Connect with us

CREATIVITY

Shutterstock เผย 3 สีตัวเต็ง จากเทรนด์สีปี 2022 ที่ควรนำมาใช้

Published

on

Shutterstock

Shutterstock อย่างที่ทราบกันดีว่าการกำหนดธีมสีให้เหมาะสมกับแคมเปญทางการตลาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ในการวางแผนการตลาด การกำหนด Mood & Tone จึงมักเป็นเนื้อหาที่อยู่ในสไลด์หน้าแรกๆ ของพรีเซ็นเทชั่น

Flo Lau ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จาก Shutter stock กล่าวว่า “การคำนึงถึงผลที่ตามมาจากการระบาดครั้งใหญ่ในปี 2021 ทำให้แบรนด์และเอเจนซี่ทั่วโลกปรับชุดสีให้เหมาะสมกับสถานการณ์” 

ความฉูดฉาดอาจไปต่อยากในปี 2022

สำหรับชุดสีที่น่าสนใจในปี 2022 ถูกวิเคราะห์โดยระบบ AI ของ Shutter stock อ้างอิงข้อมูลจากการดาวน์โหลดภาพและข้อมูลพิกเซลกว่าล้านครั้ง รวมทั้งที่ถูกบันทึกไว้เป็นรายการโปรดจากผู้คนกว่า 20 ประเทศทั่วโลกพบว่าการตลาดที่สื่อถึง “ความสงบ” เป็นกุญแจสำคัญที่นักการตลาดและนักโฆษณาควรหยิบนำมาใช้สร้างแคมเปญ

การทำการตลาดเชิงรุกแบบเผชิญหน้าโดยตรงอาจจะไม่เหมาะในปี 2022 เพราะจากรายงานดังล่าวระบุชัดเจนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอะไรที่เรียบง่าย นุ่มนวล และสงบนิ่งมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ 

“ไม่โดดเด่นฉูดฉาด ไม่มีไฮไลท์นีออน ไม่ต้องประดิษฐ์ปั้นแต่ง แต่คนต้องการความเรียบง่ายและละเอียดอ่อนต่างหาก” Lau กล่าว

เฉดสีที่ได้ความสงบและนุ่มนวลเป็นที่น่าจับตามอง

ระบบ AI ของ Shutterstock ใช้ข้อมูลหลายแสนล้านบนสื่อโฆษณาดิจัทัลเป็นตัวกำหนด ให้เฉด “สีเขียว” เป็นชุดสีที่สามารถคลิกได้มากที่สุด 

สีเขียวเป็นสีหลักที่สื่อถึงชีวิตที่มีสุขภาพดี มักถูกใช้ในสื่อการตลาดอาหารสด และเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บน Shutter stock ชุดภาพฉากธรรมชาติสีเขียวมักมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นในทุกปี เช่น ภาพถ่ายทางอากาศบนภูเขาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึง 1,396% การเพิ่มเม็ดสีเขียวลงไปในแคมเปญจึงสามารเพิ่ม CTR และ Conversion ของลูกค้าได้

ในขณะเดียวกันปะการัง “สีชมพู” และ “สีม่วง” ก็กกำลังกลับมาอีกครั้งเช่นกัน นี่คือสามสีตัวเต็งที่น่าจับตามองสำหรับปี 2022

