Connect with us

CREATIVITY

แดนปลาดิบนำร่อง แก้วิกฤตแรงงานขาดแคลนด้วยร้านสะดวกซื้อไร้พนักงาน

Published

on

เมื่อพูดถึงประเทศญี่ปุ่นเรามักจะคิดถึงเมืองที่สวยงาม มีวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ และความเจริญทางด้านเทคโนโลยี แต่ถึงอย่างนั้นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ของเอเชียกลับประสบปัญหาวิกฤตแรงงานขาดแคลน 

สังคมผู้สูงอายุ Aging Society กำลังแผ่ขยายไปทั่วเอเชีย

ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) นั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แรงงานในตลาดญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลน โดยเฉพาะงานด้านบริการที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานขั้นวิกฤต สำหรับธุรกิจร้านสะดวกซื้อแทบจะต้องจ้างแรงงานผู้สูงอายุในพื้นที่มาดูแลกิจการกันเลยทีเดียว 

FamilyMart ญี่ปุ่น” ลุยเปิด “ร้านสะดวกซื้อไร้พนักงาน” 1,000 สาขาภายในปี  2024 แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน | Brand Buffet
ภาพจาก https://www.brandbuffet.in.th/2021/09/familymart-japan-plan-to-open-1000-unmanned-stores/

ผุดไอเดียร้านค้าแบบไร้พนักงาน Unmanned Shop

แต่ญี่ปุ่น ก็คือญี่ปุ่น ในเมื่อปัญหาคือการขาดแคลนแรงงาน ก็ไม่ต้องมีมันซะเลยแล้วกัน กับกลยุทธ์จากร้านสะดวกซื้อยอดฮิตอย่าง FamilyMart ได้ผุดไอเดียเปิดตัวร้านค้าแบบไร้พนักงาน (Unmanned Shop) โดยเริ่มทดลองร้านค้าไร้พนักงานนี้ขึ้นที่สาขาในกรุงโตเกียว มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดถึง 50 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดภายในร้านค้า 50 ตร.ม. ซึ่งก็ฟังดูเข้าท่ากับการที่จะไม่ใช้แรงงานมนุษย์เลย แต่คำถามต่อมาก็คือ “ก็ทำได้แค่ดูผ่านกล้องไม่ใช่หรอ? แล้วจัดการคิดเงินกันยังไง?”

FamilyMart preps 1,000 unmanned stores in Japan by 2024 - Nikkei Asia
ภาพจาก https://asia.nikkei.com/Business/Retail/FamilyMart-preps-1-000-unmanned-stores-in-Japan-by-2024

ทำงานด้วย AI System ทั้งหมด!!

อย่าดูถูกพี่เค้าไป เพราะที่นี่เจแปนจ้า! กล้องวงจรปิดเหล่านี้ก็ไม่ใช่กล้องวงจรปิดธรรมดา แต่มีระบบ AI ในการทำงานควบคุม โดยจะทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์น้ำหนักที่ติดตั้งอยู่บนชั้นวางสินค้า สามารถตรวจสอบได้ว่าลูกค้าหยิบสินค้าอะไรไปบ้าง เมื่อลูกค้ามาถึงเคาน์เตอร์เพื่อชำระเงิน ระบบจะระบุชื่อผลิตภัณฑ์ จำนวน และราคาสินค้าแต่ละชนิด พร้อมรวมราคาสินค้าทั้งหมด จากนั้นก็แสดงผลบนจอภาพ โดยลูกค้าสามารถชำระเงินได้ทั้งเงินสดที่เครื่องคิดเงิน หรือชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ย่อมได้ 

ระบบ AI นอกจากจะช่วยในการชำระเงินแล้ว ยังลดขั้นตอนในการอ่านบาร์โค้ดสินค้าทำให้ประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว ที่สำคัญยังทำให้ลูกค้าขโมยของได้ยากขึ้น เพราะสามารถตรวจจับได้เลยว่าหยิบของสิ่งไหนไปบ้าง ใครที่คิดจะแอบหยิบสินค้าใส่กระเป๋าไปแล้วคิดว่าไม่มีคนเห็น แต่กล้องวงจรปิดเห็นนะจ๊ะ

รักษาความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้า Data Privacy

นอกจากนี้ยังมีการรักษาความเป็นส่วนตัวของลูกค้า เพราะร้านค้าไร้พนักงานจะไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลของลูกค้า (Data Privacy) ไม่ว่าจะเป็นการระบุตัวบุคคล เช่น การแสกนภาพใบหน้าของลูกค้า หรือการลงทะเบียนแอปฯ ใดๆ ก่อนใช้บริการ หรือแม้กระทั่งการยืนยันตัวตนผ่านรูปแบบ BioMetric ก็ไม่มีความจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้นระบบ AI ยังช่วยตรวจสอบผู้ซื้อในกรณีที่เป็นสินค้าควบคุมอายุได้อีกด้วย เช่น บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยระบบ AI นี้รองรับการใช้งานพร้อมกันได้ถึง 10 ราย

กลยุทธิ์นี้ถือเป็นการปรับเปลี่ยนมาใช้บริการร้านค้าอัตโนมัติเต็มรูปแบบครั้งแรกของญี่ปุ่น เพราะเดิมทีญี่ปุ่นมีกฎหมายกำหนดให้ร้านค้าทุกแห่งต้องมีพนักงานที่เป็นมนุษย์คอยดูแลร้านค้า แต่สถานการณ์ของญี่ปุ่นกลับตกอยู่ในวิกฤตการขาดแคลนแรงงาน และด้วยธุรกิจในโลกนั้นขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติจึงสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีกของญี่ปุ่น รัฐบาลจึงได้คลายข้อบังคับทางกฏหมายนี้ลง

FamilyMart ญี่ปุ่น” ลุยเปิด “ร้านสะดวกซื้อไร้พนักงาน” 1,000 สาขาภายในปี  2024 แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน | Brand Buffet
ภาพจาก https://www.brandbuffet.in.th/2021/09/familymart-japan-plan-to-open-1000-unmanned-stores/

FamilyMart ตั้งเป้าขยายการเติบโตการเติบโต

โดย FamilyMart ตั้งเป้าเปิดร้านค้าไร้พนักงานคาดการณ์ไว้ที่ 1,000 แห่งภายในปี 2024 ถึงแม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูงกว่าการเปิดร้านค้าปลีกปกติถึง 20% แต่ในระยะยาวจะช่วยลดค่าใช้จ่ายการว่าจ้างแรงงานคนได้จำนวนมาก เพราะจะมีเพียงพนักงานที่ทำหน้าที่รับสินค้า และนับสต๊อกสินค้าเท่านั้น 

FamilyMart ไม่ใช่ร้านสะดวกซื้อแห่งเดียวที่ทดลองร้านค้าอัตโนมัตินี้ ยังมีร้านสะดวกซื้ออย่าง Seven-Eleven Japan ที่ได้ร่วมมือกับ NEC ทดลองร้านค้าอัตโนมัติเช่นกัน โดยใช้ระบบการจดจำใบหน้าในการชำระเงิน หรือ Lawson ซึ่งเปิดตัวเครื่องที่ลูกค้าสามารถอ่านบาร์โค้ดผลิตภัณฑ์ด้วยสมาร์ทโฟนของตัวเองได้ แม้แต่ Kinokuniya ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับไฮเอนด์ก็มีการเปิดร้านขายของชำเล็กๆ โดยใช้ระบบที่คล้ายกับ FamilyMart เช่นกัน 

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading
Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

CONTENT TIPS

Jaguar ได้รับเสนอชื่อบนนิตยสาร LGBTQ+ ว่าเป็นโฆษณาที่ดึงดูดที่สุดในเดือนตุลาคม

Published

on

Jaguar

ต้องยอมรับอย่างยิ่งว่าในเวลานี้ตลาดกลุ่ม LGBTQ+ กำลังเป็นที่น่าจับตามองสำหรับการทำแคมเปญต่างๆ เพราะคนในตลาดกลุ่มนี้มักเป็นอินสไปเรชั่นให้กับคนอีกหลายกลุ่ม ทั้งเรื่องของรสนิยม ความคิดสร้างสรรค์ และการบริโภคของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งมักจะมีการเริ่มต้นมาจากกลุ่ม LGBTQ+ ฉะนั้นการจะทำการตลาดให้ตรึงใจคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

Jaguar
ที่มาภาพ : https://www.fashionotography.com/sami-outalbali-attitude-october-2021/

Jaguar ประสบความสำเร็จในการสื่อสารการตลาดกับกลุ่ม LGBTQ+

แต่สำหรับ Jaguar ถือได้ว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จ เนื่องจากได้รับเสนอชื่อบนนิตยสาร Attitude ให้เป็นโฆษณาที่ดึงดูดที่สุดประจำเดือนตุลาคม จากโฆษณา ‘Live Loud’ ด้วยกลยุทธ์การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ใช้สีส้มสดมาเพิ่มความจี๊ดให้กับโฆษณาชุดนี้ 

