Connect with us

MARKETING TIPS

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

เพราะการยิงแอด (Facebook Ad) คือเครื่องมือที่มีกลุ่มเป้าหมายรอจ่ายเงินซื้อของอยู่มากที่สุด “ไม่ว่าเจอปัญหาอะไร คุณก็แค่ต้องปรับ”

Published

on

สำหรับนักการตลาด ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และเอเจนซี่ ที่คลุกคลีอยู่กับ Facebook และการยิงแอด น่าจะเข้าใจกันดีกับ “ความเยอะ!” ในการปรับเปลี่ยนฟังชั่น อัลกอริทิ่ม หรือกฎต่าง ๆ ของ Facebook มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้บางคนต้องยอมยกธงขาว ยอมแพ้กันไป

และสำหรับคนที่ยังสู้ต่อไป อยากให้เข้าใจกันว่า “คุณกำลังเดินถูกทาง” ถ้ายังเลือกที่จะทำธุรกิจ หรือขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ต่อไป “Facebook เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรปล่อยทิ้งไป (แต่แนะนำให้เพิ่ม Channel อื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน)

เพราะเมื่ออ้างอิงจากข้อมูลก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มี Advertising Audiences” สูงที่สุด และคงหาคู่แข่งได้ยากมาก ๆ

อ่าน สรุป 15 สถานการณ์สำคัญ Digital 2019 ที่นักการตลาดต้องรู้!! ได้ที่นี่

และในเมื่อเรายังคงต้องเช่าพื้นที่บน Facebook เพื่อทำธุรกิจกันต่อไป สิ่งที่เราต้องทำก็คือ “ปรับตัว” เพื่อให้สอดคล้องไปตาม “กฏ ระเบียบ และกติกาที่จะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้กันไปต่อ”

ณ จุดจุดนี้ เชื่อเหลือเกินว่า “หลายธุรกิจอาจจะไม่เคยยิงแอด ทำโฆษณาบน Facebook มากก่อน” แต่เมื่อเจอสถานการณ์ปรับลด Reach (การเข้าถึง) ของหน้า Feed Fanpage ส่งผลให้หลายคนหันมาศึกษา เรียนรู้ที่จะยิงแอดด้วยตัวเองกันมากขึ้น

และในฐานะที่พวกเราเป็น Agency อีกหนึ่งเจ้าที่มีลูกค้าตั้งแต่กลุ่ม SME ขนาดย่อม ไปจนถึง Enterprise ขนาดใหญ่ บางรายยิงแอดกันงบตั้งแต่วันละ 100 บาท ไปจนถึง 100,000 บาทเลยทีเดียว

“พวกเราจึงเก็บรวบรวมข้อมูลจากเหล่าผู้ประกอบ นักการตลาด และคนยิงแอด จากธุรกิจเหล่านั้นมา 60 ธุรกิจ มาสรุปมาเป็น 3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้น”

ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่า “นี่เป็นเพียงข้อมูลที่ทำขึ้นจาก การพูดคุย แบบสำรวจ และวิเคราะห์โดยทีมงาน H.I.P. Marketing Studio เท่านั้น” เพื่อเป็นแนวทางเริ่มต้นยิงแอด ทำโฆษณาในปี 2020 กันได้อย่างราบรื่น

1. 90% ตอบว่าปัญหาคือ “การเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน ตั้งเท่าไรก็ไม่ตรง”

  • หนึ่งในปัญหาหลักและปัญหาใหญ่ ที่เหล่าหลายจะต้องเจออย่างแน่นอน กับการเลือกกลุ่มเป้าหมายในการยิงแอด ที่หลายครั้งอาจจะเลือกตั้งกลุ่มเป้าหมายจนมี Potential Audience Size สูงเกินไป กว้างเกินไป (Potential Audience คืออะไร)

    ถึงแม้ว่า เมื่อปล่อยโฆษณาออกไปแล้ว จะมีคนเห็นโพสต์นั้นเยอะก็จริง แต่ก็อาจจะแลกมาด้วย “กลุ่มเป้าหมายของแอดกว้างซะจนหาคนซื้อไม่ได้เลย”
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายแทบตายแต่สุดท้ายได้ใครก็ไม่รู้! เชื่อว่าหลายคนเคยประสบปัญหานี้ ปัญหาในการยิงแอดออกไปแล้ว ใส่กลุ่มเป้าหมายโดยละเอียด ทั้งอายุ เพศ ความสนใจ แต่สุดท้ายกลับมีแต่คนที่คิดว่า “ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมาคลิก”
  • ไม่เข้าใจว่า “ควรตั้งความสนใจอะไร” แล้วลูกค้าจะซื้อ เช่น สินค้าเป็นธุรกิจความงาม ควรตั้งความสนใจว่า “Beauty” หรือ “Cosmetic” หรือไม่ ?