3 เฉดสีตัวเต็งของปี 2022

  1. Calming coral : โทนสีนี้สามารถใช้แสดงถึงสุขภาพและความสุข สามารถใช้ร่วมกับโทนสีอื่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นได้อย่างเช่น สีเหลืองอมชมพูและสีฝุ่น ก็จะทำให้ภาพดูอบอุ่นและสบายตา Shutterstock ยังแนะนำให้ใช้สีนี้ตัดกับสีอื่น เช่น สีของท้องฟ้า
  2. Velvet violet : เป็นสีที่โดดที่สุดจากทั้ง 3 สี เป็นโทนสีม่วงสดใสชวนให้นึกถึงความหรูหรา และความสง่างาม คล้ายสีของกล้วยไม้ในราชวงศ์ ถึงแม้ว่าสีม่วงจะเป็นสีที่ฉูดฉาด แต่เฉดสีม่วงนี้กลับดึงดูดความสนใจแต่พองาม ให้ความรู้สึกดูแพงมากกว่า เหมาะจะใช้ตัดกับเฉดสีเขียว เช่น สีมรกต
  3. Pacific Pink : สีชมพูสายไหมนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความมีชีวิตชีวาและความสงบได้อย่างลงตัว สามารถนำมาผสมกับสีอื่นที่มีโทนอ่อนได้อย่างลงตัว แม้ว่าสีชมพูร้อนจะดูสะดุดตากว่า แต่ไม่สามารถนำมาผสมกับโทนสีชมพูอื่นและสีพีชได้ 

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/30subZC 

อ่านบทความเพิ่มเติม

Pantone Color of the year 2022 : Very Peri (hip-th.me)

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

CONTENT TIPS

Jaguar ได้รับเสนอชื่อบนนิตยสาร LGBTQ+ ว่าเป็นโฆษณาที่ดึงดูดที่สุดในเดือนตุลาคม

Published

on

Jaguar

ต้องยอมรับอย่างยิ่งว่าในเวลานี้ตลาดกลุ่ม LGBTQ+ กำลังเป็นที่น่าจับตามองสำหรับการทำแคมเปญต่างๆ เพราะคนในตลาดกลุ่มนี้มักเป็นอินสไปเรชั่นให้กับคนอีกหลายกลุ่ม ทั้งเรื่องของรสนิยม ความคิดสร้างสรรค์ และการบริโภคของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งมักจะมีการเริ่มต้นมาจากกลุ่ม LGBTQ+ ฉะนั้นการจะทำการตลาดให้ตรึงใจคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

Jaguar
ที่มาภาพ : https://www.fashionotography.com/sami-outalbali-attitude-october-2021/

Jaguar ประสบความสำเร็จในการสื่อสารการตลาดกับกลุ่ม LGBTQ+

แต่สำหรับ Jaguar ถือได้ว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ เนื่องจากได้รับเสนอชื่อบนนิตยสาร Attitude ให้เป็นโฆษณาที่ดึงดูดที่สุดประจำเดือนตุลาคม จากโฆษณา ‘Live Loud’ ด้วยกลยุทธ์การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ใช้สีส้มสดมาเพิ่มความจี๊ดให้กับโฆษณาชุดนี้ 

Jaguar ดึงดูดความสนใจของผู้คนด้วยความโดดเด่นและการสะท้อนทางอารมณ์ ‘Live Loud’ จึงเป็นโฆษณาที่สร้างสรรค์ที่สุดของเดือนตุลาคม อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาของ Kantar’s ‘The Works’ ในด้านกระแสตอบรับจากผู้บริโภค

Jaguar x Attitude

Live Loud เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระยะยาวระหว่าง Jaguar และ Attitude นิตยสารที่มีกลุ่ม LGBTQ+ เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ในงานประกาศรางวัล The Attitude Awards ซึ่งเป็นงานรางวัลที่ใหญ่ที่สุดของชุมชน LGBTQ+ แอนโธนี่ แบรดบิวรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Ja guar Land Rover UK ได้เล่าถึงการจับมือกันในครั้งนี้ว่า

“หากย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว Live Loud เป็นเพียงการร่วมมือล่าสุดจากการทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน  สิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ชม LGBTQ+ คือความสามารถในการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และแน่นอนว่าบางครั้งพวกเขาก็ต้องใช้เงินจำนวนมากในการทำเช่นนั้น แต่ความต้องการแสดงตัวตนของพวกเขามีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับจากัวร์อย่างแท้จริง”

