Connect with us

INNOVATION

“Robinhood” แพลตฟอร์ม Food Delivery ใหม่จาก SCB พร้อมท้าชนแล้ว!!

Published

on

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 ได้มีการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Food Delivery ใหม่แกะกล่องจาก SCB ที่ชูจุดเด่นเหนือกว่าใครในช่วงเวลานี้ ด้วยการ “ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม” พร้อมยืนยันว่าไม่ได้หวังแข่งตลาด “GET” และไม่ละเมิดสัญญาที่เซ็นร่วมกันแน่นอน

หากหลายคนอ่านชื่อแพลตฟอร์มใหม่อย่าง Robinhood แล้วอาจเข้าใจคอนเซปต์ของชื่อนี้ได้แบบทันที เพราะความตั้งใจของ SCB นั้นตรงไปตรงมาอย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของจุดเด่น และข้อดี ที่สามารถเขย่าวงการ Food Delivery เจ้าอื่นให้เกิดแรงสะเทือนได้ไม่น้อยแน่นอน เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้มนุษย์เราเกิด New Normal หลายอย่างมากขึ้น ประเด็นสำคัญที่เกี่ยวโยงกับเรื่องนี้คือ การที่ร้านอาหารไม่สามารถเปิดให้บริการ นั่งทานในร้านได้ จึงต้องซื้อกลับไปทานที่บ้าน ทำให้ Food Delivery เหมือนกับอีกหนึ่งปัจจัย ที่เพิ่มเข้ามาในปัจจัย 4 แบบลางๆ จะไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีก็คงดีกว่า 

หาก Food Delivery กลายมาเป็น New Normal ใหม่ของมนุษย์เรา หลายท่านอาจทราบดีอยู่แล้วว่า ทุกครั้งที่ข่าวคราวเกี่ยวกับแพลตฟอร์มที่ให้บริการ Food Delivery เหล่านี้ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่อง ค่า GP ที่มีการเก็บสูงถึง 25-35% ไหนจะเรื่องภาษี 7% อีก และข้อบังคับจากบางแพลตฟอร์มว่า “หากไปเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นอาจถูกขึ้นค่า GP ไปจนถึง 50%” ต่อให้ธุรกิจเติบโตแบบไหน หากถูกหักทุกครั้งที่มียอดออเดอร์ 30% กำไรที่ได้ก็คงต้องน้อยลง หากขึ้นราคาอาหารมากเกินไปจนผิดสังเกต ลูกค้าก็อาจไม่พอใจที่จะใช้บริการเท่าไหร่นัก ภาระหนักจึงตกไปอยู่ที่ร้านค้า หรือผู้ประกอบการเสียเป็นส่วนมาก

อีกหนึ่งความสะดวกสบายที่เกิดขึ้น ในแพลตฟอร์ม Food Delivery เหล่านี้ ที่หากเป็นช่วงแรก ๆ ของการมาถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้ ทุกคนคงคิดว่า นี่เป็นการ Disrupt Money Gateway ของธนาคาร ด้วยการหักค่าใช้จ่ายผ่านตัวแพลตฟอร์มเอง แต่ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป “ธนาคารกลับมาแล้ว” หลายเจ้าเริมกระโดดลงสู่ตลาด Food Delivery อย่างจริงจังมากขึ้น ตัวอย่างเช่น

  • K-Bank : ที่นำเสนอโปรโมชั่นมากมาย หากคุณผูกบัตรกับแพลตฟอร์ม Food Delivery 
  • Krung Thai Bank : เข้าสู่ตลาด Food Delivery ได้ไม่นานนัก กับการเสนอให้ผู้ใช้บริการของธนาคาร เลือกจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคาร เพื่อแลกกับส่วนลดต่างๆ

และล่าสุดก็เกิดเป็น Robinhoodแพลตฟอร์ม Food Delivery ที่สร้างขึ้นมาโดย SCB เองดังนั้น ระวังธนาคาร Disrupt ในระลอกแรก กับการกลับมาของธุรกิจจากธนาคารได้เลย ทำไมถึงกล้าพูดว่าจะเกิดการ Disrupt ขึ้น? แน่นอนว่ายุคสมัยแบบนี้ ไม่มีใครที่หยุดพัฒนาเมื่อด้านอื่นเริ่มมั่นคง ประตูใหม่ที่เปิดออก พวกเขาเองก็ต้องการบุกเบิก เริ่มต้นด้วยเช่นกัน 

