Connect with us

CREATIVITY

Pantone Color of the year 2022 : Very Peri

Published

on

เปิดตัวออกมากันสักพักแล้วกับสีแห่งปีจากสถาบัน Pantone ที่เหล่าครีเอเตอร์หลายคนต่างรอคอย เพราะเรียกได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ และสร้าง Impact ทุก ๆ ครั้งที่ Pantone ได้ประกาศสีแห่งปีออกมาแต่ละครั้ง แต่ปี 2022 นี้พิเศษกว่าปีไหน ๆ สี Very Peri คือสีเดียวที่ทาง Pantone ได้สร้างและตั้งใจปล่อยออกมาเพียงแค่สีเดียวโดยเฉพาะ

Very Peri คือสีฟ้า

มองยังไงก็สีม่วงชัด ๆ แต่ในบทความของ TIME ได้เขียนอธิบายสี Very Peri ไว้ว่ามันคือสีน้ำเงินที่มี Undertone เป็นสี violet-red

เป็นสีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนปี 2021 และความหวังของปี 2022

ซึ่ง Symbolic ของสี Very Peri นี้คือความหวังและความน่าตื่นเต้นที่มาจาก สีน้ำเงิน (ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเศร้า, ความมั่นคง) + สีแดง ที่แสดงถึงความมีพลังและการเคลื่อไหว อีกนิดหน่อย จนกลายมีเป็น สีฟ้าอันอบอุ่น ส่วนผสมที่ลงตัวและแสดงถึงเอนเนอจี้ที่ทางสถาบันคาดหวังอยากให้เกิดขึ้นภายในปี 2022 นี้

Leatrice Eiseman, executive director of Pantone institute กล่าวว่า ทางทีมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างสีที่ให้ความรู้สึกถึงความสดใหม่อย่างมีนัยยะ

Very Peri  = โลกท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

หรือคือสถานการณ์ของโลกเราทุกวันนี้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงโลกแห่งอนาคตอีกใบอย่าง Metaverse สี Very Peri จึงมีอีกความหมายนึงที่แสดงถึงการมาบรรจบกันของโลกแห่งความจริง และโลกเสมือน

สุดท้ายนี้ทางสถาบันหวังว่าสีแห่งปีนี้จะสามารถแฝงเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งโลกดิจัทัล และโลกทางกายภาพของผู้คนทั้งโลก

โพสต์นี้ได้แปลจากมาจากบทความบางส่วนของ TIME เท่านั้น เพื่อความอินที่แท้จริง เราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้อ่านบทความต้นฉบับจริง ๆ เพื่อให้รู้สึกถึงความอิมแพคของเจ้าสี Very Peri ที่ไม่ได้ ถูกเลือก ออกมาจากสีที่มีอยู่แล้วเหมือนปีที่ผ่าน ๆ มา แต่มันคือสีที่ ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อ represent ชีวิตของโลกทั้งใบนี้โดยเฉพาะ

“Looking at the world with different eyes has brought us—and will continue to bring us—new solutions.”

Pressman of Pantone Institute

โพสต์อื่นที่น่าสนใจ :

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

CONTENT TIPS

Jaguar ได้รับเสนอชื่อบนนิตยสาร LGBTQ+ ว่าเป็นโฆษณาที่ดึงดูดที่สุดในเดือนตุลาคม

Published

on

Jaguar

ต้องยอมรับอย่างยิ่งว่าในเวลานี้ตลาดกลุ่ม LGBTQ+ กำลังเป็นที่น่าจับตามองสำหรับการทำแคมเปญต่างๆ เพราะคนในตลาดกลุ่มนี้มักเป็นอินสไปเรชั่นให้กับคนอีกหลายกลุ่ม ทั้งเรื่องของรสนิยม ความคิดสร้างสรรค์ และการบริโภคของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งมักจะมีการเริ่มต้นมาจากกลุ่ม LGBTQ+ ฉะนั้นการจะทำการตลาดให้ตรึงใจคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