สาเหตุของปัญหาการตั้งกลุ่มเป้าหมาย และวิธีการแก้ไข

ต้องยอมรับเลยว่า “ปัญหาหลักของการยิงแอด” ก็คือ “การตั้งกลุ่มเป้าหมาย” หรือการตั้ง Target Audience แต่ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่า “การตั้งกลุ่มเป้าหมายมันไม่มีสูตรตายตัว ใส่ความสนใจนี้ แล้วจะขายได้” ทั้งนี้อาจจะเป็นเพียงแนวโน้มว่าจะขายได้เท่านั้น และสำหรับวิธีแก้ที่แนะนำก็คือ

1. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่จะขายของให้จากใจจริง : ลงลึกไปถึงความสนใจของพวกเขาจริง ๆ อย่าเอา “ความสนใจที่มาจากตัวสินค้าเป็นที่ตั้ง” แต่ควรเอาความสนใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง

เช่น สินค้าเป็นเครื่องสำอาง ก็สามารถเอาความสนใจเป็น Pantip หรือ Wongnai มาตั้งก็ได้หากกลุ่มเป้าหมายของเราสนใจ

หรือหัดนำข้อมูลลูกค้าวิเคราะห์บ้าง จาก ข้อมูลเชิงลึกของแฟนเพจ (วิธีการใช้งานเครื่องมือนี้)

2. ศึกษาวิธีการทำ ฺBuyer Persona เพื่อลงลึกเข้าใจความต้องการ ปัญหา ของลูกค้าที่แท้จริงว่าคืออะไร โดยแนะนำให้อ้างอิงจากฐานลูกค้าเก่าเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มบุคคล มากกว่าการ “คิดว่าเค้าเป็นแบบนี้” เพื่อข้อมูลที่ตรงมากที่สุด

ตัวอย่าง Buyer Persona

คลิก Download Buyer Persona Template

3. หันมาให้ความสำคัญกับการทำ Funnel : โดยการค่อย ๆ ดักลูกค้าจากความสนใจของคนรับชมวิดิโอ หรือ Conversion บน Website และค่อย ๆ ทำกลุ่มเหล่านั้นมาทำ Custom Audience และ Look A Likes ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

2. 80% ตอบว่าปัญหาคือ “ไม่สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนยอดไลค์ให้เป็นยอดขายได้” เราทำผิดตรงไหน ?

เคยเห็นไหมกับบาง Post ที่มีการเข้าถึงที่มาก ยอด Like สูง แต่หลังบ้าน กลับมียอดขายที่ไม่ได้มากตาม นั้นก็เพราะว่าการยิงแอดของคุณอาจจะมีประสิทธิภาพแค่การสร้างยอดการเข้าถึงเพียงเท่านั้น แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการสร้างขายเอาเสียเลย ซึ่งนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สืบเนื่องมาจากการตั้งกลุ่มเป้าหมายผิดจุดในข้อแรกอีกด้วย

ปัญหาเรื่องยอดขายอาจจะเกิดมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ พร้อมวิธีแก้ไข

  • คุณอาจจะรู้จักและเข้าใจฟังก์ชั่นของเครื่องมือยิงแอดได้ไม่มากพอ

    รู้หรือไม่ ว่าการยิงแอดของ Facebook นั้น ไม่ได้มีเพียงการเลือกแค่ยิงแอดแบบ เน้นการเข้าถึง สร้างยอดการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเครื่องมือให้ได้ใช้กัน

    เช่นเดียวกันกับการตั้งค่าความสนใจ ที่มีมากกว่า พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายและความสนใจเพียงเท่านั้น หากแต่ว่ามันยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ใช้ประกอบกัน เพื่อจะได้กับกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าที่ตรงกับธุรกิจจริงๆและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

    ทำความเข้าใจการเลือก Objective ให้มากขึ้นที่นี่คลิก
  • คุณอาจจะเลือกตำแหน่งการวาง Ad มากเกินไป เพราะที่ดีที่สุดคือ Automation Placement

    1. หากคุณตั้งค่าให้ Place Ad เฉพาะหน้า Feed คุณอาจจะพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้าที่รอคุณอยู่อีกหลายช่องทางก็ได้

    2. หากจะ Edit Placement แนะนำเป็น เลือก 4 Placement ขึ้นไปจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า

     3. ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “เลือกแบบ Automation Placement” ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบได้ศึกษา และหาช่องทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • คุณอาจจะยิงแอดแบบไร้จุดหมาย เน้นทุ่มเงินมากกว่าวางแผน

    หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า “การยิงแอด” คือการแข่งขันว่าใครงบจะหนาก็กัน แต่ต้องบอกก่อนเลยครับ นี่คือความจริงเพียงเสี้ยวนึงเท่านั้น เพราะส่วนตัวแล้วสิ่งที่แข่งกันมาที่สุดก็คือ “การวางกลยุทธ์” ต่างหาก

    เบื้องต้นก่อนที่จะยิงแอดครั้งต่อไป ลองวางแผนตามหัวข้อต่อไปนี้ดูก่อนก็ได้

    1. Segmentation : แบ่งกลุ่มเป้าหมาย
    2. Ads Optimization : ตีโจทย์ให้แตก ปรับการสื่อสารให้โดน
    3. Scheduling Your Campaigns : กำหนดเป้าหมาย / ระยะเวลา ให้ชัดเจน
    4. Managing Your Budget Wisely : บริหารงบประมาณ วางตำแหน่งให้เหมาะ
    5. Tracking Your Results : สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล ให้ตรงจุด
  • คุณอาจจะไม่เข้าใจการดู Ad Performance เลยว่า Ad ชุดไหนดี ไม่ดี ควรเปิดต่อ หรือปิดไปเลย

    การวิเคราะห์ Performance ของ Ad แต่ละตัวคือช่วงที่สำคัญเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับการตั้งกลุ่มเป้าหมาย หรือการสร้างคอนเทนท์ เพราะนี่คือตัวชี้วัดเลยว่า “คุณควรไปต่อ หรือต้องยกธงขาวกับแอดตัวนี้ดี”

