว่า Line จะคงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานชาวไทยให้คลอบคลุมมากขึ้นในอนาคต

อ่านบทความจาก LINE ได้ที่ : คลิกที่รูปภาพได้เลยครับ

https://www.facebook.com/Thailand.Line/posts/3254740464542287

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

NEWS UPDATE

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

Published

on

By

100 Trends ที่ควรรู้จัก ถ้าหากอยากตามให้ทันผู้บริโภคในปี 2020 

เมื่อไม่นานมานี้ทาง JWT ได้รวบรวมและเผยแพร่บทความที่สนใจหนึ่งกับเรื่อง 100 Trends ที่จะทำให้คุณสามารถเห็นพฤติกรรมในอนาคตของผู้บริโภคยุค 2020 ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

และถ้าหากยิ่งคุณเป็น นักการตลาด แบรนด์หรือ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใด ๆ ก็ตาม ต้องบอกเลยว่านี่คือข้อมูลสำคัญที่คุณจะต้องอ่านและทำความเข้าใจให้ดีเลยครับ เพื่อพร้อมเตรียมตัว และปรับตัว เพื่อให้เข้ากับ Trend ในอนาคตของผู้บริโภค 

และในข้อมูลชุดนี้ทาง J.Walter Thompson ได้รวบรวมข้อมูล The Future 100 จากทั่วโลก เพื่อเป็นการรวบรวมเทรนด์หรือกระแสที่กำลังมาแรงใน 10 หมวด คือ 

  • วัฒนธรรม
  • เทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • ท่องเที่ยวและการบริการ
  • แบรนด์และการตลาด
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • ความงาม
  • ธุรกิจขายปลีก
  • สินค้าประเภทหรู Luxury
  • สุขภาพ 
  • และสุดท้ายเป็นเรื่องการเงิน  

*โดยพวกเราจะทำการรวบรวมข้อมูลจากทั้งหมด 10 หมวด แบ่งออกมาเป็นหลายเทรนด์ ที่คิดว่าเหมาะสมที่จะนำมาปรับใช้กับประเทศไทยของเรา และมีแนวโน้มว่า อาจจะได้รับความนิยมจนกลายเป็นกระแสระดับประเทศได้ไม่ยาก ภายในปี 2020 นีี้ (ไม่ได้หยิบมาทั้งหมด 100 หัวข้อนะครับ)

 

Culture 

Data creatives 

ศิลปะในยุคใหม่ กำลังเชื้อเชิญให้เครื่องจักรได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน เพื่อที่จะนำวัสดุมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี มาเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสรรค์อนาคตของวงการศิลปะยุคใหม่ ทั้งสร้างสรรค์ความแปลกใหม่ของข้อมูล เทคโนโลยีจากทางเอเจนซี่ที่สร้างสรรค์โฆษณาในยุคดิจิทัลนี้ 

จึงเกิดเป็นความอิสระในด้านความคิดสร้างสรรค์ ที่มีเทคโนโลยีหรือเครื่องจักร เป็นสิ่งที่มาช่วยเสริมศิลปินและช่วยเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์จาก AI ที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้มากกว่ามนุษย์อยู่แล้ว 

What makes data so exciting for me is that it’s not just data, it’s kind of a memory. It’s a memory for a moment in life. 

Refik Anadol,(Media Artist + Director) 

สิ่งที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจสำหรับฉัน มันไม่ใช่ข้อมูล แต่มันเป็นความทรงจำ ที่เป็นความทรงจำ ณ ขณะหนึ่งในชีวิตRefik Anadol(Media Artist + Director) 

ติดตามชมผลงานของ Refik Anadol : http://refikanadol.com 

Breakup coaches  

New services are hitting the market to help modern daters heal after heartbreak. 

โค้ชเพื่อคนอกหักในยุคใหม่ เทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก จากข้อมูลของ SONARTM การวิจัยของ Wunderman Thompson พบว่าคนโสดกว่า 86% ในอเมริกามีอิสระอย่างมาก โดยพวกเขายังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า “การเป็นโสดเนี่ยแหละ จะได้สนุกกับหลายสิ่งในหลายเวลา เอนจอยที่สุด!” แต่ก็ยังมีอุปสรรคบางอย่างที่ทำให้หลายสิ่งที่พวกเขาต้องการยังเกิดขึ้นไม่ได้ในทันที 

แต่การมาถึงของ Breakup Tours เป็นบริการการท่องเที่ยวใหม่ ที่มุ่งเป้าไปที่คนโสดโดยเฉพาะ “เพื่อที่จะมาเยียวยาหัวใจอันอ่อนล้า ของคนโสดทั้งหลาย” โดยสามารถเลือกกิจกรรมที่เราต้องการออกไปร่วมกับผู้อื่น ผ่านแอปพลิเคชัน 

ด้วยการให้บริการในรูปแบบนี้ จะเป็นการกำหนดกรอบใหม่ของคนโสด ที่สามารถเพิ่มความสุข เยียวยาหัวใจให้มีความสุขได้อีกครั้งกับ “การสนทนากับคนใหม่ๆ ในวัฒนธรรมแบบเดิมๆ” Meck กล่าว 

Into the Multiverse  

ในเทรนด์ของมัลติเวิร์สได้รับแรงบันดาลใจจาก dystopic โปรเจค ที่พาให้เราต้องชะโงกหน้าออกไปดูจุดสิ้นสุด? ของโลก ของศิลปิน ของดีไซเนอร์ หรือ ที่สุดแห่งการทดลองมากมาย เพราะในโปรเจคนี้จะแสดงให้เราได้เห็นถึงความมัลติเวิร์สที่กำลังเป็นกระแสนิยมจนเกิดแรงกระเพื่อมไปกับทุกวงการ 

ในช่วงเดือนมิถุนายน 2020 ที่ Victoria & Albert Museum เชิญชวนให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสกับประสบการณ์สุดเหลือเชื่อใน “Wonderland” ในส่วนของเรื่องราวที่ลึกที่สุดจาก Alice’ s Adventures in Wonderland ที่เป็นเรื่องราวดั้งเดิมตั้งแต่จุดกำเนิดที่มีมากว่า 155 ปี

ซึ่งนิทรรศการนี้ได้แสดงความสร้างสรรค์ร่วมกับความเป็นมัลติเวิร์สให้เราได้เห็นว่า Wonderland ไม่ใช่ตัวละคร หรือเรื่องราวที่จะคงอยู่ที่เดิมตลอดเวลา แต่มันเดินทางอย่างต่อเนื่องผ่านแรงบันดาลใจ จนเกิดใหม่ได้ตลอดเวลา 