Jaguar
ที่มาภาพ : https://www.fashionotography.com/sami-outalbali-attitude-october-2021/

Jaguar ประสบความสำเร็จในการสื่อสารการตลาดกับกลุ่ม LGBTQ+

แต่สำหรับ Jaguar ถือได้ว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ เนื่องจากได้รับเสนอชื่อบนนิตยสาร Attitude ให้เป็นโฆษณาที่ดึงดูดที่สุดประจำเดือนตุลาคม จากโฆษณา ‘Live Loud’ ด้วยกลยุทธ์การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ใช้สีส้มสดมาเพิ่มความจี๊ดให้กับโฆษณาชุดนี้ 

Jaguar ดึงดูดความสนใจของผู้คนด้วยความโดดเด่นและการสะท้อนทางอารมณ์ ‘Live Loud’ จึงเป็นโฆษณาที่สร้างสรรค์ที่สุดของเดือนตุลาคม อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาของ Kantar’s ‘The Works’ ในด้านกระแสตอบรับจากผู้บริโภค

Jaguar x Attitude

Live Loud เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระยะยาวระหว่าง Jaguar และ Attitude นิตยสารที่มีกลุ่ม LGBTQ+ เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ในงานประกาศรางวัล The Attitude Awards ซึ่งเป็นงานรางวัลที่ใหญ่ที่สุดของชุมชน LGBTQ+ แอนโธนี่ แบรดบิวรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Ja guar Land Rover UK ได้เล่าถึงการจับมือกันในครั้งนี้ว่า

“หากย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว Live Loud เป็นเพียงการร่วมมือล่าสุดจากการทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน  สิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ชม LGBTQ+ คือความสามารถในการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และแน่นอนว่าบางครั้งพวกเขาก็ต้องใช้เงินจำนวนมากในการทำเช่นนั้น แต่ความต้องการแสดงตัวตนของพวกเขามีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับจากัวร์อย่างแท้จริง”

จากการวิจัยของแบรนด์พบว่าผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อจากัวร์นั้นจะ ‘ค่อนข้างมั่นในในตัวเอง’ และต้องการแสดงความเป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคล ซึ่งกลุ่ม LGBTQ+ ก็ค่อนข้างมีลักษณะตรงตามนี้อย่างเห็นได้ชัด

Jaguar
ที่มาของภาพ : https://bit.ly/3yrK2V4

Dare to be Original

นอกจากดีไซน์ที่สะดุดตาแล้วยังมีสโลแกนของแคมเปญที่น่าสนใจอย่าง “Dare to be Original” ทำให้ Live Loud ติดอันดับ 8% ของโฆษณาทั้งหมดในสหราชอาณาจักรที่สร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคได้ ซึ่งโฆษณาตัวนี้ถูกมองว่ามีความโดดเด่น และน่าสนใจ อยู่ใน 75% อันดับแรกของโฆษณาด้านความโดดเด่น

Dare to be Original เป็นไอเดียที่เข้ากับผู้บริโภคกลุ่ม LGBTQ + ได้เป็นอย่างดี โดยมีการเล่าเรื่องถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งมีที่มาจากการกล้าแสดงออกของตัวตนส่วนบุคคลอย่างภาคภูมิใจ

โฆษณา Live Loud มีอิทธิพลในการกระตุ้นการตอบสนองทางอารมณ์ โดยใช้อารมณ์ ดึงดูด ภูมิใจ และตื่นเต้น เป็นอารมณ์ที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในการออกแบบ Live Loud ยังได้รับความนิยมอย่างสูงถึง 44% จากผู้ที่ชื่นชอบโฆษณาชุดนี้ เมื่อเทียบกับสถิติปกติซึง่จะอยู่ที่ 30%

“อารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตและความสำเร็จของทุกแบรนด์ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ระดับพรีเมียมและระดับหรู ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่จะได้เห็นพลังทางอารมณ์ของ Live Loud เข้ามาเป็นหนึ่งในจุดแข็งนี้”

