Connect with us

LIFESTYLE

ยิ้มออกทั้งออฟฟิศ บริษัทเชียงใหม่ เอาสัตว์เลี้ยงมาได้! บอกเลยว่าบันเทิง

Published

on

 

บอกได้เลยว่า “บันเทิง” บริษัทเอช.ไอ.พี มาร์เก็ตติ้ง สตูดิโอ (H.I.P) บริษัท Digital Agency สัญชาติไทย ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกนโยบายตั้งแต่จัดตั้งบริษัทว่า “อนุญาตให้พนักงานทุกคนนำสัตว์เลี้ยงมาในออฟฟิศได้”

 

 

จากการสัมภาษณ์คุณแพท ผู้บริหารของ H.I.P. ได้เล่าถึงที่มาที่ไปให้กับทีมข่าวว่า

 

“บรรยากาศการทำงานโดยปกติภายในบริษัทจะเป็นกันเองอยู่แล้ว ทำงานกันแบบสบายๆ แต่อย่างไรก็ตามด้วยเนื้องานที่ต้องได้รับแรงกดดันจากทั้งลูกค้า และเป้าหมายที่วางไว้ จึงจะต้องมีอะไรสักอย่างที่ทำให้พนักงานในออฟฟิศยิ้มได้บ้าง”

 

คุณแพทยังระบุอีกว่า หลังจากที่ทดสอบในการให้พนักงานนำสัตว์เลี้ยงมา ก็พบว่า

 

“ออฟฟิตวุ่นวายกว่าเดิมมากๆ ทั้งน้องหมาและน้องแมว วิ่งกันให้วุ่น แต่ก็ยินดีเพราะพนักงานทุกคนยิ้มได้

 

และผลงานที่ออกมาก็ดีกว่าเดิม”

 

 

นอกจากความวุ่นวายที่ทำให้ออฟฟิศสดใสขึ้นมาได้แล้ว พบว่าการนำสัตว์เลี้ยงมาด้วยในออฟฟิศ จะช่วยทำให้

 

1. ออฟฟิศดูมีสีสันตลอดเวลา : ไม่ว่าพนักงานจะโดนลูกค้าสั่งแก้งานมากแค่ไหน กดดันด้วยผลประกอบการเพียงใด แต่พอหันไปเห็นน้องหมาน้องแมว เข้ามาเล่นด้วยก็ทำให้ผ่อนคลายความเครียดลงทันที บางครั้งยังระบายทุกข์กับน้องแมวได้อีกด้วย

 

2. เพิ่มเวลาในการขยับร่างกายให้พนักงาน : โดยปกติธรรมชาติของการทำงานในบริษัทจะนั่งติดเก้าอี้เป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายเท่าที่ควร แต่เมื่อนำน้องหมา น้องแมว เข้ามาวิ่งเล่น ก็ช่วยกระตุ้นให้พนักงานออกกำลังกายกันมากขึ้น

 

3. พนักงานเปิดใจเข้ากันได้ง่ายมากขึ้น : สัตว์เลี้ยงแสนรักของทุกคน ก็เหมือนสะพานเชื่อมหัวใจ ที่ทำให้พนักงานแต่ละคนรู้ผ่อนคลาย พูดภาษาเดียวกัน ทำให้การประสานงานช่วยเพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

 

แล้วคุณละอยากมีความสุขกับงานในออฟฟิศแบบนี้ไหมคะ ?

 

ตอนนี้บริษัท เอช.ไอ.พี มาร์เก็ตติ้ง (H.I.P) รับสมัครทีมงานไฟแรงในตำแหน่งเหล่านี้เลยค่ะ

 

Content Writer 1 ตำแหน่ง
Student trainee (Marketing / AE) 1 ตำแหน่ง

 

 

 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]

CREATIVITY

เผยวิธีทำเงินบน TikTok โดย Salina เจ้าของบัญชี ผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน

Published

on

By

ขอบคุณที่มาจาก : https://www.ceochannels.com/salina-tiktok/
และ https://www.businessinsider.com/college-student-has-become-tiktok-star-in-4-months-2019-12