    โดยรูปแบบการวัดผลมีให้ศึกษากันมากมายหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและเห็นชัดที่สุดก็คือ การวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

โดยระบบการวัดผลจะถูกแบ่งออกมาเป็น 3 ตัวหลักๆ


1. Quality Ranking (จัดอันดับเชิงคุณภาพของ ADS) : หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


2. Engagement Rate Ranking (จัดอันดับเชิงการมีส่วนร่วมของ ADS) : Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


3. Conversion Rate Ranking : (จัดอันดับการคอนเวิร์สของ ADS) หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการคลิกคอนเวิร์สเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ : บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

3. 70% ตอบว่าปัญหามาจาก ทำ Content ที่ไม่น่าสนใจ และไม่ตรงตามกฎ ของ Facebook

สำหรับเรื่องของคอนเทนท์หลัก ๆ จะประกอบไปด้วย 2 ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือ “คอนเทนท์ขายไม่ได้” และ “คอนเทนท์ผิดกฏยิงแอดไม่ผ่าน”

แก้ปัญหาปัญหาคอนเทนท์ขายไม่ได้

1. ก่อนที่จะลงมือทำคอนเทนท์ สร้างโพสต์สำหรับขายสินค้าสักหนึ่งชิ้น จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ยุคนี้เป็นยุคที่คนกำลังมองหา Total Experience สนใจผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าวิธีการ”

จึงต้องหันมาทำคอนเทนท์ เน้นการสร้างประสบการณ์ในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่าต้องหันมามองเป็น “Total Experience” ที่แต่ละช่วงของ Audience (Customer) Journey ตั้งแต่มีความต้องการ – รู้จักแบรนด์ – ศึกษาหาข้อมูล – ตัดสินใจ (Call to Action) เชื่อมต่อร้องเรียงเข้าด้วยกัน

ซึ่งการสร้าง Total Experience จึงครอบคลุม Audience Journey เพื่อวางแผนให้ครบทุก Touch Point ในการเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

และรูปแบบการเขียน มีให้เลือกมากมาย ตามประเภทของสินค้าและบริการ ทั้งนี้คงตอบชัดไม่ได้ว่า “อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุด” เพราะสุดท้ายแนะนำให้ทดสอบใน Ad Set ครั้งละ 5-6 ตัว เพื่อแข่งขันจนหาตัวที่ดีที่สุด

2. ทำความเข้าใจสินค้าของตัวเองให้มากก่อนลงขาย เข้าใจการหยิบประเด็น คีย์สำคัญของสินค้ามาเขียน ยกตัวอย่างเช่น การทำความเข้าใจสินค้าในแต่ละ Layer

3. ลองเอา Flow การเขียนแบบ Problem – Agitate – Solve (PAS) ไปลองใช้

สูตรยอดนิยม ที่ครีเอทเตอร์ชอบนำมาใช้ตอบโจทย์คนอ่าน/ลูกค้า โดยมีวิธีการดังนี้


Identify a problem – อธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะต้องแสดงถึงความเข้าใจถึงปัญหานั้นจริงๆ *ทำให้คนอ่านรู้สึกให้ได้ว่า “เราเข้าใจปัญหานั้นจริงๆ”


Agitate the problem – กระตุ้นปัญหาเหล่านี้ให้คนอ่านเห็นภาพ ว่ามันสำคัญมากแค่ไหน หากไม่ได้รับการแก้ไข เช่น กระทบอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อชีวิต


Solve the problem – นำเสนอ “สินค้า/บริการ” เข้าไปเป็นวิธีแก้ปัญหาให้คนอ่านเข้าใจง่าย เข้าถึงได้

ถ้าคิดไม่ออกลองดูไอเดียได้ที่ : Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

หรือลองอ่านรายละเอียดของ Creative Tips ที่ Facebook ลงเอาไว้

แก้ปัญหาคอนเทนท์ยิงแอดไม่ผ่าน ผิดกฏ Facebook

กฏหลายข้อคิดว่าทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า “อะไรคือคำว่าผิดกฏ” และไม่สามารถใช้คำนั้น รูปนั้นได้ แต่มีเรื่องที่คนส่วนใหญ่พลาดกันตาม Checklist ต่อไปนี้

Checklist สินค้า

▪ ไม่อนุมัติแน่ถ้าเป็น สินค้าของก๊อปแบรนด์เนม
▪ สินค้า 18+
▪ อาวุธ ความรุนแรง หรือแม้แต่ปืนบีบีกัน

 Checklist การใช้คำพูด

▪ ต้องบอกให้ชัดเลยว่าเราขายอะไร
ตัวอย่างเช่น :

❌ มาลองฟรี! ของดี ใช้แล้วหน้าหายพัง!
✔ เซรั่มมุกุ ใช้ได้แล้วดี ดูแลผิวหน้า แจกตัวทดสอบฟรี!!

▪ ห้ามตั้งคำถาม หรือเจาะจงลักษณะของ User!! (ข้อนี้หลายคนพลาด)

ตัวอย่างเช่น :

❌ คุณเป็นสาว SIZE ใหญ่ใช่มั้ย ??? มาลองเลยกลัวอะไร!
✔ ร้านนี้เลย! เสื้อผ้าสำหรับสาว SIZE ใหญ่ คืนความมั่นใจ!