Jaguar ดึงดูดความสนใจของผู้คนด้วยความโดดเด่นและการสะท้อนทางอารมณ์ ‘Live Loud’ จึงเป็นโฆษณาที่สร้างสรรค์ที่สุดของเดือนตุลาคม อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาของ Kantar’s ‘The Works’ ในด้านกระแสตอบรับจากผู้บริโภค

Jaguar x Attitude

Live Loud เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระยะยาวระหว่าง Jaguar และ Attitude นิตยสารที่มีกลุ่ม LGBTQ+ เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ในงานประกาศรางวัล The Attitude Awards ซึ่งเป็นงานรางวัลที่ใหญ่ที่สุดของชุมชน LGBTQ+ แอนโธนี่ แบรดบิวรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของ Ja guar Land Rover UK ได้เล่าถึงการจับมือกันในครั้งนี้ว่า

“หากย้อนกลับไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว Live Loud เป็นเพียงการร่วมมือล่าสุดจากการทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน  สิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้ชม LGBTQ+ คือความสามารถในการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง และแน่นอนว่าบางครั้งพวกเขาก็ต้องใช้เงินจำนวนมากในการทำเช่นนั้น แต่ความต้องการแสดงตัวตนของพวกเขามีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับจากัวร์อย่างแท้จริง”

จากการวิจัยของแบรนด์พบว่าผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อจากัวร์นั้นจะ ‘ค่อนข้างมั่นในในตัวเอง’ และต้องการแสดงความเป็นเอกลักษณ์ส่วนบุคคล ซึ่งกลุ่ม LGBTQ+ ก็ค่อนข้างมีลักษณะตรงตามนี้อย่างเห็นได้ชัด

Jaguar
ที่มาของภาพ : https://bit.ly/3yrK2V4

Dare to be Original

นอกจากดีไซน์ที่สะดุดตาแล้วยังมีสโลแกนของแคมเปญที่น่าสนใจอย่าง “Dare to be Original” ทำให้ Live Loud ติดอันดับ 8% ของโฆษณาทั้งหมดในสหราชอาณาจักรที่สร้างการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคได้ ซึ่งโฆษณาตัวนี้ถูกมองว่ามีความโดดเด่น และน่าสนใจ อยู่ใน 75% อันดับแรกของโฆษณาด้านความโดดเด่น

Dare to be Original เป็นไอเดียที่เข้ากับผู้บริโภคกลุ่ม LGBTQ + ได้เป็นอย่างดี โดยมีการเล่าเรื่องถึงคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งมีที่มาจากการกล้าแสดงออกของตัวตนส่วนบุคคลอย่างภาคภูมิใจ

โฆษณา Live Loud มีอิทธิพลในการกระตุ้นการตอบสนองทางอารมณ์ โดยใช้อารมณ์ ดึงดูด ภูมิใจ และตื่นเต้น เป็นอารมณ์ที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในการออกแบบ Live Loud ยังได้รับความนิยมอย่างสูงถึง 44% จากผู้ที่ชื่นชอบโฆษณาชุดนี้ เมื่อเทียบกับสถิติปกติซึง่จะอยู่ที่ 30%

“อารมณ์เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตและความสำเร็จของทุกแบรนด์ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ระดับพรีเมียมและระดับหรู ถือเป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่จะได้เห็นพลังทางอารมณ์ของ Live Loud เข้ามาเป็นหนึ่งในจุดแข็งนี้”

Lynne Deason หัวหน้าฝ่าย Creative ของ Kantar กล่าว

“Live Loud เป็นตัวอย่างที่ดีของการโฆษณาบนนิตยสาร และการแสดงให้เห็นว่าแนวคิดที่โดดเด่น ชัดเจน แต่เรียบง่ายซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกลยุทธ์ของแบรนด์ที่แสดงความงามของผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่กระตุ้นอารมณ์สามารถให้ผลตอบรับที่ดีมาก”

Deason กล่าว

สำหรับงานโฆษณาการสร้างแบรนด์อาจเป็น “ความท้าทาย” สำหรับแบรนด์ในกลุ่มยานยนต์ Deason กล่าวว่ามีการโฆษณาที่ใช้กันทั่วไปและการดำเนินการจากแบรนด์หนึ่งไปยังอีกแบรนด์หนึ่งอาจดูคล้ายคลึงกันมาก