จากการวิจัยของแบรนด์พบว่าผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อจากัวร์นั้นจะ ‘ค่อนข้างมั่นในในตัวเอง’ และต้องการแสดงความเป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคล ซึ่งกลุ่ม LGBTQ+ ก็ค่อนข้างมีลักษณะตรงตามนี้อย่างเห็นได้ชัด

Jaguar
ที่มาของภาพ : https://bit.ly/3yrK2V4

Dare to be Original

นอกจากดีไซน์ที่สะดุดตาแล้วยังมีสโลแกนของแคมเปญที่น่าสนใจอย่าง “Dare to be Original” ทำให้ Live Loud ติดอันดับ 8% ของโฆษณาทั้งหมดในสหราชอาณาจักรที่สร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคได้ ซึ่งโฆษณาตัวนี้ถูกมองว่ามีความโดดเด่น และน่าสนใจ อยู่ใน 75% อันดับแรกของโฆษณาด้านความโดดเด่น

Dare to be Original เป็นไอเดียที่เข้ากับผู้บริโภคกลุ่ม LGBTQ + ได้เป็นอย่างดี โดยมีการเล่าเรื่องถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งมีที่มาจากการกล้าแสดงออกของตัวตนส่วนบุคคลอย่างภาคภูมิใจ

โฆษณา Live Loud มีอิทธิพลในการกระตุ้นการตอบสนองทางอารมณ์ โดยใช้อารมณ์ ดึงดูด ภูมิใจ และตื่นเต้น เป็นอารมณ์ที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในการออกแบบ Live Loud ยังได้รับความนิยมอย่างสูงถึง 44% จากผู้ที่ชื่นชอบโฆษณาชุดนี้ เมื่อเทียบกับสถิติปกติซึง่จะอยู่ที่ 30%

“อารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตและความสำเร็จของทุกแบรนด์ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ระดับพรีเมียมและระดับหรู ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่จะได้เห็นพลังทางอารมณ์ของ Live Loud เข้ามาเป็นหนึ่งในจุดแข็งนี้”

Lynne Deason หัวหน้าฝ่าย Creative ของ Kantar กล่าว

“Live Loud เป็นตัวอย่างที่ดีของการโฆษณาบนนิตยสาร และการแสดงให้เห็นว่าแนวคิดที่โดดเด่น ชัดเจน แต่เรียบง่ายซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกลยุทธ์ของแบรนด์ที่แสดงความงามของผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่กระตุ้นอารมณ์สามารถให้ผลตอบรับที่ดีมาก”

Deason กล่าว

สำหรับงานโฆษณาการสร้างแบรนด์อาจเป็น “ความท้าทาย” สำหรับแบรนด์ในกลุ่มยานยนต์ Deason กล่าวว่ามีการโฆษณาที่ใช้กันทั่วไปและการดำเนินการจากแบรนด์หนึ่งไปยังอีกแบรนด์หนึ่งอาจดูคล้ายคลึงกันมาก

โดยรวมแล้วโฆษณาดังกล่าวอยู่ในอันดับ 26% ของโฆษณาในสหราชอาณาจักรที่ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ 

Bringing Emotion To Process
ที่มาของภาพ : https://chiefexecutive.net/bringing-emotion-to-process/

โฆษณาที่ทรงพลังคือโฆษณาที่เชื่อมโยงกับความรู้สึก

ความสำเร็จของ Ja guar ในครั้งนี้คือการใช้ประโยชน์จากการเล่นกับอารมณ์และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ชม ซึ่งกำลังมองหาสิ่งเร้าและสิ่งที่น่าสนใจใหม่ๆ เนื่องจากสมองของมนุษย์มักถูกตั้งโปรแกรมให้ใส่ใจกับสิ่งที่โดดเด่น สะดุดตา ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างร่วมได้ และมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องส่วนตัวกับผู้บริโภคเอง

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/3yrK2V4

อ่านบทความเพิ่มเติม

Pantone Color of the year 2022 : Very Peri (hip-th.me)