❌ คุณกำลังตกงานอยู่ใช่มั้ย ? คลิกตรงนี้มีข่าวดีมาบอก
✔ เปิดรับสมัคร “นักการตลาด” อาชีพที่คุณอาจหลงรัก

▪ ห้ามมีคำหยาบ (แม้แต่คำว่า โครต! ก็ผิดแล้ว)

▪ โฆษณาเกินจริง โอเวอร์เคลม

ตัวอย่างเช่น :

❌ คลิกเลย คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน
✔ พอลล่าลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน เมื่อใช้คอร์สของเรา *การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

หากลองสังเกตดูเทรนด์การยิง ADS ในปัจจุบันนี้ สำหรับตัวธุรกิจแล้ว เรื่องยอดการเข้าถึงหรือว่ายอด Reach ถือว่ามันได้ Out ไปแล้ว นั่นก็เพราะว่า สุดท้ายแล้วเป้าหมายในการยิงแอดของแต่ละธุรกิจก็คือเรื่องของ “ยอดขาย”

ดังนั้นเป้าหมายของการยิงแอด อาจจะไม่ใช่เป็นการยิงหว่าน เพื่อหาลูกค้าอีกต่อไป หากแต่จะเป็นการยิงแอด เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อจะได้สื่อสารไปยังกลุ่ม Last Customers จนสร้างยอดขายให้กับธุรกิจให้ได้นั่นเอง

และสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มยิงแอดครั้งต่อไป ขอแนะนำให้อ่าน 6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook ที่พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปอัปเดตกับ Facebook Chiangmai Agency Acceleration ในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

MARKETING TIPS

กินรวบทุกทาง “Facebook เตรียมปล่อยระบบ Email Marketing” ส่งได้โดยตรงจากแฟนเพจ

Published

on

มั่นใจว่าเหล่านักการตลาดคงจะยิ้มที่มุมปากกันเป็นแน่ เพราะล่าสุดมีข้อมูลหลุดออกมาว่า “ทางทีมพัฒนาของ Facebook กำลังซุ่มทดสอบระบบ Email Marketing ที่สามารถใช้งานผ่าน Fanpage ได้เลย” และแน่นอนว่านี่คือสุดยอดเครื่องมือที่หลายคนรอคอยอย่างแน่นอน

ข้อมูลจากทาง socialmediatoday เปิดเผยว่า ในปัจจุบันทาง Facebook กำลังปูพรมเร่งพัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการ (ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ Facebook) ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อย

โดย Email Marketing คือหนึ่งในเครื่องมือที่เล็งเห็นว่าจะช่วยยกระดับการตลาดได้ดีที่สุด และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายมาโดยตลาด

และสำหรับ Facebook แล้วการดึงเครื่อง Email ของ User มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการและธุรกิจ มันไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากมากเกินไป เพราะอย่างไรก็ตาม “บัญชี Facebook ก็มีการเชื่อมต่อกับ Email อยู่แล้ว”

เหลือเพียงแต่ต้องมาพัฒนาต่อว่า จะให้มันออกมาในรูปแบบใดที่จะใช้งานได้จริง มากกว่าการส่งผ่าน Email ปกติ

ความน่าสนใจของมันอยู่ตรงนี้ครับ : ภาพจากการทดสอบที่ผ่านมาพบว่า เครื่องมือ Email Marketing ของ Facebook มีลักษณะคล้าย ๆ กับการทำ Ad Facebook ที่จะสามารถเลือกกลุ่มเป้าหมาย ช่วงเวลาในการส่งข้อมูล อีเมล์ หรือแม้แต่พื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งนับว่าฟีเจอร์เหล่านี้จะพลิกโฉมวงการ Digital Marketing ได้เลยทีเดียวครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก:

https://www.thumbsup.in.th/facebook-email-marketing-via-pages

https://www.socialmediatoday.com/news/facebook-adds-option-to-send-marketing-emails-via-pages-app/579003/

http://www.atimedesign.com/webdesign/email-marketing-facebook-pages/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

เศรษฐกิจ RO เฟื่องฟู กับการชุบชีวิตอีกครั้ง เมื่อ Gravity ดึงกลับคืนบ้านเก่า จะรอดหรือร่วง ?!

Published

on

By

ขอขอบคุณภาพจาก : Ragnarok Gravity

หลังจากที่จบช่วง Close Beta ในช่วงวันที่ 14 – 17 พฤษภาคม 2563 ตอนนี้ก็ถึงเวลา Open Beta ของ Ragnarok Gravity กันแล้ว ก่อนจะเข้าเรื่องความอยู่รอดของเกมระดับตำนาน ที่ได้รับการต่อลมหายใจเรื่อยมา แต่ครั้งนี้ช่วงเริ่มต้น ทำไมดูเหมือนจะไปรอดกว่าหลายครั้งที่ผ่านมา แม้ว่าจะสะดุดปัญหาตอนเริ่มต้นบ้าง แต่นี่ก็เป็นสิ่งทั่วไปที่เกิดขึ้นประจำ ในเกมที่มีผู้เล่นรอคอยเป็นจำนวนมาก 