Lynne Deason หัวหน้าฝ่าย Creative ของ Kantar กล่าว

“Live Loud เป็นตัวอย่างที่ดีของการโฆษณาบนนิตยสาร และการแสดงให้เห็นว่าแนวคิดที่โดดเด่น ชัดเจน แต่เรียบง่ายซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกลยุทธ์ของแบรนด์ที่แสดงความงามของผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่กระตุ้นอารมณ์สามารถให้ผลตอบรับที่ดีมาก”

Deason กล่าว

สำหรับงานโฆษณาการสร้างแบรนด์อาจเป็น “ความท้าทาย” สำหรับแบรนด์ในกลุ่มยานยนต์ Deason กล่าวว่ามีการโฆษณาที่ใช้กันทั่วไปและการดำเนินการจากแบรนด์หนึ่งไปยังอีกแบรนด์หนึ่งอาจดูคล้ายคลึงกันมาก

โดยรวมแล้วโฆษณาดังกล่าวอยู่ในอันดับ 26% ของโฆษณาในสหราชอาณาจักรที่ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ 

Bringing Emotion To Process
ที่มาของภาพ : https://chiefexecutive.net/bringing-emotion-to-process/

โฆษณาที่ทรงพลังคือโฆษณาที่เชื่อมโยงกับความรู้สึก

ความสำเร็จของ Ja guar ในครั้งนี้คือการใช้ประโยชน์จากการเล่นกับอารมณ์และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ชม ซึ่งกำลังมองหาสิ่งเร้าและสิ่งที่น่าสนใจใหม่ๆ เนื่องจากสมองของมนุษย์มักถูกตั้งโปรแกรมให้ใส่ใจกับสิ่งที่โดดเด่น สะดุดตา ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างร่วมได้ และมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องส่วนตัวกับผู้บริโภคเอง

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/3yrK2V4

อ่านบทความเพิ่มเติม

Pantone Color of the year 2022 : Very Peri (hip-th.me)

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

Shutterstock เผย 3 สีตัวเต็ง จากเทรนด์สีปี 2022 ที่ควรนำมาใช้

Published

on

Shutterstock

Shutterstock อย่างที่ทราบกันดีว่าการกำหนดธีมสีให้เหมาะสมกับแคมเปญทางการตลาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ในการวางแผนการตลาด การกำหนด Mood & Tone จึงมักเป็นเนื้อหาที่อยู่ในสไลด์หน้าแรกๆ ของพรีเซ็นเทชั่น

Flo Lau ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จาก Shutter stock กล่าวว่า “การคำนึงถึงผลที่ตามมาจากการระบาดครั้งใหญ่ในปี 2021 ทำให้แบรนด์และเอเจนซี่ทั่วโลกปรับชุดสีให้เหมาะสมกับสถานการณ์” 

ความฉูดฉาดอาจไปต่อยากในปี 2022

สำหรับชุดสีที่น่าสนใจในปี 2022 ถูกวิเคราะห์โดยระบบ AI ของ Shutter stock อ้างอิงข้อมูลจากการดาวน์โหลดภาพและข้อมูลพิกเซลกว่าล้านครั้ง รวมทั้งที่ถูกบันทึกไว้เป็นรายการโปรดจากผู้คนกว่า 20 ประเทศทั่วโลกพบว่าการตลาดที่สื่อถึง “ความสงบ” เป็นกุญแจสำคัญที่นักการตลาดและนักโฆษณาควรหยิบนำมาใช้สร้างแคมเปญ

การทำการตลาดเชิงรุกแบบเผชิญหน้าโดยตรงอาจจะไม่เหมาะในปี 2022 เพราะจากรายงานดังล่าวระบุชัดเจนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอะไรที่เรียบง่าย นุ่มนวล และสงบนิ่งมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ 