สิ่งที่น่าสนใจเรื่องจุดเด่น ข้อดี และข้อเปรียบเทียบของ Robinhood

  1. เพราะเขาคือ Robinhood ความต้องการแรกคือ ช่วยร้านอาหารรายย่อย 
  2. ค่าบริการฟรีไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม ไม่เก็บค่า GP ไม่เก็บค่าฟี 
  3. สามารถรับเงินได้ภายใน 1 ชั่วโมง หลังทำธุรกรรมครั้งแรก 

เพียง 3 ข้อนี้ก็อาจจะทำให้ร้านอาหารรายย่อยพอใจที่จะเปลี่ยนมาใช้บริการของธนาคารSCB แล้ว เพราะนอกจากจะได้เข้าร่วมแพลตฟอร์ม Robinhood แบบง่ายๆ รวมถึงการเข้ารับสิทธิประโยชน์จากทางธนาคารเอง ทั้งการชำระ การโอนจ่าย หรือแม้กระการเก็บข้อมูลที่เป็น Transaction Data ที่อาจเคยจับต้องได้ยาก ก็สามารถเก็บบันทึกไว้ในระบบได้อย่างครบถ้วน และง่ายต่อการเอาไปใช้ในการกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต เรื่องระวังธนาคาร Disrupt คงไม่ใช่เรื่องแย่เท่าไหร่นัก หากเปรียบเทียบข้อได้เปรียบ หรือเสียเปรียบขึ้นมา เพราะในเมื่อหากคุณเป็น ร้านอาหารรายย่อย การเข้าร่วมกับ Robinhoodของ SCB ที่ทางผู้บริหารต้องการให้เป็น ทางเลือกของร้านอาหาร มากกว่าจะเป็นการตีตลาดกับแพลตฟอร์มอื่น ก็ดูเหมือนจะมีแต่ข้อดีที่ได้รับ 

เพราะว่าหัวใจหลักของโครงการนี้ก็เปรียบเสมือนการ CSR ให้กับสังคม ทั้งร้านอาหารขนาดเล็ก ไปจนร้านอาหารต่างๆ ตลอดจนกลุ่มลูกค้าและคนขับ จนเกิดเป็น Ecosystem ที่แข็งแรงและยั่งยืนต่อไป

สุดท้ายนี้เป้าหมายของทาง SCB ที่ตั้งเป้าการเปิดตัวแพลตฟอร์ม Robinhoodเอาไว้ว่า จะมีร้านอาหารเข้าร่วม 20,000 รายกับเป้าหมายในการเปิดตัว และสิ้นปีนี้ก็มีเป้าอยู่ที่ประมาณ 40,000 – 50,000 ร้านที่เข้าร่วม ทั้งนี้บริษัท เพอร์เพิล เวอนเจอร์ส จำกัด ผู้พัฒนา Robinhood ที่เป็นบริษัทในเครือของ เอสซีบี เท็นเอ็กซ์ พร้อมกับงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ทั้ง 3 กลุ่มคือ ผู้สั่ง ร้านอาหาร และคนขับ ที่เป็นเหมือนหัวใจหลักของโครงการแพลตฟอร์มนี้ ทางด้านผู้ขับจักรยานยนต์ได้มีการร่วมมือกับสตาร์ทอัพ “สกู๊ตตาร์” พร้อมเปิดกว้างให้เจ้าอื่นๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมภายใต้การแบ่งผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมนี้ด้วย 

Robinhood (โรบินฮู้ด) แพลตฟอร์มใหม่สำหรับ Food Delivery

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]

INNOVATION

US Banks สร้างรายได้ก้อนโตจากหนี้ของรัสเซีย พร้อมพลิกวิกฤติเป็นโอกาส!!

Published

on

US

US Banks หรือธนาคารสหรัฐฯ ถึงแม้จะถอนออกจากรัสเซียแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่สามารถทำกำไรจากรัสเซียได้ กลับกันนี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้พวกเขาสามารถเก็งกำไรได้อย่างรวดเร็ว

การขายหนี้ของรัสเซียนั้นเชื่อมโยงกับประธานาธิบดีรัสเซีย ‘Vladimir Putin’ และ ‘การคว่ำบาตร’ จาก Joe Biden จนมาถึงเหตุการณ์ที่ US Banks ได้ถอนตัวออกจากรัสเซีย ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดช่องทางสำหรับการเก็งกำไรรูปแบบใหม่ในการลงทุน ซึ่งถูกมองว่าเป็นวิธีที่ทำกำไรได้ง่ายแต่ไม่ค่อยได้การยอมรับ