  1. Salinaakilla นักศึกษาระดับวิทยาลัยอายุ 22 ปี กับสถิติการอัพคลิปลง Tiktok โดยใช้เวลาไม่นานเธอก็มีผู้ติดตามกว่า 1,000,000 คน
  2. เธอยังบอกกับทีมข่าวของ Business Insider ว่า “รายได้ของเธอตอนนี้เพียงพอ และเหมือนกับการทำงาน Part-Time ดี ๆ ที่นึงเลยทีเดียว”

TikTok คือแอปพลิเคชั่นที่ใช้เวลาในการสร้างคลิปวิดีโอ 15 วินาทีขึ้นมา ซึ่งพวกเขามีฐานผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนขยายการเติบโตไปทั่วโลก และถึงแม้ว่า TikTok จะไม่มีโปรแกรมการสร้างรายได้อัตโนมติ จากการโฆษณา หรือ Monetization แต่ผู้ใช้งานจำนวนมาก ก็ยังคงเลือกสร้างวิดีโอและคอนเทนต์มากมายกับ TikTok อยู่ดี

ความสะดวก และง่ายของ TikTok ที่ถือว่าเป็นจุดแข็งที่สุด ในแวดวงคอนเทนต์คลิปวิดีโอ

สิ่งที่โดดเด่น และแตกต่างจากแอปพลิเคชั่นอย่าง Facebook หรือ Youtube ที่น่าตกใจมากก็คือ เรื่องการเข้าถึงคลิปวิดีโอ ของผู้ใช้งานหน้าใหม่

เพราะภายในแอปพลิเคชั่น TikTok นั้นถึงแม้ว่า คุณจะเป็นผู้ใช้งานใหม่ แต่ก็สามารถทำให้คลิปวิดีโอของคุณ ไปประจักษ์ต่อสายตาผู้ใช้งานหลักล้านคนได้ในเวลาไม่นาน นี่คือขุมพลังที่เรียกว่า อัตราการเข้าถึง (Organic Reach) ที่มาจากผู้ใช้งานจริงของแอปพลิเคชั่น

เหนือไปกว่านั้นคือ TikTok มีจุดแข็งที่แอปพลิเคชั่นทั้ง 2 ชื่อนั้นยากจะทัดเทียม คือ

  1. ผู้ใช้งานสามารถสร้างคอนเทนต์ได้ง่าย จากคลิปวิดีโอเพียง 15 วินาที ซึ่งอาศัยความครีเอทีฟ และน่าสนใจของเนื้อหาในวิดีโอ ที่ไม่ต้องพิถีพิถันมากนัก
  2. อัตราการเข้าถึง ที่เหนือกว่าเกือบทุกแอปพลิเคชั่น ทำให้ทุกคนเห็นคลิปวิดีโอของคุณได้ แม้เป็นผู้ใช้งานใหม่

4 เทคนิคการหาเงินผ่านแอปพลิเคชั่น TikTok ด้วยตัวเอง โดย Salina

ขอขอบคุณภาพจาก : TikTok

และวันนี้เราก็ได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น กับ 4 เทคนิควิธีการหาเงินจากแอปพลิเคชั่น TikTok ที่มาจากการแนะนำของ Salinakilla ลูกครึ่งเอเชียอเมริกา ที่มียอดผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน โดยที่ไม่ต้องเสียเวลารอโปรแกรม Monetization ก็สามารถเริ่มทำเงินกับ TikTok ได้เดี๋ยวนี้เลย

1.สปอนเซอร์

เป็นการที่สปอนเซอร์จะติดต่อเข้ามาที่ TikToker (ผู้ใช้งาน TikTok) โดยผ่านการติดต่อจ้างโดยตรงจากแบรนด์, บริษัทเอเจนซี่โฆษณาเป็นผู้ติดต่อ หรือมีกรณีที่ทาง TikTok เป็นดีลเลอร์ให้ แล้วติดต่อมาที่ TikToker เอง ซึ่งการทำสปอนเซอร์แบบนี้ จะเป็นการให้สร้างคอนเทนต์วิดีโอ ที่สามารถแทรกเนื้อหา หรือแทรกสินค้าจากแบรนด์ที่เข้ามาแป็นสปอนเซอร์  Tie-in เข้าไปในคลิปวิดีโอ 15 วินาทีของผู้ใช้งาน