“ไม่โดดเด่นฉูดฉาด ไม่มีไฮไลท์นีออน ไม่ต้องประดิษฐ์ปั้นแต่ง แต่คนต้องการความเรียบง่ายและละเอียดอ่อนต่างหาก” Lau กล่าว

เฉดสีที่ได้ความสงบและนุ่มนวลเป็นที่น่าจับตามอง

ระบบ AI ของ Shutterstock ใช้ข้อมูลหลายแสนล้านบนสื่อโฆษณาดิจัทัลเป็นตัวกำหนด ให้เฉด “สีเขียว” เป็นชุดสีที่สามารถคลิกได้มากที่สุด 

สีเขียวเป็นสีหลักที่สื่อถึงชีวิตที่มีสุขภาพดี มักถูกใช้ในสื่อการตลาดอาหารสด และเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บน Shutter stock ชุดภาพฉากธรรมชาติสีเขียวมักมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นในทุกปี เช่น ภาพถ่ายทางอากาศบนภูเขาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึง 1,396% การเพิ่มเม็ดสีเขียวลงไปในแคมเปญจึงสามารเพิ่ม CTR และ Conversion ของลูกค้าได้

ในขณะเดียวกันปะการัง “สีชมพู” และ “สีม่วง” ก็กกำลังกลับมาอีกครั้งเช่นกัน นี่คือสามสีตัวเต็งที่น่าจับตามองสำหรับปี 2022

3 เฉดสีตัวเต็งของปี 2022

  1. Calming coral : โทนสีนี้สามารถใช้แสดงถึงสุขภาพและความสุข สามารถใช้ร่วมกับโทนสีอื่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นได้อย่างเช่น สีเหลืองอมชมพูและสีฝุ่น ก็จะทำให้ภาพดูอบอุ่นและสบายตา Shutterstock ยังแนะนำให้ใช้สีนี้ตัดกับสีอื่น เช่น สีของท้องฟ้า
  2. Velvet violet : เป็นสีที่โดดที่สุดจากทั้ง 3 สี เป็นโทนสีม่วงสดใสชวนให้นึกถึงความหรูหรา และความสง่างาม คล้ายสีของกล้วยไม้ในราชวงศ์ ถึงแม้ว่าสีม่วงจะเป็นสีที่ฉูดฉาด แต่เฉดสีม่วงนี้กลับดึงดูดความสนใจแต่พองาม ให้ความรู้สึกดูแพงมากกว่า เหมาะจะใช้ตัดกับเฉดสีเขียว เช่น สีมรกต
  3. Pacific Pink : สีชมพูสายไหมนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความมีชีวิตชีวาและความสงบได้อย่างลงตัว สามารถนำมาผสมกับสีอื่นที่มีโทนอ่อนได้อย่างลงตัว แม้ว่าสีชมพูร้อนจะดูสะดุดตากว่า แต่ไม่สามารถนำมาผสมกับโทนสีชมพูอื่นและสีพีชได้ 

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/30subZC 

อ่านบทความเพิ่มเติม

Pantone Color of the year 2022 : Very Peri (hip-th.me)

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading

CREATIVITY

จีนปิ๊งไอเดียขาย “ขวดสุ่มความรัก” ราคาเริ่มต้น 15 บาท

Published

on

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ชีวิตผู้คนไม่ได้มีเพียงการเติบโต และแต่งงานสร้างครอบครัวเหมือนในอดีตเท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบที่หลากหลาย ทำให้ความสนใจในการหาคู่ชีวิตนั้นลดน้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงต้องการความรัก เพียงแต่ไม่มีเวลาที่จะหาคู่คิดให้ตัวเอง เพราะเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับกิจกรรมอื่นจนหมด

