Connect with us

MARKETING TIPS

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

เพราะการยิงแอด (Facebook Ad) คือเครื่องมือที่มีกลุ่มเป้าหมายรอจ่ายเงินซื้อของอยู่มากที่สุด “ไม่ว่าเจอปัญหาอะไร คุณก็แค่ต้องปรับ”

Published

on

สำหรับนักการตลาด ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และเอเจนซี่ ที่คลุกคลีอยู่กับ Facebook และการยิงแอด น่าจะเข้าใจกันดีกับ “ความเยอะ!” ในการปรับเปลี่ยนฟังชั่น อัลกอริทิ่ม หรือกฎต่าง ๆ ของ Facebook มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้บางคนต้องยอมยกธงขาว ยอมแพ้กันไป

และสำหรับคนที่ยังสู้ต่อไป อยากให้เข้าใจกันว่า “คุณกำลังเดินถูกทาง” ถ้ายังเลือกที่จะทำธุรกิจ หรือขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ต่อไป “Facebook เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรปล่อยทิ้งไป (แต่แนะนำให้เพิ่ม Channel อื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน)

เพราะเมื่ออ้างอิงจากข้อมูลก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มี Advertising Audiences” สูงที่สุด และคงหาคู่แข่งได้ยากมาก ๆ

อ่าน สรุป 15 สถานการณ์สำคัญ Digital 2019 ที่นักการตลาดต้องรู้!! ได้ที่นี่

และในเมื่อเรายังคงต้องเช่าพื้นที่บน Facebook เพื่อทำธุรกิจกันต่อไป สิ่งที่เราต้องทำก็คือ “ปรับตัว” เพื่อให้สอดคล้องไปตาม “กฏ ระเบียบ และกติกาที่จะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้กันไปต่อ”

ณ จุดจุดนี้ เชื่อเหลือเกินว่า “หลายธุรกิจอาจจะไม่เคยยิงแอด ทำโฆษณาบน Facebook มากก่อน” แต่เมื่อเจอสถานการณ์ปรับลด Reach (การเข้าถึง) ของหน้า Feed Fanpage ส่งผลให้หลายคนหันมาศึกษา เรียนรู้ที่จะยิงแอดด้วยตัวเองกันมากขึ้น

และในฐานะที่พวกเราเป็น Agency อีกหนึ่งเจ้าที่มีลูกค้าตั้งแต่กลุ่ม SME ขนาดย่อม ไปจนถึง Enterprise ขนาดใหญ่ บางรายยิงแอดกันงบตั้งแต่วันละ 100 บาท ไปจนถึง 100,000 บาทเลยทีเดียว

“พวกเราจึงเก็บรวบรวมข้อมูลจากเหล่าผู้ประกอบ นักการตลาด และคนยิงแอด จากธุรกิจเหล่านั้นมา 60 ธุรกิจ มาสรุปมาเป็น 3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้น”

ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่า “นี่เป็นเพียงข้อมูลที่ทำขึ้นจาก การพูดคุย แบบสำรวจ และวิเคราะห์โดยทีมงาน H.I.P. Marketing Studio เท่านั้น” เพื่อเป็นแนวทางเริ่มต้นยิงแอด ทำโฆษณาในปี 2020 กันได้อย่างราบรื่น

1. 90% ตอบว่าปัญหาคือ “การเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน ตั้งเท่าไรก็ไม่ตรง”

  • หนึ่งในปัญหาหลักและปัญหาใหญ่ ที่เหล่าหลายจะต้องเจออย่างแน่นอน กับการเลือกกลุ่มเป้าหมายในการยิงแอด ที่หลายครั้งอาจจะเลือกตั้งกลุ่มเป้าหมายจนมี Potential Audience Size สูงเกินไป กว้างเกินไป (Potential Audience คืออะไร)

    ถึงแม้ว่า เมื่อปล่อยโฆษณาออกไปแล้ว จะมีคนเห็นโพสต์นั้นเยอะก็จริง แต่ก็อาจจะแลกมาด้วย “กลุ่มเป้าหมายของแอดกว้างซะจนหาคนซื้อไม่ได้เลย”
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายแทบตายแต่สุดท้ายได้ใครก็ไม่รู้! เชื่อว่าหลายคนเคยประสบปัญหานี้ ปัญหาในการยิงแอดออกไปแล้ว ใส่กลุ่มเป้าหมายโดยละเอียด ทั้งอายุ เพศ ความสนใจ แต่สุดท้ายกลับมีแต่คนที่คิดว่า “ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมาคลิก”
  • ไม่เข้าใจว่า “ควรตั้งความสนใจอะไร” แล้วลูกค้าจะซื้อ เช่น สินค้าเป็นธุรกิจความงาม ควรตั้งความสนใจว่า “Beauty” หรือ “Cosmetic” หรือไม่ ?

