Connect with us

MARKETING TIPS

3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 + พร้อมวิธีแก้ไข

เพราะการยิงแอด (Facebook Ad) คือเครื่องมือที่มีกลุ่มเป้าหมายรอจ่ายเงินซื้อของอยู่มากที่สุด “ไม่ว่าเจอปัญหาอะไร คุณก็แค่ต้องปรับ”

Published

on

สำหรับนักการตลาด ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และเอเจนซี่ ที่คลุกคลีอยู่กับ Facebook และการยิงแอด น่าจะเข้าใจกันดีกับ “ความเยอะ!” ในการปรับเปลี่ยนฟังชั่น อัลกอริทิ่ม หรือกฎต่าง ๆ ของ Facebook มาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้บางคนต้องยอมยกธงขาว ยอมแพ้กันไป

และสำหรับคนที่ยังสู้ต่อไป อยากให้เข้าใจกันว่า “คุณกำลังเดินถูกทาง” ถ้ายังเลือกที่จะทำธุรกิจ หรือขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ต่อไป “Facebook เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่คุณไม่ควรปล่อยทิ้งไป (แต่แนะนำให้เพิ่ม Channel อื่น ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน)

เพราะเมื่ออ้างอิงจากข้อมูลก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่มี Advertising Audiences” สูงที่สุด และคงหาคู่แข่งได้ยากมาก ๆ

อ่าน สรุป 15 สถานการณ์สำคัญ Digital 2019 ที่นักการตลาดต้องรู้!! ได้ที่นี่

และในเมื่อเรายังคงต้องเช่าพื้นที่บน Facebook เพื่อทำธุรกิจกันต่อไป สิ่งที่เราต้องทำก็คือ “ปรับตัว” เพื่อให้สอดคล้องไปตาม “กฏ ระเบียบ และกติกาที่จะเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มนี้กันไปต่อ”

ณ จุดจุดนี้ เชื่อเหลือเกินว่า “หลายธุรกิจอาจจะไม่เคยยิงแอด ทำโฆษณาบน Facebook มากก่อน” แต่เมื่อเจอสถานการณ์ปรับลด Reach (การเข้าถึง) ของหน้า Feed Fanpage ส่งผลให้หลายคนหันมาศึกษา เรียนรู้ที่จะยิงแอดด้วยตัวเองกันมากขึ้น

และในฐานะที่พวกเราเป็น Agency อีกหนึ่งเจ้าที่มีลูกค้าตั้งแต่กลุ่ม SME ขนาดย่อม ไปจนถึง Enterprise ขนาดใหญ่ บางรายยิงแอดกันงบตั้งแต่วันละ 100 บาท ไปจนถึง 100,000 บาทเลยทีเดียว

“พวกเราจึงเก็บรวบรวมข้อมูลจากเหล่าผู้ประกอบ นักการตลาด และคนยิงแอด จากธุรกิจเหล่านั้นมา 60 ธุรกิจ มาสรุปมาเป็น 3 ปัญหาหลักที่คนยิงแอดส่วนใหญ่ต้องเจอตลอดปี 2019 พร้อมแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้น”

ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนว่า “นี่เป็นเพียงข้อมูลที่ทำขึ้นจาก การพูดคุย แบบสำรวจ และวิเคราะห์โดยทีมงาน H.I.P. Marketing Studio เท่านั้น” เพื่อเป็นแนวทางเริ่มต้นยิงแอด ทำโฆษณาในปี 2020 กันได้อย่างราบรื่น

1. 90% ตอบว่าปัญหาคือ “การเลือกกลุ่มเป้าหมายไม่ชัดเจน ตั้งเท่าไรก็ไม่ตรง”

  • หนึ่งในปัญหาหลักและปัญหาใหญ่ ที่เหล่าหลายจะต้องเจออย่างแน่นอน กับการเลือกกลุ่มเป้าหมายในการยิงแอด ที่หลายครั้งอาจจะเลือกตั้งกลุ่มเป้าหมายจนมี Potential Audience Size สูงเกินไป กว้างเกินไป (Potential Audience คืออะไร)

    ถึงแม้ว่า เมื่อปล่อยโฆษณาออกไปแล้ว จะมีคนเห็นโพสต์นั้นเยอะก็จริง แต่ก็อาจจะแลกมาด้วย “กลุ่มเป้าหมายของแอดกว้างซะจนหาคนซื้อไม่ได้เลย”
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายแทบตายแต่สุดท้ายได้ใครก็ไม่รู้! เชื่อว่าหลายคนเคยประสบปัญหานี้ ปัญหาในการยิงแอดออกไปแล้ว ใส่กลุ่มเป้าหมายโดยละเอียด ทั้งอายุ เพศ ความสนใจ แต่สุดท้ายกลับมีแต่คนที่คิดว่า “ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายมาคลิก”
  • ไม่เข้าใจว่า “ควรตั้งความสนใจอะไร” แล้วลูกค้าจะซื้อ เช่น สินค้าเป็นธุรกิจความงาม ควรตั้งความสนใจว่า “Beauty” หรือ “Cosmetic” หรือไม่ ?

สาเหตุของปัญหาการตั้งกลุ่มเป้าหมาย และวิธีการแก้ไข

ต้องยอมรับเลยว่า “ปัญหาหลักของการยิงแอด” ก็คือ “การตั้งกลุ่มเป้าหมาย” หรือการตั้ง Target Audience แต่ก็คงต้องย้ำอีกครั้งว่า “การตั้งกลุ่มเป้าหมายมันไม่มีสูตรตายตัว ใส่ความสนใจนี้ แล้วจะขายได้” ทั้งนี้อาจจะเป็นเพียงแนวโน้มว่าจะขายได้เท่านั้น และสำหรับวิธีแก้ที่แนะนำก็คือ

1. ทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย หรือคนที่จะขายของให้จากใจจริง : ลงลึกไปถึงความสนใจของพวกเขาจริง ๆ อย่าเอา “ความสนใจที่มาจากตัวสินค้าเป็นที่ตั้ง” แต่ควรเอาความสนใจของลูกค้าเป็นที่ตั้ง

เช่น สินค้าเป็นเครื่องสำอาง ก็สามารถเอาความสนใจเป็น Pantip หรือ Wongnai มาตั้งก็ได้หากกลุ่มเป้าหมายของเราสนใจ

หรือหัดนำข้อมูลลูกค้าวิเคราะห์บ้าง จาก ข้อมูลเชิงลึกของแฟนเพจ (วิธีการใช้งานเครื่องมือนี้)