Tech & Innovation 

New Digital Communities  

เมื่อความยากของการสื่อสารในยุค Digital Communities ส่งผลให้ผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียออนไลน์นั้นสามารถสื่อสารกับเพื่อนในวงแคบ หรือเลือกโฟกัสให้คนเห็นสิ่งที่เราต้องการสื่อได้น้อยลง ตามที่เราเลือก อย่างเช่นการตั้งค่า “Close Friend ใน Instagram” หรือจะเป็นการกำหนดค่าอีกมากมายในแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง Facebook ที่สามารถตั้งค่าได้ว่า ต้องการเห็นสิ่งใดในหน้าฟีดของเราบ้าง ทั้งเพื่อที่ไม่ยากเห็น เพียงแค่กดยกเลิกการติดตาม แต่ยังสถานะเป็นเพื่อนกันอยู่ รวมถึงการปิดกั้นโฆษณาที่เจาะจงมากขึ้น  

ฉะนั้นนี่คือ “รูปแบบของการตลาดใหม่” กับผู้บริโภคที่มีกลุ่มเล็กลง และมีมุมมองที่แคบลงอีก การสร้างโอกาสในการโฆษณาหรือการเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภคกลุ่มเหล่านี้ “เราจะต้องปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนเพื่อน ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายทางการค้า เพื่อการเข้าถึงอย่างแท้จริง”  

(จะทำการตลาดแบบรู้ใจ Personalization ให้ลูกค้าเหมือนเพื่อน ต้องเก็บ Data อะไรบ้าง : https://www.everydaymarketing.co/knowledge/what-data-should-collect-for-start-personalized-marketing/) : ขอบคุณบทความจากการตลาดวันละตอน

The Privacy Era  

ยุคสมัยแห่งความเป็นส่วนตัวของข้อมูล  โดยปกติแล้วการเก็บข้อมูลโดยทั่วไปเพื่อผู้บริโภค นั้นมีเป้าประสงค์เพียงสิ่งเดียวคือ “ต้องการให้เราใช้ชีวิตได้สะดวกและราบรื่นมากขึ้น จากการเก็บข้อมูลเหล่านั้น” 

แต่แล้วผู้คนก็ต้องหวาดกลัวการเก็บข้อมูลอีกครั้ง เพราะว่าในยุคสมัยที่เทคโนโลยีโตอย่างรวดเร็ว และเข้าถึงได้ในเกือบทุกภาคส่วน การรั่วไหลของข้อมูลไม่ใช่เรื่องที่น่าขันอีกต่อไป เนื่องจากข้อมูลส่วนตัวมากมายของเราที่ไม่มีโอกาสรู้ได้เลยว่า “มันมีข้อมูลอะไรอยู่บ้าง แล้วรั่วไหลไปที่ไหน แล้วจะเป็นอย่างไรต่อเมื่อข้อมูลเหล่านั้นรั่วไหลออกไป”  

และในยุคสมัยแห่งความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ที่ทุกคนกำลังต้องการอยู่นี้ ทาง Apple ได้กระโจนลงสู่เทรนด์นี้ก่อนใครเพื่อน ด้วยความมั่นใจใน IOS ของตัวเองกับ IOS13 ที่มาพร้อมกับแพลตฟอร์มทุกรุ่นจาก Apple ว่าจะสามารถเก็บความเป็นส่วนตัวได้อย่างดีเยี่ยม จะไม่มีใครสามารถควบคุมข้อมูลของคุณได้ นอกจากตัวคุณเอง 

This idea that we can control our own data and our digital identity is not a figment of our imagination or a wild hope for the future, it’s actually possible.Brittany Kaiser, data transparency advocate 

(ความคิดที่ต้องการจะควบคุมข้อมูลของพวกเราเอง หรือเอกลักษณ์ข้อมูลทางด้านดิจิทัลของเรา ที่ได้จินตนาการและหวังเอาไว้สำหรับอนาคต ซึ่งแน่นอนว่า มันจะเป็นจริงได้)  

Haptic Tech  

เมื่อมนุษย์เราถูกเปิดโลกให้มองกว้างออกไปมากกว่าเดิม ด้วยระบบ VR หรือ AR การมองที่เปลี่ยนไปไม่ได้หยุดความพึงพอใจไว้แค่นั้น กับการสัมผัสเองก็มี VR เช่นกัน เป็นการทำงานของปลอกนิ้วมือ ที่ทำให้เราสามารถสัมผัสถึงสิ่งต่างๆ ได้ “แม้ไม่ต้องสัมผัสสิ่งเหล่านั้นจริงๆ” ด้วยการทำงานร่วมกันของ AR (Augmented Reality) กับ VR (Virtual Reality) ด้วยการเปิดตัวของเจ้าเทคโนโลยีปลอกนิ้วนี้ในงาน CES 2019 ที่พร้อมจะกระโจนเข้าสู่ตลาดในช่วงปี 2020 พร้อมกับมี Alibaba เป็นหัวหอกในการสนับสนุนเจ้าปลอกนิ้วตัวนี้ ให้ผู้บริโภคสินค้าจาก  Alibaba ได้สัมผัสผิวของสินค้าจริงก่อนซื้อ 

Touch is important for creating trust and empathy, such as when babies first create a connection with their mother by a simple touch. Ryo Tada, designer, Fulu  

(การสัมผัสนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมันสร้างความเชื่อมั่น ความไว้ใจ เสมือนกับทารกแรกเกิด ที่ได้รับการสัมผัสอย่างนุ่มนวล จากแม่นั่นเอง) 

Travel & Hospitality 

Slow Travel 

หลายครั้งเราอาจจะเห็นคอนเทนต์หรือการแนะนำการท่องเที่ยว ด้วยการนั่ง “รถไฟ” ในการเที่ยวแต่ละที่ เพราะรถไฟนั้นค่อนข้างไปได้ต่อเนื่อง รวมถึงระยะทางและเวลาที่ยาวไกลในการเดินทาง ทำให้คนเรา 

“ไม่รู้สึกเร่งรีบต่อการเดินทาง ไม่มีแรงกดดันในการท่องเที่ยว หรือการใช้ชีวิตจากโลกภายนอก 