สาเหตุของปัญหาการตั้งกลุ่มเป้าหมาย และวิธีการแก้ไข

ต้องยอมรับเลยว่า “ปัญหาหลักของการยิงแอด” ก็คือ “การตั้งกลุ่มเป้าหมาย” หรือการตั้ง Target Audience แต่ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่า “การตั้งกลุ่มเป้าหมายมันไม่มีสูตรตายตัว ใส่ความสนใจนี้ แล้วจะขายได้” ทั้งนี้อาจจะเป็นเพียงแนวโน้มว่าจะขายได้เท่านั้น และสำหรับวิธีแก้ที่แนะนำก็คือ

1. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่จะขายของให้จากใจจริง : ลงลึกไปถึงความสนใจของพวกเขาจริง ๆ อย่าเอา “ความสนใจที่มาจากตัวสินค้าเป็นที่ตั้ง” แต่ควรเอาความสนใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง

เช่น สินค้าเป็นเครื่องสำอาง ก็สามารถเอาความสนใจเป็น Pantip หรือ Wongnai มาตั้งก็ได้หากกลุ่มเป้าหมายของเราสนใจ

หรือหัดนำข้อมูลลูกค้าวิเคราะห์บ้าง จาก ข้อมูลเชิงลึกของแฟนเพจ (วิธีการใช้งานเครื่องมือนี้)

2. ศึกษาวิธีการทำ ฺBuyer Persona เพื่อลงลึกเข้าใจความต้องการ ปัญหา ของลูกค้าที่แท้จริงว่าคืออะไร โดยแนะนำให้อ้างอิงจากฐานลูกค้าเก่าเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มบุคคล มากกว่าการ “คิดว่าเค้าเป็นแบบนี้” เพื่อข้อมูลที่ตรงมากที่สุด

ตัวอย่าง Buyer Persona

คลิก Download Buyer Persona Template

3. หันมาให้ความสำคัญกับการทำ Funnel : โดยการค่อย ๆ ดักลูกค้าจากความสนใจของคนรับชมวิดิโอ หรือ Conversion บน Website และค่อย ๆ ทำกลุ่มเหล่านั้นมาทำ Custom Audience และ Look A Likes ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

2. 80% ตอบว่าปัญหาคือ “ไม่สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนยอดไลค์ให้เป็นยอดขายได้” เราทำผิดตรงไหน ?

เคยเห็นไหมกับบาง Post ที่มีการเข้าถึงที่มาก ยอด Like สูง แต่หลังบ้าน กลับมียอดขายที่ไม่ได้มากตาม นั้นก็เพราะว่าการยิงแอดของคุณอาจจะมีประสิทธิภาพแค่การสร้างยอดการเข้าถึงเพียงเท่านั้น แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการสร้างขายเอาเสียเลย ซึ่งนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สืบเนื่องมาจากการตั้งกลุ่มเป้าหมายผิดจุดในข้อแรกอีกด้วย

ปัญหาเรื่องยอดขายอาจจะเกิดมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ พร้อมวิธีแก้ไข

  • คุณอาจจะรู้จักและเข้าใจฟังก์ชั่นของเครื่องมือยิงแอดได้ไม่มากพอ

    รู้หรือไม่ ว่าการยิงแอดของ Facebook นั้น ไม่ได้มีเพียงการเลือกแค่ยิงแอดแบบ เน้นการเข้าถึง สร้างยอดการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเครื่องมือให้ได้ใช้กัน

    เช่นเดียวกันกับการตั้งค่าความสนใจ ที่มีมากกว่า พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายและความสนใจเพียงเท่านั้น หากแต่ว่ามันยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ใช้ประกอบกัน เพื่อจะได้กับกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าที่ตรงกับธุรกิจจริงๆและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