ส่วนค่าจ้างเริ่มต้นอาจเริ่มที่ 100 ดอลลาร์(ประมาณ 3,270 บาท ค่าเงิน ณ วันที่ 4 เมษายน 63) ไปจนถึงหลักพันหรือหมื่นดอลลาร์ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ติดตาม ความนิยม รวมไปถึงการผนวกเข้ากับโซเชียลมีเดียอื่น ถ้ามีการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียอื่นด้วย ค่าตัวก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีก

2.Live Streaming

ขอขอบคุณภาพจาก : ceochannels

การไลฟ์สตรีมจะเป็นการใช้งานโปรแกรม Monetization ของ TikTok ที่เริ่มพัฒนาแล้วให้ใช้งานได้ในตอนนี้ (ยังไม่สมบูรณ์แบบ) เนื่องจากภายในตัวแอปพลิเคชั่นกับโปรแกรมไลฟ์สตรีมนี้ จะมีการเปิดขาย Virtual Gift หรือที่เรียกกันว่า “การซื้อของขวัญ” ให้กับ TikToker

โดยของขวัญแต่ละชิ้นจะมีมูลค่าเหรียญที่แตกต่างกันออกไปตามราคา ทางด้าน Salina บอกว่า รายได้ของเธอที่มาจากการไลฟ์สตรีม เริ่มต้นที่ 20-50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือบางทีอาจจะถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐก็มีอยู่บ้าง จากการไลฟ์สตรีมหนึ่งครั้ง จากผู้ติดตามหลักล้านของเธอในตอนนี้

3.การฝากขายสินค้า

พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับเราช่วยโฆษณาขายของในระบบที่เรียกว่า Affiliate program ที่สามารถฝากขายอัตโนมัติจากหลายแบรนด์การค้าแบบออนไลน์ได้ อย่างเช่น Amazon Affiliate

ซึ่งเธอจะได้ส่วนแบ่งจากการใช้วิธีนี้ประมาณ 5-10% หากดูเผินๆ อาจจะเหมือนเป็นรายได้ที่น้อย แต่ด้วยช่องทางนี้ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาไปกับการลงแรงขายสินค้าด้วยตัวเอง เพียงแค่ ช่วยขายสินค้า ก็เหมือนกับมี Passive Income ได้แล้วจากวิธีนี้

นอกจากนี้ยังมีการตอบรับที่ดี จากการยืนยันของทาง TikTok เองแล้วว่า พวกเขากำลังพัฒนาโปรแกรมการสร้างรายได้จากระบบ Affiliate นี้ ร่วมกับร้านค้าออนไลน์อีกมากมาย ที่เราต้องคอยติดตามว่าอนาคต TikTok จะเข้าร่วมโปรแกรมนี้ กับร้านค้าออนไลน์ไหน ให้ TikToker ร่วมโปรโมทเพื่อสร้างรายได้กันอีกบ้าง

4.การขายสินค้าของตัวเอง

โดยปกติแล้ว Influencer หลายคน เมื่อเริ่มมีผู้ติดตาม หรือมีฐานแฟนคลับจำนวนนึง จะเริ่มต้นการสร้างรายได้ของตัวเอง ผ่านการทำสินค้าแฟนชั่น ที่เต็มไปด้วยชื่อของตัวเอง ภาพเหมือนแบบการ์ตูน หรือสกรีนหน้าตัวเองลงไป แน่นอนว่าสามารถทำรายได้เช่นกัน กับฐานแฟนคลับที่ชื่นชอบคนๆ นั้น

ขอขอบคุณภาพจาก : ceochannels

แต่ Salina กลับไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะเธอคิดว่า ตัวเองคงไม่ได้นั่งทำคลิปวิดีโอใน TikTok ไปจนแก่เฒ่า เธอจึงเลือกสร้างความมั่นคง ที่แตกต่าง ด้วยการ “สร้างแบรนด์แฟชั่นอย่างเป็นทางการ” เพื่อเข้าสู่ตลาดแฟชั่นอย่างเต็มตัว ทำให้ตลาดผู้บริโภคเปิดกว้างมากขึ้น ส่งผลให้เวลาที่คนเลือกซื้อแฟชั่นของเธอ ไม่ได้ซื้อเพราะมีชื่อของ Salina แต่เลือกซื้อแฟนชั่นของเธอด้วยคุณภาพ ดีไซน์ ในฐานแบรนด์แฟชั่นแทน