แนวคิดนี้คือสิ่งที่เรียกว่า “การค้าพื้นฐานเชิงลบ” ในที่นี้หมายถึงการซื้อพันธบัตรรัสเซียในราคาถูก ควบคู่ไปกับการแลกเปลี่ยนเครดิตไปเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นประกันการผิดนัดชำระหนี้ที่อาจเกิดขึ้นของผู้กู้ โดยสำนักข่าวบลูมเบิร์กนิวส์ระบุว่า ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ของรัสเซียเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี 

ข้อมูลจากเว็บไซต์ MarketAxess แสดงให้เห็นว่าหนี้ของรัสเซียมีการซื้อขายในปริมาณ 7 พันล้านดอลลาร์ฯ ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึง 7 เมษายน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากถึง 5 พันล้านดอลลาร์ฯ ในช่วงเวลาเดียวกันในปี 2564 

Philip M. Nichols ผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซียและความรับผิดชอบต่อสังคมในธุรกิจ และศาสตราจารย์ University of Pennsylvania’s Wharton School กล่าวว่า การซื้อขายพันธบัตรของรัสเซียกำลังซื้อขายกันอย่างดุเดือด มีนักเก็งกำไรจำนวนมากที่ซื้อพันธบัตรเหล่านี้ ซึ่งราคาจะถูกลดระดับอย่างมาก จนเหมือนกับได้มาฟรี ๆ

ในขณะเดียวกัน อัตราพันธบัตรกลับลดลงอย่างมาก โดยพันธบัตรจะครบกำหนดชำระในปี 2571 ถูกซื้อขายที่เพียง 0.34 ดอลลาร์ต่อดอลลาร์ นั่นหมายความว่าอาจต้องใช้เงินมากกว่า 4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการทำประกันหลักทรัพย์ของรัสเซียที่ต้องชำระ 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สถาบันการเงินของสหรัฐฯ เช่น JPMorgan Chase และ Goldman Sachs กำลังอำนวยความสะดวกในการซื้อขายเหล่านี้ โดยตัวแทนของ JPMorgan กล่าวว่าพวกเขากำลังทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลาง และเพียงต้องการช่วยเหลือลูกค้าเท่านั้น “ในฐานะผู้ดูแลสภาพคล่อง เราได้ช่วยลูกค้าลดความเสี่ยงและจัดการความเสี่ยงของพวกเขาต่อรัสเซียในตลาดรอง” โฆษกกล่าว

โดยทั่วไปแล้ว นักลงทุนจะประเมินมูลค่าหนี้ของรัสเซียโดยพิจารณาว่าจะได้รับการชำระคืนหรือไม่? และความน่าจะเป็นที่จะได้รับการชำระคืนจะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจรัสเซีย

แต่นั่นไม่ได้เกิดขึ้น เมื่อกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้มีมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งขัดขวางไม่ให้รัสเซียเข้าถึงเงินดอลลาร์ใด ๆ ที่พวกเขาถืออยู่ในธนาคารสหรัฐฯ และอาจเป็นการเพิ่มโอกาสให้รัสเซียผิดนัดชำระหนี้ได้ ซึ่งนั่นอาจไม่เป็นผลดีต่อรัสเซียมากนัก

รัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐฯ ลงมติในสัปดาห์นี้เพื่อยกเลิกสถานะการค้าของประเทศรัสเซีย เป็นการปูทางสำหรับการคว่ำบาตรที่ล้ำลึกมากยิ่งขึ้น ซึ่งการยกเลิกสถานะดังกล่าวจะขัดขวางการรวมตัวของรัสเซียกับเศรษฐกิจโลก เหล่านักลงทุนคงจะต้องจับตามองกันต่อไปว่า “รัสเซียจะเดินหมากเศรษฐกิจในตานี้อย่างไร?”