    ทำความเข้าใจการเลือก Objective ให้มากขึ้นที่นี่คลิก
  • คุณอาจจะเลือกตำแหน่งการวาง Ad มากเกินไป เพราะที่ดีที่สุดคือ Automation Placement

    1. หากคุณตั้งค่าให้ Place Ad เฉพาะหน้า Feed คุณอาจจะพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้าที่รอคุณอยู่อีกหลายช่องทางก็ได้

    2. หากจะ Edit Placement แนะนำเป็น เลือก 4 Placement ขึ้นไปจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า

     3. ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “เลือกแบบ Automation Placement” ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบได้ศึกษา และหาช่องทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • คุณอาจจะยิงแอดแบบไร้จุดหมาย เน้นทุ่มเงินมากกว่าวางแผน

    หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า “การยิงแอด” คือการแข่งขันว่าใครงบจะหนาก็กัน แต่ต้องบอกก่อนเลยครับ นี่คือความจริงเพียงเสี้ยวนึงเท่านั้น เพราะส่วนตัวแล้วสิ่งที่แข่งกันมาที่สุดก็คือ “การวางกลยุทธ์” ต่างหาก

    เบื้องต้นก่อนที่จะยิงแอดครั้งต่อไป ลองวางแผนตามหัวข้อต่อไปนี้ดูก่อนก็ได้

    1. Segmentation : แบ่งกลุ่มเป้าหมาย
    2. Ads Optimization : ตีโจทย์ให้แตก ปรับการสื่อสารให้โดน
    3. Scheduling Your Campaigns : กำหนดเป้าหมาย / ระยะเวลา ให้ชัดเจน
    4. Managing Your Budget Wisely : บริหารงบประมาณ วางตำแหน่งให้เหมาะ
    5. Tracking Your Results : สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล ให้ตรงจุด
  • คุณอาจจะไม่เข้าใจการดู Ad Performance เลยว่า Ad ชุดไหนดี ไม่ดี ควรเปิดต่อ หรือปิดไปเลย

    การวิเคราะห์ Performance ของ Ad แต่ละตัวคือช่วงที่สำคัญเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับการตั้งกลุ่มเป้าหมาย หรือการสร้างคอนเทนท์ เพราะนี่คือตัวชี้วัดเลยว่า “คุณควรไปต่อ หรือต้องยกธงขาวกับแอดตัวนี้ดี”

    โดยรูปแบบการวัดผลมีให้ศึกษากันมากมายหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและเห็นชัดที่สุดก็คือ การวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

โดยระบบการวัดผลจะถูกแบ่งออกมาเป็น 3 ตัวหลักๆ


1. Quality Ranking (จัดอันดับเชิงคุณภาพของ ADS) : หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


2. Engagement Rate Ranking (จัดอันดับเชิงการมีส่วนร่วมของ ADS) : Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


3. Conversion Rate Ranking : (จัดอันดับการคอนเวิร์สของ ADS) หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการคลิกคอนเวิร์สเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ : บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

3. 70% ตอบว่าปัญหามาจาก ทำ Content ที่ไม่น่าสนใจ และไม่ตรงตามกฎ ของ Facebook

สำหรับเรื่องของคอนเทนท์หลัก ๆ จะประกอบไปด้วย 2 ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือ “คอนเทนท์ขายไม่ได้” และ “คอนเทนท์ผิดกฏยิงแอดไม่ผ่าน”

แก้ปัญหาปัญหาคอนเทนท์ขายไม่ได้

1. ก่อนที่จะลงมือทำคอนเทนท์ สร้างโพสต์สำหรับขายสินค้าสักหนึ่งชิ้น จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ยุคนี้เป็นยุคที่คนกำลังมองหา Total Experience สนใจผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าวิธีการ”

จึงต้องหันมาทำคอนเทนท์ เน้นการสร้างประสบการณ์ในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่าต้องหันมามองเป็น “Total Experience” ที่แต่ละช่วงของ Audience (Customer) Journey ตั้งแต่มีความต้องการ – รู้จักแบรนด์ – ศึกษาหาข้อมูล – ตัดสินใจ (Call to Action) เชื่อมต่อร้องเรียงเข้าด้วยกัน