โดยรวมแล้วโฆษณาดังกล่าวอยู่ในอันดับ 26% ของโฆษณาในสหราชอาณาจักรที่ประสบความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ 

Bringing Emotion To Process
ที่มาของภาพ : https://chiefexecutive.net/bringing-emotion-to-process/

โฆษณาที่ทรงพลังคือโฆษณาที่เชื่อมโยงกับความรู้สึก

ความสำเร็จของ Ja guar ในครั้งนี้คือการใช้ประโยชน์จากการเล่นกับอารมณ์และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ชม ซึ่งกำลังมองหาสิ่งเร้าและสิ่งที่น่าสนใจใหม่ๆ เนื่องจากสมองของมนุษย์มักถูกตั้งโปรแกรมให้ใส่ใจกับสิ่งที่โดดเด่น สะดุดตา ทำให้เกิดความรู้สึกบางอย่างร่วมได้ และมีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องส่วนตัวกับผู้บริโภคเอง

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/3yrK2V4

อ่านบทความเพิ่มเติม

Pantone Color of the year 2022 : Very Peri (hip-th.me)

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

Pantone Color of the year 2022 : Very Peri

Published

on

เปิดตัวออกมากันสักพักแล้วกับสีแห่งปีจากสถาบัน Pantone ที่เหล่าครีเอเตอร์หลายคนต่างรอคอย เพราะเรียกได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ และสร้าง Impact ทุก ๆ ครั้งที่ Pantone ได้ประกาศสีแห่งปีออกมาแต่ละครั้ง แต่ปี 2022 นี้พิเศษกว่าปีไหน ๆ สี Very Peri คือสีเดียวที่ทาง Pantone ได้สร้างและตั้งใจปล่อยออกมาเพียงแค่สีเดียวโดยเฉพาะ

Very Peri คือสีฟ้า

มองยังไงก็สีม่วงชัด ๆ แต่ในบทความของ TIME ได้เขียนอธิบายสี Very Peri ไว้ว่ามันคือสีน้ำเงินที่มี Undertone เป็นสี violet-red

เป็นสีที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสะท้อนปี 2021 และความหวังของปี 2022

ซึ่ง Symbolic ของสี Very Peri นี้คือความหวังและความน่าตื่นเต้นที่มาจาก สีน้ำเงิน (ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเศร้า, ความมั่นคง) + สีแดง ที่แสดงถึงความมีพลังและการเคลื่อไหว อีกนิดหน่อย จนกลายมีเป็น สีฟ้าอันอบอุ่น ส่วนผสมที่ลงตัวและแสดงถึงเอนเนอจี้ที่ทางสถาบันคาดหวังอยากให้เกิดขึ้นภายในปี 2022 นี้

Leatrice Eiseman, executive director of Pantone institute กล่าวว่า ทางทีมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างสีที่ให้ความรู้สึกถึงความสดใหม่อย่างมีนัยยะ

Very Peri  = โลกท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง

หรือคือสถานการณ์ของโลกเราทุกวันนี้ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงโลกแห่งอนาคตอีกใบอย่าง Metaverse สี Very Peri จึงมีอีกความหมายนึงที่แสดงถึงการมาบรรจบกันของโลกแห่งความจริง และโลกเสมือน

สุดท้ายนี้ทางสถาบันหวังว่าสีแห่งปีนี้จะสามารถแฝงเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งโลกดิจัทัล และโลกทางกายภาพของผู้คนทั้งโลก

โพสต์นี้ได้แปลจากมาจากบทความบางส่วนของ TIME เท่านั้น เพื่อความอินที่แท้จริง เราจึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้อ่านบทความต้นฉบับจริง ๆ เพื่อให้รู้สึกถึงความอิมแพคของเจ้าสี Very Peri ที่ไม่ได้ ถูกเลือก ออกมาจากสีที่มีอยู่แล้วเหมือนปีที่ผ่าน ๆ มา แต่มันคือสีที่ ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อ represent ชีวิตของโลกทั้งใบนี้โดยเฉพาะ

“Looking at the world with different eyes has brought us—and will continue to bring us—new solutions.”