อ้างอิง : Banks are making big money off of Russian debt

อ่านเรื่องอื่นเพิ่มเติม

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

INNOVATION

เชียงใหม่ เปิดตัว Blockchain City ที่แรกในไทยและอาเซียน

Published

on

หรือนี่อาจจะเป็นความวังใหม่ของวงการ Start-up บ้านเรา? เมื่อจังหวัดเชียงใหม่จะกลายเป็น Blockchain City หรือ Crypto City แห่งแรกของไทยและอาเซียน

โปรเจคนี้มีชื่อว่า Chiangmai Crypto City (CCC) โดย Crypto City นี้จะเป็น Decentralized Open Source Platform บน Smart Contract ซึ่งตัวอย่างจริงของระบบแพลตฟอร์มนี้ถูกนำไปใช้แล้วที่ไมอามี สหรัฐฯ , ซานฟรานซิสโก สหรัฐฯ อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์, เบอร์ลิน เยอรมนี, สิงคโปร์, โซล เกาหลีใต้

และที่ที่ประสบความสำเร็จกับโปรเจคนี้มากที่สุดก็ดูเหมือนจะเป็นเมือง Zug ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นแค่เมืองเล็ก ๆ ติดทะเลสาป แต่มูลค่าการตลาดในปัจจุบันกลับมีค่าเท่า ๆ งบประมาณประเทศไทยประมาณ 6 ปีนิด ๆ รวมกันเลยทีเดียว ตอนนี้เมืองแห่งนี้จึงได้รับการยกย่องให่เป็นเมืองแห่ง Start-up ของสวิตเซอร์แลนด์ไปแล้ว

“โปรเจ็คต์ Chiangmai Crypto City (CCC) จะเป็น Social Enterprise Platform ที่ยินดีต้อนรับผู้ที่ประสงค์จะเข้ามาร่วมพัฒนาองค์กรและชุมชน โดยไม่จำกัดว่าเป็นแค่คนในจังหวัดเชียงใหม่ หรือ คนไทย รวมไปถึงไม่จำกัดเรื่องอายุ อาชีพ และ ระยะเวลาการเข้าร่วม สิ่งที่น่าจับตามองคือ หากโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จจริง ก็จะสามารถช่วยบ่มเพาะให้เกิดบริษัท Unicorn ใหม่ ๆ ขึ้นมา และสามารถช่วยสร้างโอกาสให้กับเศรษฐกิจไทยผ่านโลกธุรกิจยุคดิจิทัลได้”

พญ. นวพร นะลิตา Project Manager

สำหรับใครที่ยังสงสัยว่า Crypto City คืออะไร และมีวิธีการทำงานยังไงนั้น ฝ้ายมีอธิบายคร่าว ๆ มาให้ค่ะ

อ้างอิงจากบทความของ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Etherum (ETH) ได้กล่าวถึงแนวทางของโปรเจค Crypto Cities ว่าเป็น Decentralized Autonomous Organization (DAO) หรือองค์กรที่สามารถปกครองตนเองที่สามารถให้ผู้ใช้ออกสิทธิ์ออกเสียงโหวตแก้ไขโปรโตคอลได้ ตามจำนวนเหรียญที่ถืออยู่เป็นต้น

ซึ่งบทบาทที่เขคาดหวังให้เกิดขึ้นกับโลกจริงจาก Crypto Cities คือ

  1. ควรทำหน้าที่เป็นแหล่งสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับรัฐบาล
  2. ส่งเสริมให้เกิดการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจระหว่างผู้อยู่อาศัยกับเมือง
  3. ส่งเสริมการออมและสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด
  4. ส่งเสริมความคิดริเริ่มในการพัฒนาด้านสังคม
  5. ลดความเหลื่อมล้ำของสถานะทางการเงิน

(ข้อมูลจาก : https://cryptosiam.com/buterin-share-pros-of-establish-crypto-cities/ )

พอเห็นภาพรวมกันแล้วใช่ไหมคะว่าหากโปรเจคนี้ในบ้านเราเติบโตแและได้รับการสนับสนุนไปด้วยดี ในอนาคตทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะเติบโตกันในประเทศบ้านเกิดตัวเองกันได้ค่ะ

ตอนนี้ทาง Chiangmai Crypto City (CCC) ก็ได้เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโปรเจคกันแล้ว ใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดกันใน thread ทวิตนี้เลยค่ะ https://twitter.com/tdokdak/status/1493431706933936134

ที่มา :

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 2]
Continue Reading

INNOVATION

ไปโลกหน้าแล้ว! ล่าสุด ร้านสะดวกซื้อญี่ปุ่นเปิดตัว ‘แคชเชียร์โฮโลแกรมที่แรกของโลก’

Published

on

ญี่ปุ่นยังไงก็คือญี่ปุ่น! อยากลดการสัมผัส ลดการติดโควิด ก็ทำแคชเชียร์โฮโลแกรมไปเลยสิคะ!