2. ศึกษาวิธีการทำ ฺBuyer Persona เพื่อลงลึกเข้าใจความต้องการ ปัญหา ของลูกค้าที่แท้จริงว่าคืออะไร โดยแนะนำให้อ้างอิงจากฐานลูกค้าเก่าเป็นรายบุคคล หรือกลุ่มบุคคล มากกว่าการ “คิดว่าเค้าเป็นแบบนี้” เพื่อข้อมูลที่ตรงมากที่สุด

ตัวอย่าง Buyer Persona

คลิก Download Buyer Persona Template

3. หันมาให้ความสำคัญกับการทำ Funnel : โดยการค่อย ๆ ดักลูกค้าจากความสนใจของคนรับชมวิดิโอ หรือ Conversion บน Website และค่อย ๆ ทำกลุ่มเหล่านั้นมาทำ Custom Audience และ Look A Likes ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

2. 80% ตอบว่าปัญหาคือ “ไม่สามารถเปลี่ยนเปลี่ยนยอดไลค์ให้เป็นยอดขายได้” เราทำผิดตรงไหน ?

เคยเห็นไหมกับบาง Post ที่มีการเข้าถึงที่มาก ยอด Like สูง แต่หลังบ้าน กลับมียอดขายที่ไม่ได้มากตาม นั้นก็เพราะว่าการยิงแอดของคุณอาจจะมีประสิทธิภาพแค่การสร้างยอดการเข้าถึงเพียงเท่านั้น แต่ไม่มีประสิทธิภาพในการสร้างขายเอาเสียเลย ซึ่งนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สืบเนื่องมาจากการตั้งกลุ่มเป้าหมายผิดจุดในข้อแรกอีกด้วย

ปัญหาเรื่องยอดขายอาจจะเกิดมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้ พร้อมวิธีแก้ไข

  • คุณอาจจะรู้จักและเข้าใจฟังก์ชั่นของเครื่องมือยิงแอดได้ไม่มากพอ

    รู้หรือไม่ ว่าการยิงแอดของ Facebook นั้น ไม่ได้มีเพียงการเลือกแค่ยิงแอดแบบ เน้นการเข้าถึง สร้างยอดการมีส่วนร่วมเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายเครื่องมือให้ได้ใช้กัน

    เช่นเดียวกันกับการตั้งค่าความสนใจ ที่มีมากกว่า พื้นที่ของกลุ่มเป้าหมายและความสนใจเพียงเท่านั้น หากแต่ว่ามันยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ใช้ประกอบกัน เพื่อจะได้กับกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้าที่ตรงกับธุรกิจจริงๆและสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง

    ทำความเข้าใจการเลือก Objective ให้มากขึ้นที่นี่คลิก
  • คุณอาจจะเลือกตำแหน่งการวาง Ad มากเกินไป เพราะที่ดีที่สุดคือ Automation Placement

    1. หากคุณตั้งค่าให้ Place Ad เฉพาะหน้า Feed คุณอาจจะพลาดโอกาสเข้าถึงลูกค้าที่รอคุณอยู่อีกหลายช่องทางก็ได้

    2. หากจะ Edit Placement แนะนำเป็น เลือก 4 Placement ขึ้นไปจะได้ผลลัพท์ที่ดีกว่า

     3. ทางออกที่ดีที่สุดก็คือ “เลือกแบบ Automation Placement” ในช่วงแรก เพื่อให้ระบบได้ศึกษา และหาช่องทางที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมายของเรา
  • คุณอาจจะยิงแอดแบบไร้จุดหมาย เน้นทุ่มเงินมากกว่าวางแผน

    หลายคนอาจจะเข้าใจผิดว่า “การยิงแอด” คือการแข่งขันว่าใครงบจะหนาก็กัน แต่ต้องบอกก่อนเลยครับ นี่คือความจริงเพียงเสี้ยวนึงเท่านั้น เพราะส่วนตัวแล้วสิ่งที่แข่งกันมาที่สุดก็คือ “การวางกลยุทธ์” ต่างหาก

    เบื้องต้นก่อนที่จะยิงแอดครั้งต่อไป ลองวางแผนตามหัวข้อต่อไปนี้ดูก่อนก็ได้

    1. Segmentation : แบ่งกลุ่มเป้าหมาย
    2. Ads Optimization : ตีโจทย์ให้แตก ปรับการสื่อสารให้โดน
    3. Scheduling Your Campaigns : กำหนดเป้าหมาย / ระยะเวลา ให้ชัดเจน
    4. Managing Your Budget Wisely : บริหารงบประมาณ วางตำแหน่งให้เหมาะ
    5. Tracking Your Results : สรุปผล วิเคราะห์ข้อมูล ให้ตรงจุด
  • คุณอาจจะไม่เข้าใจการดู Ad Performance เลยว่า Ad ชุดไหนดี ไม่ดี ควรเปิดต่อ หรือปิดไปเลย

    การวิเคราะห์ Performance ของ Ad แต่ละตัวคือช่วงที่สำคัญเป็นอย่างมาก พอ ๆ กับการตั้งกลุ่มเป้าหมาย หรือการสร้างคอนเทนท์ เพราะนี่คือตัวชี้วัดเลยว่า “คุณควรไปต่อ หรือต้องยกธงขาวกับแอดตัวนี้ดี”

    โดยรูปแบบการวัดผลมีให้ศึกษากันมากมายหลายวิธี แต่วิธีที่ง่ายและเห็นชัดที่สุดก็คือ การวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

โดยระบบการวัดผลจะถูกแบ่งออกมาเป็น 3 ตัวหลักๆ


1. Quality Ranking (จัดอันดับเชิงคุณภาพของ ADS) : หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


2. Engagement Rate Ranking (จัดอันดับเชิงการมีส่วนร่วมของ ADS) : Rate จะวัดผลการเข้าถึงเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน


3. Conversion Rate Ranking : (จัดอันดับการคอนเวิร์สของ ADS) หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปแล้ว Rate จะวัดผลการคลิกคอนเวิร์สเมื่อเทียบจาก โฆษณาในประเภทหรือกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

อ่านเรื่องนี้ต่อได้ที่ : บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

3. 70% ตอบว่าปัญหามาจาก ทำ Content ที่ไม่น่าสนใจ และไม่ตรงตามกฎ ของ Facebook

สำหรับเรื่องของคอนเทนท์หลัก ๆ จะประกอบไปด้วย 2 ปัญหาใหญ่ ๆ ก็คือ “คอนเทนท์ขายไม่ได้” และ “คอนเทนท์ผิดกฏยิงแอดไม่ผ่าน”