ร้านสะดวกรักถือกำเนิดขึ้นแล้ว

แม้แต่ประเทศจีนที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคนก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีวิธีสำหรับการหาคู่ที่หลากหลาย ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์แล้วก็ตาม แต่ผู้คนก็ยังคงต้องการอะไรที่แปลกใหม่ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ร้าน 脱单便利店 tuō dān biàn lì diàn (ทัว-ตาน-เปี้ยนลี่เตี้ยน) ได้ถือกำเนิดขึ้นในนคร “เฉิงตู”

ร้าน tuō dān biàn lì diàn หากแปลความหมายก็คือ “ร้านสะดวกซื้อเพื่อคนอยากสละโสด” มีรูปแบบกิจการเหมือนกับร้านสะดวกซื้อทั่วไป ทำหน้าที่เป็นเสมือน Dropship ที่ไม่ได้ผลิตสินค้าเอง แต่นำเอาสินค้าจากผู้อื่นมาวางขายอีกทอดหนึ่ง ต่างกันที่สินค้าที่วางจำหน่ายนั้นไม่ใช่ของชำทั่วไป แต่เป็นความรักที่บรรจุอยู่ในขวดเฝ้ารอการเปิดออก เหมือนยักษ์จินนี่ที่รอคอยเจ้านายมาถูตะเกียงวิเศษ

สินค้าที่วางขายไม่ใช่ของชำทั่วไป แต่เป็นขวดสุ่มความรัก

และสิ่งที่ถูกบรรจุไว้ในขวดนั้นก็คือประวัติส่วนตัว และช่องทางการติดต่อของผู้ที่มาใช้บริการนั่นเอง ขวดความรักนี้วางจำหน่ายอยู่ที่ราคา 3 หยวน หรือ 15 บาทไทยเท่านั้น การทำงานของบริการนี้ก็คือ เมื่อมีผู้ที่สนใจอยากใช้บริการก็แค่เพียงเลือกขวดที่ตัวเองสนใจ และชำระเงิน ก็สามารถเปิดขวดได้เลย ส่วนใครที่ต้องการนำประวัติของตนไปวางขายก็สามารถทำได้ เพียงจ่ายค่าบริการ 29.9 หยวน หรือประมาณ 150 บาท ซึ่งขวดแก้วนี้จะถูกแยกเพศตามสีขวด ขวดสีน้ำเงิน คือเพศชาย และขวดสีแดง ก็คือเพศหญิง

ฟังดูอาจจะเหมือนการสุ่มหาคู่แบบเกมที่เล่นในงานเทศกาลของบ้านเราทั่วๆ ไป แต่ร้านสะดวกรักแห่งนี้ก็ยังเพิ่มฟังก์ชั่นที่สะดวกมากขึ้นให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยแบ่งขวดความรักตามช่วงอายุเจ้าของขวดนั้นๆ เช่น อายุ 20 ปี, อายุ 30 ปี, อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาศึกษาดูใจกัน เพื่อลดการเกิดความไม่พึงพอใจในขวดความรักที่เลือกซื้อมานั่นเอง และถ้าหากเปิดขวดดูแล้วข้อมูลในขวดยังไม่เป็นที่น่าสนใจ ก็สามารถปิดขวดวางคืนที่เดิมได้

ผลตอบรับที่ท่วมท้นต่อร้านสะดวกรักแห่งนี้

ร้านสะดวกรักแห่งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แม้จะเพิ่งเปิดทำการเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ทั้งนี้มีผู้นำข้อมูลมาวางขายแล้วมากกว่า 1 พันคน โดยมีสัดส่วนเพศหญิงคิดเป็น 60% ของขวดทั้งหมด และมีผลประกอบการการันตีจากคู่รักที่จับคู่สำเร็จไปแล้ว 6 คู่ ภายในเวลาเพียง 1 เดือน และมีการเลิกรากันไปเพียง 1 คู่จากทั้งหมด