ซึ่งการสร้าง Total Experience จึงครอบคลุม Audience Journey เพื่อวางแผนให้ครบทุก Touch Point ในการเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

และรูปแบบการเขียน มีให้เลือกมากมาย ตามประเภทของสินค้าและบริการ ทั้งนี้คงตอบชัดไม่ได้ว่า “อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุด” เพราะสุดท้ายแนะนำให้ทดสอบใน Ad Set ครั้งละ 5-6 ตัว เพื่อแข่งขันจนหาตัวที่ดีที่สุด

2. ทำความเข้าใจสินค้าของตัวเองให้มากก่อนลงขาย เข้าใจการหยิบประเด็น คีย์สำคัญของสินค้ามาเขียน ยกตัวอย่างเช่น การทำความเข้าใจสินค้าในแต่ละ Layer

3. ลองเอา Flow การเขียนแบบ Problem – Agitate – Solve (PAS) ไปลองใช้

สูตรยอดนิยม ที่ครีเอทเตอร์ชอบนำมาใช้ตอบโจทย์คนอ่าน/ลูกค้า โดยมีวิธีการดังนี้


Identify a problem – อธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะต้องแสดงถึงความเข้าใจถึงปัญหานั้นจริงๆ *ทำให้คนอ่านรู้สึกให้ได้ว่า “เราเข้าใจปัญหานั้นจริงๆ”


Agitate the problem – กระตุ้นปัญหาเหล่านี้ให้คนอ่านเห็นภาพ ว่ามันสำคัญมากแค่ไหน หากไม่ได้รับการแก้ไข เช่น กระทบอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อชีวิต


Solve the problem – นำเสนอ “สินค้า/บริการ” เข้าไปเป็นวิธีแก้ปัญหาให้คนอ่านเข้าใจง่าย เข้าถึงได้

ถ้าคิดไม่ออกลองดูไอเดียได้ที่ : Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

หรือลองอ่านรายละเอียดของ Creative Tips ที่ Facebook ลงเอาไว้

แก้ปัญหาคอนเทนท์ยิงแอดไม่ผ่าน ผิดกฏ Facebook

กฏหลายข้อคิดว่าทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า “อะไรคือคำว่าผิดกฏ” และไม่สามารถใช้คำนั้น รูปนั้นได้ แต่มีเรื่องที่คนส่วนใหญ่พลาดกันตาม Checklist ต่อไปนี้

Checklist สินค้า

▪ ไม่อนุมัติแน่ถ้าเป็น สินค้าของก๊อปแบรนด์เนม
▪ สินค้า 18+
▪ อาวุธ ความรุนแรง หรือแม้แต่ปืนบีบีกัน

 Checklist การใช้คำพูด

▪ ต้องบอกให้ชัดเลยว่าเราขายอะไร
ตัวอย่างเช่น :

❌ มาลองฟรี! ของดี ใช้แล้วหน้าหายพัง!
✔ เซรั่มมุกุ ใช้ได้แล้วดี ดูแลผิวหน้า แจกตัวทดสอบฟรี!!

▪ ห้ามตั้งคำถาม หรือเจาะจงลักษณะของ User!! (ข้อนี้หลายคนพลาด)

ตัวอย่างเช่น :

❌ คุณเป็นสาว SIZE ใหญ่ใช่มั้ย ??? มาลองเลยกลัวอะไร!
✔ ร้านนี้เลย! เสื้อผ้าสำหรับสาว SIZE ใหญ่ คืนความมั่นใจ!

❌ คุณกำลังตกงานอยู่ใช่มั้ย ? คลิกตรงนี้มีข่าวดีมาบอก
✔ เปิดรับสมัคร “นักการตลาด” อาชีพที่คุณอาจหลงรัก

▪ ห้ามมีคำหยาบ (แม้แต่คำว่า โครต! ก็ผิดแล้ว)

▪ โฆษณาเกินจริง โอเวอร์เคลม

ตัวอย่างเช่น :

❌ คลิกเลย คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน
✔ พอลล่าลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน เมื่อใช้คอร์สของเรา *การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

หากลองสังเกตดูเทรนด์การยิง ADS ในปัจจุบันนี้ สำหรับตัวธุรกิจแล้ว เรื่องยอดการเข้าถึงหรือว่ายอด Reach ถือว่ามันได้ Out ไปแล้ว นั่นก็เพราะว่า สุดท้ายแล้วเป้าหมายในการยิงแอดของแต่ละธุรกิจก็คือเรื่องของ “ยอดขาย”