แก้ปัญหาปัญหาคอนเทนท์ขายไม่ได้

1. ก่อนที่จะลงมือทำคอนเทนท์ สร้างโพสต์สำหรับขายสินค้าสักหนึ่งชิ้น จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “ยุคนี้เป็นยุคที่คนกำลังมองหา Total Experience สนใจผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าวิธีการ”

จึงต้องหันมาทำคอนเทนท์ เน้นการสร้างประสบการณ์ในแบรนด์ให้กับผู้บริโภค ซึ่งแน่นอนว่าต้องหันมามองเป็น “Total Experience” ที่แต่ละช่วงของ Audience (Customer) Journey ตั้งแต่มีความต้องการ – รู้จักแบรนด์ – ศึกษาหาข้อมูล – ตัดสินใจ (Call to Action) เชื่อมต่อร้องเรียงเข้าด้วยกัน

ซึ่งการสร้าง Total Experience จึงครอบคลุม Audience Journey เพื่อวางแผนให้ครบทุก Touch Point ในการเข้าถึง และเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

และรูปแบบการเขียน มีให้เลือกมากมาย ตามประเภทของสินค้าและบริการ ทั้งนี้คงตอบชัดไม่ได้ว่า “อะไรคือวิธีการที่ดีที่สุด” เพราะสุดท้ายแนะนำให้ทดสอบใน Ad Set ครั้งละ 5-6 ตัว เพื่อแข่งขันจนหาตัวที่ดีที่สุด

2. ทำความเข้าใจสินค้าของตัวเองให้มากก่อนลงขาย เข้าใจการหยิบประเด็น คีย์สำคัญของสินค้ามาเขียน ยกตัวอย่างเช่น การทำความเข้าใจสินค้าในแต่ละ Layer

3. ลองเอา Flow การเขียนแบบ Problem – Agitate – Solve (PAS) ไปลองใช้

สูตรยอดนิยม ที่ครีเอทเตอร์ชอบนำมาใช้ตอบโจทย์คนอ่าน/ลูกค้า โดยมีวิธีการดังนี้


Identify a problem – อธิบายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะต้องแสดงถึงความเข้าใจถึงปัญหานั้นจริงๆ *ทำให้คนอ่านรู้สึกให้ได้ว่า “เราเข้าใจปัญหานั้นจริงๆ”


Agitate the problem – กระตุ้นปัญหาเหล่านี้ให้คนอ่านเห็นภาพ ว่ามันสำคัญมากแค่ไหน หากไม่ได้รับการแก้ไข เช่น กระทบอย่างไร ส่งผลอย่างไรต่อชีวิต


Solve the problem – นำเสนอ “สินค้า/บริการ” เข้าไปเป็นวิธีแก้ปัญหาให้คนอ่านเข้าใจง่าย เข้าถึงได้

ถ้าคิดไม่ออกลองดูไอเดียได้ที่ : Facebook Business เปิดโอกาสให้พัฒนาธุรกิจผ่าน “Success Stories” ส่องธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

หรือลองอ่านรายละเอียดของ Creative Tips ที่ Facebook ลงเอาไว้

แก้ปัญหาคอนเทนท์ยิงแอดไม่ผ่าน ผิดกฏ Facebook

กฏหลายข้อคิดว่าทุกคนน่าจะทราบกันดีว่า “อะไรคือคำว่าผิดกฏ” และไม่สามารถใช้คำนั้น รูปนั้นได้ แต่มีเรื่องที่คนส่วนใหญ่พลาดกันตาม Checklist ต่อไปนี้

Checklist สินค้า

▪ ไม่อนุมัติแน่ถ้าเป็น สินค้าของก๊อปแบรนด์เนม
▪ สินค้า 18+
▪ อาวุธ ความรุนแรง หรือแม้แต่ปืนบีบีกัน

 Checklist การใช้คำพูด

▪ ต้องบอกให้ชัดเลยว่าเราขายอะไร
ตัวอย่างเช่น :

❌ มาลองฟรี! ของดี ใช้แล้วหน้าหายพัง!
✔ เซรั่มมุกุ ใช้ได้แล้วดี ดูแลผิวหน้า แจกตัวทดสอบฟรี!!

▪ ห้ามตั้งคำถาม หรือเจาะจงลักษณะของ User!! (ข้อนี้หลายคนพลาด)

ตัวอย่างเช่น :

❌ คุณเป็นสาว SIZE ใหญ่ใช่มั้ย ??? มาลองเลยกลัวอะไร!
✔ ร้านนี้เลย! เสื้อผ้าสำหรับสาว SIZE ใหญ่ คืนความมั่นใจ!

❌ คุณกำลังตกงานอยู่ใช่มั้ย ? คลิกตรงนี้มีข่าวดีมาบอก
✔ เปิดรับสมัคร “นักการตลาด” อาชีพที่คุณอาจหลงรัก

▪ ห้ามมีคำหยาบ (แม้แต่คำว่า โครต! ก็ผิดแล้ว)

▪ โฆษณาเกินจริง โอเวอร์เคลม

ตัวอย่างเช่น :

❌ คลิกเลย คอร์สลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน
✔ พอลล่าลดน้ำหนัก 10 กิโลใน 3 เดือน เมื่อใช้คอร์สของเรา *การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

หากลองสังเกตดูเทรนด์การยิง ADS ในปัจจุบันนี้ สำหรับตัวธุรกิจแล้ว เรื่องยอดการเข้าถึงหรือว่ายอด Reach ถือว่ามันได้ Out ไปแล้ว นั่นก็เพราะว่า สุดท้ายแล้วเป้าหมายในการยิงแอดของแต่ละธุรกิจก็คือเรื่องของ “ยอดขาย”

ดังนั้นเป้าหมายของการยิงแอด อาจจะไม่ใช่เป็นการยิงหว่าน เพื่อหาลูกค้าอีกต่อไป หากแต่จะเป็นการยิงแอด เพื่อให้ตรงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด เพื่อจะได้สื่อสารไปยังกลุ่ม Last Customers จนสร้างยอดขายให้กับธุรกิจให้ได้นั่นเอง

และสุดท้ายก่อนที่จะเริ่มยิงแอดครั้งต่อไป ขอแนะนำให้อ่าน 6 เทรนด์ที่เอเจนซี่และสายยิงแอด ต้องรู้ ข้อมูลตรงจาก Facebook ที่พวกเราได้มีโอกาสเข้าไปอัปเดตกับ Facebook Chiangmai Agency Acceleration ในช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 4]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LIFESTYLE

เจาะใจไรเดอร์ สถานการณ์ Grab Food เชียงใหม่ ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ?