ล่าสุดไปโลกหน้ากันแล้วกับ “Digi POS” เครื่อง Contactless self-checkouts หรือแคชเชียร์โฮโลแกรมที่แรกของโลกในร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven

ซึ่งเจ้าเครื่องคิดเงินนี้ถูกเคลมว่าเป็น แคชเชียร์ที่มีเทคโนโลยีแสดงผลหน้าจอบนอากาศเครื่องแรกของโลก (สามารถเข้าไปดูวิดีโอการใช้งานจริงได้ตามลิ้งค์นี้เลยค่ะ https://youtu.be/1eG-Hv5tgdU )

ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นั้นเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผลบนอากาศ (Aerial displays) นั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก มักจะใช้แค่ในงานโรงแรม , งานออฟฟิศ , Digital Signage โดยหนึ่งในบริษัทผู้ร่วมโปรเจคอย่าง Toshiba Tec ได้กล่าวว่านี่คือครั้งแรกที่เรานำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับระบบ POS

ในระยะเริ่มแรกที่เริ่มติดตั้งเครื่องคิดเงินนี้ ลูกค้าจะใช้คิดเงินได้แค่สินค้าทั่วไปที่ขายในร้าน แต่ยังไม่สามารถใช้คิดเงินสินค้าประเภทแอลกอฮอล์ , บุหรี่ , สแตมป์ , โปสการ์ด , ค่าขนส่ง courier , จ่ายบิล , เติมเงิน , Voulcher

เครื่องคิดเงินโฮโลแกรมนี้ใช้ง่ายและสะดวกมาก แค่นำสินค้าที่ต้องการคิดเงินมาสแกน
แล้วหน้าจอจะ pop-up ออกมา ซึ่งลูกค้าคนอื่นในร้านจะมองไม่เห็น จะเห็นแค่ผู้ใช้ที่อยู่ตรงหน้าเครื่องเท่านั้น
วิธีจ่ายเงินจะมีตัวเลือกเป็น Cashless เท่านั้น จ่ายโดยสแกนการ์ดหรือสมาร์ทโฟน

เจ้าตัว POS นี้เป็นการร่วมงานกันระหว่าง 6 บริษัท

  • Toshiba Tec ผู้คิดค้นระบบ POS และรับหน้าที่ติดตั้งภายในร้านสะดวกซื้อ
  • 7-Eleven
  • Asukanet Development
  • Kanda Kogyo Development
  • Mitsui Chemicals Development
  • Mitsui Bussan Plastic

ตัวเครื่องแคชเชียร์โฮโลแกรมได้ถูกนำไปติดตั้งและเปิดให้ใช้จริงใน 7-Eleven เมืองโตเกียวก่อน 6 สาขาแล้วเมื่อวันที่ 1 กุมภาฯ ที่ผ่านมา

ที่มา : Sora News 24

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
MARKETING TIPS2 สัปดาห์ ago

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

แบรนด์กับการแสดงจุดยืน เพราะแค่ขายของอย่างเดียวมันไม่พอ

MARKETING TIPS3 สัปดาห์ ago

สรุป 5 เทรนด์พฤติกรรมแต่ละ Gen เลือกเสพสื่อบันเทิงปี 2022 ที่ควรรู้

CONTENT TIPS3 สัปดาห์ ago

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

MARKETING TIPS4 สัปดาห์ ago

4 เสาหลักสำคัญ ของการทำ Customer Retention

ตลาดสัตว์เลี้ยง
NEWS UPDATE1 เดือน ago

โลตัส Pet Us เจาะกลุ่ม Pet Humanization เทรนด์ ตลาดสัตว์เลี้ยง กำลังมาแรง!!

NEWS UPDATE1 เดือน ago

คาดการณ์จากนักวิเคราะห์ Gartner : หาก Netflix มีโฆษณา

MARKETING TIPS1 เดือน ago

OOH กำลังกลับมา : เปิด 4 อินไซต์เพื่อสร้างอิมแพคให้เวิร์กกว่าเดิม

CONTENT TIPS1 เดือน ago

คอนเทนต์แบบไหนโดนใจผู้ใช้ Facebook, IG, Twitter, TikTok มาที่สุด ฉบับปี 2022

Jojo
ENGLISH NEWS1 เดือน ago

JoJo Maman Bébé พร้อมเข้าสู่การผลัดเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CONTENT TIPS1 ปี ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

EDUCATION2 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

1613 Views