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

Pantone Color of the year 2022 : Very Peri

Published

on

เปิดตัวออกมากันสักพักแล้วกับสีแห่งปีจากสถาบัน Pantone ที่เหล่าครีเอเตอร์หลายคนต่างรอคอย เพราะเรียกได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ และสร้าง Impact ทุก ๆ ครั้งที่ Pantone ได้ประกาศสีแห่งปีออกมาแต่ละครั้ง แต่ปี 2022 นี้พิเศษกว่าปีไหน ๆ สี Very Peri คือสีเดียวที่ทาง Pantone ได้สร้างและตั้งใจปล่อยออกมาเพียงแค่สีเดียวโดยเฉพาะ

Very Peri คือสีฟ้า

มองยังไงก็สีม่วงชัด ๆ แต่ในบทความของ TIME ได้เขียนอธิบายสี Very Peri ไว้ว่ามันคือสีน้ำเงินที่มี Undertone เป็นสี violet-red

เป็นสีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนปี 2021 และความหวังของปี 2022

ซึ่ง Symbolic ของสี Very Peri นี้คือความหวังและความน่าตื่นเต้นที่มาจาก สีน้ำเงิน (ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเศร้า, ความมั่นคง) + สีแดง ที่แสดงถึงความมีพลังและการเคลื่อไหว อีกนิดหน่อย จนกลายมีเป็น สีฟ้าอันอบอุ่น ส่วนผสมที่ลงตัวและแสดงถึงเอนเนอจี้ที่ทางสถาบันคาดหวังอยากให้เกิดขึ้นภายในปี 2022 นี้

Leatrice Eiseman, executive director of Pantone institute กล่าวว่า ทางทีมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างสีที่ให้ความรู้สึกถึงความสดใหม่อย่างมีนัยยะ

Very Peri  = โลกท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

หรือคือสถานการณ์ของโลกเราทุกวันนี้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงโลกแห่งอนาคตอีกใบอย่าง Metaverse สี Very Peri จึงมีอีกความหมายนึงที่แสดงถึงการมาบรรจบกันของโลกแห่งความจริง และโลกเสมือน

สุดท้ายนี้ทางสถาบันหวังว่าสีแห่งปีนี้จะสามารถแฝงเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งโลกดิจัทัล และโลกทางกายภาพของผู้คนทั้งโลก

โพสต์นี้ได้แปลจากมาจากบทความบางส่วนของ TIME เท่านั้น เพื่อความอินที่แท้จริง เราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้อ่านบทความต้นฉบับจริง ๆ เพื่อให้รู้สึกถึงความอิมแพคของเจ้าสี Very Peri ที่ไม่ได้ ถูกเลือก ออกมาจากสีที่มีอยู่แล้วเหมือนปีที่ผ่าน ๆ มา แต่มันคือสีที่ ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อ represent ชีวิตของโลกทั้งใบนี้โดยเฉพาะ

“Looking at the world with different eyes has brought us—and will continue to bring us—new solutions.”

Pressman of Pantone Institute

โพสต์อื่นที่น่าสนใจ :

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

จีนปิ๊งไอเดียขาย “ขวดสุ่มความรัก” ราคาเริ่มต้น 15 บาท

Published

on

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ชีวิตผู้คนไม่ได้มีเพียงการเติบโต และแต่งงานสร้างครอบครัวเหมือนในอดีตเท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบที่หลากหลาย ทำให้ความสนใจในการหาคู่ชีวิตนั้นลดน้อยลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงต้องการความรัก เพียงแต่ไม่มีเวลาที่จะหาคู่คิดให้ตัวเอง เพราะเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับกิจกรรมอื่นจนหมด

ร้านสะดวกรักถือกำเนิดขึ้นแล้ว

แม้แต่ประเทศจีนที่มีประชากรกว่า 1.4 พันล้านคนก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมีวิธีสำหรับการหาคู่ที่หลากหลาย ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์แล้วก็ตาม แต่ผู้คนก็ยังคงต้องการอะไรที่แปลกใหม่ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ร้าน 脱单便利店 tuō dān biàn lì diàn (ทัว-ตาน-เปี้ยนลี่เตี้ยน) ได้ถือกำเนิดขึ้นในนคร “เฉิงตู”