Published

on

By

Grab Food คือแพลตฟอร์มที่รวบรวมร้านอาหารยอดนิยม และร้านต่างๆ ไว้ในแอปพลิเคชั่น Grab เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสั่งอาหารผ่านทางแอปพลิเคชันได้เลย โดยที่ไมต้องเดินทาง หรือออกมาซื้อเอง เพราะว่าทาง Grab จะมีคนขับเข้าไปส่งอาหารตรงถือคุณเลย  

หากแต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการแพร่ระบาดของ โควิด – 19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายๆ ธุรกิจเป็นอย่างมาก ส่งผลทำให้อัตราการเติบโตและรายได้ของธุรกิจต่างๆ ซบเซา และลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ หากแต่สิ่งที่น่าสนใจนั้น ก็คือในช่วงสถานการณ์ช่วงนี้ที่หลายธุรกิจกำลังซบเซา หาก Grab Food กลับมียอดการใข้บริการสูงสุดกว่าช่วงปกติถึง 3 เท่า (อ้างอิงจาก https://news.ch7.com/detail/399135

มากไปกว่านั้นคือมีการใช้หน้าใหม่เข้ามาใช้บริการกันอย่างมากขึ้นอีกด้วย สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนเริ่มระมัดระวังตัว และเลี่ยงการออกจากบ้านโดยไม่จำเป็น  

แต่สถิติที่เราได้กล่าวถึงต่อจากนี้นั้น “เป็นสถิติโดยรวบทั่วประเทศในพื้นที่ที่ Grab Food ได้ให้บริการ วันนี้เราจึงได้ออกไปสัมภาษณ์เหล่าพนักงานของ Grab Food ในย่านตัวเมืองเชียงใหม่ ว่าได้รับผลดี/ผลกระทบอย่างไรบ้างในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาด โควิด – 19”

No. ปริมาณงานที่ได้รับ  จำนวนงานก่อนเกิดโรคระบาด (จำนวนคาดการณ์โดยเฉลี่ย) จำนวนงานหลังเกิดโรคระบาด (จำนวนคาดการณ์โดยเฉลี่ย)  
1. ลดลง 21 18 
2. ลดลง 30 21 
3. ลดลง 30 15 
4. ลดลง 20 15 
5. ลดลง 30 15 
6. ลดลง 20 15 
7. ลดลง 20 10 
8. ลดลง 15 10 
9. ลดลง 30 25 
10. ลดลง 20 10 
11. ลดลง 30 15 
12. ลดลง 15 10 
13. ลดลง 20 10 
14. ลดลง 20 10 
15. เท่าเดิม 20 20 
16. ลดลง 30 10 
17. ลดลง 20 15 
18. ลดลง 20 10 
19. เท่าเดิม 20 20 
20. เพิ่มขึ้น 30 50 
21. ลดลง 30 20 
22. ลดลง 35 20 
23. เท่าเดิม 20 20 
24. ลดลง 20 16 
25. ลดลง 20 10 
26. ลดลง 35 20 
27. เท่าเดิม 20 20 
28. ลดลง 20 15 
29. ลดลง 27 10 
30. ลดลง 18 12 
31. เท่าเดิม 20 20 
32. ลดลง 25 10 
33. ลดลง 20 15 
34. ลดลง 20 17 
35. ลดลง 20 12 
36. ลดลง 30 15 
37. ลดลง 20 15 
38. ลดลง 22 10 
39. ลดลง 30 20 
40. ลดลง 20 15 
41. เท่าเดิม 15 15 
42. ลดลง 20 10 
43. ลดลง 30 15 
44. เพิ่มขึ้น 30 40 
45. ลดลง 15 10 
46. ลดลง 20 15 
47. ลดลง 25 15 
48. เพิ่มขึ้น 15 20 
49. ลดลง 25 10 
50. ลดลง 20 15 

จากการสำรวจสอบถามพนักงาน Garb food จำนวน 50 คน ในบริเวณ ถนนสุเทพ นิมมาน ศิริมัง สันติธรรม เจ็ดยอด กาดสวนแก้ว ละแวกหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สวนดอกพบว่า มีอัตราการได้รับงานลดลงจำนวน 41 ลดลงจำนวน คน, เท่าเดิม จำนวน 6 คน และเพิ่มขึ้น จำนวน 3 คน (โดยอัตรางานในข้อมูล เป็นอัตราจากการคาดการณ์โดยเฉลี่ยจากผู้ให้ข้อมูล) 

และจากการสอบถามเพิ่มเติมพบว่า เหตุผลที่ทำให้จำนวนผู้ใช้งานบริการ Grab Food ในเชียงใหม่ลดลง เนื่องจากนักท่องเที่ยวในเชียงใหม่มีจำนวนลดน้อยลง และประการต่อมาก็คือ จำนวนพนักงาน Garb Food เพิ่มขึ้น แต่จำนวนงานที่ได้รับนั้นเท่าเดิม 

แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งในพนักงาน Grab Food หลายหลายที่แย้งว่า การที่มีพนักงาน Grab Food เพิ่มมากขึ้น ก็ยิ่งส่งผลดี ที่ทำให้มีผู้ใช้งานเพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่นกัน 

ดังนั้น หากกล่าวโดยสรุป จากข้อมูลที่สำรวจและสอบถามพบว่า อัตราจำนวนงานที่ลดลงนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องเนื่องจากเพียงปัญหาการเกิดโรคระบาด โควิด – 19 เพียงอย่างเดียว หากแต่ว่ามีปัยจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง อาทิ จำนวนพนักงาน Garb Food ที่เพิ่มมากขึ้น เป็นต้น 

ปริมาณงานไรเดอร์จาก Grab Food มีจำนวนลดลงด้วยเหตุผลหลักอะไรบ้าง?