Pressman of Pantone Institute

โพสต์อื่นที่น่าสนใจ :

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 0 Average: 0]
Continue Reading

CREATIVITY

Shutterstock เผย 3 สีตัวเต็ง จากเทรนด์สีปี 2022 ที่ควรนำมาใช้

Published

on

Shutterstock

Shutterstock อย่างที่ทราบกันดีว่าการกำหนดธีมสีให้เหมาะสมกับแคมเปญทางการตลาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ในการวางแผนการตลาด การกำหนด Mood & Tone จึงมักเป็นเนื้อหาที่อยู่ในสไลด์หน้าแรกๆ ของพรีเซ็นเทชั่น

Flo Lau ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์จาก Shutter stock กล่าวว่า “การคำนึงถึงผลที่ตามมาจากการระบาดครั้งใหญ่ในปี 2021 ทำให้แบรนด์และเอเจนซี่ทั่วโลกปรับชุดสีให้เหมาะสมกับสถานการณ์” 

ความฉูดฉาดอาจไปต่อยากในปี 2022

สำหรับชุดสีที่น่าสนใจในปี 2022 ถูกวิเคราะห์โดยระบบ AI ของ Shutter stock อ้างอิงข้อมูลจากการดาวน์โหลดภาพและข้อมูลพิกเซลกว่าล้านครั้ง รวมทั้งที่ถูกบันทึกไว้เป็นรายการโปรดจากผู้คนกว่า 20 ประเทศทั่วโลกพบว่าการตลาดที่สื่อถึง “ความสงบ” เป็นกุญแจสำคัญที่นักการตลาดและนักโฆษณาควรหยิบนำมาใช้สร้างแคมเปญ

การทำการตลาดเชิงรุกแบบเผชิญหน้าโดยตรงอาจจะไม่เหมาะในปี 2022 เพราะจากรายงานดังล่าวระบุชัดเจนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอะไรที่เรียบง่าย นุ่มนวล และสงบนิ่งมากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ 

“ไม่โดดเด่นฉูดฉาด ไม่มีไฮไลท์นีออน ไม่ต้องประดิษฐ์ปั้นแต่ง แต่คนต้องการความเรียบง่ายและละเอียดอ่อนต่างหาก” Lau กล่าว

เฉดสีที่ได้ความสงบและนุ่มนวลเป็นที่น่าจับตามอง

ระบบ AI ของ Shutterstock ใช้ข้อมูลหลายแสนล้านบนสื่อโฆษณาดิจัทัลเป็นตัวกำหนด ให้เฉด “สีเขียว” เป็นชุดสีที่สามารถคลิกได้มากที่สุด 

สีเขียวเป็นสีหลักที่สื่อถึงชีวิตที่มีสุขภาพดี มักถูกใช้ในสื่อการตลาดอาหารสด และเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บน Shutter stock ชุดภาพฉากธรรมชาติสีเขียวมักมียอดดาวน์โหลดเพิ่มขึ้นในทุกปี เช่น ภาพถ่ายทางอากาศบนภูเขาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นถึง 1,396% การเพิ่มเม็ดสีเขียวลงไปในแคมเปญจึงสามารเพิ่ม CTR และ Conversion ของลูกค้าได้

ในขณะเดียวกันปะการัง “สีชมพู” และ “สีม่วง” ก็กกำลังกลับมาอีกครั้งเช่นกัน นี่คือสามสีตัวเต็งที่น่าจับตามองสำหรับปี 2022

3 เฉดสีตัวเต็งของปี 2022

  1. Calming coral : โทนสีนี้สามารถใช้แสดงถึงสุขภาพและความสุข สามารถใช้ร่วมกับโทนสีอื่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นได้อย่างเช่น สีเหลืองอมชมพูและสีฝุ่น ก็จะทำให้ภาพดูอบอุ่นและสบายตา Shutterstock ยังแนะนำให้ใช้สีนี้ตัดกับสีอื่น เช่น สีของท้องฟ้า
  2. Velvet violet : เป็นสีที่โดดที่สุดจากทั้ง 3 สี เป็นโทนสีม่วงสดใสชวนให้นึกถึงความหรูหรา และความสง่างาม คล้ายสีของกล้วยไม้ในราชวงศ์ ถึงแม้ว่าสีม่วงจะเป็นสีที่ฉูดฉาด แต่เฉดสีม่วงนี้กลับดึงดูดความสนใจแต่พองาม ให้ความรู้สึกดูแพงมากกว่า เหมาะจะใช้ตัดกับเฉดสีเขียว เช่น สีมรกต
  3. Pacific Pink : สีชมพูสายไหมนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความมีชีวิตชีวาและความสงบได้อย่างลงตัว สามารถนำมาผสมกับสีอื่นที่มีโทนอ่อนได้อย่างลงตัว แม้ว่าสีชมพูร้อนจะดูสะดุดตากว่า แต่ไม่สามารถนำมาผสมกับโทนสีชมพูอื่นและสีพีชได้ 