และนี่คือทั้ง 4 วิธีการหาเงิน ที่ดูภาพรวมแล้วสามารถวิเคราะห์ได้เลยว่า นี่คือเส้นทางการสร้างรายได้ให้กับ TikToker ตั้งแต่เริ่มต้น จนถึงช่วงประสบความสำเร็จ ที่ขนาดสร้างแบรนด์แฟชั่นของตัวเองได้ ทำให้อนาคตแฟชั่นของเธอไม่ได้ผูกมัดกับ TikTok เสมอไป

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

ถอดรหัสความแรงของ TikTok และพาส่องภาพรวมความบันเทิงในช่วง COVID-19

Published

on

ในช่วงนี้อาจเป็นสถานการณ์ ที่ไม่ว่าใคร ก็ต้องอยู่ที่บ้านนานขึ้น ทั้งการกักตัว หรือการงดออกบ้าน เพื่อเผชิญความเสี่ยงในการติดไวรัส COVID-19 ที่กำลังระบาดอยู่ ทำให้เหล่าแอปพลิเคชั่น ที่สามารถใช้งานในเรื่องการสร้างความบันเทิง มีช่วงเวลาที่รับชมสั้น ไม่ต้องเสียเวลาย่อยข้อมูลให้มากนัก ตอนนี้จึงทำให้แอปพลิเคชั่นคอนเทนต์คลิปวิดีโอแบบสั้น 15 วินาทีอย่างTikTok กลายเป็นที่นิยมขึ้นมาทันที เราลองมาส่องดูประวัติความเป็นมาแบบคร่าวๆ ของแอปพลิเคชั่นนี้กันดีกว่า

ประวัติความเป็นมาของ TikTok

ขอขอบคุณภาพจาก : marketingoops

Douyin เป็นแอปพลิเคชั่นในเครือบริษัท Bytedance ซึ่งผลิตแอปพลิเคชั่นแนวสื่อบันเทิงอยู่แล้ว พวกเขาเปิดตัวในปี 2016 ท่ามกลางผู้ใช้งานชาวจีน ที่มีทั้ง WeChat Weibo ที่พวกเขาคิดว่าเพียงพอต่อการใช้งานอยู่แล้ว รวมทั้งคลิปแชร์วิดีโอในจีน ก็มีจำนวนมากอยู่แล้วเช่นกัน 

ในตลาดไทยแอปพลิเคชั่นจะมีชื่อว่า TikTok แต่ที่ประเทศจีน แอปพลิเคชั่นนี้จะใช้ชื่อว่า Douyin ซึ่งชื่อนี้เริ่มต้นในวงการครั้งแรก ด้วยการเป็นพาร์ตเนอร์กับ Musical.ly แอปตัดต่อวิดีโอใส่เสียงเพลงของจีน ที่เน้นทำตลาดในอเมิรกา แต่เวลาต่อมา Douyin ก็ได้ซื้อกิจการไปโดยแต่แรกเริ่ม กลุ่มเป้าหมายของ Douyin มีเพียงแค่ ผู้หญิงวัยรุ่นในเมือง ที่แอปพลิเคชั่นได้มีการกำหนดท่าทาง ให้ผู้เล่นต้องทำตาม หรือลิปซิงก์ร้องเพลงตามจังหวะ  ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองได้เป็นดารา ที่มีเอกลักษณ์ 

ขอขอบคุณภาพจาก : marketingoops
ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag
ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

ทำให้ทางแอปพลิเคชั่นนี้ได้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในเรื่องความสนุกสนาน ที่แปลกใหม่ ทำให้มียอดผู้ดาวน์โหลดเป็นอันดับ 1 ในปี 2018 และมีผู้เข้าใช้งานต่อวันถึง 150 ล้านคน

การเติบโตที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุผลความนิยมของโลกโซเชียล ที่ผู้ใช้งานหลายคนทั่วโลก มีความต้องการที่จะสร้างเอกลักษณ์ สร้างตัวตนหรือคาแรคเตอร์ของตัวเองบนโลกโซเชียล การอัดคลิปวิดีโอเพื่อเผยแพร่ในเวลาเพียง 15 วินาทีจึงเป็นเรื่องง่าย แถมตัวแอปพลิเคชั่นยังถูกออกแบบมาเพื่อโทรศัพท์มือถือ ทำให้เข้าถึงง่ายขึ้นไปอีก 