แท้จริงแล้วปริมาณงานของไรเดอร์ Grab Food ตั้งแต่ช่วงก่อนโรคระบาด COVID-19 และปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 มานี้ ก็มีปริมานงานที่ชะลอตัวหรือคงตัวอยู่ก่อนแล้ว แต่เมื่อมีผลกระทบอย่างปัญหาใหญ่ทั้งสอง ที่ตัดเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวให้น้อยลงอีก จนเป็นผลให้ปริมานงานน้อยลงกว่าเดิมอย่าง ถึงแม้จะมีไรเดอร์บางคนที่กล่าวว่างานเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นจำนวนที่น้อยมากอยู่ดี 

ช่วงเวลาการทำงานที่เพิ่มขึ้น เพื่อแลกกับค่าแรงเท่าเดิม

เนื่องจากปริมาณงานที่น้อยลงจากเหตุผลหลักที่ได้กล่าวไป ทำให้ไรเดอร์หลายคน ต้องใช้เวลามากกว่าเดิม 5-7 ชั่วโมง เพื่อให้ได้จำนวนงานมากเท่าเดิม หากคิดมูลค่าของแต่ละงานโดยเฉลี่ยให้ค่าส่งอาหารเป็นรอบละ 15 บาท เฉลี่ยงานในหนึ่งวันอยู่ที่ 20 งานต่อการทำงาน 11 ชั่วโมง ไรเดอร์จะมีรายได้ประมาณ 300 บาท/11 ชั่วโมง ถือว่าเป็นรายได้ขั้นต่ำที่ต้องแลกมาด้วยช่วงเวลาการทำงานที่เพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

LIFESTYLE

“รวม 10 Podcasts ทั้งไทยและเทศ ที่คนทำธุรกิจไม่ฟัง … ไม่ได้แล้ว”

Published

on

By

“ความสำเร็จไม่ได้มาจากความบังเอิญ แต่มาจาก ความเสียสละ ขยันหมั่นเพียร ศึกษาเรียนรู้อย่างหนัก และเหนือสิ่งอื่นใด มันมาจากความรักในสิ่งที่กำลังทำหรือเรียนรู้อยู่นั่นเอง” — Pele

ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในยุคที่ “การเรียนรู้สามารถทำได้ทุกเวลา” ไม่เว้นแม้แต่ระหว่างการเดิน นอน นั่ง ออกกำลังกาย หรือไม่ว่าเวลาว่างใด ๆ กับอีกหนึ่งรูปแบบของการเรียนรู้ยอดนิยม ที่กำลังมาแรงแห่งยุค แน่นอนครับว่าเรากำลังพูดถึง “Podcast” 

อีกหนึ่งรูปแบบการเรียนรู้ที่อัดแน่นไปด้วยความรู้ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย บนพื้นฐานของสื่อแบบเก่าอย่างวิทยุ แต่มีการปรับรูปแบบให้อยู่บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น 

ซึ่งรูปแบบรายการยอดนิยมของ Podcast ก็คงจะหนีไม่พ้นแนว “ธุรกิจ” ที่บอกเลยครับว่ามีรายการมากมาย หลากหลายหัวข้อ มีประเด็นให้อัปเดตกันไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้จะขอรวมเอา 10 Podcast สำหรับคนสายธุรกิจ ที่บอกเลยว่า “ห้ามพลาด” มาฝากกันครับ

FOUNDER CAST 

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักธุรกิจหน้าใสมือใหม่ หรือว่านักธุรกิจหน้าเก่า มือฉมัง ก็ขอแนะนำ Podcast ตัวนี้เลยกับ FOUNDER CAST เพราะรูปแบบของรายการ เป็นการสัมภาษณ์นักธุรกิจและผู้ประกอบการที่ฟังง่าย แถมยังเป็นกันเอง 

ทำให้เราสามารถเข้าใจถึงทริคเด็ด เคล็บลับของความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจได้อย่างกระจ่าง มากไปกว่านั้น ก็ยังมีการเจาะลึกไปถึงการพูดคุยถึง Life style ต่างๆ ของผู้ก่อตั้งธุรกิจแต่ละคน ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง ซึ่ง ณ จุดนี้เราจะสามารถรู้ได้ว่า การที่คนคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจได้นั้น การดำเนินชีวิตเป็นไปในรูปแบบใด 

แน่นอนว่าเราก็สามารถที่จะเอามาปรับใช้กับชีวิตของตนเองได้อีกด้วย มากไปกว่านั้นเราจะยังทราบไปถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของกระบวนการคิดในการใช้ชีวิตของคนทำธุรกิจต่าง ๆ เหล่านั้น เรียกได้ว่า FOUNDER CAST ได้นำเสนอได้อย่างครบถ้วน และเจาะลึกไปยัง Insight ลึก ๆ ยิ่งกว่าที่อื่นใด 

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

THE SECRET SAUCE 

เพิ่งได้รับรางวัลรายการยอดเยี่ยมไปมาด ๆ กับ The Secret Sauce ที่จะบอกได้ว่า “นี่คือรายการที่ปลุกกระแส Podcast ของบ้านเราเลยก็ได้”

รายการของ THE STANDARD รายการนี้ได้มีการบอกเล่าถึงทริคของการทำธุรกิจ พร้อมกับการเชิญผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ ได้เข้าพูดคุยถึงเทคนิคและเคล็ดลับที่นำไปสู่เส้นชัยของการทำธุรกิจ

ซึ่งบอกได้เลยว่าผู้ประกอบการและธุรกิจที่ได้เข้ามาพูดคุยในรายการนั้น เรียกได้ว่าเป็นตัวท็อปของวงการธุรกิจกันเลยทีเดียว และนอกเหนือจากนั้น ก็คือแง่มุมของการดำเนินธุรกิจที่น่าสนใจเป็นอย่างมากอีกด้วย 

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

The Money Case 

เรื่อง “เงิน” และ “การลงทุน” เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่เหล่าคนทำธุรกิจไม่รู้อาจไม่ได้ ทำให้ไม่ว่าต่อให้คุณจะทำธุรกิจมามากน้อยสักแค่ไหน ก็ควรที่จะทำความเข้าใจเรื่องเงินและการลงทุน แน่นอนว่าหากคุณกำลังมองหาแหล่งให้ความรู้ด้านเหล่านี้แบบสนุก และเข้าใจได้ง่าย ๆ 

ต้องนี้เลยกับ THE MONEY CASE BY THE MONEY COACH ของโค้ชการเงินแห่งยุคหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์ รับรองได้เลยว่าคุณจะได้ทั้งทริคในการจัดการเรื่องเงิน และความรู้ในด้านการลงทุน เรียกได้ว่าเป็น Podcast ที่ผู้ประกอบการ และนักธุรกิจไทยที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

MISSION TO THE MOON 

เจาะลึกกับประสบการณ์ตรงของคุณรวิศ หาญอุตสาหะ ผู้บริหารบริษัท ศรีจันทร์ ที่ได้เข้ามาเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของการรีแบรนด์ศรีจันทร์ ให้กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งในรูปแบบของตัวเอง ที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าเดิม ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ Podcast นี้ เป็นการถ่ายทอดจากนักธุรกิจที่มีประสบการณ์ตรง และยังประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจอีกด้วย จึงทำให้เรื่องราวต่างๆ เหล่านั้น เป็นความรู้ที่หาได้ยาก และไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง (แอบกระซิบเลยว่า รายการนี้แฟนคลับเพียบเลยนะครับ) แนะนำให้ลองไปฟังกันดูครับ