Gravity – กลับคืนสู่อ้อมกอดความ Original 

ขอขอบคุณภาพจาก : Ragnarok Gravity

เมื่อ Ragnarok ลาจาก EXE มาอีกครั้ง รวมการเดินทางของเกมนี้ ใช้เวลามากว่า 19 ปีแล้ว แต่การพัฒนาสูงสุดที่ EXE อัปเดตให้มาเป็นเพียงแค่แพทช์ Hi Class เท่านั้นเอง ซึ่งหากเปรียบเทียบการเล่นแล้วไม่ได้มีอะไรใหม่เลย เพียงแค่การเก็บเลเวลซ้ำอีกรอบ เพื่อรูปแบบที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเท่านั้นเอง แต่เมื่อเกม Ragnarok กลับคืนสู่อ้อมกอดของผู้ที่เปรียบเสมือนเป็นพ่ออย่าง Gravity เอง ก็ได้มีการเผยอัปเดตการเดินทางครั้งใหม่ ว่าเป็นการเปิดให้บริการเกมสุด Classic ที่มาพร้อมสิ่งใหม่ๆ ให้เข้ากับยุค 2020 นี้อย่างมาก

ขอขอบคุณภาพจาก : Ragnarok Gravity

เหมือนกับเป็นสิ่งแรก ที่ตอบโจทย์ความรู้สึกของผู้เล่นในทุกยุคสมัย ในคราบ “เกมระดับตำนาน ที่ให้บริการในโฉมเดิม แต่รูปแบบใหม่” ทั้งการปรับ UI และระบบอำนวยความสะดวกอีกเพียบ

ทำให้ถูกใจทั้งผู้เล่นหน้าเก่าและหน้าใหม่ หนึ่งในคีย์สำคัญของการเปิดตัวอีกครั้ง Ragnarok ครั้งนี้ ภาษีที่กินขาดตลอด 19 ปีผ่านมาคือ Gravity Original Raganarok เป็นผู้เปิดให้บริการเอง และอีกสิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือ “คนเราแสวงหาสังคมการพบผู้คนมากมาย บรรยากาศการเล่น” นี่คือสิ่งที่ผู้คนต้องการ ร่วมเล่นผจญภัยไปกับเพื่อน หรือพบเจอเพื่อนใหม่ระหว่างทาง “แต่ไม่ใช่ความ Classic ที่พาเราย้อนยุคไปลำบากลำบนเหมือน 19 ปีก่อน ทั้งที่อยู่ในยุค 2020 แล้ว”

ฝ่ายการตลาดที่น่าชื่นชมของ Gravity

กิจกรรมรับไอเทม Pre Register 

ช่วงเปิดตัวตอนแรกทีมงานของ Gravity ได้มีการเปิด Pre Register เพื่อให้คอเกม Ragnarok ทุกคนสามารถเข้าไปสมัครสมาชิกล่วงหน้า พร้อมสร้างตัวละครได้ กับรางวัลการลงทะเบียนล่วงหน้า มีระยะการรับของรางวัลหากผู้สมัครล่วงหน้า มีจำนวนไอดีถึงตามกำหนด กว่า 500,000 ID ทีนี้เราจะวิเคราะห์ไปพร้อมกัน ว่ากิจกรรมส่วนนี้ กระตุ้นอะไรได้บ้าง

ขอขอบคุณภาพจาก : Ragnarok Gravity
  • สายพ่อค้า รับสมัครสมาชิก ที่เปิดรับปั้มไอดีกันอย่างเพลิดเพลิน
  • เมื่อมีพ่อค้า ก็ต้องมีลูกค้า ทำให้จำนวน ID พุ่งขึ้นไปอีก

แต่แน่นอนว่าพวกเขาคือ บริษัทพ่อแม่ของเกม Ragnarok การปล่อยให้เกิดการซื้อขายนอกเกม จนถึงขั้นเพิ่มยอดไอดีผู้เข้าใช้งานเกมเพิ่มขึ้น จะต้องถูกจัดการให้เหมาะสม จึงออกกฎการยืนยันอีเมลขึ้นมาในแต่ละไอดี เพื่อร่วมรับของรางวัลในกิจกรรม ที่คนจัดหาการปั้มไอดีหวังเอาไว้

กิจกรรม “คุยกันล่างพรอน”

กิจกรรมชวนคนดังมานั่งไลฟ์กับรายการ “คุยกันล่างพรอน” ที่เริ่มทำมาตั้งแต่ก่อน OBT ด้วยเชิญแขกที่มีผู้ติดตามค่อนข้างเยอะ ในวงการ Ragnarok มานั่งคุยกับทีมงาน ถึงเรื่องข้อมูลต่างๆ ในเซิร์ฟเวอร์ปัจจุบันที่กำลังจะเกิดขึ้น ทั้งการกล่าวถึงกิจกรรม การเล่าเรื่องราวย้อนอดีต หรือจะเป็นการแจกของรางวัลก็ดี 

ขอขอบคุณภาพจาก : Ragnarok Gravity
  • ถึงแม้ว่าหลายคนที่เข้ามาดูไลฟ์ อาจเข้ามาบ่นเรื่องปัญหาต่างๆ ที่พบเจอ แต่สุดท้าย ก็ลงเอยที่การเข้าร่วมอยู่ดี แหงละ ก็นี่เป็น Ragnarok เพียงเซิร์ฟเดียว ที่เปิดโดยบริษัท Gravity นี่น่า 
  • ยิ่งนำแขกรับเชิญมาออกรายการ เป็นแขกรับเชิญที่มีความสัมพันธ์กับผู้เล่น Gen ใหม่ๆ ที่เป็นแรงสนับสนุนได้อย่างดีในยุคสมัยใหม่นี้ 
  • ผู้เล่น Gen ใหม่ไม่ได้มีแต่เด็กเสมอไป แต่วัยรุ่น Gen Z ที่ไม่ได้ทันเล่นสมัยเด็ก สามารถย้อนกลับมาเล่นอีกครั้ง ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย หรือวัยทำงาน ที่พอมีกำลังทรัพย์เติมเงินอยู่แล้ว 