ดังนั้นเป้าหมายของการยิงแอด อาจจะไม่ใช่เป็นการยิงหว่าน เพื่อหาลูกค้าอีกต่อไป หากแต่จะเป็นการยิงแอด เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อจะได้สื่อสารไปยังกลุ่ม Last Customers จนสร้างยอดขายให้กับธุรกิจให้ได้นั่นเอง

และสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มยิงแอดครั้งต่อไป ขอแนะนำให้อ่าน 6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook ที่พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปอัปเดตกับ Facebook Chiangmai Agency Acceleration ในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CONTENT TIPS

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

Published

on

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

ช่วงนี้ค่าแอดแพงขึ้นทุกวัน “SEO” หรือ “Search Engine Optimization” น่าจะเป็นคำตอบของใครหลายคนครับ .ซึ่งรูปแบบการทำ SEO จะไม่ใช่การซื้อโฆษณาเพื่อสร้าง Taffic ครับ แต่เป็นการผลักดันเว็ปไซต์ให้ติดอันดับใน Google โดยการทำเว็ปให้เป็นมิตรกับ user และการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ครับ

สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มต้นศึกษา และทำ SEO (มือใหม่แนะนำให้อ่านอันนี้ก่อนครับ (https://hip-th.me/marketing-tips/3001/) น่าจะเคยเจอปัญหาว่า :

1. จะรู้ได้ยังไงว่าคีย์เวิร์ดนี้ปัจจุบันเว็ปเราอยู่อันดับที่เท่าไร ?

2. ไปจ้างทำ SEO จะรู้ได้ไงว่าอันดับเว็ปขึ้นจริง ?

3. แล้วจริง ๆ แล้ว มีคีย์เวิร์ดไหนบ้าง ที่เว็ปเราติดอันดับ ?

คำถามเหล่านี้จะถูกตอบแน่นอนครับ “ด้วยเครื่องมือฟรีเหล่านี้” ที่เราเอามาฝากกัน :

1. Google Search Console : หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อเก่าอย่าง Google Webmaster Tools นี่คือสุดยอด “เครื่องมือฟรี” จาก Google เพื่อให้เราทราบว่า “สถานะของเว็ปไซต์เราปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง” เช็กได้เลยว่าคีย์ไหนเหมาะแก่การนำมาทำ SEO คีย์ไหนคนคลิกเยอะ พร้อมทั้งติดตามและตรวจสอบสุขภาพของเว็ปไซต์อย่างใกล้ชิดอีกด้วย

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

ใช้งานได้ที่ : https://search.google.com/search-console/

2. SERPROBOT (SERP Checker – Google Ranking Check) : เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้าน SEO ที่มีบริการให้เราได้ทดสอบอันดับเว็ปไซต์ ตามคีย์เวิร์ดที่เลือกได้มากมาย แถมยังมีฟังชั่นพิเศษในการเลือกประเทศ และให้ใส่คีย์เวิร์ดทดสอบพร้อมกันได้หลายคีย์อีกด้วย แถมผลลัพธ์ก็ชัดเจนไม่เบาครับ

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

ใช้งานได้ที่ : https://www.serprobot.com/serp-check.php

3. SERPmojo : ลักษณะการใช้งานจะใกล้เคียงกับ SERPROBOT เลยครับ แต่ที่เด็ดกว่าคือ เราสามารถเช็กได้แบบ Realtime ทันใจ เนื่องจากจะเป็นระบบที่ให้บริการผ่านแอปเท่านั้นครับ

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ใช้งานได้ที่ (รองรับ android เท่านั้นนะครับ) : http://serpmojo.com/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

MARKETING TIPS

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

ในสถานการณ์ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับ foodpanda ที่ต้องเริ่มสู้กับเจ้าอื่น ๆ ที่พึ่งเปิดตัว ไม่ว่าจะ Gojek ที่พึ่งรีแบรนด์จาก Get Thailand ไปหมาด ๆ หรือ LINE MAN, Wongnai แพลตฟอร์มร้านอาหารที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ทำให้ foodpanda ต้องสู้อย่างหนักในสนามแห่งนี้ที่มีแต่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่น่ากลัว!