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

ENTERPRENEURIAL THOUGHT LEADERS 

Podcast ที่จะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงบรรยากาศในคลาสเรียน ซึ่งในคลาสเรียนที่ว่านี้นั้น ก็เป็นเหมือนกับการเอาคลาสเรียนใน Stamford เสียอย่างไรอย่างนั้น นั่นก็เพราะว่า ผู้ประกอบการที่มาพูดคุยในนี่แล้ว 

ส่วนใหญ่จะเป็นศิษย์เหล่าของ Stanford โดยความพิเศษที่น่าสนใจก็คือ ในร่างกายจะมีช่วงให้ถามคำถาม ซึ่งผู้เรียนในคลาสจะสามารถตั้งคำถามที่อยากรู้ เพื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาพูดคุยได้ นั้นตอบคำถามที่สงสัยไว้ ซึ่งข้อดีก็คือ การฟังของคุณจะไม่ใช่เป็นเพียงแค่การฟังเพียงอย่างเดียวเท่านั้นอีกต่อไป หากแต่จะเป็นการฟังที่คุณจะสามารถตั้งคำถาม และมีการหาคำตอบให้กับคำถามที่คุณสงสัยอีกด้วย 

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

Business War 

สำหรับใครที่เป็นคอมวย หนังสงคราม หรือการต่อสู้ บอกเลยว่าต้องห้ามพลาดกับ Podcast ช่องนี้ เพราะเพียงแค่ดูจากชื่อก็พอจะสัมผัสได้ถึงความดุเดือดของมันแล้วใช่ไหม แต่เมื่อลองฟังแล้ว บอกเลยว่าความดุเดือดที่คุณคิดไว้นั้น มันจะยกกำลังขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะว่ารายการจะมีการเล่าถึงการต่อสู้ในวงการธุรกิจของเหล่ายักษ์ใหญ่ ที่แม้ว่าเราจะเห็นว่าบริษัเหล่านั้นจะมาฐานการซื้อขาย หรือชื่อเสียงในระดับสูงแล้ว หากแต่อาจจะไม่เคยรู้ แต่เงียบๆ … แต่ต่อสู้กันเพียบนะ การันตีได้เลยว่าคุณจะรู้ถึงชั้นเชิงของการต่อสู้ที่ดุเดือดไม่แพ้หนังสงครามเรื่องโปรดที่คุณเคยดูอย่างแน่นอน 

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

Gimlet – Startup 

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ในการทำธุรกิจ หรือว่ามีแพลนที่อยากจะทำธุรกิจอะไรสักอย่างอยู่ละก็ แนะนำให้ฟัง Podcast นี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นการถ่ายทอด พูดคุยถึงเรื่องราวในแวดวงสตาร์ทอัพมืออาชีพ ที่ฟังแล้วรับรองได้เลยว่ามันจะเป็นเรื่องราวที่จะสร้างพลังและแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจของคุณได้เป็นอย่างมาก และที่สำคัญ องค์ความรู้ที่คุณจะได้ไปจากการฟังรายการนี้นั้น จะช่วยพัฒนาทักษะของคุณได้เป็นอย่างมาก 

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

Eventual Millionaire 

เป็น Podcast ที่สร้างขึ้นจากประเด็นที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเกิดขึ้นจากที่ Jaime Masters เป็นบุคคลที่มีความกระตือรือร้นในการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก และมีความฝันที่จะผลักดันตัวเองให้เป็นเศรษฐีเงินล้านให้ได้ หากแต่ว่าเส้นทางในการไปถึงเส้นชัยเหล่านั้นไม่ใช่เรื่องง่าย 

และอาจจะยังไม่สามารถทำสำเร็จได้ในเวลาอันใกล้นี้ จึงทำให้เธอเลือกที่จะทำให้ Podcast นี้ขึ้น แล้วใช้มันไปสัมภาษณ์กับเหล่าเศรษฐีเงินล้าน ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ เพื่อที่จะได้เรียนรู้ไปถึงกลยุทธ์ เคล็ดลับ และเรื่องราวของคนเหล่านั้น เพื่อจะได้นำมาปรับใช้ในการทำธุรกิจของตนนั่นเอง

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

Masters of Scale 

Podcast ที่มีการรวบรวมตัวพ่อในวงการธุรกิจไว้เยอะที่สุด และมีการจัดรายการโดย Reld Hoffman ผู้ก่อตั้ง Linkedi, Greylock Partner และนักลงทุนใน Facebook และ Airbmb 

โดยรายการจะมีการเชิญแขกรับเชิญในระดับ Top มาพูดคุยได้แบบเจาะลึก ไม่ว่าจะเป็น MARK ZUCKERBERG แห่ง FACEBOOK, หรือ REID HESTING แห่ง NETFLIX ฯลฯ ที่พอฟังแล้วคุณจะทึ่งในกระบวนการคิดของคนเหล่านี้เป็นอย่างมาก ซึ่งนอกเหนือจากความรู้ก็ยังมีความสนุกอีกด้วย เรียกได้ว่าครบรสจริงๆ 

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

How I Built This 

ส่งท้ายไปกับ Podcast จากผู้ร่วมในการสร้างสรรค์ TED Radio Hour อย่าง Guy Ray ซึ่งเนื้อหาหลัก ๆ จะเป็นการพูดคุยถึงเรื่องของผู้ประกอบการ นวัตกรรม อุดมการณ์ และเบื้องลึกเบื้องหลังของการทำธุรกิจ ซึ่งความน่าสนใจจะอยู่ตรงที่การวิเคราะห์ว่า ทำไมการทำธุรกิจใจวิธีต่าง ๆ เหล่านั้น เหตุใดจึงทำให้ผู้ประกอบการณ์ประสบความสำเร็จ หรือ ล้มเหลว ซึ่งข้อคิดและความที่ได้จากการฟังนั้น หากคุณลิสต์ไว้เป็นข้อๆ ในสิ่งที่ต้องทำ และห้ามทำในการทำธุรกิจ รับรองได้เลยว่าคุณจะทริคในการทำธุรกิจในแบบฉบับที่จะเกิดข้อผิดพลาดได้น้อยที่สุด และเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จที่มากขึ้น 