และด้วยความตื่นตัวเรื่องสภาพอากาศ ที่หลายประเทศหันมาปรับปรุงระบบการขนส่งสาธารณะ ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น การนั่งรถไฟเพื่อท่องเที่ยวถึงแม้จะช้า แต่ทำให้เราได้สัมผัสกับบรรยากาศรอบด้านอย่างเต็มอิ่ม จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง โดยที่การท่องเที่ยวแบบนั่งรถยนต์จะไม่มีทางหาประสบการณ์แบบนี้ได้เลย อีกทั้งรถไฟในปัจจุบันยังมีความหรูหราเพิ่มเติมเข้ามาอีก ทำให้การท่องเที่ยวแบบ Slow Travel เป็นที่นิยมมากขึ้น 

Legacy Preservation  

ทางด้านการท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวหลายล้านชีวิต เดินทางในแต่ละประเทศ พวกเขามักกังวลว่า การเดินทางไปท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะไปทำลายประเพณี หรือวัฒนธรรมในแต่ละสถานที่ได้ ดังเช่นการตลาดที่ปรับตัวให้เข้ากับความชื่นชอบของนักท่องเที่ยว จนลืมไปว่าแต่ก่อนตัวเองเป็นอย่างไร และสุดท้ายก็สูญเสียวัฒนธรรมความเป็นตัวเองไปเสียหมด 

ทำให้แพลตฟอร์มอย่าง Airbnb แบบภาษาจีนได้มีการเปิดรับท่องเที่ยวที่มาเที่ยวประเทศจีน ได้มีโอกาสเข้าไปเรียนรู้วัฒนธรรมจีนตามแหล่งต่างๆ ทั้งด้านวัฒนธรรมหรือขนบธรรมเนียมประเพณีกับผู้เชี่ยวชาญอีก 40 คน โดยทางด้าน Mia Chen หัวหน้าฝ่ายการตลาดได้กล่าวไว้ว่า 

“we want to inspire a combination of travel and participation in cultural heritage experiences” 

(เราต้องการให้แรงบันดาลใจรวมเข้ากับการท่องเที่ยวและการมีส่วนร่วมในประสบการณ์ของการเรียนรู้วัฒนธรรมไปด้วยในตัว)  

Social Stays  

เมื่อนักท่องเที่ยวเลือกการเดินทางแบบอิสระ ด้วยการเดินทางคนเดียวมากขึ้น และโรงแรมต่างๆ เองก็เริ่มตื่นตัวแล้วว่า พวกเขาต้องส่งเสริมเรื่องการบริการที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาคนเดียว จะได้รับการบริการหรือความบันเทิงแบบเต็มรูปแบบเช่นเดิม 

ดังเช่นรูปแบบการท่องเที่ยวที่ทางแอปพลิเคชัน  Airbnbได้จัดตั้งเอาไว้ ว่าให้ตัวเองเป็นมากกว่าที่พัก หรือโรงแรม เพราะจะมีการเปิดตัวกิจกรรมรูปแบบใหม่ เพื่อนำเสนอการท่องเที่ยวที่สามารถเข้าไปสัมผัสวัฒนธรรม ชุมชน จนทำให้พวกเขาเป็นศูนย์กลางที่มีประสิทธิภาพช่วยดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงชุมชน และได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ แม้ท่องเที่ยวด้วยตัวคนเดียว 

Brands & Marketing  

Gamefluencers 

รู้หรือไม่ว่า GlobalDATA กำลังคาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมหรือธุรกิจเกี่ยวกับวงการเกม จะโตขึ้นจนมีมูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ได้ภายในปี 2568 นี้ และแน่นอนว่า “แบรนด์ต่าง ๆ ต้องมีความอยากได้ส่วนแบ่งจากเงินก้อนโตของอุตสาหกรรมนี้อยู่แล้ว”  

หากเราติดตามในวงการเกมหรืออุตสาหกรรมนี้อย่างใกล้ชิด คุณจะได้เห็นแบรนด์รองเท้ายักษ์ใหญ่ถึง 3 ค่ายด้วยกัน ที่กระโจนเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้ก่อนใครเพื่อน เมื่อปี 2019 Ninja สตรีมเมอร์ชื่อดังที่สุดในโลก ได้ทำสัญญาร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Adidas เรียบร้อยแล้ว

และ Nike เองก็ไม่น้อยหน้าไปกว่านั้น ด้วยการทำสัญญากับผู้เล่นในโปรลีกของเกม League of Legends 

แต่อย่าคิดว่ามีเพียงแค่แบรนด์สปอร์ตเท่านั้น ยังมีแบรนด์เครื่องสำอางอย่าง Winky Lux และ Mac Cosmetics ก็ได้เข้าเซ็นสัญญาสนับสนุนสตรีมเมอร์สาวชื่อดังอีกหลายคนเช่นกัน 

อีกหนึ่งแบรนด์ที่ใครก็คุ้นหู ในรูปแบบของกระเป๋าสุดหรู Louis Vuitton ร่วมจับมือ League of Legends ทำสกินรูปแบบใหม่ในชื่อว่า “สกินแห่งศักดิ์ศรี” ให้กับตัวละครหนึ่งภายในเกมเมื่อปี 2019 และคาดว่าในปี 2020 จะมีอีกหนึ่งตัวละครตามติดมาแน่นอน 

Analog Renaissance 

มนุษย์เราที่กำลังยอมแพ้ “ต่อแรงคิดถึงแห่งความแอนาล็อก” ยุคที่ไม่ว่าใครก็ต้องใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลมากมายในชีวิตประจำวัน แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับความคิดถึงที่มีต่อยุคสมัยแห่งแอนาล็อก ที่สามารถเสนอความแปลกใหม่ “ในรูปแบบเดิม” 

ที่หลายคนอาจจะไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ทำให้สามารถกลับมาสัมผัสได้อีกครั้งในยุคนี้ ไม่ว่าจะได้ความชอบส่วนบุคคล หรือด้วยความอยากร่วมกระแส จนเกิดเป็นกระแสให้ชวนคิดถึงยุคสมัยเก่าอีกครั้ง 

ในประเทศไทยเองก็เห็นชัดอยู่หลายวงการ ที่เริ่มดึงตลาดความเป็นแอนาล็อกกลับมา ไม่ว่าจะเป็นการกลับมาทำแผ่น CD เพลงขายอีกครั้ง หรือแม้กระทั่งการทำเพลงอัดเทปคาสเซต รวมไปถึงแผ่นเสียงเองก็ยังมีทำให้ใหม่อยู่เสมอ กับวงดนตรีสมัยใหม่ด้วย อีกหนึ่งรูปแบบความเป็นแอนาล็อกที่คนเราหวนคิดถึงมาก