จากยอดการเข้ารับชมไลฟ์แต่ละครั้ง มีผู้คนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ไหนจะช่วงทดสอบ CBT ที่ได้รับเสียงตอบรับมาเป็นอย่างดี ทำให้มั่นใจได้เลยว่า สัดส่วนของผู้เล่นในการเปิดเซิร์ฟเวอร์ Ragnarok ครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากผู้เล่น Gen Y และ Gen Z ที่พอมีกำลังทรัพย์ในการเติมเงินทั้งคู่

เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่

ขอขอบคุณภาพจาก : Game-ded

ก่อนเซิร์ฟเวอร์จะเปิด OBT ได้ไม่นาน ทีมงานได้จัดกิจกรรมใหม่ขึ้นมา เป็นการทาย “ภาพผู้หญิงคนหนึ่ง ที่แต่งชุดไฮพรีสสีแดง พร้อมคำถามว่าคนนี้ คือใคร” ซึ่งตอนนี้หน้าเว็บของ Ragnarok Gravity ได้เปิดให้บริการเรียบร้อย พร้อมเฉลยภาพดังกล่าวแล้วว่า เธอคนนั้นคือ “ใหม่ ดาวิกา” แล้วทำไมถึงต้องเป็นคนนี้ ?

ขอขอบคุณภาพจาก : Ragnarok Gravity
  • เพราะใหม่ ดาวิกา คือ ดารานักแสดงที่เชื่อมโยง Gen Y และ Gen Z ได้เป็นอย่างดี งานแสดงขึ้นจอของเธอเริ่มตั้งแต่ปี 2553 และมีต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งแน่นอนว่า หากเทียบอายุ Gen Y ที่เกิดปี 2523 ช่วงที่ใหม่เริ่มเล่นละครจนมีชื่อเสียง ชาว Gen Y ก็ไม่ได้อยู่ในช่วงอายุ ที่จะเลิกดูละครนัก ช่วง 30 ต้นๆ พอเหมาะพอเจาะ
  • แต่สิ่งที่เป็นใจที่สุด คงจะหนีไม่พ้น Gen Z เพราะช่วงพีคของใหม่ ดาวิกา ที่กำลังมาแรงอย่างมาก ทำให้วัยรุ่น Gen Z ที่เกิดตั้งแต่ปี 2538 ต้องเคยได้ยินชื่อ หรือเห็นหน้าค่าตากันมาบ้าง ทำให้พรีเซ็นเตอร์รายนี้ สามารถดึงดูดผู้เล่น Gen นี้ได้ดีไม่หยอกเลย 

การเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนนี้ ที่ในอดีตเคยมีผลงานเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับเกม Yulgang Mobile ซึ่งหน้าเพจมียอดผู้ติดตามกว่า 400,000 คนเลยทีเดียว

โปรโมชั่นเติมเงินครั้งแรก และเติมเงินล่วงหน้า

ขอขอบคุณภาพจาก : Ragnarok Gravity

หลายเกมออนไลน์มักจะออกโปรโมชั่นเหล่านี้ หลังจากที่เปิดตัว OBT ก่อนแล้ว แต่ทว่า Ragnarok Gravity กลับเลือกเปิดตัวโปรโมชั่นนี้ ก่อนวัน OBT เพียง 1 วันเท่านั้น แถมยังเป็นช่วงวันที่ 25 – 27 พฤษภาคม ที่หลายคนเงินเดือนยังไม่ออกแน่ๆ อาจดูเหมือนคนทำโปรโมชั่นใจจืดใจดำอย่างมาก ที่ออกโปรก่อนสิ้นเดือนแบบนี้ แต่แล้วทำไมถึงดูประสบความสำเร็จนักละ ?

ขอขอบคุณภาพจาก : Ragnarok Gravity
ขอขอบคุณภาพจาก : Ragnarok Gravity
  • หัวการตลาดของทีมงาน ที่กำหนดให้ ไอเทมที่แถมกับโปรโมชั่นการเติมเงิน “สามารถแลกเปลี่ยนได้” เกิดการกระตุ้นตลาดระรอกแรก คือ ผู้เล่นแห่เติมเงิน เพื่อเอาของแถม
  • หลังจากที่ได้ของแถม แน่นอนว่า บางคนไม่ได้ต้องการไอเทมเหล่านี้ มากขนาดนั้น การขายออกท้องตลาดเป็นเงินจริงนอกเกม ทำให้คืนทุน “หรือสร้างกำไรได้เลย”
  • การสร้างกำไรเริ่มที่ เติมเงิน 10,000 บาท จะได้รับไอเทมที่คนเรียกกันว่า “เซตปีกทอง(Limited for Promotion)” เป็นหมวดปีกสีทอง และปีกสีทอง ที่ดูพรีเมี่ยมสุดๆ การแยกขายไอเทมทั้ง 2 ที่ขอให้ขายได้ ในราคาไม่ต่ำกว่า  เซตละ 3,000 บาท นั่นก็คือกำไรแล้ว ลองคิดตามกันว่า เติม 10,000 บาท ขายเซตทองได้ราคากลางที่ 3,500 บาท แยก Point ที่ได้จากการเติมขายอีก 10 Point = 0.8 บาท(1 บาท = 10 Point จากอัตราการเติมเงิน) หากขายหมด 100,000 Point เท่ากับว่าได้เงินอีก 8,000 บาท รวมเป็นเงิน 11,500 บาท “กำไรเน้นๆ 1,500 บาท”
  • เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เกม Ragnarok ในช่วงสมัยใหม่ ที่ผ่านยุคสมัยมาอย่างเนิ่นนาน กลับกลายเป็นเกม “พ่อค้าเล่นหาเงิน” เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งไปแล้ว เมื่อพ่อค้าหัวใสเห็นช่องทางนี้ มีหรือที่จะไม่เติมเงินเพื่อเอากำไรในส่วนนี้ ?