คลิกไปฟังกันได้ที่นี่

เพราะโลกหมุนไปทุกวัน และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการที่คุณจะตามทันโลกให้ได้ ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกัน ยิ่งในโลกของการทำธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง การมีความรู้ เทคนิคหรือทริคในการดำเนินธุรกิจ ก็เปรียบเสมือนกับการมีปืนในท่ามกลางสนามรบที่คนส่วนใหญ่มีแค่ดาบ ดังนั้น หากอยากให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จได้ Podcast ที่เราได้เอามาฝากกันในวันนี้ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี ที่คนที่คิดจะเริ่มต้นในการหาอาวุธเพื่อใช้ในการทำธุรกิจนะครับ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

INNOVATION

พฤติกรรมผู้บริโภคยากแท้หยั่งถึง! เทคโนโลยีจึงสำคัญ Audience+ เลยถือกำเนิด

Published

on

By

หากสนใจสมัครใช้บริการ Audience+ คลิก : สมัครใช้บริการ

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นทำธุรกิจอะไรสักอย่างหนึ่งนั้น สิ่งสำคัญที่เราต้องรู้ก็คือเรื่องของ “ความต้องการของผู้บริโภค” ที่เราจะต้องรู้ถึงความต้องการเหล่านั้น เพื่อจะได้นำมาใช้สำหรับการนำเสนอหรือปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการของตัวเอง และเมื่อเรารู้ถึงความต้องการเหล่านั้นแล้ว ต่อมา สิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่อง “พฤติกรรมผู้บริโภค” ซึ่งหากเราเข้าใจและรู้ถึงพฤติกรรมเหล่านี้ได้ ก็จะส่งผลดีต่อตัวธุรกิจเป็นอย่างมาก 

แต่ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าพฤติกรรมที่อยู่เบื้องหลังก่อนการตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการอะไรสักอย่างของผู้บริโภคนั้นมีอะไรบ้างละก็ ตามมาดูกันได้เลย กับ 5 ข้อเหล่านี้ 

1. ความจำเป็น  

สิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะคำนึงถึงเป็นอย่างแรกก็คือเรื่องของ “ความจำเป็น” ว่ามันมีมากเพียงพอที่จะเกิดการซื้อหรือไม่นั่นเอง 

2. การค้นหาข้อมูลสินค้า/บริการนั้นๆ  

ต่อมาเมื่อได้พิจารณาแล้วว่ามีความจำเป็น ขั้นตอนต่อมาก็จะเป็นการหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวสินค้า / บริการนั้นๆ เพื่อใช้สำหรับการประกอบการตัดสินใจ 

3. ประเมินตัวเลือกอื่นๆ ที่หลากหลาย  

เมื่อหาข้อมูลแล้ว ก็จะพบสิ่งหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง ก็คือเรื่องของสินค้าที่มีความเหมือน คล้ายคลึง หรือใช้ทดแทนกันได้ขึ้นมาในระหว่างการหาข้อมูล ซึ่งความหลากหลายนี้นั้น ก็มีทั้งข้อดีในแง่ของที่สามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติหรือความคุ้มค่าได้ แต่ข้อเสียก็คือจะมาทำให้เกิดความสับสนในด้านของการตัดสินใจ

4. ตัดสินใจซื้อ  

หลังจากเสร็จสิ้นกับกระบวนการประเมินตัวเลือกแล้ว ผู้บริโภคก็จะสามารถเลือกได้ว่าสินค้าที่สนใจตั้งแต่แรกนั้นจะซื้อตัวเดิมที่สนใจหรือไม่ หรือว่าตัวเลือกอาจจะเปลี่ยนไปเมื่อประเมินเทียบกับตัวเลือกอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนใหญ่แล้วผู้บริโภคจำคำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นส่วนสำคัญ

5. พฤติกรรมหลังการซื้อ  

เมื่อเลือกตัดสินใจเลือกซื้อแล้ว จากนั้นก็จะเป็นการประมวลผลลัพธ์จากประสบการณ์ใช้ ซึ่งจะใช้ข้อมูลที่หามาจากข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณสมบัติหรือฟังก์ชัน ว่าสามารถตอบสนองได้อย่างที่คาดหวังไว้หรือไม่ 

จะเห็นได้ว่าก่อนที่จะเกิดการซื้อสินค้าของผู้บริโภคนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายๆ แบบที่คาดคิดกันไว้ หากแต่ว่ามีหลายขั้นตอนที่อยู่เบื้องหลังเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าความซับซ้อนและความหลากหลายของพฤติกรรมการซื้อของลูกค้านั้น ทำให้แต่เดิมทางตัวธุรกิจจะต้องใช้นักการตลาดที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ เพื่อที่จะแยกลูกค้าเหล่านั้นออกมาเป็นแต่ละกลุ่มเป้าหมาย จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่การประชาสัมพันธ์ไปสู่แต่ละช่องทางที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อจำกัดของขั้นตอนนี้นั้น คือเรื่องของการใช้เวลาและงบประมาณที่สูง 

การตลาดแบบ Offline สู่ การตลาดแบบ Online 

จากอดีตสู่ปัจจุบัน ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ซึ่งหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการตลาดก็คือการเปลี่ยนแฟลตฟอร์มจาก Offline สู่ Online ที่มากขึ้น ทำให้พื้นที่เป้าหมายในการโฆษณา ประชาสัมพันธ์จึงไม่ได้หมายถึงสถานที่ใด สถานที่หนึ่งอีกต่อไป แต่หมายถึงแฟลตฟอร์มต่าง ๆ แทน ซึ่ง ณ ที่นี้ของเน้นช่องทางสื่อโซเซียลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอย่าง Facebook 

ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นช่องทางออนไลน์ที่ใหญ่และกว้างมาก ๆ โดยเพียงแค่บัญชีผู้ใช้งานชาวไทยเพียงประเทศเดียวเท่านั้น ก็มีตัวเลขที่สูงถึง 45 ล้านบัญชี ทำให้การที่ธุรกิจจะสร้างการรับรู้การมีตัวตนของธุรกิจ จะต้องอาศัยการยิง AD เข้ามาช่วย 

แต่เชื่อได้เลยว่า ต่อให้คุณจะเป็นคนทำธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรง หรือเจ้าเก่า มือเก่าก็ตามแต่ ก็อาจจะยังไม่สามารถเข้าใจถึงการยิง AD Facebook อย่างแท้จริง ทำให้กรณีของการตั้งค่า ADS ที่ใหญ่และกว้างมากจนเกินไป ซึ่งข้อเสียก็คือทำให้ต้นทุนในการโฆษณานั้นสูง ทำให้หากตัวธุรกิจอยากจะเพิ่มกำไรและลดต้นทุน การตั้งค่า ADS ให้เจาะจงและตรงกลุ่มมากขึ้น 