จนทำให้ยุคสมัยแห่ง “กล้องฟิล์มกลับมาอีกครั้ง” ไม่ว่าจะเป็นใครคนไหน ก็ต้องเริ่มมองหากล้องฟิล์มของตัวเอง เพื่อได้ถ่ายรูปฟิล์มจากมือเราสักใบอย่างแน่นอน 

“เพราะหลายสิ่งในยุคดิจิทัล มีสิ่งรบกวนต่อชีวิตของคนเรามากเกินไป การแสวงหาด้วยแรงคิดถึงจากยุคแอนาล็อก จึงชัดเจนมากยิ่งขึ้น” 

Asia’s generation Z 

ยุคที่คน Generation Z กำลังมีจำนวนมากขึ้นในแถบเอเชีย ซึ่งแน่นอนว่าในแถบเอเชียหลายประเทศยังไม่ได้เจริญมากพอ ที่จะสามารถรองรับคนรุ่นใหม่ได้ในเวลาระยะสั้น ด้วยชุดความคิดที่แตกต่าง การใช้ชีวิตที่แตกต่างไปจากเดิม หลายประเทศยังคงบริหารด้วยการบริหารจากคนที่มีอายุมากกว่า Gen Z เกือบหนึ่งเท่าของอายุ หรืออาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ 

สิ่งที่น่าสนใจคืออัตลักษณ์ ความนิยมที่ทันสมัยมากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง หรือการเปลี่ยนแปลงในอีกหลายเรื่อง ที่หากหลายแบรนด์ต้องการทำการตลาดในยุคนี้  

“จะต้องทำความเข้าใจ และสามารถตอบสนองต่อคน Gen Z ให้ได้ เพื่อเป็นการขับเคลื่อนไปในทางที่ดีขึ้น”  

Food & Drink  

Anti-Instagram Interiors  

การต่อต้านอินสตาแกรม ที่ร้านอาหาร Lucky Cat ในลอนดอน ตัดสินใจเป็นผู้บุกเบิกเป็นร้านแรก เมื่อปี 2019 ภายใต้คอนเซปต์สุดตื่นตากับคำว่า มองมาที่ฉันสิด้วยการจัดแต่งร้าน ดีไซน์ให้สามารถดึงดูดสายตา และสะกดลูกค้าภายในร้านให้ตกอยู่ในภวังค์ของร้าน ได้มากกว่าการที่จะต้องแชร์ประสบการณ์ หรือถ่ายทอดสิ่งที่เราเห็นผ่านเลนส์โทรศัพท์ 

หลายคนที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะยังไม่รู้ว่า ร้าน Lucku Cat เป็นของ Gordon Ramsey เชฟผู้มีทั้งฝีมือและฝีปากที่เหนือใคร ร้านของเขาถูกรังสรรค์ให้เหมือนกับอาหารจานหนึ่งที่ทั้งเลิศหรู ดึงดูดสายตาจนผู้ทานไม่สามารถมองไปที่อื่นได้ ทำให้การดีไซน์ร้าน Lucky Cat ของ Krassa ผู้เป็นดีไซเนอร์ให้กับร้านนี้ พูดออกมาดังประโยคด้านบนเลยว่า 

ยุคแห่งการสัมผัสเรื่องราวผ่านเลนส์กล้อง จะต้องหมดลงไป โดยที่สิ่งรอบตัวของพวกเขาดึงดูดสายตา ความรู้สึกมากขึ้น ผ่านลวดลายการตกแต่ง ความแตกต่างของผิวสัมผัส ที่ทั้งเห็น และสัมผัสได้ต่อหน้าของพวกเขา 

Solving the Surplus 

วิธีการลดปัญหา เรื่องขยะจากผู้บริโภคในการสั่งซื้ออาหารจากแอปพลิเคชันเดลิเวอร์รี่ วันหนึ่งมีผู้คนจำนวนมากมายที่เลือกหยิบโทรศัพท์มือถือ แล้วสั่งอาหารที่พวกเขาอยากกินผ่านแอปเหล่านั้นอย่างง่ายดาย และทุกครั้งที่มีการสั่งซื้ออาหาร “จำนวนขยะสิ้นเปลืองจากการบรรจุอาหาร” ก็จะเพิ่มมากขึ้นโดยใช่เหตุ

ทำให้ในเดือนกันยายนปี 2019 ได้มีการปล่อยแอป Swedish food-waste app Karma ออกมา โดยได้รับความร่วมมือจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดังอย่าง Electrolux ที่เป็นการติดตั้งตู้เย็น หรือที่กระจายอาหารจากการเดลิเวอร์รี่ ซึ่งหากใครที่เข้าใช้งานแอปพลิเคชั่นนี้ แล้วสามารถมารับอาหารได้เองตามจุดที่ Electrolux ได้ติดตั้งตู้เย็นเอาไว้ จะได้รับการลดราคาอาหาร 

“การลดขยะจากการส่งอาหารแบบเดลิเวอร์รี่นั้นไม่ได้ยากเลย เพียงแค่การร่วมมือกันระหว่างแอปพลิเคชันส่งอาหาร กับองค์กรต่างๆ ร่วมมือกัน เพื่อลดขยะสิ้นเปลืองเหล่านั้นได้ ดังเช่นแอป Swedish food-waste app Karma”  

Hot new ingredients  

วัตถุดิบที่ถือกำเนิดใหม่ แบบที่จะพลิกวงการเกษตรกร หรือวงการอาหารได้ไม่ยากเลย โดยสิ่งที่น่าสนใจในวัตถุดิบใหม่มีด้วยกัน 3 ตัว 

Solein Powder 

ในวัตถุดิบตัวแรก เป็นผงที่สามารถให้โปรตีนได้สูงถึง 65% เมื่อเทียบกับถั่วเหลืองหรือสาหร่าย แต่ถ้าหากคุณรู้กระบวนการผลิตเจ้าผงโปรตีนตัวนี้จะต้องอึ้งแน่นอน! เพราะการผลิตผงตัวนี้ไม่ใช้ทั้งการเกษตร หรือการประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำช่วยแต่อย่างใด เป็นเพียงแค่การผสมของ อากาศ น้ำ และไฟฟ้าไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้นเลย 

Watermelon Seeds 

ในเอเชียเราจะรู้กันดีว่า เจ้าเมล็ดแตงโมนี้เป็นเพียงของกินเล่นในยามว่างเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากไปกว่านั้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่า มูลค่าตลาดของเมล็ดแตงโมนั้นมีการคาดการณ์เอาไว้ว่า ในปี 2025 อาจจะมีมูลค่ากว่า 751 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว ทำให้เกิดการผลิตที่เกี่ยวกับเมล็ดแตงโมในรูปแบบใหม่ โดยทำเหมือนกับว่ามันเป็นถั่วชนิดหนึ่ง ทั้งการทำ เนยก้อน หรือ เนยทาขนมปังในรูปแบบเดียวกับเนยถั่วนั่นเอง 