ขอบคุณที่มา : https://bit.ly/30subZC 

อ่านบทความเพิ่มเติม

Pantone Color of the year 2022 : Very Peri (hip-th.me)

ให้คะแนนสำหรับบทความนี้!
[Total: 1 Average: 5]
Continue Reading
แคมเปญตรุษจีน
CONTENT TIPS1 วัน ago

เดอะมอลล์ ห้างดังยุค 80s กับการทำ แคมเปญ การตลาดรูปแบบ Virtual Marketing ด้วย เทพพระเจ้า AI กว่า 15 องค์

LIFESTYLE2 วัน ago

ของไหว้เจ้าตรุษจีนปีนี้ IKEA ก็มีขาย : ไลน์ฟู้ดใหม่ ‘เซ็ตเครื่องไหว้’ และ ‘เมนูพิเศษเสริมเฮง’

NFT
CONTENT TIPS3 วัน ago

สุดยอด Meme ระดับตำนานประมูลรูปขาย NFT ได้เงินกว่า 100 ล้านบาท

์NFT
CONTENT TIPS4 วัน ago

พี่เอก Heartrocker นักสตรีมเมอร์ชื่อดังของเมืองไทย ประกาศขายตัวละครเกม MIR4 ด้วย NFT ราคากว่า 12 ล้านบาท

CONTENT TIPS4 วัน ago

6 ทริคการเขียนบทความ บูสต์การทำ Content Marketing ให้ยืนหนึ่ง

โลจิสติกส์
CONTENT TIPS1 สัปดาห์ ago

จากธุรกิจสายการบิน Airasia สู่ผู้ให้บริการขนส่งภาคพื้นดิน Airasia Xpress

CONTENT TIPS1 สัปดาห์ ago

Update TikTok Algorithm 2022 ต้องอ่าน! ถ้าอยาก Go viral

แม่ค้าออนไลน์
CONTENT TIPS1 สัปดาห์ ago

พลิกบทบาทการเป็น “นักแสดง” สู่การเป็นแม่ค้าไลฟ์สดออนไลน์ขายของ ยอดขายทะลุล้าน

NEWS UPDATE1 สัปดาห์ ago

Meta เตรียมออก ‘Ethical Framework’ สำหรับ Virtual Influencers

นักดีไซน์เนอร์
CONTENT TIPS2 สัปดาห์ ago

Hedi Slimane นักดีไซน์เนอร์ชื่อดัง ผู้สร้างยอดขายในตำนานแบรนด์ Celine แต่กลับถูกโดนด่า

CREATIVITY3 ปี ago

แจกฟรี 6 ฟอนต์ ภาษาไทยทางการ

NEWS UPDATE2 ปี ago

“10 เทรนด์แห่งปี 2020” ที่นักการตลาดต้องรู้!! จาก DATA ลับของ Pinterest

LIFESTYLE3 ปี ago

เอาใจคนอยากฝึกภาษาให้เก่ง ด้วย Subtitle บน Netflix พร้อมกัน 2 ภาษา

EDUCATION3 ปี ago

นักศึกษาจีน โอกาสใหม่ของ (ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยไทย?

EDUCATION2 ปี ago

พี่มาร์ค LIVE เปิดตัว ฟีเจอร์ใหม่จาก “Facebook Shop” ที่เติมเต็มคนขายของแบบเต็มสตรีม

CONTENT TIPS3 ปี ago

โหลดฟรี! 40 Duotone Gradient Presets For Photoshop

CONTENT TIPS1 ปี ago

7 เทรนด์ Content Marketing ปี 2021 ที่สายคอนเทนท์ต้องอ่าน!

MARKETING TIPS3 ปี ago

สื่อชี้! กรมสรรพากร เล็งจะ ตรวจสอบภาษีโดยตรง ขายของออนไลน์หนาวแน่

EDUCATION2 ปี ago

ข่าวดี! Harvard เปิดให้เรียนออนไลน์ Computer Science ฟรี 9 คอร์ส – ตั้งแต่ For Business ไปจนถึงเขียนเกมส์

NEWS UPDATE3 ปี ago

อนุมัติแล้วรถไฟฟ้าเชียงใหม่ เริ่มสร้างปี 64 จะผ่านบ้านใครบ้างมาดูกัน

Facebook

Trending

458 Views