ตั้งค่าการยิง AD Facebook อย่างไร? ให้มันอัตราค่าโฆษณาต้นทุนที่ต่ำลง 

การตั้งค่าการยิง AD ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นคำพูดง่าย ๆ ที่ทำได้ยาก นั้นก็เพราะว่าคุณจะต้องไปศึกษา Inside ลึก ๆ ของกลุ่มลูกค้าของเรา จากนั้นจึงนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อใส่ในการตั้งค่า AD Facebook อีกครั้งหนึ่ง 

ด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยากและหลากหลาย ก็เป็นอีกหนึ่งข้อจำกัดที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในการตั้งค่า แต่นั่นจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปถ้าคุณได้รู้จักกับนวัตกรรมดี ๆ แห่งยุคอย่าง Audience+ 

Audience+ นวัตกรรมที่ถูกพัฒนาและต่อยอดมาจาก OneChat ด้วยทำหน้าที่ในการอ่านและประมวลผลทุก ๆ ข้อความเข้ามาสู่ระบบของเพจ จากนั้นตัว AI ของโปรแกรมจะอ่านค่าและวิเคราะห์ข้อมูลถึงพฤติกรรมลูกค้าให้ออกมาเป็นกลุ่ม ๆ 

ซึ่งความพิเศษที่น่าสนใจของมันก็คือ มันสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ลูกค้ามีฟฤติกรรมแบบไหน สนใจแต่ไหน และยังสามารถรู้ลึกไปจนถึงขั้นที่ว่าลูกค้าคนไหนที่มีแนวโน้มที่จะซื้อหรือไม่ซื้ออีกด้วย 

ระบบการทำงานของ Audience+ 

คือ การประมวลผลและคัดแยกประเภทของลูกค้าจาก คำพูด ระยะเวลา และพฤติกรรมต่าง ๆ โดยแบ่งแยกออกมาเป็น 3 กลุ่มได้ดังนี้ 

1. NotPurchase คนไม่ซื้อ

2. Add2Cart คนที่มีโอกาสในการสั่งซื้อ 

3. Purchase คนที่มีพฤติกรรมในการสั่งซื้อ 

ข้อมูลที่ได้มานี้ สามารถนำไปต่อยอดในการยิง AD ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Retargeting , Marketing , Upsell , Lookalike เป็นต้น 

และจากข้อมูลที่ได้มาเป็นประเภทของลูกค้า 3 กลุ่มนั่น Audience+ จะ Export ผลการวิเคราะห์ที่ได้ในแต่ละประเภทออกมาเป็น “กลุ่มเป้าหมาย” ในเครื่องมือของการยิง AD Facebook โดยคุณสามารถที่จะกดลงโฆษณาได้เลย 

แน่นอนว่าทำง่ายทำให้คุณลืมขึ้นตอนของความยุ่งยากและซับซ้อนจากการมานั่งวิเคราะห์เองไปได้เลย อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้ ก็มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 

1. ยิง ADS ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น 

2. ต้นทุนค่าโฆษณาอยู่ในอัตราที่คุ้มค่าและต่ำลง 

3. เกิดยอดขายให้กับธุรกิจที่มากขึ้น 

4. ลดต้นทุนและขั้นตอนการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายเอง 

รายละเอียดราคา 

หากสนใจสมัครใช้บริการ Audience+ คลิก : สมัครใช้บริการ

เมื่อโลกมีการเดินหน้า และนวัตกรรมมีการพัฒนาที่ช่วยทำลดความยุ่งยากและเพิ่มประสิทธิภาพ จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะไม่ใช้ Audience+ อีกต่อไปแล้ว มาเริ่มต้นลดต้นทุนให้ลดลง เพิ่มยอดขายและกำไรที่มากขึ้น จากนวัตกรรมดี ๆ ของคนไทย เพื่อธุรกิจไทยให้เดินหน้าไปได้อย่างไม่มีสะดุด … พลาดไม่ได้แล้ว 

หากสนใจสมัครใช้บริการ Audience+ คลิก : สมัครใช้บริการ

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
LIFESTYLE4 วัน ago

เจาะใจไรเดอร์ สถานการณ์ Grab Food เชียงใหม่ ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ ?

CREATIVITY2 สัปดาห์ ago

สสว. เปิดคอร์สออนไลน์สายปั้นคอนเทนท์ “ดิจิคอนเทนต์ From Idea To Idol” ฟรี!!

NEWS UPDATE2 สัปดาห์ ago

บรรเทาทุกข์ COVID 19 กรมสรรพากรลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จาก 3% เหลือ 1.5%

LIFESTYLE4 สัปดาห์ ago

“รวม 10 Podcasts ทั้งไทยและเทศ ที่คนทำธุรกิจไม่ฟัง … ไม่ได้แล้ว”

INNOVATION1 เดือน ago

พฤติกรรมผู้บริโภคยากแท้หยั่งถึง! เทคโนโลยีจึงสำคัญ Audience+ เลยถือกำเนิด

MARKETING TIPS1 เดือน ago

“Line” แอปพลิเคชันยืนหนึ่งในโซเชียลมีเดียไทย กับสถิติสุดเจ๋ง ที่ติดตาม

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

MARKETING TIPS2 เดือน ago

“คุณแม่ยุคใหม่ หัวใจดิจิทัล” เจาะลึกอินไซต์กับพฤติกรรมการซื้อผ่าน E-Commerce ของเหล่าคุณแม่

CREATIVITY2 เดือน ago

7 ตัวอย่าง Model ธุรกิจแบบ Subscription – เทรนด์ใหม่ของธุรกิจ 2020

CREATIVITY2 เดือน ago

พาส่อง Ad ตรุษจีน จากแบรนด์ระดับโลกประจำปี 2020

NEWS UPDATE3 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

NEWS UPDATE1 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY11 เดือน ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

LIFESTYLE1 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS10 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

CREATIVITY7 เดือน ago

Pornhub ปล่อยแคมเปญ “หนังโป๊ที่สกปรกที่สุด” หวังคนตระหนัก “ปัญหาขยะในทะเล”

EDUCATION10 เดือน ago

จุฬาฯเปิดคอร์สออนไลน์ฟรี! กับหลักสูตรการตลาดมีหัวใจ “Heartful Marketing”

MARKETING TIPS6 เดือน ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

NEWS UPDATE2 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

Facebook

Trending