Butterfly pea flower 

การใช้งานดอกอัญชัน ที่ให้สีฟ้า หรือน้ำสีฟ้าอย่างบริสุทธิ์ ทำให้พ่อครัวหรือนักปรุงอาหาร เลือกใช้งานมากขึ้น ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก นอกจากการปรุงอาหารเบื้องต้น ยังมีการผสมผสานไปถึงวงการค็อกเทล การทำเหล้าได้อีกด้วย 

“ประเด็นเรื่องสภาพอากาศหรือความยั่งยืนของอาหาร ได้รับความสนใจมากขึ้น ในวัตถุดิบที่พวกเขาใช้ ทั้งหมวดหมู่อาหารหรือเครื่องดื่ม ทำให้การใส่วัตถุดิบลงไปในหมวดหมู่ต่างๆ ได้รับการใส่ใจที่มากขึ้น”  

Retail

(AR)etail

เทคโนโลยีด้านการซื้อขายมีการวิวัฒพัฒนามากยิ่งขึ้น ซึ่ง ณ ที่นี้ก็คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า AR การแสดงภาพเสมือนจริง นับได้ว่าเทคโนโลยีที่เปิดประตูที่เปิดสู่ยุคใหม่ของการซื้อขายแบบเดิมๆ  

ปัจจุบันหลากหลายแบรนด์ หลากหลาบริษํทก็ได้มีการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยี AR ให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าสิ่งดังกล่าวจะเข้ามาสร้างประสบการณ์ใหม่ของการช้อปปิ้ง, โดยบริษัทที่ได้เริ่มนำเทคโนโลยีเหล่านี้มากใช้อย่าง IKEA ในสาขาของเมืองนิวยอร์ก ที่ได้เปิดห้องแสดงสินค้า ที่คุณสามารถเดินดูสินค้าโดยสวมใส่อุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาร่วมกันไมโครซอฟ บริษัทซอฟแวร์ยักษ์ใหญ่ของโลก ที่สร้างประสบการณ์เลือกสินค้าเสมือนจริงที่คุณสามารถเลือกได้ทั้งรูปแบบและสีของสินค้า 

“มันได้ให้ความรู้สึกถึงสถานที่และอารณ์ที่เหมือนจริงเป็นอย่างมาก ซึ่งการแสดงเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบดังกล่าวนี้ ช่วยสร้างทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดีเป็นอย่างมากกว่าการช้อปปิ้งแบบเดิม ๆ ” 

โดยสิ่งที่ทำให้เทคโนโลยี AR น่าสนใจเป็นอย่างมาก ก็เพราะว่าเป็นโครงการนวัตกรรมใหม่ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา โดยยกระดับที่เพิ่มขึ้นจากการเข้ามาของเทคโนโลยีการเชื่อมต่อความเร็วสูงอย่าง 5G ที่คาดว่าจะเป็นการส้รางประสบการณ์ใหม่ของการช้อปปิ้งที่ไม่เคยมีจากที่ไหนมาก่อน 

และเทคโนยี AR ก็ถือว่าอาจจะเป็นสิ่งที่จะเข้ามามีส่วนทำให้ประสบการณ์ของการช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีมากขึ้น และสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นต่อเหล่าขาช้อปออนไลน์ทั้งหลายอีกด้วย 

Subscription goes east 

จะเป็นอย่างไร เมื่อการจ่ายเงินสมัครสมาชิกมันไม่ได้มีไว้สำหรับการสมัครเพียงแต่หนังสือพิมพ์ หรือ ฟิตเนตอีกต่อไป 

สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นระบบนิเวศที่สำคัญต่อชีวิตมากที่สุดโดยเพราะในประเทศที่มีการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีประเทศหนึ่งในโลกอย่างญี่ปุ่น, โดยที่คุณสามารถที่จะสมัครสมาชิกสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มในบาร์ การตัดผม เครื่องสำอางค์ หรือกิจกรรมเพื่อความสวยความงาม รถยนต์ ชุดสูท หรือแม้กระทั้งสิ่งใหญ่ๆ อย่างบ้านพัก 

Subscription คือการสมัครสมาชิกโดยมีการตกลงที่จะชำระในอัตราที่ได้กำหนดเอาไว้ เพื่อแลกกันสินค้าหรือบริการที่สร้างความสะดวกสบายให้กับตัวสมาชิกที่มากขึ้น และยังสร้างความประหยัดต่อหน่วยเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับอัตราการจ่ายเงินในรูปแบบปกติ ซึ่ง ณ ตอนนี้รูปแบบของ Subscription มีอยู่อย่างมากมายและหลากหลาย แต่ก็ยังมีข้อพิพาทในกรณีที่ว่าการใช้จ่ายแบบ Subscription ในบางกรณีนั้นมันมีเส้นบางๆ ระหว่างการซื้อกับการเช่า 

สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจ คือ เนื่องจากว่าเจนเนเรชั่นนี้มีการเข้ามาสู่ระบบ Subscription เพราะว่าเห็นว่ามีความประหยัด อีกทั้งยังสะดวกสบาย และคุ้มค่าที่จะจ่ายให้กับการบริการเหล่านั้น มากไปกว่านั้นก็คือความหลากหลายและการพัฒนาของสินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างทันถ่วงที รวดเร็วอีกด้วย 

Luxury

Jet-setting pets 

ปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงได้ถูกรับการปฎิบัติที่ดีมากขึ้น และถูกดูแลในฐานะของสมาชิกในครอบครัว อีกทั้งยังมีเจ้าของที่มีฐานะ ที่อยากจะนำสัตว์เลี้ยงไปพักผ่อนในวันหยุดที่โรงแรมสุดหรู สถานที่สุดพิเศษที่มากยิ่งขึ้น 

จึงไม่แปลกที่ผู้ประกอบการหลายท่านขานรับเทรนด์นี้ทำให้ โดย ณ ตอนนี้จากเดินที่สายการบินต่าง ๆ ที่เคยปฎิเสธและหันหลังให้กับการอนุญาติให้เจ้าของสามารถนำสัตว์เลี้ยงขึ้นเครื่องบิน เปลี่ยนมาเป็นอณุญาติให้สามารถนำขึ้นเครื่องได้แล้ว 