ร้าน tuō dān biàn lì diàn หากแปลความหมายก็คือ “ร้านสะดวกซื้อเพื่อคนอยากสละโสด” มีรูปแบบกิจการเหมือนกับร้านสะดวกซื้อทั่วไป ทำหน้าที่เป็นเสมือน Dropship ที่ไม่ได้ผลิตสินค้าเอง แต่นำเอาสินค้าจากผู้อื่นมาวางขายอีกทอดหนึ่ง ต่างกันที่สินค้าที่วางจำหน่ายนั้นไม่ใช่ของชำทั่วไป แต่เป็นความรักที่บรรจุอยู่ในขวดเฝ้ารอการเปิดออก เหมือนยักษ์จินนี่ที่รอคอยเจ้านายมาถูตะเกียงวิเศษ

สินค้าที่วางขายไม่ใช่ของชำทั่วไป แต่เป็นขวดสุ่มความรัก

และสิ่งที่ถูกบรรจุไว้ในขวดนั้นก็คือประวัติส่วนตัว และช่องทางการติดต่อของผู้ที่มาใช้บริการนั่นเอง ขวดความรักนี้วางจำหน่ายอยู่ที่ราคา 3 หยวน หรือ 15 บาทไทยเท่านั้น การทำงานของบริการนี้ก็คือ เมื่อมีผู้ที่สนใจอยากใช้บริการก็แค่เพียงเลือกขวดที่ตัวเองสนใจ และชำระเงิน ก็สามารถเปิดขวดได้เลย ส่วนใครที่ต้องการนำประวัติของตนไปวางขายก็สามารถทำได้ เพียงจ่ายค่าบริการ 29.9 หยวน หรือประมาณ 150 บาท ซึ่งขวดแก้วนี้จะถูกแยกเพศตามสีขวด ขวดสีน้ำเงิน คือเพศชาย และขวดสีแดง ก็คือเพศหญิง

ฟังดูอาจจะเหมือนการสุ่มหาคู่แบบเกมที่เล่นในงานเทศกาลของบ้านเราทั่วๆ ไป แต่ร้านสะดวกรักแห่งนี้ก็ยังเพิ่มฟังก์ชั่นที่สะดวกมากขึ้นให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ โดยแบ่งขวดความรักตามช่วงอายุเจ้าของขวดนั้นๆ เช่น อายุ 20 ปี, อายุ 30 ปี, อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาศึกษาดูใจกัน เพื่อลดการเกิดความไม่พึงพอใจในขวดความรักที่เลือกซื้อมานั่นเอง และถ้าหากเปิดขวดดูแล้วข้อมูลในขวดยังไม่เป็นที่น่าสนใจ ก็สามารถปิดขวดวางคืนที่เดิมได้

ผลตอบรับที่ท่วมท้นต่อร้านสะดวกรักแห่งนี้

ร้านสะดวกรักแห่งนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แม้จะเพิ่งเปิดทำการเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ทั้งนี้มีผู้นำข้อมูลมาวางขายแล้วมากกว่า 1 พันคน โดยมีสัดส่วนเพศหญิงคิดเป็น 60% ของขวดทั้งหมด และมีผลประกอบการการันตีจากคู่รักที่จับคู่สำเร็จไปแล้ว 6 คู่ ภายในเวลาเพียง 1 เดือน และมีการเลิกรากันไปเพียง 1 คู่จากทั้งหมด

กลยุทธ์การสุ่มเลือกขวดความรักนี้ทำให้การจับคู่น่าตื่นเต้นขึ้นกว่าการใช้แอพพลิเคชั่น หรือการจับคู่โดยซินแส เพราะไม่อาจเดาได้เลยว่าขวดที่เปิดออกนั้นจะเป็นข้อมูลของใคร เสมือนเป็นการให้โชคชะตาเป็นผู้กำหนดเส้นทางความรักในครั้งนี้ หากมองในมุมของการทำธุรกิจแล้ว นี่ถือเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากทีเดียว

คุ้มไม่คุ้ม เปิด "กล่องสุ่มเสี่ยงโชค"
ภาพจาก https://www.matichon.co.th/lifestyle/news_1640571

กลยุทธ์การตลาดที่ให้ผู้ใช้บริการมี Emotion ร่วมกับการรับบริการ

เพราะเป็นการเล่นกับความรู้สึกของผู้คน ให้มี Emotional ร่วมในทุกๆ ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการรอคอยอย่างใจจดจ่อว่าเมื่อไหร่จะมีคนติดต่อมาหาเรากันนะ หรือการสร้างความตื่นเต้นต่อผู้เปิดขวดให้ร่วมลุ้นไปกับข้อมูลที่จะได้รับ ทำให้การจำหน่ายสินค้าในร้านสะดวกรักนี้ ลูกค้าไม่เพียงแต่จะได้รับการบริการเพียงอย่างเดียว แต่ได้ความรู้สึกร่วมไปกับการใช้งานบริการในครั้งนี้ด้วย 

เช่นเดียวกันกับกรณีของ กระแสกล่องสุ่ม ซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงก่อน และยังคงได้รับการตอบรับอยู่ในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอะไรก็มีการจัดแพ็คเกจกล่องสุ่ม ตั้งแต่ของเล่นเด็ก ยันอาหารทะเล กลยุทธ์นี้สวนทางกับความเข้าใจทั่วไปที่ว่า ลูกค้าต้องเห็นสินค้าก่อนถึงจะเลือกซื้อ เพราะสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริงๆ สำหรับการซื้อในครั้งนี้ไม่ใช่แค่ของที่อยู่ข้างใน แต่เป็นความรู้สึกก่อนได้รับของ หรือเห็นของในนั้นนั่นเอง 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
MARKETING TIPS2 เดือน ago

เปิดเบื้องหลังกลยุทธ์การตลาดกระจายสินค้าพรีเมียมให้แมส ของช็อกโกแลต Godiva

MARKETING TIPS2 เดือน ago

แบรนด์กับการแสดงจุดยืน เพราะแค่ขายของอย่างเดียวมันไม่พอ

MARKETING TIPS2 เดือน ago

สรุป 5 เทรนด์พฤติกรรมแต่ละ Gen เลือกเสพสื่อบันเทิงปี 2022 ที่ควรรู้

CONTENT TIPS2 เดือน ago

10 ไอเดียทำ VDO Content ลง IG ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้เพิ่มขึ้น

MARKETING TIPS2 เดือน ago

4 เสาหลักสำคัญ ของการทำ Customer Retention

ตลาดสัตว์เลี้ยง
NEWS UPDATE2 เดือน ago

โลตัส Pet Us เจาะกลุ่ม Pet Humanization เทรนด์ ตลาดสัตว์เลี้ยง กำลังมาแรง!!

NEWS UPDATE2 เดือน ago

คาดการณ์จากนักวิเคราะห์ Gartner : หาก Netflix มีโฆษณา

MARKETING TIPS2 เดือน ago

OOH กำลังกลับมา : เปิด 4 อินไซต์เพื่อสร้างอิมแพคให้เวิร์กกว่าเดิม

CONTENT TIPS3 เดือน ago

คอนเทนต์แบบไหนโดนใจผู้ใช้ Facebook, IG, Twitter, TikTok มาที่สุด ฉบับปี 2022

Jojo
ENGLISH NEWS3 เดือน ago

JoJo Maman Bébé พร้อมเข้าสู่การผลัดเปลี่ยนไปสู่ยุคใหม่

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE3 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

CONTENT TIPS2 ปี ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

EDUCATION2 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

1048 Views