Published

on

ในสถานการณ์ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใช้สิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มความสะดวกสบายให้กับตัวเอง เช่นเดียวกับ foodpanda ที่ต้องเริ่มสู้กับเจ้าอื่น ๆ ที่พึ่งเปิดตัว ไม่ว่าจะ Gojek ที่พึ่งรีแบรนด์จาก Get Thailand ไปหมาด ๆ หรือ LINE MAN, Wongnai แพลตฟอร์มร้านอาหารที่กำลังมาแรงในตอนนี้ ทำให้ foodpanda ต้องสู้อย่างหนักในสนามแห่งนี้ที่มีแต่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันที่น่ากลัว!

ทำให้ foodpanda แตกแขนง Q-commerce ของตัวเอง โดยจะมี 3 pillars หลัก ๆ ด้วยกัน คือ “speed – convenience – variety” ซึ่งจะมาเป็นต้นแบบธุรกิจอย่าง pandamart ที่เป็นโมเดลล่าสุดภายใต้ Quick Commerce ทุกอย่างต้องรันด้วยความเร็ว และสะดวกสบาย

เครดิตภาพจาก marketing oops

ล่าสุดแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่น้องใหม่จาก foodpanda อย่าง pandamart ที่ออกมาเฉิดฉายสักพักแล้ว ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่สินค้าอุปโภค และสินค้าบริโภคที่มีสินค้าให้เลือกสั่งซื้อมากกว่า 2,500 รายการ สามารถสั่งได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยรูปแบบในการสั่งสินค้า สามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น foodpanda ในหมวดหมู่ ข้าวของเครื่องใช้ อาหารแห้งและเครื่องดื่ม โดยยังคงคอนเซปของการเป็น Q-commerce ของตัว foodpanda เอง ด้วยการเน้นการส่งที่รวดเร็ว และเคลมว่าจะถึงมือผู้บริโภคภายใน 20 นาที และที่สำคัญสามารถสั่งซื้อสินค้ากับ Partner ค้าปลีกเจ้าอื่นได้ผ่าน foodpanda ไม่ว่าจะเป็น CP Freshmart, Gourmet Market, Tesco, Lawson, Beauty Buffet ฯลฯ รวมอีกมากกว่า 2,700 ราย

เครดิตภาพจาก marketing oops

แน่นอนว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามยุคสมัย ซึ่งผู้บริโภคเองก็มีสิทธิ์ในการเลือกใช้บริการ แต่สิ่งที่ควรยึดหมั่นเสมอคือ การมอบความสะดวก และประสบการณ์ดี ๆ ให้กับลูกค้า ปัจจุบัน pandamart ที่ใช้ในการสต๊อกสินค้ามีทั้งหมด 7 พื้นที่ในกรุงเทพ เช่น ลาดพร้าว, วัฒนา, สาทร, สุทธิสาร, งามวงศ์วาน, บางนา และธนบุรี

โดยทำเลที่ตั้งจะดูตามความหนาแน่นของประชากรในแต่ละพื้นที่ ความต้องการในการใช้งาน และความนิยมในการใช้บริการ foodpanda แน่นอนว่าในเร็ววันนี้เราอาจจะได้เห็น pandamart ของ foodpanda ขยายออกไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ในแต่ละจังหวัด หลังจากที่ลองเชิงการตลาดด้วยการเปิดให้บริการมาหลายเดือนที่ผ่านมา ยอดขายเป็นที่น่าพอใจ โดยโมเดลมีอยู่ 2 แบบคือ หักค่าคอมมิชชั่นจากพาร์ทเนอร์ค้าปลีก และเก็บรายได้จากการจำหน่ายสินค้าด้วยตัวเองในโมเดลค้าปลีกเต็มตัว

สำหรับการตลาดแบบใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาทในเร็ว ๆ นี้ นั่นคือ การปั้นสินค้าเครื่องดื่ม และอาหาร R&D ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นโมเดลล่าสุดของ foodpanda ที่เริ่มเปิดตัวบางสินค้าอาหาร เช่น ชานมไข่มุก (Want T), ไก่ทอด JFC (Jackson Fried Chicken) และพาสต้า ให้ทุกคนมาลิ้มลองได้ พิเศษสำหรับใครที่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังเติบโตภายในแบรนด์ foodpanda สามารถนำรายการอาหารเหล่านี้ ซื้อเป็นแฟรนไชส์ได้ แต่มีเงื่อนไขคือ ขายเฉพาะแอปพลิเคชั่น foodpanda เท่านั้น!