บริษัท VistaJet หนึ่งในบริษัทเช้าเหมาลำเครื่องบินส่วนตัวที่อยู่ในมอนตา เผยว่า ปัจจุบันนี้นั้น อัตราจำนวนของสัตว์เลี้ยงที่ถูกนำมาขึ้นเครื่องบินนั้น เพิ่มสูงมากขึ้นถึง 104% ตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งผมว่า อัตราจำนวนผู้โดยสารบนเครื่องบิน มีเป็นสัตว์เลี้ยงถึง 1 ใน 4 ของผู้ใช้บริการทั้งหมดของสายการบิน 

ซึ่งแนวโน้มที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงต่างๆ เหล่านี้นั้น มีอัตราที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้หลายๆ ธุรกิจในตอนนี้เริ่มจะมีการปรับตัวให้สามารถรองรับการบริการดังกล่าวเหล่านี้แล้ว ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ สำหรับธุรกิจที่จะต้องมีการปรับตัวเพื่อสัตว์เลี้ยงของผู้ใช้บริการ 

และสิ่งที่ทำให้น่าสนใจเพราะว่า “ความหรูหราและค่าใช้จ่ายสำหรับให้สัตว์เลี้ยงมีเพิ่มมากขึ้น” โดยเฉพาะกับประเทศจีนมีข้อมูลว่า เหล่าคนโสดจะเสียเงินจับจ่ายให้กับสัตว์เลี้ยงสูงถึง 40% อีกด้วย ซึ่งเมื่อพูดถึงตัวเลขก็เป็นอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ 

Biodata Services 

ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในการวิเคราะห์ DNA ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้มีความรวดเร็วที่มากขึ้น ลดความหน่วงในการประมวลผลให้สั้นยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นอีกหนึ่งกุญแจที่จะไขไปสู่การใช้ชีวิตของมนุษย์ในอีกระบบหนึ่ง ในด้านของการใช้ข้อมูลส่วนนี้เพื่อใช้สำหรับความสะดวกสบายและเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ใช้ที่มากขึ้น 

อาทิในปี 2020 ที่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้มีร้านซูชิที่ได้ใช้ข้อมูลด้าน BIO Samples มาใช้ในการออกแบบซูซิแบบ 3 มิติโดยที่ภายในซูซินั้จะถูกออกแบบตามความต้องการของเหล่านักทานอีกด้วย

ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะเชื่อมโยงกับความต้องการทางโภชนาการของแต่ละบุคคลที่ถูกวิเคราะห์จากข้อมูลอีกด้วย และจะทำให้เห็นว่าการใช้ประโยชน์ด้าน BIO Samples มีส่วนช่วยเป็นอย่างมากสำหรับการตอบสนองผู้ใช้ในรายบุคคล 

แม้ว่าจะดูแปลกใหม่ในปัจจุบัน แต่เชื่อได้เลยว่าเทคโนโลยีและนวัตกรรมดังกล่าวจะเป็นเรื่องที่ธรรมดามาก ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้

สิ่งที่สร้างความตื่นเต้นของนวัตกรรมดังกล่าวนี้ก็คือ นักวิทยาศาตร์ได้มีการใช้ตัวอย่าง DNA มาวิเคราะห์ยีน เพื่อค้นหารูปแบบการแต่งหน้าที่จะสามารถดึงดูดซึ่งกันและกันได้ 

ซึ่งราคาที่ว่านั้นก็ไม่แพงต่อย่างใดอีกด้วย หรือในอีกกรณีหนึ่งที่คล้ายกันของบริษัทในสิงค์โปร์ ที่ได้เปิดบริการจับคู่ โดยใช้ข้อมูลด้าน BIOData และใช้อัลกอริทึมที่พัฒนาในบริษัท ที่ได้รับความร่วมมือในการพัฒนาร่วมกันทั้งในญี่ปุ่นและสิงค์โปร 

ที่จะเป็นการเปลี่ยนการบริการจัดหาคู่แบบเดิมๆ มาเป็นการจับคู่โดยอาศัยข้อมูลด้านดีเอ็นเองนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าอีกหนึ่งข้อดีของบริการนี้ก็คือการลดความเสี่ยงของโรคที่จะเกิดขึ้นตามพันธุกรรมนั่นเอง (ธุรกิจหาคู่แบบจับคู่ DNA)

แม้ว่าจะมีการถกเถียงกันมากมายพอสมควรว่าการทดสอบด้านพันธุกรรมนั้นจะมีความถูกต้องและแม่นยำหรือไม่ ขนาดไหน แต่ก็มีอีกหลายๆฝ่ายเชื่อว่ามันมีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้เป็นข้อมูลในการนำมาใช้งานและอ้างอิงได้ และเชื่อว่าในอนาคตข้อมูลเหล่านี้นั้นจะนำไปสู้การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ มากขึ้นอีกด้วย 

Health

Digital Spas

แน่นอนว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีสองด้านเสมอ เทคโนโลยีก็เช่นกันที่เบื่อครั้งนั้นเทคโนโลยีและโซเซียลมีเดียก็ได้สรา้งปัญหาอยู่บ่อยครั้ง ในรูปแบบของการป่วยทางจิตนำไปสู่สุขภาพดีที่ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ผู้ใช้จ่ายจำเป็นต้องระมัดระวังในการใช้งานที่มากขึ้น และใช้อย่างมีสติและมีลิมิตในการใช้งานของตนเองอีกด้วย 

ในเดือนพฤษภาคม 2019 ได้มีการเปิดตัว Dazed Beauty Digital Spa ซึ่งถูกออกแบบมาให้คุณได้มีสุขภาพที่ดีและมีความสุขมากยิ่งขึ้น เพื่อลดความตรึงเครียดจากชีวิตประจำวันที่มากขึ้น โดยมีผลกระทบหลักมาจากโลกดิจิทัล

ซึ่งรูปแบบธุรกิจนี้ได้มีแนวคิดมาจากการที่ “คนในปัจจุบันได้ตกหลุมพลางของเทคโนโลยีจนทำให้เสียสุขภาพไป

ดังนั้นในสปาดังกล่าวนี้จะเป็นโปรแกรมยาวที่จะใช้ในการบำบัดอาการที่เกิดจากเทคโนโลยี โดยกิจกรรมจะมีตั้งแต่การโยคะ สตรีมดนตรีที่ผ่อนคลาย และการฝึกหายใจ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้ จะก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกสำหรับผู้ที่เข้ารับการบำบัด ผ่อนคลายความตึงเครียดจากการอยู่บนโลกออนไลน์มากเกินไป