ที่เหนือไปกว่านั้นคือ การตลาดของจีน มีการใช้งาน Influencer ที่มีคาแรคเตอร์ที่ตรงกับแบรนด์ มาเป็นตัวช่วยสำคัญอีกแรง เพราะถึงแม้ว่าการใช้บุคคลธรรมดา แต่มีความคิดสร้างสรรค์มาช่วยโปรโมทได้ดีกว่า Influencer แต่สุดท้ายก็ไม่ตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยเฉพาะการเข้าตลาดอเมริกา การใช้ Influencer หรือดาราดังมาช่วยโปรโมท เช่น Jimmy Fallon, Kardashians และนักร้อง Rita Ora กับ Tony Hawk 

โดยกลุ่มผู้สร้างคอนเทนต์หลักใน TikTok จะแบ่งเป็นองค์ประกอบ ผู้ใช้ทั่วไป 49.10% คนมีชื่อเสียงในอินเทอร์เน็ต 34.30% ดารา 12.60% และแบรนด์ต่างๆ อีก 3.70% 

ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

ส่วนฝั่งกลุ่มเป้าหมายของ TikTok ที่ได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นอเมริกาในหมู่ผู้ใช้งานรุ่นใหม่ในสหรัฐอเมริกา และในอีกหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย จากการรายงานของ Influencer marketing agency Mediakix พบว่า 60% ของผู้ใช้งานมีอายุ 16 – 24 ปี ทำให้นักการตลาดสนใจที่จะมาลงโฆษณาใน TikTok มากขึ้น 

จนมูลค่าล่าสุดของ Bytedance ในปี 2018 พุ่งทะยานขึ้นสูงถึง 75,000 – 78,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นสตาร์ทอัพมูลค่าสูงอันดับ 2 ของโลกภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี เป็นรองแค่ Ant Financial กิจการในเครือของ Alibaba เท่านั้น

เหตุผลที่ทำให้ TIkTok โตเร็ว

ขอขอบคุณภาพจาก : marketingoops

ในปัจจุบัน TikTok กับประเทศไทย มีสถิติผู้ใช้งานเป็นผู้ชาย 25% ผู้หญิง 75% มีระบบ IOS 16% และ Android อีก 84% 

ขอขอบคุณภาพจาก : thumbs up

ไทยมีสัดส่วนอยู่ที่ 48% เป็นกลุ่มคนอายุ 18-24 รองลงมาคือ 36% ในกลุ่มคนอายุ 13-17 ปี และ 14% เป็นกลุ่มคนอายุ 25-34 ปี 

โดยส่วนมากจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และตามจังหวัดใหญ่ๆ เกินกว่า 80% เป็นนักเรียน นักศึกษา และ First jobber ระยะเวลาการใช้งานเฉลี่ย 35 นาที โดยจะมีคอนเทนต์หลัก ที่ได้รับความนิยมคือ

  • Talent
  • Comedy 
  • Food & Drink & Travel
  • Beauty & Fashion

เทรนด์ที่สร้างความนิยมให้กับ TikTok เป็นอย่างมาก 

  • Evolving Video Technology 
  • Influencer Taking The Lead
  • Power of Gen Y & Z 
ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

สิ่งที่ TikTok พร้อมจะพัฒนากลยุทธ์ของแพลตฟอร์ม ให้ยั่งยืน และโตขึ้นเรื่อยๆ จะเน้นไปที่ 3 แกนหลักคือ

  1. สร้างคอนเทนต์ให้มีความหลากหลาย (Content Diversification) เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานหลายช่วงวัยมากขึ้น
  2. สร้างรายได้ผ่านการขายโฆษณา(Monetization) สร้างรายได้ด้วยเครื่องมือฟีเจอร์บนแพลตฟอร์ม ช่วยให้แบรนด์และกลุ่มดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเกิดความ Awareness และเป็นที่รู้จักได้อย่างรวดเร็ว 
  3. สร้างความปลอดถัยบนแพลตฟอร์ม(Brand Safe) พัฒนาความปลอดภัยช่วยให้เกิดความเหมาะสม บนแพลตฟอร์ม และใช้งานแมชชีนเลิร์นนิงคัดกรองคอนเทนต์ที่เหมาะสม หรือการใส่ฟีเจอร์ ที่ให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมตามความเหมาะสมได้