กลยุทธ์การสุ่มเลือกขวดความรักนี้ทำให้การจับคู่น่าตื่นเต้นขึ้นกว่าการใช้แอพพลิเคชั่น หรือการจับคู่โดยซินแส เพราะไม่อาจเดาได้เลยว่าขวดที่เปิดออกนั้นจะเป็นข้อมูลของใคร เสมือนเป็นการให้โชคชะตาเป็นผู้กำหนดเส้นทางความรักในครั้งนี้ หากมองในมุมของการทำธุรกิจแล้ว นี่ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากทีเดียว

คุ้มไม่คุ้ม เปิด "กล่องสุ่มเสี่ยงโชค"
ภาพจาก https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_1640571

กลยุทธ์การตลาดที่ให้ผู้ใช้บริการมี Emotion ร่วมกับการรับบริการ

เพราะเป็นการเล่นกับความรู้สึกของผู้คน ให้มี Emotional ร่วมในทุกๆ ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการรอคอยอย่างใจจดจ่อว่าเมื่อไหร่จะมีคนติดต่อมาหาเรากันนะ หรือการสร้างความตื่นเต้นต่อผู้เปิดขวดให้ร่วมลุ้นไปกับข้อมูลที่จะได้รับ ทำให้การจำหน่ายสินค้าในร้านสะดวกรักนี้ ลูกค้าไม่เพียงแต่จะได้รับการบริการเพียงอย่างเดียว แต่ได้ความรู้สึกร่วมไปกับการใช้งานบริการในครั้งนี้ด้วย 

เช่นเดียวกันกับกรณีของ กระแสกล่องสุ่ม ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงก่อน และยังคงได้รับการตอบรับอยู่ในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็มีการจัดแพ็คเกจกล่องสุ่ม ตั้งแต่ของเล่นเด็ก ยันอาหารทะเล กลยุทธ์นี้สวนทางกับความเข้าใจทั่วไปที่ว่า ลูกค้าต้องเห็นสินค้าก่อนถึงจะเลือกซื้อ เพราะสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ สำหรับการซื้อในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ของที่อยู่ข้างใน แต่เป็นความรู้สึกก่อนได้รับของ หรือเห็นของในนั้นนั่นเอง 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
MARKETING TIPS7 เดือน ago

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

MARKETING TIPS7 เดือน ago

แบรนด์กับการแสดงจุดยืน เพราะแค่ขายของอย่างเดียวมันไม่พอ

MARKETING TIPS7 เดือน ago

สรุป 5 เทรนด์พฤติกรรมแต่ละ Gen เลือกเสพสื่อบันเทิงปี 2022 ที่ควรรู้

CONTENT TIPS7 เดือน ago

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

MARKETING TIPS7 เดือน ago

4 เสาหลักสำคัญ ของการทำ Customer Retention

ตลาดสัตว์เลี้ยง
NEWS UPDATE7 เดือน ago

โลตัส Pet Us เจาะกลุ่ม Pet Humanization เทรนด์ ตลาดสัตว์เลี้ยง กำลังมาแรง!!

NEWS UPDATE7 เดือน ago

คาดการณ์จากนักวิเคราะห์ Gartner : หาก Netflix มีโฆษณา

MARKETING TIPS7 เดือน ago

OOH กำลังกลับมา : เปิด 4 อินไซต์เพื่อสร้างอิมแพคให้เวิร์กกว่าเดิม

CONTENT TIPS8 เดือน ago

คอนเทนต์แบบไหนโดนใจผู้ใช้ Facebook, IG, Twitter, TikTok มาที่สุด ฉบับปี 2022

Jojo
ENGLISH NEWS8 เดือน ago

JoJo Maman Bébé พร้อมเข้าสู่การผลัดเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่

CREATIVITY4 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

LIFESTYLE4 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION4 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

NEWS UPDATE3 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

MARKETING TIPS7 เดือน ago

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

CONTENT TIPS4 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

MARKETING TIPS2 ปี ago

แจกฟรี Business Model Canvas Template .doc โหลดไปใช้วางแผนกันได้เลย!

CONTENT TIPS2 ปี ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS4 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

EDUCATION3 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

Facebook

Trending

1661 Views