โดยหากจะอ้างอิงข้อความหลาย ๆ งานวิจัยก็จะพบว่า “ในอนาคตนั้นจะมีการพัฒนาเครื่องมือที่จะมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพที่มากขึ้น หรือแม้แต่การรักษาสุขภาพที่จะมีวิวัฒนาการของเทคโนโลยี ไปใช้การดูแลแบบดิจิตอลมากขึ้น เช่นการใช้แอพบำบัด ซึ่งมีตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดจากจากประเทศสวีเดน ที่มีการเปิดตัวรูปแบบของการดูแลดิจิตอลในกรณีของโรคซึมเศร้าที่จะไม่ต้องใช้ยาอีกต่อไป 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ “แม้ว่าปัญหาจากการใช้งานด้านเทคโนโลยีจะมีมากและสร้างปัญหาได้อย่างมากมาย” แต่หากใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะมีส่วนช่วยเป็นอย่างมากสำหรับผู้ใช้งาน 

ซึ่ง ณ ที่นี้ เมื่อเทคโนโลยีทำให้เกิดอาการเจ็บป่วนได้หลายอย่าง ก็สามารถใช้เทคโนโลยีมาใช้สำหรับการรักษาและบำบัดได้เช่นกัน เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีขึ้นสำหรับผู้ใช้ง่ายและคนปกติธรรมดาทั่วไปนั่นเอง  

Finance

Carbon Credit 

ลองจินตนาการถึงโลกที่มีการทำธุรกรรมต่างๆ ที่คุณจะมีเครดิตตามอัตราการปล่อยคาร์บอนของคุณ 

ความคิดเหล่านี้ถือว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่เฟ้อฝันและทำไม่ได้อีกต่อไป เพราะว่านวัตกรรมดังกล่าวนี้นั้นอยู่ใกล้กว่าที่คิดและกำลังถูกพัฒนาเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

โดยมีแนวคิดที่จะผนวกการใช้ชีวิตที่คงอยู่กับธรรมชาติได้อย่างเป็นมิตรและยั่งยืนมากกว่าที่เคย ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในอัตราที่น้อยลง  

ซึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน โดยสามารถเห็นได้จากสถิติของชาวสหรัฐ 89% ที่กล่าวว่าพวกเขามีการรีไซเคิลในบ้านของตัวเอง แต่มีเพียง 52 % เท่านั้นที่ทำได้ และยังมีอีก 85% ที่หลีกเลี่ยงการใช้งานของพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว แต่ก็มีเพียงแค่ 20% เพียงเท่านั้นเช่นกันที่ทำได้ 

แน่นอนว่าผู้ที่มีส่วนร่วมและรัฐบาลก็อยากจะมีผลักดันให้ตัวเลขของสถิติจำนวนที่ทำสำเร็จมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น  

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ผู้คนในปัจจุบันนั้นตระหนักถึงผลกระทบของสิ่งที่ตนเองทำที่เกิดกับสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มมากขึ้น และมีอัตราความต้องการที่จะมีชีวิตที่อยู่กับธรรมชาติได้อย่างยั่งยื่นมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนมีความสนใจที่จะเรียนรู้วิธีที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนเหล่านั้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมาก ที่จะทำให้เกิดโลกสีเขียวใบใหญ่ให้เกิดขึ้นได้จริง ในเร็วๆ นี้ 

Biometric Payments 

เงินสดในมือของเราในตอนนี้ จะเริ่มถูกสั่นคลอนจากการเพิ่มขึ้นของการชำระเงินจากการใช้ข้อมูลด้านชีวภาพ  

ในปี 2018 ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมของ Google คาดการณ์ไว้ว่า จะมีผู้คนมากกว่า 1.2 พันล้านคนที่กำลังจะโอนย้ายไปเข้าสู่ระบบของการชำระเงินแบบไบโอเมตริกซ์ภายในปี 2020 นี้ 

ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถสแแกนและประมวลผลไบโอเมตตริกได้ทั่วโลก นำไปสู่การรักษาความปลอดภัยและการชำระเงินที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอนว่าก็ยังทำให้การทำธุรกรรมต่างๆ มีความสะดวกสบายและราบรื่นเพิ่มมากยิ่งขึ้น 

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เพราะว่าเนื่องจากว่าระบบของไบโอเมตริกซ์นั้น มีการใช้ข้อมูลของการเคลื่อนที่และเคลื่อนไหวของหลอดเลือด ซึ่งมันไม่สามารถที่จะทิ้งร่องรอยได้

อีกทั้งยังไม่สามารถที่จะคัดลอกได้ ทำให้มันเป็นการชำระเงินในอุดมคติที่มีความปลอดภัยสูงในการใช้งานแบบระบุตัวตนนั่นเอง 

Financial therapy 

ความไม่มั่นคงด้านเศรษฐกิจทำให้ความมั่นคงทางด้านการเงินถูกสั่นคลอน จนนำไปสู่ความเครียดที่จะต้องได้รับการบำบัดทางการเงิน ซึ่งมีส่วนช่วยที่จะทำให้ผู้คนสามารถจัดการปัญหาทางด้านอารมณ์ต่อควากังวลด้านการเงินเพิ่มมากขึ้น  

จากผลสำรวจของ Gallup เผยว่าในเดือนเมษายน ปี 2562 ชาวอเมริกนกว่า 25% ได้มีความกำลังเกี่ยวกับรายได้ภายในครอบครัวของพวกเขา ซึ่งมันขัดกับค่าใช้จ่ายของพวกเขาเป็นอย่างมาก 

ซึ่งมีนักจิตวิทยากล่าวว่า “ปัญหาดังกล่าวนี้นั้นเปรียบเสมือนกับบาดแผลทางความรู้สึกที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาเพื่อให้ผู้คนเหล่านั้นสามารถที่รองรับและรับมือกับความรู้สึกได้ เมื่อเผชิญกับปัญหาทางด้านการเงินอย่างเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย”

ทำให้มีองค์กรมากมายที่เข้ามาให้ความรู้และคำแนะนด้านการเงิน เพื่อช่วยทำให้ผู้คนเหล่านั้นได้มีที่พึ่งสำหรับการปัญหาทางด้านการเงินที่เกิดขึ้นนั้นเอง ซึ่งจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ใช้สำหรับการบำบัดด้านการเงินก็คงจะไม่ผิดไปเสียทีเดียว 