ส่วนเรื่องคอนเทนต์ที่เคยตกเป็นประเด็นอย่าง โรตีสด ทาง Crisis Management ของ TikTok เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาได้ดำเนินการจัดการกับคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมทันที

ทั้งยังประสานงานให้ Influencer ทำคอนเทนต์ให้มีข้อมูลที่มีความถูกต้องแทน นอกจากนี้ยังมีการทำแคมเปญคอนเทนต์ต่างๆ  ที่ทำให้เกิดประโยชน์มากขึ้นกับผู้ใช้งาน เพื่อดึงผู้ใช้งานหน้าใหม่ ให้เข้ามาที่แพลตฟอร์ม TikTok มากขึ้น จนส่งผลให้ผู้ใช้งานล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 เป็นผู้ใช้งานอายุ 18 ปีขึ้นไปเป็นส่วนมาก ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยกว่านั้น

TikTok กับช่วงกักตัว

ในช่วงกักตัวที่คนเราต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น จึงมีเวลาว่าง ให้ได้ค้นหา ได้ทดลอง หรือได้เล่นอะไรใหม่ๆ ทำให้ช่วงนี้ทาง TikTok ที่เคยถูกมองว่าเป็นแอปพลิเคชั่นสก๊อย หรือการเล่นแบบประมาทเลินเล่อของวัยรุ่น จนเกิดไวรัลแบบผิดๆ อย่าง โรตีดิบ มาแล้ว แต่เมื่อทาง TikTok ไม่ได้นิ่งนอนใจ และแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

ทำให้ช่วงโอกาสทองที่คนเรามีเวลาว่างมากขึ้น ได้พบเห็นคอนเทนต์ที่มาจาก TikTok บนหน้าสื่อโซเชียลของ ดาราดัง อย่าง เก้า สุภัสสรา และ แพทตี้ อังศุมาลิน ทำให้ดึงดูดคนเข้ามาติดตามดาราทั้งสองอย่างมาก จากนั้น TikTok ก็ทยอยของคอนเทนต์ใหม่ๆ หรือ ชาเลนจ์ใหม่ๆ เพื่อดึงดูดผู้ใช้งาน ให้เข้ามาร่วมเล่นกันมากขึ้น กับกระแสการกักตัวอยู่บ้าน ที่ทำให้ทุกคนมีเวลาว่างมาดขึ้น จนมีผู้เข้าใช้งานถล่มทลายอีกเช่นกัน

ขอขอบคุณภาพจาก : positioningmag

โดยตอนนี้ชาเลนจ์ที่กำลังโด่งดังมากอย่าง เจน นุ่น โบว์ อดีตตำนานเพลงเก่า ก็ได้กลับมาโลดแล่นบนแอปพลิเคชั่นนี้อีกครั้ง รวมถึงอีก 5 ชาเลนจ์ ที่กำลังนิยมอย่างมากบน TikTok ในช่วงกักตัวเช่นนี้

  1. #Savehands เป็นชาเลนจ์จาก WHO ร่วมมือกับ TikTok เพื่อรณรงค์ให้คนหันมาล้างมือให้สะอาดกันมากขึ้น
  2. #fliptheswitch เป็นชาเลนจ์ที่ให้คนสองคนได้สลับโพสิชั่นกัน ทั้งการเต้น การแต่งตัว
  3. #แดนเซอร์จำเป็น เป็นชาเลนจ์ที่มี effect แยกร่างให้เราถึง 5 คน ที่เหมือนกับเป็นแดนเซอร์บนเวทีอย่างไงอย่างนั้น
  4. #เมื่อ ชาเลนจ์นี้เป็นเหมือนคอนเทนต์ที่ให้ทุกคนเสนอความครีเอทีฟที่สูงมาก ว่า เมื่อ… ที่จะเกิดขึ้นในหลายสถานการณ์ จะเป็นอย่างไรได้บ้าง
  5. #HandWashChallenge ชาเลนจ์นี้เป็นอีกหนึ่งชาเลนจ์จาก dettal ที่ออกมาร่วมรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงการล้างมือ 