จากการขายเซตทองที่ได้จากโปรโมชั่นเติมเงิน 10,000 บาท อาจจะดูคุ้มค่าว่าเรานั้นได้กำไร 1,500 บาทก็จริง ถ้าหากลองโฟกัสดีๆ แล้วคิดในขั้นต่ำ จากยอด ID ทั้งหมดตอนนี้ที่มีกว่า 1 ล้านไอดี มีผู้เติมเงินสัก 10,000 คนขั้นต่ำ สิ่งที่ Gravity ทำเงินได้ตั้งแต่เกมยังไม่เปิดจะอยู่ 100,000,000 ล้านบาทเข้าไปแล้ว ต่อให้เติม 10,000 แค่ 1,000 คน ก็ลดมาเหลือระดับ 10,000,000 ล้านบาท “ตั้งแต่เกมยังไม่เปิด” ทั้งมีทุนก่อนเริ่ม และวัดความ Royalty ของผู้เล่นในยุคปัจจุบันได้จากยอดการเติมเงินอีกด้วย

นี่ยังไม่ได้พูดถึงการเติมเงิน 500 และ 1,000 บาท ที่ต้องมีผู้เล่นอีกจำนวนมาก ที่เลือกเติมแพคราคาประหยัดนี้ ทำให้การตลาดของเกม Ragnarok จาก Gravity คึกคักตั้งแต่ก่อนเปิดเซิร์ฟ พร้อมมีตลาดรองรับ และมีเงินหมุนกันเรียบร้อยแล้ว

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

EDUCATION

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

Published

on

อัปเดตล่าสุดวานนี้ (19/5/2563) ทาง Facebook ของ Mark Zuckerberg ได้มีการ LIVE สด เปิดตัวและแนะนำ Facebook Shops ที่มีฟีเจอร์ใหม่ ๆ ออกมาเปิดโลกให้เหล่าบรรดา SME และผู้ประกอบการได้ใช้การขายออนไลน์แบบเต็มสตรีม ในช่วงที่มีวิกฤตกันต่อเนื่องมากขึ้น (Live sharing some new product updates for small businesses and discussing our work helping with the economic recovery efforts.)

Live sharing some new product updates for small businesses and discussing our work helping with the economic recovery efforts.

Live sharing some new product updates for small businesses and discussing our work helping with the economic recovery efforts.

Posted by Mark Zuckerberg on Tuesday, 19 May 2020

เมื่อไม่นานมานี้มีข้อมูลจากทาง Facebook ได้ชี้แจงว่า “วิกฤตที่ทางผู้ประกอบการหลายเจ้ากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้คือปัญหาที่เราจะร่วมแก้ไข”

“เพราะธุรกิจเหล่านี้คือหัวใจที่ทำให้เราเดินต่อไปได้ และในเมื่อพวกเขากำลังเจอปัญหาที่แสนท้าทาย ไม่ใช่เพียงเรื่องของโรคระบาดเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่กำลังวิกฤตอย่างหนักอีกด้วย”

จากรายงาน State of Small Business Report ที่ทาง Facebook ได้จัดทำ (Download) พบว่า

  1. จากผลสำรวจของเจ้าของกิจการและพนักงานกว่า 86,000 คนทั่วสหรัฐอเมริกา มีเพียง 500 คนเท่านั้นที่ยังไหว และสู้ต่อไปได้
  2. เกือบหนึ่งในสามของธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ต้องปิดตัวลง และไม่อาจกลับมาประกอบธุรกิจได้อีก
  3. ผู้ประกอบการไม่ว่าธุรกิจใดก็ตามกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ใน 2 ประเด็น นั่นก็คือ “เงินสด” และ “ลูกค้า”
  4. ผู้ประกอบการทั้งอเมริกา (แต่เอาจริง ๆ แล้วน่าจะทั้งโลก) กำลังปรับตัวครั้งใหญ่ และต้องการเครื่องมือที่เข้ามาช่วยพลิกสถานการณ์ได้จริง ๆ
ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/

และด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ได้ถูกแก้ไขปัญหาจนเกิดเป็น LIVE ที่ทาง พี่มาร์คของเราได้ออกมา LIVE สดเปิดตัวความเทพครั้งใหม่ของ Facebook Shop ฟีเจอร์ที่ผู้ประกอบการอาจจะลืมไปแล้วว่ามีอยู่

โดยการเปิดตัว Facebook Shop ที่ทางพี่มาร์คแนะนำก็คือ “การกระตุ้นให้ผู้ประกอบการมาขายของออนไลน์กันมากขึ้น ผ่านหน้าร้านใน Facebook” ที่สามารถปิดการขายได้ Checkout จ่ายเงินได้โดนไม่ต้องออกแอป

ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/

ทั้งนี้จุดเด่ทั้งนี้พบว่า “จุดเด่นของ Facebook Shop” ก็คือ

  1. ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าได้จาก Facebook และ Instagram โดยไม่ต้องใช้เว็บไซต์อื่น ๆ ช่วยในการค้นหา
  2. แน่นอนว่า Shop สามารถยิงโฆษณาเพื่อเพิ่มการแสดงผลได้ ให้ User ได้เข้าถึงร้านค้าได้
  3. มีการเปิดคอลเลคชั่นของ Shop (ดูคร่าว ๆ แล้วน่าจะคล้ายกับ Facebook Canvas)
  4. ระบบมีการ Checkout จ่ายเงินได้เลย โดยไม่ต้องพึ่งแอปนอกเป็น Gateway *อันนี้ระบุไว้ว่าสำหรับตอนนี้ยังใช้ได้กับบัญชีภายในอเมริกาเท่านั้น
  5. และยังมีอีกหลายฟีเจอร์อีกมากมาย (น่าจะอัดกันเต็มสตรีมเลยครับ)

อีกหนึ่ง Instagram Shop ก็ยังคงน่าสนใจไม่แพ้ Facebook Shop

อย่างที่ทาง Facebook ระบุพบว่า “ผู้ใช้จะสามารถค้นหา Instagram Shop ผ่านทาง Instagram Explore” อีกทั้งยังสามารถใช้ลูกเล่นต่าง ๆ ได้ไม่แพ้ Facebook Shop

ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/

Live Shopping Features ฟีเจอร์ใหม่น่าจับตามอง

ปรับใหม่! โดยมีไอเดียหลักคือ “การซื้อสินค้าแบบเรียลไทม์” ซึ่งทาง Facebook ได้นำการ LIVE ขายของ (ที่ถูกบุกเบิกโดยชาวไทย) มาผสมรวมกับ Facebook Shop

ทำให้ LIVE ในแต่ละครั้งสามารถติดแท็กสินค้าได้ แบรนด์จะสามารถติดแท็กผลิตภัณฑ์จากร้านค้า Facebook หรือแคตตาล็อกก่อนที่จะเผยแพร่ได้ (ซึ่งในขณะนี้กำลังทดสอบกับ Facebook และ Instagram อยู่ ยังไม่เปิดให้ใช้นะครับ)

ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/
ภาพจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/state-of-small-business-report/

 Loyalty Programs ก็มา! สร้างระบบสะสมแต้ม

ระบบสะสมแต้มที่เคยสร้างชื่อให้ LINE อาจจะต้องสะเทือน เมื่อทาง Facebook กำลังจะปล่อยระบบ Loyalty มาให้ได้ลองใช้กัน เพื่อให้เหล่า SME สร้างลูกค้าขาประจำผ่าน Facebook Shop กันบ้าง

Facebook Shop เชื่อมกับ Partner ของ Facebook ได้ด้วย

ข้อนี้นับว่าเป็นข้อได้เปรียบอีกข้อที่ทาง Facebook งัดมาใช้เลยเนื่องจากตัวระบบยังสามารถเชื่อมต่อกับ Shopify, BigCommerce, WooCommerce, ChannelAdvisor, CedCommerce, Cafe24, Tienda Nube และ Feedonomics ได้ เพื่อให้ขายของ SME ราบรื่น

ขอบคุณที่มาจาก : https://about.fb.com/news/2020/05/introducing-facebook-shops/

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 2 Average: 3.5]
Continue Reading
EDUCATION5 วัน ago

Facebook ประเทศไทยจัดแคมเปญ ช่วยเหลือ SMEs ไทยด้วยการเพิ่มทักษะดิจิทัล “เรียนฟรี”

EDUCATION3 สัปดาห์ ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

INNOVATION4 สัปดาห์ ago

FlowPayroll โปรแกรมเงินเดือน ออนไลน์ เพื่อนักธุรกิจยุคใหม่ สะดวก รวดเร็ว เจ้าของทำเองได้

MARKETING TIPS1 เดือน ago

กินรวบทุกทาง “Facebook เตรียมปล่อยระบบ Email Marketing” ส่งได้โดยตรงจากแฟนเพจ

INNOVATION1 เดือน ago

“Robinhood” แพลตฟอร์ม Food Delivery ใหม่จาก SCB พร้อมท้าชนแล้ว!!

LIFESTYLE2 เดือน ago

เศรษฐกิจ RO เฟื่องฟู กับการชุบชีวิตอีกครั้ง เมื่อ Gravity ดึงกลับคืนบ้านเก่า จะรอดหรือร่วง ?!

EDUCATION2 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

MARKETING TIPS2 เดือน ago

ถ้วนหน้า! Agoda ประกาศปลดพนักงานออก 25% ในเอเชีย (กว่า 1,500 คน) เซ่นภัย COVID-19

CREATIVITY2 เดือน ago

PORNHUB “ปล่อยแคมเปญ The Cleanest Porn Ever” สู้ภัย COVID-19

CONTENT TIPS3 เดือน ago

โพสต์ Share Link ให้สะดุดตาด้วยการ “ปรับ Thumbnail ให้ใหญ่กว่าเก่า”

NEWS UPDATE6 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

EDUCATION2 เดือน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE1 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

EDUCATION3 สัปดาห์ ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

LIFESTYLE1 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

LIFESTYLE1 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

CONTENT TIPS1 ปี ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

MARKETING TIPS10 เดือน ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

Facebook

Trending