เพื่อจะได้เปลี่ยนจากผู้ที่เป็นหนี้ สู่การหมดหนี้ หรือรู้หนทางของการแก้ไขจัดการปัญหาเรื่องหนีสิน และเพิ่มอัตราการลงทุนและการออมให้บุคคลเหล่านั้นเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย 

ความน่าสนใจอยู่ที่ตรงปัญหา “เรื่องของสุขภาพทางอารมณ์และจิตใจเป็นอีกหนึ่งปัญหาระดับแนวหน้าที่จะได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน และพ่วงไปถึงปัญหาทางด้านการเงินที่ก่อให้เกิดความกังวลและความเครียด” ทำให้จะต้องได้รับการรักษาและบำบัดทางด้านการเงินเช่นกัน เพื่อให้คนเหล่านั้นหลุดพ้นกับปัญหาดังกล่าวนั่นเอง 

Subscription-based insurance 

อุตสาหกรรมทางด้านการประกันภัย ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตและปัจจุบันในอัตราที่เชื่องช้ามากๆ กำลังก้าวเข้ามาสู้โมเดิลธุรกิจแบบ Subscription ที่กำลังจะกลายมาเป็นบรรทัดฐานของการประกันภัยในยุคต่อๆไป 

ตัวอย่างของโมเดิลธุรกิจที่รู้จักการเป็นอย่างดีสำหรับการทำแบบ Subscription ก็คือ Netflix ที่สิ่งต่างๆ เหล่านี้นั้น กำลังเปลี่ยนมาเป็นบรรทัดฐานใหม่สำหรับการธุรกิจในยุคปัจจุบัน 

ซึ่ง ณ ที่นี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องของธุรกิจประกันภัย ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงด้านการคุ้มครองที่จะให้ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกได้ว่าจะเลือกคุ้มค่าอะไรบ้าง ซึ่งเป็นในอัตราค่าธรรมเนียมแบบประจำหรือรายเดือน ซึ่งสามารถที่จะยกเลิกได้ตลอดเวลาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย 

สิ่งที่ทำให้มันน่าสนใจก็เพราะว่าแต่เดิมการประกันภัยจะเน้นการสมัครการคุ้มครองแบบรายปี และไม่สามารถที่จะเลือกการคุ้มครองด้วยตัวเองได้ 

แต่ปัจจุบัน ธุรกิจดังกล่าวได้เล่งเห็นแล้วว่า สิ่งต่างๆ ในอดีตนั้น ไม่สอดคล้องการการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ทำให้เขาคิดผลิตภันฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างตรงจุด และให้ความรู้สึกคุ้มค่าในการเลือกใช้งานนั่นเอง 

Branded Payments 

จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่ให้ความคุ้มครองผู้บริโภคด้านการเก็บคุ้กกี้ (Cookie) เวลาท่องเว็บที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อเก็บข้อมูลการใช้งานของยูสเซอร์ นำไปต่อยอดได้ในอนาคต

และด้วยเหตุผลข้อนี้ “ทำให้ผู้บริโภคกำลังมีความลังเลว่าจะสามารถที่ไว้ใจการชำระเงินว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ทางมองข้อมูลด้านการเงินให้กับแหล่งการทำธุรกรรมต่างๆ เหล่านี้” 

ตัวอย่างที่น่าสนใจ อาทิของ Uber ในปี 2020 ที่ได้มีการเปิดแผนกใหม่เป็นแผนกด้านการเงินการธนาคารที่ได้มีการริเริ่มเสนอบัตรเดบิตและปรับปรุงตัวเลือกการชำระเงินของผู้ใช้บริการภายใต้แบรนด์ของตนเอง ค่าใช้จ่ายจริงแบบ Real Time ภายในการทำธุรกรรมภายใต้ Uber นั่นเอง 

อีกทั้งในปัจจุบัน คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ก็ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รองรับการชำระเงินแบบใหม่ๆ ภายในธุรกิจอีกด้วย เช่นของ Apple ที่ได้มีการออกแบบให้รองรับการใช้งานบัตรเดรดิต บัตรเดบิตผ่านอุปกรณ์ของตนได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใสตรวจสอบได้ ทำให้ลูกค้าของตนมีประใช้ง่ายที่ง่ายสะดวกสบาย และปลอดภัยอีกด้วย

และทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่เหล่านักการตลาด ผู้ประกอบการ หรือแม้คนที่กำลังสนใจในเรื่องของ Future Trend ควรอ่านและทำความเข้าใจกันเลยครับ เพื่อการรับมือต่อ “พฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2020”

หากสนใจอ่านเทรนด์อื่น ๆ สามารถเข้าไปอ่านเทรนด์ทั้งหมดของ Future 100 ได้ที่ : https://www.jwtintelligence.com/trend-reports/the-future-100-2020/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
LIFESTYLE4 วัน ago

เจาะใจไรเดอร์ สถานการณ์ Grab Food เชียงใหม่ ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ?

CREATIVITY2 สัปดาห์ ago

สสว. เปิดคอร์สออนไลน์สายปั้นคอนเทนท์ “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” ฟรี!!

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

บรรเทาทุกข์ COVID 19 กรมสรรพากรลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 1.5%

LIFESTYLE4 สัปดาห์ ago

“รวม 10 Podcasts ทั้งไทยและเทศ ที่คนทำธุรกิจไม่ฟัง … ไม่ได้แล้ว”

INNOVATION1 เดือน ago

พฤติกรรมผู้บริโภคยากแท้หยั่งถึง! เทคโนโลยีจึงสำคัญ Audience+ เลยถือกำเนิด

MARKETING TIPS1 เดือน ago

“Line” แอปพลิเคชันยืนหนึ่งในโซเชียลมีเดียไทย กับสถิติสุดเจ๋ง ที่ติดตาม

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

MARKETING TIPS2 เดือน ago

“คุณแม่ยุคใหม่ หัวใจดิจิทัล” เจาะลึกอินไซต์กับพฤติกรรมการซื้อผ่าน E-Commerce ของเหล่าคุณแม่

CREATIVITY2 เดือน ago

7 ตัวอย่าง Model ธุรกิจแบบ Subscription – เทรนด์ใหม่ของธุรกิจ 2020

CREATIVITY2 เดือน ago

พาส่อง Ad ตรุษจีน จากแบรนด์ระดับโลกประจำปี 2020

NEWS UPDATE3 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

NEWS UPDATE1 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY11 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

LIFESTYLE1 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS10 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY7 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

EDUCATION10 เดือน ago

จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

MARKETING TIPS6 เดือน ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

Facebook

Trending