ซึ่งทั้ง 5 ชาเลนจ์ตอนนี้ ก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม รวมถึงความครีเอทีฟ ที่เกิดขึ้นจากเหล่าผู้ใช้งานหลายล้านคน ก็ยังคงสร้างคอนเทนต์จำนวนมากให้หลั่งไหลออกมา ในหลายๆ วันอย่างที่เราเห็น แม้จะเล่นโซเชียลอยู่บนแพลตฟอร์มอื่นที่ไม่ใช่ TikTok เราก็ยังคงเห็นคลิปวิดีโอจาก TikTok เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงความนิยมอย่างสูง ที่ผู้ใช้งานท่วมท้น จนคอนเทนต์เกิดการแชร์ข้ามแพลตฟอร์มอย่างมหาศาล

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

LIFESTYLE

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา “เปิดสอนทำอาหารออนไลน์” เรียนฟรี!! ไม่ต้องลงทะเบียน

ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ประกาศผ่าน Facebook ของตัวเองเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ “เรียนทำอาหารออนไลน์กับเมนูสร้างอาชีพ” ที่ใครก็สามารถเรียนได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนผ่าน FACEBOOK LIVE

Published

on

ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ประกาศผ่าน Facebook ของตัวเองเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ “เรียนทำอาหารออนไลน์กับเมนูสร้างอาชีพ” ที่ใครก็สามารถเรียนได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนผ่าน FACEBOOK LIVE

โดยมีตารางเรียนดังต่อไปนี้

สามารถเข้าไปเรียนได้ที่ : https://www.facebook.com/AcademicServiceCentreCDTI/

#ฝากช่วยแชร์ต่อด้วยนะครับ 🙂🙂🙂.สำหรับใครที่ตกงาน อยากมีอาชีพ หรืออยู่บ้านว่างๆอยากฝึกทำอาหาร.สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา…

Posted by ศูนย์บริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา on Thursday, 2 April 2020

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
EDUCATION7 วัน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

MARKETING TIPS1 สัปดาห์ ago

ถ้วนหน้า! Agoda ประกาศปลดพนักงานออก 25% ในเอเชีย (กว่า 1,500 คน) เซ่นภัย COVID-19

CREATIVITY3 สัปดาห์ ago

PORNHUB “ปล่อยแคมเปญ The Cleanest Porn Ever” สู้ภัย COVID-19

CONTENT TIPS4 สัปดาห์ ago

โพสต์ Share Link ให้สะดุดตาด้วยการ “ปรับ Thumbnail ให้ใหญ่กว่าเก่า”

CONTENT TIPS4 สัปดาห์ ago

เทรนด์ม้ามืด! May Madness กับเทศกาล Sale “สุดบ้าคลั่ง” แห่งเดือนพฤษภาคม

MARKETING TIPS1 เดือน ago

สรุปสถิติผู้ใช้งานจาก 6 แอปพลิเคชั่นแห่งโลกโซเชียลเมืองไทย

CREATIVITY1 เดือน ago

เผยวิธีทำเงินบน TikTok โดย Salina เจ้าของบัญชี ผู้ติดตามกว่า 1.2 ล้านคน

MARKETING TIPS1 เดือน ago

เปิดวาร์ป 10 แฟรนไชส์ราคาไม่ถึง 10,000 ลงทุนง่ายขายได้จริงในช่วงวิกฤต

CREATIVITY2 เดือน ago

ถอดรหัสความแรงของ TikTok และพาส่องภาพรวมความบันเทิงในช่วง COVID-19

LIFESTYLE2 เดือน ago

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา “เปิดสอนทำอาหารออนไลน์” เรียนฟรี!! ไม่ต้องลงทะเบียน

NEWS UPDATE5 เดือน ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

EDUCATION7 วัน ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE1 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

CREATIVITY1 ปี ago

แจกฟอนต์ฟรีจาก “Google Fonts” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้

LIFESTYLE1 ปี ago

มนต์เสน่ห์ที่ถูกลืมของกล้องฟิล์ม ถูกปลุกคืนชีพด้วยเหล่าคนดัง!

CONTENT TIPS12 เดือน ago

บรีฟให้เคลียร์! อะไรคือการวัดผลแบบ Quality Ranking ใน Facebook Ads

MARKETING TIPS8 เดือน ago

สรุปแบบสั้นมาก “ยิงแอดแบบ Funnel คืออีหยัง!? ทำไมพูดถึงกันจัง”

LIFESTYLE1 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

NEWS UPDATE3 เดือน ago

สรุป 100 Trends ที่จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของบริโภคในปี 2020

Facebook

Trending