สิ่งสำคัญของ foodpanda ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่อะไร แต่เป็นการให้บริการที่รวดเร็ว การลงทุนเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคให้ได้ตรงจุด และการปรับตัวเอง ปรับการตลาดให้เข้ากับยุคสมัยในปัจจุบันที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปเรื่อย ๆ

ข้อมูลจาก : marketing oops และ The Standard

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

MARKETING TIPS

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

ด้วยยุคสมัยที่กำลังถูกความง่าย และความสะดวกสบาย ค่อย ๆ กลืนกินไปทีละน้อย ทำให้ตลาดค้าปลีกในออนไลน์ในไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากเทียบในปี 2019 จากมูลค่าตลาด 1.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี 2020 เป็น 2.20 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึง 35%

Published

on

By

ด้วยยุคสมัยที่กำลังถูกความง่าย และความสะดวกสบาย ค่อย ๆ กลืนกินไปทีละน้อย ทำให้ตลาดค้าปลีกในออนไลน์ในไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด หากเทียบในปี 2019 จากมูลค่าตลาด 1.63 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นในปี 2020 เป็น 2.20 แสนล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงถึง 35% 

ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social
ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social

ทั้งนี้จากข้อมูล Mobile E-Commerce Adoption จาก We Are Social เปิดเผยว่า ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2020 นี้ คนไทยใช้งาน E-Commerce ผ่านมือถือไปกว่า 71% สูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับโลกที่ 52% ถือว่าสูงพอสมควร และอีกหนึ่งข้อมูลที่เปิดเผยออกมา ยอดผู้เข้าซื้อสินค้าโดยตรงแทนการค้นหาบน Google พุ่งทะยานขึ้นไปถึง 82% เลยทีเดียว

สถิติล่าสุดของ E-Commerce ปี 2020

สรุปจากข้อมูลสถิติสำหรับ E-Commerce ในปี 2020 แยกออกมาเป็น 3 เทรนด์มาแรงได้ ดังนี้

  • หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (Supermarket) สูงถึง 73% : โดยเฉพาะในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตรงกับการล็อกดาวน์ เนื่องจากผู้คนไม่ได้ออกมาซื้อของนอกบ้าน ต่างก็เลือกกักตุนผ่านออนไลน์กันหมด
  • หมวดสินค้าไอที (Reatil Tech) สูงถึง 50% : ด้วยการปรับเปลี่ยนอย่างกะทันหัน ของรูปแบบการทำงานเป็น Work From Home ทำให้ยอดการสั่งซื้อมอนิเตอร์ หรือเครื่องเล่นเกมพกพา และคอนโซลได้รับความนิยมสูงขึ้น
  • หมวดตกแต่งบ้าน (Furniture) : เช่นเดียวกันกับเหตุผลด้านบน เพราะเป็นช่วงที่ต้องอยู่บ้านเป็นเวลานานนั่นเอง
ขอขอบคุณภาพจาก : We Are Social

และสุดท้ายกับอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจอย่างมากคือ ปกติแล้วเราจะคิดว่า มีเพียงแค่คนรุ่นใหม่เท่านั้นที่สะดวกจะจ่ายเงินผ่านมือถือ แต่ปรากฏว่า จากข้อมูลของทาง We Are Social พบว่า “คนทุกเพศทุกวัย สะดวกจ่ายเงินผ่านมือถือทั้งสิ้น”

แนวโน้ม E-Commerce ในปี 2021 จาก 2 เสือยักษ์ในไทย

ขอขอบคุณภาพจาก : Positioning Magazine

โดยทางด้าน “คุณธนาวัฒน์ มาลาบุปผา CEO จาก ‘Priceza’ ” กล่าวคาดการณ์ว่าธุรกิจ E-Commerce ในประเทศไทยมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอีก 50% สำหรับปี 2021 ที่กำลังจะถึงนี้ เพราะอัตราการเติบโตในลักษณะนี้มันไม่ใช่เพียงแค่พฤติกรรมที่ถูกบังคับไปตามสถานการณ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะเริ่มติดใจในความสะดวกสบายกันแล้ว ทำให้ “การซื้อ” “การขาย” ลงสู่ Marketplace และ Social Media ได้รับความสนใจถึงมากที่สุด ทำให้ทุกฝ่ายยินดีที่จะเรียนรู้และปรับตัวเข้าสู่ระบบนี้กันมากขึ้น

ขอขอบคุณภาพจาก : The Bangkok Insight

ทางด้าน “คุณวราวุธ นาถประดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติ Kerry Express” ได้กล่าวว่า ตัวเขานั้นมองเห็นพฤติกรรมการจัดส่งพัสดุที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแปรผันตรงกันกับยอดการขายสินค้าออนไลน์ ผนวกกับวัฒนธรรมความรู้สึกห่วงใยญาติมิตรในช่วงสถานการณ์เช่นนี้ มีผลทำให้ยอดการใช้บริการ Kerry Express โตขึ้นถึง 50% ทั้งรูปแบบ “B2C” และ “C2C” และคาดการณ์เอาไว้ว่า จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลช้อปปิ้งออนไลน์ อย่าง 11.11 หรือ 12.12 ในช่วงสิ้นปีนี้

ขอขอบคุณภาพจาก : BrandAge

บวกกับความเห็นจากทาง คุณกล้า ตังสุวรรณ CEO บริษัท Wisesight เว็บไซต์ผู้ให้บริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดียอันดับ 1 ได้กล่าวถึงพฤติกรรมการใช้งานสื่อ Social Media ของคนไทยว่า “ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอัตราการใช้งาน Social Media เพิ่มมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่ทางด้านการโต้ตอบ แสดงความเห็น แต่เป็น การสื่อสารถึงกันแทนการเจอตัวกันมากกว่า” 

ทำให้คาดการณ์ผลสรุปโดยรวมได้ว่า หากยอดการใช้งานสื่อออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถส่งผลให้  E-Commerce ก้าวกระโดดตามไปได้อย่างง่ายดาย เพราะปัจจุบันนี้มีการยิง Ads แทรกโฆษณากันเกือบทุกแพลตฟอร์มโซเชียล จึงทำให้ “ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าเกือบทุกประเภทได้ง่ายกว่าเดิมอย่างมาก” 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
CONTENT TIPS1 วัน ago

เช็คอันดับเว็บไซต์ด้วยเครื่องมือฟรี ทำง่าย ง๊าย ทำได้ด้วยตัวเอง

MARKETING TIPS4 วัน ago

ถอดรหัส Q-commerce จาก foodpanda สู่ pandamart และการตลาดแบบใหม่ ปั้นสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

MARKETING TIPS5 วัน ago

สถิติด่วนจานร้อน! กับ E-Commerce ไทยในปี 2020 และแนวโน้มปี 2021

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

4 ข้อควรรู้ก่อนยิงแอดผ่าน Line Ads Platform

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

TCDC เจาะเทรนด์โลก “ถอดรหัสกลุ่มลูกค้าแต่ละ Generation ในปี 2021”

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

เปิดตำรารัก “10 ไอเดียทำแคมเปญการตลาดในแบบฉบับของ Porn Hub”

MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

ไม่มีเว็บไซต์ก็ขึ้นเสิร์ชหน้าแรกได้ถอดรหัสการทำ SEO จาก Google

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

ประชันกันตรง ๆ โฆษณาผ่านวิทยุ VS โฆษณาบนสื่อโซเชียลมีเดีย!

NEWS UPDATE4 สัปดาห์ ago

ผุดสินค้าใหม่การบินไทย! กับ “กระเป๋าทำจากเสื้อชูชีพและแพยาง” ในโปรเจกต์ Life vest x Lifestyle

MARKETING TIPS1 เดือน ago

ยื่นคำร้อง ขอวอนพี่มาร์คปลดแบน จัดแต่จบใน 4 ขั้นตอน

NEWS UPDATE11 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

EDUCATION6 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

NEWS UPDATE2 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

EDUCATION5 เดือน ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

CREATIVITY2 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

MARKETING TIPS1 ปี ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

LIFESTYLE2 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

LIFESTYLE2 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS1 ปี ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

Facebook

Trending